เจ้าช่อปาหนัน

ตอนที่ 34 : นารีมาเกี่ยวข้อง มิใฝ่ปองตอบน้ำใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,552
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 238 ครั้ง
    27 มิ.ย. 61

ก่อนจะกลับปางไม้ ไอศูรย์กลับแวะที่วัดเล็กๆระหว่างทางไป ทางเข้าค่อนข้างทรุดโทรมมีเถาวัลย์เกาะเกี่ยวไม้ป้ายชื่อวัดจนมองแทบไม่เห็นตัวหนังสือที่เขียนไว้ โอภาสลงจากรถเดินไปหาไอศูรย์ อีกฝ่ายไม่ได้หันมามองเขา แต่เหลียวหน้ามองหาพระสักรูป

                “บ้านเสือบัติอยู่หมู่บ้านนี้” เสียงเรียบๆอธิบายมาสั้นๆ โอภาสถึงบางอ้อ ดูท่าหม่อมราชวงศ์ไอศูรย์คงตั้งใจจะสืบเรื่องของเสือร้ายคนนี้จริงๆ  พระรูปหนึ่งถือตะเกียงชะเง้อออกมาจากกุฎิหลังเล็ก แล้วก็เอ็ดหมาวัดทั้งหลายให้หยุดเห่า

                “มีอะไรหรือโยม”

                “นมัสการครับหลวงพี่ ผมกับ...” โอภาสหันไปมองเจ้านาย ปฏิภาณที่ดีทำให้เปลี่ยนสรรพนามอย่างรู้กัน “ผมกับพี่ชายขับรถผ่านมาทางนี้ เลยแวะมาทำบุญครับ”

                สีหน้าของพระที่ยืนถือตะเกียงดีขึ้นทันตา เดินลงบันไดมาด้านล่าง ก้มเก็บหินที่พื้นปาไล่หมา ก่อนจะเดินยิ้มแย้มมาหา

                “เข้ามานั่งก่อนๆ  มาทำบุญกันเหรอ”  พอเข้ามาใกล้ๆ ไอศูรย์ก็พบว่า หลวงพี่ยังหนุ่มแน่นอยู่มาก ดีไม่ดีอาจจะอายุน้อยกว่าเขาเสียอีก น่าจะอายุยี่สิบต้นๆ

                “วัดดูเงียบเหงาจริง พระรูปอื่นจำวัดหมดแล้วหรือครับ” โอภาสถามพลางเดินตามหลังพระหนุ่มไปนั่งที่แคร่ใกล้ตุ่มน้ำ

                “ทั้งวัดก็มีพระอยู่สามรูปเท่านั้นแหละโยม เจ้าอาวาสแก่แล้ว ก็จำวัดตั้งแต่หัวค่ำแล้ว หลวงลุงไปธุดงค์ที่ฝั่งนู้น ไม่รู้ว่าจะกลับมาเมื่อไหร่ นั่งก่อนสิ น้ำท่าก็ตักกินในตุ่มได้เลย น้ำฝน สะอาด”

                 พระหนุ่มบอกเสียงชื่นมื่น ดวงตาเป็นประกายวาววับยามมองผู้ชายสองคนตรงหน้าอย่างพิจารณา ดวงตายาวเรียวกวาดขึ้นๆลงๆดูการแต่งตัวและนาฬิกาข้อมือที่ไอศูรย์สวมแล้วก็ยิ้มในหน้า

                “กินข้าวกินปลากันมาหรือยัง อาตมาจะดูข้าวปลาอาหารให้ นี่เดินทางมาจากแม่สอดกันเหรอ”

                 “เรียบร้อยแล้วครับ พอดีผมขับรถจะกลับไปแม่ระมาด เลยผ่านทางนี้ ตั้งใจจะเข้ามาทำบุญกับหลวงพ่อ แต่หลวงพ่อจำวัดแล้ว ทำบุญกับหลวงพี่ก็ได้เหมือนกัน ฝากปัจจัยไว้ที่หลวงพี่ได้ใช่ไหมครับ”

                “ได้ๆ อาตมาจะนำไปมอบให้หลวงพ่อพรุ่งนี้ตอนท่านตื่นมาทำวัตรเช้า” อีกฝ่ายบอก แล้วก็เหมือนรู้ตัวว่ากระตือรือร้นเกินไป กระแอมแล้วยิ้มเจื่อนๆ

                “โอภาส” ไอศูรย์เรียก โอภาสก็หยิบกระเป๋าเงินออกมา หยิบธนบัตรใบละบาทหลายใบออกมาจากในกระเป๋า หลวงพี่ที่น่าจะบวชเพราะโดนพ่อแม่บังคับมากกว่าศรัทธาในพระพุทธศาสนามองจำนวนเงินแล้วก็กะพริบตาปริบ

                “ทำดีได้ดีนะโยมนะ” พระหนุ่มบอกเสียงอ่อน

                “หลวงพี่อยู่ที่นี่นานแล้วหรือครับ”

                “นานแล้ว”

                “ถ้าอย่างนั้นก็คงจะพอได้ยินเรื่องเล่าลือของไอ้เสือบัติ”

                “เสือบัติ คนแม่จะเรารู้จักมันดีทั้งนั้นแหละโยม โยมเป็นคนต่างถิ่นคงไม่เคยรู้เรื่องของมัน พวกโยมแต่งตัวดี ขับรถโก้ๆ ต้องระวังตัวให้มากๆนะ เสือบัติมันบาปหนานัก ออกไล่ปล้นฆ่าข่มขืน ปล้นวัวปล้นควายชาวบ้าน โหดร้ายป่าเถื่อนมาก”

                พระหนุ่มบอก รับปัจจัยจากโอภาสแล้วก็ยิ้ม เขาเป็นหนุ่มน้อยที่เอาแต่เที่ยวเกี้ยวสาว กินเหล้าเมายาดองกับเพื่อนฝูง ไม่ทำนาไม่ทำไร่ จนพ่อแม่เอือมระอาร่ำๆจะตัดหางปล่อยวัด สุดท้ายพ่อสั่งให้บวชเอาชายผ้าเหลืองให้พ่อกับแม่ได้เกาะขึ้นสวรรค์ ไม่อย่างนั้นจะไม่ยกที่นาให้ เขาก็เลยบวช แต่ต้องอยู่ให้ครบเดือนไม่อย่างนั้นเป็นอันอดสมบัติ เขาร่ำๆอยากจะสึกให้ได้ แต่จนใจเพราะไม่รู้จะทำยังไง เงินทองก็ไม่มี พอเห็นเงินก้อนนี้ก็ใจเต้นแรง คืนนี้ล่ะจะสึกแล้วก็หนีไปให้พ้นๆวัดที่ทรุดโทรมลำบากแห่งนี้เสียที

            “หลวงพี่ จริงหรือเปล่าที่เขาว่ากันว่า เสือบัติมันฆ่าพ่อแม่และน้องตัวเอง”

                “จริงสิ ก็ศพครอบครัวมันก็ฝังไว้ในป่าช้าหลังวัดนี่เอง หลวงพ่อท่านสงสารเลยให้สัปเหร่อจัดการฝังให้”

                “หากผมอยากจะไปดูเสียหน่อย จะได้ไหม”

                ไอศูรย์พูดขึ้น ทั้งพระทั้งโอภาสหันมามองเขาเป็นตาเดียว โอภาสกลืนน้ำลายลงคอมองคุณชาย

                “อยากดูรึ จะดูไปทำไม น่าดูเสียทีไหน ป่าช้าผีตายโหงผีไม่มีญาติที่ฝังหลังวัด”

 แม้แต่พระหนุ่มรูปนี้เองก็ยังไม่อยากย่างกรายผ่านด้วยซ้ำ มีเพียงสัปเหร่อที่อาศัยปลูกเพิงพักอยู่หลังวัดฝากท้องกับข้าววัดเท่านั้นที่อยู่แถวนั้น

                “ไหนๆก็มาแล้ว ได้ยินเสียงเล่าเสียงลือเรื่องเสือบัติมามาก เลยอยากเห็นกับตาก็เท่านั้น ไม่มีอะไรหรอก” ไอศูรย์บอกแล้วยิ้มจนเห็นฟันขาวท่ามกลางแสงตะเกียงวับแวม พระหนุ่มวัยรุ่นกลืนน้ำลายลงคอ เห็นแก่ปัจจัยก้อนใหญ่ที่ได้มา พยักหน้า

                “ได้สิ อาตมาจะพาไปเอง แต่ไม่เข้าไปด้วยหรอกนะ คือ... พรุ่งนี้อาตมาต้องตื่นตั้งแต่ตีสี่”

                พระหนุ่มลุกถือตะเกียงแล้วก็เดินนำไปด้านหลังกุฏิ ทางเดินค่อนข้างเฉอะแฉะและมีหญ้าขึ้นสูงเกือบท่วมเข่า เวลาเดินเกิดเสียงสวบสาบ ดวงจันทร์ซ่อนอยู่หลังเมฆ คืนนี้เลยยิ่งมืด มีเพียงแสงสว่างจากตะเกียงในมือของพระที่เดินนำหน้าเท่านั้น โอภาสเองแม้จะเป็นชายฉกรรจ์รูปร่างล่ำสัน นิสัยใจคอเข้มแข็งก็ยังอดขนลุกซู่ไม่ได้ ตอนที่เดินมาถึงด้านหลังวัด กลิ่นเหม็นสาบโชยกึก ชวนให้คิดว่ามันอาจจะโชยจากหลุมใดหลุมหนึ่งในเนินดินด้านหน้าที่สัปเหร่อกลบไม่ดี โอภาสย่นจมูก แอบเหลือบมองชายหนุ่มที่ยืนข้างตนเอง เห็นอีกฝ่ายสีหน้าไม่เปลี่ยนแม้แต่น้อยก็อดทึ่งไม่ได้ เขาเลยพยายามปรับสีหน้าเป็นไม่แยแสเลียนแบบหม่อมราชวงศ์ไอศูรย์บ้าง แต่พอเสียงหมาหอนดังขึ้นแทรกเสียงจักจั่นและอึ่งอ่าง โอภาสก็ห่อไหล่ทันที กระทั่งคนในผ้าเหลืองที่ถือตะเกียงยืนด้านหน้าก็ยังอดถอยเท้ามายืนข้างๆพวกเขาไม่ได้

                “ตรงไหนคือหลุมของครอบครัวเสือบัติครับ” ไอศูรย์ถาม

                “ไม่รู้เหมือนกัน อาต... อาตมาไม่ค่อยได้มาแถวนี้ แล้ว... แล้วพวกศพไม่มีญาติศพตายโหงเยอะเหลือเกิน บ้านเสือบัติฝังที่นี่ตั้งนานแล้ว อะ... อาตมาไม่รู้หรอกว่าหลุมไหน โยมเห็นแค่นี้ก็น่าจะพอใจแล้ว”

                พระหนุ่มบอกแล้วก็บุ้ยปากไปทางเพิงเล็กๆอยู่ใต้ต้นมะกอก “นู่น สัปเหร่อ อยากรู้ก็ถามเอาเองก็แล้วกัน อาตมากลับล่ะ”

                แล้วก็เดินแกมวิ่งกลับไปทางเดิมทันที

                “อ้าว... หลวงพี่ จะอยู่ให้อุ่นใจว่ามีพระมาด้วยหน่อยก็ไม่ได้” โอภาสร้อง

                “เอาอะไรกับเด็กหนุ่มที่บวชเพราะจำยอมเล่า โอภาส” คนที่ยืนอยู่ข้างๆบอกเสียงเรียบ  “มาเถอะ ไปหาสัปเหร่อกัน”

                “ทำไมเราไม่มาตอนกลางวันครับคุณชาย” โอภาสครวญ

                ไอศูรย์หยิบไฟแช็กออกมา อาศัยแสงสว่างจากเปลวไฟเล็กๆเดินลัดเลาะไปยังเพิงสร้างหยาบๆที่ปลูกอยู่ใต้ต้นมะกอกป่า เขาเห็นเงาตะคุ่มของคนนอนบนแคร่ กรนเสียงดังลั่น ขนาดที่เขากับโอภาสเดินมาถึงตัว คนนอนก็ยังไม่ตื่น กลิ่นละมุดสุกเหม็นคละคลุ้งไปทั่ว 

                “ลุง ลุง” โอภาสเรียก อีกฝ่ายครางอืออาแล้วจึงค่อยๆขยับตัวลุก พอหันมาเห็นคนแปลกหน้าสองคนก็ทำท่างุนงงและตกใจ

                “อ้าว... พวกมึงเป็นใคร มาหากูทำไม” ชายวัยสี่สิบกว่าปี ปล่อยผมยาวรุงรัง สวมสร้อยคอเป็นลูกประคำสีดำห้อยพระเครื่องไว้ถามเสียงแหบฟังแทบไม่รู้เรื่อง

                “ลุงเป็นสัปเหร่อวัดนี้ใช่ไหม ฉันกับพี่ชายอยากจะรู้ว่า หลุมฝังศพพ่อแม่ไอ้เสือบัติอยู่หลุมไหน ลุงพอจะบอกได้หรือเปล่า”

                “หลุมฝัง? นี่พวกมึงไม่มีอะไรจะทำกันแล้วเรอะ ถึงจะพากันมาดูหลุมฝังผีตายโหงกัน”

                ชายผมยาวถามพลางหัวเราะเสียงแหบ เขาขากเสมหะถ่มลงพื้นแล้วลุกยืนโงนเงน เสื้อที่สวมเปิดออกให้เห็นรอยสักเต็มหน้าอก และรอยสักที่กระเดือกก็ขยับตามการพูดของเขา

                “เออ กูนี่แหละ สัปเหร่อมี สัปเหร่อที่เก่งที่สุดของที่นี่โว้ย พวกมึงจะมาดูหลุมพ่อแม่ไอ้บัติมันทำไม”

                “พวกฉันเป็นคนที่อื่น ผ่านมาแถวนี้แล้วได้ยินกิติศัพท์เสือบัติ อยากรู้ว่าไอ้ที่เขาบอกว่า เสือบัติฆ่าพ่อแม่ตัวเองนั่นจริงหรือเปล่า”

                “โฮ้ย ฆ่าเค่ออะไรกัน ไอ้เหี้ยเอ๊ย... พวกมันก็ฟังกันมาปากต่อปากแล้วเอาไปพล่ามต่อ ไอ้บัติมันเป็นคนดีจะตายห่า หมามันยังไม่เตะ มีเหรอจะกล้าฆ่าพ่อฆ่าแม่มัน”

                สัปเหร่อที่ชื่อมีพูดแล้วถ่มน้ำลายลงพื้นอีกครั้ง เขาเดินตัวโงนเงน มายืนหน้าไอศูรย์ เอามือปัดผมที่เหนียวหนึบและเกาะกันเป็นกลุ่มๆไปด้านหลัง เพ่งสายตามองชายหนุ่มอย่างเอาจริงเอาจัง

                “ตำรวจเรอะ มึงน่ะ”




ยุค 1957 หรือยุค 60 เป็นยุคที่การแต่งตัวแนว  ว่าเป็นแนว "Mod look" (แนวม้อด)
Mod look = มินิสเกิร์ต  หรือเดรส  สีเมทัลลิก ถุงน่องหลากสี   โดยรวมสีสันจัดจ้าน  ลายแนวเรขาคณิต
ถ้าสาวหวานหน่อยก็จะเสื้อคอบัวกระโปรงบานคลุมเข่า เสื้อคอเต่า สีสันสดใส 


แต่ถ้าตามชนบทห่างไกลพระนคร สาวๆยังสวมผ้าถุง เสื้อธรรมดา บ้างก็เปลือยอกให้นมลูกเป็นเรื่องปกติค่ะ อ้างอิงจากคำบอกเล่าของคุณย่า 

เย็นมาจุดยาสูบนั่งให้นมลูกที่หัวกระไดบ้าน เปลือยโทงเทงให้ลูกคาบเล่นเสียข้างหนึ่ง อีกข้างก็ปล่อยไว้อย่างนั้น ไม่ต้องกลัวใครเห็นเพราะบ้านปลูกห่างกัน ป่าทั้งนั้น ด้านล่างคนเป็นผัวก็ก่อไฟสุมไล่ยุงให้วัว 

เวลาพ่อทำนาต้องไถนาด้วยวัว ก็ขุดเอาแห้วบ้าง กระจับบ้าง จากใต้ดินขึ้นมา เด็กก็วิ่งไปเก็บกันเกรียวกราว 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 238 ครั้ง

610 ความคิดเห็น

  1. #577 sathkac (@sathkac) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2561 / 09:06
    รอนะคะชอบคะ
    #577
    0
  2. #576 a-puggy kwan (@kwan-story) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2561 / 21:10
    มันค้างคาา อยากจิอ่านต่อมากๆ
    เป็นมายังงัยหนอ ใครฆ่าครอบครัวเสือบัตินี่ มีใครโยนให้เป็นแพะกัน อยากรู้ๆ
    #576
    0
  3. #575 Barbara13 (@paning13) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2561 / 19:11
    นี่ไง ปากชาวบ้านลือกันไป คนจนๆตำรวจก็ไม่อยากตามเรื่องราว
    #575
    0