[ตอนพิเศษ] Racing on you ใครรักก่อน 'แพ้'

ตอนที่ 40 : DIFFAIR | 24 : Sorry, I miss you [1]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,057
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 157 ครั้ง
    9 ธ.ค. 62




 DAY6 (데이식스) - Not Fine



RACING ON YOU
[DIF x AIR]


24 : Sorry, I miss you

 

สุดท้ายแล้วฉันก็มายังที่นี่จนได้ แถมไอ้สถานที่ที่พี่อันบอกให้มานี่ก็แปลกพิกล ตอนแรกฉันคิดว่าจะเป็นพวกร้านซ่อมรถอะไรซะอีก แต่ว่ามันคือสวนหย่อมขนาดใหญ่ที่ตรงกลางมีสิ่งปลูกสร้างหลังเล็กตั้งอยู่ มันไม่ใช่บ้านร้างเพราะดูจากความสะอาดแล้วก็น่าจะมีคนดูแลเป็นประจำ

มันเหมือนสถานที่สำหรับถ่ายพรีเวดดิ้งหรือจัดงานแต่ง จัดแกลอรี่อะไรพวกนั้นมากกว่า

ฉันไม่เข้าใจเลยว่าพี่อันจะเรียกให้ฉันมาหาที่นี่ทำไม แล้วก็ยิ่งสงสัยมากกว่าเดิมเมื่อเดินเข้ามาด้านในตัวบ้านแล้วก็พบว่าด้านในคล้ายกับแกลอรี่ขนาดเล็ก ตามผนังแขวนภาพวาดเอาไว้ไม่กี่ภาพ ที่สำคัญก็คือภาพพวกนั้นล้วนเป็นภาพของฉันทั้งหมด

บนผนังมีอยู่สี่ภาพด้วยกัน

ตั้งแต่รูปที่เป็นคทากรในงานกีฬามหาวิทยาลัย ถัดมาคือรูปตอนที่ฉันเล่นกับเจ้าลูกหมาที่คาเฟ่ รูปตอนที่ฉันเดินอุ้มตุ๊กตาจากงานตลาดเกษตรที่มหาลัย สุดท้ายภาพที่ฉันกำลังหลับตาถือกระทง

เมื่อเดินเข้าไปดูใกล้ๆ จึงพบว่ามันไม่ได้มีแค่ภาพที่วาดไว้เท่านั้น ด้านล่างยังมีภาพถ่ายอีกจำนวนหนึ่งด้วย แต่เป็นภาพเล็กๆ ที่เอาไว้ใส่อัลบั้มรูป

ของพวกนี้นี่มันอะไร?

“มาจริงด้วยแฮะ เชื่อคนง่ายเหมือนกันนะ”

ฉันที่กำลังเอื้อมมือไปหยิบโฟโต้การ์ดเหล่านั้นขึ้นมาดูก็สะดุ้งด้วยความตกใจเมื่อมีเสียงของใครบางคนดังขึ้นมาจากด้านหลัง พอหันไปมองก็พบกับชายคนหนึ่งอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีดำกางเกงสแล็คดูเรียบร้อยดี เขาคือผู้ชายคนเดียวกันกับที่ฉันเจอเมื่อหลายวันก่อนเพียงแต่ว่าตอนนี้เจ้าตัวตัดผมแล้วกลับมาดูดีเหมือนเดิม

“พี่หลอกฉันอีกแล้วเหรอ” ฉันเองก็เอะใจตั้งแต่ข้อความนั่นแล้ว อย่างพี่อันจะส่ง sms หาฉันเหรอไง แต่ว่าก็อยากลองมาดูว่ามันจะมีเรื่องอะไรจริงหรือเปล่า

“ขอโทษ..แต่พี่คิดถึง”

“ฉันคิดว่าเรื่องของเราควรจบได้แล้ว” แค่นี้ฉันก็เกลียดทั้งเขาเกลียดทั้งตัวเองจะตายอยู่แล้ว

“จริงๆ ก็ควรเป็นแบบนั้น แต่แอร์เป็นคนกลับมาหาพี่ก่อนนะอย่าลืม” พี่ดิฟยกยิ้มบางจากนั้นจึงสาวเท้าเข้ามาใกล้ฉันมาขึ้นส่งผลให้ฉันต้องเขยิบถอยหลังออกไป

แต่ยิ่งถอยก็ยิ่งจนมุม

“จะทำอะไร”

“ดูข้างหลังนั่นสิ รูปพวกนี้พี่เป็นคนวาดเองแหละ” อีกฝ่ายชี้ไปที่ผนังที่ฉันถอยไปชน

“แล้ว”

“พี่อยากคุยด้วย” เป็นคำตอบที่ชวนสงสัยเสียจริง

“ฉันคิดว่าเรื่องของเราไม่มีอะไรต้องคุยแล้วซะอีก” ฉันคิดว่ามันคงจบแล้ว แต่ฉันก็เป็นฝ่ายกลับไปหาพี่ดิฟก่อนเองอย่างที่เจ้าตัวว่าไว้นั่นแหละ “รู้ไหมว่าฉันอยากจะลืมพี่ ลืมเรื่องของพี่มากแค่ไหน พี่ต้องการอะไรจากฉันอีกถึงได้หลอกให้ฉันออกมาหาแบบนี้”

“ขอโทษนะ แต่พี่แค่คิดถึง”

“...” ฉันนิ่งชะงักเพราะไม่คิดว่าจะได้รับคำตอบแบบนั้นกลับมา

คำว่าคิดถึงนั่นหมายความว่ายังไง เขาจะคิดถึงฉันเรื่องอะไร...

“พี่ขอโทษ...สำหรับทุกอย่าง” แววตาที่อีกฝ่ายมองมาที่ฉันทำให้ฉันฝืนมองหน้าเขาต่อไม่ไหวจึงต้องเบี่ยงหน้าไปทางอื่นเพื่อหลีกหนี

“ขอโทษทำไม พี่รู้สึกผิดอะไรเหรอ” ฉันไม่เห็นจะเข้าใจเลย ไม่เข้าใจทั้งตัวพี่ดิฟแล้วก็ตัวเองด้วยว่าทำไมถึงยังไม่ยืนอยู่ตรงนี้เพื่อรอฟังเขาพูด

“ทุกอย่าง” เขาพูดจบก็เว้นวรรคไปพักหนึ่ง “ความจริงวันนี้พี่เตรียมคำพูดมาเยอะกว่านี้ แต่พอถึงเวลาจริงพี่กลับคิดอะไรไม่ออกเลย พี่ขอโทษกับทุกเรื่องที่ทำให้แอร์เสียใจ พี่คิดว่าพอได้แก้แค้นแล้วก็คงจะมีความสุขขึ้น แต่ตอนที่ได้ทำจริงๆ มันกลับไม่รู้สึกอะไรเลย”

“...”

“พี่กลับเจ็บยิ่งกว่าเดิม”

“แล้วมาบอกตอนนี้ให้ได้อะไร ไม่มีประโยชน์หรอก” ฉันไม่อยากเอาคำพูดเมื่อครู่มาคิดว่ามันเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องโกหกอีกแล้ว เพราะต่อให้มันเป็นจริงมันก็ไม่มีค่าอะไรทั้งนั้น “ให้มันพอแค่นี้เถอะนะ อย่าทำให้เรื่องมันแย่มากกว่าเดิมเลย..”

“พี่ไม่ได้หวังให้แอร์ยกโทษหรือหายโกรธ พี่แค่อยากมาขอโทษ อยากมาบอกความรู้สึกในตอนนี้”

“ฉันขอถามอะไรพี่หน่อยได้หรือเปล่า” ฉันเอ่ยเอื้อนออกไปก่อนจะหันหน้าไปสบตากับอีกคน “พี่เคยมีความรู้สึกให้ฉันบ้างไหม มีอะไรที่มันจริงบ้างหรือเปล่า”

“มีสิ”

ในช่วงเวลาที่ฉันกำลังตั้งใจฟังคำพูดที่กำลังจะออกจากปากของพี่ดิฟอยู่นั้น เสียงฝีเท้าของบุคคลที่สามก็ดังขึ้นพร้อมกับการเปิดประตูเสียงดังจากด้านหลัง ทำให้ฉันสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหันไปมองต้นตอของเสียงนั้น

“ไอ้ดิฟ! นี่มึง”

พี่อันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง!!?

แต่ยังไม่ทันที่ฉันจะได้ร้องเรียก ผู้เป็นพี่ชายก็พุ่งตัวเข้ามาเล่นงานศัตรูตรงหน้านี้เสียก่อนทำให้คนที่ไม่ทันตั้งตัวอย่างพี่ดิฟโดนต่อยจนล้มลงไปกับพื้นราวกับภาพเดจาวู

แต่ต่างตรงที่คราวนี้พี่ดิฟไม่คิดจะสู้กลับ

“เมื่อไหร่มึงจะเลิกยุ่งกับน้องกูสักทีวะ แค่นี้ยังไม่พอใจมึงเหรอไง มึงต้องการอะไรอีก” พี่อันกระชากคอเสื้อของพี่ดิฟให้ลุกขึ้นมาแล้วเตรียมจะทำร้ายอีกฝ่ายอีก

ฉันตั้งสติได้ก็รีบเดินเข้าไปห้ามพี่ชายเอาไว้

“เดี๋ยวพี่อัน พอแล้ว” เพราะไม่อยากให้พวกเขามีเรื่องกันอีกแล้ว แค่นี้มันก็แย่มากพออยู่แล้ว ถึงฉันจะโกรธพี่ดิฟมากแค่ไหนฉันก็ไม่เห็นว่าการใช้กำลังจะมีประโยชน์อะไร “ฉันออกมาเองแหละ เขาไม่ได้ทำอะไรฉัน”

“แอร์” ผู้เป็นพี่หันมาพร้อมเรียกชื่อของฉันด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ “แกจะออกมาเจอมันทำไม นี่แกบ้าหรือเปล่า”

“ฉันไม่ได้บ้านะ เขาไม่ได้ทำอะไรฉันจริงๆ เขาแค่มาขอโทษน่ะ” และคำพูดของฉันก็ทำให้พี่อันยอมปล่อยมือจากคนที่เพิ่งโดนซ้อมไปเมื่อครู่

“มึงรู้สึกผิดเป็นด้วยเหรอไง คิดจะมาปั่นหัวอะไรน้องกูอีก” ถึงจะไม่ได้ใช้กำลังอีกแล้วแต่พี่อันก็ยังไม่ได้ใจเย็นลงเท่าไหร่

“กูเหนื่อยแล้วว่ะอัน กูเกลียดมึงแต่กูโคตรชอบน้องมึงเลย ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วยวะ” ใบหน้าตอนพูดประโยคนั้นของพี่ดิฟมีความจริงใจผสมอยู่จนทำให้ฉันไขว้เขวเล็กน้อย

ในหัวของตนเองเวลานี้ถูกแบ่งออกเป็นสองฝั่งทั้งฝั่งที่อยากจะปกป้องตัวเองไม่ให้สนใจคำพูดนั้นและฝั่งที่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่ได้ยินสักครั้งให้ลดทอนความรู้แย่ในใจนี้ลงได้

“ถ้ามึงรู้สึกแบบนั้นจริงก็ปล่อยน้องกูไปเถอะ เลิกยุ่งเกี่ยวกันอีก.. กูเองก็จะเลิกยุ่งกับมึงเหมือนกัน เพราะกูก็เหนื่อยไม่แพ้มึง” พี่อันใจเย็นลงแล้ว เขาถอนหายใจคล้ายคนที่หมดเรี่ยวแรง “มึงเกลียดกู มึงก็ได้เอาคืนกูสมใจมึงแล้วนะ ต่อไปนี้ก็ต่างคนต่างอยู่สักทีเถอะ”

“กูรู้ว่าไม่ควรพูดแบบนี้ แต่กูมีเรื่องอยากบอกกับแอร์” พี่ดิฟหันหน้ามาที่ฉันซึ่งยืนอยู่ด้านหลังผู้เป็นพี่ชายจากนั้นก็ค่อยๆ ทิ้งตัวลงไปนั่งคุกเข่าต่อหน้าฉัน

เป็นการกระทำที่ไม่คาดคิดมาก่อนและมันทำให้ฉันตกใจ

“ที่ถามว่ามีอะไรที่เป็นเรื่องจริงบ้าง เรื่องที่พี่บอกว่ารู้สึกดีด้วยน่ะไม่ได้โกหกนะ หลังจากวันนั้นพี่ก็รู้สึกผิดกับตัวเองอยู่ตลอดเวลา เสียใจทั้งที่เป็นคนทำมันเอง ขอโทษ”

... ฉันเงียบไปเพราะไม่รู้ว่าควรตอบอะไรหรือเปล่า ฉันรับรู้ถึงความรู้สึกเจ็บปวดนั้นแต่ว่าฉันเองก็เจ็บปวดมากเหมือนกัน เกินกว่าจะให้ลืมเรื่องที่โดนทำร้ายแล้วรับคำขอโทษนั้นเอาไว้เสียง่ายๆ

“กลับกันเถอะ” พี่อันเอื้อมมือมาคว้าแขนของฉันและออกแรงกระตุกเบาๆ เป็นเชิงว่าให้ออกไปจากที่นี่สักที

หัวสมองที่ว่างเปล่าในตอนนี้กำลังสั่งให้ฉันเดินตามผู้เป็นพี่ชายออกไปจากตรงนี้ โดยทิ้งพี่ดิฟที่ยังคงคุกเข่าอยู่ตรงนั้นเอาไว้ ฉันเดินออกไปโดยไม่ได้หันหลังกลับไปมองว่าตอนนี้อีกฝ่ายมีสีหน้าเป็นเช่นไร เพราะฉันเองก็ใจไม่แข็งมากพอที่จะทำแบบนั้น

...

“แกจะนั่งหน้าเศร้าทำไม มันขอโทษแล้วนี่” พี่อันเอ่ยขึ้นในขณะที่เขากำลังขับรถไปตามเส้นทางถนนที่ใช้กลับบ้านของเรา

“ฉันไม่รู้..ฉันสับสนน่ะ ฉันไม่รู้ว่าควรรู้สึกยังไงดี” ฉันว่าพร้อมกับมองไปที่วิวข้างทางอย่างเหม่อลอยไม่ได้โฟกัสที่จุดใดจุดหนึ่ง

“ต่อไปนี้ก็เลิกยุ่งกับมันจริงๆ สักทีนะ”

“พี่รู้ได้ไงว่าฉันอยู่ที่นั่น” ฉันเองก็อยากจะรู้ตั้งแต่ที่เห็นพี่อันโผล่พรวดพราดเข้ามาแล้ว แต่ว่าไม่มีช่องว่างให้ถามเลย

“ก็มันส่งข้อความมาบอก”

“มันนี่คือพี่ดิฟเหรอ”

“อือ”

ทำแบบนั้นไปทำไม ทุกคนรอบข้างฉันมีแต่เรื่องชวนสงสัยกันเต็มไปหมด ทิ้งให้ฉันตั้งคำถามคนเดียวโดยที่ตอบบ้างไม่ตอบบ้างก็ได้เหรอ ฉันคือคนที่โดนกระทำนะ

“ทำไมพี่ถึงเกลียดพี่ดิฟเหรอ บอกฉันหน่อยได้ไหม” เพราะอย่างน้อยถ้ามีเหตุผลที่เลวร้ายมากพอก็อาจจะช่วยให้ฉันตัดใจจากบุคคลที่กล่าวถึงได้เร็วยิ่งขึ้น

“อยากรู้ไปทำไม”

“ฉันอยากรู้เรื่องของพี่ชายไม่ได้หรือไง ฉันแค่อยากรับรู้เรื่องของพี่บ้างเท่านั้น บอกฉันทีเถอะนะ ฉันไม่อยากเก็บคำถามและความสงสัยไว้ตัวคนเดียวอีกแล้ว”

หลังจากจบประโยค ฉันก็ได้ยินเสียงถอนหายใจดังขึ้นมาจากคนด้านข้างเบาๆ

“ความจริงพี่ก็ไม่รู้”

“ฮะ” คำตอบนั่นแทนที่จะไขข้อข้องใจให้แต่กลับกลายเป็นว่ามันยิ่งผูกปมให้แน่นขึ้นกว่าเดิม “พี่จะไม่รู้ได้ยังไง พี่เกลียดเขานะ”

“ใช่ไม่รู้ พี่เกลียดมันจริงๆ หรือเปล่าพี่ก็ยังไม่รู้เลย...”

“พี่พูดอะไร พี่ทำเหมือนเกลียดเขาจะตายขนาดนั้น”

“อือ ก็ใช่ พี่ดูเกลียดมันมาก แต่อีกมุมหนึ่งพี่ก็รู้สึกว่าไม่ได้เกลียด ไม่รู้สิแอร์ เรื่องของพี่มันซับซ้อนน่ะ พี่เลยไม่อยากเล่าให้ฟัง” พี่อันทำทีจะตัดบทสนทนาตรงหน้า

“พี่จำสาเหตุไม่ได้เลยเหรอ พี่เกรซบอกว่าพี่เกลียดพี่ดิฟเพราะพี่ดิฟทำร้ายเธอ จริงหรือเปล่า” ในเมื่ออีกฝ่ายเล่าไม่ได้ฉันก็เปลี่ยนมาเป็นถามเอาคำยืนยันแทน

“เกรซเล่าให้ฟังเหรอ? ก็คงงั้นแหละ” เหมือนคนที่กำลังตอบคำถามแบบส่งๆ ให้มันจบไป

“พี่อัน ฉันแค่อยากฟังจากปากของพี่บ้าง..” ฉันเรียกพี่ชายด้วยความอ่อนใจ เพราะไม่ว่าจะถามอย่างไรอีกฝ่ายก็ไม่ยอมเล่าเลย

“รู้ไปก็ทำให้แกลำบากใจเปล่าๆ แค่นี้แกก็ทุกข์ใจมากพออยู่แล้ว เรื่องในอดีตจะเก็บมาใส่ใจทำไมให้มากความ เพราะยังไงหลังจากนี้ก็ไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวกันอีก”

และผู้เป็นพี่ชายก็ยอมตอบคำถามอะไรฉันเกี่ยวกับเรื่องนี้อีกเลยจนกระทั่งรถเข้ามาจอดถึงหน้าบ้าน

ฉันเปิดประตูก้าวลงจากรถมาก็เจอกับร่างของพี่เกรซที่ยืนรออยู่หน้าบ้านพอดี นั่นเลยทำให้ฉันแปลกใจเล็กน้อยเพราะนึกว่าเธอจะกลับไปแล้วซะอีก

ยังรอพี่อันอยู่อีกหรือไง ความอดทนสูงเสียจริง

 

Aun’s Talk [special part] [อัน]

หลังจากที่ผมจอดรถแล้วเดินมาที่ตัวบ้านก็พบกับเพื่อนที่รู้จักกันมาตั้งแต่สมัยมัธยมอย่างเกรซยืนรออยู่ แววตาของอีกคนดีใจมากก่อนจะรีบสาวเท้าเข้ามาหา

“กลับมาพร้อมน้องแอร์ได้ไงอะ ไปเจอกันที่ไหน” เธอถามด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

“ก็บังเอิญน่ะ แล้วเกรซมารอเราที่บ้านมีธุระอะไรหรือเปล่า” ผมเอ่ยถามโดยที่สองเท้าก็ก้าวเข้ามาด้านในตัวบ้านแล้วหยุดทิ้งตัวนั่งลงที่โซฟาของห้องโถงรับแขก

“มีเรื่องอยากคุยด้วยน่ะ เกี่ยวกับ..ดิฟ” เกรซเองก็เข้ามานั่งอยู่ที่เก้าอี้โซฟาอีกตัวที่อยู่ติดกันทางด้านซ้าย

ชื่อของคนที่ถูกกล่าวถึงทำให้ผมแอบเหลือบมองไปที่ผู้เป็นน้องสาวซึ่งเดินขึ้นบันไดไปจนเกือบขั้นบนสุดแล้ว โชคดีที่แอร์ไม่ได้ยินเนื่องจากเสียงเกรซเบามาก

“คุยอะไร เราว่าไม่มีอะไรให้คุยแล้วนะ” ผมถอนหายใจกี่ครั้งแล้วก็ไม่รู้ในวันนี้ให้กับไอ้เจ้าของชื่อดังกล่าว

“ก็คงไม่มีอะไรให้คุย ถ้าไม่กลับไปมีเรื่องกันอีกน่ะ”

“เราไม่ได้มีเรื่อง” ผมไม่ใช่คนเริ่มด้วยซ้ำ ทั้งหมดทั้งมวลนี้เหตุมันเกิดจากมันล้วนๆ เลย “แล้วตอนนี้เรากับมันก็จะเลิกยุ่งเกี่ยวกันแล้ว”

“แต่ดิฟเขาทำขนาดนั้น จะเลิกโกรธแล้วเลิกยุ่งกันง่ายๆ เลยเหรอ อันรักน้องจริงป้ะเนี่ย” คำถามของเกรซทำให้ผมนิ่งชะงัก

“เราเหนื่อยแล้วว่ะเกรซ โคตรเหนื่อยเลย ถ้าเป็นเมื่อก่อนเราก็คงหาวิธีเอาคืนมัน แต่ตอนนี้เราไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้อีกแล้วว่ะ ไม่อยากเจอหน้ามันแล้ว เรามีอะไรหลายอย่างที่ต้องทำมากว่าหาวิธีทำร้ายใครเป็นเด็กๆ” ผมนึกถึงไปคำพูดของคู่กรณีที่เพิ่งเอ่ยบอกเมื่อก่อนหน้านั้น

มันเองก็บอกว่ามันเหนื่อยเหมือนกัน เหอะ ก็น่าจะคิดได้เร็วกว่านี้นะ

“สาเหตุที่อันไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับดิฟอีกแล้วมันคืออะไร? เพราะเกลียดจริงเหรอ” ทำไมช่วงนี้ถึงได้มีแต่คนถามคำถามน่าหนักใจกับผมนักนะ

“ก็ใช่ไง เราเกลียดมันถึงได้อยากเลิกยุ่งกับมันน่ะ จะมีเหตุผลอะไรอีก” ผมตอบเกรซไปแล้วก็เสมองไปทางอื่นเพื่อหลบเลี่ยงการสนทนานี้

“โกหกชะมัดเลย ความจริงอันเกลียดดิฟหรือแค่ทำเป็นเกลียดกันแน่” เกรซแค่นหัวเราะเบาๆ หนึ่งทีจากนั้นเธอก็พูดประโยคหนึ่งขึ้นมา “แล้วไอ้เรื่องที่โดนคนในกลุ่มนั้นแบล็คเมล์น่ะ เราก็รู้แล้วนะ”

“...”

“เลิกยุ่งกับพวกนั้นสักทีเถอะ” เกรซพูดเหมือนกับแอร์ไม่มีผิด

“มันไม่ง่าย” ถ้าทำง่ายขนาดนั้นผมทำไปตั้งนานแล้วแหละ

“แล้วไอ้เรื่องที่โดนปิดไว้น่ะ ก็ไม่ต้องกลัวโดนเปิดเผยแล้วมั้ง สุดท้ายไม่ว่าเรื่องราวจะเป็นยังไงผลลัพธ์ก็คือดิฟก็เกลียดอันอยู่ดี”

“หยุดพูดได้แล้วเกรซ กลับไปเถอะ เรื่องของเราเราจะจัดการเอง” ผมเริ่มหงุดหงิดขึ้นมานิดหน่อยแล้วจึงตัดสินใจไล่อีกฝ่ายกลับไปก่อนจะลุกขึ้นจากโซฟาเตรียมเดินขึ้นห้องนอนพักผ่อน

“ทำไม กลัวขนาดนั้นเลยเหรอ ความลับไม่มีอยู่จริงหรอกสักวันก็ต้องถูกเปิดเผยอยู่ดี!” สาวเจ้าเมือ่เห็นผมลุกขึ้นก็รีบหยัดกายลุกตามบ้าง “ที่เราบอกน่ะเพราะเราเป็นห่วงอันนะ อันก็รู้ว่าเราคิดยังไงกับอันอะ..เพราะเราบอกอันตั้งแต่หลายปีที่แล้ว”

“...”

“ถึงตอนนั้นอันจะปฏิเสธเรา เราก็ยังชอบอันมาถึงตอนนี้อะ อันจะหันมามองเราบ้างไม่ได้เหรอไง”

ผมไม่คิดว่าตัวเองจะได้ยินคำสารภาพนั้นอีกครั้งหลังจากที่ได้ยินมันครั้งแรกเมื่อหลายปีก่อน ถึงมันจะตั้งตัวไม่ทันนิดหน่อยแต่ผมก็อยากจะใช้คำตอบเดิมที่เคยตอบเมื่อครั้งนั้น

“ขอโทษนะ เราไม่สามารถให้เธอเป็นได้มากกว่าเพื่อนจริงๆ” ผมไม่ได้คิดอะไรกับเกรซไปมากกว่านั้นสักนิด

“ครั้งก่อนอันปฏิเสธเรา เพราะตอนนั้นเราคบกับดิฟอยู่ ตอนนี้เราก็ไม่มีใครแล้วนะ..” ดวงตาของหญิงสาวตรงหน้าเริ่มแดงก่ำขึ้นมาและคงจะร้องไห้ในอีกไม่ช้า “แต่ก็เข้าใจได้แหละว่ามันไม่ใช่เหตุผลที่แท้จริง”

“...” ผมเงียบเพื่อรอฟังเกรซพูดต่อให้จบ

และประโยคต่อมาก็ทำให้ผมแทบหยุดหายใจ

“เพราะสาเหตุที่อันปฏิเสธเรา เป็นเพราะอันชอบดิฟ ไม่ใช่เหรอ”

End Special part [อัน]

 


Castle-G's Talk
พูดอีกที พูดอีกทีได้หรือเปล่า
พล็อตนิยายวายมากขอบอก ทำเป็นเกลียดกันแต่จริงๆ รักกัน
เลยมาอัพเต็มเลย เดี๋ยวเราจะประกาศคนได้หนังสือและอีบุคนะคะ
ประมาณพรุ่งนี้แหละมั้ง





Related imageImage result for minhyuk monsta x naver

สำหรับคนที่อยากชิป ทุกคนคะ จีเลือกโพให้แล้วค่ะ โพโกชิพพอนะคะ




หากอ่านแล้วระวังตัวและหัวใจไว้ให้ดี #อย่ารักดิฟ
สุดท้ายนี้ฝากส่งฟีดแบคให้ดิฟแอร์ด้วยจ้า
Facebook : Castle-G  Twitter : @castleglint




ฝากนิยายเรื่องต่อไปที่จะอัพปี 2020 ด้วยค่า

Image result for wonwoo seventeen glassesRelated image


หากโลกนี้จะมีอะไรที่ยากที่สุดในการใช้ชีวิต
นั่นก็คือการเลิกรักเขา...
จุดเริ่มต้นของเราเกิดที่ร้านเช่าหนังสือแห่งหนึ่ง

“เรียนสถาปัตย์เหรอ” ฉันถามถึงแม้ว่าจะค่อนข้างมั่นใจอยู่แล้ว

“รู้ได้ไงอะ” หนุ่มถาปัดเลิกคิ้วใส่ฉันเล็กน้อย

“สะพายกระบอกใส่แบบอย่างนี้จะมีสักกี่คณะล่ะ” มันไม่ได้ทายยากอะไรขนาดนั้นหรอก

“อือ ปีสามแล้ว”

“อ้าว ถ้าอย่างนั้นก็เป็นพี่ดิ” ใช้สรรพนามเหมือนคนอายุเท่ากันตั้งหลายประโยค แต่ฉันไม่รู้ฉันไม่ผิดนะ “เพราะนี่เพิ่งปีสองเอง”

“อ้อ งั้นพี่เดาว่าน้องเรียนวิศวะ”






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 157 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,078 ความคิดเห็น

  1. #1066 hanawinwin (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 8 มกราคม 2563 / 16:47
    จ้อจี้ป่ะเนี่ยแม่!!!!
    #1,066
    0
  2. #1064 kanokradaparima (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2562 / 14:55
    อึ้งมากกกกกกก จริงหรอพี่อัน
    #1,064
    0
  3. #1063 Jenny AvinkO (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2562 / 21:06
    เดี๋ยววววคือไร?เป็นงงแบบอ่านช้ำกี่รอบวะให้มั่นใจว่านี่อ่านไม่ผิด
    โอ้ววเอ็มจี!!!
    #1,063
    0
  4. #1062 Pai0546 (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2562 / 12:46
    ฮะ!!!!!!!อิหยังวะ??!!?
    #1,062
    0
  5. #1061 poppyyyyyyyy (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2562 / 06:35
    แม่เจ้า!!!!!
    #1,061
    0
  6. #1058 Barbara13 (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2562 / 10:06
    อ้าววววว!!!อ๊าววววววว!!!! โอวววววว!!!
    #1,058
    0
  7. #1055 Jakkaran55 (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2562 / 18:50
    คดีพลิก อห
    #1,055
    0
  8. #1042 kanomcream (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2562 / 10:12
    รู้แล้วเรื่องนี้ใครร้ายสุด ไรท์ไง!! ไรท์ร้ายมากกกกก โอมายกอต!! คาดไม่ถึงงงง
    #1,042
    0
  9. #1041 Kamonrat Phoemwong (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2562 / 07:20
    พีค ไปอี๊กกกก
    #1,041
    0
  10. #1040 punriko (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2562 / 23:11

    ไรท์โอ้มายก้อดดดด เรื่องพีคคือเรื่องนี้เอง

    #1,040
    0
  11. #1039 7346 (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2562 / 23:02
    อมก คิดไม่ถึง
    #1,039
    0
  12. #1038 fahoung (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2562 / 22:17
    พีคมากกกก
    #1,038
    0
  13. #1037 PANUTHIDA (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2562 / 22:11
    ไรท์ทำไมเป็นงี้ละ อมก.
    พี่อันนนนนนนนนนนน
    #1,037
    0
  14. #1036 Paifha14 (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2562 / 21:55
    พีคมากแม่
    #1,036
    0
  15. #1035 Pun9000 (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2562 / 21:52
    พีคมากกก!
    #1,035
    0
  16. #1034 ssnew11 (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2562 / 21:26
    อ้าว.....พีคมากค่ะเเม่

    พี่ไรท์ทำหนูเงิบเลย-0-
    #1,034
    0
  17. #1033 Maimai07 (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2562 / 21:13
    พีคคคคมากแม่.... Omg.
    #1,033
    0
  18. #1032 ✨•P•u•y•z•Z•i•i•✨ (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2562 / 21:04
    พี่อันนนนน😱😱😱😱
    #1,032
    0
  19. #1031 yim04127 (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2562 / 20:35
    What the f*ck
    #1,031
    0
  20. #1030 KEMJIRAbe (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2562 / 20:31
    พีคในพีค!!!!(°-°)+++
    #1,030
    0
  21. #1029 amplff (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2562 / 19:56
    อื้อหือออออออออ [○□○]!
    #1,029
    0
  22. #1028 _darinn_ (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2562 / 19:43
    นั่นนนนนนนนนนน!!!
    #1,028
    0
  23. #1027 9ningnong9 (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2562 / 19:30
    คาดไม่ถึงเลย อะไรกันเนี่ยยย
    #1,027
    0
  24. #1026 firstzy93 (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2562 / 19:09
    พีคไปอีกกกก
    #1,026
    0
  25. #1025 heykeo (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2562 / 18:54
    อุ้ยยยย...
    #1,025
    0