In le อินเล - นิยาย In le อินเล : Dek-D.com - Writer
×
NC

คำเตือนเนื้อหานิยาย

นิยายเรื่องนี้อาจมีเนื้อหาหรือการใช้ภาษา
ที่ไม่เหมาะสม เยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี
ควรใช้วิจารณญานในการอ่าน
กดยอมรับเพื่อเข้าสู่เนื้อหานิยาย

อ่านเงื่อนไขเพิ่มเติม
ปิด

In le อินเล

โดย g45290175

ชื่อเขามาจากทะเลสาบ เขาควรเย็นฉ่ำเหมือนสายน้ำสิ แต่เขากลับร้อนเหมือนไฟ ไฟที่จะเผาไหม้ทุกคนที่เข้าใกล้ให้เป็นจุล

ยอดวิวรวม

82,223

ยอดวิวเดือนนี้

1,194

ยอดวิวรวม


82.22K

ความคิดเห็น


646

คนติดตาม


823
จำนวนตอน : 41 ตอน
อัปเดตล่าสุด :  14 ก.ย. 65 / 14:15 น.
คำเตือนเนื้อหา NC

มีการบรรยายฉากกิจกรรมทางเพศ


ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

บทนำ

                เมื่อเกือบยี่สิบปีก่อน รัฐบาลพม่าได้ยกเลิกสัมปทานหยกของบริษัทต่างชาติไปมากมาย แต่มีอยู่บริษัทหนึ่งที่ยังคงครอบครองสัมปทานหยกอยู่ เพราะหนึ่งตระกูลลีนหยั่งรากฝังลึกในธุรกิจด้านนี้มานานมาก และสองบริษัทของลีนมีการร่วมลงทุนกับรัฐบาล ทั้งยังไม่ได้คิดจะกอบโกยแต่เพียงอย่างเดียว หากยังมอบผลประโยชน์กลับคืนประเทศในรูปแบบของภาษีและการบริจาคที่เต็มเม็ดเต็มหน่วย นอกจากนั้นยังสร้างงานจำนวนมากให้แก่คนในประเทศ ด้วยระบบการทำเหมืองที่มีความก้าวหน้า ปลอดภัยและยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สร้างระบบสาธารณูปโภคหลายๆอย่างมอบแก่รัฐด้วยงบประมาณส่วนตัวของลีนเอง มูลค่าสูงลิบลิ่วชนิดที่บริษัทต่างชาติทำได้แค่มองแล้วกลืนน้ำลายลงคออย่างพรั่นใจ กิตติศัพท์เสือจา จา ลีน ผู้สืบทอดรุ่นที่สองต่อจากอดีตนายพลบิดา ก็ยังสามารถคานอำนาจระหว่างกองกำลังติดอาวุธต่างๆในเขตนี้ได้อย่างสมดุล

                แต่ว่าต่อให้จา ลีนเก่งกาจแค่ไหน เสือก็ต้องมีวันแก่เฒ่าและเขี้ยวเล็บจะยังคมถึงได้สักกี่ปี เดิมพวกที่ซุ่มในเงารอวันที่จา ลีนค่อยๆหมดอำนาจก็กระหยิ่มยิ้มย่อง แต่พอรู้ว่าเมียเขาท้องแล้วท้องอีก แถมลูกทุกคนที่คลอดมาก็เป็นผู้ชายล้วน พวกเขาก็เริ่มหางตากระตุก อะไรจะลูกถี่ขนาดนั้น แต่ลูกชายเยอะแล้วยังไง พวกเขาโตมาในครอบครัวที่ร่ำรวย มีตัวอย่างเยอะไปที่กลายเป็นหนุ่มเสเพล ทายาทมิลเลี่ยนแนร์ไม่ได้เรื่องไม่ได้ราว เป็นชายหนุ่มกระดูกอ่อนที่คงไม่สามารถแบกรับภาระได้ อย่างมากก็พึ่งพวกที่ปรึกษา พวกดูแลกองทุน ไม่ก็ทีมงานบริหาร แล้วรับเงินปันผลอยู่ข้างหลัง จะมาป่าเถื่อนดุร้ายเหมือนสมัยพ่อคงยาก 

                คนที่คิดแบบนี้ไม่ใช่แค่พวกบริษัทต่างชาติหรือคนที่จ้องจะฮุบเหมืองลีนตาเป็นมัน แต่ยังรวมทั้งกลุ่มกองกำลังต่างๆที่เคยต้องเกรงใจเสือจาด้วย เดิมก็แสยะยิ้มเหี้ยม รอให้เสือแก่ ลูกเสือที่อ่อนแอแบบแมวน้อยเข้ามาดูแลสัมปทานเมื่อไหร่ เสือสิงห์กระทิงแรดทั้งหลายก็พร้อมจะรุมขย้ำ พวกเขารู้ว่าจา ลีนมอบหมายหน้าที่ดูแลงานเหมืองที่คะฉิ่นให้แก่อินเล ลูกชายคนที่สองของเขา  ฉินเต้ ลูกชายคนโตของจา มีภาพลักษณ์ในวงการนักธุรกิจเป็นหนุ่มหล่อ ถึงจะไม่ค่อยออกสื่อก็ใช่ว่าจะหาข้อมูลหรือรูปของเขาไม่ได้ ดังนั้นบรรดาคนที่จับจ้องรอลูกชายคนที่สองของจา ก็วาดภาพในใจไว้เหมือนกันโดยไม่ได้นัดหมายว่า อินเลก็คงไม่ต่างจากพี่ชาย ผิวขาว สำอาง ดูเป็นผู้ดีทุกกระเบียดนิ้ว 

                เมื่ออินเลโดนส่งมายังสำนักงานในเซตมู ไม่รู้มีคนถ่ายรูปเขาส่งให้เจ้านายมากมายเท่าไหร่ บางคนเห็นชายหนุ่มรูปร่างสูง ไว้ผมยาว หน้าขาวแบบไข่ปอก ปากแดง จมูกโด่ง หน้าตาประพิมพ์ประพายไปคล้ายน้าสาวอย่างนินสิปันมากกว่าคนเป็นพ่อ พวกเขาก็หัวเราะกระหึ่มในลำคออย่างย่ามใจ และเริ่มทำการหยั่งเชิงลูกแมวน้อยปากแดงตัวนี้กันเป็นแถว สองเดือนหลังจากที่อินเลเข้ามาในเซตมู ก็เกิดเรื่องขึ้น มีไฟไหม้แคมป์คนงานของลีน คนงานหลายคนที่หนีไม่ทันเพราะหลับลึกจากการเหนื่อยที่ต้องทำงานตลอดทั้งวันโดนไฟคลอกตายไปหลายศพ อีกไม่ถึงสามวันต่อมารถเสบียงของลีนก็โดนปล้น มีคนโดนโจรยิงตายไปอีกสี่คน 

                มีคนบอกว่า คืนที่เกิดไฟไหม้ ชายหนุ่มรูปร่างสูงเกือบสองเมตร ยืนมองเศษซากจากกองเพลิงที่หลงเหลือเงียบๆ เขาเดินไปดูร่างที่ไหม้เกรียมจนแยกไม่ออก ขดงออยู่บนพื้นจนน่าสังเวชอยู่อีกพักใหญ่ แล้วก็กลับไปที่รถของตัวเอง ขับออกจากที่เกิดเหตุเงียบๆ ไม่ได้อาละวาดเหมือนจา ลีน ไม่แสดงสีหน้าใดใดทั้งนั้น และไม่ให้ข้อมูลอะไรแม้แต่คำเดียวกับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เข้ามา ทั้งยังไม่ปริปากพูดแม้แต่คำเดียว เขาหายไปเงียบๆจากสำนักงานเซตมู ไม่มีคนเห็นชายหนุ่มที่เหมืองในคะฉิ่น ทุกคนคิดว่าอินเลอาจจะเสียขวัญ แล้วก็บินหนีกลับไปย่างกุ้ง ซบตักพ่อร้องไห้โฮแล้ว

                หนึ่งอาทิตย์ที่เขาหายหน้าไป ในป่าที่ห่างไกลทางตอนเหนือของคะฉิ่น มีเสียงปืนดังขึ้นก้องป่า พร้อมกับหมู่บ้านกองโจรขนาดใหญ่ที่ผู้นำเป็นพวกหัวรุนแรง โหดเหี้ยมและรับจ้างงานที่เลวทรามทุกอย่าง ได้ถูกกำจัดไปภายในคืนเดียว แน่นอนว่ามีคนหนีรอดได้เป็นผู้หญิงที่โดนพวกมันฉุดคร่าไว้ข่มขืน ขังไว้เหมือนไม่ใช่คน ตกนรกบนดินอยู่นาน พวกเธอมาถึงบ้านได้อย่างเหลือเชื่อ จนแอบอนุมานไม่ได้ว่ามีคนคุ้มครองพากลับมาส่งเงียบๆ พวกเธอเมื่อร่างกายกลับมาแข็งแรง ก็ได้เล่าให้ญาติพี่น้องและทุกคนฟังถึงคืนที่กองโจรโดนกวาดล้าง กลุ่มคนแค่สิบกว่าคนที่เข้ามาอย่างเงียบกริบ พวกโจรไม่มีใครรู้ตัวด้วยซ้ำ คนที่เฝ้าหน้ากรงขังพวกเธอยังยืนฉี่อย่างสบายใจยามเงาของใครบางคนเดินเข้าไปด้านหลังแล้วปาดลำคออีกฝ่ายด้วยมีด ฆ่าอย่างเงียบกริบและรวดเร็ว พวกเธอไม่เห็นหน้าเขา จำได้อย่างเดียวว่า ท่ามกลางคบไฟที่จุดไว้อันเดียวข้างๆกรง ส่องให้เห็นว่าเขาเป็นคนสูงมาก สวมกางเกงทหารสีดำ ไว้ผมยาวและขมวดเป็นมวยไว้ตรงท้ายทอย มีผู้หญิงคนหนึ่งบอกว่า เธอทันเห็นว่าเขามีรอยสักตรงหลังใบหู แต่ดูไม่ออกว่าเป็นรูปอะไร 

                แน่นอน ... มีใครที่ส่งคนมาสอดแนนอินเลไม่รู้บ้างว่า ชายหนุ่มไว้ผมยาว ขมวดมวยต่ำตรงท้ายทอยไว้เสมอ และมีรอยสักหลังใบหูขวาขนาดเท่าครึ่งฝ่ามือยาวลงมาถึงซอกคอ

                แต่ว่าทุกคนก็ยังคลางแคลงใจและสงสัยว่าเป็นเรื่องจริงเหรอ อินเลจะเป็นคนถล่มรังโจรนั่นเองเหรอ เขาเป็นทายาทรุ่นที่สาม เรียนจบปริญญาโทจากต่างประเทศ ไม่ใช่พ่อเขา จา ลีน ที่คลุกคลีและใช้ชีวิตท่ามกลางพวกป่าเถื่อนมาตลอดชีวิต มีการขุดคุ้ยข้อมูลของอินเลมากขึ้น และได้รู้ว่าที่แท้ เขาไม่ได้แค่ไปเรียนปริญญาที่ต่างประเทศ แต่ไปอยู่สมัครเข้าหน่วย SAS ต่างหาก 

                หนึ่งอย่างที่พวกสอดแนมรายงานเกี่ยวกับอินเลคือ เขาไปเรียนที่อังกฤษมาจริงๆ แต่เขาไม่ได้เป็นผู้ดีอังกฤษอย่างที่คนชอบเรียกกัน เขาไปเรียนการฆ่ามาต่างหาก หนึ่งในคนที่ลองของอินเลเองถึงกับเรียกคนของเขามาหา แล้วถีบเข้ากลางอกอีกฝ่ายอย่างกราดเกรี้ยว

‘มหาวิทยาลัยบ้านพ่อง! หน่วยปฏิบัติการพิเศษทางอากาศของอังกฤษ British Special Air Service เป็น หน่วยฝึกที่ดีที่สุดของทั้งหมด best of the best ต่างหากโว้ย!’

การฝึกฝนเคี่ยวกรำอย่างหนักของหน่วยนี้ เป็นแบบอย่างของโปรแกรมการฝึกของเกือบทุกหน่วยปฏิบัติการพิเศษของโลก จา ลีนถึงกับตัดใจส่งลูกชายไปที่นั่น พวกเขาไม่คิดว่าเสือจาจะเหี้ยมโหดกับเลือดเนื้อเชื้อไขตัวเองได้แบบนี้ หน่วยนี้ส่งคนเข้าโปรแกรมไป จะรอดตายกลับมาหรือเปล่ายังไม่แน่ด้วยซ้ำ!

นี่ก็เป็นอีกอย่างที่พวกลองของเข้าใจผิด จาไม่ได้ส่งลูกไปเข้าหน่วยอะไรนั่นสักหน่อย เขาไม่เคยรู้ว่ามีหน่วยนี้อยู่ด้วยซ้ำ เขาส่งมันไปเรียนดีๆ ในมหาวิทยาลัยดีๆ หวังให้อินเลเป็นสุภาพบุรุษดีๆนี่แหละ แต่มันไปของมันเอง ตอนเมียเขารู้ว่าลูกหายไปเข้าหน่วยอะไรมา จายังเกือบตายใต้ตีนเมียด้วยซ้ำ เขาเองก็โมโหลูกไม่น้อยเหมือนกัน จะปกปิดก็ควรปกปิดเป็นความลับตลอดรอดฝั่งสิ ให้เขารู้น่ะพอว่า ให้แม่รู้ได้ยังไง!

เพราะการเล่นใหญ่ดราม่าปานจะขาดใจของมัมหมีลันตานี่เอง ที่ทำให้อินเลออกจากหน่วยแล้วบินกลับมาพม่าทันที ก่อนถูกส่งมาคะฉิ่นรับหน้าที่ดูแลเหมืองเสียเลย 

 กลับมาว่าด้วยเรื่องกองโจรก่อน ตอนที่เจ้าหน้าที่รัฐไปถึงเพื่อตรวจสอบ พวกเขาก็พบว่าปฏิบัติการที่เกิดขึ้นล้างบางกองโจร ใช้คำว่านรกมาเปรียบยังน้อยไป เมื่อกลับมาก็มีข่าวลือกันอีกว่า สภาพศพโจรแต่ละคนนั้นดูไม่ได้ ทหารที่ว่ากรำในการสู้รบมานานยังต้องวิ่งไปอาเจียนอย่างสะอิดสะเอียน บ้างว่าศพบางศพโดนแขวนไว้กับต้นไม้ เครื่องเพศโดนเฉือดทิ้งทั้งพวง โดนฆ่าควักท้องเครื่องในกองที่พื้น ความเหี้ยมโหดนี้กระจายเป็นวงกว้างทันที 

หลังจากนั้นก็ไม่มีใครคิดจะแหย่ลูกแมวอีกเลย พวกเขารู้แล้วว่าตัวเองแหย่ผิดคน อินเลไม่ใช่ลูกแมว เขาไม่ใช่ลูกเสือด้วย แต่เป็นเสือตัวโตเต็มวัยที่กระหายเลือดและเหี้ยมเกรียมกว่าพ่อหลายเท่า  ข่าวนี้ต้องถึงหูครอบครัวลีนอยู่แล้ว เมื่ออินเลเดินทางกลับมาเยี่ยมแม่และพ่อที่มัณฑะเลย์ จาก็ถามว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นฝีมือเขาหรือเปล่า ... แน่นอน ว่าถามตอนลันตาลุกไปเข้าห้องน้ำ 

‘เกินจริงไปมากครับ’ 

ชายหนุ่มตอบเสียงเรียบ พลางยกแก้วน้ำดื่ม 

เขาไม่ได้ควักเครื่องในใคร แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธว่าตนเองลงมีดเชือดคอไปหลายคน และสั่งให้แขวนทุกศพไว้บนต้นไม้ เหมือนที่พวกมันแขวนร่างไร้ลมหายใจของคนที่มันจับมาทรมานไว้จนศพแห้งกรังเช่นกัน 

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

646 ความคิดเห็น