[Quatre] จนกว่าโลกนี้ไม่มีคุณ

ตอนที่ 7 : 06 : แต่ไม่รอด [4/4]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,553
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 190 ครั้ง
    12 ส.ค. 63

จนกว่าโลกนี้ไม่มีคุณ
By Castle-G
06 : แต่ไม่รอด

 

“หนูไม่ได้ดื้อ” มาเจนตาเอ่ยพร้อมส่ายหน้าปฏิเสธ

“ผ่านมาไม่เท่าไหร่ แต่พูดเรื่องจะไปจากพี่แล้วเหรอ”

“ก็..หนูไม่คิดว่าเราจะอยู่กันแบบนี้ตลอดไป” ความสัมพันธ์หากเริ่มขึ้นสักวันหนึ่งก็ต้องจบ ไม่เช้าก็เร็ว เธอไม่อยากเอาใจไปผูกหรือคาดหวังกับใครมากนัก

“ไม่ต้องคิดถึงอนาคตขนาดนั้นก็ได้ อยู่กับพี่มีความสุขหรือเปล่า”

หญิงสาวนิ่งอึ้งไปกับสิ่งที่เขาถามล่าสุด เธอไม่รู้เลยว่านิยามของ ความสุขที่แท้จริงนั้นคืออะไร การที่มีเงินใช้หรือเปล่า การได้นอนหลับเต็มอิ่มหรือเปล่า การมีคนดีๆ อยู่ข้างกายหรือไม่

“หนูไม่รู้ค่ะ แต่หนูไม่ได้รู้สึกแย่ที่มีพี่นะ” นี่คงเป็นคำตอบที่ชัดเจนที่สุดเท่าที่เธอจะตอบได้

มาเจนตาไม่รู้เลยว่าคำพูดของตนจะทำให้ชายหนุ่มรู้สึกใจเต้น โดยเฉพาะประโยคที่ว่า หนูไม่ได้รู้สึกแย่ที่มีพี่นั้นกำลังสั่นคลอนหัวใจของภูริพัฒน์

“งั้นก็อยู่ด้วยกันไปนานๆ สิ”

“อธิษฐานเอาแล้วกันนะคะ”

ภูริพัฒน์หลุดหัวเราะเมื่อได้ยิน

“โอเค พี่จะลองดู”

“แล้วพี่เล่าเรื่องพ่อของหนูต่อจากวันนั้นได้ไหมคะ” มาเจนตาอยากจะฟังต่อ เพราะเขาบอกว่าจะไม่เล่าจบภายในวันเดียว

“อืม อยากฟังเรื่องไหนล่ะ มีเรื่องเกี่ยวกับเขาเยอะเลย”

“ก็...สักเรื่อง” เธอจะไปรู้ยังไงว่าต้องอยากฟังเรื่องไหน ถ้ารู้แล้วจะอยากฟังไปทำไม

“อืม สมัยที่ไปเรียนพิเศษกับเขา เขาพูดเรื่องลูกสาวให้พี่ฟังอยู่บ่อยครั้ง” ชายหนุ่มเล่า

“จริงเหรอคะ พ่อพูดถึงหนูให้คนอื่นฟังด้วยเหรอ”

“ใช่ เขาบอกว่าลูกสาวเขาน่ารัก ตอนนั้นก็คิดว่าจะน่ารักสักแค่ไหน” ภูริพัฒน์ทำนึกคิดไปด้วยขณะพูด เขาสบตากับหญิงสาวอยู่ครู่หนึ่ง “พอได้มาเจอถึงรู้ว่าเขาไม่ได้พูดเกินไป น่ารักจริงด้วย”

“...”

“ตั้งใจพูดให้เขินเหรอคะ”

“แล้วเขินไหม”

“เสียใจด้วย เพราะหนูฟังประโยคนี้มาเยอะจนชิน” มาเจนตาบอกแล้วก็ยิ้มเล็กน้อย

“กินข้าวเสร็จไปเดินเล่นกันต่อดีไหม”

“แล้วแต่พี่เลยค่ะ” เพราะเธอก็ไม่มีธุระที่ไหนต่ออีกแล้ว เดินเล่นต่ออีกสักพักก็ไม่แย่

 

แต่เรื่องที่ไม่คาดคิดก็คือ มาเจนตาไม่คิดว่าภูริพัฒน์จะพามาเดินร้านขายของใช้ผู้หญิงอย่างกระเป๋าและรองเท้า พอหญิงสาวทำหน้าตาสงสัยออกไป เขาก็ตอบว่า

“พี่ตั้งใจซื้อไปฝากคนหนึ่งน่ะ”

“อ๋อ งั้นเหรอคะ” เธอจะไม่ถามหรอกว่าคนนั้นคือใคร ถึงแม้ว่าในใจจะแอบสงสัยว่าเขาจะซื้อให้ผู้หญิงอีกคนของเขาหรือเปล่า

ต่อให้เป็นกิ๊กอีกคนของเขาจริง เธอก็ไม่สนใจหรอก

ร่างสูงเดินสำรวจของไปทั่วๆ ร้านโดยมีพนักงานยืนมองอยู่เป็นระยะ ท่าทางตั้งอกตั้งใจนั้นทำให้มาเจนตาไม่คิดจะเข้าไปรบกวน แล้วเดินดูไปรอบร้านเพื่อรอเจ้าตัว

เจ้าของร่างบางเดินมาหยุดอยู่หน้าตู้กระจกวางกระเป๋าใบหนึ่งด้วยความสนใจ เพราะลวดลายและทรงที่น่ารักนั้นทำให้เธอชอบ ปกติแล้วเธอไม่ค่อยซื้อกระเป๋าเยอะแยะเพราะเน้นใช้ถุงผ้าที่พกไปเรียนได้ หากใช้กระเป๋าสะพายแบบนี้ก็คงต้องใช้เวลาออกไปเที่ยว

มาเจนตาคิดอยู่ครู่หนึ่งก็เหลือบมองราคาที่ติดอยู่ใกล้กัน จากนั้นหญิงสาวก็ถอนหายใจ ค่าตัวกระเป๋าใบนี้เธอต้องเรียนจบแล้วทำงานอีกกี่ปีถึงจะได้มันมากันนะ

ภูริพัฒน์ที่เลือกซื้อของได้แล้วหันหน้าไปมองผู้หญิงที่มาด้วยกัน เขาที่ตั้งใจจะบอกเธอว่า เสร็จแล้ว ออกจากร้านกัน ก็ต้องเปลี่ยนใจเมื่อเห็นว่าเจ้าตัวกำลังหยุดยืนมองอะไรบางอย่างด้วยใบหน้านิ่วคิ้วขมวด

“ทำอะไรอยู่”

“ไม่มีอะไรค่ะ พี่ซื้อเสร็จแล้วใช่ไหมคะ” มาเจนตาหันไปตอบคนที่มายืนข้างหลังตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้

“อยากได้?”

“คะ?” หญิงสาวงุนงงเมื่อได้ฟังคำถามเช่นนั้น เมื่อมองเห็นสายตาของชายหนุ่มที่มองไปยังกระเป๋าใบหนึ่ง เธอจึงเอ่ยเสียงเรียบ “ก็สวยดีค่ะ อาจจะซื้อเมื่อมีโอกาส”

“ก็ตอนนี้ไงโอกาส” เขาว่า

“ตอนนี้ไม่ได้ค่ะ หนูไม่มีเงิน” เธอส่ายหน้าเล็กน้อย

“แต่พี่มี” ภูริพัฒน์พูดจบจึงหันไปบอกพนักงานขายซึ่งยืนอยู่ไม่ไกล “เดี๋ยวเอาใบนี้อีกใบนะครับ”

มาเจนตามองตามบัตรเครดิตสีดำเงาที่ถูกยื่นจากมือหนาไปที่พนักงานสาวแล้วก็ทำตาโตตกใจ

“ซื้อให้เหรอคะ”

“อืม” เสียงทุ้มดังในลำคอ

“มันแพงนะ”

“ก็หนูอยากได้”

“ถ้าเลิกกันไป พี่จะเอาคืนไหมคะ” เพราะมันถูกจ่ายเงินไปแล้ว หญิงสาวคงปฏิเสธไม่ทัน การกระทำที่รวดเร็วแบบนั้นทำให้เธอนึกขนลุกในความร่ำรวยของผู้ชายตรงหน้า

ใบละเป็นแสน แต่คิดจะซื้อก็ซื้อเลยเนี่ยนะ

“พูดเรื่องเลิกอีกแล้ว สรุปเราคบกัน?”

“อ่า...” มาเจนตาชะงักไป เธอนึกทวนคำถามนั้นในหัวไปมาอย่างหนักใจ เพราะความจริงแล้วเธอกับเขาก็ไม่ได้เป็นแฟนกันเสียหน่อย

ให้พูดแบบเข้าใจง่ายก็คือเธอเป็นแค่กิ๊กลับๆ ที่ภูริพัฒน์เลี้ยงดูเอาไว้

“พี่ให้ใครแล้วให้เลย ไม่เอาคืนหรอก” ชายหนุ่มตอบพร้อมหายใจ เขาจะเอากระเป๋าผู้หญิงที่ตนเองไม่ใช้มาทำอะไรกันล่ะ

“ไม่ได้ให้ฟรีๆ ใช่ไหมคะ”

“ของทุกอย่างก็ต้องมีข้อแลกเปลี่ยนสิ”


[2]

“พี่อยากได้อะไร”

“ไว้บอกทีหลัง เราไปกันเถอะ” ภูริพัฒน์จัดการรับถุงใส่กระเป๋ามาถือเมื่อมันถูกคิดเงินเสร็จ เขาถือมันเอาไว้แบบนั้นก่อนจะก้าวไปเปิดประตูร้านเพื่อให้หญิงสาวเดินออกไปก่อน แล้วเจ้าตัวค่อยเดินตามไป

“ให้หนูถือก็ได้”

“ไม่เป็นไร พี่ไม่หนัก”

นี่เธอชักจะสบายเกินไปแล้ว นี่ถ้าเธอยังอยู่ที่นี่ต่อเธอจะได้ของเพิ่มหรือเปล่านะ ถ้ากระเป๋าใบเป็นแสนยังซื้อให้ได้ ขอซื้อแล็บท็อบเครื่องใหม่ไม่กี่หมื่นก็น่าจะได้สินะ

ความเกรงใจน่ะมีบ้างเถอะมาเจนตา

“พี่เฟียส” หญิงสาวตัดสินใจลองถามเขา

“ครับ”

“ถ้าหนูบอกว่าอยากได้โน้ตบุคเครื่องใหม่ พี่จะซื้อให้ไหม”

“เอาสิ ไปเลือกเลย”

นั่นปะไร!

“แค่ถามค่ะ ไม่เอาหรอก เครื่องเก่ายังใช้ได้ดีอยู่” อีกอย่างเธอขี้เกียจย้ายข้อมูลจากเครื่องเก่ามาเครื่องใหม่

ยิ่งเป็นแบบนี้คำพูดของเพื่อนที่พูดกรอกหูว่าให้ปอกลอกเขาให้คุ้มไปเลยก็กลับมาวนเวียนในหัวอีกครั้ง มาเจนตานึกขำหากตนทำอย่างนั้นจริงๆ

“ยิ้มอะไร”

“ถ้าหนูคิดจะหลอกให้พี่ซื้อของ หลอกเอาเงิน พี่จะทำไง”

“พี่ไม่โดนหลอกง่ายๆ หรอก หรือไม่ก็คงเต็มใจให้หลอก” ภูริพัฒน์ตอบ เขาหยุดเดินเมื่อถึงหน้าร้านขายนาฬิกาแห่งหนึ่ง “เรือนนั้นสวยนะ น่าจะเหมาะกับหนู”

“หนูไม่ชอบใส่นาฬิกา แต่หนูชอบผู้ชายใส่นาฬิกา”

พอได้ยินร่างบางพูดเช่นนั้น ชายหนุ่มก็เลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนจะมองไปที่ยังข้อมือด้านซ้ายของตนเอง

“จะว่าไปข้อมือพี่ก็โล่งๆ ดีนะ พี่ว่าตัวเองต้องหาอะไรมาใส่สักหน่อย” เขาพูดจบก็เหลือบมองเข้าไปในร้านนาฬิกา พร้อมเข้ามาจูงมือหญิงสาวให้เดินเข้าไป

แค่พูดว่าชอบผู้ชายใส่นาฬิกาเอง...ก็เอาที่ภูริพัฒน์จะสบายใจเลยแล้วกัน

 

@Nimman Condo

หลังจากที่เดินเล่นอยู่ในห้างกันประมาณชั่วโมงกว่า ทั้งภูริพัฒน์และมาเจนตาจึงกลับมาที่คอนโดพร้อมกับถุงใส่ข้าวของหลายอย่างที่หญิงสาวไม่ได้ออกเงินซื้อสักบาท มีทั้งของเขาและของเธอเช่นกัน ทั้งที่ตั้งใจว่าจะรับมาแค่กระเป๋าใบนั้นใบเดียว ก็กลับได้มาหลายอย่างด้วยเหตุผลที่ว่า พี่อยากซื้อให้

“มานั่งนี่สิ” เจ้าของร่างสูงตัดสินใจเดินไปทิ้งกายนั่งลงที่เตียงเมื่อเดินเอาของมาเก็บในห้องนอน

นัยน์ตาหวานเหลือบไปมองมือหนาตบฟูกด้านข้างแปะๆ ก่อนจะกลับไปสบตาผู้พูดอย่างสงสัย

“ทำไมคะ”

“มาคุยกันหน่อยสิ”

คุยอะไรกัน ไม่น่าไว้ใจเลยสักนิด ยืนคุยก็ได้ ไม่จำเป็นจะต้องคุยบนเตียงเลย ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงทำตัวมีลับลมคมในอยู่เรื่อย

“พี่อยากคุยอะไร” หวังว่าเขาคงไม่คิดเรื่องถอนทุนคืนจากเธอหรอกนะ

“ก็จิปาถะ”

“นานไหมคะ”

“น่าจะนาน” ภูริพัฒน์เอ่ยตอบมาเจนตา เขามองไปยังผ้าปูที่นอนสีขาวพร้อมกับคิดหนักเล็กน้อย เพราะผ้าสีขาว หากเป็นรอยเปื้อนมันจะซักยาก

“งั้นเอาไว้ก่อน หนูขอไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะคะ เพราะเหนียวตัวจะแย่” หญิงสาวเอ่ยจบจึงเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าเพื่อหยิบเสื้อผ้าพร้อมผ้าขนหนูออกมา เตรียมจะเดินเข้าห้องน้ำ

“อืม ก็ดีเหมือนกัน พี่เองก็อยากอาบน้ำ”

หากเป็นในห้องน้ำก็ดีเหมือนกัน จะได้ไม่เลอะ ชายหนุ่มนึกในใจ

“คะ?” มาเจนตาแปลกใจที่เขาพูดแบบนั้น ถ้าภูริพัฒน์จะอาบน้ำที่นี่ก็คงต้องใส่ชุดเดิม เนื่องจากเจ้าตัวเก็บเสื้อผ้าออกไปหมดตั้งแต่แรกๆ ที่ให้เธอมาอยู่

“หมายถึงอาบน้ำ”

“รู้ แต่พี่จะเอาชุดไหนเปลี่ยน พี่กลับไปอาบที่บ้านดีกว่าไหม” เธอยิ่งสับสนเมื่อเห็นว่าใบหน้าหล่อนั้นคล้ายกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่ในหัว

“ก็อาบพร้อมหนูนั่นแหละ”

“อะไรนะคะ” คนตัวเล็กทำตาโต พลางคิดว่าตนอาจจะหูฝาด ได้ยินผิดเพี้ยน

“จะได้ประหยัดน้ำประหยัดเวลาไง” ที่สำคัญกว่านั้นคือภูริพัฒน์จะได้ คุยกับเธอได้แบบไม่ต้องรอด้วย

“ม..ไม่ได้ค่ะ” เป็นเรื่องที่หญิงสาวปฏิเสธแบบไม่ต้องคิดเลย ผู้ชายคนนี้คิดอะไรในหัวอยู่กันแน่ถึงได้จะอาบน้ำกับเธอ เขามันไม่น่าไว้ใจจริงๆ ด้วย

“ก่อนหน้านั้นที่ถามว่าพี่อยากได้อะไร แล้วพี่ตอบว่าเดี๋ยวบอก”

“...” ร่างบางหยุดนิ่งพลางนึกในหัว

“ตอนนี้พี่จะบอกแล้ว ไหนๆ หนูก็จะอาบน้ำ เราก็มาคุยกันให้เสร็จในห้องน้ำไปเลย”

ไม่รู้ว่าทำไม คำว่าคุยกันให้เสร็จของภูริพัฒน์ถึงทำให้มาเจนตาขนลุกได้ถึงขนาดนี้ หญิงสาวเริ่มคิดไม่ตกเกี่ยวกับชะตากรรมตัวเองในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า


[3]


“พี่เฟียส” เสียงหวานเอ่ยเอื้อนชื่อของเขา

“อืม”

“พี่ไม่มีอะไรต้องไปทำต่อเหรอคะ”

“คืนนี้ต้องไปเล่นดนตรีที่ร้านเอฟมิงโก้”

มาเจนตาไม่รู้จักร้านเอฟมิงโก้ แต่เธอก็พยักหน้า

“งั้นก็ไปเตรียมตัวเถอะค่ะ ไปซ้อมไปดีลงานไปเตรียมเวที” หญิงสาวไม่รู้ว่าการเป็นนักดนตรีของเขาจะต้องทำอะไรบ้าง เธอก็พูดไปหลายอย่างๆ เผื่อจะถูกสักอัน

“พี่อยากอยู่กับหนู” ภูริพัฒน์ยังคงยืนกรานว่าจะยังไม่ไปไหน

ร่างบางถอนหายใจและสบตาอีกฝ่ายอย่างจริงจัง

“ไว้พี่ทำงานเสร็จ พี่ค่อยกลับมาหาหนูก็ได้ค่ะ หนูจะรออยู่ที่ห้อง” หากนี่คือการประวิงเวลา มาเจนตาก็เหลือเวลาอีกแค่ห้าชั่วโมง

“งั้นคืนนี้พี่มานอนค้างที่นี่ได้ใช่ไหม”

หญิงสาวเริ่มใจเต้นแรงมากขึ้นเรื่อยๆ จนไม่กล้าจะสบตาชายหนุ่มอีกต่อไป

“ค่ะ”

หลังจากนั้นเธอก็ได้รับเพียงรอยยิ้มบางๆ จากภูริพัฒน์เท่านั้น

 

Fmingo bar

“เป็นเหี้ยอะไร ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ เบาได้ก็เบา เดี๋ยวลูกค้าจะคิดว่านักดนตรีเมา”

“ไม่แซะสักวันไม่ตายหรอกมั้ง” ภูริพัฒน์ถอนหายใจแล้วมองหน้าเพื่อนร่วมวงอย่างฮาร์ต

“เฟียสๆ” พิทช์เดินผ่านเข้ามาหลังจากที่ออกไปสำรวจหน้าเวทีคร่าวๆ มา พี่ใหญ่เรียกชื่อเขาด้วยความตื่นเต้น “สาวโต๊ะหน้าน่ารักว่ะ ถ้าได้เบอร์ก็เอาให้กูนะ”

“ไปขอเองดิวะ อย่าป๊อด”

“เห้ย ในโต๊ะคนเยอะ เขามากับเพื่อน”

“ดูดีๆ ด้วยนะ อาจจะไม่ได้มีแค่เพื่อน มีผัวมาด้วยฉิบหายเลยนะ” ปกป้องเดินเข้าตบไหล่เฮียพิทช์ของวงด้วยใบหน้าเห็นใจ “เดี๋ยวเป็นเหมือนคราวก่อน ไปจีบเขาเกือบโดนผัวเขากระทืบ”

“ไอ้สัส อย่าแช่ง ใจกูก็บางแค่นี้” พิทช์เอ่ยพลางทำมือกุมหน้าอก

“เถียงกันอยู่ได้ รีบๆ มาเตรียมตัว รีบเล่นรีบเสร็จกันเถอะ” นักร้องนำของวงตัดสินใจลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วไปหยิบกีต้าร์ตัวเก่งออกจากกระเป๋า

“วันนี้รีบผิดปกติ ทำไม มึงจะรีบไปไหน” ฮาร์ตเอ่ยถามด้วยความสงสัย

“ก็รีบกลับไปนอนไง” นอนกับยัยหนูของเขา

“กูไม่เชื่อ เกิดรักสุขภาพขึ้นมาอะไรตอนนี้ มึงนัดหญิงไว้แน่ๆ” พิทช์โพล่งขึ้น

“ผมดูเป็นคนแบบนั้นเหรอวะเฮีย”

“เออ มึงเป็นแบบนั้นแหละ คราวนี้คนไหน?”

คำถามนั้นของพิทช์ก็ทำเอาภูริพัฒน์ขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วคำว่าคนไหนของอีกฝ่าย เขาต้องตอบยังไง

“เห้ย ไม่ได้มีเยอะเว้ยไอ้เฮีย”

“กูไม่เชื่อ อย่างมึงไม่คบแค่คนเดียวหรอก” มือกลองของวงพูดคำว่าไม่เชื่อมาสองรอบแล้ว นอกจากจะบอกไม่เชื่อ เจ้าตัวก็ยังทำหน้าจับผิดใส่ภูริพัฒน์อีกด้วย

“อะไรวะ”

“ระวังไว้เถอะ วันนึงรถไฟจะชนกัน”

“นี่ครับ ทุกคนดูไว้ ผู้มีประสบการณ์รถไฟชนกันกำลังจะเตือนภัย” ปกป้องได้ทีก็หัวเราะแซวคนที่อายุเยอะสุดในวง

“เออจริง รู้ป้ะวันนั้นกูเจอเฮียมันขอเบอร์สาวรายหนึ่งอยู่” ฮาร์ตขยับตัวเข้ามาร่วมพูดคุยอีกราย

“แล้วยังไงต่อครับ” ปกป้องก็รับส่งบทได้เป็นอย่างดี

“พอสาวเขาบอกอยู่แถวรังสิตเท่านั้นแหละ รีบตัดเยื่อใยเลย”

“ไอ้สัส พอแล้ว” คนที่กำลังโดนพูดถึงก็รีบทำทีไปปิดปากคนปากมาก แต่โดนภูริพัฒน์เข้ามาล็อกคอเอาไว้เสียก่อน

“เฮียมันบอกมีคนคุยอยู่แถวรังสิตอยู่แล้ว ไม่อยากมีเพิ่ม กลัวนัดแล้วรถไฟชนกัน”

“โหไอ้เฮีย เดี๋ยวนี้คุยแบบหนึ่งเขตหนึ่งคนเหรอวะ”

“ไม่ขนาดนั้นไหม! เลิกใส่ร้ายกู กูเป็นพี่พวกมึงนะ”

ทั้งที่พิทช์อายุมากที่สุดในวง เขาก็ควรได้รับการเคารพมากที่สุด แต่ความจริงคือเปล่าเพราะเจ้าตัวโดนรุ่นน้องพวกนี้หยอกล้อเป็นเพื่อนเล่นอยู่ทุกวัน

“ทำไมเป็นคนงี้วะ” ฮาร์ตได้แต่มองหน้าคนเป็นพี่พร้อมถอนหายใจ

“โถไอ้คนดี กูไม่ได้มูฟออนเป็นวงกลมแบบมึงป้ะ”

“หยุดตีกันก่อน ต้องเล่นดนตรีกันนะวันนี้” ภูริพัฒน์เห็นภาพแบบนี้จนชินตา ความจริงทุกคนในวงก็รัก (?) กันดีนะ แค่รักกันแบบต่อยตีกันทุกวัน

 

ในอีกมุมหนึ่ง

เจ้าของส่วนสูงร้อยหกสิบเศษกำลังเดินลงจากรถแท็กซี่ที่เพิ่งมาจอดยังหน้าร้าน ดวงตาหวานมองไปรอบร้านด้วยความประหม่าเนื่องจากกลัวว่าตนเองจะมาผิดร้านหรือเปล่า แต่พอได้เห็นป้ายหน้าร้านเขียนว่า Fmingo ก็เริ่มเบาใจว่าคงมาถูกแล้ว

เดิมทีมาเจนตาตั้งใจว่าเวลานี้จะนอนอยู่ในห้อง แต่เพราะในหัวของเธอมีเรื่องให้คิดไม่ตกแถมว้าวุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก หญิงสาวจึงต้องแต่งตัวออกจากห้องเพื่อตามหาคนที่เป็นสาเหตุอาการว้าวุ่นใจนั้น และเนื่องจากเป็นการมาแบบกะทันหัน หญิงสาวจึงไม่ได้บอกกับคนที่อยู่ที่นี่ก่อน เธอจำได้ว่าภูริพัฒน์เคยขอให้ตนเองไปนั่งดูเขาเล่นดนตรีที่ร้านด้วย แต่วันนั้นสาวเจ้าไปไม่ได้จึงปฏิเสธไป วันนี้จึงถือโอกาสมานั่งดูอีกครั้งเสียเลย

มาเจนตาเดินเข้ามาด้านในร้านได้อย่างง่ายดาย คนในร้านเยอะและแออัดทำให้เธอหาทางเดินแทบไม่ได้ ส่วนที่นั่งก็อย่าพูดถึง มองไม่เห็นสักที่ เห็นทีเธอคงต้องยืนฟังดนตรีสดแทนเสียแล้ว เมื่อนึกถึงดนตรีแล้วร่างบางก็มองหาเวทีของร้านนี้ ไม่นานก็เห็นวงแกตเตอร์ที่กำลังเล่นดนตรีอยู่บนนั้น

แม้ในวงนั้นจะมีสี่คน แต่คนที่เด่นที่สุดในสายตาเธอก็หนีไม่พ้นเจ้าของร่างสูงตำแหน่งนักร้องนำซึ่งกำลังเล่นกีต้าร์ร้องเพลงไปด้วยอยู่

เขาตอนเล่นดนตรีอยู่บนเวที กับเขาตอนไม่ได้อยู่บนเวที ช่างเหมือนคนละคน ในยามที่ชายหนุ่มตั้งใจทำงานนั้นมันดูดีไม่น้อย แต่ในยามที่เขาได้เป็นตัวของตัวเองเขาก็ดูน่ามองเช่นกัน

มันคงเป็นภาพที่เพลินสายตาอยู่อย่างนั้น ถ้าหากมาเจนตาไม่เห็นผู้หญิงคนหนึ่งลุกออกมาจากโต๊ะแรกสุดแล้วเดินเข้าไปใกล้เวที แม้จะมองจากระยะไกลแต่มาเจนตาก็รับรู้ได้ว่าเธอหน้าตาสวย เธอคนนั้นพูดคุยอะไรบางอย่างกับภูริพัฒน์อยู่สักครู่ รอยยิ้มเขินอายนั้นคลี่ออกมาเล็กน้อย สักพักผู้หญิงคนนั้นก็โน้มคอชายหนุ่มลงมาจูบ

จูบ...


[4]


แล้วฝ่ายโดนจูบก็ยังนิ่งเฉยให้เขาจูบ

สองเท้าที่หยุดนิ่งก็ก้าวเดินไปข้างหน้าเรื่อยๆ จนเจ้าของร่างบางเดินมาหยุดอยู่ด้านหน้าเวทีของร้าน ดวงตาหวานมองไปยังหญิงสาวคนดังกล่าวซึ่งตอนนี้ผละกายออกมาจากชายหนุ่มแล้ว มาเจนตาไม่แน่ใจว่าตอนนี้สีหน้าของตัวเองเป็นยังไง ท่ามกลางเสียงร้องโห่แซว เธอรู้แต่เพียงว่าตนเองกำลังมองภาพของภูริพัฒน์กับผู้หญิงคนนั้นอย่างเลื่อนลอย

มันไม่ได้ถึงขั้นเจ็บปวด แต่ก็ไม่ได้รู้สึกดีนัก

“กี้” นักดนตรีหนุ่มที่หันมาเห็นใบหน้าคุ้นเคย ก็ทำตาโตตกใจ ขายาวรีบวางกีต้าร์ลงบนพื้นเวทีแล้วเดินออกไปหาเจ้าของชื่อ

โชคดีที่นั่นเป็นเพลงสุดท้ายของค่ำคืนนี้แล้ว

“มาได้ไง” ภูริพัฒน์ไม่รู้ว่าจะถามอะไรก่อน

“ก็นั่งรถมาค่ะ แค่อยากมาเจอพี่” มาเจนตาตอบ หญิงสาวเหลือบไปมองผู้หญิงคนนั้นที่กำลังสบตาเธอเช่นกันแล้วก็อึดอัดใจ “พี่จัดการธุระตัวเองให้เสร็จก็ได้ค่ะ หนูรอข้างนอกนะ”

เพราะไม่อยากตกเป็นเป้าสายตาให้มากกว่านี้ เธอจึงเลือกที่จะเดินออกมาด้านนอกโดยทิ้งให้ภูริพัฒน์ยืนอยู่ที่เดิม มาเจนตาเลือกมานั่งยังที่ม้าหินอ่อนด้านหน้าร้าน รออยู่ไม่นานนัก ก็มีชายหนุ่มเดินเข้ามานั่งด้านข้าง หญิงสาวคิดว่าเป็นภูริพัฒน์จึงหันไปเตรียมพูดคุยด้วย

ทว่ากลับไม่ใช่ เพราะเขาคือผู้ชายแปลกหน้าที่เธอไม่เคยพบ ถึงจะมีเพียงแสงจากหลอดไฟหน้าร้านแต่ก็พอบอกได้ว่าบุคคลที่มาใหม่ก็นั้นหน้าตาดี

“มานั่งทำอะไรตรงนี้คนเดียวครับ” อีกฝ่ายเปิดบทสนทนา

“รอคนค่ะ” แม้จะไม่อยากคุยด้วยก็ตาม แต่เธอก็ต้องตอบตามมารยาท

“ใครครับ? แฟนเหรอ”

“ไม่ใช่แฟน”

“งั้นมีแฟนหรือยัง”

“ยัง” เธอโสดมาทั้งชีวิต แถมคนล่าสุดก็ดูจะไม่ใช่แฟนอีกนั่นแหละ

“จีบได้น่ะสิ”

คำถามล่าสุดทำให้มาเจนตาชะงัก หากเป็นสถานการณ์เมื่อก่อนเธอก็คงพยักหน้าแล้วบอกกับอีกฝ่ายว่าตามใจ แต่เพราะตอนนี้เธอจะยังไม่มีแฟนแต่ก็ไม่ได้เป็นอิสระเรื่องคบหาดูใจกับชายอื่นนัก ให้ตอบว่าอย่างไรดี

“กี้!” เสียงเรียกชื่อของใครสักคนดังขึ้นมา

มาเจนตาไม่ต้องตอบคำถามน่าอึดอัดใจอีกต่อไป เธอลุกขึ้นยืนแล้วมองหาเจ้าของเสียงนั้นก่อนจะพบร่างสูงของภูริพัฒน์ซึ่งกำลังเดินสะพายกระเป๋ากีต้าร์เข้ามาหา

“พี่เสร็จธุระแล้วเหรอคะ”

“แล้วคนนั้นใคร” ภูริพัฒน์เห็นว่ามาเจนตาไม่ได้นั่งอยู่คนเดียว หากแต่มีชายแปลกหน้าอยู่ข้างกายจึงอดสงสัยไม่ได้ คิ้วเข้มขมวดคิ้วเข้าหากันจนแทบชิด

“เขา..ช่างเถอะค่ะ”

“เป็นอะไรกันเหรอครับ พอดีเห็นน้องเขาบอกว่ายังไม่มีแฟน” ชายคนดังกล่าวลุกขึ้นมายืนพลางถามยิ้มๆ

“เป็นผู้ปกครอง ถ้าจะมาจีบก็ไสหัวไป” ภูริพัฒน์แทบจะแยกเขี้ยวใส่อีกฝ่าย

“ผู้ปกครอง? มึงไม่ได้แก่ขนาดนั้นสักหน่อย”

“แล้วเสือกอะไร”

“พี่เฟียส” เธอเอ่ยปากปรามชายหนุ่มเลือดร้อนพร้อมถอนหายใจ “พูดจาไม่ดีเลยนะคะ ถ้าเสร็จงานแล้วกลับกันเถอะค่ะ”

หญิงสาวรีบเข้าไปจับแขนของเขาแล้วดึงให้เจ้าตัวเดินออกมาก่อนจะมีเรื่องกันหน้าร้าน

ภูริพัฒน์พามาเจนตาเดินมาถึงรถส่วนตัวพร้อมกับพาเธอขึ้นไปนั่งด้านใน หลังจากรถถูกขับออกมาแล้ว เขาจึงเริ่มตั้งคำถามกับเธอ

“หนูมาหาพี่เหรอ”

“ค่ะ แต่คงมาช้าไป เสียดายไม่ได้ดูพี่เล่นดนตรีนานๆ เลย” เพราะตอนที่ไปถึงการแสดงก็ใกล้จบเสียแล้ว

“อยากดู เดี๋ยวเล่นให้ดูก็ได้”

“เป็นนักดนตรีเหนื่อยไหมคะ”

“ก็มีบ้างตอนซ้อม แต่ไม่ได้แย่นะ เพราะพี่ชอบเล่นดนตรี” แม้ว่าจะต้องมองถนนหนทางระหว่างขับรถ แต่ภูริพัฒน์ก็เหลือบมองหญิงสาวข้างกายเป็นระยะ

“แล้วต้องเซอร์วิสลูกค้าผู้หญิงด้วยเหรอคะ”

“...” เขามั่นใจอยู่แล้วว่าเธอจะต้องเห็นตอนที่ตนโดนจูบ แต่พอได้รับคำถามมาก็รู้สึกร้อนรนแปลกๆ

“หรือว่าพี่เองก็สนใจเธออยู่แล้ว”

“ไม่ใช่นะกี้ คือ..เรื่องนั้นผู้จัดการร้านเขาขอมาว่าให้ใช้หน้าตาหากินบ้าง ถ้ามีลูกค้าชอบพอก็เล่นกับเขาด้วยจะได้รับความพึงพอใจ” ชายหนุ่มรีบอธิบาย

“เปลืองเนื้อเปลืองตัวจังเลยนะคะ” มาเจนตายังคงถามด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง เธออดคิดไม่ได้ว่าหากยอมให้โดนจูบ เรื่องมากกว่านั้นก็น่าจะได้เช่นกัน มันไม่ใช่เรื่องแปลกหากชายหญิงที่ถูกใจกันจะนอนด้วยกัน “แบบนี้ก็ต้องเคยมีนอกรอบ ไปต่อหลังเล่นเสร็จบ้างใช่ไหมคะ”

ภูริพัฒน์ไปต่อไม่ถูก เขายอมรับว่าสิ่งที่น้องถามมานั้นถูกต้อง แต่ไม่อยากยอมรับเพราะกลัวน้องจะไม่พอใจ

“ตอนนี้ไม่ใช่แบบนั้นแล้วนะ พี่เล่นเสร็จก็จะกลับไปหาหนูคนเดียว”

“...”

“หึงพี่เหรอ”

“เปล่าค่ะ”

ถ้าอีกฝ่ายตอบมาว่าใช่เขาก็คงใจชื้นมากขึ้น แต่พอตอบแบบนั้นเขาก็ห่อเหี่ยวแทน

“แต่เมื่อกี้ที่มีผู้ชายมาวอแวด้วย พี่รู้สึกไม่ชอบใจเลยนะ” ชายหนุ่มตั้งใจบอกให้หญิงสาวรู้ว่าเขาหวงเธอ แต่ก็ไม่แน่ใจว่าเธอจะรู้มากแค่ไหน

“ขอโทษที่ทำให้ไม่ชอบนะคะ”

แต่สาวเจ้าดันคิดว่าเป็นความผิดตัวเองเสียอย่างนั้น

“ไม่ใช่แบบนั้น เฮ้อ..ช่างเถอะ” ไม่รู้ว่าผิดที่น้องซื่อเกินไปหรือผิดที่เขารู้สึกกับน้องมากเกินไป ภูริพัฒน์จึงได้แต่ถอนหายใจ

 

เมื่อกลับมาถึงคอนโด มาเจนตาก็เดินเข้ามาในห้องนอนวางกระเป๋าลงบนโต๊ะ เธอตั้งใจจะเปลี่ยนชุดกลับไปใส่ชุดนอนเตรียมพักผ่อน มือเล็กกำลังปลดกระดุมเม็ดบนสุดของเสื้อออก แต่พอหันไปเห็นภูริพัฒน์เดินตามเข้ามาด้านในด้วยก็หยุดปลดกระดุมเสื้อทันที

“พี่เข้ามาทำไมคะ หนูจะเปลี่ยนเสื้อผ้า” เมื่อเห็นว่าอีกคนเดินเข้ามาใกล้มากขึ้น ร่างบางจึงถอยหลังออกไปเรื่อยๆ จนแผ่นหลังติดกับผนังห้อง

“หยุดทำไม ก็เปลี่ยนต่อสิ พี่ถอดช่วยเอาไหม”

“ไม่เป็นไรค่ะ”

เขานี่มันเป็นคนยังไงกันนะ

“ไหนบอกว่าคืนนี้จะให้พี่อยู่ด้วย จะผิดคำพูดเหรอเราอะ”

ใช่ว่ามาเจนตาจะจำคำพูดตัวเองไม่ได้ แต่ว่าเธอลืมไปชั่วขณะ ใบหน้าหวานเริ่มแดงก่ำมากขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับหัวใจที่แรงผิดปกติ

“คือว่า”

“...?” ร่างสูงยืนนิ่งรอฟังคำตอบ

“หนูไม่เคยนอนค้างกับผู้ชาย” ประสบการณ์ของเธอไม่ว่าจะเรื่องแฟน เรื่องความรัก เรื่องสกินชิปต่างๆ ล้วนติดลบทั้งสิ้น

ตอนที่พูดออกไปนั้นยิ่งกว่าเขิน หน้าร้อนตัวร้อนไปหมด ในส่วนของภูริพัฒน์ตอนที่เห็นเจ้าของร่างเล็กกำลังก้มหน้างุดอยู่นั้น ก็เหมือนเห็นภาพทับซ้อนของลูกแมวลูกกระต่ายตัวเล็กๆ น่าบีบน่าฟัด

ถ้าเดินเข้าไปจูบตอนนี้ น้องจะกลัวเขามากขึ้นหรือเปล่า

“เดินเข้ามาหาพี่”

 หากเดินเข้าไปแล้ว มาเจนตาจะต้องพบกับอะไร

“พี่ให้หนูเดินมาหาก่อน มันจะเป็นไปแบบทีละนิด หรือจะให้พี่เดินไปหา? ถ้าให้พี่เดินไปหามันจะไม่ใช่ค่อยเป็นค่อยไปนะ”




ตอนหน้า NC มาแน่ค่ะ จะไม่แกงนักอ่านแล้วค่ะ
เม้นท์ให้หน่อยน้า ไม่มีเม้นท์ก็ไม่รู้จะอัพให้ใครอ่านแล้วอ่า
______________________________________________
ฝากส่งฟีดแบคด้วยน้า #เฟียสมากพ่อ
Facebook : Castle-G | Twitter : @castleglint


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 190 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

185 ความคิดเห็น

  1. #105 Hummingbird. (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2563 / 23:08
    เม้นค่าเปนกำลังใจให้น้า
    #105
    0
  2. #95 WYB_19970805 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2563 / 08:21
    พี่เฟียสรุกแรงมากกกก
    #95
    0
  3. #94 saizd (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2563 / 01:54
    พี่เฟียสรุกได้จัดเต็มมากก
    #94
    0
  4. #93 yeenyyn (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2563 / 23:24
    nc nc nc nc ‼️
    #93
    0
  5. #92 Ame.rain (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2563 / 22:42
    nc มาจ้า
    #92
    0
  6. #91 Falin (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2563 / 22:38

    รอค่ะะะ

    #91
    0
  7. #90 pnamfah (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2563 / 22:32
    น้องนิ่งมากกกก
    #90
    0
  8. #89 yeenyyn (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2563 / 16:13
    คิดดีไม่ได้เลย
    #89
    0
  9. #88 chari2 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2563 / 23:59
    คติประจำใจอิพี่เฟียส:หว่านพืชย่อมหวังผล
    #88
    0
  10. #86 yeenyyn (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2563 / 08:40
    เจิมมม_
    #86
    0
  11. #85 G'DayCutie (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2563 / 07:17
    เจิมจ้า
    #85
    0
  12. #84 ✨•P•u•y•z•Z•i•i•✨ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2563 / 23:41
    ทุกการกระทำไม่น่าไว้ใจทั้งนั้นแหละคร้าาาาา
    #84
    0
  13. #82 BOONTARKANJUNTED (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2563 / 23:28
    เจิมมมมม
    #82
    0
  14. #81 BOONTARKANJUNTED (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2563 / 23:28
    เจิมมมมม
    #81
    0
  15. #80 BOONTARKANJUNTED (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2563 / 23:28
    เจิมมมมม
    #80
    0
  16. #78 Fresh032 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2563 / 20:57
    เจิมททท
    #78
    0
  17. #77 chari2 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2563 / 17:35
    เจิมมม
    #77
    0