My Only 1 เพราะคุณเท่านั้นคนเดียวของใจ

ตอนที่ 30 : MY ONLY 1 | 12 : ขึ้นดอยด้วยกัน [1] [2]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,744
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 118 ครั้ง
    22 พ.ค. 63

 

สุ่มแจกอีบุคจากคอมเม้นท์ค่ะ

 

12: Together

 

ณ ท่าอากาศยานเชียงใหม่

ระยะเวลาผ่านไปได้หนึ่งสัปดาห์พอดี ซึ่งตรงกับวันที่เจ้าจันทร์จะต้องเดินกลับมายังที่บ้านของตนเองเพื่อมาร่วมงานฉลองประจำตระกูลที่จะจัดขึ้นในทุกปี หรือเรียกสั้นๆ ว่างานรวมญาติ เธอออกจากกรุงเทพมาตั้งแต่เช้าและใช้เวลาเดินทางประมาณหนึ่งชั่วโมงนิดๆ ซึ่งข้างกายของหญิงสาวก็มีณภัทรตามมาด้วยอย่างที่เคยคุยกันเอาไว้เมื่อก่อนหน้านั้น

“ผมว่ากระเป๋าคุณเยอะไปนะ เราอยู่แค่ไม่กี่วันเอง” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นในขณะที่กำลังรอกระเป๋าโหลดตามสายสะพานที่เลื่อนมาเรื่อยๆ ด้านข้างก็มีรถเข็นที่เอาไว้ใช้ใส่สัมภาระของผู้โดยสาร

“นายพูดตั้งแต่ออกจากบ้านแล้วนะ” เจ้าจันทร์หันไปมองหน้าเขาแล้วก็ถอนหายใจ “ก็ของจำเป็นทั้งนั้น ฉันสิต้องถามนายว่าไอ้กระเป๋าใบเดียวของนายมันเก็บอะไรพอได้ยังไง”

เขาไม่ได้เอ่ยปากเถียงอะไรอีก หลังจากที่ได้กระเป๋ามาครบทุกใบแล้วทั้งคู่จึงเดินออกไปจากเก็ต ซึ่งก่อนหน้านั้นคนที่บ้านโทรมาบอกว่าจะส่งรถมารับ ซึ่งรออยู่สักพักรถตู้คันหนึ่งก็เข้ามาจอดเทียบบริเวณด้านหน้าของทางออก แน่นอนว่าเธอจำรถที่บ้านของตนเองได้

เจ้าจันทร์ก็แค่คิดว่าอาจจะเป็นพนักงานขับรถในบ้านทั่วไป แต่ไม่นึกเลยว่าจะได้เจอกับ...

“พี่ฟ้า”

ร่างบางของหญิงสาวคนหนึ่งที่ก้าวลงมาจากรถตู้นั้นทำให้เจ้าจันทร์ประหลาดใจเล็กน้อย ผมยาวสลวยถึงกลางหลังถูกดัดเป็นลอนอ่อนๆ เจ้าของใบหน้าสวยเข้ารูปพร้อมกับผิวขาวเนียนละเอียดเหมือนกับของเธอไม่มีผิดนั้นมีสถานะเป็นพี่สาวแท้ๆ ของเธอเอง

“พี่ผ่านมาแถวนี้พอดี ก็เลยแวะมารับ” เจ้าฟ้าเอ่ยกับน้องสาวก่อนที่จะหันไปบอกกับผู้ติดตามในชุดสีดำที่มาด้วยกัน “เดี๋ยวช่วยขนของขึ้นรถให้หน่อยนะคะ”

“ได้ครับ คุณเจ้าฟ้า”

“ไม่ได้เจอตั้งนาน คิดถึงที่สุดเลยค่ะ” ร่างเล็กของเจ้าจันทร์โผเข้าไปกอดผู้เป็นพี่สาว

ภาพของพี่น้องตรงหน้านั้นทำให้ณภัทรเผลออมยิ้มออกมาเล็กน้อย เธอเหมือนกับเด็กตัวเล็กของบ้านจริงๆ ที่มักจะมีแต่คนเอ็นดูอยู่เสมอ

“ค่อยคุยกันน่า ขึ้นรถได้แล้ว” เจ้าฟ้าบอกกับน้องสาวของเธอก่อนจะหันไปคุยกับคนที่ยืนอยู่ด้านหลังไปอีก “นะก็มาด้วยนี่นา นึกว่าคุณป้าจะมา”

“แม่ให้ผมมาช่วยงานแทนน่ะครับ”ณภัทรตอบ

“อ๋อ แบบนี้นี่เอง ขึ้นรถสิ” เจ้าฟ้าพยักหน้าอย่างเข้าใจก่อนจะพาทุกคนให้เข้าไปนั่งด้านในหลังจากที่เก็บข้าวของเสร็จแล้ว จากนั้นจึงเริ่มเดินทางออกจากสนามบิน

การเดินทางสิ้นสุดเมื่อรถตู้พร้อมทุกคนมาถึงรีสอร์ทบนเนินดอยแห่งหนึ่ง เนื่องจากว่าสถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่บนเขาทำให้การขับรถขึ้นมาต้องเป็นไปอย่างระมัดระวัง ระหว่างก่อนจะมาถึงเจ้าฟ้าได้บอกไว้เกี่ยวกับงานปีนี้ว่าจะจัดขึ้นที่รีสอร์ทเวียงงามแก้ว เป็นรีสอร์ทของตระกูลอัศวเมฆาธีร์ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่หลายพันไร่ไร่ ตัวบ้านพักมีแค่ไม่กี่สิบหลังเท่านั้น ส่วนพื้นที่ที่เหลือใช้ทำไร่ทำฟาร์มเสียมากกว่า

“อ้าว คุณหนูมาถึงแล้วเหรอครับ” คนงานของรีสอร์ทคนหนึ่งเดินเข้ามารับหญิงสาวพร้อมกับให้คนเข้ามาช่วยยกกระเป๋า

“ค่ะ บรรยากาศดีเหมือนเดิมเลยนะคะ ไม่ได้มาตั้งนาน” เจ้าจันทร์หันไปมองรอบๆ หลังจากที่ก้าวขาลงจากรถ หญิงสาวไม่ค่อยได้มาที่นี่บ่อยนักเท่าไหร่ ถึงแม้จะเป็นหนึ่งในธุรกิจของตระกูลแต่ว่าสาวเจ้าก็ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องมากนัก

ณภัทรเองในสมัยที่ยังอยู่ที่บ้านอัศวเมฆาธีร์ เขาก็เคยมาที่นี่เช่นเดียวกันแต่ว่ามันก็นานมากแล้ว

“คุณหนูจันทร์ของป้า สบายดีก่อ” เจ้าของคำพูดนี้คือหญิงวัยห้าสิบต้นๆ คนหนึ่งอยู่ในชุดลำลองของพนักงานที่นี่ จากนั้นจึงเดินเข้ามาหาเจ้าจันทร์ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

“สบายดีค่ะ ป้าอรล่ะคะ ไม่เจอนานไม่แก่ขึ้นสักนิดเลย”

“ปากหวานแต๊เน้อ” อิงอรหรือที่หญิงสาวเรียกว่าคุณป้าอร เธอเป็นหัวหน้าแม่บ้านที่คอยทำงานดูแลรีสอร์ทที่นี่ซึ่งทำงานมานานตั้งแต่เจ้าจันทร์ยังตัวเล็กๆ จึงมักจะเป็นดูคุณหนูคนเล็กเป็นพิเศษกว่าใคร จากนั้นก็เหลือบไปเห็นเจ้าของร่างสูงที่อยู่ไม่ไกลนัก “อ้าว นะ”

“สวัสดีครับ” ณภัทรยกมือขึ้นสวัสดีผู้ใหญ่ตรงหน้าพร้อมยิ้มบางๆ

“โตเป็นหนุ่มแล้ว แม่ภัสสรไม่มาเหรอ”

“ไม่ครับ แม่อยู่บ้าน”

“อ้ะๆ เดี๋ยวให้คนไปเก็บของช่วยนะ ของคุณหนูจันทร์ก็เอาไปไว้เรือนใหญ่ ส่วนนะก็มาอยู่ที่เรือนท้ายรีสอร์ทกับลูกชายป้า จำได้หรือเปล่าไอ้ดื้อหมิงนั่นน่ะ”

“จำได้ครับ” ชายหนุ่มยิ้มรับ เขาก้มลงไปหยิบกระเป๋าสัมภาระของตนเองเพื่อเตรียมไปที่พักแต่ว่าก็มีใครสักคนพูดเอาไว้ก่อน

“เอ่อ ของนะเขาก็ไปอยู่ที่เรือนใหญ่ก็ได้” เจ้าฟ้าพูดขึ้น

“ครับ?” ณภัทรขมวดคิ้วอย่างสงสัยเล็กน้อยว่าทำไมตนเองถึงจะได้ไปอยู่ที่เรือนใหญ่นั้นในเมื่อมันถูกสร้างมาเพื่อรองรับคนในตระกูลเจ้าของรีสอร์ท

“เอาหน่า ในบ้านนั้นห้องเยอะจะตาย ให้ยัยจันทร์อยู่คนเดียวเหงาแย่”

“แล้วคุณฟ้าจะไปอยู่ไหนครับ”

“นั่นน่ะสิ ทำไมจันทร์ถึงจะอยู่คนเดียว” เจ้าจันทร์เอ่ยท้วงขึ้นอย่างแปลกใจเช่นเดียวกัน “แล้วพ่อแม่ล่ะ เจ้าตะวันด้วย”

“พี่กับพ่อแม่ก็คงจะมาที่นี่แค่วันงาน คงไม่ได้มาค้างคืนที่นี่ เพราะมีงานต้องเคลียร์นิดหน่อย ส่วนเจ้าตะวันเห็นว่าจะออกไปอยู่เรือนรับรองแขกอีกหลังที่ไกลคนอื่นหน่อย เจ้าปัถย์ยังเล็กน่ะกลัวว่าจะร้องไห้รบกวนแขกคนอื่น”

“อ๋อ..แบบนี้นี่เอง”

“ให้นะอยู่เป็นเพื่อนดีแล้ว พี่ไม่อยากให้จันทร์อยู่คนเดียว” ผู้เป็นพี่สาวเอ่ยตอบให้ชัดทุกประเด็น

“แล้วพี่จะกลับไปทำงานต่อเหรอ” เจ้าจันทร์รู้สึกน้อยใจขึ้นมาเพราะเธอเพิ่งได้เจอพี่สาวไม่กี่ชั่วโมงเองก็จะต้องห่างกันอีกแล้ว

“เอาหน่า พี่จะรีบเคลียร์งานให้เสร็จไง จะได้มาอยู่ด้วยนานๆ ไปละ ฝากเจ้าจันทร์ด้วยนะ” เจ้าฟ้ายิ้มเล็กน้อยโดยไม่ลืมหันไปบอกกับณภัทรก่อนที่เธอจะเดินกลับขึ้นไปบนรถ

ไม่นานนักลูกสาวคนโตของบ้านก็ขึ้นรถตู้คนเดิมแล้วออกไปจากรีสอร์ท

“เข้าบ้านกันเถอะครับ” ณภัทรเอ่ยกับเจ้าจันทร์

“รู้แล้วน่า” เจ้าจันทร์ถอนหายใจก่อนจะเดินตามคนงานที่เข้ามาช่วยถือกระเป๋าเพื่อตรงไปยังเรือนรับรองหลังใหญ่ที่อยู่กลางรีสอร์ท

สักพักก็มาถึงเรือนใหญ่ ซึ่งร้อยละ 90 ของที่นี่ถูกสร้างมาจากไม้อย่างดี เป็นบ้านสไตล์โมเดิร์นผสมคลาสสิก ด้านในยังประกอบไปด้วยเฟอร์นิเจอร์เครื่องไม้ต่างๆ ครบครัน บ้านพักหลังอื่นในรีสอร์ทก็คล้ายๆ กันเพียงแค่หลังเล็กกว่า ทุกอย่างถูกทำความสะอาดเอาไว้อย่างดีเพราะแม่บ้านคงรู้ว่าจะมีคนมาพักที่นี่

“แล้วผมต้องนอนห้องไหนครับ” ณภัทรที่เพิ่งเคยมาอยู่ที่นี่ก็มองไปรอบกาย ในตัวบ้านมีสองชั้นมีห้องนอนทั้งชั้นบนและชั้นล่าง เขาคิดว่าคงไม่เหมาะถ้าจะเลือกห้องเอง

“นอนห้องไหนก็ได้ เอาที่นายสะดวกใจ”

“คุณให้ผมเลือก?” เขาถามกลับ

“ก็ใช่น่ะสิ แค่บ้านพักรีสอร์ทน่ะ”

“งั้นผมนอนห้องคุณ”

[ต่อ]

คำตอบของณภัทรทำให้เจ้าจันทร์หันขวับกลับมาจ้องหน้าเขาเขม็งทันที พร้อมกบัการปฏิเสธเสียงแข็ง

“ไม่ได้ ยกเว้นห้องฉัน”

“อ้าว ก็เมื่อกี้คุณบอกให้ผมเลือก” ชายหนุ่มหัวเราะและนำคำของเธอมายอกย้อน

“จะบ้าเหรอไง นอนห้องฉันไม่ได้” เธอปฏิเสธให้ชัดเจนอีกครั้งก่อนจะเดินขึ้นบันไดไปยังชั้นสองของบ้านซึ่งน่าจะมีคนนำกระเป๋าทั้งหมดของเขาเธอไปไว้ให้แล้ว

ชายหนุ่มมองร่างเล็กที่กำลังเดินขึ้นไปก่อนจะยิ้มเล็กน้อย เจ้าตัวตัดสินใจเดินตามหลังหญิงสาวไปจนถึงห้องหนึ่ง ชั้นสองของบ้านก็คล้ายกับด้านล่างเพียงแต่มีพื้นที่ส่วนรวมไว้ใช้สอยน้อยกว่า ด้านริมสุดมีระเบียงไม้ที่ยื่นออกไปสำหรับชมวิวไร่ด้านนอกได้ โดยมีประตูกระจกคั่นเอาไว้อีกที

“ถ้าอย่างนั้นผมอยู่ห้องด้านข้างคุณก็แล้วกันนะครับ เผื่อมีอะไรจะได้มาหาทัน” ณภัทรเอ่ยกับเจ้าจันทร์ก่อนที่เธอจะเปิดประตูเข้าห้องไปซึ่งเธอไม่ได้ตอบอะไรกลับมานอกจากพยักหน้ารับรู้

ในส่วนของณภัทรหลังจากที่จัดการเก็บของตนเองเสร็จเรียบร้อยเขาก็เดินออกมาจากตัวบ้านด้วยความเบื่อหน่าย ร่างสูงเดินทอดน่องไปตามทางที่ปูด้วยหินกระเบื้องของรีสอร์ทไปเรื่อยๆ เพื่อชมวิวทิวทัศน์ ใจจริงแล้วชายหนุ่มอยากเดินเข้าไปในตัวฟาร์มที่ติดกับรีสอร์ทเพียงแต่ไม่อยากทิ้งเจ้าจันทร์เอาไว้ห่างตัวเกินไปจึงทำได้เพียงเดินวนเวียนไม่ใกล้ไม่ไกลจากตัวเรือนใหญ่

ในขณะนั้นเองเขาก็สังเกตเห็นบ้านพักหลังหนึ่งที่มีคนคุ้นตาพักอยู่ ซึ่งเจ้าของบ้านพักนั้นก็มองเห็นเขาพอดีเช่นเดียวกัน

“มาถึงนานหรือยังน่ะ” เจ้าตะวันที่นั่งอยู่โต๊ะไม้หน้าชานบ้านเอ่ยทักทายก่อนจะเรียกให้เขาเดินขึ้นไปนั่งเล่นด้วยกัน

บ้านพักหลังนี้อยู่ริมสุดของรีสอร์ทซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าหลังอื่นเล็กน้อยและเป็นโซนที่ค่อนข้างส่วนตัว ณภัทรเพิ่งจะรู้ตัวว่าเดินเพลินก็ตอนนี้เห็นว่าตรงหน้าเขาถ้าเดินต่อไปอีกก็จะเข้าไปในไร่ผลไม้แล้ว

“เมื่อไม่นานมานี้เอง” เขาตอบหลังจากที่เพิ่งเดินขึ้นมานั่งกับเจ้าตะวัน “แล้วคุณปรางล่ะครับ”

“มาถึงก็ถามหาเมียฉันเลยเหรอ”

“ผมก็แค่ถามน่ะ..” ณภัทรไม่คิดเลยว่าจะได้เห็นหน้านิ่วคิ้วขมวดนั้นของอีกฝ่าย เขาเริ่มทำตัวไม่ถูกขึ้นมาเล็กน้อย

“ก็ดูแลปัถย์อยู่ในห้องน่ะ เดินทางมาไกลก็อาจจะเหนื่อยนิดหน่อย” เจ้าตะวันเอ่ยถึงผู้ซึ่งเป็นภรรยาและแม่ของลูก ตอนนี้เธออยู่ในห้องนอนแล้วน่าจะพักผ่อนอยู่ “ยัยเจ้าจันทร์ล่ะ”

“ก็คงอยู่ที่ห้องพักครับ ผมออกมาเดินเล่นยืดเส้นยืดสายน่ะ นั่งรถมาซะนานเลย” ด้วยความระยะทางระหว่างสนามบินกับรีสอร์ทไกลกันทำให้ต้องใช้เวลานั่งรถอยู่เป็นชั่วโมงๆ ประกอบกับการนั่งเครื่องมาก่อนหน้านั้นก็ทำให้ชายหนุ่มเมื่อยตัวเล็กน้อย

“อ้อ แล้วเป็นไงบ้างช่วงนี้”

“หมายถึงผมเหรอ”

“เปล่า ความสัมพันธ์ระหว่างนายกับเจ้าจันทร์”

ณภัทรชะงักเพราะไม่ได้เตรียมใจมาตอบคำถามนี้ หากพูดถึงความสัมพันธ์ของเขาทั้งสองคนแล้วมันก็คง‘มากเกินไป’ ที่จะตอบให้เจ้าตะวันฟัง ถึงอย่างไรคนตรงหน้าก็เป็นพี่ชายของเธอ อีกอย่างเจ้าจันทร์เองก็ไม่อยากให้ใครรู้ถึงเรื่องในคืนนั้น เธอย้ำเขานักหนาว่าห้ามพูดถึงเขาก็จะไม่พูด

“ก็ดีขึ้นนะครับ ดูเหมือนเธอจะเกลียดผมน้อยลง” ว่าแล้วรอยยิ้มเจือจางนั้นก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา

“ก็ดีแล้ว ยัยนั่นเอาแต่ใจมาตั้งแต่เด็ก ลูกสาวคนเล็กก็งี้” ผู้เป็นพี่ชายของเจ้าจันทร์หัวเราะเบาๆ ก่อนจะยกแก้วชาบนโต๊ะขึ้นมาจิบ “ไม่รู้ว่านายยังชอบเข้าไปได้ยังไง โดนเกลียดขนาดนั้นเป็นเราเลิกชอบไปนานแล้ว”

“เป็นผมถ้าโดนแฟนเก่าทิ้งไปเรียนต่อต่างประเทศแบบไม่บอกลาสักคำ ผ่านมาตั้งนานผมก็เลิกชอบเหมือนกันครับ”

ดูเหมือนว่าเจ้าตะวันจะโดนณภัทรย้อนเข้าให้เสียแล้ว

“นายนี่มันรู้เยอะจริงนะ ก็ได้ๆ ยอมก็ได้”

“ผมถามอะไรคุณสักอย่างได้หรือเปล่า” ณภัทรเอ่ยขึ้นมาในขณะที่สายตาของเขาเบนไปให้ความสนใจที่ทิวทัศน์ของภูเขาตรงหน้า บรรยายกาศของความร่มรื่นบนดอยนี้ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกสงบขึ้นไม่น้อย

“ลองถามสิ หลายอย่างก็ได้นะ” เจ้าตะวันพยักหน้าเล็กน้อย

“ตอนแรกที่คุณได้กลับไปเจอปรางอีกครั้ง ตอนนั้นคุณคิดจะเข้าหาเธออีกครั้งไหม”

“แน่นอนสิ ถ้าเราคิดปล่อยไปก็คงไม่ได้มีอย่างทุกวันนี้หรอก”

“แล้วตอนนั้นคุณทำยังไงครับ ปรางถึงยอมกลับมารักคุณอีกครั้ง” หลังจากที่ถามไปแบบนั้นเขาก็สังเกตเห็นคนด้านข้างเงียบไปสักพัก “ถ้ามันเป็นการก้าวก่ายเกินไป คุณจะไม่ตอบก็ได้นะ”

“ไม่หรอก ก็แค่คิดว่าจะเลือกใช้คำพูดแบบไหนให้มันดูดีน่ะ” เจ้าตะวันหัวเราะเบาๆ เขาไม่ได้คิดมากกับคำถามของณภัทร แต่คิดมากกับคำตอบของตัวเองต่างหาก “ทำไมอยากรู้ล่ะ จะเอาไปใช้กับเจ้าจันทร์หรือไง”

“ผม..แค่ถามเป็น เผื่อเป็นแนวทาง” ณภัทรมีท่าทีลังเลอยู่เล็กน้อย เขาไม่ได้ปฏิเสธเพราะที่เริ่มถามขึ้นมาก็แค่คิดว่าเผื่อได้ใช้วิธีนั้นจริง แต่ด้วยความที่ชายด้านข้างนี้มีสถานะเป็นพี่ชายของเจ้าจันทร์ ชายหนุ่มจึงไม่ได้ยอมรับตรงๆ

แต่สิ่งที่ณภัทรคาดไม่ถึงคือคำตอบของเจ้าตะวัน

“ก็ปรางท้อง”

“ฮะ? นั่นมัน..” ในเวลานี้คำว่าเลิ่กลั่กน่าจะเหมาะกับณภัทรมากที่สุด ถ้าหูของเขาไม่ได้ฝาดน่ะนะ “เอ่อ ผมไม่รู้มาก่อนเลย”

“อืม เพราะปรางมีปัถย์ไง ก็ต้องแต่งงานกันแต่ถึงแบบนั้นเราก็รักกันนะ ไม่ได้เกิดเพราะการรับผิดชอบทั้งหมดหรอก” เจ้าตะวันตอบพร้อมยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน นัยน์ตาของเขาเป็นประกายในยามที่พูดถึงภรรยา นั่นจึงบ่งบอกได้ว่าเขารักเธอมากแค่ไหน “แล้วลูกชายของเราก็น่ารักมาก”

ณภัทรหัวเราะเบาๆ กับท่าทีขี้อวดของคุณพ่อลูกหนึ่ง

“ครับ..แล้วคุณจะเสนอวิธีนี้ให้ผม?”

 

Castle-G's Talk

นะพัด อย่าใจร้อน ใจร้อนไปไม่ดีนะจะบอกให้

ไม่ต้องรีบหรอก ใจเย็นๆ เห็นใจเจ้าจันทร์ //me

มาหวีดติดแท็ก #ณเจ้าจันทร์

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 118 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

704 ความคิดเห็น

  1. #337 ✨•P•u•y•z•Z•i•i•✨ (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 00:39
    แบบเน้เรียกชี้กระรอกให้เข้าโพรงใช่ไหมเนี้ย _ เป็นคำแนะนำที่ดีมากเลยพี่ชายยยยย
    #337
    0
  2. #336 Aluxchee (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 23:31
    น๊ะะะะะะ ไม่ด้ายยย แกจะรีบไม่ด้าย
    #336
    0
  3. #334 9ningnong9 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 23:06
    แนะนำเอาแบบดิ้นไม่หลุดเลยนะพี่
    #334
    0
  4. #333 janjaannx (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 21:49
    ร้ายตลอดเลยนะ
    #333
    0
  5. #332 PanchiwaTipsonte (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 21:37
    นอนด้วยกันไปเลยจ้าา
    #332
    0
  6. #331 chari2 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 21:09
    อยู่บ้านกันสองต่อสอง แถมบรรยากาศยังเป็นใจด้วย
    #331
    0
  7. #330 SasiPutt (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 20:44
    แหมมมมม เจ้านะ !!!
    #330
    0
  8. #329 Lovely_xoxo (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 20:16
    ใจร้อนตลอดอะ555
    #329
    0
  9. #327 tonnam1411 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 12 เมษายน 2563 / 01:30
    วิธีนี้เด็ด
    #327
    0
  10. #326 ✨•P•u•y•z•Z•i•i•✨ (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 10 เมษายน 2563 / 00:13
    สะพัดโดดโดดโดด ปฎิบัติ..!!
    #326
    0
  11. #324 _darinn_ (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 9 เมษายน 2563 / 21:28
    นะพัด ค่อยๆเป็นค่อยๆไปกันเนอะะะ ((หรือจะทำตามดี))
    #324
    0
  12. #322 mill_vt (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 9 เมษายน 2563 / 20:36
    สนับสนุนให้ณภัทรนำวิธีนี้ไปใช้5555
    #322
    0
  13. #321 Snooppyyyy (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 9 เมษายน 2563 / 20:04
    รอค่ะๆๆ
    #321
    0