I smell your love

ตอนที่ 3 : ISYL | 02 : ยอนที่ไม่ใช่ยอน [30%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 671
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 42 ครั้ง
    26 มิ.ย. 63


I smell your love

02

 

“โหแม่ ของมันต้องเยอะขนาดนี้เชียว” หลังจากที่เดินลงมาจากบันไดบ้านแล้วพบกับข้าวของมากมายที่ผู้เป็นแม่เตรียมเอาไว้ ฉันก็อดตกใจไม่ได้ “แม่เล่นใหญ่อีกแล้ว”

“เอาน่า ครบรอบวันตายของพ่อเราทั้งที ก็ทำบุญเยอะๆ หน่อยสิ” แม่เอ่ยตอบในขณะที่กำลังยกลังใส่ถุงข้าวลังสุดท้ายขึ้นไปไว้ท้ายรถกระบะ “ยืนอยู่อะไร มาช่วยขนสิ”

“อ่าๆ” ฉันที่เพิ่งตื่นก็ต้องทำร่างกายให้สดชื่นแล้วรีบเดินไปช่วยแม่ขนของ

วันนี้เป็นวันคบรอบสองปีที่พ่อจากไป ซึ่งฉันกับแม่ตั้งใจเอาไว้ว่าปีนี้เราจะทำบุญให้ท่านโดยการบริจาคอาหารและสิ่งของให้กับบ้านเด็กกำพร้า แม่มีความคิดอยากนำเงินไปช่วยเหลือคนจริงๆ อย่างเช่นบริจาคให้โรงพยาบาล มูลนิธิต่างๆ มากกว่าจะเอาเข้าวัด ซึ่งฉันเห็นด้วยจึงไม่ขัดอะไร

แต่ก็ไม่นึกว่าแม่จะเล่นใหญ่เตรียมไปหลายลังขนาดนี้ และสถานที่ที่เราจะไปคือสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่หนึ่งที่อยู่แถวชานเมือง ติดต่อคนดูแลเอาไว้แล้วเรียบร้อยว่าจะเข้าไปทำอาหารกลางวันให้เด็กที่นั่นทาน

หมายถึงแม่ทำน่ะนะ อย่างฉันทำอะไรไม่เป็นหรอกนอกจากต้มไข่กับต้มมาม่า

“หมดแล้วใช่ไหมเนี่ย” ฉันถามหลังจากที่ยกลังสุดท้ายไปขึ้นรถเสร็จ

“อืม เราน่ะก็ไปอาบน้ำแต่งตัวได้แล้ว ตื่นสายอะไรนัก มันจะทำกับข้าวไม่ทันก่อนเที่ยงนะ กว่าจะไปถึงอีก จะให้น้องเขากินข้าวมื้อเย็นหรือไง”

“จ้า” ฉันรีบตอบรับก่อนจะวิ่งกลับเข้าไปในบ้าน เพราะกลัวว่าอยู่นานกว่านี้จะโดนคุณนายเธอบ่นยาวไม่จบไม่สิ้น

 

ฉันกับผู้เป็นแม่เดินทางมาถึงจุดหมายในเวลาสิบโมงนิดๆ นับว่ายังไม่สายมากพอมีเวลาทำอาหารทัน

“สวัสดีค่า คุณอาภา” ผู้อำนวยการประจำสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเดินเข้ากล่าวทักทายด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม “ขนของอะไรมาเยอะแยะคะเนี่ย”

“ของให้เด็กๆ ทั้งนั้นเลยค่ะ” แม่ตอบก่อนจะหันหน้ามาทางฉัน “เอ้า ไปขนลงหน่อยสิ”

“เดี๋ยวเรียกคนมาขนช่วยนะคะ”

ฉันไม่ได้ตอบหรือคุยกับใคร ทำหน้าที่เพียงขนของแล้วช่วยงานแม่นิดๆ หน่อยๆ ของที่ทานได้ก็เอาไปไว้ในครัว ส่วนของที่เป็นของใช้ก็นำไปไว้ตรงกองกลางให้เจ้าหน้าที่ที่ดูแลมาแจกจ่ายเด็กทุกคนอีกที ซึ่งตอนขนของลงจากรถนี้มีคนมาช่วยด้วยทำให้ใช้เวลาไม่นานก็เสร็จ

“แม่ ฉันไม่อยู่ช่วยทำกับข้าวนะ” ฉันชะโงกหน้าจากท้ายรถไปบอกคุณนายที่ยืนคุยกับผู้อำนวยการอยู่

“ดีใจที่ได้ยินอย่างนั้น”

ดูแม่ฉันพูดสิ นี่ลูกไง

ฉันถือวิสาสะเดินเข้าไปในอาคารเพื่อสอดส่องมองหาเหล่าเด็กๆ ว่าไปอยู่ไหนกันหมด โดยมีความตั้งใจว่าจะมาสอดส่องเสียหน่อย แต่ทั้งโต๊ะและสนามเด็กเล่นกลับไม่ค่อยมีใครเลยจึงอดสงสัยไม่ได้

“เด็กๆ ไปไหนหมดเหรอคะ”

“อ๋อ อยู่ในห้องสมุดล่ะมั้งครับ” หนึ่งในคนดูแลที่นี่ตอบก่อนจะชี้ไปยังประตูของห้องหนึ่งที่อยู่อีกอาคาร “นู่น วันนี้มีพี่คนหนึ่งกลับมา ทุกคนก็เลยให้ความสนใจเขา”

“พี่คนหนึ่ง?”

นอกจากฉันกับแม่แล้ว วันนี้ยังมีคนอื่นด้วยหรือเนี่ย

“ครับ เขากลับมาเยี่ยมที่นี่เดือนละครั้งสองครั้ง”

“กลับมา แสดงว่าเมื่อก่อนเคยอยู่น่ะสิคะ” ฉันไม่รู้ว่าเขาที่อีกฝ่ายบอกคือใครหรอก ก็แค่ถามไปอย่างนั้น

“ใช่ เขาเป็นหนึ่งในเด็กของที่นี่ซึ่งถูกรับเลี้ยงไปประมาณสิบกว่าปีก่อน ถ้าอยากไปหาเด็กๆ ก็เข้าไปได้เลยนะ” หลังจากที่คนดูแลพูดจบ เขาก็เดินออกไป

ฉันเหลือบมองประตูบานนั้นก่อนจะถอนหายใจ มาถึงที่นี่ทั้งที ก็ทำอะไรให้มันคุ้มค่าหน่อย

ประตูกระจกถูกฉันเอื้อมมือไปดึงมันออกมาเบาๆ ก่อนจะที่ลมเย็นจากพัดลมด้านในห้องจะพัดผ่านหน้า ฉันกวาดตามองเด็กทุกคนในห้องด้วยความสนใจ ซึ่งแน่นอนว่าเด็กทุกคนก็หันมามองฉันอย่างแปลกใจเช่นเดียวกัน ด้านในมีตั้งแต่เด็กเล็กไม่กี่ขวบยันเด็กโตสิบขวบเศษ และมีอยู่หนึ่งคนที่ไม่ใช่เด็กแล้ว

ผู้ชายตัวสูง สวมแว่นตาหนาเตอะ ใส่เสื้อยืดธรรมดาพร้อมกับกางเกงวอร์มสบายๆ ใบหน้าของเขาก็กำลังจับจ้องมาที่ฉันเช่นเดียวกัน

สักพักเราสองคนต่างตกใจกันและกัน

“คุณ..! มาทำอะไรที่นี่” ดวงตาหลังเลนส์แว่นเบิกกว้าง

ฉันกำลังจะถามประโยคนั้นกับเขาพอดีเลย

“พาแม่มาทำอาหารกลางวันให้เด็กๆ”

“อ๋อ คุณคือคนที่ผู้อำนวยการบอกว่าจะมาสินะ” พี่ยอนพยักหน้าเล็กน้อยจากนั้นก็หันหน้าไปพูดกับพวกน้องๆ ที่ยืนมองพวกเราตาปริบๆ “นั่นคือพี่โอริ เขาจะเอาขนมมาแจก”

“ขนม!” ทุกคนร้องขึ้นพร้อมกับจ้องมองฉันด้วยแววตาเป็นประกาย

“อ่า ใช่จ้ะ” ฉันทำตัวไม่ถูก เพราะเหมือนโดนโยนบทมาให้เสียดื้อๆ ตอนแรกก็แค่อยากมาลอบสังเกตการณ์เท่านั้น ไม่ได้คิดจะแนะนำตัวโจ่งแจ้ง “พี่ไม่ได้เอามาด้วยนะ ไว้ตอนมื้อกลางวันค่อยรับนะเด็กๆ”

Rrrrr

อ๊ะ แม่โทรมาทำไมกัน

ฉันเดินออกมาจากห้องสมุดหาพื้นที่เงียบๆ เพื่อกดรับสาย

“ว่าไงแม่”

[ริ แม่เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าลืมซื้อส่วนผสมปรุงขนมหลายอย่างเลย ออกไปซื้อมาให้แม่หน่อยสิ]

“โอ้โห หลายลังขนาดนั้นยังไม่ครบอีกเหรอ”

[ก็ใช่น่ะสิ รีบไปรีบมา แม่จะรีบ]

“แล้วมีอะไรบ้างอะแม่”

[ก็น้ำตาล แป้งสาลี ซื้อน้ำมันพืชเข้ามาด้วยสักขวดนะ แม่กลัวไม่พอ]

“อ่าๆ มีน้ำตาล น้ำมันพืช แป้งสาลีนะ”

[ใช่จ้า]

หลังจากได้ลิสต์ของมาเรียบร้อย ฉันจึงกดวางสายก่อนจะยัดโทรศัพท์ใส่กระเป๋า ในหัวก็คิดไม่ตกว่าจะไปหาซื้อของพวกนั้นจากที่ไหนดี แถวนี้มีร้านไหนขายของพวกนั้นบ้าง แล้วถ้าจะให้ขับรถออกไปไกล ฉันขับรถเป็นที่ไหนกันเล่า...

“จะออกไปซื้อของเหรอคุณ”

ฉันสะดุ้งที่อยู่ๆ ก็มีคนอื่นอยู่แถวนี้ด้วย ก็ว่าออกมาหาที่เงียบๆ แล้วนะ

“พี่เองเหรอ”

เป็นเขานี่เอง ยอน

“ผมพาไปได้นะ” เขาเสนอตัวก่อนจะอธิบายต่อ “ผมรู้จักร้านขายของพวกนั้น ไม่ไกลจากที่นี่ เดินไปแป๊บๆ ก็ถึง”

“พาได้เหรอ ดีเลย นำไปเลยสิ” ฉันที่มองเห็นทางสว่างของตัวเองก็ยิ้มดีใจ ความจริงแล้วฉันก็มีเรื่องจะคุยจะถามเขาอยู่หลายเรื่องเหมือนกัน เดินไปคุยไปก็ไม่แย่

เมื่อเจ้าของร่างสูงเดินออกไป ฉันจึงไม่รีรอจะเดินตามอีกฝ่าย

“นี่ มาทำอะไรที่นี่อะ” ฉันเป็นฝ่ายเปิดบทสนทนา

“กลับมาเยี่ยมเด็กๆ น่ะ พวกเขาเป็นครอบครัวผม” พี่ยอนตอบในระหว่างที่เราสองคนกำลังเดินผ่านรั้วของสถานเลี้ยงเด็กออกมา

“อ้อ เคยอยู่ที่นี่มาก่อนเหรอ”

“อืม ผมถูกพามาทิ้งไว้ตั้งแต่ยังแบเบาะ แล้วก็ได้มีพ่อแม่บุญธรรมตอนอายุสิบสามปี” เขาตอบตรงไปตรงมาแบบไม่ได้ปิดบังอะไร

“งั้นชื่อยอนนี่ได้มาตั้งแต่แรกหรือได้มาตอนถูกรับเลี้ยงเหรอ”

“...” เขาหันมามองหน้าฉันนิ่งๆ เมื่อฉันถามแบบนั้น

“ก็มันแปลกดี เลยอยากรู้”

“ชื่อคุณก็ไม่ปกติเหมือนกัน”

คาโอริมันผิดปกติตรงไหน!

“ฉันเป็นลูกครึ่งญี่ปุ่นนะ ชื่อคาโอริน่ะพ่อตั้งให้ ไม่แปลกสักหน่อย มันแปลว่ากลิ่นหอม” เพราะว่าพ่อฉันเป็นชาวญี่ปุ่นที่มาทำงานอยู่ประเทศไทยแล้วได้พบรักกับแม่ของฉันที่เป็นสาวไทย ชื่อสกุลเต็มของฉันคือ นิชิมุระ คาโอริ

ชื่อดูเป็นสาวญี่ปุ๊นญี่ปุ่น สมัยรับน้องแรกๆ เพื่อนมันแซวกันว่าตอนเห็นชื่อฉัน นึกว่าเจ้าของชื่อจะเป็นเด็กสาวน่ารัก ใสซื่อ โมเอะ แต่ขอโทษเถอะ ฉันตรงกันข้าม

“งั้นเหรอ” เขาพยักหน้า “ความจริงชื่อผม ก็ได้มาตั้งแต่แรกที่อยู่บ้านเด็กกำพร้า คุณแม่ที่ดูแลเขาตั้งให้ ผมเคยถามแล้วว่ามันมีความหมายหรือเปล่า”

“สรุปมีไหม”

“ก็มี แต่...มันน่าขำนิดหน่อย” พี่ยอนหัวเราะเบาๆ ราวกับขำชื่อตัวเอง “ตอนนั้นคุณแม่ติดเพลงของจรัล มโนเพ็ชร เลยเอาเนื้อเพลงมาตั้งชื่อผม”

เดี๋ยวนะ เพลงจรัล มโนเพ็ชร

“อย่าบอกนะว่าเพลงฮานี้บ่าเฮ้ย”

สุดจะกลั้นแล้วนะ ถ้าใช่จริง ฉันก็อดขำไม่ได้อย่างที่เขาบอกเลย

“รู้จักด้วยเหรอครับ ใช่..ชื่อยอนของผม ย่อมาจากต๊ะตอนยอน”

“ก็น่ารักดีนะ” ฉันจะพยายามไม่ขำก็แล้วกัน เพราะถึงอย่างไรเราสองคนก็ไม่ได้สนิทกัน ไม่อยากทำเสียมารยาท

“อ้อ ผมมีเรื่องจะบอก เรื่องสร้อยข้อมือคุณ”

“...”

“ผมเจอแล้วนะ มันอยู่ในกระเป๋าเงิน”

 


Castle-G's Talk
ที่มาของชื่อแต่ละคน สุดแสนจะเอ็นดู้วววว

Stray Kids Hyunjin GIF - StrayKids Hyunjin Kpop - Discover & Share ...


ฝากคอมเม้นท์นิยายด้วยนะคะทุกคน >_<
เล่นแท็ก #กลิ่นของยอน ให้ยอนกันเถอะ
FACEBOOK : Castle-G / TWITTER : @castleglint




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 42 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

71 ความคิดเห็น

  1. #70 kanokradaparima (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2563 / 15:56

    พี่ยอนนนนน ที่มาชื่อน่ารักนะเนี่ย
    #70
    0
  2. #69 ✨•P•u•y•z•Z•i•i•✨ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2563 / 10:05
    ว่าแล้ววววววว่าต้องเป็นต๊ะตอนยอนนนน อุ_อิ
    #69
    0
  3. #68 kkimmyy2 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2563 / 00:24
    เป็นเอ็นดูเจ้ายอน เลิฟเรื่องนี้มั่กค่า
    #68
    0
  4. #67 baebaeaomsm (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2563 / 20:02
    แงง ต๊ะตอนยอน5555 เอ็นดู~
    #67
    0
  5. #36 nilo. (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 07:48
    เจิมมมม
    #36
    0
  6. #35 fai iii (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 04:33
    เจิมค่ะะ
    #35
    0
  7. #34 Parawee17 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 / 23:43
    เจิมค่าาาา
    #34
    0
  8. #33 Venitah (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 / 23:27
    เจิมจ้าาาา
    #33
    0