[CONTRAST] Dragon Effect เคราะห์จากมังกร

ตอนที่ 1 : เคราะห์จากมังกร | 00 : เส้นดวงชะตามาบรรจบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 492
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    15 เม.ย. 63


บทนำ

 

“สะบัดชายกระโปรงแล้วสับเท้าเลยแม่”

เสียงร้องเชียร์ของเหล่าเพื่อนสาวที่นั่งหน้าสลอนมองดูเพื่อนอีกคนที่กำลังเปลี่ยนทางเดินในห้องเรียนให้เป็นรันเวย์ ในเวลาที่อาจารย์ยังไม่เข้า โดยนางแบบมือหนึ่งวันนี้ก็คือ ซูเวียสาวสวยร่างบางที่มีคำนำหน้าว่านาย ใช่แล้ว ซูเวียคือสาวประเภทสองที่สวยและหุ่นดีมาก เนื่องจากมหาวิทยาลัยของเราเพิ่งมีมติอนุญาตให้นักศึกษาสามารถแต่งเครื่องแบบตามเพศสภาพได้ ยัยซูเวียของเราจึงจัดเต็มวันแรกด้วยกระโปรงทรงยาวแหวกข้างสูงจนถึงต้นขา

“ไม่สวย เหมียนหมา” ฉันที่เป็นเพื่อนสนิทของมันจึงพูดขึ้น

“หมามึงน่ะสิอีเพน หน็อย ดูนี่” ยัยเพื่อนหันมามองค้อนใส่ฉันจากนั้นจึงเริ่มจิกปลายเท้า ยกมือค้ำเอวเดินไปตางทางเดินระหว่างโต๊ะเรียน ท่ามกลางเสียงชอบใจของเพื่อนในคลาส ซึ่งเพื่อนในคลาสทั้งหมดคือสาขาเดียวกันล้วนสนิทกันอยู่แล้วจึงไม่ค่อยมีปัญหา

แต่ปัญหาน่ะ..อาจารย์ยืนมองอยู่หน้าประตูห้องแล้ว

“เพน บอกมันซิว่าอาจารย์มา” ยี่สุ่น เพื่อนสาวคนสนิทอีกคนที่นั่งอยู่ด้านข้างเข้ามาสะกิดแขนหลังจากที่เห็นเหมือนกัน

“หึ ปล่อยไปเถอะ” ฉันหัวเราะ ตอนนี้เพื่อนส่วนใหญ่เริ่มมองเห็นร่างของอาจารย์สมฤดีที่ยืนหน้านิ่งรออยู่แล้ว แถมอาจารย์แกยังจ้องไปที่ซูเวียไม่วางตาอีกด้วย

ได้แต่รอให้มันเห็นเอง

ซึ่งไม่ได้นานนักหลังจากที่นางฟูลเทิร์นอีกรอบแล้วหันไปโบ๊ะกับอาจารย์พอดี

“อุ๊ย อาจารย์สวัสดีค่า” ซูเวียยกมือไหว้พร้อมกับย่อตัวราวจนแทบจะลงไปนั่งกับพื้นชนิดที่ว่ามิสยูนิเวิร์สเห็นแล้วต้องรีบปิดหน้าร้องไห้เพราะสู้ไม่ได้ มันไหว้เสร็จก็รีบวิ่งกลับมานั่งที่ซึ่งอยู่อีกข้างของฉัน

ทันใดนั้นฝ่ามืออันแสนนุ่มนวลของผู้เป็นเพื่อนก็ฟาดต้นแขนของฉัน “ทำไมมึงไม่บอกว่าอาจารย์เข้า อีกนิดกูจะฟูลเทิร์นไปดวงจันทร์แล้วอีควาย”

“อาจารย์นึกว่าคุณจะเดินจนชุดฟินาเล่แล้วนะคะเนี่ย” วันนี้คุณสมฤดีท่าทางจะอารมณ์ดีสมชื่อ เธอก็เลยไม่ได้ดุด่าอะไรมากนัก

“ถ้าไม่รังเกียจอยากจะเชิญอาจารย์มาเดินร่วมกันค่ะ”

อีนี่ก็นะ ยังอีก

“หวังว่าควิซท้ายคาบวันนี้คุณจะเก่งเท่าเดินแบบนะคะ”

ว้ายยยย

“มึงตายแน่” ฉันเขยิบเข้าไปกระซิบกับมัน

“นี่เพื่อนไง มึงเพื่อนกูนะ ต้องช่วยกู”

“กูจะติวให้มึงเมื่อวานแต่มึงมัวแต่ไปเที่ยว ก็ช่วยไม่ได้” ฉันไหวไหล่เล็กน้อยจากนั้นจึงหยิบไอแพดในกระเป๋าขึ้นมาเปิดเพื่อเตรียมเรียน

“มึงว่าอาจารย์จะออกเรื่องการทำงานของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าป้ะ” ซูเวียชะโงกหน้าเข้ามากระซิบถามกับฉัน

“เห้ย มันยาวอะ..ไม่หรอกมั้ง เราแค่ควิซเองไม่ใช่เหรอ” ที่สำคัญก็คือฉันไม่ได้อ่านเรื่องนี้มา เพราะมั่นใจมากว่ายังไงอาจารย์ก็คงไม่เอาเรื่องนี้มาถามแน่นอน

คลาสนี้มีเรียนทั้งหมด 2 ชั่วโมง โดยอาจารย์จะสอนแค่เพียงชั่วโมงแรกเท่านั้นส่วนที่เหลือเขาจะแจกควิซให้เราทำกันน่ะ ฉันเองก็เตรียมตัวมาตั้งแต่เมื่อคืนแต่ยังไม่แน่ใจนักเท่าไหร่ ระหว่างที่นั่งเรียนก็แอบอ่านต่ออยู่บ้างเล็กน้อย จนเมื่อการเรียนการสอนได้เสร็จสิ้น

กระดาษเอสี่สีขาวชุดหนึ่งที่ด้านบนมีควิซอยู่ 3 ข้อถูกส่งมาให้พวกเราทุกคนในคลาส และแน่นอนว่าเพื่อป้องกันการลอกควิซนี้จะมีแบ่งเป็น 2 ชุด ฉันได้ชุดที่หนึ่งส่วนคนด้านข้างจะได้ชุดที่สองกันสลับไปแบบนี้

จงอธิบายหลักการทำงานของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า

กรี๊ดดดดดดดดดดดดด อีหลอกดูก! ทำไมถึงออกเรื่องนี้ ออกมาได้ยังไง เฮงซวย!

คำถามมีแค่สั้นๆ แต่ที่ว่าด้านล่างสำหรับตอบนั้นมีประมาณหนึ่งหน้ากระดาษเต็ม โหอาจารย์! ที่ว่างเยอะขนาดนี้เอาไปจัดคอนเสิร์ตแข่งกับราชมังฯ ได้เลยนะเนี่ย เอาหละ เหมือนจะเคยอ่านผ่านตาไปบ้างเมื่อคืนนี้ ขอฉันนึกแป๊บนึง..กรี๊ดดด คิดไม่ออกโว้ย ทำไมเรื่องนี้ถึงได้ออกสอบ ทำไมมม

ว้าบ

แสงสว่างปรากฏขึ้นมาอยู่ตรงหน้าฉัน ทำให้ฉันต้องหลับตาปี๋ไปอยู่พักหนึ่งก่อนจะปรากฏร่างเล็กของเด็กผู้ชายผิวขาวคนหนึ่งอยู่ในชุดไทยมีเครื่องประดับสีทองอยู่ตามตัวเล็กน้อย

“เห้ย” ฉันร้องด้วยความตกใจ

“มีอะไรหรือเปล่าคุณพันนิตา” อาจารย์สมฤดีเงยหน้าขึ้นจากคอมพิวเตอร์หน้าห้องแล้วมองมาที่ฉันอย่างแปลกใจ ไม่เพียงแค่อาจารย์แต่เพื่อนทั้งห้องก็มองฉันเช่นกัน

“ไม่มีอะไรค่ะ” ฉันส่งยิ้มแห้งแล้วรีบก้มหน้าลงโต๊ะทันที ในขณะเดียวกันก็รีบกัดฟันพูดอย่างเสียเบาๆ พยายามไม่ให้ใครได้ยินมากที่สุด “วีรภัทร..บอกแล้วไงว่าอย่าโผล่มาแบบนี้”

ใช่แล้ว เด็กผู้ชายในชุดไทยที่ว้าบมาปรากฏกายตรงหน้าฉันชื่อว่าวีรภัทรกุมารทอง เป็นเด็กกุมารที่พ่อของฉันเลี้ยงเอาไว้ช่วยเป็นหูเป็นตาในบางเรื่อง มีแค่ฉันและคนในครอบครัวที่มองเห็นวีรภัทร แต่คนอื่นที่ไม่มีเซ้นส์ก็จะไม่สามารถมองเห็นเขาได้

“เราก็มาช่วยเพนทำควิซไง เราไปอ่านมาให้ว่าข้อนี้จะตอบอะไร”

โอ๊ย ฉันหละจะอยากจะบ้าตาย ถ้าจะให้พูดขยายความเรื่องนี้ก็ต้องเท้าความไปไกลเสียหน่อย แต่จะอธิบายสั้นๆ ว่าฉันเกิดมาเป็นคนมีซิกเซ้นส์ สามารถมองเห็นหรือสัมผัสอะไรที่คนปกติไม่เห็น ปกติแล้วฉันจะไม่คุยไม่คบค้ากับพวกวิญญาณที่ไม่รู้จักหรอกนะเพราะน่ารำคาญ

“ไม่เอา” ฉันปฏิเสธ

“เถอะน่า เพนจะได้คะแนนดีๆ ไง ข้อนี้นะตอบว่า...” หลังจากนั้นวีรภัทรก็เริ่มอธิบายสิ่งที่ตนเองท่องจำมาจากหนังสือเรียนที่บ้านฉันให้ฟัง ซึ่งทุกอย่างมันถูกและคุ้นไปหมดเลย เอาวะเขียนตามที่เจ้านี่บอกก็ได้ ไม่อยากให้กระดาษมันว่างหรอก

อ๊า!! นี่มันการทุจริตชัดๆ กลับบ้านไปจะต้องคุยกันให้รู้เรื่องนะวีรภัทร!

“คิกๆๆ เดี๋ยวเราจะมาเพนหาใหม่” เจ้าเด็กกุมารทองหัวเราะเสียงใสก่อนจะสลายตัวหายไปจากตรงหน้าฉัน คิดว่าก็คงกลับไปที่บ้านตามเดิม

การควิซของวันนี้ได้ผ่านพ้นไปอย่างราบรื่น ฉันทำข้อสอบได้ทุกข้อ (เพราะมีคนช่วยบอก) ส่วนเพื่อนสามทั้งสองอย่างซูเวียและยี่สุ่นกำลังทึ้งหัวตัวเองอย่างบ้าคลั่งหลังจากที่พวกเราเดินออกจากห้องกันแล้ว

“ไหนบอกว่าอาจารย์จะไม่ออกเรื่องนั้นไงวะ” ยี่สุ่นคือคนแรกที่เปิดประเด็น

“เออดิ จารย์แม่งใจร้าย” ซูเวียก็ตามมาติดๆ

ฉันหละรู้สึกผิดกับเพื่อนเสียจริง เฮ้อ.. คราวหน้าจะไม่ยอมให้มันเป็นแบบนี้แล้วนะ เจ้าวีรภัทรต้องโดนสั่งห้ามออกจากบ้าน

“แต่กูได้ยินในมึงคุยกับใครตอนควิซ” ยัยยี่สุ่นหันมาถามฉันพร้อมกับสีหน้าจับผิด “อย่าบอกนะว่าเป็นกุมารทองของพ่อมึงอะ”

“เห้ย ไม่ใช่ กูแค่ท่องจำกับตัวเอง” ไม่ได้อยากโกหกแต่ไม่อยากให้เพื่อนรู้สึกไม่ดีที่ฉันมีตัวช่วย

“ฮึ จะว่าไปนะ มึงช่วยดูดวงให้กูหน่อยสิ” ยัยเพื่อนสามพูดพลางยื่นฝ่ามือด้านซ้ายมาวางไว้ตรงหน้าฉัน “อยากรู้เรื่องความรักอ่า ว่ากูจะมีโอกาสได้คบกับพี่พอร์ชหรือเปล่า”

“พอร์ชไหนอีก ผู้ชายมึงนี่เยอะนะ วันก่อนก็พี่โอ๊ค วันนี้พี่พอร์ชไหนอีก” ฉันหันขวับไปจ้องหน้ายี่สุ่นเขม็งก่อนจะปัดมือมันออกไป “กูไม่ดูดวงให้ใครพร่ำเพรื่อหรอกนะ เสียของ”

ฉันมีความรู้เรื่องนี้เพราะได้รับการถ่ายทอดวิชาจากผู้เป็นพ่อ ที่บ้านของฉันเปิดเป็นสำนักทรงดูดวง และแก้ปัญหาเรื่องโชคชะตา อีกอาชีพหนึ่งนอกจากเรียนหนังสือ คือเพื่อน รุ่นพี่และรุ่นน้อง มักจะชอบมาหาฉันให้ฉันดูดวงให้เสมอทั้งเรื่องงาน เงิน ความรัก บางคนเคยมาให้ฉันดูดวงเพื่อจับกิ๊กแฟน บางคนก็เอาวันเดือนปีเกิดของตัวเองกับคนที่แอบชอบมาให้ฉันช่วยผูกดวงชะตาให้เผื่อจะสมหวัง

อะไรที่มันไม่หนักหนาก็ทำได้หมด แต่สิ่งที่ฉันจะไม่มีวันทำก็คือพวกของต่ำอย่างเช่นทำเสน่ห์ หรือคุณไสย ฉันรู้วิธีในการทำเพื่อศึกษาวิธีแก้ตอนมีคนโดนของต่ำพวกนั้นเข้าตัว แต่ถ้าให้ฉันเป็นคนทำน่ะไม่มีทาง ฉันไม่มีวันเข้าไปยุ่งเด็ดขาด

“เออมึง จะว่าไป มึงพอมีเครื่องรางหรืออะไรก็ได้ที่ช่วยให้ตอนไปตกผู้แล้วผู้ชายรักผู้ชายหลงบ้างป้ะ” คราวนี้เป็นยัยซูเวียที่เข้ามากอดแขนออเซาะ “อีสร้อยข้อมือเครื่องรางนำโชคเงินทองที่มึงให้กูเดือนก่อนคือดีมาก ใส่ปุ๊บอยู่ๆ พ่อก็โอนเงินเข้าบัญชีหมื่นนึงบอกขายของได้กำไรเยอะ”

ฉันส่ายหน้าอย่างเอือมระอาเล็กน้อย

“อีของที่ทำให้ผู้รักผู้หลงน่ะก็มีแต่ทำเสน่ห์ทั้งนั้นแหละ ไม่มีเครื่องรางนำโชคไหนจะบังคับจิตใจคนได้หรอกนะ” นั่นคือสิ่งที่ไม่อาจเปลี่ยนได้ แต่ให้ทำของใส่มันก็เป็นแค่การบังคับให้ตกอยู่ภายในมนต์ดำ ยังไงจิตใจของคนคนนั้นก็ไม่ได้รู้สึกรักจริงๆ

“งั้นมึงทำ”

“อีบ้า ไม่! อย่าแม้แต่จะคิดด้วย”

“เพนๆๆ นั่นไงพี่พอร์ช นั่นไงงง” ยัยยี่สุ่นเข้าเขย่าแขนของฉันไปมาอย่างตื่นเต้น มันพยักเพยิดหน้าไปตรงทางทางเดินใต้ตึกเรียนซึ่งติดกับบันได

โอ๊ย อีพวกบ้าผู้ชายทั้งหลาย

“หล่อมาก หล่อมากเลย ใจกูบางยิ่งกว่าผ้าอนามัยลอรีเอะ” เวอร์กว่าอะไรทั้งปวง

ฉันมองตามสายตาของเพื่อนสนิทก่อนจะพบกับเจ้าของร่างสูงหนึ่งที่เดินมากับกลุ่มเพื่อนชายของเขา แต่เขากลับดูโดดเด่นและมีออร่ามากที่สุดในกลุ่ม ใบหน้าเรียวได้รูป จมูกโด่งเป็นสันเข้ากับดวงตาคม ผิวกายของเจ้าตัวไม่ได้ขาวมากเป็นสีน้ำผึ้งแต่กลับดูมีเสน่ห์เหลือล้น

ไม่แปลกที่จะทำให้เพื่อนฉันเป็นบ้าเป็นหลังขนาดนี้

“เห้ย พี่พอร์ชเดือนคณะปีสามใช่ป้ะ ที่เรียนอยู่สาขาโยธา” ยัยซูเวียนี่ก็รู้จักเหรอ

ทั้งเพื่อนตุ๊ดเพื่อนชะนีของฉันเป็นไปกันหมดเลย

“เออออ หล่ออ่า เมื่อวานกูเจอที่ร้านขายชานมไข่มุก ยืนใกล้ๆ กลิ่นน้ำหอมเขายังติดจมูกกูข้ามคืนมาจนตอนนี้เลยมึง”

“รำคาญญญ ไปกินข้าวได้แล้ว ไส้จะกิ่ว ถ้าร้านหมูทอดแกงกะหรี่ขายหมดนะ กูจะคาดโทษพวกมึง”

“อีนกอ้วนเห็นแก่กิน ไม่หมดง่ายขนาดนั้นหรอกน่า”

“ซูเวีย นี่มึงด่ากูเป็นนกอ้วนเหรอ เจอดีแน่” ฉันฟาดยกชีทเรียนในมือขึ้นเตรียมไปฟาดร่างสูงเพรียวของผู้เป็นเพื่อน แต่ทว่ามันกลับรู้ทันแล้วรีบเบี่ยงตัวออก

“ก็จริงนี่ มึงมันนกอ้วนบินไม่ได้ ยัยเพนกวิน”

หน็อย เพื่อนก็เพื่อนเถอะ!

“อย่าหนีนะเว้ย” ฉันวิ่งไล่ตามซูเวียที่กำลังหนีการฟาดของฉัน แต่ว่าด้วยความที่เพศกำเนิดของเพื่อนฉันมันเป็นผู้ชาย ตัวมันก็ค่อนข้างสูงแต่มีขายาวที่วิ่งสองก้าวก็ไกลกว่าฉันไปแล้วหลายเมตร

ฉันพยายามวิ่งไล่ตามมันจนไม่ทันได้ระวังตัว เป็นเหตุให้วิ่งไปชนกับใครสักคนที่กำลังเดินสวนมาพอดีดังพลั่กเลย แถมเคราะห์ซ้ำฉันดันเซล้มลงไปอีกด้วย

“โอ๊ย” ผู้ชายตัวสูงที่เพิ่งโดนฉันชนก็ล้มลงไปนั่งกับพื้นตามแรงของน้ำหนักตัวของฉัน เพราะก่อนหน้านั้นมือฉันเกาะเสื้อเขาเอาไว้ไม่ให้ตนเองล้ม แต่กลายเป็นว่าพากันล้มทั้งคู่แทน “ทำอะไรของเธอวะ”

นี่มัน..พี่พอร์ชที่ยัยสองคนนั้นกรี๊ดกันอยู่นี่นา ฉิบหายแล้ว นังซูเวียมันตั้งใจวิ่งมาทางนี้แน่เลย

“ข..ขอโทษค่ะ ไม่ได้ตั้งใจ”

“เปื้อนหมดแล้วเนี่ย เป็นเด็กหรือไง นี่มหาลัยนะไม่ใช่สนามเด็กเล่น”

ก็บอกว่าไม่ได้ตั้งใจไง! โธ่

“ขอโทษด้วยนะคะพี่พอร์ช เพื่อนหนูมันเล่นไร้สาระกันน่ะค่ะ” ยัยยี่สุ่นวิ่งเข้ามาประชิดตัวฉันพร้อมกับเข้าดึงร่างฉันให้ลุกขึ้นยืน

แต่ว่าเมื่อกี้มันบอกว่าฉันไร้สาระเรอะ

“เป็นอะไรเปล่ามึง” เพื่อนของเขาที่เห็นเหตุการณ์ก็เพิ่งยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ

“ไม่” พี่พอร์ชหันไปตอบเพื่อนตนเองจากนั้นจึงหันหน้ามาคาดโทษฉัน “ทีหลังก็ระวังหน่อยสิ เกิดเจ็บตัวขึ้นมาจะทำยังไง”


#เคราะห์จากมังกร 

เรื่องนี้จะว่าไปที่แนวแฟนตาซีนิดๆ เรื่องดวงชะตา การทำของ เครื่องรางต่างๆ

พร้อมกับบทบาทของน้องวีรภัทรกุมารทองที่จะเป็นสีสัน 5555555555

college boyfriend mingyu – SEVENTEEN

in the shadows // s.rj x c.bg - Introduction - Wattpad


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

14 ความคิดเห็น

  1. #10 Netnapa Pluemjit (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2563 / 16:10

    น่ารักเนอะ

    #10
    0
  2. #6 ✨•P•u•y•z•Z•i•i•✨ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 เมษายน 2563 / 08:41
    มีน้องประจำตัวด้วย เดี๋ยวเหอะให้วีรภัทรขี่คอเลย
    #6
    0
  3. #5 16.1.13 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 20:53
    ชอบน้องง..
    #5
    0
  4. #4 9ningnong9 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 15:43
    วีรภัทรรรร น่ารักอ่ะ
    #4
    0
  5. #3 Bopazi (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2562 / 00:06

    เชื่อค่ะ .... รอเลย
    #3
    0
  6. #1 sangbombeast (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2562 / 23:06
    ถ้ามันดีก็เชื่อค่ะ แต่ถ้ามันดูออกมาแล้วไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการ เราจะฝืน!!!!!
    #1
    0