[Quatre] จนกว่าโลกนี้ไม่มีคุณ

ตอนที่ 6 : 05 : รักษาตัวรอดเป็นยอดดี [3/3]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,256
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 152 ครั้ง
    23 ก.ค. 63

จนกว่าโลกนี้ไม่มีคุณ
By Castle-G
05 : รักษาตัวรอดเป็นยอดดี

ณ มหาวิทยาลัย

“ฉันว่าแกเอาตัวเองออกมาดีกว่า” น้ำชาเสนอความเห็นหลังจากที่ได้ฟังมาเจนตาเล่าเรื่องที่เกิดกับตนเองเมื่อวานนี้

“อะไรของแก เมื่อวานยังชมเขาออกนอกหน้า” พริมหันไปมองเพื่อนสนิทด้วยความแปลกใจ

“ก็ฟังที่ยัยแม็กกี้เล่ามาดิ เขาอาจจะเป็นพวกอันธพาลก็ได้”

“อาจจะเป็นอุบัติเหตุจริงๆ”

“เห้ย มีรอยช้ำจากการโดนทำร้ายจะเป็นแค่อุบัติเหตุได้ไง” น้ำชาที่เปลี่ยนข้างจากชื่นชมเป็นระแวงรีบหันหน้าไปบอกเพื่อนสาวที่นั่งฟังอยู่ตาปริบๆ “แกต้องหนีออกมาก่อน เขาอาจจะเป็นพวกน่ากลัวๆ ก็ได้ หรือไม่ก็ทำงานผิดกฎหมาย”

“ทำไมถึงคิดงั้น” มาเจนตาถอนหายใจ

“แก ลำพังอาชีพนักดนตรีเขาจะเอาอะไรมารวยขนาดนั้นอะ ทั้งคอนโด ทั้งรถ”

ที่เพื่อนพูดมาก็ไม่ผิด

“เขาอาจจะรวยเพราะฐานะทางบ้านดีอยู่แล้ว” เธอพยายามหาเหตุผลมาเข้าขางภูริพัฒน์

“แล้วเรื่องที่เขาบาดเจ็บจากการโดนทำร้ายมาล่ะ เป็นนักดนตรีนะไม่ใช่ทวงหนี้โหด”

“อาจจะมีศัตรูส่วนตัวหรือเปล่า”

“นั่นยิ่งอันตรายใหญ่เลย เขาอาจจะเป็นพวกมาเฟีย” คำพูดของพริมทำให้ทั้งมาเจนตาและน้ำชาหันไปมองอย่างประหลาดใจ

“อ่านนิยายเยอะเกินไปละแกน่ะ”

“อ้าวเหรอ แหะๆ”

 “เอาเป็นว่าตอนนี้เขาไม่น่าไว้ใจแล้ว ถ้าไม่มีอะไรจริงก็ควรบอกแกได้ดิ” หลังจากนั้นเพื่อนสาวจึงหันมาคุยกับเธอด้วยแววตาจริงจัง

“มันคงเป็นเรื่องส่วนตัว”

“เรื่องส่วนตัวที่มีการทำร้ายร่างกาย นั่นก็น่ากลัวไม่ใช่เหรอ”

“ก็จริง” มาเจนตาเริ่มคิดตามที่เพื่อนบอกทีละนิด “แต่จะทำยังไงอะ ฉันออกมาแล้วจะให้ไปอยู่ที่ไหน”

เธอเพิ่งย้ายเข้าไปเอง

“ไม่ได้จะบอกให้ออกตอนนี้ แต่ระหว่างนี้ก็หาหนทางออกมาให้เร็วที่สุดไง ฉันจะช่วยแกเอง”

ไม่รู้ว่าหญิงสาวควรจะรู้สึกอย่างไรกับสถานการณ์นี้ดี ทั้งที่เมื่อวานเพิ่งได้รับการสนับสนุนจากผู้เป็นเพื่อนอยู่แท้ๆ เธอคิดถึงใบหน้าของชายคนนั้น หนุ่มนักดนตรีของเธอที่ร่างกายเต็มไปด้วยรอยแผล

มันคือเรื่องอะไรกันนะ...

“แม็กกี้” เซฟที่เพิ่งเดินเข้ามาร่วมโต๊ะด้วยเรียกชื่อเธอพร้อมกับยื่นกรีนทีลาเต้ที่เพิ่งซื้อมาจากใต้ตึกเรียน “ฉันซื้อมาฝากแกอะ”

“อ้อ รู้ใจดีจัง สมเป็นเพื่อนรัก” มาเจนตารับแก้วน้ำนั้นมาก่อนจะควานหากระเป๋าเงิน

“ไม่ต้อง ซื้อคืนที่สัปดาห์ก่อนแกเลี้ยงกาแฟ”

“เกือบลืมไปแล้วนะเนี่ย”

“คุยอะไรกันอยู่สาวๆ” ชายหนุ่มอีกคนที่เพิ่งตามหลังมาก็ทักทายบ้าง กั้งหยิบกระเป๋าใส่แล็บท็อบออกมาจากนั้นจึงวางมันลงบนโต๊ะ “มาดูงานด้วยจ้า เนี่ย..ฉันตัดต่อไปได้ประมาณนี้ละ”

“โห เร็วเวอร์จ้า เพิ่งส่งไฟล์ไปให้วันก่อนเอง” น้ำชาทำหน้าตาตะลึง

“แบบเผาขนน่ะสิ” เซฟถอนหายใจพลางส่ายหน้า

“อย่ามาดูผิดกูนะ กูเตรียมงานล่วงหน้าเป็นสัปดาห์แล้วต่างหาก” กั้งรีบแก้ต่าง

“ดูถูก กูแก้ให้”

“ดูผิดถูกแล้ว มึงน่ะดูผิดกูไอ้เซฟ”

“อะ พอจ้า มาช่วยดูงานกันดีกว่า” พริมยกสองมือขึ้นมาปรามเหล่าชายหนุ่มทั้งสอง จากนั้นจึงเลื่อนตัวเข้าไปหาหน้าจอแล็บท็อบพลางกดเลื่อนดู “ว้าว งานดีอะ สมูทมาก มีแววนะเราอะ”

“อะแน่นอน” คนที่โดนชมก็ใช่ว่าจะถ่อมตัวเสียเมื่อไหร่

“กรี๊ด” อยู่ๆ น้ำชาที่ก้มหน้าก้มตาจิ้มโทรศัพท์ก็หวีดร้องเสียงดัง

เพื่อนทุกคนในกลุ่มจึงหันไปมองพร้อมกันอย่างประหลาดใจ

“เป็นอะไรไม่ทราบ” พริมคือคนที่ถาม

“สวยมาก ดูนี่สิ” น้ำชาว่าพลางหันหน้าจอไอแพดของตนเองให้กับทุกคนดู

บนหน้าจอเป็นเว็บไซต์ขายเสื้อผ้าแฟชั่นชื่อดัง ซึ่งมันคงปกติทั่วไปถ้าหากบนหน้าเว็บหลักนั้นไม่ปรากฏรูปภาพของมาเจนตาที่อยู่ในชุดแฟชั่นซึ่งถ่ายไปเมื่อหลายวันก่อน

“เร็วจัง พึ่งไปถ่ายกับพี่อาร์มไม่นานนี้เอง” หญิงสาวพินิจพิจารณารูปภาพตัวเองบนเว็บแล้วก็ยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ

“ไม่ใช่แค่เร็วนะจ๊ะ แต่ภาพแกยังได้ขึ้น AD ของหน้าหลักเว็บไซต์อีกด้วย ภาพเด่นหราเลย เพื่อนดังแล้ว”

“ใจเย็นมะ แค่เว็บไซต์ขายเสื้อผ้า” นางแบบสาวหัวเราะกับท่าทางตื่นเต้นของเพื่อน

“ไม่เกินเดือน ต้องมีคนมาทาบทามแกเข้าวงการชัวร์ ดูดิ เพื่อนฉันสวยไชน์ขนาดนี้”

“ฉันไม่มีความสามารถด้านการแสดงหรอก” มาเจนตาส่ายหน้า เธอแค่ถ่ายรูปอยู่หน้ากล้องก็เกร็งจะแย่ ถ้าต้องไปแสดงละครต่อหน้าผู้คนในกองถ่าย สิ่งเดียวที่เป็นไปได้คือแสดงเป็นก้อนหินและต้นไม้เหมือนสมัยมัธยมนั่นแหละ

“ก็เรียนเพิ่มดิ ลองดู เข้าวงการหาเงินได้ง่ายนะ แกก็จะได้ไม่ต้องพึ่งใครแล้วไง” น้ำชาพยายามเกลี้ยกล่อมให้เพื่อนสาวเห็นคล้อยตาม

“นี่ เพื่อนไม่ชอบก็ไม่ต้องบังคับได้ป้ะ” เป็นเซฟที่ออกมาพูดปกป้องเธอ

“เอ้า ก็หวังดีไง”

“แม็กกี้อึดอัดใจเห็นไหม”

“ฮึ” น้ำชาทำเสียงขึ้นจมูกใส่เพื่อนชายอย่างคนโดนขัดใจ

“ไม่ต้องทะเลาะกันน่า ตอนนี้ยังไม่มีใครมาทาบทามซะหน่อย” หญิงสาวรีบตัดบทสนทนาของเพื่อนทันที ตอนนี้เธอยังไม่ได้คิดไปไกลขนาดนั้น

ถ้าวันหนึ่งมีคนเข้ามาทาบทามจริง ก็ไว้จะพิจารณาดูอีกครั้ง ใช่ว่าเธอจะไม่เป็นที่ต้องตาของผู้คนแต่เป็นเพราะเธอมักจะเก็บตัวไม่ค่อยออกไปไหน ไม่ค่อยอัพรูปเสียมากกว่า ในคณะที่มาเจนตาเรียนอยู่ก็มีนักแสดงวัยรุ่นปะปนอยู่ไม่น้อย ถ้าจะมีหญิงสาวเข้าไปอยู่ในวงการนั้นอีกก็ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้ แต่นั่นคือเรื่องของอนาคต

 

@Nimman Condo

มาเจนตากลับมาถึงห้องอีกครั้งหลังจากเลิกเรียน เธอถอดชุดนิสิตที่สวมเอาไว้ออกแล้วเปลี่ยนชุดลำลองสบายๆ แต่ยังไม่ทันที่จะนอนลงให้คลายเหนื่อย ร่างบางก็ต้องลุกออกไปเปิดประตูห้องเสียก่อน เนื่องจากได้ยินเสียงออดหน้าประตู เธอรู้ได้ทันทีว่าคนที่มานั้นเป็นใคร

“เหมือนพี่จะมาทุกวันเลยนะคะ” เธอเอ่ยกับชายหนุ่มตรงหน้าเมื่อเขาเดินเข้ามาด้านในพร้อมกับกระเป๋าใส่กีต้าร์ใบใหญ่

“พี่ผ่านมาทางนี้พอดี”

“แล้วยังไงคะ วันนี้มาทำอะไร”

ภูริพัฒน์วางกระเป๋ากีต้าร์ลงด้านข้างโซฟา หลังจากนั้นเขาก็ทิ้งกายนั่งลงบนโซฟาตามไปทีหลัง

“มาหาหนูเฉยๆ”

“พี่ว่างเหรอ” ไม่ใช่อะไรหรอก แต่หญิงสาวไม่ค่อยว่าง วันนี้เธอต้องทำงานต่อให้เสร็จเดี๋ยวเพื่อนจะโทรมาเร่งอีก งานก็ใกล้ถึงเดดไลน์แล้ว

“ก็นิดนึง”

“หนูต้องทำงานน่ะค่ะ” มาเจนตาตอบไปตามตรง

“ไม่เป็นไร พี่นั่งมองหนูทำงานก็ได้”

นั่งมองเธอทำงาน? เขาเป็นคนแบบไหนกันถึงจะมานั่งมองคนอื่นทำงาน

“ตามใจค่ะ”

“นานไหม”

“ไม่หรอกค่ะ เช็คงานแป๊บเดียว” หญิงสาวตอบไปตามตรง เธอกำลังทยอยทำไปเรื่อยๆ วันละนิดวันละหน่อย เพราะไม่เช่นนั้นอาจจะต้องไปเร่งทำงานทั้งวันทั้งคืนช่วงใกล้เดดไลน์

“งั้นดึกๆ ออกไปกับพี่ได้ไหม”

“ไปไหนคะ”

“วันนี้พี่จะไปเล่นดนตรีกับวงที่ร้านหนึ่ง เลยอยากให้หนูไปด้วย”

“พี่จำเป็นต้องมีหนูอยู่ในสายตาตลอดเหรอคะ”

“อืม อยากมีอยู่ในหัวใจด้วย”

เลี่ยนซะไม่มี นักดนตรีเป็นแบบนี้กันทุกคนหรือเปล่า


[2]


“ให้ไปนั่งดูเหรอคะ ดูเฉยๆ เลยเหรอ” หญิงสาวกำลังนึกภาพตัวเองไปนั่งหน้าเวที่เพื่อมองอีกฝ่ายเล่นดนตรีเฉยๆ แล้วก็เป็นอะไรที่ประหลาดดี

เหมือนกับว่าจะไปนั่งเฝ้าผู้ชาย จับกิ๊กอะไรประมาณนั้น

“จะไปไหม”

“ไปนั่งดูคนเดียว เหงาแย่ ไม่รบกวนพี่ดีกว่า” สุดท้ายแล้วสาวเจ้าก็ตัดสินใจปฏิเสธไป เธอไม่ได้เตรียมตัวว่าวันนี้จะได้ออกไปข้างนอกอีก

“อืม ไม่เป็นไร”

เธอเห็นนะว่าเขาไหล่ตกไปชั่วขณะ

“ค่ะ ถ้าอย่างนั้นหนูขอตัวไปทำงานต่อนะคะ ส่วนพี่จะอยู่ต่อก่อนก็ได้” มาเจนตาพูดกับเขาเสร็จ เธอก็เดินกลับเข้ามาในห้องนอนโดยมีโต๊ะทำงานที่วางแล็บท็อบเอาไว้เตรียมทำงานที่ค้าง

ถึงแม้แววตาของภูริพัฒน์เมื่อครู่นี้จะตราตรึงใจก็ตาม แต่นั่นไม่ใช่เรื่องที่เธอจะใส่ใจมากนัก เขาไม่เป็นอะไรหรอกแค่เธอไม่ไปด้วย

ทำไมถึงได้รู้สึกผิดนักนะ

“พี่เฟียส” ยังไม่ทันจะได้ปิดประตูห้อง หญิงสาวก็หันหน้ากลับไปมองชายหนุ่มที่ยังนั่งอยู่บนโซฟาของห้องโถงคอนโด

“อืม” อีกคนหันมาขานรับเธอในลำคอ

“พรุ่งนี้หนูไม่มีเรียนต่อตอนบ่าย งั้นไปเดินเล่นห้างด้วยกันไหมคะ ให้แก้ตัวที่ไม่ได้มาตามนัดเมื่อวาน”

“เอาสิ” เขาพยักหน้าเบาๆ

เธอไม่มั่นใจว่าคราวนี้เจ้าตัวรู้สึกอย่างไร เพราะใบหน้าเรียบนิ่งนั้นเก็บอารมณ์ได้ดีกว่าปกติ กลายเป็นหญิงสาวแทนที่รู้สึกตื่นเต้น เพราะเธอไม่เคยชวนผู้ชายคนไหนออกไปเที่ยวมาก่อนยกเว้นพ่อแท้ๆ ก่อนหน้านั้นมีผู้คนมากหน้าหลายตาพยายามเข้าหา รุกจีบ แต่มาเจนกลับไม่ได้สนใจ จนสุดท้ายก็ไม่มีใครทนไหวแล้วล้มเลิกความตั้งใจ

 

ณ ห้องซ้อมดนตรี

“หลังๆ นี้โผล่หัวมาซ้อมช้านักนะมึง”

“จะอะไรอีกล่ะ พี่มันติดหญิง”

“มีหญิงแล้วลืมเพื่อนลืมฝูงเหรอ”

“อะ เห่าหอนกันใหญ่เลยนะ” ภูริพัฒน์กลอกตา ทันทีที่เขาเดินเข้ามาในห้องซ้อมดนตรีเหล่าคนในวงก็ออกปากแซวทันที เหมือนปลารุมกินเหยื่อที่เบ็ด

“ช้าอีกนิด กูกำลังคิดอยู่ว่าจะให้ไอ้ป้องมาเป็นนักร้องนำแทนมึง” พิทช์พูดพร้อมชี้ไปยังปกป้อง

“เห้ย กูกระแอมนิดเดียวก็ผิดคีย์แล้วพี่มึง” สมาชิกที่อายุน้อยสุดส่ายหน้าปฏิเสธ

“ให้ไอ้ป้องร้องเพลงคือเป็นนักร้องนำของจริง นำดนตรีนำจังหวะไปหมดอะ” รติกวิน หรือ ฮาร์ตก็พูดเสริมเช่นเดียวกัน

เหยื่อในเวลานี้ถูกเปลี่ยนจากภูริพัฒน์เป็นปกป้องไปแล้วเรียบร้อย

“อย่าแกงน้อง” ปกป้องรีบออกมาปกป้องตัวเองสมชื่อ เพราะไม่มีใครปกป้องเขาสักคน

“เออเฟียส เห็นมึงบอกว่าพรุ่งนี้ว่าง กูว่าจะออกไปหาซื้อฟลอร์ทอม*ใหม่อะ” พิทช์ลองถามสมาชิกในวงคนอื่นแล้วไม่มีใครว่างสักคน ปกป้องเองก็ต้องไปเรียนที่มหาวิทยาลัย ส่วนเจ้ามือคีย์บอร์ดนั่นไม่ต้องพูดถึง ไม่ว่างเช่นเดียวกัน

(*ฟลอร์ทอม คือส่วนประกอบชิ้นหนึ่งของกลองชุด)

ภูริพัฒน์ฟังจบแล้วจึงหยุดประมวลผลสักครู่ เขานึกไปถึงคำพูดของผู้หญิงคนหนึ่งที่พูดกับเขาว่าพรุ่งนี้ให้ไปเดินห้างด้วยกัน จากนั้นชายหนุ่มจึงรีบส่ายหน้าปฏิเสธ “ไม่ว่างแล้วว่ะ”

“อ้าว ไหนมึงยังบอกเลยว่าพรุ่งนี้เบื่อๆ ไม่มีอะไรทำ” พิทช์เริ่มงงตาแตก เขามั่นใจในความคิดของตัวเองมาก

“ก็ไม่ว่างแล้ว นัดเด็กเอาไว้”

“เดี๋ยวผู้หญิงสำคัญกว่าพี่เหรอเฟียส”

“อืม”

เพราะเขาไม่อยากเห็นคนตัวเล็กนั้นทำหน้าเสียใจตอนที่เขาผิดนัด ต่อให้วันพรุ่งนี้จะมีธุระสำคัญเข้ามาเขาก็ตั้งใจว่าจะเลื่อนไปก่อนแล้วเลือกไปกับเธอคนนั้น

 

วันต่อมา

นี่อาจจะเป็นครั้งที่ล้านของวันที่มาเจนตาได้ยินเสียงถอนหายใจจากผู้เป็นเพื่อน

“เป็นอะไรไปอะ” เธอเริ่มทนไม่ไหวนิดหน่อย เพราะใบหน้าบึ้งตึงของเพื่อนสาวทำให้บรรยากาศมันอึมครึม

“แก ละครคณะเราปีนี้ใครเขียนบทวะ”

“ทำไมอะ”

“ทำไมต้องมีฉากแตะเนื้อต้องตัวกันระหว่างพระเอกนางเอกขนาดนั้นด้วย ไม่เข้าใจเลย”

มาถึงตอนนี้มาเจนตาก็เริ่มเข้าใจแล้วว่าน้ำชากำลังโมโหเรื่องอะไร ถ้าไม่ใช่เรื่องของแฟนหนุ่มที่เป็นพระเอกละครคณะมีคิวซ้อมเข้าฉากกับนางเอกที่ใกล้ชิดกันมากจนน้ำชาเพื่อนสาวที่ตามไปเฝ้าเขาเวิร์คช็อปทุกครั้งรู้สึกหึงหวง ไม่พอใจที่แฟนหนุ่มเปลืองเนื้อเปลืองตัว

“มันก็แค่การแสดง”

“รู้ย่ะ”

“แกไม่ไว้ใจแฟนตัวเองเหรอ”

“ก็...ไม่ใช่แบบนั้น” ผู้เป็นเพื่อนที่ท่าทางอ่อนลง

“ไม่เห็นต้องคิดมากเลยนี่นา เสร็จงานก็แยกย้ายแล้ว” หญิงสาวส่ายหน้าเบาๆ ก่อนจะพูดต่อ “ก็มีแต่การแสดงในฉากนี่นา หลังฉากเขาไม่ได้กุ๊กกิ๊กกันสักหน่อย”

“แก แต่มันมีกลิ่นตุๆ” น้ำชาเริ่มทำสีหน้าจริงจัง

“เช่น”

“ฉันได้ยินพวกพี่ทีมกำกับ ว่าวันที่เวิร์คช็อปเลิกดึกๆ แล้วฉันไม่ได้ตามมาเฝ้าเพราะติดงาน ยัยรตานั่นกลับบ้านพร้อมมิกซ์”

รตาคือชื่อของคนรับบทนางเอก ส่วนมิกซ์คือพ่อแฟนหนุ่มของน้ำชานั่นเอง

“แค่วันเดียวนี่ วันนั้นอาจจะฉุกเฉิน”

“แก วันนั้นฉันไม่ได้อยู่นะเว้ย เกิดอะไรขึ้นบ้างใครจะรู้อะ”

มาเจนตาถอนหายใจแทนเพื่อนสาวบ้างคราวนี้

“เอางี้ ถ้ามันมีอะไรจริง ฉันจะช่วยแกตามดูเอง” ที่ตัดสินใจตอบเป็นกลางไม่ชี้นำและไม่หักดิบก็เพราะนั่นคือเรื่องของเพื่อนเธอและแฟนเพื่อน ต่อให้เธอจะเข้าไปยุ่งก็ได้บทคนนอกอยู่วันยังค่ำ ดีไม่ดีถ้าพวกเขากลับมาคืนดีกันแล้ว เธอก็เป็นหมาหัวเน่าดีๆ นี่เอง

ไม่ยุ่งนั้นดีที่สุดแล้ว

 

Puri : เรียนเสร็จหรือยัง

Magenta : เสร็จแล้วค่ะ กำลังจะออกไป

Puri : พี่มารอที่ลานน้ำพุหน้าพารากอนแล้วนะ

Puri : วันนี้มาถึงก่อน ไม่ผิดนัดแล้ว

“แน่ะ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ให้โทรศัพท์ เป็นอะไร”

เสียงของเพื่อนสาวทำให้มาเจนตาสะดุ้งเล็กน้อย

“ฉันยิ้มเหรอ” ร่างบางรีบเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋าอย่างรวดเร็ว

“คนอะไรยิ้มแต่ไม่รู้ตัวว่ายิ้ม”

“เดี๋ยวฉันไปก่อนนะแก แยกกันตรงนี้เลย” เธอไม่ได้ตอบคำถามของน้ำชาหากแต่รีบสะพายกระเป๋าแล้วเดินออกมาจากม้านั่งทันที ทิ้งให้เพื่อนสาวมองตามงงๆ

 

ใช้เวลาประมาณสิบนาที มาเจนตาก็มาถึงหน้าลานน้ำพุซึ่งเป็นจุดนัดหมาย ซึ่งปกติแล้วเธอจะมาที่นี่โดยการนั่งรถประจำทางมหาวิทยาลัยมา แต่เพราะป้ายรถอยู่อีกฝั่งของมหาวิทยาลัย กว่าจะเดินไปขึ้นกว่ารถจะพามาส่งก็เกรงจะเป็นการชักช้า เธอจึงนั่งวินมอไซด์จากหน้าคณะมาแทน

นิสิตสาวที่เพิ่งเลิกเรียนมองหาชายหนุ่มผู้นัดหมาย ไม่นานเธอก็ได้พบ

ภูริพัฒน์วันนี้แต่งกายด้วยเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินเข้มพร้อมกางเกงสีดำ รองเท้าผ้าใบ ถึงจะไม่มีอะไรมากแต่เขากลับดูดีเกินไปมาก ทั้งส่วนสูงนั้นยิ่งทำให้เจ้าตัวเด่นในระยะสิบเมตร มองแป๊บเดียวก็เห็น แล้วดูเธอสิยังอยู่ในชุดนิสิตไม่ได้แต่งอะไรมากเลย

“พี่มารอนานหรือยังคะ” มาเจนตาเอ่ยถามเขา

“ไม่หรอก”

“ยืนตรงนี้เช็คเรตติ้งเหรอคะ คนมองกันเพียบ”

“อืม พี่ก็ตั้งใจแต่งมาให้คนมอง”

หน้าตาของเขาหล่ออยู่แล้ว ไม่ต้องแต่งดูดีมากก็มีคนมอง

“ประสบความสำเร็จแล้วนะคะ”

“ยัง พี่แต่งมาให้หนูมองด้วย”

“อะไรนะ”

“หนูว่าพี่หล่อไหม”


[3]


ร่างบางนิ่งไปเมื่อได้รับคำถามที่ไม่คาดคิด เขาคงไม่รู้ว่าเธอมองว่าเขาหน้าตาดีทุกวันอยู่แล้ว

“ค่ะ หล่อค่ะ” มาเจนตาเอ่ยตอบ

หญิงสาวได้รับรอยยิ้มบางๆ กลับมาทันทีเมื่อพูดเช่นนั้น ช่างเป็นผู้ชายที่มีความสุขกับเรื่องเล็กน้อยได้ดีจังเลยนะ

“งั้นเข้าไปทานข้าวกันก่อนดีไหมคะ พี่ทานอะไรมาหรือยัง” เพราะตัวเธอยังไม่กินมื้อเที่ยงของวันนี้เลย คงเป็นการดีหากเริ่มกิจกรรมวันนี้ด้วยการหาอะไรกินเสียก่อน

“ยังเลย ดีเหมือนกัน”

แต่มาเจนตาก็ไม่ทันคิดว่าห้างที่ตนเองอยู่ตอนนี้เป็นห้างระดับพรีเมียม จะให้หาร้านอาหารธรรมดาทานก็คงเป็นเรื่องยาก

“หนูชอบกินอาหารประเภทไหน อิตาเลี่ยน เกาหลี ญี่ปุ่น หรืออาหารไทย” ภูริพัฒน์ที่กำลังเดินนำร่างบางเข้าไปด้านในก็หันหน้ากลับมาถาม

“กินได้หมดเลยค่ะ” เธอไม่ใช่คนยุ่งยากเรื่องการกิน

“ถ้างั้นเดี๋ยวไปร้านนี้แล้วกัน เพื่อนพี่มันแนะนำมา”

ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะได้ถามว่าร้านนี้ที่เขาว่านั่นคือร้านไหน ตัวเธอก็ถูกพามาจนถึงชั้นบนของห้างซึ่งเป็นชั้นของร้านอาหารมากมายหลายประเภท หญิงสาวลอบมองแผ่นหลังกว้างของภูริพัฒน์แล้วก็ถอนหายใจ ขายาวๆ นั่นดันก้าวเร็วชะมัด ตัวเธอก็สั้นแค่นี้

“มากี่ท่านครับ” พนักงานต้อนรับด้านหน้าออกมากล่าวทักทายเมื่อเห็นว่ามีลูกค้ามาใหม่

“สองครับ”

“เชิญด้านในเลยครับ”

ชายหนุ่มยิ้มแย้มก่อนจะเดินเข้าไปในร้านด้วยท่าทางสบายใจ ต่างจากหญิงสาวที่กำลังลอบกลืนน้ำลายเมื่อแอบเห็นป้ายราคาของบางเมนู

ให้ตายสิ ถ้าจ่ายค่าอาหารที่นี่หนึ่งมื้อก็คงต้องงดขนมงดซื้อของจิปาถะไปประมาณเดือนหนึ่ง

“เป็นอะไร สีหน้าไม่ดีเลย” คนอายุมากกว่าทักเมื่อเห็นนิสิตสาวกำลังมองซ้ายมองขวา

เธอทำท่าทางแปลกประหลาดราวกับคิดมากหลังจากนั่งที่โต๊ะและสั่งอาหารเสร็จมาพักหนึ่งแล้ว

“คือ พี่ว่าร้านนี้แพงไปหรือเปล่า”

“ก็ไม่นะ”

ไม่อย่างนั้นเหรอ? เขารวยก็พูดได้นี่

“คือว่า..หนูคงจ่ายค่าอาหารให้พี่ทั้งหมดในวันนี้ไม่ไหว ทยอยจ่ายคืนได้ไหมคะ” หญิงสาวทั้งอายและรู้สึกวิตกในเวลาเดียวกัน นี่เธอคิดอะไรอยู่ถึงได้ผ่อนจ่ายค่าอาหาร

ส่วนทางภูริพัฒน์เองก็อมยิ้มบางๆ เมื่อได้ฟังปัญหาจากมาเจนตา เขานึกเอ็นดูคนตรงหน้า อยากจะเข้าไปบีบแก้มพองทั้งสองให้หายหมั่นเขี้ยว

“ใครเขาจะให้ผ่อนจ่ายอาหารกัน” แต่ชายหนุ่มก็แสร้งทำเสียงเข้มตอนตอบคำถาม นั่นทำให้เจ้าตัวแลน่ากลัวขึ้นสองเท่า

“อ่า...” ร่างบางไหล่ตก จากตัวที่เล็กอยู่แล้วก็ทำตัวให้เล็กมากขึ้นไปอีก สงสัยว่าเธอจะต้องอดขนมเป็นเดือนจริงๆ เสียแล้ว

“พี่พามา พี่ก็จ่ายเอง พี่ไม่ให้หนูจ่ายหรอกนะ”

“คะ พี่เลี้ยงเหรอ”

“ใช่ไง”

“แต่หนูเป็นคนนัดพี่ออกมา... อย่างน้อยก็แชร์กัน”

“ใครเขาจะให้เด็กตัวเองออกค่าอาหารเล่า” เขาเลิกทำเสียงเข้มแล้วกลับมาใช้น้ำเสียงปกติ ภูริพัฒน์มองเห็นหญิงสาวที่กำลังทำหน้าสงสัยขณะหนึ่ง จึงต้องอธิบายอีกครั้ง “พี่จะเลี้ยงเอง ทั้งค่าอาหารและอย่างอื่นด้วย”

“พี่เฟียส” มาเจนตาเรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงอ่อน

“พี่ไม่เดือดร้อนเรื่องเงิน ฉะนั้น เป็นเด็กพี่ไม่ต้องคิดมากเรื่องเงิน”

หญิงสาวจึงคลายความกังวลแล้วไม่คิดจะปฏิเสธเรื่องค่าอาหารมื้อนี้ เพราะนั่นก็เป็นเรื่องดีสำหรับตัวเธอแล้ว แม้ลึกๆ จะยังรู้สึกเกรงใจอยู่บ้างก็ตาม คำพูดที่เพื่อนสนิทเอ่ยกับตนเองเมื่อหลายวันก่อนจึงถูกนำมารีเพลย์ในหัวอีกรอบ

 

อะๆ ล้อเล่น ก่อนที่เขาจะหลอกแก แกก็หลอกเขาก่อนเลยดิ

อย่างเช่น...?’

หลอกเอาบ้าน หลอกเอารถ หลอกให้ซื้อเสื้อผ้า เครื่องสำอางให้ เนี่ยไง

 

หลอกเอาเงินอะไรกันเล่า เธอไม่ใช่คนแบบนั้นสักหน่อย

“ทำหน้าแบบนั้นอีกแล้ว ทำไมต้องชอบทำหน้าหนักใจตอนอยู่กับพี่” ภูริพัฒน์ชักเริ่มไม่เข้าใจ

“หนูไม่ได้หนักใจนะคะ” เจ้าตัวรีบปฎิเสธ

“งั้นก็ยิ้มให้พี่บ้างสิ ชอบทำหน้านิ่งอยู่เรื่อย”

“พี่ก็ชอบทำหน้านิ่งใส่หนู” ว่าแต่เธอเป็น เขาเองก็เป็นเหมือนกัน ชอบทำหน้านิ่งใส่

สกิลการต่อปากต่อคำที่เพิ่มสูงทำให้ชายหนุ่มเลิกคิ้วมองใบหน้าหวานอย่างประหลาดใจ เห็นว่าน่ารักหรอกนะ คราวนี้เลยจะยอมให้

“ก็ได้ พี่จะพยายามไม่ทำ”

“คือว่าพี่เฟียส”

“อืม”

“มีเพื่อนแนะนำที่พักมา แค่ที่นั้นจะมีห้องว่างอีกสองสามเดือน หนูเลยคิดว่าคงจะย้ายออกแล้วไม่รบกวนพี่อีกแล้วค่ะ” มาเจนตาคิดมาพักใหญ่ว่าจะคุยเรื่องนี้กับเขา เธอคิดว่าเขาเองก็คงโล่งใจเหมือนกันที่ตนเองจะย้ายออก

แต่กลับไม่เป็นอย่างนั้น ใบหน้าของภูริพัฒน์ที่นิ่งขรึมอยู่แล้วก็ดูเคร่งขรึมยิ่งกว่าเดิม หากตอนนี้เป็นหนึ่งในหน้าการ์ตูนมังงะที่หญิงสาวเคยอ่าน ก็คงมีไอมืดแผ่ออกมาจากตัวของร่างสูงอย่างแน่นอน

“คิดจะทิ้งพี่ไปเหรอ”

“คือ ยังไม่ใช่ตอนนี้นะคะ” เพราะเธอเป็นคนโกหกไม่เนียนและยังคิดคำแก้ตัวไม่ทัน คำตอบที่ออกมาจึงเป็นแบบนั้น

“แต่ในอนาคตก็จะไป”

“...”

ก็ใช่น่ะสิ มาเจนตาไม่คิดหรอกว่าเขากับเธอจะได้อยู่ด้วยกันตลอดไป สักวันหนึ่งก็ต้องแยกทางกัน เตรียมตัวซะตั้งแต่ตอนนี้ดีกว่า

“ยังไงดีล่ะ” ภูริพัฒน์มองหน้าเธอด้วยสายตาวับวาว

“อะไรยังไงคะ”

“ทำยังไงกับเด็กดื้อดีนะ”




#Saveมาเจนตา อย่าทำน้อนนนนน
______________________________________________
ฝากส่งฟีดแบคด้วยน้า #เฟียสมากพ่อ
Facebook : Castle-G | Twitter : @castleglint

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 152 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

185 ความคิดเห็น

  1. #165 IMAGRIL (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2563 / 00:48
    เด็กดือต้องโดนลงโทษคะพีเฟียส
    #165
    0
  2. #83 ✨•P•u•y•z•Z•i•i•✨ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2563 / 23:41
    พี่เฟียสอย่าทำน้อนนนนน
    #83
    0
  3. #79 kimking5555 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2563 / 23:19
    ชอบนะคะ ผู้ชายนิสัยรวย
    #79
    0
  4. #76 chari2 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2563 / 23:30
    พี่เฟียสอ่อยน้อง ไม่เว้นจังหวะกันเลย
    #76
    0
  5. #75 9ningnong9 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2563 / 23:15
    พี่เฟียสสสสสสส
    #75
    0
  6. #74 G'DayCutie (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2563 / 08:22
    อ่อยหนักมากพี่
    #74
    0
  7. #73 chari2 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2563 / 14:52
    เจิมคร่า
    #73
    0
  8. #72 BOONTARKANJUNTED (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2563 / 14:17
    เจิมมมมมม
    #72
    0
  9. #71 BOONTARKANJUNTED (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2563 / 14:16
    เจิมมมมม
    #71
    0
  10. #70 BOONTARKANJUNTED (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2563 / 14:16
    เจิมมมมมม
    #70
    0