[สนพ. JnD] ♦ H ♦ Harmonic รักเสี่ยงทาย

ตอนที่ 3 : | H | 02 : เพื่อนบ้านผู้ลึกลับ [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,840
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 166 ครั้ง
    28 ก.ค. 61








2

เพื่อนบ้านผู้ลึกลับ

 

เสื้อผ้าชิ้นสุดท้ายถูกดึงออกจากกระเป๋าแล้วแขวนไว้ในตู้เรียบร้อย ฉันถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะทิ้งตัวลงไปนอนบนเตียงเดี่ยวที่เพิ่งทำความสะอาดและปูผ้าใหม่ได้ไม่นาน


หลังจากที่เพิ่งออกจากที่เดิมแล้วย้ายมาอยู่ได้สองสามวัน วันนี้เป็นวันแรกที่ตัวเองได้มีโอกาสทำความสะอาดบ้านทั้งหลังเพราะไม่มีเรียน สารภาพเลยว่ากว่าจะเสร็จทุกอย่างก็เล่นเอาเหนื่อยจนไม่อยากจะทำอะไรแล้วอีกต่อไปอยากจะนอนหลับไปซะ ถ้าไม่ติดที่ว่า


โครก..~


พยาธิในตัวกำลังประท้วง


ความหิวไม่เคยปราณีใครและฉันไม่สามารถหลับได้ลงในสภาพท้องร้องแบบนี้ได้ จึงจำต้องลากสังขารของตนเองลุกจากเตียงแล้วเดินไปหยิบกระเป๋าตังค์กับกุญแจบ้านมาใส่กระเป๋าเสื้อคลุมเพื่อเตรียมออกไปข้างนอก เมื่อเดินออกมาถึงหน้าบ้านก็เพิ่งจะสังเกตได้ว่าท้องฟ้าเริ่มมืดแล้ว


ต้องรีบไปรีบกลับแล้วหละ


เมื่อคิดได้เช่นนั้นฉันก็รีบใส่รองเท้าและจัดการล็อกประตูทุกบานอย่างหนาแน่น เพื่อป้องกันการโจรกรรมที่เกิดได้ง่ายมากกับบ้านหลังนี้ ฉันเคยบอกไปแล้วใช่ไหมว่าละแวกบ้านคนไม่ค่อยเยอะน่ะ


ฉันอาศัยการเดินออกมาจากตัวบ้านประมาณ 50 เมตรมาถึงหน้าปากซอยที่เต็มไปด้วยร้านค้าขายของมากมายเนื่องจากมันอยู่ติดถนนใหญ่ การได้เห็นอะไรแบบนี้มันก็ทำให้รู้สึกอุ่นใจไม่น้อย เพราะตอนแรกก็แอบกังวลว่าจะต้องไปไกลกว่านี้หรือเปล่าถึงจะซื้ออะไรกินได้ แถมยังมีร้านขายข้าวขาหมูของโปรดอีกด้วย


“เฮ้! ลี” เสียงของผู้หญิงที่เรียกชื่อลีทำให้ฉันเบนความสนใจจากหน้าร้านขายข้าวแล้วหันไปมองเจ้าของเสียงนั้น


ผู้หญิงคนนั้นก็คือเพื่อนสาขาของฉันนั่นเอง เธอมีชื่อว่า ไอน้ำฉันมีโอกาสได้เจอและพูดคุยกับอีกฝ่ายบ่อยๆ ตอนทำกิจกรรม ก็เรียกได้ว่าสนิทกันระดับหนึ่ง


“อื้อ มาซื้ออะไรกินเหรอ” ปกติฉันไม่ค่อยจะเจอเธอนอกมหาลัยหรอก พอเจอก็เลยทำตัวไม่ถูกนิดหน่อย


“อ้อใช่ แล้วเธอล่ะอยู่แถวนี้เหรอ ทำไมฉันเพิ่งเคยเห็น” ไอน้ำเอียงคอถามอย่างสงสัย ก็ไม่แปลกที่เธอจะสงสัยอะไรแบบนั้น


“เพิ่งย้ายมาน่ะ”


“อ้อ ที่เก่าไม่ดีเหรอ”


เนี่ยไง ถามมาแบบนี้จะให้ฉันตอบยังไงตัวเองถึงจะดูดีที่สุด ถ้าตอบไปว่าย้ายออกมาเพราะกลัวผีต้องโดนแอบหัวเราะใส่แน่นอนเลย


“อ๋อ พอดีอยากเปลี่ยนที่เฉยๆ น่ะ” ฉันตอบพร้อมกับยิ้มแห้งให้เพื่อนตรงหน้า “บ้านเกือบท้ายซอยนู่นน่ะ”


“หืม? บ้านเลขที่ 12/3 ใช่หรือเปล่า” เธอขมวดคิ้วโดยทันทีเมื่อฉันบอกไป


“อ่าใช่ๆ” ถึงจะงงอยู่ว่าอีกฝ่ายรู้ได้ยังไง แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรได้แต่พยักหน้ารับอย่างเดียว


“เฮ้อ...บ้านหลังนั้นน่ะ เจ้าของบ้านคนก่อนๆ ไม่เคยมีใครอยู่ได้เกินสองเดือนหรอก” คำบอกเล่าของไอน้ำทำให้ฉันยืนอึ้งไปสักพัก


ฉันไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าบ้านที่ดูไม่มีพิษภัยหรือน่ากลัวอะไรจะมีประวัติแบบนี้ มันไม่ดีตรงไหนเนี่ยทำไมคนก่อนๆ ถึงไม่มีใครอยู่ได้นาน นี่ฉันคงไม่ได้หนีผีและปะผีอีกทีหรอกใช่ไหม


“งั้นเดี๋ยวฉันขอตัวก่อนนะ พอดีต้องรับกลับ”


แยกย้ายดีกว่า กลัวตัวเองจะโป๊ะแตกให้เขาจับได้จริงๆ


ฉันเลือกซื้อข้าวขาหมูหนึ่งกล่องกับน้ำผลไม้อีกหนึ่งขวดใหญ่จากนั้นก็เดินกลับบ้าน ท้องฟ้าที่มืดลงกว่าเดิมยิ่งทำให้ทางเดินในซอยเปลี่ยวมากกว่าเดิม ถ้าไม่มีไฟข้างถนนก็อาจจะมืดไปเลย ไม่รู้ว่าตัวเองคิดถูกหรือคิดผิดที่มาเลือกเช่าบ้านแถวนี้


เมื่อเริ่มใกล้ถึงหน้าบ้านฉันก็รีบควานหากุญแจในกระเป๋าเพื่อจะมาปลดล็อกกุญแจที่คล้องเอาไว้ แต่ในขณะที่จะถือกุญแจออกมาสายตาของฉันก็ไปเห็นอะไรที่น่าสนใจกว่า สิ่งนั้นก็คือผู้ชายตัวสูงคนหนึ่งแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีดำอย่างมิดชิดโดยเฉพาะด้านบนที่สวมทั้งฮู้ดและหมวกแก๊บทับกัน เขากำลังยืนไขกุญแจเข้าบ้านที่อยู่ติดกัน


หรือนี่จะเป็นเพื่อนบ้านของฉันกันนะ..


“เอ่อ สวัสดีค่ะ” ถึงคนดูแลบ้านคนนั้นจะบอกไว้ว่าไม่ต้องไปยุ่งกับเขาดีกว่า แต่ด้วยความที่อยู่บ้านข้างกันฉันก็อยากจะทำความรู้จักเอาไว้น่ะ


“..” ชายเพื่อนบ้านหันหน้ามามองฉันเมื่อได้ยินคำทักทาย แต่เขาก็ทำเพียงแค่มองเฉยๆ ไม่ได้พูดอะไรตอบมา แสงไฟสลัวที่ส่องออกมาจากเสาข้างถนนไม่ได้ช่วยให้ฉันเห็นใบหน้าของเพื่อนบ้านคนนี้ได้เลย มันมืดไปหมด..นี่ถ้าหมวกของเขาไม่ใช่สีขาวฉันก็อาจจะไม่เห็นเลย


และเขาก็เดินเข้าไปในบ้านทันทีที่เปิดประตูได้ ไม่มีแม้แต่จะตอบอะไรกลับมา จนฉันได้แต่มองอย่างไม่เข้าใจ..และเสียหน้าเล็กน้อยที่โดนเมิน ถึงจะรู้มาบ้างว่าเขาคนนี้ไม่ชอบสุงสิงกับใครแต่ก็ไม่คิดว่าจะขนาดนี้อะ


ฉันถอนหายใจออกมาพร้อมกับคำว่าช่างแม่ง จากนั้นก็ไขกุญแจเข้าบ้านของตัวเองบ้าง

 




ใต้ตึกคณะ


“เป็นไงบ้างบ้านใหม่” เพื่อนสนิทที่ช่วงนี้ไม่ค่อยได้เจอหน้ากันเพราะต่างก็ยุ่งกันทั้งคู่เดินเข้ามาทักทายด้วยท่าทีสดใสเหมือนเพิ่งไปล่อเด็กมาได้


เอ๊ะ หรือจะจริง


“ก็ดีอะ แต่เพื่อนบ้านน่าหงุดหงิด” คิดถึงเรื่องเมื่อวานตอนเย็นก็ยิ่งหงุดหงิดแฮะ คนอะไรไร้มนุษยสัมพันธ์ได้ถึงขนาดนั้น


“ยังไงวะ” พัธขมวดคิ้วงง


“ก็เมื่อวานฉันอุตส่าห์ทักทาย แต่ไม่ตอบละเดินหนีเข้าบ้านเฉย”


“โห..ต้องเป็นคนแบบไหนอะ” มันทำหน้าอึ้งเมื่อได้ยินสิ่งที่ฉันเล่าให้ฟัง เห็นไหมล่ะขนาดไอ้พัธเองก็ยังเห็นด้วยกับฉันเลย


“ช่างเถอะ ไม่อยากคุยฉันก็ไม่คุย” ฉันไหวไหล่เล็กน้อยเพื่อบอกว่าไม่ได้แคร์อะไรเพื่อนบ้านจอมหยิ่งนั่น


“เออลี ฉันมีข่าวดีกับข่าวร้ายจะฟังข่าวไหนก่อน” พัธเปลี่ยนเรื่องคุย


“เอาข่าวร้าย” ฉันตอบโดยทันที


“โหยยย แกต้องตอบว่าข่าวดีก่อนสิ” มันทำหน้างอแงจนฉันอยากจะเอาหน้าแข้งไปฟาดคอ ก็ถ้าจะบอกข่าวดีก่อนมันจะให้ฉันเลือกไปทำไม


“เออๆ ข่าวดีก่อน”


“อาจารย์จะให้แกไปเป็นโค้ชสอนกีฬาเด็ก เป็นโปรเจ็กพิเศษที่ต้องทำไม่งั้นรอรับ F ไปแดกได้เลย” มันพูดอย่างตื่นเต้น ซึ่งก็สมกับเป็นข่าวดีจริงๆ นั่นแหละ


“ละข่าวร้ายอะ”


“กีฬานั้นคือว่ายน้ำ”


แต่แล้ว..ฝันนั้นก็สลายไปในพริบตา~ เหมือนโลกของฉันที่สวยงามถูกพังทลายลงต่อหน้าต่อตา


“ว่ายน้ำเนี่ยนะ?! อาจารย์คิดอะไรอยู่กันเนี่ย เขาไม่เคยเห็นคะแนนว่ายน้ำของฉันหรือไง” ฉันโวยวายออกมาทันทีเมื่อรู้ว่าตัวเองต้องไปเป็นโค้ชสอนว่ายน้ำ มีแต่จะพาเด็กๆ จมน้ำตายน่ะสิไม่ว่า


“ใช่ เพราะแกได้คะแนนว่ายน้ำน้อย อาจารย์เลยใช้วิธีนี้” พัธพยักหน้าแล้วจึงบอกต่อ “เข้าจึงใช้วิธีนี้มากดดันแก เพื่อให้แกพัฒนาให้ดีขึ้น อย่างน้อยถึงไม่เก่งแต่ก็ให้ได้บ้างไม่ใช่ว่ายไปเมตรเดียวแล้วจม”


“ฉันต้องไปสอนเมื่อไหร่..” เอาหละ ฉันต้องสูดลมหายใจเข้าออกให้ลึกๆ


“อีกสามเดือน แกต้องฝึกให้ได้ ไม่ต้องห่วงหรอกนอกจากแกก็มีไอ้โต้งไปช่วยอยู่” ผู้เป็นเพื่อนบอกแล้วตบบ่าฉันเบาๆ อย่างให้กำลังใจ ฉันดีใจกับคำว่าไอ้โต้งของมัน เพราะโต้งคือคนที่ว่ายน้ำได้ดีที่สุดแล้ว “แต่ยังไงแกก็ต้องฝึกสอนคู่กับมัน แกก็ต้องทำให้ได้อยู่ดี”


เฮ้อ...ให้ตายสิ ทำไมต้องทำร้ายฉันแบบนี้


“แต่พัธ..ฉันทำไม่ได้แน่ๆ”


“พยายามเข้านะ อย่างน้อยถ้าไม่ได้จริงก็ให้เป็นเพราะแกพยายามเต็มที่แล้ว” ผู้เป็นเพื่อนตบบ่าฉันดังปุๆ ก่อนจะลุกหนีไปทิ้งฉันไว้กับความเครียดประสาทรับประทาน


2




19:21 PM


ติ๊ก..ติ๊ก..ติ๊ก


เสียงของเข็มนาฬิกาติดผนังบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าบริเวณนี้มีความเงียบสงัด ไร้เสียงรบกวนอื่นๆ อีกทั้งเทียนหอมเล่มเล็กที่ตั้งอยู่บนโต๊ะไม้ตัวเก่าสร้างบรรยากาศได้น่าอ่านหนังสือเป็นอย่างมาก แต่ความจริงแล้วบรรยากาศแบบนี้มันน่านอนเสียมากกว่า


ฉันลากเก้าอี้พลาสติกมานั่งอยู่หน้าโต๊ะเขียนหนังสือของตนเองก่อนจะหยิบหนังสือเล่มหนาที่อยู่บนชั้นออกมาเปิดเพื่อหวังว่าจะอ่านมันอย่างเงียบๆ แต่ทว่า


เพล้ง!


เสียงคล้ายแก้วแตกที่ดังมาจากด้านล่างทำให้ฉันสะดุ้งตกใจและรีบลุกขึ้นจากเก้าอี้ทันที ฉันเปิดประตูห้องและก้าวเดินลงบันไดไปทีละขั้นอย่างระมัดระวังเพราะเวลานี้มันมืดแถมไม่ได้เปิดไฟทิ้งไว้ด้านล่างอีกด้วย เมื่อมาถึงขั้นสุดท้ายสิ่งที่แรกที่ทำก็คือเดินไปเปิดสวิตช์ไฟที่ผนังจนกระทั่งบริเวณห้องโถงนั่งเล่นสว่างไปทุกส่วน


พอสอดส่องสายตาแล้วพบว่าทุกอย่างเรียบร้อยดีฉันก็เปลี่ยนเป้าหมายเดินไปที่ห้องครัวที่อยู่ด้านหลังแทน พร้อมกับกดเปิดไฟเช่นเดียวกัน แต่ครัวไม่ได้ปกติเหมือนห้องนั่งเล่น เพราะบริเวณอ่างล้างมือตรงเคาน์เตอร์ครัวมีเศษเล็กเศษน้อยของแก้วเกลื่อนกระจายอยู่


คำถามแรกเลยก็คือ ที่นี่เกิดอะไรขึ้น? แก้วที่วางอยู่บนชั้นวางเป็นอย่างดีจะหลนลงมาแตกเองได้ยังไง? พอมองไปรอบๆ ห้องก็ไม่พบสิ่งมีชีวิตอื่นนอกจากตัวฉันเองกับจิ้งจกสองผัวเมียบนผนัง แน่นอนว่าจิ้งจกตัวแค่นั้นไม่มีปัญญาทำให้แก้วที่หนักกว่ามันหลายเท่าตกลงมาได้หรอก


ตึก ตึก ตึก


ระหว่างนั้นก็มีเสียงฝีเท้าคล้ายคนกำลังเดินดังขึ้นอยู่ใกล้ๆ ตัวของฉัน ด้วยสาเหตุนั้นจึงไม่รีรอที่จะเดินไปหยิบมีดเล่มหนึ่งออกมาจากครัวก่อนจะเดินไปหาต้นตอของเสียงนั้นทันที แต่เดินหาไปรอบบ้านก็ไม่เจอใครเลย..ไม่ว่าจะห้องน้ำ ห้องนอนที่อยู่ชั้นล่าง หรือแม้กระทั่งระเบียงหน้าบ้านก็ไม่พบ ไม่มีแม้แต่รอยเท้าของใคร


ตึก ตึก


จนกระทั่งเสียงฝีเท้าดังขึ้นตรงจุดเดียวกันกับที่ฉันกำลังยืนอยู่ฉันก็ยังไม่เห็นเจ้าของเสียงเลย พอเป็นเช่นนั้นฉันก็เริ่มรู้สึกกลัวและหวาดระแวง ลำพังแค่เป็นโจรฉันก็กลัวมากพอแล้วนี่จะเป็นสิ่งลี้ลับเทือกนั้นอีกเหรอ เป็นการหนีผีปะผีที่แท้จริงสินะ


ฉันเดินกลับขึ้นไปบนห้องและตั้งใจเปิดไฟทุกดวงในบ้านทิ้งไว้จากนั้นก็จะล็อกกลอนประตูหน้าต่างทุกบานอย่างหนาแน่น ตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นใครหรือตัวอะไรฉันขอความปลอดภัยของตัวเองเป็นอันดับหนึ่งก่อน หลังจากที่ปิดประตูเสร็จก็เดินตรงไปยังหน้าต่างที่หัวเตียงเพื่อดึงผ้าม่านเข้า แต่ในขณะเดียวกันฉันก็มองผ่านหน้าต่างกระจกไปเห็นชายร่างสูงที่อยู่บ้านติดกันกำลังเดินถือถุงดำแล้วออกจากรั้วบ้านไป ท่าทีที่มีลับลมคมนัยนั้นทำให้ฉันรู้สึกแปลกใจ ผู้ชายคนนั้นเดินถือถุงอะไรออกไปในยามดึกขนาดนี้?


เป็นเพื่อนบ้านที่แปลกจริงๆ เลย

 




แป๊ะแป๊ะ!


เสียงของลูกขนไก่ที่กระทบกับไม้แร็กเก็ตยังคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่องระหว่างที่ฉันกับพัธมาซ้อมตีแบดกันที่บ้าน ใช่..เมื่อคืนนี้ก่อนจะเผลอหลับฉันโทรไปคุยกับผู้เป็นเพื่อนและได้ชวนมามันซ้อมกันที่นี่ เวลาผ่านเกือบสองชั่วโมงเรายังไม่ทีท่าว่าจะหยุดเล่นกันเลย


“เฮ้ลี! พักก่อนไหม” พัธลดไม้ในมือลงพร้อมกับยกมือไปคว้าลูกมาเก็บ


“อีกตานึงก็แล้วกัน” ฉันก็เริ่มเห็นด้วยแล้วหละ เป็นนักกีฬาก็เหนื่อยได้นะ


“โอเค คราวนี้จัดแรงๆ เลยเพื่อน” มันบอกจากนั้นก็เสิร์ฟลูกแบดมาให้ คราวนี้ฉันจะไม่ออมมือเลยเชียวเดี๋ยวลีคนนี้จะแสดงพาวเวอร์ให้เห็นเอง


ผลัวะ!


ลูกขนนกถูกตีไปอย่างแรงแต่ด้วยความผิดพลาดทางเทคนิคเหมือนมันจะแรงเกินไปจนกระเด็นข้ามไปอีกฝั่งของรั้วกำแพง ยิ่งไปกว่านั้นคือมันไปค้างอยู่บนระเบียงชั้นสองของบ้านหลังถัดไป เพราะระยะห่างระหว่างตัวบ้านทั้งสองไม่ได้ห่างกันมากนัก ผลเลยออกมาเป็นอย่างที่เห็น


“เฮ้ย ได้ไงวะ” ฉันร้องออกมาอย่างหัวเสียเมื่อเห็นเช่นนั้น


“นั่นไม่ใช่ลูกละห้าบาทนะไอ้ลี แกไปเก็บเลย” พัธที่มองตามแล้วก็ได้แต่เขม่นตาให่ฉันอย่างอาฆาต มันเป็นคนเตรียมลูกขนไก่มาเองซึ่งเป็นของยูเอส บริษัทผลิตอุปกรณ์กีฬาเกรดเอ ราคาก็แพงมากแต่คุณภาพดีมากเช่นกัน


“ตั้งชั้นสองเนี่ยนะ” ฉันไม่ใช่นักปีนเขานะเว้ย จะให้ปีนขึ้นไปเก็บสูงขนาดนั้นได้ยังไง


“ก็บอกเจ้าของบ้านเขาเอามาให้ก็ได้ ไม่รู้หละแกรับผิดชอบเลยเดี๋ยวฉันจะเข้าไปหาอะไรกินในบ้าน” ผู้เป็นเพื่อนว่าแล้วก็เข้ามาเก็บไม้แร็กเก็ตจากฉันไปใส่กระเป๋าก่อนจะเดินเข้าบ้านไป


เฮ้อ..ช่วยไม่ได้หละนะ ถึงฉันจะไม่ค่อยถูกชะตากับเพื่อนบ้านคนนี้ก็เถอะ


ฉันเดินออกมาจากรั้วบ้านของตัวเองและมาหยุดอยู่ด้านหน้ารั้วของบ้านข้างๆ ก่อนจะตัดสินใจเอื้อมมือไปกดออดที่กำแพงเพื่อรอให้เจ้าของบ้านมาเปิด


....


นี่เขาตายคาบ้านไปแล้วเหรอ? ควรเรียกตำรวจมาตรวจสอบไหมอะ ตอนแรกก็แอบคิดไปแล้วว่าอาจจะไม่มีใครอยู่แต่ดูจากประตูตัวบ้านที่ไม่ได้คล้องแม่กุญแจเอาไว้บ่งบอกชัดเจนว่ายังมีคนอยู่แต่กลับไม่มีใครออกมาเลย


ฉันลองกดออดแล้วก็รออีกครั้งซึ่งผลปรากฏก็เหมือนเดิม ไม่มีใครมาเปิดประตูให้ฉันทั้งนั้นแม้แต่เสียงขานรับจากคนด้านในก็ไม่มี ให้ตายสิ ก็รู้นะว่าเป็นคนไม่รับแขกแต่ก็น่าจะเดินออกมาดูบ้างว่าเกิดอะไรขึ้น ถ้ามีไปรษณีย์มาส่งของเขาก็จะไม่ออกมารับเลยหรือยังไง?


ออดๆๆๆๆๆๆๆ เอาสิวะ ฉันจะกดอยู่แบบนี้จนกว่าคนด้านในจะออกมา


จนเวลาผ่านไปเกือบนาทีฉันก็เห็นเงาของคนด้านในกำลังจะเดินออกมาจากตัวบ้าน ชายร่างสูงอยู่ในชุดเสื้อฮู้ดที่คลุมหัวและกางเกงยาวเหมือนเมื่อวันก่อนที่ฉันเจอแต่คนละสี จนในที่สุดเพื่อนบ้านผู้ลึกลับก็มาเปิดประตูรั้วเพื่อพูดคุยกัน


แต่ประโยคแรกที่ได้ฟังก็ทำฉันอึ้งทันที


“ไม่มีใครเคยสั่งสอนเหรอว่าอย่ากดออดบ้านคนอื่นเล่น” เขาพูดด้วยสีหน้านิ่งๆ และน้ำเสียงนั้นก็ดูจะไม่ค่อยสบอารมณ์เสียเท่าไหร่


นอกจากจะไม่รับแขกแล้วยังปากร้ายอีกด้วยเหรอ?!


ฉันพยายามควบคุมความหงุดหงิดของตัวเองพลางจับจ้องไปที่ใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างตั้งใจ จะว่าไปเขาหน้าตาดีกว่าที่คิดเอาไว้นะ แต่พอมองไปมองมาเจ้านี่ก็ดูหน้าตาคุ้นๆ ดีเหมือนกัน


“นี่เราเคยเจอกันมาก่อนหรือเปล่า..” ฉันลืมไปเลยว่าจุดประสงค์ของตัวเองคืออะไร


“ฉันไม่รู้จักเธอ”


เดี๋ยวนะ..ฉันว่าฉันเริ่จำได้แล้วขึ้นมานิดๆ แล้วหละ


“นายคือหมอดูที่ตลาดคืนนั้นนี่นายเคยดูดวงให้ฉันด้วย ชื่ออะไรนะ? ฮาร์โนนิก้าใช่ไหม” ฉันจำเขาได้แล้ว เขาคือหมอดูที่บอกว่าฉันควรตายไปตั้งแต่แปดขวบ


“ฮาร์โมนิกก็พอ” เขาแก้


“เอ้อใช่ นี่หมอดูฮาร์โมนิกพอดีว่าฉันทำลูกแบดไปค้างไว้ที่ระเบียงชั้นสองบ้านนายน่ะ” เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาไปมากกว่านี้ฉันจะเข้าประเด็นเลยก็แล้วกัน


“แล้ว?


“ก็นายช่วยเอาลงมาให้หน่อยสิ”


อยากได้ ก็ขึ้นไปเอาเอง” คำพูดของชายเพื่อนอ้างทำให้ฉันอึ้งอ้าปากพะงาบๆ เพราะไม่คิดว่าเขาคนนี้นอกจากจะไม่รับแขก ปากร้ายแล้ว เขายังไร้น้ำใจอีกด้วยคนอะไรครบสูตรขนาดนี้


“จะให้ฉันปีนหรือไงล่ะ”


“ก็แล้วแต่”


ความหงุดหงิดจากที่ตอนแรกกำลังลดลงไป บัดนี้มันกลับเพิ่มขึ้นมาใหม่แถมยังมากกว่าเดิมหลังจากที่ได้เสวนากับผู้ชายคนนี้


“นี่ขอร้องหละ นายช่วยหยิบมาให้ฉันหน่อยได้ไหมฉันไม่มีปัญญาปีนขึ้นไปเก็บหรอกนะ” บอกเลยว่าถ้าฉันมีวิธีที่ดีกว่านี้ฉันจะไม่ยอมลดตัวมาขอร้องเขาเด็ดขาด


“แลกกับ?


โวะบ้านเป็นนักธุรกิจหรือไงถึงจะต้องมีผลประโยชน์กับทุกเรื่องแบบนี้


“นายอยากได้อะไรล่ะ?


“มะม่วง..” เขาบอก “หลังบ้านเธอมีต้นมะม่วงอยู่ ถ้าเธออนุญาตให้ฉันเข้าไปเก็บผลมันฉันจะเอาลูกขนไก่นั่นมาคืนเธอ”


เอาตรงๆ ตอนนี้ฉันเริ่มประสาทนิดหน่อยแล้ว เขาต้องการมะม่วงที่หลังบ้านฉันเนี่ยนะ? ที่ตลาดก็มีขายไม่ใช่หรือไงกันทำไมต้องหลังบ้านฉันด้วยล่ะ


“เดี๋ยวฉันเก็บให้”


“ไม่ต้องฉันจะเก็บเอง สรุปตกลงไหม” เขาแย้งและรั้นจะเป็นไปเอง ซึ่งตอนแรกก็ว่าจะขัดไปอีกรอบแต่พอเห็นสีหน้าที่จริงจังและนิ่งขรึมแบบนั้นแล้วก็ไม่กล้าทันที


“โอเคฮาร์โมนิก ถ้านายอยากได้ก็โอเค” ฉันเป็นฝ่ายยอมแพ้


“เยี่ยม งั้นรออยู่นี่” เพื่อนบ้านหนุ่มยกยิ้มเล็กน้อยก่อนจะหมุนตัวเพื่อเดินกลับไปในบ้าน แต่ก่อนจะไปเขาก็หันหน้ามาคุยกับฉันอีกครั้ง “อ้อ..ฮาร์โมนิกใช้เรียกเวลาราชการ ถ้าเวลาส่วนตัวเรียกว่าฮงก็พอ..”


ฮง ฉันจะจำชื่อเขาไว้




Castle-G's Talk

เป็นเพื่อนบ้านที่ทำตัวไม่น่าคบจริงๆ!!

แต่ลี..สงสารอะ 55555 โถ่ลูก

___________________________________

Related image

Related image

____________________________________

อ่านแล้วอย่าลืมคอมเม้นท์ให้ #ฮงลี นะก๊ะ

สามารถติดตามการอัพเดทความเคลื่อนไหวได้ที่เพจ Castle-G

____________________________________

เซ็ตรักมันระทึก








ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 166 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

701 ความคิดเห็น

  1. #695 SNsolo (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 12:57
    บทเหมาะกับน้องดีค่ะ ฮงจะทำอะไรน้องรึเปล่าคะ น่ากลัวขึ้นมาเลย
    #695
    0
  2. #691 PeachCTcandy (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 10:06
    น่ากัวชิบเป๋งเรยยย
    #691
    0
  3. #684 kkkkkrub (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 20:11
    ทำไมนางขี้งก
    #684
    0
  4. #561 nattida5591 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 18:21
    เนื้อคู่ชัว
    #561
    0
  5. #543 เมเล่' (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2561 / 23:01
    เขิน. ดูแบบ ดีใจแบบเหมือนเด็ก คริคริ
    #543
    0
  6. #332 แค่คนเลว (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2561 / 13:35
    บ้านเนื้อคู่รึเปล่าน้าาาา
    #332
    0
  7. #193 bell butterfly (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2561 / 22:17
    ชอบเรื่องนี้ลึกลับดี ต่างจากนิยายที่เคยอ่านมากกก และก็น่าติดตามมากๆด้วย
    #193
    0
  8. #58 n a x q u i z (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2561 / 12:50
    ไรท์บอกไม่มีผี แล้วอิข้างห้องนั่นตัวไร๊!!!
    #58
    0
  9. #30 Jd-dear (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 21:20
    ลึกลับไปอีกกก
    #30
    0
  10. #27 tarzantarn (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 20:11
    รออออออออ
    #27
    0
  11. วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 18:27
    มีความลึกลับ
    #26
    1
    • #26-1 NawapornPhasuk(จากตอนที่ 3)
      22 พฤษภาคม 2561 / 19:59
      ลึกลับมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
      #26-1
  12. #25 NAME :: Aida (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 15:14
    มีความหลอนนิดๆ อีข้างห้อง
    #25
    0
  13. #23 Chintanakarn2525 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 11:08
    ตามมารอหมอดูคร่าาา
    #23
    0
  14. #22 pinkwhite (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 10:56
    รอค่าาา
    #22
    0