[ตอนพิเศษ] Racing on you ใครรักก่อน 'แพ้'

ตอนที่ 3 : DIFFAIR | 02 : DON'T HURT ME [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,584
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 439 ครั้ง
    24 ก.ค. 62







RACING ON YOU
[DIF x AIR]



2

Don’t Hurt me

 

กลับมาที่ปัจจุบัน

“อะไรนะ?” ยัยก้อยทำหน้าทึ่งๆ หลังจากที่ได้ฟังฉันเล่าวีรกรรมของตัวเองไปจนจบ ผ่านไปเพียงชั่วครู่มันก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา

“ขำอะไร นี่เรื่องซีเรียสมะ”

ฉันน่ะเครียดจนจะบ้าตายอยู่แล้ว ไม่รู้ว่าเหล้าเข้าปากหรือเป็นเพราะความอกหักของตัวเองถึงได้กล้าบุ่มบ่ามไปด่าพี่ดิฟในผับคราวนั้น ก่อนหน้าที่ฉันจะขึ้นตึกเรียนมาก็ไปเจอกับพี่มันพอดีอีก สบสายตากันอย่างจังด้วยสิ.. เขาจะต้องจำเรื่องในคืนนั้นได้แน่เลย

โอ๊ยยย นังแอร์เอ๊ย!

“ก็มันตลกอะ แบบ..อยากเห็นคลิปเลยอะ น่าจะมีคนถ่ายไว้เนอะ”

“ไม่มีใครถ่ายน่ะดีแล้ว!” ไม่งั้นคนที่ฉาวโฉ่จะต้องเป็นฉันเนี่ยแหละ ขนาดนี้ฉันก็ยังกังวลเลยว่านอกจากตัวเองแล้วก็เขากับเพื่อนเขาแล้ว จะมีใครรู้ใครเห็นอีกหรือเปล่า

“เออ แอร์ เย็นนี้ว่างปะ” ก้อยชวนเปลี่ยนเรื่อง

“ไม่อะ ต้องซ้อม” ฉันกำลังพูดถึงการซ้อมของทีมคทากรอยู่ เนื่องจากว่าเร็วๆ นี้จะมีกีฬาใหญ่ของมหาวิทยาลัยเรา ฉันจึงจะต้องซ้อมเดินควงคทาในขบวนพาเหรด

“อ้อ งั้นเหรอ”

“มีอะไรหรือเปล่า”

“ช่างมันเถอะ แกไม่ว่างแล้วนี่”

ฉันเองก็ไม่ได้ถามไถ่อะไรต่อไปเมื่อได้ยินอย่างนั้น อีกอย่างตอนนี้อาจารย์ก็เข้าห้องมาสอนแล้ว ฉันควรเลิกคิดเรื่องไร้สาระแล้วตั้งใจเรียนดีกว่า

 


ตอนเย็นของวัน

“นั่นไง แอร์มานู่นแล้ว” เสียงของพี่ พริ้มคทากรรุ่นที่แล้วของมหาวิทยาลัยดังขึ้นตอนที่ฉันเดินเข้ามายังใต้ตึกของคณะ ปกติแล้วพวกเราจะไปซ้อมกันที่ลานน้ำพุด้านข้างคณะ แต่เนื่องจากวันนี้ลานนั้นถูกเอาไปจัดกิจกรรมอย่างอื่น เลยต้องย้ายมาใต้ตึกเรียนแทน

“สวัสดีค่ะพี่พริ้ม” ฉันทักทายพี่เธอกลับก่อนจะวางกระเป๋าสัมภาระลงบนโต๊ะตัวหนึ่ง

“เออนี่ เรื่องท่าทางที่พี่ขอเพิ่มเมื่อวานนี้ไปลองซ้อมมาแล้วเป็นไงบ้าง”

“ก็..ได้อยู่นะคะ” ฉันนึกอยู่สักพักก่อนจะตอบไป

“เดี๋ยวไปลองให้พี่ดูก่อนไป คนอื่นยังมาไม่ถึง”

หลังจากที่ได้ยินอย่างนั้นฉันก็เดินไปยังกล่องสำหรับเก็บอุปกรณ์ซึ่งวางอยู่ไม่ไกลจากนี้ ฉันหยิบไม้คทาสำหรับฝึกซ้อมหลายอันขึ้นมาดูเพื่อหาว่าอันไหนเป็นของตัวเอง แต่ว่าหยิบออกมากี่อันก็ไม่เจอของฉันสักอันจนน่าแปลกใจว่าใครหยิบผิดไปหรือเปล่า

ยังไงกัน.. หายเหรอ?

“หานี่อยู่หรือเปล่า”

ฉันสะดุ้งตกใจเมื่อได้ยินใครบางคนพูดขึ้นอยู่ใกล้ๆ ก่อนจะพบว่ามีคนยืนอยู่ด้านข้างเสานั่นด้วย บ้าจริง.. ที่มืดๆ อย่างนั้นไปยืนอยู่ทำไม คนเขาก็ตกใจหมดสิ ที่สำคัญก็คือในมือของผู้ชายคนนั้นมีไม้ของฉันด้วย ฉันจำสีของมันได้

“ขอคืนด้วยค่ะ” ฉันแบมือออกไป

แล้วนั่นก็ทำให้ชายที่ยืนอยู่มุมเสาเดินออกมาจากความมืด แสงสว่างจากหลอดไฟในตึกเรียนตกกระทบไปที่ใบหน้าของเขาส่งผลให้ฉันสามารถเห็นหน้าตานั่นได้ชัดเจน

พี่ดิฟ..

มาทำไม โอ๊ย

“เอาอะไรคืนอะ” เขาถามกลับมาด้วยรอยยิ้มเหมือนไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรว่าไอ้ที่อยู่ในมือนั่นน่ะของฉัน

“ไม้”

“เสียดาย นึกว่าจะเอาหัวใจคืนซะอีก”

ถามจริงนะดิฟ..

“ถ้าพี่จะมาก่อกวนฉันจากเรื่องในคืนนั้นละก็กลับไปเถอะ” ฉันถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะตัดสินใจพูดแบบนั้นออกไป “แล้วก็ขอโทษด้วยแล้วกันที่ทำลงไป”

“เฮ้ย น้องไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย กลัวพี่จะเอาเรื่องเหรอไง”

“...”

“กลัวพี่ทำไมล่ะ ในเมื่อเราเป็นคนพูดแบบนั้นเอง”

“ตอนนั้นฉันเมาน่ะ ลืมๆ มันไปเถอะ” สติสัมปชัญญะติดลบไปเลย ไม่มีการยั้งคิดยั้งคำพูดของตัวเองอะไรทั้งนั้น พอเหล้าเข้าปากแล้วกล้าในเรื่องไม่เป็นเรื่องทุกที

“ลืมไม่ได้หรอก พี่เป็นโรคแบบโดนท้าทายไม่ได้น่ะ” เขาพูดพร้อมกับยิ้มกว้างออกมา อีกคนส่งไม้คืนมาให้ฉันจากนั้นจึงไปลากเก้าอี้ตัวหนึ่งมานั่ง “ไปซ้อมสิ แค่มานั่งดู”

“ว่างมากเหรอ”

“ใช่ว่าง”

อิเวร ว่างเฉย

ก็ได้ อยากมานั่งดูก็ตามใจ

ฉันกำไม้ในมือแน่นก่อนจะเดินออกมาจากจุดที่ยืนอยู่ เพื่อไปซ้อมท่าให้พี่พริ้มดู ปกติแล้วการซ้อมของคทากรก็มักจะมีคนนอกเข้ามาเห็นมาดูอยู่หลายครั้ง แต่ว่าครั้งนี้กลับต่างออกไป เพราะนี่จะเป็นการซ้อมครั้งแรกของฉันที่รู้สึกร้อนรุ่ม จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว

“เดี๋ยวลองควงสเต็ป A ดูหน่อยนะ” พี่พริ้มกล่าว

ฉันยกไม้ขึ้นมาแล้วจัดการหมุนควงไปด้านหลังซึ่งทำเป็นสเต็ป A การซ้อมของเราจะแบ่งท่าแต่ละท่าออกเป็นหลายๆ สเต็ป ซึ่งคทากรก็จะต้องจำให้ได้ว่าตัวเองจะซ้อมคทาในสเต็ปไหน

“โอเค พลิ้วขึ้นเยอะนะ” ผู้เป็นพี่เอ่ยชม เธอมองหน้าฉันนิ่งอยู่ๆ ครู่หนึ่งก็พูดด้วยความหนักใจ “เออแอร์ เจ้าทิมมี่ที่เป็นไม้หน้าของเราน่ะวันงานเขาติดธุระ แอร์รู้ยัง”

“ฮะ? แสดงว่าทิมจะมาไม่ได้เหรอคะ”

“อือ อาจจะต้องหาคนมาโยนไม้แทน”

“จะให้ฉันไปแทนทิมเหรอ” แค่มองหน้าสบตาพี่พริ้มก็หยั่งรู้ถึงความคิดแล้ว ก่อนจะรู้สึกกังวลตอนที่เธอพยักหน้ากลับมายืนยันความคิดฉัน “แต่ฉันไม่เคยซ้อมโยนไม้เลยนะ อีกไม่กี่วันก็จะงานจริงแล้ว”

ยัยทิมมี่.. ยัยบ้านั่นมาติดธุระอะไรกะทันหันขนาดนี้

“งั้นก็ลองดูตั้งแต่ตอนนี้เลย คนอื่นไม่โอเคเท่าแอร์อะเอาจริงๆ พี่ลองหาแล้ว”

“ตอนนี้เลยเหรอคะ” ฉันมองไม้ในมือแล้วก็เครียดกว่าเดิม แต่ยังไงมันก็ต้องลองดูนี่นะ

“เดี๋ยวนับสามแล้วโยนเลย หนึ่ง..สอง..สาม!

สิ้นเสียงนับสามของพี่พริ้ม ฉันก็ออกแรงเหวี่ยงไม้คทาในมือให้ขึ้นไปด้านบน โดยหวังว่ามาจะควงกลับลงมาใส่มือฉันเหมือนเดิม แต่ว่าครั้งแรกของคนเราไม่เพอร์เฟ็คเสมอไปหรอก ยิ่งกับคนที่ไม่ค่อยได้ซ้อมอะไรแบบนี้มาก่อนยิ่งแล้วใหญ่เลย

ไม้นั่นออกห่างจากรัศมีของมือฉันไปยังด้านหลัง มันจะตกที่ไหนสักที่ในบริเวณนี้แต่ไม่ใช่ตกที่ฉันแน่นอน

“โอ๊ย!

“เฮ้ย! ดิฟ! เป็นอะไรหรือเปล่า”

เสียงร้องนั่นดังขึ้นก่อนจะตามมาด้วยเสียงของใครสักคนตะโกนขึ้นจากด้านหลัง ทำให้ฉันหันรีหันขวางด้วยความตกใจไปด้วย เมื่อหันไปมองก็พบไม้ของตัวเองกลิ้งหลุนๆ อยู่บนพื้น พร้อมกับคนเลือดหัวออกอีกหนึ่งคน

ร่างกายชาวาบตั้งแต่หัวจรดเท้ากับภาพที่เห็น จากคืนก่อนที่ไปหาเรื่องด่าทอเขาก็ว่าแย่แล้วนะ แล้วนี่ยังจะมีเรื่องที่แย่ขึ้นกว่าเดิมอีก คือฉันโยนไม้ไปโดนหัวพี่มัน

“โกรธแค้นอะไรกัน พูดกันดีๆ ก็ได้ไหม ไม่เห็นต้องพยายามฆ่าแกงเลย” พี่ดิฟลุกขึ้นจากเก้าอี้โดยมืออีกข้างหนึ่งของเขายังคงจับหัวบริเวณที่โดนไม้หล่นใส่เอาไว้

“เอ่อ พี่ไปทำแผลก่อนไหม” ฉันเห็นเลือดหัวที่ไหลออกมานั่นแล้วก็ชักเป็นห่วงขึ้นมา..ห่วงตัวเองน่ะ เขาคงไม่เอาเรื่องฉันหรอกใช่ไหม คือว่ามันเป็นอุบัติเหตุนะ

“ไปโรงพยาบาลก่อนดีกว่า เดี๋ยวเราพาไป” พี่ผู้หญิงคนหนึ่งที่อยู่ในเหตุการณ์เดินเข้าไปบอกกับเขา แต่ท้ายที่สุดก็โดนปฏิเสธกลับมา

“ไม่ต้อง ใครเป็นตัวต้นเหตุก็มาพาไปสิ” พี่มันพูดประโยคนั้นในขณะที่ใช้สายตาจับจ้องมาที่ฉันอยู่ “ไปจ่ายค่ายาค่าทำแผลให้ด้วย”

“เออก็ได้ เดี๋ยวฉันพาไปเอง” เลือกอะไรไม่ได้อยู่แล้วนี่ ฉันมันเป็นผู้ต้องหา


สิบนาทีกว่าๆ ฉันก็พาพี่มันมาถึงโรงพยาบาลจนได้ เป็นโรงพยาบาลที่อยู่ในเขตมหาวิทยาลัยของเรา ซึ่งเอาตามจริงตอนนี้ก็เริ่มค่ำแล้วผู้คนในโรงพยาบาลเหลือไม่มาก นั่นเป็นข้อดีตรงที่จะได้รีบทำแผลรีบเสร็จ

“แล้วหมอ พยาบาลหายไปไหนหมดวะ” คนที่หัวแตกเลือดโชกอยู่ด้านข้างมองไปมาหลังจากที่ได้เข้ามานั่งในห้องสำหรับทำแผลสักพักแล้ว

“เขาก็มีงานมีการทำมะ ใครจะว่างแบบพี่” ว่างจนมาหัวแตกอะคิดดูเถอะ

“เฮ้ย ทำแผลนี่ก็งานการเหมือนกันไหม”

เออ ก็จริง

ครืด~

ทันใดนั้นเสียงเลื่อนประตูก็ดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของชายชุดกาวน์คนหนึ่งซึ่งน่าจะเป็นหมอ ทันทีที่เขาเห็นแผลบนหัวของพี่ดิฟก็เกิดความตกใจเล็กน้อย

“แผลโดนอะไรมาครับ” คุณหมอเอ่ยถามก่อนจะเดินไปหยิบอุปกรณ์ทำแผลออกมา

“เอ่อ โดนไม้ฟาดหัวน่ะค่ะ ฝากคุณหมอทำแผลให้เขาหน่อยนะคะ” ฉันเป็นคนตอบคำถามนั้นแทนคนเจ็บ จะว่าไปแล้วโรงพยาบาลนี้มีดีกว่าที่คิดแฮะ เพราะคุณหมอหน้าตาดี

“ผมเป็นนักศึกษาแพทย์นะ ยังไม่ใช่หมอ ส่วนหมอเขามีเคสผ่าตัดอยู่น่ะ” เขาหันมาพูดคุยกับฉันจากนั้นจึงเดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าพี่ดิฟ “ขอเปิดผมขึ้นหน่อยนะ มีแผลตรงไหนอีกรึเปล่า”

“มีตาก็ดูเองสิ” แล้วดูพี่มันตอบเขา น่าตายนัก

“ปากน่ะ ถ้าตอบดีๆ ไม่ได้ก็ไม่ต้องใช้มันนะทีหลัง ถ้ากูเย็บหัวมึงเสร็จกูจะมาเย็บปากมึงด้วย ดิฟ” 

“โอ๊ยๆ ไอ้เหี้ย อย่าทำแรง ไอ้ลิมันเจ็บ!”

สรุปแล้วก็คือสองคนนี้เขารู้จักกันหรอกเหรอ แล้วมันจะเป็นอะไรถ้าฉันรู้สึกเห็นด้วยกับคำพูดของพี่หมอเขาเมื่อกี๊ที่ว่าเย็บปากไปด้วย

“อยู่นิ่งๆ เดี๋ยวแผลฉีก” เป็นหมอที่แอบโหดอยู่แฮะ “ไปทำยังไงให้โดนไม้ฟาด”

“ถามยัยน้องคนนี้ดูดิ” พี่ดิฟโบ้ยมาให้ฉัน

“เอ่อ ฉันเผลอทำไม้ฟาดเขาเอง..มันเป็นอุบัติเหตุน่ะค่ะ” ฉันแอบเลิ่กลั่กอยู่เล็กน้อย แต่ว่ายังไงฉันก็ไม่ได้ตั้งใจนะเว้ย

“ใช้ไม่ได้เลยนะ” พี่หมอพูดโดยที่มือไม้ยังคงวุ่นวายกับแผลนั่นอยู่

“...”

“ควรตีให้แรงกว่านี้”

สรุปว่าหมอทีมฉัน 

“เฮ้ย มึงเป็นหมอประสาอะไรเนี่ย” พี่ดิฟโวยวายใหญ่

“อยู่นิ่งๆ สักทีเถอะ”


ใช้เวลาไปหลายนาทีกว่าการทำแผลจะเสร็จลง ตอนแรกฉันคิดว่าคงใช้เวลาไม่นานแต่เอาไปเอามาแผลมันกว้างกว่าที่คิด ไม่รู้ว่ามันเกิดเพราะฉันโยนไม้ไปใส่หรือเพราะพี่มันทำให้แผลฉีกเองภายหลัง แต่ก็ช่างเถอะ ยังไงซะคนที่รับผิดชอบจ่ายค่ายาทั้งหมดต้องเป็นฉันอยู่แล้ว

“เพราะน้องคนเดียวเลย ทำให้มีผ้าปิดแผลบดบังความหล่อของพี่”

เดี๋ยวก่อน

“เขาน่าจะเย็บปากพี่ไปด้วยเลยนะ” ตั้งแต่มาโรงพยาบาลจนจะออกจากโรงพยาบาลเขาก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดโวยวายเลยสักครั้ง

“นี่พี่เจ็บเพราะน้องนะ”

“รู้แล้วน่ะ จะย้ำอะไรนักหนา ก็พามาทำแผลแล้วเนี่ย” เขาน่ะ ก็ทำฉันเสียเวลาในการซ้อมเหมือนกันนั่นแหละ ป่านนี้ฉันควรจะได้เริ่มซ้อมท่าใหม่ได้แล้ส

“น้องมีอะไรโกรธเคืองพี่ป้ะ เอาตรงๆ คืนนั้นก็เข้ามาด่าเอาๆ” 

“ก็บอกไปแล้วว่าคืนนั้นไม่ได้ตั้งใจ มันเมาน่ะ” ฉันอยากจะลืมเรื่องนั้นไปสักที แต่เขาก็ยังหยิบยกมาพูดอยู่เรื่อย “พี่จะเอายังไงว่ามาเลย”

“รับผิดชอบพี่สิ”

ฉันต้องชะงักกับคำพูดพี่มันอีกกี่ครั้งกัน แล้วพูดจาเหมือนฉันไปได้เสียทำเขาท้องยังไงยังงั้นแหละ

“จะให้รับยังไงล่ะ” 

“ดูแลพี่ จนกว่าแผลจะหายสนิทดีมะ” เขาพูดพร้อมกับชี้นิ้วไปที่แผลบนหน้าผากของตัวเอง ซึ่งถ้าเอาผมมาปิดไว้มันก็สังเกตไม่เห็นแล้ว

“แล้วถ้ามันเป็นแผลเป็นล่ะ” ฉันไม่ต้องดูแลเขาไปตลอดชีวิตเลยหรือไง แค่ทำไม้หล่นใส่หัวเอง

“โห งั้นน้องก็ต้องยิ่งรับผิดชอบเลย ต้องพาพี่มาล้างแผลที่โรงพยาบาล เปลี่ยนผ้าก็อต จ่ายค่ายาทาให้ด้วยจนกว่ามันจะหาย ห้ามให้เป็นแผลเป็นเด็ดขาดนะ” แล้วดูเขาไล่มาแต่ละอย่างสิ

จะบ้าตาย

“ต้องขนาดนั้นเลยเหรอไง”

“ไม่ใช่คนเจ็บก็พูดได้สิ ลองโดนไม้ฟาดสักทีแบบพี่ไหม ไม่รู้หละ ยังไงก็ต้องมารับผิดชอบเลยนะ”

ใครใช้ให้ไปนั่งอยู่ตรงนั้นเองล่ะ ช่วยไม่ได้ แล้วแผลแบบนี้ต้องใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะหายวะเนี่ย ถึงพี่มันจะหน้าตาดีก็เถอะ แต่นิสัยชวนประสาทมาก

“เออก็ได้ แค่นั้นใช่ไหมที่ต้องการ” ฉันคาดว่าแผลแบบนี้คงแค่เดือนเดียวนั่นแหละ อดรนทนกับผู้ชายแบบนี้ไปก่อนก็แล้วกัน

ฉันควรหาเวลาไปทำบุญหรือเปล่า เพราะชีวิตของฉันช่วงนี้ซวยด้วยเรื่องผู้ชายบ่อยมากเลย

“ใช่ แค่นั้น” พี่ดิฟพยักหน้าจากนั้นเขาก็ล้วงมือเข้าไปหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋าและส่งมันมาให้ฉัน “ขอเบอร์โทรกับไลน์ไว้ด้วย”

ฉันมองโทรศัพท์ของเขาอยู่ครู่หนึ่งก็ถอนหายใจก่อนจะหยิบมันมากดพิมพ์เบอร์โทรพร้อมกับแอดไลน์ตัวเองไว้ในเครื่องเขา พอเสร็จเรียบร้อยก็ส่งคืนแก่เจ้าของ

“ถ้าอย่างนั้นฉันจะไปซ้อมต่อแล้ว ส่วนพี่น่ะไม่ต้องมานั่งดูอีกนะ” เพราะฉันไม่รับประกันว่าเขาจะไม่ได้แผลเพิ่ม

“เดี๋ยว”

“อะไรอีก!” 

“ขอชื่อนามสกุลไว้ด้วยสิ ถ้าเกิดว่าเบี้ยวจะได้เอาเรื่องถูกคน” คนที่โกรธแค้นกันน่าจะเป็นพี่ดิฟมากกว่าแล้วหละ ไม่ใช่ฉันหรอก อะไรจะจริงจังปานนั้น

พอเห็นสายตาจริงจังฉันก็หยิบเอาบัตรนักศึกษาของตัวเองขึ้นมาพร้อมกับส่งมันไปให้ชายตรงหน้า “ชื่อจริงกับนามสกุลอยู่บนบัตร ดูสิ”

“จริญรัมภา ฉันทเม..” พี่ดิฟก้มลงไปอ่านชื่อและนามสกุลของฉันอย่างช้าๆ ทีละตัว แต่แล้วก็สะดุดตรงพยางค์สุดท้ายของนามสกุลฉัน “ฉันทเมธี..เหรอ”

“อืม นั่นแหละ พอใจยัง” ฉันเข้าไปคว้าบัตรของตัวเองคืนมาแล้วนำมาใส่กระเป๋าเหมือนเดิม

“น้องนามสกุลฉันทเมธีเหรอ” เขาดูจะติดใจอะไรกับนามสกุลฉันจังนะ มันไปเหมือนคนที่ตัวเองรู้จักหรือยังไง

“ทำไม” 

“เอ่อ เป็นลูกคนเดียวหรือเปล่า”

“เปล่า มีพี่ชายคนนึง” หลังจากที่ฉันตอบไปอย่างนั้น แววตาของพี่ดิฟก็เปลี่ยนไปทันที สีหน้าของเขาเริ่มนิ่งลงจนน่าประหลาด “พี่รู้จักเหรอ?”

“คือมันคุ้นๆ น่ะ แต่ช่างเถอะ” เจ้าตัวว่าพลางส่ายหน้าแล้วก็เบือนสายตาไปทางอื่น

มาพูดให้ฉันสงสัยแล้วก็ปฏิเสธไปแบบนี้ได้เหรอ






Castle-G's Talk
นั่นง่ะ อิพี่ดิฟหาเรื่องให้น้องมารับผิดชอบ
เนี่ย แผนสูงนะคะ รู้เรยนะ


Image result for minhyuk monsta x 2019
Related image

หากอ่านแล้วระวังตัวและหัวใจไว้ให้ดี #อย่ารักดิฟ

สุดท้ายนี้ฝากส่งฟีดแบคให้ดิฟแอร์ด้วยจ้า













ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 439 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,078 ความคิดเห็น

  1. #1043 Jakkaran55 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2562 / 10:46
    คนอะไรนั่งเอาหัวรับไม้
    #1,043
    0
  2. #322 Memew888 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 กันยายน 2562 / 16:44

    น่าสนุกแฮะ

    #322
    0
  3. #113 lookkai044 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2562 / 07:00
    พี่ดิฟรุกหนัก 55
    #113
    0
  4. #112 ✨•P•u•y•z•Z•i•i•✨ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2562 / 23:47
    กรรมเยอะอ่ะอิพีดริฟอ่ะ 😂????
    #112
    0
  5. #111 URAIWAN118 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2562 / 20:20
    หมอลิมาแล้ว
    #111
    0
  6. #110 ID_STORY (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2562 / 19:46
    แม่นมากโดนหัวอิพี่เลย
    #110
    0
  7. #109 pss9635 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2562 / 19:28

    มือแม่นมากกก

    #109
    0
  8. #108 NaeJM (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2562 / 19:07
    ชอบบบบบบบบ
    #108
    0
  9. #107 mamila (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2562 / 16:03
    รอออออออ
    #107
    0
  10. #102 comtoontrans (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 / 08:07
    อิพี่

    ไม่รุหราาา

    ว่าเดะนี้กรรมอะมานติดจรวดนะ
    จัดไปอิน้อง

    เอาให้ยับ

    ฟาดกันแต่แรกนี่มันส์เลย
    #102
    0
  11. #101 ✨•P•u•y•z•Z•i•i•✨ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 / 01:16
    ยกที่หนึ่งเริ่ม..!!! น้องเปรียบได้จี๊ดใจดี
    #101
    0
  12. #100 Bopazi (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2562 / 23:26
    เจิมมมมม
    #100
    0
  13. #97 comtoontrans (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2562 / 22:26
    อืมว่าไป
    #97
    0
  14. #94 ✨•P•u•y•z•Z•i•i•✨ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2562 / 21:06
    เจิมจ้าาาา
    #94
    0
  15. #93 lookkai044 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2562 / 12:02
    จิงอ่ะ 555
    #93
    0
  16. #92 My_smile (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2562 / 11:40
    เจิมๆๆๆๆๆๆๆ
    #92
    0
  17. #65 Nickyminimadgirl (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 10:53

    พี่มันร้ายยยยยย
    #65
    0
  18. #64 lemon_sweety (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2561 / 14:09

    รอค่ะ รอออออ ไม่เคยคบใครเป็นแฟน มีแต่คบเป็นเมีย!

    #64
    0
  19. #61 comtoontrans (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 15:42
    อู้หูยยยยยยยยยยย. รอจร๊าๆๆๆ
    #61
    0
  20. #57 แค่คนเลว (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2561 / 10:30
    หู้ยยยยรอค่ะ
    #57
    0
  21. #56 Ogar (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2561 / 17:19
    เจิมมมมมม
    #56
    0
  22. วันที่ 27 มิถุนายน 2561 / 16:25
    ง้อววววววว
    #55
    0
  23. #54 teasnow (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2561 / 17:43
    เจิมมมมม
    #54
    0
  24. #53 PhoRR (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2561 / 11:35
    เจิมมมมมมม
    #53
    0
  25. #52 aliencutes (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2561 / 10:22
    เจิมมมมมมม
    #52
    0
  26. #51 0900235875 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2561 / 06:49
    หืมมมมมม
    #51
    0