My Only 1 เพราะคุณเท่านั้นคนเดียวของใจ

ตอนที่ 32 : MY ONLY 1 | 13 : วิธีทำให้เรียก [1]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,126
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 61 ครั้ง
    22 พ.ค. 63

 

สุ่มแจกอีบุคจากคอมเม้นท์ค่ะ

 

13: Dubious thing

 

20:30 นาฬิกา

หลังจากที่กลับมาถึงรีสอร์ทแล้วทานมื้อเย็นกันเสร็จ ณภัทรก็มาช่วยเตรียมงานของวันพรุ่งนี้ต่อ งานเลี้ยงจะถูกจัดขึ้นในช่วงตอนเย็นของวันพรุ่งนี้แล้วเหลือเวลาอีกหนึ่งวันกับการเตรียมการ บางส่วนก็จัดการไปล่วงหน้าแล้วเหลือเพลงไม่กี่อย่างจึงไม่ได้หนักหนาเท่าไหร่นัก

“เสียดายแม่ภัสสรไม่มาด้วย ถ้ามาอาหารวันงานพรุ่งนี้คงอร่อย”

ชายหนุ่มยิ้มรับเมื่อได้ยินที่ป้าอิงอรเอ่ยกับเขา

“แม่คงเหนื่อยน่ะครับสัปดาห์ก่อนก็เพิ่งไปทำงานต่างจังหวัดมาเอง” เขาตอบโดยไม่ลืมจะเอ่ยปากชมคุณหัวหน้าแม่บ้านของที่นี่ “ป้าอรก็ทำอร่อยนะครับ”

“ชมคนแก่เก่งจริง ไม่เท่าแม่เราหรอก”

“ผมว่าเอาโต๊ะออกมาจัดเลยดีไหมครับ พรุ่งนี้จะได้ทำอย่างอื่นต่อ” ณภัทรเสนอความคิดเห็นในระหว่างที่กำลังมองไปยังลานกว้างของรีสอร์ทซึ่งจะใช้เป็นสถานที่จัดงานเลี้ยง

“ก็ดีจ้ะ เดี๋ยวป้าให้เจ้าหมิงมาช่วยแล้ว”

กุญแจห้องเก็บของถูกยื่นมาใส่มือของชายหนุ่มโดยคุณหัวหน้าแม่บ้าน เขารับมันมาถือเอาไว้ก่อนจะเดินตรงไปที่ห้องดังกล่าว ในคราแรกณภัทรตั้งใจจะรอให้ลูกชายของป้าอิงอรมาถึงแล้วช่วยกันทีเดียวเลยแต่คิดอีกทีเขาอยากเข้าไปตรวจความเรียบร้อยเสียก่อน

เมื่อมาถึงและไขกุญแจเปิดห้องแล้ว ณภัทรจึงมองไปรอบกายเพื่อหาสวิตช์ไฟแต่พอเดินไปเปิดกลับไม่พบความสว่างใดๆ ถึงสภาพห้องจะเป็นระเบียบแต่ก็คงไม่ได้ผ่านการใช้งานมานานหลอดไฟจึงเสียเปิดไม่ติด ชายหนุ่มหยิบเอาโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดแฟลชใช้ส่องแทนไฟฉายก่อนจะพบโต๊ะตัวใหญ่หลายตัวถูกจัดเก็บเอาไว้ในห้องอย่างเป็นระเบียบ

เขาแรงเยอะก็จริงแต่ยกโต๊ะตัวใหญ่ขนาดนี้คนเดียวคงไม่ไหว ก็อาจจะต้องรอหมิงผู้ที่เป็นลูกชายของป้าอรเข้ามาช่วย

ทันใดนั้นเองเสียงย่ำเท้าดังกรอบแกรบก็ดังขึ้นมาจากด้านหลังของชายหนุ่ม ณภัทรหันหลังกลับไปมองเพราะหวังว่าจะเป็นหมิง แต่กลับไม่พบใครสักคนอยู่ด้านหน้าห้องเก็บของ ร่างสูงก้าวขาออกมาหยุดยืนที่หน้าประตูแล้วใช้ไฟจากแฟลชส่องไปรอบๆ ด้วยความสงสัย

เสียงกรอบแกรบนั้นดังขึ้นอีกครั้งจากฝั่งซ้ายมือ เขารีบใช้ไฟส่องไปมองทันทีแต่ด้วยความที่แฟลชมือถือไม่ได้สว่างมากเท่าไฟทั่วไป ณภัทรจึงเห็นเพียงแค่เงามืดดำลางๆ

เป็นเงาของผู้ชายตัวสูงคนหนึ่งที่กำลังเดินหนีไปอีกทาง

“นั่นใครครับ” เขาได้แต่หวังว่านั่นจะเป็นหนึ่งในพนักงานของที่นี่ แต่แทนที่จะได้รับการตอบกลับมาเงานั้นเคลื่อนไหวออกไปเร็วกว่าเดิมคล้ายกลัวโดนจับได้

ณภัทรเห็นท่าไม่ดีจึงจะวิ่งตามไป

“นะ จะไปไหนอะ” เสียงของชายคนหนึ่งรั้งเขาเอาไว้เสียก่อน เมื่อหันไปมองจึงพบว่าเจ้าของเสียงคือหมิงลูกชายของป้าอรนั่นเอง เขาอายุรุ่นราวคราวเดียวกับณภัทร

“หมิง เมื่อกี้เราเห็นใครก็ไม่รู้ว่ะ”

“พนักงานมั้ง ไม่ก็รปภ.เดินตรวจตรานั่นแหละ” หมิงไม่ได้ใส่ใจแล้วเดินเข้าไปในห้องเก็บของ “ไปยกโต๊ะเถอะ จะได้รีบจัดรีบเสร็จ”

ณภัทรไม่เชื่ออย่างสนิทใจว่านั่นจะเป็นแค่รปภ.ที่มาเดินตรวจตรา เพราะท่าทีดูลับๆ ล่อๆ พิกล แต่ถึงเขาจะเคลือบแคลงใจยังไงก็คงตามไปดูไม่ทันแล้ว ชายหนุ่มพยายามคิดบวกแล้วเลิกสนใจ ถึงแม้นี่จะเป็นรีสอร์ทกลางดอยแต่ก็ใช่ว่าจะไม่ปลอดภัย ที่นี่มีคนเปลี่ยนกะดูแลตลอด 24 ชั่วโมง ใครจะแอบเข้าออกไม่ใช่เรื่องง่าย

 

เวลาผ่านไปอีกหลายชั่วโมง หลังจากชายหนุ่มช่วยเตรียมงานเสร็จได้ส่วนหนึ่งเขาก็กลับเข้ามาที่เรือนใหญ่ซึ่งมีห้องพักของตัวเองอยู่ เวลาในตอนนี้ก็เกือบเที่ยงคืนเห็นจะได้ ความเหนื่อยล้าสะสมมาทั้งวันทำให้เขานึกอยากจะรีบพักผ่อนให้เต็มที่เสียที

แล้วเมื่อเดินขึ้นบันไดมายังชั้นบนเขาก็บังเอิญเจอกับหญิงสาวอีกคนที่อยู่ในบ้านเดียวกันเปิดประตูมาจ้องหน้าเขาอย่างไม่วางตา

“คุณยังไม่นอนอีกหรือไง”

“ยังสิ ก่อนหน้านั้นฉันเรียกทำไมไม่ขานรับ ปล่อยให้ฉันพูดคนเดียว” เธอทำหน้าบึ้งตึงเล็กน้อย

“ก่อนหน้านั้นผมไม่อยู่นะครับ เรียกไปจะได้ยินที่ไหน” ณภัทรหัวเราะเบาๆ เพราะหลังจากที่ทานข้าวเย็นเสร็จเขาก็ปลีกตัวไปช่วยงานเลยทันทีโดยที่เจ้าจันทร์ก็กลับขึ้นมาที่ห้องพัก

แต่แล้วชายหนุ่มก็ต้องยิ้มไม่ออกเมื่อได้ยินประโยคต่อมา

“ก็ก่อนหน้านั้นฉันได้ยินเสียงคนเดินในบ้านตอนเกือบสามทุ่มมั้ง ไม่ใช่นายหรือไง” เจ้าจันทร์คิดว่าตนเองไม่ได้หูฝาด

ก่อนหน้านั้นเธอได้ยินเสียงคนเดินวนเวียนอยู่ด้านหน้าห้องนอนของเธอ ถ้าไม่ใช่ณภัทรแล้วจะเป็นใครไปได้ เนื่องจากพนักงานทุกคนของที่นี่มีกฎเอาไว้ว่าถ้าไม่ได้รับอนุญาตก็ห้ามเข้าบ้านพักหลังไหนเด็ดขาด ยกเว้นแม่บ้านที่ขึ้นไปทำความสะอาด ในแม่บ้านเลิกงานตั้งแต่ตอนเย็น แล้วไม่มีนโยบายทำความสะอาดตอนกลางคืนเนื่องจากจะเป็นการรบกวนแขกที่มาพัก

ทั้งณภัทรและเจ้าจันทร์รู้กฎเหล่านั้นดี แล้วมันก็ทำให้ตอนนี้ชายหนุ่มกลับเริ่มรู้สึกวิตกกังวลขึ้นมา

“เจ้าจันทร์ ผมไม่ได้ขึ้นมาที่นี่..ตอนเวลาที่คุณว่าผมช่วยป้าอรจัดโต๊ะอยู่ด้านล่าง”

“...” หญิงสาวนิ่งอึ้งไปสักพัก “แล้ว..เสียงนั้นคือเสียงเท้าของใคร ไม่ใช่นายแล้วจะเป็นใครในเมื่อพนักงานไม่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นมาที่นี่อยู่แล้ว”

“ก็ใช่น่ะสิ คุณไม่ให้หูฝาดแน่นะ”

“ฉันยังมีประสาทรับเสียงที่ดีเถอะ”

สิ่งที่หญิงสาวได้บอกกับเขาทำให้นึกไปถึงตอนที่เจอเงาของใครสักคนตรงบริเวณห้องเก็บของนั้น มันเป็นเวลาที่ใกล้เคียงกับที่เจ้าจันทร์บอกได้ยินคนเดินเข้ามาในบ้าน

สถานการณ์เริ่มแปลกแล้วสิ

ซึ่งหญิงสาวเองก็คงจะเริ่มคิดเหมือนกับเขา ใบหน้านั้นซีดลงไปจนเห็นได้ชัด เธอมองไปรอบบ้านด้วยความหวาดระแวงทันที

“นายว่าเป็นใคร”

“ผมไม่รู้ แต่ที่รู้คือมันไม่ปกติ” ณภัทรในเวลานี้ก็หนักใจมากเช่นกัน “ถ้างั้นเดี๋ยวผมจะไปหยิบของที่ห้องมา คืนนี้ผมจะนอนกับคุณ”

“ฮะ..กับฉัน”

“ใครก็ไม่รู้บุกขึ้นบ้านยามวิกาล ผมไม่วางใจให้คุณอยู่คนเดียวหรอก” ชายหนุ่มเอ่ยด้วยใบหน้าเคร่งเครียด “เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมจะแจ้งเรื่องนี้กับผู้จัดการรีสอร์ท ไม่ว่าจะเป็นพนักงานหรือเป็นโจรมันก็ไม่ปกติ”

นี่คงเป็นครั้งแรกที่หญิงสาวไม่ตะขิดตะขวงใจที่จะยอมให้ณภัทรมานอนห้องเดียวกับเธอ ในเวลานี้เจ้าจันทร์เองก็กลัวและคิดมากไม่แพ้กัน

ชายหนุ่มใช้เวลาไม่นานก็ยกสัมภาระทั้งหมดของเขามาไว้ที่ห้องเจ้าจันทร์ได้ เนื่องจากว่าของทั้งหมดไม่ได้มีเยอะมากนัก แค่กระเป๋าใบเดียว

เจ้าจันทร์นั่งคุดคู้อยู่บนเตียงระหว่างที่รอณภัทรอาบน้ำอยู่ เขาบอกกับเธอว่าวันนี้ทั้งวันใช้พลังงานไปเยอะ แต่จะให้อาบที่ห้องของเขาเองก็เกรงจะนานเกิน ตอนนี้เขาไม่อยากปล่อยให้หญิงสาวอยู่คนเดียวนานเกินไปจึงหอบผ้าหอบผ่อนมาอาบน้ำที่นี่

สักพักประตูห้องน้ำก็เปิดออกพร้อมกับเจ้าของร่างสูงที่เดินออกมาด้วยสภาพตัวเปียกปอนไปทั้งกาย มีเพียงผ้าขนหนูสีขาวที่เกาะสะโพกเพื่อปกปิดส่วนล่างเอาไว้เท่านั้น แต่ร่างกายส่วนบนก็ยังเปลือยอยู่

หญิงสาวเบือนหน้าหนีจากภาพตรงหน้าเพราะไม่อยากมองไปมากกว่านี้

แน่นอนว่าการกระทำนั้นตกอยู่ในสายตาของณภัทร

“เป็นอะไรไปครับ หุ่นผมไม่ดีเหรอ” น้ำเสียงหยอกล้อของชายหนุ่มยิ่งทำให้เธอไม่กล้าหันไปสบตามากกว่าเดิม แถมไอ้คำถามหุ่นไม่ดีอะไรนั่นอีก

ก็เพราะดีไงเล่าถึงกลัวที่จะมอง..เฮ้ย ไม่ใช่สิ เธอจะต้องตอบว่ามันไม่น่าดูต่างหาก

“ไม่ รีบใส่เสื้อผ้าสักที มีบางอายบ้างเถอะ”

“อายทำไมครับ ผมว่าคุณก็เคยเห็นหมดแล้วนี่”

“นายมันหน้าไม่อายที่สุด พูดมาได้” ถึงแม้ว่าเธอจะเคยเห็นแล้วจริงๆ แต่ว่ามันก็ใช่ว่าจะทำใจเห็นได้เป็นครั้งที่สองสักหน่อย

“งั้นก็เห็นให้ชินสิครับ”

 

 

Castle-G's Talk

มันยังไงซิ เราต้องใช้วิกฤตให้เป็นโอกาสเหรอนะพัด 555555

น่าจะครึ่งเรื่องแล้ว (รึเปล่านะ) เริ่มมีอะไรๆ ขึ้นมาแล้ว

 

มาหวีดติดแท็ก #ณเจ้าจันทร์

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 61 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

704 ความคิดเห็น

  1. #368 _darinn_ (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 12:45
    ใจหายวาบเลยตอนที่เจ้าจันทร์บอกว่ามีคนอยู่ในบ้าน เครียดแล้ววววววว

    กะออกมาอ่อยเต็มที่แหละดูออก ไม่งั้นคงใส่เสื้อผ้าตั้งแต่ในห้องน้ำไปแล้ว
    #368
    0
  2. #367 _darinn_ (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 12:44
    ใจหายวาบเลยตอนที่เจ้าจันทร์บอกว่ามีคนอยู่ในบ้าน เครียดแล้ววววววว

    กะออกมาอ่อยเต็มที่แหละดูออก ไม่งั้นคงใส่เสื้อผ้าตั้งแต่ในห้องน้ำไปแล้ว
    #367
    0
  3. #356 ✨•P•u•y•z•Z•i•i•✨ (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 00:17
    ดูๆๆๆๆๆ จะได้ชิน อร๊ายยยย
    #356
    0
  4. #354 PanchiwaTipsonte (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 15 เมษายน 2563 / 15:10
    พี่แกก็ร้ายไม่เบาเลยนะคะ
    #354
    0
  5. #353 SasiPutt (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 15 เมษายน 2563 / 14:59
    เจ้านะนี่ร้ายไม่เบา
    #353
    0
  6. #352 9ningnong9 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 15 เมษายน 2563 / 14:12
    คนร้ายรึเปล่าเป็นคนในด้วยไม๊นะ
    #352
    0
  7. #350 chari2 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 15 เมษายน 2563 / 12:34
    สถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาน ก็ไม่เว้นนะเจ้านะ
    #350
    0
  8. #349 yim04127 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 15 เมษายน 2563 / 12:31
    มาบ่อยๆนะคะไรต์🥺😀😀
    #349
    0