เจ้าช่อปาหนัน

ตอนที่ 1 : ปาหนันช่อน้อย กรุ่นกลิ่นลอยตามสายลม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,982
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 186 ครั้ง
    20 พ.ค. 61

นิยายเรื่องนี้เริ่มแต่งตั้งแต่ปี 2559 แล้วนักเขียนก็ดองไว้เกือบสามปีเลยทีเดียว ตอนนี้เลยกลับมาลงเนื้อหาใหม่ค่ะ และตั้งใจจะเขียนให้จบในปี 2561 นี่แหละ 

ขอบคุณที่ยังติดตามกันนะคะ คราวนี้จะไม่ทิ้งให้รอเก้อค่ะ 
*************************************************************

เสียงเพลง Heartbreak Hotel ดังจากเครื่องวิทยุใหม่เอี่ยมที่วางอยู่บนตั่งไม้ขนาดเล็ก และก้องอยู่ภายในบริเวณลานหน้าบ้านไม้สองชั้นหลังใหญ่นั้นทำให้หญิงกลางคนที่สวมเสื้อคอเชิ้ตปกกว้างสีเหลืองขมิ้นสะดุ้งตื่นจากการงีบกลางวันของนาง ใบหน้าที่กลมจนมองไม่ออกว่าตรงไหนคือแก้ม และตรงไหนคือคางหันรีหันขวางอย่างตกใจ 

อะไรกัน นี่มันเสียงอะไรกัน ดังลั่นขนาดนี้ ระวีร้องอย่างไม่พอใจ นางเพิ่งจะได้เอนหลังงีบกลางวันเมื่อตอนบ่ายแก่ๆ หลังกลับจากบางลำพูกับลูกสาว กำลังหลับสบายรับลมโชยจากพัดลมทองเหลืองที่ตั้งอยู่ปลายเท้า ก็ต้องสะดุ้งตื่นเพราะเสียงเพลงรบกวน เพลงพวกฝรั่งที่นางไม่ชอบอยู่เป็นพื้นเสียด้วย ไหน เสียงอัปรีย์นี่มันมาจากที่ไหน

ระวีร้องอย่างโมโห ลุกจากตั้งไม้ที่นอนอยู่แล้วก็มองหาต้นเสียง ก่อนจะทำหรี่ตามองไปด้านหน้า นางนอนอยู่ชั้นบน เสียงเพลงดังนั่นมาจากชั้นล่าง หญิงกลางคนเลยรีบเดินเร็วๆ ออกจากห้องนอนของตนแล้วซอยเท้าลงบันได หวังจะไปเอาเรื่องคนที่เปิดเพลงรบกวนตนเอง แม่จะด่าให้กินข้าวไม่ลงไปสามวันเจ็ดวันนี่คงเป็นนังแป้นเด็กในบ้านแน่ แอบเปิดวิทยุอีกแล้ว 

ไหนๆ ลูกอีพ่อแม่คนไหนไม่สั่งสอน ถึงได้เปิดเพลงภาษาปะกิดดังลั่นไปทั้งคุ้ง สามบ้านแปดบ้าน นู่น อยากจะฟังเพลงปะกิดไปนอนฟังแถวตรอกนางเล้ง ไม่ก็ไปนู่นเลย อู่ตะเภารับรองได้ร้องได้ฟังเพลงพวกนี้แน่

คำผรุสวาทนั่นความหมายรุนแรงตามนิสัยของนางระวี ร่างท้วมของหญิงวัยกลางคนเดินฉับๆออกมาด้านนอกตามเสียงของตน ก่อนจะอ้าปากค้างเมื่อเห็นว่าบริเวณลานบ้านด้านล่างนั้น คนที่ตนเองเพิ่งด่าอย่างเผ็ดร้อนไปไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นหญิงสาวหน้าตาประพิมพ์ประพายคล้ายตนเองวัย 19 ปี นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ข้างตั่งเล็กๆ ซึ่งมีวิทยุยี่ห้อซิลเวอร์เครื่องใหม่เอี่ยมเปิดเพลงดังสนั่นอยู่ เจ้าหล่อนทำตาโตกับคำด่าทอยาวเหยียดที่มารดาตนเองกรีดเสียงใส่

แม่ ด่ารุ้งทำไม

รุ้งรำไพทำเสียงสูง เธอกระแทกขวดน้ำส้มในมือลงบนตั่งข้างวิทยุอย่างแรง ใบหน้างอง้ำ คิ้วที่เขียนไว้โก่งโค้งเหมือนคันศรย่นยู่ ริมฝีปากที่แต้มจุดสีดำแต่งให้เหมือนไฝเม็ดเล็กเหนือริมฝีปาก เพื่อให้เหมือนดาราสาวฝรั่งที่กำลังดัง และสาวๆทั้งพระนครแต่งกายเลียนแบบเบะออก คนเป็นแม่หน้าเจื่อนลง ก็ไม่คิดว่าคนที่เปิดเพลงจนดังลั่นบ้านจะเป็นลูกรักของตนเสียเอง ดูสิ แล้วนางก็ด่าพ่อล่อแม่ไปเสียเยอะเชียว นางยกมือแตะผมตัวเองที่เพิ่งไปทำมาแล้วก็พูดเสียงอ่อน  รุ้งรำไพเป็นลูกรัก เป็นลูกคนเดียว ที่ระวียอมลงให้ นอกนั้นต่อให้เป็นใครหน้าไหนก็ช่าง คนอย่างระวีไม่เคยเกรง จะด่าจะตบตี ขอให้มาสินางสู้ทั้งนั้น เป็นเรื่องเล่าลือเกี่ยวกับตัวนางตั้งแต่สมัยเป็นแม่ค้าพายเรือขายขนมอยู่บางนกแขวกที่สมุทรสงครามแล้ว คนเขารู้กันทั้งบางว่าอีหวี ลูกนางวาด ปากคอเราะราย นิสัยหยาบกระด้าง มีดีอยู่อย่างเดียวคือรูปโฉม สมัยนางสาวๆ วัยเดียวกับรุ้งรำไพลูกสาวตนในวันนี้ นางรูปร่างอรชรอ้อนแอ้น ปากนิดจมูกหน่อย และมีผิวขาวเพราะว่ามารดามีเชื้อทางเหนือ แถมเจ้าตัวก็รู้ว่าเป็นคนผิวสวยเลยหมั่นดูแลหมั่นถนอม สมุนไพร ขมิ้น มะขามเปียก นางพอกได้เป็นวันๆ ความจิ้มลิ้มพริ้มเพราของนางเลยทำให้ตนเองเป็นแม่ค้าขนมเรือพายที่หนุ่มๆติดกันให้เกรียวไปทั้งคุ้งคลอง ทั้งบางนกแขวกเชียว ยังดีที่เจ้าตัวเป็นคนฉลาดเลือก จึงสามารถหาสามีได้ดิบได้ดี ย้ายจากสมุทรสงครามมาอยู่พระนคร เปลี่ยนชื่อเสียใหม่ให้เหมาะกับฐานะและผัวเป็นระวี

แม่ไม่ได้ตั้งใจเลยจ้ะลูก แม่แค่สะดุ้งตกใจเสียงเพลงของหนูเท่านั้นเอง

แม่ด่าจนรุ้งขวัญหายหมดแล้วล่ะ รุ้งรำไพค้อนปะหลับปะเหลือก ก่อนจะสะบัดหน้าไปอีกทางจนต่างหูสีน้ำเงินของตนเองแกว่งไกว

ว่าแต่หรี่เสียงลงหน่อยดีกว่าไหม แม่ว่ามันดังไปนะรุ้ง

ถ้าหรี่แล้วข้างบ้านเขาจะรู้หรือคะแม่ ว่าบ้านเรามีวิทยุฟัง รุ้งรำไพบอกพลางถอนหายใจออกมา คนเป็นมารดาเบิกตาโตนิด แล้วก็ยืดคอมองข้างรั้วไปดูบ้านที่อยู่ติดกัน ก่อนจะฉีกยิ้มกว้างออกมา แล้วเอ่ยชม

จริงสิ แม่ลืมคิดเรื่องนี้ไปเลย ลูกแม่หัวแหลมที่สุด เปิดให้ดังเลยลูกรุ้งจ๋า เอาให้เขารู้กันทั้งตรอกว่าบ้านเรามีวิทยุใหม่ใช้ ราคาหลายตังค์ รุ้งรำไพยิ้มรับพลางยื่นมือมาเร่งเสียงเพลงให้ดังขึ้นอีก ระวียิ้มแย้มก่อนจะนึกขึ้นได้ แต่เดี๋ยวก่อนลูก เราเปลี่ยนไปฟังเพลงอื่นได้ไหม เพลงภาษาปะกิดอะไรพวกนี้ แม่ฟังแล้วปวดหู

แม่... เอาอีกแล้ว รุ้งเปิดเพลงของเอลวิส เพราะว่าอยากให้พวกข้างบ้าน แถบนี้ทั้งแถบรู้ว่ารุ้งฟังรู้เรื่อง

อ้อ... อ๋อ ระวีลากเสียงยาว ยิ้มให้ลูกสาวกับเหตุผลที่อีกฝ่ายยกมาอ้าง นางมองบุตรีเพียงคนเดียวของตนเองอย่างรักและเอ็นดู ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้อีกตัวแล้วมองวิทยุทรานซิสเตอร์ตัวใหม่เอี่ยม ที่เพิ่งออกมาวางขายในพระนครได้ไม่ถึงเดือน ด้วยราคาแพงหูฉี่แล้วเหมือนนึกขึ้นได้ แล้วนี่ แม่ปาหนันไปเสียแล้ว แม่ยังไม่เห็นแม้แต่เงามันเลย

จะไปที่ไหนได้... ก็นอนหลับอยู่บนบ้านไง บ่ายคล้อยแล้วแท้ๆแต่ยังไม่ยอมตื่นนอนอีก

รุ้งรำไพพูดเสียงเล็กเสียงน้อย ทำให้ระวีเบือนสายตามองขึ้นไปตรงหน้าต่างของบ้านที่อยู่ชั้นสอง นางขมวดคิ้ว จะนอนได้ยังไง เสียงเพลงดังลั่นออกขนาดนี้ นี่ขนาดนางเองงีบอยู่ในห้องยังต้องสะดุ้งตื่น แล้วคนที่หลับอยู่ในห้องซึ่งหน้าต่างตรงกับลานบ้านด้านล่าง ที่รุ้งรำไพเปิดเพลงเสียงดังไปสามบ้านแปดบ้าน จะยังหลับได้อยู่อีกหรือ

ก็สันหลังยาวอย่างนี้ไงล่ะ ถึงไม่ได้เจริญสักที

ระวีบ่นพึม ก่อนจะลุกเดินฉับๆออกมาจากตรงที่นั่งอยู่ นางเดินกลับเข้ามาในบ้านแล้วดิ่งขึ้นบันไดไปยังชั้นสอง ห้องนอนที่ตนเองผลุนผลันวิ่งออกมาอยู่ริมบันได แต่ห้องนอนที่ตนเองกำลังจะไปหานั้นอยู่อีกด้านหนึ่ง บานประตูไม้ปิดสนิทและก็ลงกลอนเมื่อนางลองดันให้เปิด ระวีทำเสียงในลำคอแล้วก็แบมือตบประตู

ปาหนัน ปาหนัน ได้ยินเสียงน้าไหม ปาหนัน แม่ช่อปาหนัน!” นางทั้งตบประตูทั้งตะโกนพร้อมกัน แข่งกับเสียงเพลงของหัวแก้วหัวแหวนที่เปิดดังอยู่ด้านล่าง ระวีตบประตูแรงขึ้นจนบานไม้สะเทือนตามน้ำหนักมือ ดังนั้นเมื่อคนที่อยู่ด้านในเปิดออก นางเลยเซไปด้านหน้าเพราะเสียหลัก ยังดีที่ไม่ลงไปคลุกฝุ่น เพราะว่าเกาะผนังด้านข้างไว้ทัน นางมองคนที่เปิดประตูแล้วก็อ้าปากจะด่าตามนิสัย ทว่าสีหน้าของคนที่ยืนด้านในทำให้ระวีต้องหุบปากลงทันควัน หากจะบอกว่านางยอมลงให้รุ้งรำไพลูกสาวเพราะว่าความรัก ก็ต้องบอกว่านางยอมลงให้กับคนที่ยืนอยู่หน้าตนเองอีกคนหนึ่งเพราะว่าความเกรง มันเป็นความรู้สึกที่ฝังในใจของระวีมาตั้งนานแล้ว ตั้งแต่ตอนที่ตนเองย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ หลังหอบผ้าหอบผ่อนหนีตามผู้ชายหน้าตาหล่อเหลา ทิ้งบางนกแขวกไว้เบื้องหลังอย่างไม่อาลัยแม้แต่นิดเดียว

มีอะไรกับฉันหรือคะ น้าระวี

เอ่อ ไม่มีอะไรกับเธอหรอก เพียงแค่เห็นว่านี่มันบ่ายคล้อยแล้ว กลัวว่าจะหลับยาวไปจนค่ำแล้วตื่นมาเธอจะปวดหัวปวดเกล้าเอาได้ ก็เลยมาเรียก

อ้อ... อย่างนั้นหรอกหรือ ขอบคุณน้าระวีมากๆนะคะที่เป็นห่วงฉัน แต่ฉันไม่ได้นอน ฉันอ่านหนังสืออยู่ค่ะ

ระวีชะเง้อมองข้ามไหล่หญิงสาวที่ยืนตรงหน้าเข้าไปในห้องส่วนตัวของเธอ แล้วก็เห็นว่าตรงโต๊ะไม้ริมหน้าต่างนั้นมีหนังสือกางอยู่จริงๆ อ้อ... อย่างนั้นหรอกรึ น้าเข้าใจผิดน่ะ

เสียงเพลงดังออกอึกทึกปานนั้น ฉันนอนได้ก็ไม่ใช่คนแล้วล่ะค่ะ น้าระวีช่วยบอกให้รุ้งเขาลดเสียงวิทยุลงหน่อยนะคะ เสียงบอกนั้นเรียบเรื่อย ไม่ได้อ่อนหวาน แต่การมีคำลงท้ายและการพูดช้าๆก็ทำให้ประโยคดูไม่ห้วนจนเกินไป ระวีพยักหน้า นางมองผู้หญิงที่ยืนตรงหน้าตนเองแล้วก็สูดหายใจแรง หญิงสาวที่ตนเองเรียกว่าปาหนันนั้น มีชื่อว่าช่อปาหนัน เป็นลูกสาวติดสามีของนางเอก ตอนที่ระวีในคราบแม่หวี สาวน้อยอดีตแม่ค้าขนมหวานหอบผ้าตามมาอยู่กินกับพ่อของเธอนั้น ช่อปาหนันเพิ่งจะอายุได้ขวบเดียว แม่ของเธอป่วยตายด้วยไข้จับสั่นตั้งแต่ช่อปาหนันยังตั้งไข่ไม่ได้ ย่าของเด็กหญิง หรือแม่สามีระวี หญิงกลางคนหน้าตาเหมือนมีคนเอาเตารีดไปรีดไว้ เรียบตึงและตาดุเหลือเกิน คุณนายประยงค์เป็นคนรับเลี้ยงดูหลานกำพร้าแทนมารดา ไอ้สาเหตุที่ระวีรู้สึกเกรงลูกเลี้ยงสาวอาจจะเป็นเพราะเรื่องนี้ก็ได้ ช่อปาหนันโดนเลี้ยงดูมาด้วยมือของแม่ผัวที่ตนเองกลัว ไม่กล้าแม้แต่สบตาด้วย เกรงทั้งบารมี ทั้งฝีปากเชือดเฉือน และทั้งนิสัยของคุณนายประยงค์ที่พูดคำไหนคำนั้น เคยสั่งให้สามีนางตบปากนางเพราะว่านางแอบเรียกลูกเลี้ยงว่าอีให้อีกฝ่ายได้ยิน สามีนางก็ช่างกระไร แม่สั่งก็ลนลานทำตาม ตอนนั้นนางทั้งแค้นทั้งกลัว เลยเป็นอันไม่กล้าสู้ไม่กล้าออกงิ้วกับแม่ผัวตัวเองเสมอมา แล้วช่อปาหนันก็ได้ดวงตาถอดย่าไม่มีผิด ซ้ำยังมีท่าทางบุคลิกเหมือนกันราวกับแกะมาจากพิมพ์เดียวกันแบบนี้ ทั้งวิธีมอง วิธียิ้ม จะไม่ให้นางรู้สึกเกรงได้ยังไง อย่างมากก็แค่แอบบ่นแอบค่อนต่อหน้ารุ้งรำไพเท่านั้น เพื่อไม่ให้ลูกรู้ว่าตนเองเกรงแสนเกรงลูกเลี้ยงคนนี้ยังกับอะไรดี

น้าระวีหมดธุระกับฉันหรือยัง ฉันจะอ่านหนังสือต่อให้จบค่ะ

เสียงเย็นๆของลูกเลี้ยงทำให้ระวีที่มัวคิดอะไรเพลินสะดุ้ง นางกระแอมก่อนจะกลอกตา แล้วก็พยักหน้าพยายามรักษาท่าไม่ให้เสียต่อหน้าอีกฝ่าย อ่านต่อเถอะ จะสอบครูอีกไม่นานไม่ใช่หรือเกิดสอบตกเอาจะขายขี้หน้าเขาเอาได้

ระวีแกล้งพูด นี่แหล่ะ เวลาอารมณ์อยากลองเอาชนะคะคานตามประสาผู้หญิงแวบเข้ามา นางก็อดจะเหน็บเอาแบบนี้ไม่ได้

ขายขี้หน้า คิ้วสีดำที่โก่งโค้งเหมือนคันธนูของผู้หญิงวัย 21เลิกขึ้น ก่อนริมฝีปากอวบอิ่มจะคลี่ยิ้ม เรายังมีขี้หน้าเหลือให้ขายหรือคะ ฉันคิดว่าหมดไปตั้งแต่ตอนที่รุ้งรำไพไม่ยอมเรียนต่อให้จบมอศอสาม แต่ร่ำร้องจะไปสมัครเป็นนางเอกภาพยนตร์และเอาแต่วิ่งตามไปดูดาราในดวงใจแล้วเสียอีก เรายังมีขี้หน้าเหลือให้ขายหรือคะ ฉันคิดว่าหมดไปตั้งแต่ตอนที่รุ้งรำไพไม่ยอมเรียนต่อให้จบมอศอสาม แต่ร่ำร้องจะไปสมัครเป็นนางเอกภาพยนตร์และเอาแต่วิ่งตามไปดูดาราในดวงใจเสียแล้วซะอีก

นั่นไง ปากแบบนี้ไง ปากแบบที่ถอดคุณนายประยงค์มาไม่มีผิดเพี้ยน เหน็บได้เจ็บลึกดีแท้ สมัยนี้ใครๆก็เรียนแค่... แค่นี้ทั้งนั้นแหล่ะค่ะ ส่วนมากสาวๆวัยรุ่นก็มักจะไปเรียนตัดผ้า ตัดชุดกัน นี่น้าว่าจะส่งรุ้งไปเรียนตัดเสื้อให้เป็นเรื่องเป็นราวค่ะ นี่ว่าจะลอง... ลองตัดวันนี้เลย

อ้อ... ถ้าอย่างนั้นผ้าตั้งมากมายที่ไปซื้อมาวันนี้ก็เอามาให้รุ้งหัดตัดเย็บสินะคะ ช่อปาหนันย่นคิ้วมองแม่เลี้ยงของตัวเอง เมื่อตอนก่อนบ่าย เธอนั่งอ่านหนังสือตรงโต๊ะริมหน้าต่าง เลยเห็นระวีและรุ้งรำไพหอบข้าวของลงจากรถสามล้อถีบตั้งมากมาย

ใช่จ้ะ ระวียิ้ม ทั้งที่จริงๆแล้วผ้าพวกนั้นนางและลูกไปซื้อมาเพื่อจะเอาไปให้ร้านประจำตัดให้ต่างหาก แต่ทำยังไงได้คุยโวไปแล้วก็ต้องดั้นไปให้สุดทางสิ

เก่งจริงน้องสาวฉัน นี่คิดจะตัดเสื้อทั้งที่บ้านเราไม่มีจักรเย็บผ้าสักเครื่อง คงจะเย็บมือเอาสินะ ดีเหมือนกันค่ะ เดี๋ยวยังไงตอนลงเข็มแรก ฉันจะไปดูนะคะ น้าระวีถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันจะอ่านหนังสือต่อ รบกวนน้าลงไปบอกให้รุ้งหรี่เสียงวิทยุลงหน่อยนะคะ เปิดดังไปก็ไม่ได้ประโยชน์อะไร รุ้งฟังไม่รู้เรื่องอยู่แล้ว

ระวีเดินกระแทกเท้าออกไปแล้ว และคงจะดิ่งลงบันไดไปบอกลูกสาวข้างล่างเรื่องที่เธอพูดไปเมื่อครู่ หญิงสาวเจ้าของเรือนร่างบอบบางปิดประตูห้องลงกลอนเช่นเดิม ถอนหายใจออกมายาวๆอย่างเอือมระอา นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอต้องใช้คำพูดทำนองนี้กับแม่เลี้ยง อันที่จริงช่อปาหนันก็ไม่อยากจะพูดจาแบบนี้กับระวีหรอกนะ แต่ว่าถ้าไม่ทำเธอก็คงมีหวังอยู่บ้านนี้อย่างไม่สงบสุขไปจนตายแน่ คุณย่าของเธอเป็นคนบอกไว้เอง ตั้งแต่สมัยที่เธอโตพอจะรับรู้เรื่องราวของผู้ใหญ่แล้ว

คนบางประเภทอย่าไปลงให้มาก โดยเฉพาะคนที่มีสันดานเหมือนขี้กลากอย่างแม่หวี ยิ่งเราลงให้ก็ยิ่งลาม หนักเข้าจะมาเหยียบกลางกบาลเราให้ จำไว้นะปาหนัน

เห็นจะจริงอย่างที่คุณย่าบอก นี่ขนาดเธอไม่ได้เป็นลูกเลี้ยงหัวอ่อนให้ข่ม ระวียังพยายามจะกดเธอลงอยู่เนืองๆ ทั้งเหน็บบ้าง ค่อนขอดบ้าง นี่หากเธอยอมเสียทุกอย่าง ป่านนี้คงแย่ไปแล้ว ช่อปาหนันเดินกลับมานั่งที่โต๊ะหนังสือของตัวเอง ตำราเรียนหนาหลายเล่มวางซ้อนกันอย่างเป็นระเบียบ นิ้วเรียวยาวและขาวสะอาดตาขยับไปเปิดหน้ากระดาษที่อ่านค้างอยู่ และกระดาษสาแผ่นหนาสอดคั่นหน้าไว้อยู่เพื่ออ่านตำราต่อ สำลีก้อนเล็กสองก้อนวางบนโต๊ะ เมื่อกี้เธอเปิดประตูช้าก็เพราะเจ้านี้อุดในหูของตนเอง เพราะถ้าไม่ทำอย่างนั้นเสียงเพลงของรุ้งรำไพคงรบกวนสมาธิในการอ่านตำราเธอแน่นอน ช่อปาหนันเอามือเกลี่ยเส้นผมที่ข้างแก้มเหน็บหลังใบหูอ่อนบางของตน เธอไว้ผมยาวมากนับแต่เด็กแล้ว คุณย่าประยงค์หวงผมของหลานสาวจนคนในบ้านรู้กันดี นอกจากเอากรรไกรเล็มปลายแล้ว นางไม่เคยยอมให้ช่อปาหนันตัดผม ช่อปาหนันมีผมสีดำสนิท ดำแบบที่เรียกว่าดำราวขนนกกาน้ำ เงางามและมีน้ำหนักเนื่องจากคนเป็นย่าหมั่นชะโลมบำรุงด้วยน้ำมันมะกอกทุกสองหรือสามวัน เรือนผมของช่อปาหนันเหยียดตรง และส่ายไหวยามเจ้าตัวขยับกายทำอะไร เหมือนมีม่านไหมคลุมแผ่นหลังลงมาจรดสะโพกผายของเธอตลอดเวลา ถ้าช่อปาหนันเป็นหลานรัก รุ้งรำไพก็คงเป็นหลายชัง คุณนายประยงค์ไม่ค่อยได้อุ้มชูเด็กหญิงคนน้องสักเท่าไหร่ แม้จะไม่รังเกียจอะไรแต่ไอ้จะเรียกมากอดมาหอมนี่ไม่มี คงเป็นเพราะว่าระวีลูกสะใภ้นั้น เลี้ยงลูกสาวของตนเองไม่ยอมให้แม่ผัวยื่นมือมาช่วย แม้แต่ผ้าอ้อมที่แม่ผัวส่งให้ ยังแอบบ่นว่าเป็นแค่ผ้าสาลูเนื้อกระด้าง ต้องรบเร้าให้สามีไปหาผ้าสำลีเนื้อหนามาใช้เป็นผ้าอ้อมแทน ความเรื่องมากและหัวสูงเกินพื้นเพกำเนิดของระวีทำให้คนอย่างคุณนายประยงค์รำคาญ นางเลยไม่แตะต้องลูกของระวี อยากเลี้ยงยังไง คุณนายประยงค์ที่เป็นหญิงกลางคนในขณะนั้นก็ได้แต่บอกว่า ช่างหล่อนเถิดยู่แค่สามคำ ผลคือถ้าช่อปาหนันถอดบุคลิกของคนเป็นย่ามา รุ้งรำไพก็ถอดทุกอย่างของคนเป็นแม่มาเช่นกัน มือที่เปิดหน้ากระดาษของช่อปาหนันชะงัก เมื่อเสียงเพลงแผดดังยิ่งกว่าเก่า เธอถอนหายใจแรงๆ ไม่ต้องสงสัยเลย แม่เลี้ยงเธอคงจะลงไปบอกลูกสาวแล้วว่าเธอพูดว่าไปยังไงบ้าง รุ้งรำไพจึงออกฤทธิ์มากกว่าเดิม เปิดเร่งความดังของเพลงมากขึ้น

เฮ้อ คนจะอ่านตำราได้แต่ถอนหายใจ แล้วก็เอื้อมมือหยิบสำลีก้อนเล็กสองก้อนที่วางไว้บนโต๊ะไม้มายัดใส่รูหูของตนเองเช่นเดิม เสียงเพลงที่เปิดดังลั่นภายนอก เหมือนจะเบาลงบ้างเมื่อได้ตัวช่วย หญิงสาวอ่านหนังสือต่อ เธอตั้งใจจะสอบเข้ารับราชกาครูในเดือนหน้า หลังจากเรียนจบมาเมื่อต้นปีจากวิทยาลัยครู หลายวันมานี้เลยเอาแต่ขลุกอยู่ในห้องไม่ได้ออกไปไหน อ่านตำราทบทวนเท่านั้น ช่อปาหนันนั่งอ่านอยู่นาน และคงกินเวลาอีกหลายชั่วโมงเพราะว่ารู้ตัวอีกที แสงสว่างในห้องก็ไม่เพียงพอให้อ่านตำราแล้ว หญิงสาวปิดตำราลงและสอดคั่นด้วยกระดาษสาเช่นเดิม เผื่อคราวหน้ามาอ่านต่อจะได้หาเจอหน้าที่อ่านค้างได้ง่ายๆ

พี่ปาหนันคะ พี่ปาหนัน

เธอเพิ่งจะหยิบเอาสำลีออกจากหูพอดี ตอนที่ประตูห้องถูกเคาะ เสียงนั้นเป็นเสียงของแป้น ลูกของป้าแตน คนเก่าคนแก่ที่อยู่ในบ้านนี้มานาน อาศัยบ้านหลังเล็กๆที่ปลูกด้านหลังบ้านไม้สองชั้นหลังใหญ่ของช่อปาหนันอีกทีหนึ่ง

รอเดี๋ยวนะแป้น หญิงสาวร้องบอกพลางลุกยืน บิดขี้เกียจไล่ความเมื่อยล้าจากการคร่ำเคร่งอ่านตำรามานาน ก่อนจะเดินมาถอดกลอนเปิดประตูห้องให้อีกฝ่าย ใบหน้ากลมแป้นสมชื่อของคนที่ยืนหน้าประตูยิ้มให้ช่อปาหนัน

ข้าวเย็นค่ะ พี่ปาหนัน จะให้หนูยกมาให้ที่ห้องเลยไหมคะ
               “ไม่เป็นไรหรอกจ้ะแป้น เดี๋ยวพี่ลงไปกินข้างล่างเอง”  

ค่ะ เด็กสาวที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับน้องสาวต่างมารดาของเธอรับคำ สองสามวันมานี้แป้นช่วยยกข้าวมาให้ในห้องเพราะรู้ว่าเธอหักโหมอ่านหนังสือ ช่อปาหนันเหนียวตัวไม่น้อย เธอมองนาฬิกายังเหลือเวลาอีกราวๆห้านาที อาบน้ำให้เย็นตัวหน่อยก็คงทัน

รุ้งรำไพนั่งเอาส้อมเขี่ยปลากรายในจานไปมาก่อนจะตักกิน เธอเป็นหญิงสาววัย 19 ปี เพิ่งข้ามความเป็นเด็กสาวมาไม่นานแต่กลับแต่งหน้าด้วยเครื่องสำอางเสียจนดูอายุมากเกินจริง เธอสวมเสื้อคอสี่เหลี่ยมสีเหลืองสดลายจุดสีชมพู กระโปรงพองบานแบบสมัยนิยม เป็นชุดที่เพิ่งตัดจากร้านเสื้อในตลาดได้มาหมาดๆเมื่อสองสามวันก่อน ต่างหูสีน้ำเงินตัดกับชุดอย่างที่สาวๆนิยม ที่โต๊ะอาหารมีแม่ของเธออีกคนนั่งร่วมโต๊ะ ระวีกำลังตักข้าวเพิ่มเป็นจานที่สอง อันที่จริงแป้นบอกแล้วว่าเดี๋ยวหลานรักของแม่ผัวเธอจะลงมากินข้าวข้างล่าง หลังจากทำตัวเป็นนางฟ้านางสวรรค์ให้คนยกขึ้นไปบริการถึงบนห้องมาหลายวัน แต่นางกับลูกไม่สนใจจะรอกินข้าวพร้อมกัน ลงมาช้าก็ควานช้อนกับน้ำแกงไปเถอะ แม้จะเอาชนะคะคานต่อหน้าไม่ได้ ก็ขอได้ตอดเล็กตอดน้อยด้วยเรื่องพวกนี้ก็ยังดี รุ้งรำไพเห็นอะไรแวบๆ จากหางตาเลยหันไปมอง เห็นพี่สาวต่างมารดาเดินลงบันไดมา ริมฝีปากของรุ้งรำไพบิดก่อนจะกระแทกช้อนกลางใส่ชามแกงเขียวหวานลูกชิ้นปลากรายที่ตักอยู่แรงๆ จะไม่ให้รุ้งรำไพหงุดหงิดได้ยังไง ร่างของพี่สาวอายุมากกว่าไม่กี่ปี ปรากฏตัวขึ้นเมื่อไหร่ล่ะก็ มันเหมือนบรรยากาศรอบๆจะเปลี่ยนแปลงไปทันที เป็นอย่างนี้เสมอตั้งแต่เธอยังเด็ก เช่นเมื่อหลายปีก่อนตอนได้รับเชิญไปงานเลี้ยงวันเกิดของญาติผู้ใหญ่คนหนึ่ง เมื่อสมัยที่พ่อและคุณย่าประยงค์ยังมีชีวิตอยู่ ทีแรกคนในงานต่างก็สนใจรุ้งรำไพดีอยู่หรอก แต่พอแม่พี่สาวเดินเข้ามาในบริเวณที่เขานั่งกินเลี้ยงงานบุญเท่านั้นแหล่ะ สายตาของคนในงานก็จับจ้องไปที่พี่สาวเธอเป็นตาเดียว ไม่แม้แต่จะเหลียวกลับมามองเธอเลย ช่อปาหนันเป็นคนสวย แม้จะเจ็บใจแสนเจ็บใจก็ต้องยอมรับว่า พี่สาวที่มีสายเลือดในตัวครึ่งหนึ่งเหมือนเธอเป็นคนสวยมาก รูปร่างบอบบางสมส่วน ใบหน้าของช่อปาหนันเป็นรูปหัวใจ ในขณะที่รุ้งรำไพเป็นใบหน้ารูปไข่เหมือนระวี รุ้งรำไพอาจจะมีผิวขาวเหมือนมารดา แต่ก็ขาวแบบดาษดื่นทั่วไปที่สาวๆพระนครขาวกัน แต่ช่อปาหนันผู้หญิงที่เดินมาจากบันไดแล้วก้าวช้าๆมานั่งที่เก้าอี้ว่างอีกตัวนั้นต่างไป เธอมีผิวขาวผ่องนวลเหมือนพระจันทร์ในคืนวันเพ็ญ รุ้งรำไพหงุดหงิดเหลือจำได้ไม่ลืมว่าพวกผู้ใหญ่ในงานซุบซิบกันว่า

แม่หนูช่อปาหนันนี่ผิวดอกจำปาจริงๆเลยนะ แบบนี้ใช่ไหมที่เขาเรียกเชื้อผู้ดี ได้ผิวได้กริยาของแม่มาหมด ฉันยังจำได้แม่นเลย ปาราวตีเมียคนแรกของพ่อภพน่ะ งามพิศงามพิลาศ งามแบบมองเท่าไหร่ก็มิรู้เบื่อ ยังนึกประหลาดใจไม่หาย ทำไมพอหาเมียคนที่สอง พ่อภพถึงได้หาต่างกันราวฟ้ากับเหว

ดอกจำปาอะไร ดอกทองล่ะไม่ว่า เกลียดนัก! รุ้งรำไพมองพี่สาวที่นั่งเรียบร้อยตรงเก้าอี้แล้วก็กัดปากอ่อนๆในกระพุ้งแก้ม  วันนี้ไม่ต้องให้นังแป้นเอาข้าวไปส่งที่ห้องนอนแล้วหรือคะพี่ปาหนัน

ถ้าให้เอาไปส่ง พี่จะลงมาให้เธอเห็นที่โต๊ะหรือรุ้ง ช่อปาหนันถามเสียงเรียบเรื่อย ใบหน้ารูปหัวใจนั้นนวลสะอาดตา ไม่ได้ลงแป้งเหมือนน้องสาว เปล่าหรอก ไม่ได้หมายความว่าเธอไม่รักสวยรักงาม เพียงแต่ว่าอยู่บ้านไม่ได้ออกไปไหนเลยไม่ได้แต่งหน้าทาแป้งให้เสียเวลาและเปลืองเครื่องสำอาง หญิงสาวเอนนิ้วเกลี่ยเส้นผมยาวๆที่ข้างแก้มเหน็บหู เป็นท่าทางที่ทำจนเคยชิน พอทำแบบนั้นก็เลยเผยให้เห็นแก้มเนียนละเอียด เต็มไปด้วยเลือดฝาดของวัยสาว รุ้งรำไพมองค้อน หมั่นไส้นัก แต่ก็ไม่ได้ต่อปากต่อคำต่อ แต่ตักข้าวกินอย่างประชดประชัน

               “แป้น เดี๋ยวมาเอาค่ากับข้าวไปให้ป้าแตนด้วยนะ”  คนที่กินนิดเดียวก็อิ่มรวบช้อนเข้าด้วยกันหันไปบอกกับเด็กสาวชื่อแป้น ที่ยกจานใส่มะละกอสุกเข้ามาวางให้พอดี

               “พูดถึงเรื่องค่ากับข้าว น้าว่าจะคุยกับปาหนันพอดี เรื่องเบี้ยหวัดรายเดือนของรุ้งรำไพ  ระวียิ้มแย้มทันที

               “คะ?”

               “รุ้งก็โตแล้ว ค่าใช้จ่ายเท่าเดิมที่ปาหนันเคยให้ก็เริ่มไม่พอ หนูเข้าใจใช่ไหม” ระวีสบตากับลูกสาวแล้วก็ยิ้ม ถ้าอย่างนั้นพอจะจ่ายเพิ่มให้อีกนิดได้ไหม สักเดือนละหนึ่งร้อยบาทกำลังพอดี

               “ได้ค่ะ

               รุ้งรำไพยิ้มกว้างตาเป็นประกาย จริงหรือพี่ปาหนัน

               หญิงสาวหันไปมองแม่อย่างยินดี เงินใช้จ่ายเดือนละสี่สิบบาท ได้เพิ่มเป็นหนึ่งร้อย ทีนี้อยากจะตัดชุดใหม่อาทิตย์ละชุดก็ไม่ใช่ปัญหาแล้ว ระวีก็ยิ้มกว้างอย่างดีใจเช่นกัน นางยื่นมือไปกุมมือลูกเลี้ยงแล้วกำลังจะเอ่ยขอบคุณ

               “สองคนรวมกัน น้าระวีกับรุ้ง เดือนละหนึ่งร้อยบาทนะคะ เดี๋ยววันพรุ่งนี้ฉันจะเตรียมไว้ให้

               “อ๊ะ!” ระวีสะดุ้ง มองอีกฝ่ายแล้วรีบแย้ง ไม่ใช่อย่างนั้นแล้ว น้าหมายถึงว่าขอให้รุ้งเป็นเดือนละหนึ่งร้อย น้าเองได้ทุกเดือนเดือนละเจ็ดสิบบาทนะ น้องได้เดือนละสี่สิบ รวมเป็นหนึ่งร้อยสิบบาท นี่ถ้าให้เราสองคนรวมกันหนึ่งร้อยก็เท่ากับปาหนันตัดเงินเราไปตั้งสิบบาทต่อเดือนเชียวนะ!

               ไม่ได้เพิ่ม แถมยังทอนลงตั้งเยอะ

               “ใช่ค่ะ ช่วงนี้ข้าวของขึ้นราคามาตั้งมาก ป้าแตนก็บ่นอยู่ทุกวันว่าค่ากับข้าวเท่าเดิมได้ของน้อยลงกว่าเดิม ฉันเลยคิดว่าได้เวลาแล้วที่บ้านเราต้องประหยัด ตอนนี้ฉันก็ยังไม่ได้ทำงานเป็นชิ้นเป็นอันเลย ถ้ามันจะลดอะไรที่ฟุ่มเฟือยเปล่าประโยชน์ได้ ก็ควรจะทำ

               “อะไร พี่ปาหนันงกไม่เข้าเรื่องมากกว่า ทำไมบ้านเราต้องประหยัดด้วย บ้านเรามีที่นาให้เขาเช่าที่อยุธยาตั้งมาก เงินค่าเช่าปีหนึ่งๆก็มากมาย ไหนจะห้องแถวที่ตลาดอีกได้เงินเข้ามาทุกเดือน รุ้งว่าพี่ปาหนันจงใจจะแกล้งรุ้งกับแม่มากกว่า” รุ้งรำไพทำเสียงแหลม

               “ปีนี้ข้าวไม่งาม คนที่เขาเช่าที่ดินเราทำนาเขาก็แย่นะรุ้ง พี่เลยบอกเขาว่าให้จ่ายค่าเช่าแค่ครึ่งเดียวพอ

 “จ่ายครึ่งเดียวตายแล้ว อกอีแป้นจะแตก ปาหนันถ้าหนูไม่ทันเล่ห์พวกนั้นก็บอกน้าสิ น้าจะเป็นคนดูแลเก็บค่าเช่าเอง นอกจากว่าปาหนันจะคิดว่าน้าไม่มีความสามารถพอ พวกนั้นมันก็กลิ้งกลอกหลอกเราไปอย่างนั้นเอง คงคิดว่าเราโง่ ระวีลงน้ำหนักเสียงที่คำว่าโง่อย่างจงใจ

ค่ะ ช่อปาหนันรับคำง่ายๆ

ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวน้าจะไปที่อยุธยาแล้วก็...

ไม่ต้องค่ะ

อ้าว... ก็เหมือนกี้ปาหนันยังตกลงนี่ รับคำน้าอยู่เลย

ค่ะ แรกที่รับคำเมื่อกี้ ฉันหมายความว่า ค่ะ ฉันคิดว่าน้าระวีไม่มีความสามารถพอ เรื่องค่าเช่าที่ดินบัญชีรายรับรายจ่ายของบ้าน ตอนที่คุณพ่อเสียใหม่ๆ คุณย่าก็เคยให้น้าระวีจัดการดูแลแล้วครั้งหนึ่งไม่ใช่หรือคะ ตอนนั้นที่บัญชีมันตัวเลขวุ่นวาย เงินเข้าไม่ครบเงินจ่ายเกินกว่ารายจ่ายจริง คุณย่าถึงได้มอบหมายให้ฉันดูแลเรื่องเงินในบ้านทุกอย่างเอง

พี่ปาหนัน พี่ว่าแม่รุ้งเหรอ

เปล่ารุ้ง พี่อธิบายให้ฟังแต่เท้าความเดิมให้ด้วยจะได้เข้าใจว่าทำไมพี่ถึงไม่ให้น้าระวีจัดการเรื่องเงิน ช่อปาหนันพูดแล้วก็ถอนหายใจ มองหน้าน้องสาวตัวเอง แม้จะไม่ได้สนิทสนมกันแต่ความรักในสายใยพี่น้องของเธอกับรุ้งรำไพยังมี เธอน่ะรักน้อง ส่วนน้องจะรักหรือไม่รักเธอก็เกินกว่าที่เธอจะคาดหวังได้ รุ้ง รุ้งยังเด็กมาก อายุแค่นี้เองได้เงินใช้จ่ายเดือนละหลายสิบก็มากพอแล้ว อย่าใช้มือเติบนักสิ เกิดมีกลียุคอย่างน้ำท่วมเมื่อสิบห้าปีก่อนขึ้นมา เราจะทำยังไงถ้าไม่มีเงินสำรองไม่มีเงินออม

น้ำท่วมอะไร รุ้งไม่เห็นจะเข้าใจว่ามาเกี่ยวตรงไหน แล้วเดี๋ยวนี้พระนครก็ไม่มีน้ำท่วมแล้ว พูดอะไรเพ้อเจ้อ

รุ้งอาจจะจำไม่ได้ แต่น้าระวีคงจำได้แน่ ตอนนั้นพี่ก็ยังจำได้ข้าวยากหมากแพง เงินเก็บหมดไปกับค่าของกินที่แพงขึ้นหลายเท่า เราต้องตั้งอยู่ในความไม่ประมาทนะรุ้ง เงินมีก็เก็บก็ออม เกิดปีหน้าแล้งมาก คนที่เขาเช่าที่ดินเราเขาไม่มีเงินส่งให้เรา ไม่มีข้าวมาให้ เราจะแย่ ลำพังค่าเช่าห้องแถวไม่กี่ห้อง มันไม่พอใช้ทั้งบ้านหรอกนะ ช่อปาหนันร่ายยาวแล้วก็ยกแก้วน้ำดื่ม คร้านจะพูดกับบัวใต้ตมที่ไม่ยอมรับฟังเหตุผล ดูจากสีหน้าดื้อดึงเอาชนะของน้องสาวและสีหน้างอง้ำของแม่เลี้ยง ก็รู้ว่าเปล่าประโยชน์จะแจกแจง เอาเถอะ วันหนึ่งคงเข้าใจกันเองว่าเธอหวังดี ไม่ได้แกล้ง

แป้น อย่าลืมไปเอาค่ากับข้าวที่ห้องพี่นะ

ค่ะ แป้นยิ้มให้อีกฝ่าย มองตามหญิงสาวในชุดเสื้อคอบัวสีขาวกางเกงขาห้าส่วนสีน้ำตาลเข้มที่เดินขึ้นบันไดไปอย่างชื่นชม เส้นผมสีดำที่คุณย่าประยงค์แสนจะภูมิอกภูมิใจของหลานสาวส่ายไหวไปมายามช่อปาหนันเดิน

แม่... แม่ทำอะไรสักอย่างสิ รุ้งรำไพเขย่าแขนมารดา ระวีได้แต่ปลอบลูกไปตามประสา ก็อยู่กันมาตั้งนานมีหรือนางจะไม่รู้ว่าลูกเลี้ยงแม้จะอายุน้อยแต่เด็ดขาด พูดคำไหนคำนั้นไม่มีเปลี่ยนใจ นางได้แต่เซ็ง อุตส่าห์คิดว่าจะได้เงินเพิ่ม ที่ไหนได้สองคนแม่ลูกรวมกันโดนหักไปตั้งสิบบาท!


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 186 ครั้ง

610 ความคิดเห็น

  1. #605 theNegozio (@theNegozio) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 10:32
    มาให้กำลัวใจจ้าา จัด ebook มาเเล้วสนุกมาก ขอตอนพิเศษอีกได้มั้ยค่ะ ไรท์
    #605
    0
  2. #309 Hardsai16 (@Hardsai16) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2561 / 10:25

    รออ่านทุกวัน​ค่า​อยาก​ได้เล่​มแล้ว​

    #309
    0
  3. #159 Peechayarputh (@khimrueng) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2561 / 09:49
    เป็นกำลังใจให้ไรต์นะคะ เวอร์ชั่นนี้รู้สึกนางเอกเข้มแข็งกว่าเดิมเยอะเลยค่ะ...แต่ก็ยังรอปาหนันอยู่นะคะ ไรต์
    #159
    0
  4. #3 wannalee (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2559 / 20:59
    รอติดตามตอนต่อไปค่าาาา
    #3
    0
  5. #2 ปทุมมาลย์ (@patterpush) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2559 / 20:23
    สมัยคุณแม่ยังสาวสินะ นางเอกท่าทางจะเนี๊ยบ กดติดตามอย่างไวเลยครัช
    #2
    0
  6. #1 khanun810402 (@khanun810402) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2559 / 20:02
    ชอบค่ะ
    #1
    0