Something called DESTINY ทิศทางของดาว

ตอนที่ 1 : ทิศทางของดาว | บทนำ : พี่สถาปัตย์ในร้านลุงพจน์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 324
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    6 ธ.ค. 62





S O M E T H I N G   C A L L E D
D  E  S  T  I  N  Y

DAY6 (데이식스) - How to love



Something called DESTINY

บทนำ

 

“ลุง..”

“ว่าไงล่ะอีหนู” ชายสูงอายุที่กำลังใช้ไม้ขนไก่ปัดฝุ่นตามชั้นหนังสืออยู่ก็หันมาเอ่ยถามกับฉัน เขาเป็นเจ้าของร้านหนังสือให้เช่าแห่งหนึ่งในย่านตลาดริมคลอง

ฉันรู้จักร้านนี้ก็เพราะว่าอยู่ใกล้กับหอพักและมหาวิทยาลัย ฉันมาที่นี่ตั้งแต่ยังเรียนอยู่ปี 1 จนผ่านมาอยู่ปี 2 เทอม 2 แล้ว ระยะเวลาปีกว่า ฉันสังเกตได้เลยว่าที่นี่ลูกค้าเริ่มน้อยลงเรื่อยๆ กิจการที่เกี่ยวกับสิ่งตีพิมพ์ต่างๆ กำลังซบเซา ร้านหนังสือรายเล็กทยอยปิดตัวกันหลายที่ แต่ฉันก็ยังรักการมาเดินร้านหนังสือมาเดินสัมผัสกระดาษ กลิ่นหมึกพวกนี้

“การ์ตูนเรื่องนี้เล่มที่ 5 ถึง 8 หายไปไหนอะ” ฉันเอ่ยพร้อมกับชูหนังสือการ์ตูนเซ็ตหนึ่งขึ้นมาซึ่งมันเป็นเล่มที่ 4 ที่ฉันตั้งใจเอามาคืนที่ร้านในวันนี้

เพราะร้านมีนโยบายยืมได้ทีละไม่เกินสี่เล่ม แต่ว่าการ์ตูนที่ฉันสนใจมีเป็นสิบเล่มจึงต้องยืมไปแค่เล่ม 1-4 ก่อน

“อ้อ เรื่องนั้นเหมือนมีไอ้หนุ่มคนนึงเอาไปนะ”

“อ้าวลุง หนูอุตส่าห์จองไว้อะ” ฉันรู้สึกเหมือนโลกตรงหน้าจะถล่มลงมาเลย นี่เมื่อคืนนี้เพิ่งอ่านเล่มสี่จบไป รู้สึกค้างคาใจจนต้องรีบเอาหนังสือมาคืนเพื่อยืมเล่มต่อไปเนี่ย

“ไม่รู้สิ ลุงก็ไม่ทันสังเกต”

“นอกจากหนูแล้วยังมีคนสนใจการ์ตูนเรื่องนี้ด้วยเหรอเนี่ย” ฉันแอบคิดว่าตัวเป็นจะเป็นลูกค้าแค่คนเดียวของร้านเช่าหนังสือที่ชอบอะไรพวกนี้ซะอีก

“ก็มีแค่หนูกับไอ้หนุ่มนั่นแหละ เออนี่..ลุงฝากร้านหน่อย เดี๋ยวออกไปซื้อปลามาให้ไอ้แต้มมัน”

ก็อย่างที่บอก ตลอดระยะเวลาหนึ่งปีกว่าฉันมาที่นี่บ่อยมากจนสนิทกับลุงเจ้าของร้านละ ลุงแกชื่อลุงพจน์ เปิดร้านเช่าหนังสือแล้วก็เลี้ยงแมวพันธุ์ไทยตัวหนึ่งชื่อแต้ม

“ได้ลุง ไม่ต้องรีบกลับมาก็ได้” ฉันรับปากจากนั้นก็เอื้อมมือไปหยิบไม้ขนไก่ที่ลุงพจน์แกวางทิ้งไว้มาปัดชั้นหนังสือต่อจากที่ทำทิ้งไว้

ฉันน่ะ..ทำงานให้ลุงได้แบบไม่ต้องเอาเงินเลยก็ยังได้ เพราะว่าการใช้เวลากับหนังสือคืองานที่ชอบอยู่แล้ว

กริ๊งๆ

เสียงกระดิ่งหน้าประตูร้านดังขึ้นซึ่งเป็นผลจากการเปิดประตูนั่นเอง จากนั้นจึงปรากฏร่างของผู้มาเยือน ฉันวางไม้ขนไก่ในมือแล้วหันไปส่งยิ้มลูกค้าของร้านประหนึ่งเป็นเจ้าของร้านเสียเอง

“สวัสดีค่า มีอะไรให้ช่วยหรือเปล่าคะ” ระหว่างที่พูดทักทายก็เดินแทรกตัวไปอยู่ด้านหลังเคาน์เตอร์คิดเงินนั่นด้วย

“เอาหนังสือมาคืนครับ” ผู้มาเยือนเป็นชายหนุ่มตัวสูงอยู่ในชุดนิสิตของมหาวิทยาลัยฉัน ด้านหลังสะพายกระบอกใส่แบบก็เดาได้ไม่ยากว่าเรียนอยู่คณะอะไร บนใบหน้านั้นถูกสวมทับเอาไว้ด้วยแว่นตาหนาพอประมาณ

“ได้ค่า” ฉันยิ้มพลางเอื้อมมือไปรับหนังสือกองหนึ่งมาจากชายคนดังกล่าวก่อนจะพบกับเรื่องน่าตกใจบางอย่าง “เห้ย เรื่องนี้!

การ์ตูนเล่ม 5 ถึง 8 ของฉัน ที่ฉันถามกับลุงพจน์ในตอนแรกแล้วลุงบอกว่ามีไอ้หนุ่มคนหนึ่งมายืมไป อย่าบอกนะว่าไอ้หนุ่มที่ว่านั่นยืนอยู่ตรงหน้านี่แล้ว

“มีอะไรหรือเปล่า” เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยหลังจากที่เห็นฉันร้องเสียงดัง

“อ้อ พอดีเรากำลังตามหาเล่มนี้อยู่พอดีเลย”

“ตามหา?” คนตรงหน้าขมวดคิ้วเล็กน้อย “ตามหาทำไม ก็เรายืมไป.. เธอเป็นลูกลุงเจ้าของร้านใช่หรือเปล่า”

“ไม่ๆ คือว่าเราแค่ดูแลร้านแทนลุงชั่วคราว ลุงแกไปซื้อปลาทูให้แมวอะ..นึกว่าวันนี้จะไม่ได้อ่านต่อแล้วซะอีก” ฉันยิ้มกว้างด้วยความดีใจ

“ความจริงช่วงหลังมันไม่ค่อยสนุกเท่าไหร่นะ ตัวเอกชนะง่ายไปหน่อย” คนที่อ่านก่อนก็พูดขึ้นเกี่ยวกับตัวหนังสือ

“เห้ย อย่าสปอยล์ดิ” ฉันโวยวายเล็กน้อยเมื่อได้ยินเช่นนั้น “ไม่รู้เหรอว่าห้ามสปอยล์คนที่ยังไม่อ่านอะ โถ่ ไม่สนุกก็จะอ่านต่อ”

เขาหัวเราะหลังจากที่เห็นฉันโวยวาย จากนั้นจึงหยิบกระดาษใบเล็กๆ ใบหนึ่งขึ้นมาวางบนโต๊ะ มันคือกระดาษสำหรับแสตมป์ให้คนที่เอาหนังสือมาคืนร้าน “อะ..คืนครบแล้วนะ ขอคืนค่ามัดจำหนังสือด้วย”

“อ้อ ยืมไปสี่เล่มค่ามัดจำทั้งหมด 400 ร้อยนะ.. แต่ว่าเราไม่มีกุญแจเก๊ะเงินอะ ยังคืนให้ตอนนี้ไม่ได้หรอก รอลุงแกกลับจากตลาดหน่อยแล้วกัน” ถึงฉันจะได้ดูแลร้านนี้แทนลุงชั่วคราวแต่ว่าก็ไม่ได้ถึงขั้นจะจับจ่ายใช้เงินแทนลุงแกได้ถึงขนาดนั้น

“ไม่คิดว่าจะมีคนอ่านการ์ตูนแบบนี้เหมือนกันนะ”

“ทำไมอะ สนุกดีออก นายยังอ่านเลย” ฉันตอบแล้วก็หยิบหนังสือเรื่องดังกล่าวในเล่มที่ 5 ขึ้นมาเปิดอ่านผ่านๆ ด้วยความสนใจ

“ไม่รู้ดิ ไม่มีเพื่อนมาอ่านอะไรแบบนี้ด้วยจนต้องอ่านคนเดียวประจำ พอมาเจอคนอ่านเหมือนกันก็รู้สึกแปลก” อีกฝ่ายถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อว่า “แต่ช่วงนี้ก็คงอ่านได้น้อยลงแล้ว เพราะงานเยอะน่ะ”

“เรียนสถาปัตย์เหรอ” ฉันถามถึงแม้ว่าจะค่อนข้างมั่นใจอยู่แล้ว

“รู้ได้ไงอะ” หนุ่มถาปัดเลิกคิ้วใส่ฉันเล็กน้อย

“สะพายกระบอกใส่แบบอย่างนี้จะมีสักกี่คณะล่ะ” มันไม่ได้ทายยากอะไรขนาดนั้นหรอก

“อือ ปีสามแล้ว”

“อ้าว ถ้าอย่างนั้นก็เป็นพี่ดิ” ใช้สรรพนามเหมือนคนอายุเท่ากันตั้งหลายประโยค แต่ฉันไม่รู้ฉันไม่ผิดนะ “เพราะนี่เพิ่งปีสองเอง”

“อ้อ งั้นพี่เดาว่าน้องเรียนวิศวะ”

“เห้ย รู้ได้ไงอะ” ฉันใช้คำถามเดียวกับที่พี่เขาเคยถามฉันก่อนหน้านั้น

“ติ้งรูปเกียร์แบบนี้ก็มีแค่คณะเดียวป่าว” แล้วเขาก็ตอบคำถามในคอนเซ็ปต์เดียวกันกับฉัน

ฉันมองตุ้งติ้งที่ห้อยอยู่ใต้ปกเสื้อนิสิตด้านซ้ายแล้วก็อ้อขึ้นมาทันที มันเป็นติ้งประจำรุ่นที่ได้มาในวันรับน้องวันสุดท้ายของคณะ เกียร์คือสัญลักษณ์ของคณะวิศวะเลยแหละ ส่วนของพวกผู้ชายก็จะได้เป็นที่กลัดเน็กไทด์แทน

กริ๊งๆ

เสียงกระดิ่งที่แขวนหน้าประตูดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้คนที่เข้ามาเป็นลุงพจน์เจ้าของร้าน และเข้ามาพร้อมกับถุงปลาทูในมืออีกด้วย

“อ้าว ไงไอ้หนุ่มคืนหนังสือเหรอ อีหนูคนนี้ถามหาอยู่พอดี” ลุงแกทักทายลูกค้าที่มาใหม่ล่าสุดจากนั้นก็เดินอ้อมมาหลังเคาน์เตอร์เก็บเงิน ฉันจึงรีบเดินออกมาจากจุดนั้นเพื่อให้ลุงแกจัดการเอง

“ครับ นี่หนังสือทั้งหมดครับ” พี่คนดังกล่าววางกระดาษแสตมป์ไว้บนหนังสือทั้งสามเล่มนั่นจากนั้นจึงชี้นิ้วมาที่ฉัน “ส่วนอีกเล่มอยู่ที่น้องคนนั้น”

“โอเค อะนี่เงินค่ามัดจำหนังสือ..แล้วก็แสตมป์คืนหนังสือ เรียบร้อยนะ” ลุงเจ้าของร้านจัดการคืนเงินแล้วก็แสตมป์การ์ดให้เรียบร้อยในเวลาไม่ถึงนาที

เห็นอายุเยอะงี้แต่ลุงแข็งแรงมากนะขอบอก

“ครับ วันนี้ผมไม่ได้ยืมอะไรนะลุง ไว้โอกาสหน้านะครับ” เขาเก็บการ์ดแสตมป์และเงินใส่กระเป๋าเสร็จสรรพก็เตรียมเดินออกจากร้านไป โดยก่อนไปก็ไม่วายหันมาพูดกับฉัน “เออน้อง เล่มที่หกอะมีตัวละครสำคัญตายแหละ”

“เห้ย! ก็บอกว่าอย่าสปอยล์” ฉันรีบโวยวายไล่หลังพี่มันไป แต่ก็ดูจะไม่ทันเพราะเจ้าตัวออกจากร้านไปแล้วด้วยความเร็วประดุจมีล้อที่เท้า

“ดีจังนะ เด็กสมัยนี้ เจอกันครั้งแรกก็จีบกันแล้ว” ลุงพจน์พูดในขณะที่กำลังเก็บหนังสือเข้าชั้นตามหมวดหมู่

“จีบอะไรลุง แก่แล้วก็พูดไปเรื่อยน่า” ฉันก็แค่คนที่มีมนุษยสัมพันธ์ดีเท่านั้นแหละ เพิ่งเคยเจอกันวันแรกเองแถมชื่อแส้ก็ยังไม่รู้จักอีก

จะว่าไปลืมถามเลยแฮะว่าพี่เขาชื่ออะไร.. ฉันจะเรียกเขาว่าพี่สถาปัตย์ที่ร้านลุงพจน์ไปก่อนก็แล้วกันนะ



Castle-G's Talk

นิยายเรื่องนี้คือเรื่องที่จะออกต้นปี 2020 นะคะ

แต่จีประลองบทนำก่อนนิดหน่อย เรื่องนี้เป็นแนวอ่านสบายๆ เนอะ

ไม่มีปม ไม่มีอะไรให้ต้องคิดเยอะแยะเลย Feel Good มากค่า

เลาเครียดกันมามากพอแร้ว เราหาอะไรสบายๆ ทำกันเถอะ


Image result for wonwoo seventeen glassesRelated image


ฝากเรื่อง #ทิศทางของดาว ไว้ในอ้อมอกนักอ่านทุกท่านด้วยนะคะ

คอมเม้นท์ได้ แชร์ได้ค่า เม้นท์เถอะ จีอยากอ่าน ;--;

Facebook : Castle-G  |  Twitter : @castleglint











ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

15 ความคิดเห็น

  1. #4 ✨•P•u•y•z•Z•i•i•✨ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2562 / 23:25
    นี้แหละเสน่ห์ของหนังสือเช่า 😌😌😌
    #4
    0
  2. #3 ✨•P•u•y•z•Z•i•i•✨ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2562 / 23:25
    นี้แหละเสน่ห์ของหนังสือเช่า 😌😌😌
    #3
    0