My Only 1 เพราะคุณเท่านั้นคนเดียวของใจ

ตอนที่ 7 : MY ONLY 1 | 03 : จดหมายสื่อรัก [1] [2]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,843
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 106 ครั้ง
    30 พ.ค. 63

 

03 : Solicitous

 

กลางดึกของคืนหนึ่ง

ตอนนี้ก็เป็นเวลาสองชั่วโมงได้แล้วที่ณภัทรใช้เวลาอยู่กับการอ่านหนังสือและตำราต่างๆ มากมายบนโต๊ะเขียนหนังสือของตนเองในห้องนอน ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นหนังสือเกี่ยวกับการแพทย์ที่เขาซื้อมาอ่านศึกษาเอาไว้ในตอนปฏิบัติจริง ซึ่งพวกนี้อาจารย์หมอก็เป็นผู้แนะนำมาอีกที

ร่างสูงพักสายตาจากการอ่านและตั้งใจจะยืดเส้นยืดสายเสียหน่อย และทันใดนั้นเองก็มีสายโทรเข้ามาพอดี

:: คุณชัชเชนทร์::

อ่า..ผู้อุปถัมภ์ของเขานั่นเอง

“ครับ สวัสดีครับ”

[เป็นยังไงบ้างนะ]

“หมายถึงผมหรือลูกสาวคุณล่ะครับ” ณภัทรไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่ว่าคำว่าเป็นยังไงบ้างนั่นหมายถึงใครกันแน่

[ก็ทั้งคู่ เจ้าจันทร์ไม่ได้แกล้งอะไรนะใช่ไหม]

เขาหลุดยิ้มเล็กน้อย

“ไม่หรอกครับ เธอก็ปกติ”

[ก็แสดงว่ายังพอรับมือได้ล่ะสิ] ปลายสายตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงสบายๆ นั่นจึงทำให้ณภัทรรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาบ้าง

อันที่จริงคุณเขาไม่ใช่คนดุอะไรนักหรอก ออกจะเป็นคนอารมณ์ดีเสียด้วยซ้ำ แต่ด้วยความเขาเป็นหนึ่งในผู้มีพระคุณก็ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกเกร็งอยู่ทุกครั้ง

“ผมไม่เข้าใจว่าคุณให้เจ้าจันทร์มาอยู่ที่นี่ทำไม ทั้งที่เธอไม่ค่อยชอบผม”

[ก็เพราะแบบนั้นไง ฉันเลยอยากให้คุยกันดีๆ ฉันเลี้ยงลูกสาวคนนี้มาก็ไม่ค่อยเห็นไปอารมณ์ร้ายใส่ใครเลยยกเว้นนายนั่นแหละ น่าสงสัยจริง]

“ครับ ผมคงดูไม่ดีในสายตาของเขาน่ะ” นึกไปแล้วก็น่าเศร้าใจไม่น้อย

[ฉันเชื่อว่านะเป็นเด็กดีและดูแลเจ้าจันทร์ได้ ยังไงถ้ามีโอกาสก็ลองคุยปรับความเข้าใจกันดูล่ะ]

“อ่า...” ชายหนุ่มรู้สึกแปลกๆ ที่ได้ยินอะไรแบบนี้

[เฮ้ๆ แต่ไม่ได้หมายความว่าฉันจะยอมยกลูกสาวให้นะ ฉันรู้ว่านะคิดยังไงกับเจ้าจันทร์]

ณภัทรแอบสะดุ้งตกใจเล็กน้อยเพราะไม่คิดว่าเขาจะไม่เนียนถึงขั้นโดนจับได้ แล้วนี่ยังเป็นผู้อุปถัมภ์พ่วงตำแหน่งพ่อของเจ้าจันทร์อีกต่างหาก เรื่องนี้เขาอุตส่าห์เก็บไว้กับตัวเองมาตลอดหลายปีแม้กระทั่งคนใกล้ชิดก็ไม่เคยบอกสักคน แล้วนี่โดนจับได้ตอนไหนกัน

“ค..คือว่า ผม เอ่อ”

[ไม่ต้องตกใจหรอก ฉันดูออกนานแล้ว เอาเป็นว่าฉันไว้ใจนาย เรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆ ฉันโอนให้สิ้นเดือนตามเคยนะ]

“ขอบคุณครับ คุณใจดีกับผมและแม่มากจริงๆ”

[ฉันก็ให้แค่คนที่สมควรได้รับ ถ้าอย่างนั้นฉันไม่รบกวนแล้ว แค่นี้ล่ะ]

หลังจากนั้นสายก็ถูกวางไป ชายหนุ่มผ่อนลมหายใจออกมาราวกับว่าได้หายใจอย่างเต็มปอดมากขึ้น เป็นโชคดีของเขาที่ไม่โดนต่อว่าอะไรหลังจากที่ถูกผู้อุปถัมภ์จับได้ว่าแอบรักลูกสาวของเขา แถมยังแสดงท่าทีว่าไว้ใจเขาเกินร้อยขนาดนี้อีกด้วย

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะประตูห้องนั้นดังขึ้นก่อนจะปรากฏตัวของหญิงสาวคนหนึ่งที่เปิดประตูเข้ามา เจ้าจันทร์อยู่ในชุดนอนเป็นกระโปรงยาวคลุมเข่าบนหัวของเจ้าตัวยังมีโรลม้วนผมอยู่สองสามอัน เธอจ้องมองมายังชายหนุ่มที่นั่งอยู่โต๊ะหนังสือแล้วทำทีเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง

แต่โดนขัดเสียก่อน

“นี่คุณเปิดประตูพรวดพราดเข้ามาอีกแล้วนะ”

“อะไรกัน ฉันก็เคาะแล้วไง” เธอเถียง

“เคาะแล้วก็ต้องรอเจ้าของห้องเดินไปเปิดสิ”

“เยอะจริง” เจ้าจันทร์บ่นอุบอิบก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง “พอดีเมื่อเช้าตอนเข้ามาฉันแอบเห็นหนังสือในตู้หนังสือของนายว่าเยอะดีน่ะ เลยอยากมาขอดูว่ามีอะไรบ้าง”

“ปกติก็เป็นหนังสือใช้เรียน แต่ก็พอมีไว้อ่านเล่นบ้าง คุณอยากดูอะไรก็ดูสิ” เขาอนุญาตและปล่อยให้เธอเดินเข้ามาในห้อง

เจ้าจันทร์เมื่อได้รับอนุญาตแล้วเธอจึงเดินตรงเข้ามาที่ชั้นหนังสือของณภัทรเพื่อก้มมองหาหนังสือต่างๆ ที่อยู่ด้านใน ส่วนใหญ่แล้วหนังสือในชั้นก็มักจะเป็นหนังสือเรียนอย่างที่เจ้าของห้องบอกจริงๆ เห็นแล้วก็เวียนหัวแทน คนเราจะต้องอ่านหนังสือเรียนเยอะขนาดนี้เชียวเหรอ ต่อให้เป็นนักศึกษาแพทย์ก็เถอะ นี่มันเยอะมากจริงนะ

แต่ในระหว่างที่กำลังค้นอยู่นั้นสายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นกล่องอะไรบางอย่างที่ซ่อนไว้ด้านใน มันเป็นกล่องไม้ขนาดเล็กเท่ากับหนังสือเล่มหนึ่ง และเมื่อนำมันออกมาเปิดดูก็พบกับกระดาษที่ถูกพับไว้หลายทบหลายฉบับด้วย ด้วยความอยากรู้อยากเห็นเธอจึงหยิบอันหนึ่งมาเปิดอ่าน

‘ผมไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่กว่าจะรู้ตัวผมก็ชอบเธอมากๆ เลย ผมชอบที่จะได้เห็นรอยยิ้มของเธอ มันดูสว่างไสวและอบอุ่นราวกับดวงจันทร์เต็มดวงในยามกลางคืน’

“โหหห จดหมายนี้นายเขียนเองเหรอ” พออ่านจบแล้วก็อดถามเจ้าของจดหมายไม่ได้

ณภัทรที่กำลังก้มอ่านหนังสือก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยหลังจากที่ได้ยินคำว่าจดหมาย เขาเงยหน้าไปมองเจ้าของร่างเล็กที่กำลังเปิดดูแผ่นกระดาษเก่าๆ ในกล่องไม้นั่นอย่างชอบใจ แล้วเขาก็รีบพุ่งเข้าไปฉวยคืนมาจากมือเธออย่างรวดเร็วพร้อมแววตาตื่นตระหนก “อันนี้เปิดไม่ได้นะ!”

“อ้าว นึกว่าได้ซะอีก เห็นบอกว่าอยากดูอะไรก็ดูนี่ ว่าแต่จดหมายพวกนี้เขียนไปให้ใครเหรอ” เจ้าจันทร์ตกใจเล็กน้อยที่เห็นคนตรงหน้ากอดกล่องไม้ไว้กับอกแน่นขนาดนั้น

“ผมบอกไม่ได้”

“เลี่ยนชะมัด เห็นแล้วอยากจะขุดวิลเลียม เชกสเปียร์ขึ้นมาจากหลุมศพให้มาดูว่างานเขียนสุดแสนจะโรแมนติกที่แท้จริงนั้นมันเป็นยังไง” ในขณะที่พูดไปเธอก็หลุดยิ้มไปด้วยอย่างไม่รู้ตัว

ถ้อยคำทีเล่นทีจริงแบบนั้นทำให้ใบหน้าของณภัทรขึ้นสีแดงระเรื่อตัดกับผิวขาวๆ นั้นของเขาจนมองเห็นชัดเจน

“เลิกล้อผมได้แล้ว คุณไม่เคยชอบใครหรือไง”

“เคยสิ” หญิงสาวตอบ

กรรม ไม่น่าไปถามเลย

“งั้นเหรอ”

“แต่เลิกชอบไปแล้ว” เจ้าจันทร์หลุบสายตามองไปทางอื่นอยู่สักพักจากนั้นก็เปลี่ยนมาขยี้เรื่องของคนตรงหน้าแทน “ว่าแต่นายเถอะ คนที่โดนนายชอบคงโชคร้ายน่าดู อยากรู้จริงๆ ว่าเป็นคนยังไง”

ก็คุณนั่นแหละ คนโชคร้ายคนนั้น

“งั้นคุณก็บอกผมสิว่าคนที่คุณเคยชอบเป็นคนยังไง” ในเมื่อถามเขามาแบบนั้น เขาเองก็จะเป็นฝ่ายย้อนกลับไปเช่นกัน

“ทำไมฉันต้องบอกนายด้วย ไม่ได้เกี่ยวกับนายสักหน่อย” หญิงสาวตอบปฏิเสธแทบจะทันที

“งั้นเรื่องของผมก็ไม่เกี่ยวกับคุณเหมือนกันนั่นแหละ”

“ชิ ฉันไปก็ได้ ไม่มีหนังสือที่น่าสนใจเลย”

นอกจากไอ้จดหมายที่อยู่ในกล่องนั่นน่ะ

ณภัทรยืนมองแผ่นหลังของร่างเล็กที่เดินออกจากห้องนอนของเขาไปพร้อมกับปิดประตูให้เรียบร้อยแล้วจึงถอนหายใจออกมาอีกครั้ง เขามองกล่องไม้ใส่จดหมายในมือด้วยใจที่สั่นไม่น้อย โชคดีที่เจ้าจันทร์ไม่ได้ไปเปิดอ่านแผ่นที่เขาเขียนชื่อของเธอเอาไว้ด้วย ไม่อย่างนั้นละก็คงบันเทิงน่าดู

วันนี้มันวันอะไรกัน โดนพ่อเขาจับได้แล้วก็เกือบจะโดนลูกเขาจับได้อีกเหรอ

เขาก็แค่เขียนเอาไว้กะว่าจะแอบส่งให้เธอได้อ่านเท่านั้น แต่ก็ไม่เคยกล้าพอที่จะทำแบบนั้นสักทีเลยได้แต่เขียนเก็บไว้กับตัวเองแบบนี้ แต่มันก็นานแล้วตั้งแต่ที่เขายังอยู่ที่บ้านของอีกคน และณภัทรไม่กล้าทิ้งมันเสียที

 

เช้าวันต่อมา

เนื่องจากวันนี้เป็นวันหยุดอีกวันหนึ่งของเจ้าจันทร์ เธอจึงไม่จำเป็นจะต้องตื่นขึ้นมาแต่เช้าเพื่อออกไปทำงานและลงมายังชั้นล่างของบ้านในยามสาย ซึ่งวันนี้ก็เป็นวันที่ร้านขนมของคุณป้าภัสสรปิดเช่นเดียวกันทำให้หญิงเจ้าของบ้านไม่ต้องออกไปขายของและได้อยู่ดูแลความเรียบร้อยภายในบ้าน

แต่ว่าเหมือนจะมีสมาชิกบ้านอีกหนึ่งคนที่หายไป

“มองหานะเหรอคะ” คุณเจ้าของบ้านที่แอบเห็นหญิงสาวหันซ้ายหันขวาก็ยิ้มออกมาเล็กน้อย

“เอ่อ” เจ้าจันทร์ไม่กล้าที่จะยอมรับว่ามันเป็นเช่นนั้นจริงๆ

“นะออกไปมหาลัยตั้งแต่เช้าแล้วน่ะ”

“วันนี้วันหยุดนะคะ” เธอทำหน้าแปลกใจหลังจากที่ได้ยินเช่นนั้น ปกติแล้ววันหยุดทุกคนก็ควรได้นอนพักอยู่ที่บ้านสิ

“เหมือนจะเป็นเวรขึ้นวอร์ดของเขาน่ะ โรงพยาบาลไม่มีวันหยุดหรอกค่ะ”

“อ๋อ..”

อ่า ชีวิตเด็กเรียนแพทย์จริงๆ พอณภัทรไม่อยู่แบบนี้บ้านก็ดูเงียบขึ้นมาเลยนะ.. ฮึ ก็ดีแล้วนี่จะได้สบายหูสบายตาขึ้นมาหน่อยที่ไม่เห็นเจ้านั่นน่ะ

“แต่หนูอยู่บ้านคนเดียวได้ใช่ไหม ป้าว่าจะออกไปที่มหาลัยของนะมันน่ะ เนี่ย เมื่อเช้ารีบๆ แล้วลืมของเลย ป้าอุตส่าห์ทำกล่องข้าวไว้ให้” คุณป้าภัสสรเอ่ยพร้อมกับชี้ไปยังกล่องข้าวกล่องหนึ่งที่อยู่ในถุงผ้าขนาดพอดีใส่ ดูเหมือนว่ามันจะเป็นข้าวกลางวันของลูกชายเขาเสียด้วย

“งั้นเดี๋ยวจันทร์เอาไปให้เองค่ะ”

“รบกวนหนูเปล่าๆ”

“ไม่รบกวนหรอกค่ะ จันทร์ตั้งใจจะออกไปข้างนอกอยู่แล้ว” หญิงสาวยิ้มแย้มก่อนจะเดินเข้าไปหยิบถุงผ้าใส่กล่องข้าวนั้นมาถือไว้ในมือ

“ถ้างั้นป้าก็รบกวนด้วยนะ” หญิงวัยกลางคนยิ้มออกมาบางๆ ก่อนจะหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาเขียนเบอร์โทรของลูกชายเอาไว้ก่อนส่งมันให้กับหญิงสาว “พอไปถึงหนูก็โทรเรียกให้นะลงมาหาด้วยเบอร์นี้นะ”

“ได้ค่ะ”

จะว่าไปแล้วเธอเองก็เพิ่งมีเบอร์โทรศัพท์ของณภัทรเหมือนกัน

 

ณ มหาวิทยาลัยA

นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้มาที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ มันเป็นสถาบันที่ณภัทรกำลังศึกษาอยู่และคณะแพทย์ก็อยู่ไม่ไกลจากทางเข้ามากเท่าไหร่ มันอยู่ติดกับโรงพยาบาลเลย ด้วยความที่เจ้าจันทร์นั่งรถแท็กซี่มาทำให้ไม่ต้องเดินด้วยซ้ำเพราะรถมาส่งให้ถึงหน้าตึกของโรงพยาบาลเลยทีเดียว

มือเรียวยกโทรศัพท์ขึ้นมากดเบอร์โทรตามที่ได้มาจากคุณป้าทันทีเมื่อลงจากรถแล้วเรียบร้อย

[สวัสดีครับ] คนปลายสายกดรับหลังจากที่โทรไปได้พักหนึ่ง

“นี่เป็นบริการรับฝากส่งของ ขอให้คุณณภัทรลงมารับหน้าตึกโรงพยาบาลด้วย” เจ้าจันทร์แสร้งทำเป็นว่าเธอคือคนอื่นเพื่อหวังจะแกล้งเขา

[เจ้าจันทร์]

แต่น่าตกใจที่เขารู้ว่านี่คือเธอ

“นายจำฉันได้เหรอ”

[เสียงของคุณน่ะ แค่พูดมาคำเดียวผมก็จำได้แล้ว]

“ชิ ไม่สนุกเลย นายลงมาสิ คุณป้าบอกนายลืมของไว้” เมื่อการแกล้งไม่ได้ผล เจ้าจันทร์ก็เปลี่ยนเป็นเร่งเร้าให้อีกฝ่ายลงมา

[เอ่อ ผมติดเคสกับอาจารย์อยู่น่ะ แต่เดี๋ยวผมจะรีบลงไปหา]

“อืม”

หลังจากที่กดวางสายจากอีกคน เธอก็เดินไปหาที่นั่งรถแถวนี้เพื่อรอให้เขาลงมาเอาของ อันที่จริงแล้วเจ้าจันทร์ก็ไม่เข้าใจนักว่าทำไมตัวเองต้องเป็นฝ่ายเอาข้าวกล่องมาให้เขาด้วย ทั้งที่ให้คนอื่นเอามาให้ก็ได้แท้ๆ ทุกวันนี้มีบริการรับส่งของเยอะแยะไป

...

หลังจากที่นั่งรอไปเกือบยี่สิบนาทีได้ เจ้าของกล่องข้าวนี้ก็มาสักที

ณภัทรกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาหาเธอหลังจากที่กวาดสายตามองไปรอบๆ แล้วเจอเจ้าจันทร์นั่งรออยู่ที่ม้านั่งใต้ตึกโรงพยาบาล ใบหน้าของเขาโชกไปด้วยเหงื่อรวมถึงตัวของเขาด้วยที่เหงื่อเปียกจนเสื้อนักศึกษาขาวนั้นบางเห็นเนื้อหนังด้านใน โชคดีที่มีเสื้อกาวน์สวมทับเอาไว้

“นายดูรีบจัง มาช้ากว่านี้ฉันก็ไม่เผลอกินข้าวนายหรอกนะ” เจ้าจันทร์พูดหลังจากนั่งมองร่างสูงที่วิ่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ

“ผมไม่อยากปล่อยให้คุณรอนานกว่านี้” เป็นคำตอบที่ตรงไปตรงมาสำหรับณภัทร

“หึ รู้ตัวก็ดีนายทำให้ฉันต้องมานั่งรอนายตั้งนาน” เธอพูดอย่างนั้นก่อนจะยื่นถุงกล่องข้าวในมือไปให้ชายหนุ่มตรงหน้าพร้อมกับถุงกระดาษใส่อะไรบางอย่างที่เพิ่งมีมาใหม่

“ขอบคุณครับ แล้ว..ถุงนี้ก็แม่ทำมาให้เหรอ” ณภัทรแอบคิดว่าขนมปังแซนวิชในถุงไม่น่าจะเป็นฝีมือแม่ของเขา

“อ้อ เปล่าหรอกแต่ว่าฉันซื้อมาเพิ่มน่ะ”

“ซื้อเพิ่ม?”

“ไม่รู้สิ นายตัวโตขนาดนี้กินข้าวแค่นั้นได้ไง ก็เลยซื้อแซนวิชมาให้เพิ่ม หรือถ้าไม่กินก็เอาให้คนอื่นก็ได้” เจ้าจันทร์ตอบไปตามความจริง แล้วพอเธอเห็นว่าอีกฝ่ายยืนนิ่งไปก็รีบพูดอธิบายต่อ “ไม่ต้องคิดเข้าข้างตัวเองว่าฉันเป็นห่วง ฉันแค่ซื้อเพราะเห็นว่านายนอนดึกกลัวจะหมดสติ เดี๋ยวก็ลำบากคุณป้าอีก”

ถึงจะบอกว่าไม่ให้เข้าข้างตัวเองก็เถอะ แต่มันก็ทำให้เขายิ้มได้อยู่ดี ก็เจ้าจันทร์รู้ด้วยว่าเขานอนดึก

“คุณจะกลับเลยหรือเปล่า”

“แหงสิ จะให้ฉันอยู่ทำอะไรที่นี่ ฉันไม่อยากมีธุระกับโรงพยาบาลหรอกนะ”

“อ๋อ งั้นกลับยังไงเหรอผมเดินไปส่ง”

“ไม่ต้อง ฉันไม่ใช่เด็กห้าขวบนะทำไมต้องมีคนเดินไปส่ง” มาเองได้ก็ต้องกลับเองได้เหมือนกันสิ “นายน่ะยุ่งอยู่ไม่ใช่หรือไง”

“เอ่อ” ในขณะที่เขากำลังจะเอ่ยปากอะไรออกไปนั้นเขาก็โดนขัดจังหวะอีกครั้ง

“นะ! อยู่นี่เองหาตั้งนาน” เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งเรียกชื่อของเขาหลังจากนั้นจึงปรากฏร่างของเพื่อนผู้หญิงหนึ่งเดียวในกลุ่มอย่างพิ้งค์ เธอเดินเข้ามาจับแขนชายหนุ่มในขณะที่มืออีกข้างหนึ่งถือแฟ้มรายงานเอาไว้อยู่ “อาจารย์ให้มาตามน่ะ”

“อ๋อ เดี๋ยวขึ้นไปแล้ว”

“ลงมาทำอะไรเหรอ” พิ้งค์ตั้งคำถามจากนั้นเธอก็เพิ่งเห็นหญิงสาวอีกคนที่ยืนอยู่ด้วยกัน แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรมากมายนัก

“มาเอาของน่ะ”

“เสร็จแล้วใช่ป้ะ ขึ้นไปกันเถอะ”

“อืม เดี๋ยวผมไปแล้วนะ คุณกลับเองได้จริงๆ ใช่ไหม” ณภัทรก็ยังไม่วายถามเจ้าจันทร์ด้วยความเป็นห่วง แต่เพื่อนเขาก็พยายามลากตัวเขากลับไปเหลือเกิน

“ก็บอกว่าไม่ใช่เด็กห้าขวบไง ฉันไปแล้ว” เจ้าจันทร์ไม่อยู่ต่อบทสนทนาให้มันยืดยาวไปมากกว่านี้และตัดบทด้วยการเดินหนีออกมาทันที

..

ในขณะเดียวกัน

“นี่นะ ผู้หญิงเมื่อกี้ใครเหรอ” พิ้งค์เปิดคำถามหลังจากที่ลากผู้เป็นเพื่อนมาขึ้นลิฟต์ได้แล้ว

เป็นคำถามที่ณภัทรค่อนข้างที่จะหนักใจไม่น้อยเพราะเขาเองก็ไม่แน่ใจว่าควรตอบอย่างไรดี จะตอบว่าเป็นลูกสาวของผู้อุปถัมภ์เขาก็คงจะต้องอธิบายยาวอีก

“เป็นคนที่เราต้องดูแลน่ะ”

“แฟนเหรอ..” พิ้งค์กลัวคำตอบของคำถามนี้เล็กน้อย แต่คำว่าคนที่ต้องดูแลนั้นมันก็ทำให้เธอใจหายแล้ว จึงอยากรู้รายละเอียดให้มากกว่านั้น

“เปล่า ไม่ใช่” ไม่ใกล้เคียงเลยด้วยซ้ำ

“นะชอบเขา?”

“...ชั้นเจ็ดพอดี ไปกันเถอะ” ชายหนุ่มเลือกที่จะไม่ตอบแล้วเดินออกจากลิฟต์เมื่อประตูเปิดออก

พิ้งค์มองตามแผ่นหลังนั้นพร้อมกับถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเดินตามอีกฝ่ายไปด้วย เขาคงไม่รู้หรอกตัวหรอกว่าการทำท่ากลบเกลื่อนแบบนั้นมันไม่เนียน แล้วนั่นก็ยิ่งทำให้เธอรู้สึกหวั่นใจ เพราะตั้งแต่เป็นเพื่อนกันมาสมัยปี1 ณภัทรก็เป็นที่จับตามองตั้งแต่ปีแรก ด้วยความหน้าตาดีและนิสัยน่ารักทำให้ทุกคนชื่นชอบเขา รวมถึงเป็นที่นิยมในหมู่ผู้หญิงทั้งในและนอกคณะ แต่เจ้าตัวกลับไม่ได้สนใจผู้หญิงคนไหนเป็นพิเศษ (พิ้งค์เคยสงสัยเพื่อนเธออาจจะชอบผู้ชาย แต่ก็ไม่ใช่เพราะณภัทรก็ไม่ได้สนใจผู้ชายเหมือนกัน)

แต่กับผู้หญิงคนที่เจอเมื่อครู่นี้ แค่เห็นไม่กี่นาทีเธอก็รู้สึกได้ว่ามันไม่ธรรมดา

 

12.40 น. พักกลางวัน

“โอ๊ย ได้กินข้าวสักที ปวดหลังชะมัดเลยกูต้องกายภาพบำบัดแล้วป้ะ” ไม้หนึ่งบ่นอุบอิบหลังจากที่เพิ่งลงมาจากวอร์ดเป็นคนสุดท้ายก็ทำท่าบิดตัวบิดเอวไปมาก่อนจะทิ้งกายนั่งลงโต๊ะไม้ตัวหนึ่งซึ่งมีเพื่อนๆ นั่งรออยู่มาสักพัก

“ก็แกแก่แล้วไง” พิ้งค์หันไปพูดกับไม้หนึ่งแล้วหัวเราะ

“เห้ย เราอายุเท่ากันรึเปล่าพิ้งค์”

“แล้วนี่มึงช้าจัง อาจารย์พาตรวจคนไข้ยาวเหรอ” ณภัทรเอ่ยถาม

“เอ่อ วอร์ดกูมันอยู่ตั้งตึกโน้นอะ จิตเวช มึงได้เข้ารึยัง? แต่น่าจะยัง” ไม้หนึ่งถามเองตอบเอง จากนั้นเขาก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดๆ จิ้มๆ อยู่สักพัก “เมื่อกี้กูเพิ่งสั่งข้าวมาอะ ขอให้มาส่งก่อนหมดเวลาพักทีเถอะ”

“กินกับกูก่อนได้นะ” ณภัทรพูดพลางยื่นกล่องข้าวที่ผู้เป็นแม่ทำไว้ให้ ซึ่งมันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วที่เขาจะแบ่งให้เพื่อนคนอื่นทานด้วยเสมอ

“พ่อคุณทูนหัวของบ่าว” ไม้หนึ่งทำหน้าเหมือนจะบีบน้ำตาตอนที่ได้ยินเช่นนั้น เขาพยายามจะเข้าไปโอบกอดร่างสูงของเพื่อนสนิทแต่กลับโดนอีกฝ่ายใช้มือผลักออกไป

“เวอร์”

ของในกล่องข้าววันนี้ประกอบไปด้วยข้าวพร้อมทั้งผัดผักกับปีกไก่ทอดที่ถูกเก็บเอาไว้เป็นสัดส่วนอย่างดี ไม่แปลกที่ไม้หนึ่งจะชอบใจเพราะเป็นที่รู้กันในกลุ่มเพื่อนว่าแม่ของณภัทรทำอาหารอร่อยมาก และยังเคยไปกินข้าวที่บ้านอีกด้วย ทั้งแม่ทั้งลูกใจดีเหมือนกันไม่ผิด

“โอ๊ะ วันนี้มีแซนวิชด้วย” ไม้หนึ่งกำลังจะเอื้อมมือไปหยิบบางสิ่งที่อยู่ในถุงกระดาษบนโต๊ะ แต่..

“ไม่ได้” มือของณภัทรเร็วกว่า เขารีบคว้าถุงกระดาษนั้นมาไว้กับตัวเมื่อเห็นเพื่อนทำท่าจะเอามันไปกิน “อันนี้กูไม่ให้”

“อ้าว.." ปฏิกิริยาที่รวดเร็วทำให้ไม้หนึ่งตกใจนิดหน่อย

“อันนี้ของกู”

“ชิมอันนึงก็ไม่ได้อ่อ กูชอบเบคอนอ่า เห็นมีไส้เบคอนด้วย”

“ไม่” จะยังไงณภัทรก็ไม่ยอมยกแซนวิชในถุงนี้ให้ใครเด็ดขาด ในเมื่อมันเป็นสิ่งที่เจ้าจันทร์อุตส่าห์ซื้อให้เขานี่นา

“เออก็ได้ ไม่เอาก็ได้” ถึงจะไม่ค่อยเข้าใจแต่ก็ไม่อยากไปเสาะแสวงหาความจริงหรอกว่าทำไม เพราะตอนนี้ไม้หนึ่งหิวมากขอกินข้าวก่อนก็แล้วกัน

“เออนี่ พรุ่งนี้ตอนเย็นไหนๆ ก็ว่างแล้ว ไปเดินเล่นที่งานAfair กัน ยังไม่ได้ไปเลยจะวันสุดท้ายแล้วเนี่ย” พิ้งค์พูดขึ้นบ้างหลังจากนั่งเงียบมาพักหนึ่ง “ชวนนิกกี้ไปด้วย”

“อื้ม เอาสิ” ไม้หนึ่งตอบตกลงเป็นคนแรก “มึงล่ะไอ้นะ ไปด้วยกันป้ะ”

“ไปก็ไป” ตามมาด้วยณภัทร เพราะเขาก็ไม่ค่อยมีเวลาไปเดินเล่นมานานแล้ว

 

Castle-G's Talk

เอ็นดูการหวงแซนวิชมาก คือรักเขามากแค่ไหนถามใจดูนะ

อัพบทนี้เสร็จ จีอาจจะหายไปสักพักนะคะประมาณ 1-2 สัปดาห์

จีต้องไปสอบมิดเทอมแล้วค่ะ อู้มามากพอแล้ว แงงงงง

ฝากส่งฟีดแบคด้วยค่า เม้นท์ให้เลาเถอะ

สุ่มแจกอีบุคจากคอมเม้นท์นะคะ (ถ้าได้ทำนส.ก็จะแจกนส.ด้วย)

 

Image result for younghoon the boyz gif

มาหวีดติดแท็ก #ณเจ้าจันทร์

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 106 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

704 ความคิดเห็น

  1. #426 Kris-Ty (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 เมษายน 2563 / 23:35
    คุณพ่อน่ารักกกกก ถึงปากบอกจะไม่ยกให้ง่ายๆแต่ก็ให้นะ สามผ่านแล้วแน่นอนๆๆๆๆ
    #426
    0
  2. #222 plalomaheha (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 05:03
    เขินพระเอก น่ารักกกมากก
    #222
    0
  3. #75 Kwanta Lorliam (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 มีนาคม 2563 / 00:48

    ผู้มีพระคุณส่งเสริมเฉยเลย

    #75
    0
  4. #58 punriko (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 15:20

    น่าร้ากก

    #58
    0
  5. #57 9ningnong9 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 11:15
    ยกข้าวกล่องให้หมดเลยยังได้แต่แซนวิชข้าใครอย่าแตะ

    555555
    #57
    0
  6. #56 NAME :: Aida (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 00:05

    เอ็นดูนะมากอะ น่ารักกก

    #56
    0
  7. #55 chari2 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:56
    ยัยพิงค์ นะเป็นของเจ้าจันทร์คนเดียว
    #55
    0
  8. #54 ✨•P•u•y•z•Z•i•i•✨ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:38
    เอ็นดูในความหวงแซนวิชอ่ะ
    #54
    0
  9. #53 Rinnoli (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:26
    มีแก้ตัวก่อนด้วยว่าไม่ได้เป็นห่วงเขา เอ๊ะๆ
    #53
    0
  10. #52 _darinn_ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:06
    ถือผ่านด่านพ่อตา(?)แล้วไหม ที่เหลือก็แม่เจ้าจันทร์กับแม่ตัวเอง และก็ตัวเจ้าจันทร์เองอีก เอ้าา ก็ยังเยอะอยู่ดี โถ่ววพ่อคุณเอ้ยย~
    #52
    1
    • #52-1 _darinn_(จากตอนที่ 7)
      25 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:32
      ถือว่า***
      #52-1
  11. #51 chari2 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 / 14:33
    เจ้าจันทร์ ปากบอกว่าเกลียดเค้า แต่ก็ยังมองหา
    #51
    0
  12. #50 9ningnong9 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 / 14:19
    ยังได้เห็นโมเม้นท์จดหมายสื่อรักยุคนี้ ดีจัง
    #50
    1
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
  13. #49 mill_vt (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 / 14:05

    ณภัทรน่ารักกกก
    #49
    0
  14. #48 _darinn_ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 / 12:49
    คุณไม่เคยชอบใครหรือไง.... ไม่เอาไม่ถามแบบนี้นะนภัทร
    #48
    0
  15. #47 chari2 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 / 10:31
    ล้อได้ล้อไปเถอะเจ้าจันทร์

    ระวังโดนนะเอาคืน
    #47
    0
  16. #46 Neay48 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 / 10:20
    พ่อพระเอกขี้เขิลของนุ้งง น่ารักก
    #46
    0
  17. #45 ✨•P•u•y•z•Z•i•i•✨ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 / 09:44
    งื้อออออออออเขิน
    #45
    0
  18. #44 mill_vt (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 / 09:44
    รอค่าาาา
    #44
    0