[Quatre] จนกว่าโลกนี้ไม่มีคุณ

ตอนที่ 1 : บทนำ : หญิงสาวผู้ไม่รู้ชะตากรรม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,628
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 101 ครั้ง
    19 มิ.ย. 63

จนกว่าโลกนี้ไม่มีคุณ

By Castle-G

00 : PROLOGUE

 

สถานีต่อไปสยาม ผู้โดยสารสามารถเปลี่ยนเส้นทางไปสายสีลมได้ที่สถานีนี้ โดยประตูรถจะเปิดทางด้านขวา

เสียงประกาศดังขึ้นจากภายในขบวนรถไฟฟ้าหลังจากที่เพิ่งออกจากสถานีราชเทวี

หญิงสาวเหลือบมองนาฬิกาที่อยู่ข้อมือด้านซ้ายก่อนจะกระชับกระเป๋าสะพายแน่นเตรียมก้าวออกจากรถไฟฟ้า เมื่อขบวนจอดสนิท ผู้คนที่อัดเสียดเบียดแน่นเป็นปลากระป๋องเริ่มคลายตัวออกจากขบวน เวลาตอนนี้คือเที่ยงครึ่ง ซึ่งเธอมีเรียนคาบต่อไปตอนบ่ายโมง ทั้งที่ความจริงแล้วนิสิตสาวมีเรียนตอนเช้าด้วย แต่เมื่อคืนเหมือนจะอยู่ดึกไปหน่อยทำให้ตื่นมาเรียนไม่ทัน นับว่าเป็นโชคดีที่วิชาช่วงเช้าของเธอไม่มีการเช็คชื่อเก็บคะแนน

มือเรียวเอื้อมขึ้นไปสยายเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนโดยธรรมชาติของตนเองเนื่องจากอากาศที่ร้อนจนทำเอาเหงื่อไหลอับชื้น หลังจากเดินลงจากสถานี มาเจนตาจึงมาหยุดยืนอยู่บริเวณหน้าร้านขายเครื่องสำอาง ซึ่งตรงนี้เป็นป้ายรถเดินทางในมหาวิทยาลัยที่จะมาจอด นอกจากหญิงสาวแล้วก็ยังมีผู้คนอีกมากมายที่ยืนรอด้วยกัน

สักพัก Shuttle bus คันเล็กสีชมพูก็มาจอดเทียบริมทางเท้า หญิงสาวทอดสายตามองสภาพด้านในรถที่อัดเบียดกันไม่แพ้รถไฟฟ้าที่เพิ่งออกมาแล้วก็ถอนหายใจ ปกติแล้วช่วงเที่ยงก็จะมีคนใช้บริการชัตเติลบัสเยอะเป็นพิเศษ ถ้าไม่อยากเสียเงินนั่งวินมอเตอร์ไซด์ ก็ต้องยอมแอดอัดเสียหน่อย

ร่างบางก้าวขึ้นไปในรถ อดทนอยู่เพียงอึดใจ รถเดินทางประจำมหาวิทยาลัยก็พาเธอมาถึงป้ายหน้าคณะ มาเจนตาออกจากรถและเดินเท้าเข้าไปในคณะตนเอง

“แม็กกี้!

เสียงเล็กหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้นเมื่อเห็นว่าเธอกำลังเดินผ่านตึกเรียนไปยังโรงอาหาร

“เออ มีอะไร” มาเจนตาหันไปมองกลุ่มเพื่อนสาวสองคนที่กำลังนั่งอยู่บนโต๊ะด้วยกัน

“ฉันซื้อขนมมารอแกละ นั่งนี่เร้ววว” เจ้าของคำพูดนั้นคือพริม ผู้หญิงผมสั้นประบ่าสีน้ำตาลอ่อน เธอมีดวงตากลมโต ใบหน้าน่ารักจิ้มลิ้ม แต่นิสัยก๋ากั่น

“เป็นไงแก ตื่นไม่ไหวเชียวเหรอ” ส่วนอีกคนชื่อน้ำชา เธอเป็นผู้หญิงตัวสูงเพรียว ผมยาวสีแดงสดเด่นมาตั้งแต่ระยะสิบเมตร นอกจากหน้าจะสวย หุ่นจะแซ่บแล้ว เธอก็ยังเป็นคนร้ายๆ อีกด้วย แต่ถึงอย่างนั้นน้ำชาเป็นเพื่อนที่ดีมากคนหนึ่ง

“เออ แล้วนี่ไอ้เซฟกับไอ้กั้งอะ” เจ้าของร่างบางถามเพื่อนผู้ชายในกลุ่มอีกสองคนหลังจากทิ้งกายนั่งลงด้านข้างเพื่อนสาว

เมื่อคืนนี้หญิงสาวพร้อมกับเพื่อนทั้งกลุ่มไปเที่ยวดื่มปาร์ตี้ด้วยกันจนดึกดื่น หนักขนาดที่ว่าตื่นมาเรียนตอนเช้าไม่ไหว เธอยังแปลกใจอยู่เลยว่าเพื่อนสองคนนี้ทำไมถ่อสังขารมาเรียนตอนเช้าได้ นี่คนหรือเอ็กซ์เมน

“ยังไม่เห็นหัวพวกมันตั้งแต่เช้าเลยจ้า” พริมตอบก่อนจะยื่นขนมปังอบร้อนๆ ที่เพิ่งซื้อจากร้านในโรงอาหารมาให้เพื่อนที่เพิ่งมาถึง “อันนี้ให้แก รีบกินซะ มีเรียนต่อตอนบ่าย เนี่ยวันนี้มีควิซด้วยไม่รู้ว่าจะโผล่มาได้หรือเปล่า”

“เค ขอบใจ” มาเจนตารับมาด้วยรอยยิ้ม ในขณะเดียวกันเปลือกตาก็หนักอึ้งพร้อมจะหลับได้ตลอดเวลา เธอไม่แน่ใจว่าจะมีสติสตังครบถ้วนในการควิซบ่ายนี้หรือเปล่า

...

และคำตอบก็คือไม่ได้

“สำหรับนิสิตคนไหนที่ยังไม่ได้ส่งการบ้านครั้งก่อน อย่าลืมส่งด้วยนะครับ เกินวันศุกร์นี้ผมไม่รับแล้วนะ” อาจารย์วันสามสิบกว่าเอ่ยจบก็จัดการปิดหน้าจอโปรเจกเตอร์เพื่อเป็นการจบคลาสเรียนในวันนี้

หญิงสาวนึกถึงการควิซเมื่อก่อนหน้าแล้วก็ถอนหายใจ ต่อไปนี้จะจำไว้ว่าถ้าวันไหนมีควิซ คืนก่อนวันนั้นจะไม่ยอมไปเที่ยวดึกเด็ดขาด

“แก..เย็นนี้ไปดูวงแกตเตอร์ร้องเพลงกัน” น้ำชาสะกิดแขนมาเจนตาเล็กน้อย หลังจากเมื่อครู่สาวเจ้าหันไปกระซิบกระซาบกับพริมเสร็จ

“อะไรนะ? นี่ยังจะไปอีก เมื่อวานยังไม่เต็มที่เหรอ”

ที่สุดไปเลยเพื่อนฉัน มาคืนนี้จะไปดูผู้ชายร้องเพลงอีกแล้ว

“หูย เมื่อคืนน่ะตั้งใจไปเมาไง วันนี้ไปนั่งเอาบรรยากาศกับฟังเพลง เปลี่ยนร้านด้วย เถอะนะ ไปแบบสามสาว ไอ้พวก 2 หน่อนั่นก็ปล่อยไปเถอะ”

“ร้านนั้นไกลป้ะ”

“อยู่แถวสีลมนี่เองแก”

“เออๆ เดี๋ยวฉันขอกลับไปนอนที่หอก่อนแล้วกัน สักสองทุ่มกว่าเจอกัน” สารภาพตามตรงว่าตอนนี้มาเจนตาง่วงนอนมากจนตาจะปิดอยู่แล้ว ที่ฝืนตัวเองนั่งเรียนมาได้สามชั่วโมงก็เก่งเต็มที

 

ณ หอพัก

หลังจากที่นั่งรถกลับมาถึงหน้าหอพักตัวเอง ร่างบางก็ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงทันทีด้วยความเหนื่อยล้า ยังไม่ทันแม้แต่จะถอดชุดนิสิตออกด้วยซ้ำ ความจริงแล้วหอของเธออยู่แถว BTS พญาไท จะนั่งรถเมล์ไปมหาวิทยาลัยก็ได้หรือขึ้นรถไฟฟ้าก็ได้ โดยปกติแล้วหญิงสาวมักนั่งรถเมล์ แต่เมื่อตอนกลางวันเลือกนั่งรถไฟฟ้าเพราะจะได้ถึงเร็วๆ

Line~

Prim : นี่นะแก ฉันแชร์โลเคชันให้ เจอกัน แต่งตัวสบายๆ ได้เลย

พออ่านข้อความจากผู้เป็นเพื่อนจบ หญิงสาวก็ตัดสินใจวางมือถือลงข้างเตียงเช่นเดิมแล้วจัดการตั้งนาฬิกาปลุกตอนทุ่มหนึ่งเพื่อตื่นมาอาบน้ำแต่งตัว

แต่ในขณะที่จะปิดตานอน เสียงข้อความเข้าก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง ทำเอาเธอแทบประสาทเสีย

Pniel : ยัยกี้ นี่พี่นีลเองนะ เรื่องถ่ายแบบเขาขอเลื่อนออกไปเดือนหน้าอะ

Magenta : ค่ะ ไม่เป็นไร

Pniel : เดี๋ยวถ้าได้กำหนดใหม่ พี่จะมาบอกอีกที

Magenta : ได้ค่ะ

ตอบเสร็จจึงปิดโทรศัพท์ คนเมื่อครู่นี้คือนีล อีกฝ่ายเป็นรุ่นพี่ที่เรียนจบออกไปปีที่แล้ว เจ้าตัวทำงานในทีมโฆษณาของบริษัทเครื่องสำอางหนึ่ง แล้วทางนั้นก็เห็นว่าผิวของเธอดีเหมาะจะมาเป็นนางแบบครีมตัวใหม่ของบริษัท ในตอนแรกมาเจนตาก็ลังเลใจเพราะไม่อยากทำเท่าไหร่ แต่พอนีลขอร้องเข้ามากๆ ก็ยอมอย่างเสียไม่ได้

 

@Flamingo A Bar

สุดท้ายแล้วหญิงสาวที่มีเรื่องคิดมากตั้งแต่เลิกเรียนก็ได้นอนไปแค่ครึ่งชั่วโมง และต้องตื่นขึ้นมาเพราะเสียงนาฬิกาปลุกอีก วันนี้เพื่อนนัดเอาไว้เสียด้วย จะไม่ไปก็กลัวสองสาวนั้นน้อยใจ

หญิงสาวใส่เสื้อผ้าแบบธรรมดา สบายๆ โดยเลือกเป็นเสื้อสายเดี่ยวสีชมพูมีโบว์ผูกที่หลังกับกระโปรงยีนส์ทรงเอ ปกติแล้วมาเจนตาชอบใส่ส้นสูงเวลาออกไปเที่ยว แต่วันนี้เธอก็เกิดอยากใส่ผ้าใบขึ้นมา ทรงผมที่ยุ่งเหยิงถูกหวีจัดทรงมัดครึ่งหัวพร้อมผูกโบว์สีขาวเอาไว้

เสียงโทรศัพท์สั่นดังครืดๆ ในกระเป๋าสะพายข้าง ทำให้สาวเจ้าต้องหยิบมันออกมาเปิดดู

Prim : แกอยู่ไหนแล้ว ฉันกับชานั่งอยู่โต๊ะใกล้เวทีเลยนะ

Magenta : อยู่ข้างหน้าแล้วเดี๋ยวเข้าไป

เมื่อเข้ามาด้านในก็กวาดสายตามองหาเพื่อนสาวสองคนนั้นอยู่พักใหญ่ ก่อนจะเจอนั่งเด่นมาแต่ไกล อีกคนใส่เดรสสีแดง ส่วนอีกคนชุดติดกลิตเตอร์ส่องประกายเล่นกับแสงไฟในร้าน

โอ้โห...ไหนบอกแต่งตัวสบายๆ ไง! แล้วดูฉัน อีพวกกลับกลอก เวอร์วัง

“นี่แม่คุณ แค่มานั่งฟังเพลงมันต้องเยอะเบอร์นี้เลย? ไม่ได้จะมาล่าผู้ป้ะ” หญิงสาวเอ่ยปากว่าน้ำชาคนแรกเมื่อสาวเท้ามาถึงที่โต๊ะ

“แหมแก ก็ไม่แน่ป้ะ ฉันอาจจะได้ผู้ก็ได้คืนนี้” น้ำชาป้องปากหัวเราะ

“ทำไรเกรงใจผัวบ้าง” พริมแทรกขึ้น

“โอ๊ย ช่างผัวสิ ผัวมี ผัวก็มาด้วยแล้วป้ะ”

“เอาเข้าไป”

มาเจนตาถอนหายใจกับสาวมั่นประจำกลุ่ม เพราะน้ำชามีแฟนเป็นตัวเป็นตนแล้ว แถมหนุ่มคนนั้นเป็นถือพระเอกละครคณะประจำปีนี้อีกต่างหาก ไม่รู้ว่าหนุ่มหล่อละมุนอย่างนั้นได้แรงบันดาลใจจากไหนถึงได้เอาเพื่อนเธอไปเป็นแฟน

“แล้วสั่งอะไรมาหรือยัง” บนโต๊ะที่ว่างเปล่าทำให้เธออดถามไม่ได้ ปกติแล้วสองคนนี้มักจะสั่งรอคนอื่นอยู่เสมอ

“เอาเบาๆ ป้ะแก พอกรุ้มกริ่ม เดี๋ยวเมาก่อนนักร้องขึ้น” น้ำชาหันหน้ามาถามก่อนจะเงยหน้าขึ้นจากโต๊ะ ยกมือเรียกพนักงานบริการเพื่อสั่งเครื่องดื่มและของกิน

บรรยากาศของร้านก็ไม่ค่อยมีอะไรแปลกใหม่จากที่อื่นมากนัก สายเที่ยวกลางคืนแบบกลุ่มเพื่อนของมาเจนตาเคยเจอร้านที่ดีกว่านี้มาก แต่พูดไปก็เท่านั้นเพราะสาเหตุที่มาไม่ได้มาเพราะร้านดีเสียหน่อย มาเพราะส่องนักร้องผู้ชายต่างหาก วงแกตเตอร์เป็นวงดนตรีที่กลุ่มเพื่อนสาวของเธอชอบในระดับหนึ่ง ด้วยความที่หน้าตาคนในวงก็ดี แถมร้องเพลงก็เพราะ เอนเตอร์เทนเก่ง

ส่วนหญิงสาวก็แค่นั่งฟังเพลงไม่ได้สนใจอะไรเป็นพิเศษเนื่องจากไม่ค่อยอินกับพวกนักดนตรีสักเท่าไหร่ ไม่ใช่อคติ แต่แค่คิดว่าพวกเขาเป็นกลุ่มคนแปลกๆ เข้าถึงยาก

เวลาล่วงเลยไปจากสองทุ่มกว่าก็เข้าช่วงสี่ทุ่ม บนเวทีของร้านเริ่มเคลียร์พื้นที่เพื่อติดตั้งอุปกรณ์พร้อมเดินสายไฟเครื่องดนตรี มาเจนตามองภาพเหล่านั้นอยู่สักพักก่อนจะหันหน้าไปมองเพื่อนสาวสองคน วงดนตรีที่รอคอยก็ขึ้นมาเล่นท่ามกลางรอยยิ้มของเพื่อนๆ

แกตเตอร์ เป็นวงดนตรีที่เกิดจากการรวมตัวของชายหนุ่มสี่คนที่เล่นดนตรีสี่ตำแหน่งตั้งแต่มือกีต้าร์ที่ควบตำแหน่งนักร้องนำ มือเบส คีย์บอร์ด และกลอง ทุกคนในวงนั้นล้วนหน้าตาดี ทำเอาหญิงสาวสงสัยไม่น้อยว่าพวกเขาฟอร์มวงกันเพราะความสามารถหรือหน้าตา

ร่างสูงของนักร้องนำที่ยืนอยู่ด้านหน้าสุดทำให้หญิงสาวมองเห็นเขาทุกครั้งที่หันหน้าไปมองเวที เป็นเรื่องน่าประหลาด ทั้งที่เธอไม่มีรสนิยมชอบนักดนตรีสักนิด แต่เขากลับมีเสน่ห์บางอย่างที่น่าหลงใหล อะไรกันที่น่าดึงดูด เสียงทุ้มในยามร้องเพลง นิ้วเรียวที่กำลังดีดสายกีต้าร์ หรือจะเป็น...สายตาที่ชายหนุ่มกำลังจับจ้องมาที่เธอ

มาเจนตาส่ายหน้าเบาๆ เขาไม่ได้มองเธอเสียหน่อย เขาก็มองคนทั้งร้านตามปกติของสายเอนเตอร์เทนต์

“แกๆ อีแม็กกี้” น้ำชาเรียกสะกิดไหล่ของเธอ

“หืม” เจ้าของชื่อหันไปมองเพื่อนพลางขมวดคิ้ว

“เอ้านี่”

กระดาษสีขาวที่ถูกพับครึ่งสองทบถูกยื่นมาใส่มือของเธอ เธอไม่แน่ใจนักว่าอีกฝ่ายไปเอากระดาษมาจากไหน

“อะไร?” หญิงสาวมองเศษกระดาษในมืออย่างไม่เข้าใจก่อนจะเงยหน้าไปสบตาเพื่อนสาว

“ฝากไปให้นักร้องนำหน่อย”

“ทำไมไม่เอาไปให้เอง”

“เถอะน่า หน้าต่างมีหู ประตูมีช่อง ฉันมีผัวแล้วนะยะ เกิดมีคนเห็นว่าอีน้ำชายื่นกระดาษให้ผู้ชายคนอื่นแล้วเอาไปฟ้องบอย ฉันโดนเล่นงานแน่” คนมีผัวว่าพร้อมกับทำแววตาเป็นประกายใส่ “นะๆๆ”

มาเจนตาถอนหายใจก่อนจะลุกขึ้นจากเก้าอี้เพื่อนำสิ่งที่อยู่ในมือไปให้นักร้องนำตามคำขอของน้ำชา

เพราะโต๊ะที่สามสาวนั่งอยู่ไม่ห่างจากขอบเวทีมากนัก เวลาแค่ชั่วคราวเดียวก็ทำให้ร่างระหงมาหยุดยืนอยู่ด้านหน้าเวที เพราะพื้นของเวทีซึ่งยกระดับสูงจากพื้นปกติประมาณสองคืบกว่าประกอบกับชายหนุ่มที่ตัวสูงร้อยแปดสิบเซนติเมตรกว่าๆ ทำให้หญิงสาวต้องเงยหน้าเพื่อสบตาเขา

“ให้คุณค่ะ” เธอว่าพร้อมยื่นกระดาษในมือให้เขา

เพราะเป็นช่วงที่เพลงที่แล้วเพิ่งเล่นจบ ทำให้ชายหนุ่มเอื้อมมือมารับกระดาษจากหญิงสาวได้ เขานำมันมาเปิดอ่านทันที

พอมาเจนตาเห็นว่าเขาได้รับแล้วจึงเตรียมจะเดินกลับโต๊ะ ทว่าอีกฝ่ายกลับเรียกตัวไว้เสียก่อน

“เดี๋ยวคุณ”

“คะ?” เจ้าของใบหน้าหวานขมวดคิ้ว เธอไม่รู้ว่าข้อความในกระดาษนั้นถูกเขียนไว้ว่าอย่างไรเพราะไม่ได้เปิดดูแต่แรก

“ไว้ร้านปิดนะครับ ผมจะรอ”

หญิงสาวงงหนักกว่าเดิม อะไรกัน เขาหมายถึงอะไร

ภูริพัฒน์มองแผ่นหลังของร่างบางที่เดินกลับไปนั่งโต๊ะกับกลุ่มเพื่อนพร้อมยิ้มบางออกมา เธอไม่ได้พูดจาตอบอะไรแล้วจากไปด้วยใบหน้าเนือยๆ เขามองแผ่นกระดาษในมืออีกครั้งก่อนจะยัดมันใส่กระเป๋ากางเกง แล้วหันไปส่งสัญญาณให้มือกลองด้านหลังเตรียมเล่นเพลงต่อไป

ใจความของตัวหนังสือบนกระดาษนั้นก็คือ

อยากฟังเพลงรักจังเลยค่ะ แต่ไม่ต้องเล่นตอนนี้นะคะ พอดีอยากฟังแบบส่วนตัว

ส่วนหญิงสาวผู้รับชะตากรรมกลับไม่รู้เลยว่าตนเองโดนเพื่อนแกล้งเข้าให้เสียแล้ว





โอ๊ย รีไรท์บทนำออกมาใหม่ได้แล้วนะ แง้

คือว่าอยากเริ่มเขียนใหม่ เพราะจะเปลี่ยนการบรรยายนิดหน่อย

ส่วนพล็อตกับคาแรกเตอร์ยังเหมือนเดิมนะคะ แค่เพิ่มอะไรบางอย่าง

ใครที่เคยอ่านของก่อนหน้า ลืมๆ ไปให้หมดนะคะ 55555

ฝากส่งฟีดแบคด้วยน้า #เฟียสมากพ่อ

Facebook : Castle-G | Twitter : @castleglint


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 101 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

185 ความคิดเห็น

  1. #19 My_smile (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2563 / 17:51
    ฮือออออ ดีจังเลยค่ะ
    #19
    0
  2. #17 ✨•P•u•y•z•Z•i•i•✨ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 08:49
    เพื่อนสาวทำดีมากคร้าาาาาา เปิดให้ก่อนเลย
    #17
    0
  3. #4 ✨•P•u•y•z•Z•i•i•✨ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 มีนาคม 2563 / 22:54
    โอ๊ยยยยเจ็บจี๊ด😖 รักแทบตายแต่ไม่มีสถานะ😆
    #4
    0