[Quatre] จนกว่าโลกนี้ไม่มีคุณ

ตอนที่ 8 : 07 : ท่ามกลางค่ำคืน [3/3]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,385
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 164 ครั้ง
    14 ส.ค. 63

จนกว่าโลกนี้ไม่มีคุณ
By Castle-G

07 : ท่ามกลางค่ำคืน

 

เมื่อได้ยินเช่นนั้น เธอจึงค่อยๆ ก้าวเท้าเข้าไปเขาอย่างระมัดระวัง จนกระทั่งทั้งสองยืนห่างกันเพียงไม่กี่คืบ

“อ๊ะ!” มาเจนตาร้องตกใจเมื่อจู่ๆ ร่างกายของตนก็ถูกยกขึ้นจนลอยจากพื้น

ภูริพัฒน์อุ้มหญิงสาวไว้ก่อนจะก้าวเท้าเข้าไปยังห้องน้ำ เมื่อเข้ามาถึงเขาก็ค่อยๆ วางเธอลงอย่างเบามือ คนตัวเล็กมองการกระทำนั้นอย่างไม่เข้าใจ

“นี่มันห้องน้ำ”

“ใช่” เขารู้

หญิงสาวหน้าม้าน เธอไม่คิดว่าเขาคิดจะทำเรื่องแบบนั้นในห้องน้ำ บางทีชายคนนี้อาจจะมีรสนิยมไม่ชอบเตียงนอนปกติ

“จะจูบพี่ก่อนไหม หรือให้พี่เข้าไปจูบ”

“หนูทำไม่เป็น” ช่างเป็นประโยคที่กระด้างปากของเธอเหลือเกิน

“งั้นให้พี่ทำเนอะ”

มานงมาเนอะอะไรกัน

ร่างบางสะดุ้งเมื่อฝ่ามือหนาของอีกฝ่ายเข้ามาจับที่ส่วนเอวขอด สัมผัสนั้นเพียงแตะนิดเดียวแต่กลับชวนรู้สึกเย็นสะท้าน น้อยครั้งนักที่มาเจนตาจะถูกผู้ชายแตะเนื้อต้องตัว ยิ่งเป็นการกระทำแบบแนบชิดเช่นนี้ เธอรู้สึกแปลกใหม่กว่าที่คิด

ภูริพัฒน์กดจูบลงไปที่ริมฝีปากของหญิงสาว โดยในขณะเดียวกันเขาก็ปลดกระดุมเสื้อของเธอไปทีละเม็ด เชือกผ้าที่ผูกเป็นโบว์อยู่บริเวณเอวก็ถูกเขาดึงมันออกเช่นกัน

“พี่เฟียส” มาเจนตาผละใบหน้าออกมาแล้วสบตากับอีกคน หญิงสาวเรียกชื่อเขาด้วยความสับสน

“ตัวเล็กจัง พี่ต้องก้มเยอะเลย” จบประโยคคนตัวสูงก็ใช้ท่อนแขนกอดรัดเอวบางก่อนจะยกร่างของหญิงสาวให้ขึ้นไปนั่งอยู่บนเคาน์เตอร์ของอ่างล้างหน้า “แบบนี้ดีขึ้นหน่อย”

เขาเข้ามาจูบเธออีกครั้ง คราวนี้กลายเป็นจูบที่เพิ่มความหนักแน่นกว่าเดิม มือหนาเข้าไปวางอยู่บนสะโพกข้างหนึ่งของหญิงสาว ส่วนอีกข้างก็ค้ำกับขอบเคาน์เตอร์เอาไว้ มือไม้ซุกซนเริ่มเลื่อนลงมาบนหน้าขาของร่างบางก่อนจะสัมผัสลูบไล้ไปตามเรือนผิว จากนั้นชายหนุ่มจึงยกเรียวขาของเธอมาเกี่ยวกับสะโพกพร้อมขยับตัวเข้าไปใกล้ชิดกว่าเดิม

มาเจนตาผู้ไม่ประสาในเรื่องของความสัมพันธ์ได้แต่นั่งนิ่งทำอะไรไม่ถูก นอกจากใบหน้าที่แดงก่ำ

“นี่พี่ไม่ได้อยู่กับตุ๊กตาใช่ไหม” ภูริพัฒน์เอ่ยหลังจากถอนจูบออกมา

นอกจากจะหน้าตาเหมือนตุ๊กตาแล้วยังนิ่งเป็นตุ๊กตาอีก

“แล้วจะให้ทำอะไร” คนที่ถูกกล่าวว่าเป็นตุ๊กตาก็ถามกลับตาใส

“กอด จูบตอบสิ แบบนี้” ชายหนุ่มพูดจบก็กระชับร่างบางเข้าสู่อ้อมแขนพร้อมขยี้ริมฝีปากลงไป เขาขบเม้มกลีบปากบางนั้นพร้อมชิมมันอย่างละเมียดละไม

คนที่กำลังเรียนรู้ได้ก็เลื่อนมือขึ้นไปจับชายเสื้อของอีกคน มาเจนตาพยายามจูบตอบอย่างที่ภูริพัฒน์ต้องการ แต่เขากลับบดเบียดปากเข้ามาอย่างเร่าร้อนยิ่งกว่าเดิม คราวนี้การรุกเข้ามาของเขาทำให้คนตัวเล็กเริ่มหายใจตามไม่ทัน ได้แต่จิกเสื้อของเขาแน่น

เสื้อผ้าของมาเจนตาเริ่มหลุดรุ่ยไม่เป็นระเบียบจากการถูกดึงถูกปลด มือหนาของภูริพัฒน์แตะไปตามส่วนเว้าส่วนโค้งของเรือนร่างนั้นจนเจ้าของร่างสะท้านไปตามสัมผัส เขาสอดมือเข้าไปภายใต้กระโปรงตัวเล็กแล้วดันให้มันร่นขึ้นกองอยู่ด้านบน


CUT

(หาอ่านได้ในเว็บ fictionlog เลยค่า)


บรรยากาศในห้องน้ำตกอยู่ในความเงียบ เหลือเพียงเสียงหอบหายใจพร้อมใบหน้าที่ยังคงแดงก่ำของร่างบาง เมื่อพักได้เพียงครู่เดียว ชายหนุ่มจึงลุกขึ้นมาจัดการเปิดน้ำให้เต็มอ่างเพื่อชำระล้างร่างกายของเขาและเธอที่ชื้นไปด้วยเหงื่อ และเปรอะด้วยสิ่งที่คนพี่ทำใส่คนน้องไว้

“โอเคไหม”

มาเจนตาก้มหน้าหลบสายตาจากภูริพัฒน์ เธอไม่กล้าพูดคุยหรือโต้ตอบอะไรกับเขา ซึ่งปฏิกิริยาเช่นนั้นทำให้คนตัวโตยิ้มเอ็นดู ก่อนจะจัดการช้อนร่างเล็กขึ้นจากน้ำ

“น..หนูทำเองก็ได้” พอเห็นว่าชายหนุ่มจะหยิบผ้าเช็ดตัวมาซับความเปียกชื้นให้ หญิงสาวก็ขอลงจากอ้อมแขนมายืนบนพื้นพร้อมคว้าผ้ามาปิดร่างกายตัวเอง “พี่ก็แต่งตัวเถอะค่ะ”

“พี่ค้างกับหนูนะคืนนี้”

“อื้อ แล้วแต่”

อยากอยู่ก็อยู่ไป แค่คืนนี้ไม่ทำอะไรอีกก็พอ


[2]


เมื่อมาเจนตาเดินออกมาจากห้องน้ำ หญิงสาวก็จัดการสวมเสื้อผ้าของตนเองให้เรียบร้อยโดยปล่อยให้ภูริพัฒน์อยู่ด้านในห้องน้ำ แต่สักพักเขาก็ออกมาด้วยสภาพเสื้อคลุมอาบน้ำตัวเดียว

“พี่ไม่แต่งตัวดีๆ คะ”

“ก็ไม่มีชุดนี่ ใส่แบบนี้นอนไปแล้วกัน พรุ่งนี้ค่อยใส่ชุดเดิมกลับ” พูดจบคนตัวสูงก็เดินเข้าโอบกอดร่างบางที่ยืนตรงปลายเตียง ก่อนจะอุ้มแล้วพาขึ้นไปนอนบนเตียงหลังกว้าง

ส่วนหญิงสาวก็นิ่งแล้วปล่อยให้โดนนอนกอดอยู่อย่างนั้น

“ปิดไฟนอนกันไหมคะ”

“พูดได้ด้วยเหรอเนี่ย นึกว่าตุ๊กตาซะอีก” บางทีเขาก็เผลอคิดว่าตัวเองเลี้ยงตุ๊กตาเอาไว้หรือเปล่า

“พี่เฟียส” มาเจนตาเอ่ยพลางมองค้อนอีกคน

แขนยาวนั้นยื่นไปปิดไฟที่อยู่หัวเตียง ก่อนจะกลับมากอดหญิงสาวในข้างกายต่อ ลมหายใจอุ่นร้อนของชายหนุ่มรดรินอยู่บริเวณข้างแก้มของเธอ ไม่นานมันก็เริ่มร้อนมากขึ้นเรื่อยๆ จากการที่เขาเลื่อนใบหน้าเข้าไปหาเธอจนปลายจมูกกดลงบนแก้มด้านซ้าย

ภูริพัฒน์สูดหอมส่วนนั้นจนพอใจและกดจูบลงบนกลีบปากเล็กนั้นบ้าง

“อื้อ” คนโดนจูบร้องอื้ออึงในลำคอ

“ตัวหอมจัง”

“นอนไหมคะ ดึกแล้วนะ”

“โอเค นอนก็นอน”

สุดท้ายชายหนุ่มก็ยอมหลับตานอนโดนมีร่างบางอยู่ในอ้อมแขนด้วย กลายเป็นค่ำคืนที่ร้อนแรงและหวานฉ่ำในคราเดียวกัน

 

08.00 น.

แสงแดดไม่สามารถส่องผ่านผ้าม่านตัดแสงของห้องเข้ามาได้ แต่ถึงอย่างนั้นมาเจนตาก็ต้องลืมตาตื่นจากเสียงนาฬิกาปลุกของโทรศัพท์ เดิมทีตั้งปลุกเอาไว้เวลานี้เนื่องจากวันนี้มีเรียนตอนเก้าโมง แต่เพราะเพิ่งได้รู้ในไลน์กลุ่มว่าอาจารย์ยกคลาสเนื่องจากติดธุระกะทันหัน ทำให้ไม่จำเป็นต้องลุกไปไหนแล้วปิดนาฬิกาเพื่อนอนต่อ

ทว่าเธอไม่ได้อยู่ในห้องนี้คนเดียว ฉะนั้นหากเธอตื่นเพราะเสียงปลุก ก็ต้องมีคนตื่นเช่นเดียวกัน

Good Morning นะยัยหนู”

ยัยหนู? สรรพนามใหม่อีกแล้ว

“ค่ะ แต่หนูคงนอนต่อ” เธอตอบแล้วก็ทำจะหลับลงไปอีก

“นอนทำไมอีก เช้าแล้ว”

“พี่ตื่นเช้าเป็นประจำเหรอ”

เธอคิดไม่ออกว่านักดนตรีที่เล่นตามร้านกลางคืนดึกดื่นจะตื่นเช้าแปดโมงได้ด้วยหรือไง เป็นอะไรที่ไม่เมกเซนส์สักนิด

“ก็เปล่า” เขาปฏิเสธ ถ้าเอาตามเวลาที่ภูริพัฒน์จะตื่นจริงๆ ก็คงเที่ยงเลย แต่เพราะเช้าวันนี้มันน่าตื่นขึ้นมา

“นอนต่อไหมคะ”

“พี่ไม่อยากนอนแล้ว” ชายหนุ่มนอนตะแครงยกศีรษะขึ้นจากหมอนแล้วใช้มือค้ำเอาไว้ มองหญิงสาวข้างกายด้วยแววตาเป็นประกาย

“หนูง่วง” เธอตอบราวกับรู้ว่าเขาต้องการอะไร

“นิดนึง” พูดแล้วเจ้าตัวตัวก็ขยับกายมาคร่อมทับร่างบางเอาไว้

นิดนึงของเขานั่นไม่น่าเชื่อถือเลย

“อื้อ” มาเจนตาถูกฉวยจูบอีกครั้ง


CUT

(ตัดนิดหน่อยนะคะ กัวโดนแบน ;-;)

 

มาเจนตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งในตอนเที่ยงกว่าๆ ของวัน ตามปกติแล้วเธอควรจะตื่นเร็วกว่านี้สองชั่วโมง แต่เพราะมีคนทำให้เธอเสียพลังงานไปตั้งแต่เช้าทำให้นอนยาวจนป่านนี้

แถมตัวการก็ยังไม่ไปไหนอีกด้วย

“ทำอาหารเป็นด้วยเหรอคะ” หญิงสาวเอ่ยถามหลังจากที่เดินออกมาจากห้องนอนแล้วเจอจานข้าวพร้อมกับข้าวสองสามอย่างวางอยู่บนโต๊ะ

“เปล่า อันนี้พี่สั่งให้เขามาส่ง” ภูริพัฒน์ตอบจากนั้นจึงเลื่อนเก้าอี้ตัวหนึ่งออก “มานั่งสิ”

“ขอบคุณค่ะ” ถึงแม้จะยังงงเล็กน้อยแต่ก็เข้าไปนั่ง

เมื่อเริ่มทานอาหารไปได้สักพัก คนน้องก็เริ่มผิดสังเกตเพราะคนพี่ไม่ทานอาหารด้วยสักคำ เอาแต่นั่งมองอยู่อย่างนั้นทำเอามาเจนตาอดไม่ได้ที่จะถาม

“พี่ไม่กินเหรอคะ”

“พี่กินหนูจนอิ่มไปแล้ว”

คนอะไรหน้าไม่อายซะจริง พูดออกมาได้ไงด้วยใบหน้าเรียบๆ อย่างนั้น

“พี่เฟียส”

“พี่มีนัดไปทานข้าวกับที่บ้านน่ะ เลยกินแค่ของว่างนิดหน่อย อันนี้พี่สั่งมาให้หนูกินกลัวจะหิว” ภูริพัฒน์รู้สึกผิดที่ทำให้ยัยตัวเล็กของเขาหมดแรงไป

“เยอะไปนะคะ” เธอทานไม่หมดหรอก ตั้งหลายอย่าง

“หมายถึงอะไร อาหารหรือความรักที่พี่มีให้หนู”

คราวนี้มาเจนตาสตั้นท์ของจริง นี่มันน่าอายยิ่งกว่าประโยคที่แล้วอีกนะ หญิงสาวอดตะงิดใจกับคำว่าความรักนั่นไม่ได้ รัก? บางทีเขาคงพูดเล่น

 “อาหารค่ะ” เธอเอ่ย

“พี่อยากให้กินเยอะๆ ทำให้ขนาดนี้รักพี่บ้างไหม”

“ยังพูดว่ารักไม่ได้หรอกค่ะ” หญิงสาวไม่ถนัดหยอดคำหวานเพื่อป้อยอใคร ส่วนใหญ่แล้วเธอมักจะพูดอย่างจริงใจและตรงไปตรงมา

“อยู่กับพี่ไม่ต้องบอกรักหรอก บอกแค่เลขบัญชีก็พอ เดี๋ยวพี่โอนให้”

“อะไรนะคะ” เธอแอบคิดว่าตัวเองฟังผิด

“พี่รู้สึกว่าห้องมันโล่ง พี่จะโอนเงินให้เผื่อหนูอยากซื้อของมาแต่งห้องเพิ่ม”

อันเชิญปรัชญาส้มหยุดของแม่สิตางค์ ถึงส้มจะหยุด แต่ภูริพัฒน์ไม่หยุด เปย์ไม่หยุดเลย


[3]


ในช่วงบ่ายของวันหยุด มาเจนตาตรงมายังสตูดิโอสำหรับถ่ายแบบที่เดิมที่คุณช่างภาพนัดเอาไว้ หญิงสาวได้รับข้อความว่าวันนี้จะมีผู้ใหญ่คนหนึ่งเห็นภาพถ่ายแบบแฟชั่นเมื่อคราวก่อนแล้วรู้สึกถูกใจ จึงอยากมาพบและพูดคุยเป็นการส่วนตัว เธอไม่ปฏิเสธแล้วมาตามสถานที่เวลานัดพบ

เมื่อมาถึงคอนโดที่เป็นสตูดิโอ นอกจากอาร์ม รุ่นพี่หนุ่มของเธอแล้ว ก็ยังมีหญิงสาววัยสามสิบต้นๆ นั่งอยู่บนโซฟาข้างกันอีกคนหนึ่ง

“นี่คุณอ้อม เขาทำงานให้กับบริษัทโฆษณายูทีครีเอต” อาร์มเอ่ยแนะนำคนแปลกหน้าก่อนจะแนะนำเธอทีหลัง “ส่วนนี่น้องแม็กกี้ครับ น้องนางแบบเสื้อผ้าที่พี่อยากเจอ”

“น่ารักกว่าในรูปนะ มานั่งใกล้ๆ พี่สิ” อ้อมเอ่ยปากเรียกเจ้าของร่างบางให้ไปนั่งเก้าอี้ด้านข้าง

หญิงสาวก็ทำตามอย่างว่าง่าย

“ค่ะ สวัสดีค่ะ”

“เป็นลูกครึ่งหรือเปล่า”

ทุกคนที่ได้เจอเธอครั้งแรกย่อมถามประโยคนั้น แต่ก็คงไม่แปลกเพราะใบหน้า ดวงตาและสีผมของเธอมันโดดเด่นขึ้นมาอยู่แล้ว

“ค่ะ คุณพ่อเป็นคนนอร์เวย์” แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น มาเจนตาก็ไม่เคยไปอยู่ที่ประเทศนอร์เวย์หรอก เธอเกิดและโต เรียนรู้การใช้ชีวิตอยู่ที่นี่

“ไม่อ้อมค้อมเลยละกันเนอะ พี่เห็นภาพถ่ายของเราบนแบนเนอร์เว็บขายเสื้อผ้าแล้วเกิดสะดุดตา หน้าตาน้องโดดเด่น ดูสดใส พี่ก็เลยอยากมาชวนไปถ่ายโฆษณา”

“ถ่ายโฆษณา?” หญิงสาวทวนคำพูดอีกครั้ง

“ใช่จ้ะ พี่มาจากบริษัทโฆษณา กำลังหานางแบบมาร่วมงานด้วย พี่มั่นใจว่าหน้าตาดี ผิวพรรณดี เส้นผมสวยอย่างหนู สามารถถ่ายโฆษณาได้หลายตัวเลยแหละ” อ้อมยกยิ้มก่อนจะหยิบแท็บเล็ตออกจากกระเป๋าพลางเปิดหน้าจอแนะนำบริษัทของตนให้ดู

“นี่ Ad ทุกตัวของบริษัทพี่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกและพิจารณาอย่างเหมาะสมเป็นอย่างดี น้องไม่ต้องกลัวเลยว่าพี่จะพาน้องไปถ่ายอะไรไม่ดี”

มาเจนตาเหลือบมองหน้าจอแท็บเล็ตที่เปิดคลิปโฆษณาหลายตัวให้ดู ซึ่งส่วนใหญ่เธอก็เคยเห็นผ่านตามาบ้างตามแพลตฟอร์มออนไลน์ จอ LED หน้าห้าง หรือแม้กระทั่งโทรทัศน์ ชื่อบริษัทก็นับว่าเชื่อถือได้

“หนูไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อนเลยค่ะ” ใช่ว่าเธอจะไม่รู้สึกตื่นเต้นที่มีคนมาชวนไปถ่ายโฆษณา เพียงแต่ว่าเธอไม่มั่นใจในตัวเองเท่านั้น เคยทำมากสุดก็แค่ถ่ายภาพนิ่งในงานเล็กๆ แล้วก็เสร็จไป

“ไม่เป็นไรจ้า ของแบบนี้เรียนรู้กันได้ มีพี่ๆ ช่วยสอน” อ้อมตอบจากนั้นเจ้าตัวก็พูดถึงอีกประเด็นสำคัญ “ส่วนเรื่องค่าตอบแทน ที่บริษัทมีหลักเกณฑ์การให้ค่าตัวที่แน่นอนพร้อมกับสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร”

“ลองดูก็ดีนะแม็กกี้ งานนี้ได้เงินเยอะกว่าถ่ายแบบให้พี่อีกนะ” อาร์มซึ่งนั่งเงียบอยู่นานได้แสดงความคิดเห็น

“หนูขอเก็บไปคิดก่อนได้ไหมคะ”

“มีอะไรที่น้องไม่สบายใจหรือเปล่า ถามพี่ได้นะ” อ้อมเอ่ย

“คือว่างานนี้ก็น่าสนใจดีค่ะ แต่หนูอยากคิดทบทวนให้แน่ใจอีกที” เธอไม่อยากจะบุ่มบ่ามและด่วนตัดสินใจ หญิงสาวอยากนำไปศึกษาและทบทวนให้ถ้วนถี่เสียก่อน ไหนจะเรื่องเรียน ไหนจะเรื่องงาน เรื่องเงินมากมาย ต้องลองนึกถึงการจัดสรรเวลาต่างๆ

“ได้จ้ะ เอาเป็นว่านี่เป็นช่องทางติดต่อของพี่นะ ถ้าสนใจก็บอกพี่” หญิงสาวอีกคนพูดพร้อมกับหยิบนามบัตรใบเล็กออกจากกระเป๋าสตางค์ก่อนจะยื่นมาให้

“ขอบคุณค่ะ” มาเจนตารับมันเอาไว้พลางยิ้มเล็กน้อย

การพูดคุยระหว่างเธอกับแขกก็สิ้นสุดในระยะเวลาอันสั้น เนื่องจากอ้อมบอกว่าตนเองมีธุระต้องไปทำต่อจึงอยู่นานกว่านี้ไม่ได้ และหลังจากที่อ้อมออกจากคอนโดไป อาร์มก็ได้หันมาคุยกับรุ่นน้องสาวคนนี้อีกครั้ง

“พี่ว่ามันเป็นโอกาสที่ดีนะ คุณอ้อมเนี่ย นอกจากจะเก่งในด้านครีเอตโฆษณาแล้ว เขายังสนิทกับคนในวงการบันเทิงหลายคน ถ้าแม็กกี้ได้ไปร่วมงานกับเขา มีโอกาสได้เข้าวงการดารานักแสดง ต่อยอดไปได้อีกไกลเลย”

วงการบันเทิงอย่างนั้นเหรอ...นั่นคือสิ่งที่หญิงสาวไม่ได้คิดถึงมันด้วยซ้ำ ไกลโขยิ่งกว่าถ่ายโฆษณาเสียอีก

“อืม อย่างหนูจะเป็นนักแสดงได้ด้วยเหรอคะ หนูไม่ถนัดเลย” ถึงแม้จะได้เรียนคลาสการแสดงอยู่ก็ตาม แต่เธอไม่เคยทำมันได้ดีสักครั้ง

“อย่างที่คุณอ้อมเขาบอก ของแบบนี้มันเรียนรู้ไปเรื่อยๆ ได้”

“ค่ะ หนูจะลองเก็บไปคิด” ร่างบางพยักหน้าก่อนจะลุกขึ้นจากเก้าอี้เตรียมกลับไปอีกราย

“เออ แม็กกี้ อีกเรื่องนึง” จู่ๆ รุ่นพี่หนุ่มก็ทำเหมือนเพิ่งนึกอะไรบางอย่างออก

“คะ?”

“ถ้าจะเข้าวงการกับคุณอ้อมน่ะ สถานะโสดดีที่สุด ถ้ามีแฟนก็อย่าเปิดเผยว่ามีนะ”

“ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ หนูยังไม่มีแฟน”

 

@Nimman Condo

มาเจนตาตั้งใจว่าพอกลับมาถึงคอนโดก็จะเปลี่ยนเสื้อผ้าไปนอนแก้ปวดหลังเสียหน่อย แต่พอได้เห็นร่างสูงเจ้าของห้องตัวจริงที่กำลังนั่งเล่นกีต้าร์อยู่ตรงโซฟาก็ต้องแปลกใจ

“พี่เข้ามาตอนไหน” ใบหน้าหวานกำลังแสดงออกว่าฉงน

“ก่อนหนูกลับมาประมาณสิบนาที” ภูริพัฒน์ตอบคลายข้อสงสัยก่อนจะเรียกหญิงสาวให้เข้ามานั่งด้วยกัน “มาสิ พี่จะเล่นดนตรีให้ฟัง เห็นว่าอยากฟังดนตรีสด”

“นั่นเพื่อนแกล้งค่ะ บอกแล้วไง” หญิงสาวตอบหลังจากที่เดินไปนั่งด้านข้างเขา เธอไม่นึกเลยว่าเขาจะยังจำได้

เขาไม่ได้ตอบอะไรอีก จากนั้นจึงก้มหน้าลองไปจับคอร์ดกีต้าร์เพื่อเริ่มเล่นเพลงท่อนหนึ่ง ชายหนุ่มทำเพียงเล่นกีต้าร์เท่านั้น ไม่ได้ร้องเนื้อเพลงของมัน แต่ถึงอย่างนั้น ภาพของผู้ชายที่กำลังตั้งอกตั้งใจกับการทำเสียงดนตรีอยู่นั้นก็ทำให้มาเจนตาเผลอมองอยู่นาน

“เวลาพี่ตั้งใจกับอะไรนี่ดูดีจังเลย” เธอกล่าว

“แล้วเวลาอื่นพี่ไม่ดูดีเหรอ” เขาเงยหน้าขึ้นมาสบตาอีกคน

“หมายถึงน่ามองกว่าปกติไงคะ”

“งั้นลองเล่นไหม เผื่อดูน่ามองขึ้น”

“หนูเล่นไม่เป็นหรอก”

ภูริพัฒน์หัวเราะเบาๆ เขาคว้าร่างบางเข้ามาในอ้อมแขนพร้อมกับวางกีต้าร์ไว้ตรงด้านหน้าทั้งคู่ มือหนาเอื้อมไปคว้ามือเล็กเข้ามาจับลงตามสายของเครื่องดนตรี

“พี่สอนให้ เอาเพลงง่ายๆ ที่มีสามคอร์ดนะ นี่คอร์ดแรก อันนี้คอร์ดที่สอง และส่วนนี่คอร์ดที่สาม” ชายหนุ่มพูดไปก็ลองดีดกีต้าร์ตามแต่ละคอร์ดไปด้วย

คนตัวเล็กในอ้อมแขนพยักหน้าตาม เธอจับไปตามที่อีกคนบอกอย่างว่าง่าย พอเล่นเป็นสามคอร์ดแล้วสลับไปเรื่อยๆ ตามที่ชายหนุ่มบอก ก็พอจะเริ่มเป็นเพลงขึ้นมาบ้าง

“โอ๊ะ เป็นเพลงด้วย”

“ก็ต้องเป็นเพลงสิ” เขายิ้มเอ็นดูให้กับท่าทีตื่นเต้นของเธอ

“แล้วมันคือเพลงอะไรเหรอคะ”

“ไม่บอกหรอก ไปลองหาเอง” ความจริงแล้วก็คือภูริพัฒน์ลืมชื่อเพลงนั่นเอง แต่เพราะเก๊กเท่ต่อหน้ายัยตัวเล็กเอาไว้อยู่ ก็เลยไม่ยอมรับตรงๆ

“งั้นพี่เล่นร้องเพลงให้หนูฟังหน่อยสิคะ”

“งั้นลองเพลงนี้” ร่างสูงขยับอ้อมแขนกอดรัดอีกคนเข้ามาจมอกมากขึ้นเพื่อจะเล่นกีต้าร์ให้ถนัด เป็นเหตุให้ร่างเล็กพยายามเอาตัวออกมา ทว่าไม่สำเร็จ

“พี่ปล่อยหนูก่อนก็ได้”

“แบบนี้แหละ” เขาพูดแล้วก็เริ่มเล่นคอร์ดแรก

เสียงดนตรีที่ดังขึ้นทำให้ทั้งเธอไม่ได้พูดอะไรอีก ทำเพียงนอนฟังมันในอ้อมแขนของคนเป็นนักดนตรี

“ยิ่งฉันใกล้เธอเท่าไหร่ ยิ่งอยากจะเผยใจ” เสียงทุ้มเริ่มร้องเนื้อเพลงท่อนแรกหลังจากเสียงกีต้าร์นำไปก่อนหน้าสักพัก “เมื่อสบสายตาก็ยิ่งหวั่นไหว มันยากเหลือเกินจะเก็บซ่อนความรักเอาไว้”

ถึงหญิงสาวจะได้เคยฟังเขาร้องเพลงมาก่อนแล้วตอนอยู่ที่ร้านบาร์ในคืนนั้น รู้ว่าภูริพัฒน์ร้องเพลงดีขนาดไหน แต่ว่าการที่ได้มาฟังแค่เสียงของเขาแบบสองต่อสองไม่มีใครเข้ามาแทรกแบบนี้ ยิ่งทำให้เธอรู้สึกว่าชายหนุ่มเล่นดนตรีเก่งและร้องเพลงเพราะมากแค่ไหน

“และความลับในใจของเธอ มีฉันอยู่บ้างไหม โปรดบอกความในใจ ให้ฉันรู้ทีนะเธอ

หากนี่ไม่ใช่การคิดไปเองฝ่ายเดียว เธอน่าจะกำลังโดนเขาร้องเพลงจีบอยู่



แงงงงง หนุ่มนักดนตรีมันดีงี้เอง ร้องเพลงจีบกัน ;-;
เม้นท์ส่งฟีดแบคให้เราด้วยน้า
______________________________________________
#เฟียสมากพ่อ
Facebook : Castle-G | Twitter : @castleglint



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 164 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

185 ความคิดเห็น

  1. #110 saizd (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2563 / 21:53
    พ่อหนุ่มนักดนตรี ทำไมดีงามอย่างนี้
    #110
    0
  2. #109 tpf2821 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2563 / 12:48

    รีดก็อยากโดนเปย์แบบนี้บ้างงงงงhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-big-08.png

    #109
    0
  3. #108 9ningnong9 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2563 / 12:07
    นิยามพี่เฟียส ส้มไม่หยุด ถึงหยุดก็ฉุดไม่อยู่ เปย์ยาวปายยยย
    #108
    0
  4. #107 Puechsing (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2563 / 07:13
    ชอบแบบนี้
    #107
    0
  5. #106 saizd (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2563 / 23:29
    อยากได้พี่เฟียสสส
    #106
    0
  6. #104 tpf2821 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2563 / 23:13

    อ้ายยย ไปต่ออีกเว็ปhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-06.png อ่านวนไปวนมาสองเว็ปฟิน

    #104
    0
  7. #103 saizd (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2563 / 23:11
    คือตัว เราหาในFiction log แล้วไม่เจอเลย เราอยากอ่านอ่าาา
    #103
    0
  8. #102 G'DayCutie (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2563 / 18:21

    รอจ้าาาา
    #102
    0
  9. #101 tpf2821 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2563 / 16:38

    อ้ายยยยยย จะตายมั้ยนะเราวันนี้https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-big-08.png

    #101
    0
  10. #99 BOONTARKANJUNTED (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2563 / 14:25
    รอเลยค่าาา
    #99
    0
  11. #98 Ame.rain (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2563 / 13:16
    มาเลยจ้าาาา
    #98
    0
  12. #97 saizd (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2563 / 13:11
    อื้อหือ เขินนน
    #97
    0
  13. #96 chari2 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2563 / 13:00
    เตรียมจิกหมอน
    #96
    0