ตอนที่ 73 : SPECIAL SEARCHMEL [1][2] !มีใน meb แล้วน้า
SPECIAL OF SARCASTIC BULLET
FOR NEW YEAR
“น้องเมล์มีอะไรหรือเปล่าครับ” พี่ใบทองกำลังมองหน้าฉันอย่างสงสัย
“ฉันอยากรู้เรื่องสมัยเรียนของพี่เซิร์ชค่ะ พี่ใบทองเล่าให้ฟังหน่อยสิ” หลังจากที่เก็บมานั่งคิดนอนคิดอยู่หลายวันฉันก็ตัดสินใจเข้ามาถามคนที่น่าจะตอบเรื่องนี้ได้ตรงๆ และนั่นคือสาเหตุที่ทำให้ฉันเรียกเพื่อนของพี่เซิร์ชออกมานั่งคุยที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่งชื่อร้าน BULLET café เป็นร้านที่อยู่ใกล้กับคอนโดของพี่เซิร์ชเลย กะว่าคุยเสร็จจะขึ้นไปหาด้วย
“หืม? เรื่องไหนดี มีหลายเรื่องมาก” คนตรงหน้าขมวดคิ้วเล็กน้อย
“เรื่องของพี่เซิร์ชกับหมอเพลง”
เพราะว่าช่วงนี้เราสองคนไปที่โรงพยาบาลสัตว์ค่อนข้างบ่อย มันจึงเกิดความกลุ้มอกกลุ้มใจบางอย่าง ฉันรู้แหละว่าเขาสองคนไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกันแล้ว แต่พอเห็นจังหวะที่ทั้งคู่มองหน้าและยิ้มให้กันเล็กน้อยนั่นมันแอบเครียด ถึงจะไม่มีอะไรก็ช่าง
“เอ่อ...คราวที่แล้วที่พี่เล่า มันก็มาแดกหัวพี่แทบตายแล้วน้อง” พี่ใบทองทำหน้าลำบากใจเล็กน้อย
ก็แหงหละ ฉันผิดเองที่ไปโป๊ะให้เขารู้
“คราวนี้ฉันจะไม่โป๊ะให้เขารู้ สัญญา” ว่าแล้วก็ยกมือขึ้นมาพร้อมชูสามนิ้วปฏิญาณตนด้วยเกียรติของลูกเสือสามัญที่เคยเรียนตอนประถม
คนตรงหน้าหลุดขำนิดหน่อย “น้องเมล์ดูอยากรู้มากเลยนะ”
“ก็มันแคลงใจนี่”
“ทั้งที่นั่นคือเรื่องของแฟนเก่าอะนะ จะดีเหรอ?”
“อื้อ ดีกว่าตอนที่นอนอึดอัดใจคิดคนเดียวแน่นอน” ฉันไม่ได้ระแวงว่าเขาจะกลับไปคบกันหรอก.. ไม่ได้ระแวงอะไรทั้งนั้น
จริงๆ นะ มองตา
ฮึ่ย! ก็ได้ ยอมรับว่ารู้สึกหวั่นใจ
“โอเค เดี๋ยวขอนั่งไทม์แมชชีนไปดูอดีตแป๊บนึงแล้วกัน..” ทำเป็นเล่นไปได้
หลายปีก่อน
BUL University
“เซิร์ช...” เสียงของเพื่อนสนิทที่นั่งอยู่ด้านข้างดังขึ้นในขณะที่ทั้งคู่กำลังใช้คอมพิวเตอร์ที่ห้องสมุดของมหาวิทยาลัยในการลงทะเบียนเรียนเทอมหน้าอยู่
“อือ” เจ้าของกรอบแว่นสี่เหลี่ยมเอ่ยตอบในลำคอ
“มึงเลือกเสรียังวะ”
“ยัง ต้องเก็บ 6 หน่วยกิตหนิ” เจ้าของชื่อเซิร์ชเอ่ยตอบ ในหัวของเขาตอนนี้พอพูดถึงวิชาเสรีก็เต็มไปด้วยความว่างเปล่า เขาเบื่อที่จะเรียนวิชาอะไรที่นอกเหนือจากวิชาในภาค ถ้าไม่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์แล้วล่ะก็ทุกวิชาล้วนน่าเบื่อสำหรับเขาไปหมด
“เออ แล้วมึงจะลงอะไร กูว่าจะไปลงพวกกีฬากับพวกไอ้เฟรมมันอะ” ใบทองเอ่ยถามเพื่อนจากนั้นเขาก็หันหน้าจอแล็บท็อบที่พกมาจากบ้านให้กับเซิร์ชดู “เนี่ย รายชื่อเสรีที่มีคนรีวิวมา มึงดูสักตัวดิ”
เจ้าของกรอบแว่นทรงเหลี่ยมเงยหน้าขึ้นไปมองเล็กน้อยก่อนจะพบกับรายชื่อของรายวิชามากมายบนนั้น
“ไม่รู้ดิ กูควรเรียนอะไร” เขาไม่เคยคิดเรื่องนี้มาก่อนเลย
“งั้นลงกีฬากับกู”
“ไม่เอา เหนื่อย” เซิร์ชปฏิเสธแทบจะทันทีเมื่อได้ยินคำว่ากีฬา
“อะ งั้นมึงเลือกเอาเองละกัน” ใบทองไม่อยากจะสรรหาวิชาอะไรให้กับผู้เป็นเพื่อนอีกแล้วปล่อยให้เจ้าตัวจัดการชีวิตจองตัวเองไปซะ
แต่ถึงแบบนั้นน่ะ เขาก็ไม่เคยรู้เลยว่าเพื่อนลงเรียนเสรีตัวไหนจนกระทั่ง..
เปิดภาคเรียน
“มึงไปทำอะไรตั้งคณะสัตวแพทย์วะ” ใบทองตั้งข้อสงสัย เพราะหลังจากที่เดินออกมาจากที่เพิ่งพักทานข้าวเที่ยงที่โรงอาหารกันไปเซิร์ชก็บอกว่ามีเรียนต่อที่คณะสัตวแพทย์
“ก็ไปเรียนไง กูว่าก่อนหน้ากูพูดไปแล้วรอบนึง”
“ก็ใช่..แต่มึงเรียนอะไร”
“อ่อ วิชาเพ็ตอะไรสักอย่าง เป็นเสรี.. มึงบอกให้กูเรียนเทอมนี้สักตัว” เซิร์ชตอบจากนั้นจึงเปิดโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเพื่อโชว์ตารางให้ผู้เป็นเพื่อนดู “เนี่ย”
“อ้อ..เพ็ตแคร์? วิชานี้มึงลงทันได้ไงวะเนี่ย”
“ทำไมอะ”
“เกินครึ่งเซคก็มีแต่เด็กสัตวแพทย์นั่นแหละที่ไปลงเรียน มึงก็ไปเป็นประชากรส่วนน้อยเอานะ” ใบทองได้ยินมาจากรุ่นพี่อีกที วิชานี้ไม่ได้ยากอะไรมากนักแล้วส่วนใหญ่นักศึกษาที่ไปลงก็มีแต่เด็กคณะสัตวแพทย์
“อือ ก็แค่เก็บหน่วยกิตให้ครบก็พอแล้วนี่” เซิร์ชน่ะไม่ได้สนใจวิชาอื่นนอกคณะเท่าไหร่ เขาคิดแค่ว่าเก็บให้มันครบๆ ไปสักทีจะได้ไม่ต้องยืดยื้อไปถึงปี 3 หรือปี 4
“อะ งั้นโชคดีกับการเรียนจ้า” ใบทองเอื้อมมือมาตบบ่าของเซิร์ชเบาๆ จากนั้นเจ้าตัวก็สะพายกระเป๋าแล้วเตรียมตัวไปเรียนบ้างเหมือนกัน
เซิร์ชใช้เวลาเดินทางอยู่สักพักด้วยรถโดยสารภายในของมหาวิทยาลัยก็มาถึงคณะสัตวแพทย์ที่อยู่ห่างจากคณะของเขาเป็นกิโล เจ้าของร่างสูงใช้เวลาในการเดินหาตึกเรียนอยู่เป็นนาทีได้กว่าจะหาจนเจอ การมาสถานที่ที่ไม่ค่อยได้มาทำเอาเขาหัวเสียเล็กน้อย
โอเค..ห้อง 505 ถ้าตรงหน้าประตูห้องเขียนเลขนี้ เขาก็จะเปิดประตูเข้าไป
ความรู้สึกแปลกๆ นั้นตีตื้นเข้ามาในใจทันทีเมื่อวางกระเป๋าเป้พร้อมทิ้งกายนั่งลงที่โต๊ะเรียนตัวหนึ่ง เขาเรียกความรู้สึกนี้ว่าอะไรกันนะ โดดเดี่ยวเหรอ
มันคงรู้สึกแปลกน่ะ เพราะเซิร์ชเองก็ไม่เคยได้มาเรียนที่ไกลจากคณะตนเองขนาดนี้ ไม่มีเพื่อนหรือคนรู้จักเลยสักคน จนเผลอคิดไปว่าควรไปลดรายวิชาทิ้งแล้วลงตัวใหม่กับเพื่อนดีหรือเปล่า
‘เกินครึ่งเซคก็มีแต่เด็กสัตวแพทย์นั่นแหละที่ไปลงเรียน’
คำพูดของเพื่อนสนิทดูท่าแล้วก็คงจะจริง เขารู้สึกว่าในห้องนี้ทุกคนดูสนิทสนมแล้วก็รู้จักกันดีอยู่แล้ว ก็คงจะเรียนคณะเดียวกันอย่างที่ว่า
ในสัปดาห์แรกที่เรียนมันก็ไม่ได้แย่นักเท่าไหร่ ส่วนใหญ่เรื่องที่อาจารย์สอนก็จะเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงทั่วไป โดยจะเน้นไปที่หมาแล้วก็แมวสักหน่อย เซิร์ชคิดว่าถ้าเรียนไปให้จบเทอมมันก็ไม่ใช่เรื่องลำบากนัก เรียนสอบเก็บคะแนนแค่นี้เอง เว้นเสียแต่ว่าจะมีงานกลุ่มให้ทำน่ะนะ
แล้วสิ่งที่เขากลัวก็มาถึง
“ตามที่เห็นใน course syllabus เลยนะคะนักศึกษา เรามีคะแนนงานกลุ่ม 30% คะแนนสอบกลางภาค 35% แล้วก็คะแนนสอบปลายภาคอีก 35% อาจารย์จะยังไม่ให้หัวข้อรายงานนะคะ เพราะนี่เป็นช่วงเพิ่มลดรายวิชา รายชื่อนักศึกษายังไม่นิ่ง แต่ถ้าใครอยากจับกลุ่มเอาไว้ก่อนก็ไม่ว่ากัน”
ฉิบหายที่สุด..
นั่นคือสิ่งที่เจ้าของร่างสูงสบถอยู่ในใจ ก็เพราะคนในเซคเกินครึ่งรู้จักกันไปหมดอยู่แล้วไง แล้วเขาจะไปจับกลุ่มกับใคร?
“เอ่อ..ขอโทษนะ”
ในระหว่างที่เซิร์ชกำลังคิดอยู่ว่าควรไปลดรายวิชานี้ทิ้งดีหรือเปล่านั้น ใครสักคนที่นั่งอยู่ด้านหน้าของเขาก็เอี้ยวตัวมาพูดด้วย เธอเป็นผู้หญิงคนหนึ่ง ดูจากชุดแล้วคิดว่าคงเป็นนักศึกษาคณะสัตวแพทย์
“..?” เจ้าตัวไม่ได้เอ่ยตอบแต่ทำเพียงแค่เงยหน้าขึ้นมองอย่างสงสัย
“พอดีกลุ่มเราขาดคนนึงอะ อยู่ด้วยกันเปล่า”
“อ้อ อืม” เขาพยักหน้าเล็กน้อยหลังจากได้ยินคำถามนั้น เซิร์ชมองหน้าเจ้าของคำพูดแล้วก็มองไปยังนักศึกษาคนอื่นที่นั่งอยู่ข้างหน้าเช่นเดียวกัน เป็นผู้หญิงสองคนผู้ชายอีกสองคน ถ้ารวมเขาเข้าไปด้วยก็ครบกลุ่ม 5 คนพอดีตามที่อาจารย์ต้องการ
“ดีเลย งั้นเราขอชื่อ..เอ่อ เรียนปีไหนแล้วอะ” สาวเจ้าหยิบกระดาษที่ฉีกออกมาจากสมุดโน้ตออกมาแผ่นหนึ่ง ซึ่งในนั้นมีชื่อสมาชิกอยู่แล้วไปให้กับสมาชิกคนสุดท้าย
“สองน่ะ” เซิร์ชตอบพร้อมกับรับกระดาษแผ่นนั้นมา
“เห้ย สองเหมือนกัน นี่กลุ่มเราก็ปีสองกันหมด เราชื่อเพลงนะ” เธอเริ่มแนะนำตัวก่อนคนแรกแล้วค่อยๆ ไล่ชี้ไปทีละคนที่นั่งอยู่ถัดไป “ส่วนนี่ชื่อนีน แล้วก็นั่นโอห์ม และก็เนม”
เซิร์ชพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้จากนั้นเขาก็ก้มลงไปมองกระดาษรายชื่อที่บันทึกข้อมูลเอาไว้เกือบทุกอย่างเสร็จสรรพ
ภัทรกานต์ ดิษอักษร (เพลง) 55247xxx31 คณะสัตวแพทยศาสตร์
จินดารัตน์ โชติวรรัตน์ (นีน) 55254xxx31 คณะสัตวแพทยศาสตร์
ธิติภูมิ ตั้งฉัตร (โอห์ม) 55274xxx31 คณะสัตวแพทยศาสตร์
ชัตยพล ไกรแก้ว (เนม) 55287xxx31 คณะสัตวแพทยศาสตร์
เขียนชื่อเล่นกันด้วยแฮะ..แถมเรียนสัตว์แพทย์กันหมดเลย แล้วงี้เขาต้องเป็นคนเดียวที่โดดเด่นมากแน่นอน เซิร์ชคิดอยู่ในใจสักพักก็จรดปลายปากกาเขียนชื่อพร้อมข้อมูลตัวเองลงไปในกระดาษบ้าง
ธายุกร ธิติวรารักษ์ (เซิร์ช) 55337xxx23 คณะวิทยาศาสตร์
“ชื่อเซิร์ชเหรอ”
แล้วเมื่อเขาเงยหน้าขึ้นก็สะดุ้งตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นว่ามีคนกำลังจ้องมองการเขียนของตนเองอยู่ คนที่เพิ่งโดนเรียกชื่อยกมือไปดันกรอบแว่นให้เข้าที่แล้วก็พยักหน้า
“อืม แบบเซิร์ชที่แปลว่าค้นหาน่ะ”
เพลงยิ้มออกมาบางๆ หลังจากที่เห็นชายหนุ่มตรงหน้าตอบคำถามเธอเกินห้าพยางค์ ในตอนแรกที่อาจารย์บอกให้จับกลุ่มทำรายงานไว้ล่วงหน้าเธอก็รู้สึกลำบากใจนิดหน่อยเพราะในกลุ่มเพื่อนที่ลงเรียนด้วยกันของเธอมีกันแค่สี่คนเท่านั้น แล้วพอหันหลังกลับมาเจอเขาที่นั่งอยู่คนเดียวจึงคิดชวนเข้ากลุ่มด้วย ถึงแม้จะดูเป็นคนพูดน้อยหน่อยก็เถอะ แต่ไม่น่าจะเลวร้ายอะไร
ใครจะไปคิดว่านี่จะเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องของเขากับเธอ
หลังจากนั้นหนึ่งเดือนให้หลัง ทั้งเซิร์ชและเพลงก็เป็นตัวแทนกลุ่มออกไปสำรวจเพื่อเอาข้อมูลมาทำรายงานกลุ่ม เพราะรายวิชาเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงและการดูแลสัตว์เลี้ยง หัวข้อรายงานก็หนีไม่พ้นเกี่ยวกับเรื่องสัตว์เลี้ยง และพวกเขาได้โจทย์เกี่ยวกับการทำคาเฟ่สัตว์ต่างๆ
เพราะข้อมูลในอินเทอร์เน็ตไม่ได้มีเยอะถึงขนาดนั้น จึงต้องลงพื้นที่สำรวจพร้อมสัมภาษณ์เจ้าของร้านเสียเอง
พวกเขาเลือกคาเฟ่แมวแห่งหนึ่งย่านสุขุมวิท
ด้านในมีแมวมากมายหลายชีวิตหลายพันธุ์ อันที่จริงเซิร์ชไม่คิดว่าตัวเองจะชอบแมวมาก่อน จนกระทั่งวันนี้...
“ตัวนี้พันธุ์อะไรเหรอครับ” เจ้าของร่างสูงที่วันนี้อยู่ในชุดไปรเวทธรรมดาเอ่ยถามกับผู้จัดการคาเฟ่ที่คอยดูแลแมวเหล่านี้อยู่
“ตัวนี้อเมริกันช็อตแฮร์ค่ะ ส่วนด้านข้างคือบริติชช็อตแฮร์”
แล้วหลังจากนั้นทั้งเซิร์ชแล้วก็เพลงก็ใช้เวลาอยู่ในคาเฟ่แมวเพื่อสัมภาษณ์รายละเอียดและเก็บข้อมูลต่างๆ ไปเพื่อทำรายงานกลุ่มตั้งแต่วิธีการดูแล เลี้ยงดูเจ้าตัวเล็กพวกนี้
“นี่..นายดูชอบแมว” หญิงสาวที่นั่งอยู่ด้านข้างเอ่ยถาม เพราะนี่เวลาก็ผ่านมาสักพักหลังจากเก็บข้อมูลเสร็จเรียบร้อย ทั้งคู่ยังไม่ได้กลับไปแต่นั่งเล่นที่นี่ก่อน
“เพิ่งรู้สึกว่ามันก็น่ารักดีนะ ดูสิ” เซิร์ชหัวเราะเล็กน้อยจากนั้นเจ้าตัวก็เอื้อมมือไปลูบคางเจ้าก้อนขนตัวหนึ่งที่นอนจุมปุกอยู่ด้านข้าง “ตอนแรกก็ว่าจะมาทำงานจริงจังนิดนึง แต่พอเจออะไรแบบนี้ก็ผ่อนคลาย”
“เขาบอกว่าอยู่กับสัตว์จะทำให้เราอ่อนโยนขึ้น เขาจะทำให้เรารู้สึกสงบและไม่โดดเดี่ยวนะ”
รู้สึกสงบและไม่โดดเดี่ยว
“นั่นสินะ วันๆ นึงเราก็อยู่กับคอมพิวเตอร์ไม่ค่อยได้ออกไปเจอใครที่ไหนหรอก” นักศึกษาคอมไซน์พูดถึงวิถีชีวิตของตนเองที่มีเพื่อนรักเป็นคอมพิวเตอร์ ในหนึ่งวันถ้าเขารู้สึกเบื่อก็มักจะเข้าไปเรียนการเขียนโปรแกรมในรูปแบบต่างๆ เรียนการทำแอพและเกมที่ไม่มีสอนในหลักสูตร
พอได้ทำกิจกรรมอื่นนอกจากนั่งหน้าคอมแล้วมันก็รู้สึกแปลกใหม่ไม่น้อย
“โห วันๆ นึงอยู่กับคอมพิวเตอร์เหรอเนี่ย..เป็นเราคงเบื่อแย่” เธอแอบทึ่งเล็กน้อย แต่พอมาคิดดูดีๆ กับพวกที่เรียนคอมน่ะก็ไม่แปลกหรอก
“ตอนแรกก็ไม่เบื่อหรอก แต่พอมาได้ยินแบบนี้ก็เบื่อขึ้นมาบ้างละ”
นี่คงเป็นครั้งแรกเลยที่ได้คุยกันเป็นเรื่องเป็นราวมากขนาดนี้ เพราะปกติมักจะคุยเกี่ยวกับเรื่องที่เรียนแถมยังถามคำตอบคำอีกด้วย แล้วความห่างเหินนั้นเริ่มลดน้อยลงทีละนิด
“เอ่อ ถ้าเบื่อก็ออกมานั่งคาเฟ่แบบนี้ได้นะ เรารู้สึกคาเฟ่สัตว์เยอะแยะในย่านนี้เลย” เพลงเสนอความคิดเห็น
“มานั่งเล่นแบบนี้?” ใบหน้าใต้กรอบแว่นนั่นแสดงความงุนงงออกมาเล็กน้อย
“ใช่ กับเราไง”
“...”
“เอ่อ ค..คือว่าหมายถึง ถ้าไม่มีเพื่อนมาด้วยก็มากับเราได้” เธอไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเมื่อกี๊พูดอะไรออกไปบ้างเมื่อได้เห็นสายตาคู่นั้นกำลังมองมาผ่านเลนส์แว่นตา
ส่วนเซิร์ชที่ตอนนี้กำลังประมวลอยู่ก็
“อ้อ เพื่อนมันไม่มาหรอกมันไม่ค่อยชอบแมว” แน่นอนว่าตอนพูดออกไปนั้นเซิร์ชคิดถึงใบทองคนแรก เพื่อนเขาไม่ชอบแมวก็เป็นเพราะเจ้าตัวเลี้ยงหมาเอาไว้
“ถ้าอย่างนั้นออกจากนี้เซิร์ชจะกลับเลยหรือเปล่า” เธอชวนเปลี่ยนเรื่อง
“ก็ถ้าไม่มีอะไรก็กลับเลย” เขาไม่ค่อยออกจากห้องถ้าไม่จำเป็นน่ะ
“อ่า ถ้าว่างเย็นนี้ไปดูหนังกันไหม” สารภาพว่ากว่าจะตัดสินใจเอ่ยชวนออกไปได้ก็นั่งคิดมานานอยู่เหมือนกัน สำหรับเพลงแล้ว เซิร์ชเป็นคนที่น่าจะชวนยากหน่อยจึงเผื่อใจเอาไว้บ้างว่าอาจจะปฏิเสธ
กลับมาที่ปัจจุบัน
“เดี๋ยวก่อน..เดี๋ยวนะ” ฉันยกมือเบรกพี่ใบทองที่กำลังเล่าเอาไว้ชั่วคราว เมื่อคิดอะไรบางอย่างได้ “หมอเพลงชวนพี่เซิร์ชไปดูหนังเหรอ”
“อืม” คนตรงหน้าพยักหน้าหงึกๆ
“เห้ยยย นี่มันมุกเข้าหาผู้ชายชัดๆ หมอเพลงต้องคิดจีบพี่เซิร์ชแน่เลย” ฉันตบเข่าฉาดก่อนจะรีบถามกลับไป “แล้วยังไงอะ พี่เซิร์ชตกลงไปไหม”
“ก็ต้องไปดิ หมอเพลงน่ารักออก ไม่คว้าโอกาสไว้ก็แย่แล้ว”
“...”
“โอ้ คืออันนี้อรรถรสของพี่เองไม่ใช่ความคิดไอ้เซิร์ชจริงๆ นะ” หลังจากที่เขาเพิ่งรู้ตัวว่าพูดอะไรก็เริ่มเลิ่กลั่กเล็กน้อย “น้องเมล์ก็น่ารัก อย่าคิดมาก เรื่องในอดีตน่ะ”
“เสียดาย ฉันช้าไป ถ้าฉันเจอพี่เซิร์ชก่อนนะ..”
“เดี๋ยวว ตอนนั้นน้องเพิ่งอายุเท่าไหร่”
อ๊ะ จริงด้วยสิ ในตอนนั้นพี่เซิร์ชอยู่ปี 2 ก็น่าจะอายุแค่ 20 ปี ส่วนฉันในตอนนั้นก็คงอายุ 14 ปี เพิ่งเรียนอยู่มัธยม 2 เองมั้ง โห เพิ่งรู้สึกว่าเราอายุห่างกันมากก็ตอนเทียบอายุในอดีตนี่แหละ เพราะในตอนนี้ฉันเป็นนักศึกษาส่วนเขาทำงานแล้วมันก็ไม่ได้แปลกมากเท่าไหร่ แต่ผู้ชายปี 2 กับเด็กม.2 นี่ดิ มันดูแปลก
“งั้นเล่าต่อค่ะ เขาคบกันเป็นแฟนได้ยังไง”
ติดตามต่อฉบับเต็มได้ใน meb ค่ะ โหลดอ่าน 'ฟรี'
นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

น่ารักอ่า ขอบคุณไรต์นะคะที่มาลงให้อ่าน :)