เจ้าช่อปาหนัน

ตอนที่ 5 : ลมหนาว พัดแพ้วผ่าน เจ้ากลีบบางปลิดปลิวไกล (จบตอน)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,351
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 254 ครั้ง
    21 พ.ค. 61

เสียงโอ้กอ้ากโก่งคออาเจียนที่ดังมาจากห้องน้ำ ทำให้ระวีที่เพิ่งจะเดินลงมาจากชั้นบนหันไปมองทันที นางขมวดคิ้วอย่างรังเกียจพลางบ่น “อะไรกัน ใครมาโอ้กอ้ากตอนนี้ พาลคลื่นไส้ตามไปด้วย”

                ระวีเบะริมฝีปากแล้วก็เดินมาชั้นล่าง นางมองหาแป้นกับแตนแต่ไม่เจอใคร บ้านทั้งหลังเงียบกริบ ไม่มีแม้แต่เสียงเพลงฝรั่งที่รุ้งรำไพชอบเปิด ลูกสาวนางน่าจะไม่อยู่บ้าน คงจะปั่นจักรยานไปร้านทำผมเกศงามที่เปิดใหม่หน้าปากซอยแน่ๆ เมื่อเช้าระวีตื่นมากินอาหารเช้า แล้วก็รู้สึกปวดเมื่อยตัวเลยเรียกใช้เด็กแป้นให้ไปนวดบนห้อง ฟังนิยายวิทยุเรื่องโปรดจนเผลอหลับไป ตื่นมาอีกทีตอนเที่ยงเพราะกระเพาะประท้วง ตั้งใจจะลงมาดูว่ามีสำรับอะไรกินกลางวัน เสียงโอ้กอ้ากยังดังต่อเนื่อง แม่เลี้ยงของปาหนันขมวดคิ้วแล้วก็เหมือนเพิ่งคิดอะไรได้ นางหันไปมองประตูห้องน้ำ ดวงตาเบิกกว้างอย่างตื่นเต้น เมื่อฉุกคิดอะไรบางอย่างได้ นางรีบเดินแกมวิ่งไปยืนแนบหูที่หน้าห้องน้ำ หรือว่าสิ่งที่นางหวังไว้ถึงขั้นบนบานศาลกล่าวจะเป็นจริง แม่ช่อปาหนันท้องแล้ว ภาพลูกเลี้ยงสาวโดนผู้ชายอุ้มขึ้นรถไปในคืนนั้นทำให้ระวียิ้มแย้มทันที นางแสร้งทุบประตูแล้วร้องถามทันที

                “ปาหนัน นั่นปาหนันหรือเปล่า เป็นอะไรทำไมถึงได้อ้วกแบบนี้ โรคกระเพาะ หรือว่าท้อง...” นางกระหยิ่ม “ท้องไส้ไม่ค่อยดี”

                เสียงข้างในเงียบลงทันที ระวียังตบประตูห้องน้ำต่อ พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ปาหนันไหนเปิดประตูให้น้าหน่อย เราไปหาหมอกันดีไหม ตรวจให้รู้แล้วรู้รอดว่าเป็นอะไร”

                “ใครเป็นอะไรหรือคะ น้าระวี” เสียงของปาหนันทำให้คนที่แนบหูกับประตูตอบทันทีโดยไม่ทันสังเกตว่าต้นเสียงดังจากที่ไหน

                “ก็ปาหนันน่ะสิ อ้วกขนาดนี้น้าเป็นห่วง อาการเหมือนตอนน้าแพ้ท้องยายรุ้งไม่มีผิด... เอ๊ะ”

                ตอนท้ายเหมือนระวีฉุกใจคิด หญิงกลางคนหันขวับมามองตรงประตูบ้านแล้วเบิกตากว้าง ผู้หญิงที่ควรอยู่ในห้องน้ำกลับยืนอยู่หน้าประตูบ้าน กำลังถอดรองเท้าออก ในมือมีถุงกระดาษหลายใบ แป้นเดินมายืนด้านหลังอีกฝ่าย ในมือก็มีตะกร้าใส่ของกินเหมือนเพิ่งออกไปข้างนอกแล้วกลับมาพร้อมกัน

                “อ้าว” ระวีหน้าตาเหลอหลา ชี้นิ้วไปที่ประตูห้องน้ำ “ไม่ได้อยู่ในนั้นเหรอ”

                “ไม่ได้อยู่ค่ะ” ช่อปาหนันบอกเสียงเรียบ เธอมองแม่เลี้ยงด้วยสายตางุนงง หันไปบอกแป้น “หิวน้ำจัง แป้นบอกป้าแตนว่าไม่ต้องเตรียมข้าวกลางวันเผื่อพี่นะ”

                “ออกไปข้างนอกมาเหรอ” ระวีถาม เสียงอ้วกในห้องน้ำดังขึ้นมาอีก นางหันขวับไปมองแล้วก็เริ่มสังหรณ์ใจ นางทุบประตูอีกครั้งด้วยใจที่เต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ “เปิดประตู นังแตนหรือเปล่า นังแตนใช่ไหม”

                ประตูห้องน้ำเปิด ก่อนที่รุ้งรำไพจะเดินสวนออกมาด้วยใบหน้าซีดเผือด กลิ่นเหม็นเปรี้ยวคละคลุ้งในห้องน้ำชวนให้รู้สึกผะอืดผะอม รุ้งรำไพเหลือบมองหน้ามารดาเพียงแวบเดียว ยกแขนเช็ดมุมปากแล้วซอยเท้าวิ่งหนีขึ้นบันไดบ้านไป

                “ถ้าน้าระวีไม่มีอะไรแล้ว ถ้าอย่างนั้นฉันเอาของไปเก็บก่อนนะคะ  หญิงสาวที่ยืนตรงประตูบอก ร่างสมส่วนใส่เสื้อคอเต่าสีเหลืองทับด้วยกระโปรงเอี๊ยมสั้นคลุมเข่าสีน้ำตาล ผมยาวสลวยสีดำเงางามรวบถักเปียไว้ ไม่ได้ดัดลอนอย่างที่สาวๆกำลังนิยมทำเลียนแบบดาราสาว บริเจท สาวปาริเซียงที่กำลังโด่งดังในขณะนี้ ใบหน้าที่ไม่ได้แต้มเครื่องประทินโฉมแต่ก็ผุดผาดน่ามอง ต่างจากลูกสาวของนางที่เพิ่งอายุน้อยๆแต่กลับดูอายุมากกว่าพี่สาวต่างมารดาไปทุกที เพราะว่าแต่งหน้าแต่งตัวจัด แม้จะบอกว่ามันเป็นไปตามสมัยนิยมที่สาวจะนุ่งสั้นแต่งหน้าเข้มและทำผมเหมือนดาราฝรั่งก็เถอะ

               “รุ้ง มาคุยกับแม่ก่อน รุ้ง

 ระวีเรียกลูกสาวก่อนจะรีบเดินตามรุ้งรำไพไปทันที ไม่นานเสียงกรีดร้องของระวีดังลั่นบ้าน จนสองคนที่กำลังอยู่ในห้องนอนด้านบนชะงัก ช่อปาหนันกำลังพับผ้าลายสวยๆที่ตนเองกับแป้นไปซื้อมาจากห้างที่พาหุรัด เสียงร้องไห้คร่ำครวญที่ดังตามมาคือเสียงของรุ้งรำไพ สลับกับเสียงด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคายของคนเป็นแม่ที่ดังลั่นบ้าน แป้นหน้าเหลอหลา เด็กสาวกำลังช่วยพี่ปาหนันของตนเองเอาของที่ออกไปซื้อมาออกจากถุงกระดาษและแยกเก็บให้เรียบร้อย

เกิดอะไรขึ้นจ๊ะ แป้นไปดูนะพี่ปาหนัน

อย่าเลย ประเดี๋ยวจะโดนเอ็ดมา

หญิงสาวที่นั่งบนเตียงบอก มือเรียวยังทำงานต่อ เธอวางผ้าลายสวยที่ซื้อมาไว้ข้างตัว แล้วหยิบถุงกระดาษอีกใบขึ้นมา เธอล้วงมือดึงผ้าเนื้อหนาสีกากีออกมาวางบนตัก ลูบมือบนผ้าที่ทำตนเองตั้งใจไปซื้อมาโดยเฉพาะอย่างเบามือ  ครู... แม่พิมพ์ของชาติ รอยยิ้มภาคภูมิใจแต้มบนใบหน้าของช่อปาหนัน คำสั่งบรรจุของเธอมาถึงแล้ว และแม้ว่าโรงเรียนที่เธอจะต้องไปจะอยู่ไกลแสนไกล และทุรกันดารแค่ไหนเธอก็จะไป


เราเอาไปให้ห้องเสื้อยุพินตัดดีไหมคะ 


แป้นเสนอ คลานตุ้บตั้บมานั่งข้างเตียง มองผ้าสีกากีที่ช่อปาหนันซื้อมาตัดเครื่องแบบครู เด็กสาวมองคนที่ตนเองทั้งรักทั้งชื่นชม ยื่นมือไปจับผ้าลายดอกไม้แสนสวยที่ตนเองเป็นคนคะยั้นคะยอให้ช่อปาหนันซื้อมาด้วย ก็พี่ปาหนันของเธอผิวสวยออกปานนี้ ใส่แต่เสื้อกระโปรงสีเรียบๆ  ถึงจะใส่แล้วสวยแต่แป้นก็อยากให้ช่อปาหนันใส่ชุดสีสดใสบ้าง ลายดอกไม้สีสดๆกำลังเป็นที่นิยม แป้นเห็นรุ้งรำไพมีเต็มตู้เสื้อผ้า พอได้ติดตามช่อปาหนันไปซื้อผ้า แป้นเจอม้วนผ้าลายนี้เข้าเลยคะยั้นคะยอให้ช่อปาหนันซื้อกลับมาด้วยจนได้ตัดชุดครูด้วย ตัดกระโปรงสวยๆไว้ใส่เดินทางด้วย ห้องเสื้อยุพินตัดสวยออกจ้ะ แป้นเห็นคุณรุ้งไปตัดที่ร้านนั้น สวยทุกตัวเลย


ห้องเสื้อนั้นตัดราคาแพงเอาการ สู้ราคาเขาไม่ไหวหรอกแป้น จักรเราก็มี ตัดเองดีกว่า 


จักรเย็บผ้ามีอยู่จริงๆ เป็นจักรที่รุ้งรำไพรบเร้าขอให้มารดาซื้อให้ ตอนนั้นมีหนังดังฉายนางเอกเป็นช่างตัดเสื้อ บรรดาสาวๆทั้งเมืองต่างอยากเรียนตัดเสื้อตามนางเอกตาหวานกันเป็นแถว รุ้งรำไพก็เช่นกัน จักรตัดเสื้อราคาหลายบาท ระวีก็มาขอเงินจากเธอเอง เธอยอมจ่ายให้เพราะเห็นว่าดีเหมือนกัน หากรุ้งรำไพจะคิดเอาดีด้านนี้จริงๆ กลับกลายเป็นว่า น้องสาวต่างมารดาของเธอแค่เห่อประเดี๋ยวประด๋าวเท่านั้น พอหนังเรื่องใหม่ดัง รุ้งรำไพก็ปล่อยจักรเย็บผ้าไว้ในบ้านจนฝุ่นจับเกรอะ

               

                เสียงหวีดร้องของรุ้งรำไพดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้พร้อมกับเสียงข้าวของโดนขว้างปา ช่อปาหนันหยุดมือจากงานที่ทำ เธอเหลียวไปมองข้างนอกอย่างตกใจ เสียงด่าทอของระวีดังขรม ถ้อยคำหยาบคายที่หลุดจากปากของอดีตแม่ค้าพายเรือขายของนั้น แม้แต่แป้นก็ต้องยกมือทาบอก ช่อปาหนันผุดลุกทันที ใบหน้าของเธอบึ้งตึงยามเดินเร็วๆไปที่หน้าห้องนอนของรุ้งรำไพ บานประตูห้องที่เปิดอ้าไว้ทำให้เห็นระวีกำลังใช้ไม้แขวนเสื้อไล่ตีลูกสาวอย่างเอาเป็นเอาตาย มีหรือรุ้งรำไพจะยอมให้มารดาตีได้ เด็กสาวหยิบหมอนเอย หนังสือเอย ข้าวของกระจุกกระจิกปาใส่มารดาแล้วก็กระทืบเท้าเร่าๆอย่างโกรธเกรี้ยว ภาพที่เห็นทำให้ช่อปาหนันโมโหหากนอกเหนือจากความโมโหคือความประหลาดใจเป็นล้นพ้น แต่ไหนแต่ไรมารุ้งรำไพคือแก้วตาดวงใจของแม่เลี้ยงเธอ แปะนึงยังไม่เคยตี อะไรกันทำให้ระวีถึงกับลุกมาไล่ตีรุ้งรำไพได้ขนาดนี้ ไหนจะคำด่าทอที่ฟังแล้วชวนให้บาดหูอีก

                “พอ... หยุด นี่มันอะไรกัน น้าระวี เสียงดังไปถึงบ้านอื่นแล้ว ไม่อายใครหรือไง”

                หญิงสาวพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและดังพอให้คนสองคนในห้องที่กำลังกรีดร้องใส่กันและกันหยุดชะงัก รุ้งรำไพหันมามองเธอแล้วก็โจนลงจากเตียงอย่างรวดเร็ว วิ่งมาอยู่ข้างหลังของช่อปาหนัน หอบหายใจเร็วยามชี้นิ้วไปที่คนเป็นแม่แล้วฟ้องเสียงสะอื้น “พี่ปาหนัน แม่จะตีฉันให้ตาย!

                “แกอย่ามาพูดดีนังลูกชั่ว นังลูกไม่รักดี มานี่เดี๋ยวนี้นะ” ระวีตวาด ใบหน้าถมึงทึง คำก่นด่าสารพัดดังขึ้นอีก ช่อปาหนันเบี่ยงตัวหนีจากมือของรุ้งรำไพที่ตะปบไหล่เธอไว้แน่น หันไปปรามระวีเสียงเข้ม

                “หยุดด่าทอได้แล้ว น้าไม่อายแต่ฉันอาย”

                ระวีชะงัก นางมัวโมโหจนลืมตัวตวาดสวนช่อปาหนันทันใด “จะไม่อายได้ยังไง ลองถามน้องสาวตัวดีของเธอสิ ว่ามันไปทำงามหน้าอะไรมาถึงได้โอ้กอ้ากแบบนี้ เลือดพ่อมันแรงหรือยังไง ถึงได้เจ้าชู้สำส่อนนัก พ่อมีสองเมีย ลูกสาวก็ชิงท้องตั้งแต่ยังไม่แต่งงาน!

                คำผรุสวาทที่อีกฝ่ายล่วงเกินบิดาทำให้ช่อปาหนันได้ยินเสียงลั่นเปรี๊ยะในหู เธอหันไปมองรุ้งรำไพ แล้วก้มมองหน้าท้องของน้องสาวด้วยดวงตาเบิกกว้างตื่นตะลึง ท้อง! ท้องอย่างนั้นหรือ หญิงสาวสูดลมหายใจลึก ดวงตางามหันมามองแม่เลี้ยงอีกครั้ง เธอจ้องระวีด้วยสายตาเด็ดขาดที่ถอดจากคนเป็นย่ามาไม่ผิดเพี้ยน ชวนให้คนโดนมองรู้สึกร้อนๆหนาวๆในอก

                “น้าระวีจะพูดอะไรให้พึงสังวรว่าตัวเองอยู่สุขสบายมาได้ทุกวันนี้โดยไม่ต้องกลับไปพายเรือขายขนมหวานก็เพราะคุณพ่อฉัน เลือดของคุณพ่อฉันก็ไหลเวียนในตัวฉันเหมือนกัน ไม่เห็นว่าฉันจะประพฤติตัวสำส่อนตรงไหน หากรุ้งรำไพจะไม่รักดี เห็นทีคงเป็นเพราะเลือดอีกครึ่งในตัวของหล่อนมากกว่า น้าระวีไม่ควรจะโทษสายเลือดหรอก แต่โทษเรื่องการสั่งสอนอบรมของคนเป็นแม่มากกว่า”

                “ปาหนันว่าน้าเหรอ”

                “หรือไม่จริงคะ” หญิงสาวถามเสียงเย็น แม้จะรู้ดีว่าน้องสาวต่างแม่คนนี้ความประพฤติไม่อยู่กับร่องกับรอย ไม่รักเรียน แต่ไม่คิดว่าจะถึงกับไม่รักดีด้วย “หากจะสืบสาวเอาเรื่อง คนที่ตามใจรุ้งทุกอย่างก็คือน้าระวี ปลูกอะไรได้ผลต้นนั้น น้าระวีน่าจะเข้าใจ”

                ระวีสะบัดหน้าไปทางอื่น หางตาของนางปริ่มน้ำตา ริมฝีปากสั่นระริก แม้จะชังน้ำหน้าลูกเลี้ยงเพียงใดแต่ที่ช่อปาหนันพูดก็แทงใจดำนางอย่างจัง จริงอย่างที่อีกฝ่ายบอก ทำไมลึกๆนางจะไม่รู้ว่าสาเหตุที่รุ้งรำไพทำเรื่องงามหน้าได้ขนาดนี้ ก็เพราะมีนางส่งเสริม ลูกบอกไม่เรียนนางก็เออออห่อหมก อะไรที่ลูกว่าดีนางก็ว่าดี แม้นิสัยจะเห็นแก่ตัวและจิตใจคับแคบเพียงใด ระวีก็ยังเป็นปุถุชนทั่วไปที่รักเลือดในอก นางเฝ้าหวังอยากให้รุ้งรำไพได้ดี ตอนนี้ลูกมาทำให้ผิดหวังเสียแล้ว  หญิงกลางคนแค่นเสียงดังฮึ เหวี่ยงไม้แขวนเสื้อลงพื้นแล้วเดินไปนั่งบนเตียง เบี่ยงหน้าหนีแล้วเช็ดน้ำตาป้อยๆ

                รุ้งรำไพถอนหายใจอย่างโล่งอก เอามือลูบรอยแดงตรงแขนแล้วก็ค้อนคนเป็นแม่ตาคว่ำ “ไม่เห็นต้องทำเป็นเรื่องใหญ่เลย รุ้งสร้างปัญหารุ้งก็มีวิธีแก้ปัญหาน่า”

                “แก้ยังไง ไหนบอกพี่มาหน่อยซิ”

                “อยากอะไร ยาขับเลือดมีถมไป ผสมเหล้าขาวกินทุกวันสักสามสี่วัน เดี๋ยวฤดูก็มาตามปกติเอง”

                “รุ้งรำไพ!” ช่อปาหนัยตวาดอย่างลืมตัว ทำเอาคนที่มายืนแอบข้างหลังสะดุ้ง แตนกับแป้นยืนมองอยู่ห่างๆ ยังพลอยตกใจไปกับน้ำโหของช่อปาหนัน ส่วนคนที่ลอยหน้าลอยตาตอบถึงกลับผงะไปด้านหลัง มองพี่สาวด้วยสายตาไม่คาดคิด ก่อนจะตั้งตัวได้รีบตีหน้าบึ้งตอบโต้อย่างถือดี

                “เธอรู้ตัวหรือเปล่าว่าพูดอะไรออกมา”

                “รู้... รู้สิ ก็... ก็วิธีแก้ไขปัญหาไง”

                “นี่ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหา นี่มันวิธีที่เลวทรามต่ำช้า เธอคิดจะทำร้ายเด็กในท้องได้ยังไงจะดีจะร้ายยังไงนั่นก็ลูกของเธอนะ” ช่อปาหนันพูดเสียงเครียด โมโหจนมือไม้สั่น เธอรู้สึกวูบโหวงในอกมองคนที่ยังทำหน้าไขสืออย่างเหลืออด

                “แล้วจะให้ทำยังไง ให้ท้องโตแล้วคลอดมันออกมาเหรอ รุ้งไม่เอาด้วยหรอก”

                “ใช่ ไม่ได้หรอก” ระวีที่นั่งตรงเตียงก็โพล่งขึ้นมา “ต้องให้ผู้ชายมันรับผิดชอบ แกบอกแม่มา ยายรุ้ง พ่อของเด็กเป็นใคร ผู้ชายที่ทำแกท้อง ต้องให้เขามารับผิดชอบพาพ่อแม่มาตบแต่งแกให้ออกหน้าออกตา”

                สีหน้าหญิงกลางคนดีขึ้นเมื่อได้นั่งเงียบๆสักพักแล้วคิดใคร่ครวญ รุ้งรำไพลูกสาวนางคบหาแต่เพื่อนที่ฐานะดีๆ อย่างลูกเจ๊กเจ้าของโรงสีย่านพระโขนง หรือหลานสาวเจ้าของห้างทองบางลำพู บางทีหนึ่งในกลุ่มเพื่อนที่แต่งตัวโก้มีรถขับอาจจะเป็นคนรักของรุ้งรำไพก็ได้ รุ้งรำไพอึกอัก หลบตามารดาวูบ

                “ไม่...”

                “ไม่อะไร แกจะมาไม่บอกแม่ ปิดบังแม่ไม่ได้นะ” ระวีขึงตาใส่ลูกรักของตัวเอง ดวงตาเล็กหยีกลอกไปมาอย่างรวดเร็ว ก่อนเจ้าตัวจะเปลี่ยนมาใช้ไม้อ่อน ลุกมาหาลูกสาวแล้วลูบแขนอีกฝ่ายอย่างปลอบขวัญ “รุ้ง... บอกแม่มาว่าผัวเราเป็นใคร ลูกนายห้างที่เราชอบไปดูหนังด้วยบ่อยๆหรือเปล่า ไม่ต้องห่วงนะ แม่จะเป็นคนออกหน้าไปพูดกับพ่อแม่เขาเอง ลูกเขาอยู่ในท้องเราทั้งคน ให้มันรู้ไปว่าเขาจะไม่รับเราเป็นเมีย”

                “ไม่” รุ้งรำไพยังคงส่ายหน้า

                “เอ๊ะ... ยังจะปากแข็งไม่บอกไปทำไม จะรอให้ท้องแกโตขึ้นมาประจานแกประจานฉันเหรอ” ระวีชักมีน้ำโหขึ้นมาอีก

                “รุ้ง...” พี่สาวที่อยู่ด้วยในห้องเอ่ยขึ้นมา “บอกมาเถอะว่าผู้ชายเป็นใคร เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้วจะอมพะนำต่อไปไม่ได้ อย่างน้อยๆ ก็ต้องปรึกษาผู้ใหญ่ฝ่ายเขาด้วย”

                ช่อปาหนันบอกเสียงท้อใจ อารมณ์สดใสชื่นบานจากข่าวดีเรื่องงานตัวเองมันหม่นหมองไปเสียแล้วเพราะน้องสาว จะดีจะชั่วอย่างไรรุ้งรำไพก็เป็นน้อง ในเมื่อเรื่องมันมาถึงขั้นนี้แล้ว แม้จะเสียดายอนาคตของอีกฝ่ายอย่างไร เธอก็อดมีความคิดเหมือนระวีไม่ได้ อย่างน้อยๆก็ต้องรู้ตัวพ่อของเด็กในท้องและต้องพูดกับฝ่ายนั้นให้รู้เรื่อง จะปล่อยให้รุ้งรำไพกินยาขับเลือดบ้าๆนั่นไม่ได้เด็ดขาด หากประโยคต่อมาของน้องสาว กลับทำให้ช่อปาหนันตะลึงงัน เมื่อรุ้งรำไพก้มหน้าแล้วตอบเสียงอุบอิบว่า

                “ไม่ใช่ว่าไม่บอก... แต่รุ้งไม่รู้ ไม่รู้จริงๆว่าเป็นลูกของใคร”

                คุณพระ! ช่อปาหนันหลับตา เธอยกมือจับกรอบประตูห้องเมื่อรู้สึกหน้ามืดกะทันหันกับคำตอบของอีกฝ่าย นับประสาอะไรกับระวีที่อ้าปากค้างก่อนจะแผดเสียงอีกครั้งดังลั่นบ้าน

                “อีรุ้ง!



          กรวยดอกปีบถูกวางบนฝาบาตรเป็นอย่างสุดท้าย ก่อนที่หญิงสาวในชุดสีฟ้าอ่อนจะกระพุ่มมือไหว้แล้วยอบตัวลงนั่งรับพรจากพระสงฆ์ เมื่อพระให้ศีลให้พรเสร็จ ท่านก็เดินจากไปอย่างสำรวม ช่อปาหนันลุกขึ้นถอยไปสวมรองเท้า แสงสีทองจับขอบฟ้าพร้อมกับเสียงนกร้องบอกให้รู้ว่าเริ่มต้นวันใหม่ สีหน้าของผู้หญิงที่มองเหม่อดูพระอาทิตย์ขึ้นสูงพ้นยอดไม้ทำให้แตนแตะแขนอีกฝ่ายเบาๆ โถ... คุณปาหนันของนังแตน มีแต่เรื่องร้อนอกร้อนใจมาให้ไม่หยุดหย่อน

                “เข้าบ้านเถอะค่ะคุณปาหนัน”

                ช่อปาหนันหันไปมองหญิงกลางคนที่อยู่ด้วยกันมานาน และว่าตามตรง แตนยังให้ความรู้สึกเหมือนนางเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัว เป็นญาติ เป็นคนที่ห่วงใยรักใคร่ด้วยใจจริงมากกว่าผู้หญิงอีกสองคนที่ร่วมนามสกุลกันอย่างระวีและรุ้งรำไพ เธอยิ้มบางๆ พลอยให้หน้าตาดูสดใสขึ้นตามไปด้วย ลูบมือบนรอยยับย่นของกระโปรงยาวที่สวม เดินทอดน่องกลับเข้าบ้าน กลิ่นหอมของปลาทูที่เธอลุกมาทอดตั้งแต่ย่ำรุ่งเพื่อตักบาตร ทำให้แมวของเพื่อนบ้านกระโดดข้ามรั้วมาเมียงมอง พอมันเห็นเธอก็ร้องเสียงเหมียวแล้วรีบเดินมาถูไถตัวที่เท้าของหญิงสาวอย่างออดอ้อน

                “นังเหมียวมาขอข้าวกินอีกแล้ว นี่จวนจะคิดว่ามันเป็นแมวที่เราเลี้ยงไว้รอมร่อแล้วนะคะ” แตนมองอย่างหมั่นไส้ “ยายอ้นจะรู้ไหมว่าแมวแกหนีมากินข้าวบ้านเราทุกวัน”

                ช่อปาหนันพลอยนึกถึงยายอ้นที่แตนพูดถึง หญิงชราที่อาศัยอยู่บ้านห่างออกไปหน่อยกับลูกหลาน หน้าบ้านปลูกต้นมะม่วงไว้ พอออกลูกก็ห้อยย้อยข้ามรั้วมาริมถนน เด็กๆแถวนี้มักแอบไปสอย แอบปีนไปเด็ดกันเนืองๆ ยายอ้นเป็นคนตระหนี่ พอเห็นเด็กๆมาขโมยมะม่วงแกกิน แกก็จะร้องไล่โขมงโฉงเฉง เคี้ยวหมากพลางคว้าไม้วิ่งมาไล่ขับไล่ตี แกชอบใส่เสื้อคอกระเช้า อายุก็มากแล้วด้วย เด็กๆก็หนีทันบ้างไม่ทันบ้าง และยังแก่นถึงขนาดแต่งคำล้อแกเป็นที่สนุกสนาน

                ยายอ้นคนขี้เหนียว เคี้ยวหมากปากแดงๆ วิ่งกระย่องกระแย่งนมยานโตงเตง

                ตอนเล็กๆ ปาหนันเองก็ยังเคยไปยืนเมียงมองต้นมะม่วงแสนดกของยายอ้น ที่เวลานั้นแกยังสาวกว่านี้มากด้วยเหมือนกัน แต่ไม่เคยขโมยสักทีเพราะคุณย่าของเธอสนิทสนมกับยายอ้น ตอนที่คุณย่ายังอยู่ มะม่วงอกร่องบ้านยายอ้นสุกเมื่อไหร่ แกจะให้ลูกชายเก็บใส่ตะกร้ามาแบ่งให้ทุกที

                “แอบดอดไปหาแมวสาวบ้านไหนมาล่ะ หืม” ช่อปาหนันเย้าแมวหนุ่มเล่น “ปลาทูที่ทอดไว้ยังมีอีกสามสี่ตัว แบ่งคลุกข้าวให้มันสักนิดนะป้าแตน”

                แตนยิ้มกว้าง ช่อปาหนันตักบาตรเสร็จก็เดินไปกรวดน้ำที่ใต้พุ่มต้นมะลิ จิตใจดูจะปลอดโปร่งขึ้น กำลังจะเดินเข้าบ้าน เสียงโวยวายของน้องสาวก็ดังขึ้น

                “เหม็นจะตายชัก ใครมาทำอะไรเหม็นคลุ้งไปทั้งบ้านเลย แม่ แม่ แม่”

                ตอนท้ายตะโกนเรียกระวีให้ลั่น ช่อปาหนันสูดหายใจลึก นับจากรู้ว่ารุ้งรำไพตั้งท้องโดยที่หาพ่อไม่ได้ บ้านของเธอก็ร้อนเป็นไฟด้วยเสียงร้องไห้พิลาปรำพันของระวีอยู่สี่ห้าวัน รุ้งรำไพสารภาพว่าตนเองริไปเที่ยวกลางคืนที่ถนนราชดำเนินกับกลุ่มเพื่อนๆ ก็สองสามวันที่เจ้าหล่อนหายตัวไปนั่นแหละ ดื่มเหล้าเต้นรำที่คลับอย่างสนุกสนาน และจบลงที่เผลอตัวมีความสัมพันธ์กับคู่เต้นที่ตนเองก็ไม่รู้ว่าเป็นใคร เพราะแยกย้ายกันหลังสร่างเหล้า ช่อปาหนันฟังน้องเล่าแล้วก็ใจหาย นึกถึงคืนที่ตัวเองจวนเจียนเอาตัวไม่รอดขึ้นมา หญิงสาวไม่ได้ดุด่า ไม่ได้ทุบตีรุ้งรำไพ ทั้งที่ใจนึกอยากจะทำสักครั้ง นั่นเพราะระวีที่นั่งฟังข้างๆ พุ่งเข้าไปหยิกลูกพลางร้องไห้พลางร้อนถึงเธอกับแป้นต้องเข้าไปแยกออกมา 

จวบจนตอนนี้จะสองเดือนแล้ว ท้องสาวของรุ้งรำไพยังมองไม่ออก แต่อาการโอ้กอ้ากแพ้ท้องก็เห็นได้ชัด จนระวีต้องประกาศห้ามไม่ให้รุ้งรำไพออกจากบ้านช่วงนี้ ทีแรกอีกฝ่ายก็เชื่อฟังแต่โดยดี ทว่านิสัยไม่สามารถเปลี่ยนได้ในเวลาไม่กี่วัน รุ้งรำไพก็ร่ำร้องอยากจะไปดูหนังที่โรงหนังควีนส์ แกรนด์ให้ได้ บอกว่าอุดอู้อยู่แต่ในบ้านยิ่งรู้สึกย่ำแย่ ระวีทำท่าใจอ่อนจะยอมให้เด็กสาวไป ยังดีที่ช่อปาหนันออกมาทันตอนสองแม่ลูกใช้ให้แป้นไปเรียกสามล้อถีบมารับที่บ้าน เธอจึงห้ามไว้

                ไม่ต้องออกไปไหนมาไหน เดี๋ยวไปเป็นลมเป็นแล้งข้างนอกจะแย่ เธอบ่นอยู่ว่านอนไม่ใคร่อิ่ม กว่าจะตื่นต้องเจียนเที่ยงทุกวันไม่ใช่เหรอ รุ้ง

            รุ้งไม่ใช่นักโทษนะพี่ปาหนัน

น้องสาวตัวดีของเธอบ่นกระปอดกระแปด เธออยากไปเดินเล่นย่านวังบูรพาจะแย่ เรื่องดูหนังก็แค่อ้างไปอย่างนั้นเอง

                ช่อปาหนันไม่ได้ต่อปากต่อคำกับอีกฝ่าย เธอเพียงมองหน้ารุ้งรำไพนิ่งๆ ราวจะรอดูว่าน้องสาวจะออกไปนอกบ้านทั้งที่เธอห้ามหรือไม่ สุดท้ายก็กลายเป็นระวีเองที่เปลี่ยนใจไม่พารุ้งรำไพออกไป แม่เลี้ยงของเธอสงบเสงี่ยมขึ้นกว่าเดิม นับแต่รุ้งรำไพตั้งท้องไม่พึงประสงค์ หล่อนกระซิบข้างหูลูกเวลาอยู่ด้วยกันในห้องนอนว่า

            อย่ามีฤทธิ์มีเดชเลยช่วงนี้ เราก่อเรื่องไว้มาก เกิดนังนั่นเอาเรื่องท้องของรุ้งมาไล่เราออกจากบ้าน จะทำยังไง ทีนี้แหละได้อดตายทั้งยาย แม่ หลานเลยล่ะ!’

            ‘แล้วแม่จะให้รุ้งยอมมันไปตลอดชีวิตเหรอคะ

            ‘ไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอก เดี๋ยวมันก็ไปบรรจุครูที่อื่นแล้ว ไม่ได้อยู่เป็นมารขัดขวางความสุขเราอย่างทุกวันนี้หรอก อีกอย่างนะ ต้องโทษตัวแกเองด้วย ไม่รักดีเอาเสียเลย จะเสียตัวทั้งทีหาผัวที่มันมีเงินมีทองหน่อยก็ไม่ได้ เสียตัวฟรีแถมมีลูกติดท้องแบบนี้ จะไปเสียงดังใส่พี่สาวแกได้เต็มปากเหรอ ดีนะ ยายแก่ประยงค์ตายไปแล้ว ไม่อย่างนั้นมันได้ไสหัวเราสองแม่ลูกออกจากบ้านแน่ๆ

                รุ้งรำไพสวมเสื้อคอปาดอวดไหล่มน เสื้อสีปูนตัดกับกางเกงรัดรูปสีน้ำเงิน เดินซอยเท้าถี่ๆลงบันไดมา เจ้าหล่อนยังแต่งหน้าแต่งตาเช่นเดิม รูปร่างดูไม่ออกว่ากำลังตั้งท้องเพราะเป็นท้องสาว พอลงบันไดมาขั้นสุดท้ายก็เห็นพี่สาวเดินเข้าบ้านมาพอดี รุ้งรำไพจีบนิ้วปิดจมูก ถามเสียงอู้อี้

                “พี่ปาหนันทำอะไร บ้านถึงได้เหม็นตลบแบบนี้”

                “ทอดปลาทู เหม็นเหรอ เดี๋ยวจะให้แป้นเปิดหน้าต่างไล่กลิ่นออกให้หมด”

                “ตักบาตรเหรอ... ขอพรพระให้ช่วยได้บรรจุในบางกอกเหรอ”

                ช่อปาหนันไม่ได้ตอบ เธอหยิบเม็ดข้าวที่เหลือในขันไปโปรยนอกหน้าต่างเช่นทุกวัน ประเดี๋ยวพวกนกกระจิบนกกระจาบที่ทำรังตรงหลังคาบ้านจะบินลงมาจิกกิน รุ้งรำไพมองสีหน้าเรียบเฉยของพี่สาวแล้วก็เบะปาก บ่นเสียงหงุดหงิด

                “ไปขออะไรกับพระ จะหุงข้าวกินเองยังทำไม่ได้ ต้องอุ้มบาตรมาขอคนเขาอยู่เลย”

                “แม่พูดแบบนี้ ระวังลูกเกิดมาปากแหว่งนะรุ้ง”

ช่อปาหนันพูดเสียงหนัก หันมาขมวดคิ้วใส่อีกฝ่าย

“เวลารุ้งก้าวร้าวพี่ ก้าวร้าวป้าแตน พี่ยังพอคิดได้ว่ารุ้งหย่อนการอบรมจากน้าระวี แต่ถ้าถึงขั้นก้าวร้าวพระสงฆ์องค์เจ้า คนอื่นได้ยินเอาเขาจะว่ารุ้งเป็นจากกลมสันดาน พี่ไม่อยากให้ใครคิดว่าลูกสาวคุณพ่อกมลสันดานไม่ดี กระทั่งบาปก็ไม่กลัว”

                “พี่ปาหนัน”

รุ้งรำไพกระทืบเท้าเร่าๆ

                ช่อปาหนันมองน้องสาวอย่างเอือมระอา เธอกำลังจะเดินหนีไปทางอื่น แต่เสียงกริ่งจักรยานดังหน้ารั้วบ้านเสียก่อน หญิงสาวเหลียวไปมอง เธอเดินย้อนมาหน้าบ้านยิ้มให้บุรุษไปรษณีย์ที่ปั่นจักรยานมาจอดหน้ารั้วบ้าน ชายวัยสี่สิบกว่าปีฉีกยิ้มให้

                “จดหมายครับ”

                เขาตั้งขาตั้งรถแล้วเดินไปหยิบซองจดหมายจากกระเป๋าที่แขวนไว้ท้ายรถมา ยื่นให้ช่อปาหนันแล้วยิ้มกว้าง

                “ขอบคุณค่ะ”

หญิงสาวยิ้มละไมตอบ ก้มมองซองจดหมายแล้วเห็นตราครุฑที่ปะหน้าซองมุมซ้าย ใจของเธอเต้นตึกตักทันที เธอรีบเดินกลับเข้าบ้าน ผ่านรุ้งรำไพที่มองอย่างอยากรู้อยากเห็นไปเปิดลิ้นชักจักรเย็บผ้า หากรรไกรมาตัดซองอย่างใจเย็น

                “จดหมายเรียกตัวพี่ปาหนันเหรอ”

รุ้งรำไพถามพลางรีบเดินมาชะเง้อมองข้ามไหล่

                นิ้วเรียวยาวค่อยๆดึงจดหมายด้านในออกมาคลี่อ่าน ดวงตากลมโตกวาดมองตัวอักษรที่พิมพ์ดีดไว้อย่างเรียบร้อยสะอาดตา เป็นจดหมายเรียกรายงานตัวเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูจริงๆ  รุ้งรำไพกัดปากอดใจรอไม่ไหว รีบยื่นมือมาดึงจดหมายของพี่สาวไปทันที ช่อปาหนันย่นคิ้วเหลียวมองตามอย่างขุ่นใจ

                “รุ้ง เอาของพี่มา”

                รุ้งรำไพเบ้ปากไม่สนใจรีบกวาดตาอ่านทันที เธออ่านผ่านๆทุกข้อความก่อนจะเบิกตากว้างแล้วอ่านออกเสียงดังๆ               “ขอให้ท่านไปรายงานตัวเพื่อบรรจุเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตาก เขตสอง” รุ้งรำไพทำตาโต “ตาก!

                “ขอคืนได้หรือยัง”

ช่อปาหนันบอกเสียงเย็น รุ้งรำไพยื่นคืนให้ ใบหน้ายิ้มแย้มอารมณ์ดีทันที

 “ขอบใจ”

                ช่อปาหนันอ่านรายละเอียดต่อ เธอพับกระดาษเรียบร้อยแล้วเดินขึ้นบันไดไปห้องของเธอ ระวีปิดปากหาวเดินสวนลงบันไดมา นางมองรุ้งรำไพที่ยิ้มแย้มแล้วก็เลิกคิ้วประหลาดใจ ก็เมื่อกี้เสียงแหวๆของลูกดังปลุกนางจนต้องถ่างตาตื่นมาแต่เช้า แล้วนี่อะไร... ยิ้มจนเห็นเหงือก

                “แม่” รุ้งรำไพหันมาเจอระวี รีบเดินเข้าไปคว้ามือแม่แล้วลากหลุนๆให้ลงบันไดมา ระวีร้องวี้ด เมื่อร่างท้วมเจ้าเนื้อแทบจะตกบันได

                “อะไรๆ ว้าย... รุ้ง แม่จะตกบันได”

                “แม่ ข่าวดี ข่าวดีที่สุดในโลกเลย” รุ้งรำไพป้องปากบอก ตาเป็นประกายวิบวับ

                “อะไร... นึกออกแล้วว่าผัวชั่วคืนของเราเป็นลูกนายห้างร้านทองเหรอ”

 ระวีเพิ่งตื่นนอนใหม่ ยังไม่ได้กินข้าว และยังง่วงอยากนอนต่อ อารมณ์ยังไม่สู้ดี อดเหน็บลูกสาวสุดที่รักที่ทำให้เจ็บช้ำน้ำใจไม่ได้

                “เอ๊ะ” รุ้งรำไพหน้าหงิก “แม่นี่ก็... รุ้งจะบอกว่าเมื่อกี้จดหมายเรียกตัวนัง... เอ่อ พี่ปาหนันมาแล้วนะ”

                “หา... จริงเหรอ แล้วโดนเรียกไปที่ไหน”

                “ตาก” รุ้งรำไพบอกเสียงชื่นมื่น

“ตากโน้นแม่ ไกลปืนเที่ยง ชาวบ้านก็คงหูหนาตาเถื่อน เอ๊ะ... แม่ ที่นั่นยังมีพวกคอมมิวนิสต์ด้วยใช่ไหม โอ๊ย ดีใจจังเลย”

                ระวีเบิกตากว้างอย่างดีใจเช่นกัน แต่นางรีบเอามือตะครุบปากลูกสาวไม่ให้อีกฝ่ายเสียงดัง

 

 



จบตอนแล้วนะคะ 

เจ้าช่อปาหนันจะอัพทุกวันจันทร์กับวันพฤหัสบดีนะคะ ไม่หายไปแน่นอนค่ะ สบายใจได้ ดองมานานสองปีกว่าเกือบสามปี ได้เวลาแต่งให้จบเสียที ขอบคุณนักอ่านที่กดติดตามไม่ได้ทิ้งไปไหน ทั้งที่คนเขียนหายไปเลย ขอบคุณค่ะ 

เรื่องนี้ดำเนินเรื่องในช่วงปี 2500 เป็นนิยายย้อนไปช่วงคุณตาคุณยายกันเลยทีเดียว ภาษาพูดอาจจะแปร่งหูไปบ้าง และถ้ามีข้อผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้นะคะ


เรื่องนี้เป็นแนวรักโรแมนติกค่ะ 

ขอบคุณค่ะ

ณัฐณรา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 254 ครั้ง

610 ความคิดเห็น

  1. #609 Asmarah (@Asmarah) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:37

    ปี ปี 2500 ยังไม่มีสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานะคะ ไม่แน่ใจว่าตอนนั้นยังเป็นสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดอยู่อีกหรือเปล่า ลองเช็คข้อมูลดูนะคะ เพื่อความสมจริงของเรื่องค่ะ

    #609
    0
  2. #578 SXRXCHXYX (@ammysirachaya) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2561 / 19:19
    เพิ่งมาเจอ ติดตามนะคะ ชอบมากก
    #578
    0
  3. #380 pppornnipa (@pppornnipa) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2561 / 15:02
    ชอบมากกก พึ่งมาเจอเรื่องนี้
    #380
    0
  4. #174 len-lom (@luk-peach) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 01:13
    อาทิตย์ละสองวันก็ชื่นใจแล้วค่า
    #174
    0
  5. #173 ภาวดี (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2561 / 23:25
    ขออนุญาต แก้ไขสังกัดของช่อปาหนันนะคะ จากการอ่านที่ผู้เขียนว่า เรื่องดำเนินอยู่ระหว่างปี พ.ศ. 2500 ซึ่งความจริง ณ ขณะนั้นโรงเรียนต่าง ๆ ยังสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ซึ่งน่าจะอยู่ในช่วง 1. พรบ. ประถมศึกษา (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2478 มีตำแหน่งครูใหญ่โท ครูใหญ่ตรี และครูน้อย สอนการศึกษาภาคบังคับ ป.1-ป.4 2. พรบ. ประถมศึกษา (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2505 มีตำแหน่งครูใหญ่ และครูน้อย เปิดสอนภาคบังคับประโยคประถมตอนต้น 4 ปี ป.1-ป.4 และประโยคประถมตอนปลาย 3 ปี ป.5-ป.7 (เริ่มเรียนภาษาอังกฤษตอน ป.5) ยกเว้นโรงเรียนเอกชนที่สอนภาษาอังกฤษตั้งแต่ชั้นอนุบาล 3. พรบ. ประถมศึกษา (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2509 เปิดสอนเหมือน ฉบับที่ 3 ซึ่งผู้อ่านก็เข้าเรียนประถมช่วงนี้ ที่จำได้ก็เรียนแยกเป็นวิชา คือ หลักภาษาไทย วรรณคดีไทย อ่านเอาเรื่องและย่อความ วิชาเรียงความ วิชาจดหมาย วิชาคัดไทย วิชาเขียนไทย วาดเขียน ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ หน้าที่พลเมือง ศีลธรรม ผู้หญิงเรียนงานเย็บปักถักร้อย ผู้ชายเรียนงานไม้ พละ สุขศึกษา วิทยาศาสตร์ จะเห็นได้ว่าเน้นหนักภาษาไทย การศึกษาก็คือ 7:3:3 ประถม ป.1-ป.7 มัํธยมต้น ม.ศ.1-ม.ศ.3 มัธยมปลาย ม.ศ.4-ม.ศ.5 4. พรบ. ประถมศึกษา (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2521 ยกเลิกประถมตอนต้น 4 ปี และประถมปลาย 3 ปี เป็นเรียนประถมตอนเดียว 6 ปี (ป.1-ป.6) จัดการศึกษาแบบ 6:3:3 (ประถม 6 ปี มัธยมต้น 3 ปี มัธยมปลาย 3 ปี) - ในปีนี้ผู้อ่านก็สอบเข้าเรียนในวิทยาลัยครู ระดับ ปกศ.ต้น ซึ่งเป็นปีสุดท้ายที่รับนักเรียนที่จบ ม.ศ.3 เรียน 2 ปี (เทียบเท่าสามัญ ม.ศ.5) ปีต่อมาวิทยาลัยครูรับนักเรียนที่จบ ม.ศ.5 เข้าเรียนระดับ ปกศ.สูง เรียน 2 ปี วุฒิเทียบเท่าอนุปริญญา ใครอยากเรียนปริญญาตรีก็ต้องไปสอบเข้าเรียนที่ มศว.ต่างๆ ซึ่งขณะนั้นมีหลายที่ หลายจังหวัด (ผู้อ่านเรียนจบคณะศึกษาศาสตร์ ม.รามคำแหง เพราะมีมากเอก มากกว่า มศว.) 5. ปี พ.ศ. 2523 โรงเรียนย้ายไปสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ (สปช.) กระทรวงศึกษาธิการ 6. พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ปี พ.ศ. 2542 เปลี่ยนเป็นสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ) 7. ระเบียบบริหาราชการ กระทรวงศึกษาธิการ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2553 แบ่งเป็น 1) สำนักงานเขตพื้นการศึกษาประถมศึกษาจังหวัด.....เขต......(สพป.) 2) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต.....(สพม.) **** ล่าสุดมีการจัดตั้ง สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด....... มีศึกษาธิการจังหวัดเป็นผู้ดูแลบริหารสำนักงานเขตต่างๆ ในจังหวัด ผิดพลาดประการใด ขอน้อมรับผิดและขออภัยท่านผู้เขียนด้วยนะคะ
    #173
    1
    • #173-1 ณัฐณรา (@g45290175) (จากตอนที่ 5)
      22 พฤษภาคม 2561 / 09:42
      ขอบพระคุณค่า จะนำไปปรับในต้นฉบับนะคะ
      #173-1
  6. #172 cintharach (@cintharach) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2561 / 23:17
    อ่านตอนที่มีสองแม่ลูกแล้วคันไม้คันมือเลยค่ะ ปาหนันนี่ก็ใจเย็นไม่เบา ทนได้
    #172
    0
  7. #171 MinneeDee (@MinneeDee) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2561 / 23:05
    รอนะคะ ชอบมากๆค่ะ
    #171
    0
  8. #170 marine (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2561 / 22:49
    อาทิตย์ละสองวัน...วันละสองตอนกำลังดพเลยค่ะ..
    #170
    0
  9. #169 NonyPai (@nthinkam) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2561 / 21:14
    เค้าจาได้เจอกันละ ดีใจจัง รอคร่า
    #169
    0
  10. #168 a-puggy kwan (@kwan-story) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2561 / 17:12
    มาอาทิตย์ละสองวันก้อดีใจแล้วค่า
    เค้าจะได้เจอกันแล้วใช่มั้ย ^^


    อยากให้พรุ่งนี้เป็นวันพฤหัส 555
    #168
    0
  11. #167 miwnoy (@vanida11) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2561 / 15:14
    รอออชอบมากคะ
    #167
    0
  12. #166 banidin (@banidin) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2561 / 13:56

    เจ้าช่อปาหนัน...รอมานานมากกก คร้า

    #166
    0
  13. #165 Koiveevy (@Koiveevy) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2561 / 12:14
    ชอบมากค่ะไรท์ คำพูดสละสลวย. อ่านลื่นไหลสนุกดี ติดตามนะคะ 😘😘😘
    #165
    0
  14. #164 วานุก (@wkor) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2561 / 12:08
    โอ้ยดีใจจจจจจ รอติดตามนะคะ สู้ๆนะคะ
    #164
    0
  15. #163 Peechayarputh (@khimrueng) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2561 / 10:21
    เป็นกำลังใจให้ไรต์เสมอนะคะ สู้ๆค่ะ..รักนิยายของไรต์ทุกเรื่องเลย....
    #163
    0
  16. #158 Noi Guthridge (@suphatra99) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2561 / 08:29
    รอติดตามค่ะ
    #158
    0
  17. #157 marine (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2561 / 23:41
    ขอตามผลงานด้วยคนค่ะ หางานแบบนี้อ่านยากมากๆ คนเขียนๆได้น่าติดตามมากค่ะเอาใจช่วยให้เขียนจนจบน่ะค่ะ ...จะรอค่ะ
    #157
    0
  18. #155 fähïē (@bphadungkarn) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2561 / 22:34
    จี้ดถึงหมอง เอาใจเจ้ไปเลยด
    #155
    0
  19. #153 len-lom (@luk-peach) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2561 / 19:52
    กลับมาแล้วววววว กรี๊ดลั่นบ้านเลย5555 ดีใจจ เดี๋ยวนี้หาอ่านเรื่องแนวๆนี้ที่สำนวนดียากมากกกกก
    #153
    0
  20. #152 aijarinya (@aijarinya) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2561 / 19:14
    กรี๊ดๆ ไรท์กลับมาแล้ววววว ????????
    #152
    0
  21. #151 Diamondgirl (@phetnaree0002013) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2561 / 19:04
    เผ็ดจี๊ดสุดๆเลยยยย
    #151
    0
  22. #149 cintharach (@cintharach) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2561 / 15:48
    ไรต์กับมาเเล้ว อย่าทิ้งกันไปนานนานอีกนะคะ
    #149
    0
  23. #78 fsn (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2559 / 16:58
    แย่นะคะ เจอแบบนี้ ชีวิตเลวร้ายเลย เพราะคงไม่มีใครรู้ว่า ที่ทำแบบนี้น่ะ จะเป็นคนที่ใช่ในอนาคต แต่ถึงใช่ก็คงไม่มีใครอยากเจอ
    #78
    0
  24. #27 Ratree Poonpipat (@ratreeza14) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2559 / 22:54
    ใครจะช่วยปาหนัน...555
    #27
    0
  25. #25 ภาวนา ยะถาเทศ (@pawanaka) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2559 / 11:44
    อดอยากมาจากใหนพ่อคุณดูซิว่าทำอะไรไปมั่ง
    #25
    0
  26. #21 มโน (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2559 / 14:13
    อยากได้เล่มละ

    เปิดจองยังคะ
    #21
    0
  27. วันที่ 22 พฤษภาคม 2559 / 12:34
    รออ่านต่อนะคะ
    #20
    0