[ตอนพิเศษ] Racing on you ใครรักก่อน 'แพ้'

ตอนที่ 11 : DIFFAIR | 10 : LOVE WAR [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,281
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 391 ครั้ง
    5 ก.ย. 62




MUSKETEERS - อยากให้เธอลอง


RACING ON YOU
[DIF x AIR]

10 : LOVE WAR

 

วันต่อมา

และแล้ววันจันทร์ก็หมุนเวียนผ่านมาถึงจนได้ หลังจากที่เมื่อวานนี้ตกลงจะกลับไป (แกล้ง) คบกับธีร์ต่อ เจ้านั่นก็อาสาจะมารับส่งฉันจากคอนโดไปที่มหาวิทยาลัยทันที ซึ่งฉันเองก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไร ให้ไปส่งหน้าคณะคนก็ดีเผื่อมีใครบางคนผ่านมาเห็นเข้า

“นี่ ตอนเย็นไปกินข้าวกันนะ” ธีร์เอ่ยกับฉันหลังจากที่รถเคลื่อนมาจอดอยู่บริเวณหน้าตึกเรียนแล้ว

“ไม่ว่างอะ มีงานต้องทำ” ฉันปฏิเสธเพราะขี้เกียจจะออกไปไหนหลังเลิกเรียน อีกอย่างที่กลับมาคบด้วยก็แค่อยากคบให้ยัยนั่นได้เห็นเท่านั้น ลับหลังไปก็ไม่จำเป็นอะไรอีก

“งั้นเหรอ เอาเป็นวันหลังก็ได้”

“อืม” ฉันเปิดประตูลงจากรถไปโดยไม่ได้พูดอะไรต่อ ซึ่งเมื่อเดินเข้ามาด้านในก็พบกับผู้เป็นเพื่อนนั่งรอตรงม้านั่งใต้ตึกพอดี

ก้อยจะเห็นตอนฉันลงจากรถหรือเปล่านะ? ถ้าเห็นก็คงดี แต่ถ้าไม่เห็นงั้นเดี๋ยวฉันจะบอกให้แล้วกัน

“แอร์! มานี่” เธอยิ้มให้พร้อมกับกวักมือเรียกไปนั่งด้วยกัน

“มีอะไรเหรอ”

“เมื่อวันเสาร์งานดีมากเลย คือวันนั้นนี่ติดธุระไม่ได้ไปดูแก ขอโทษด้วยนะ แต่ว่าเห็นรูปนั้นยังที่โดนเพจเอาไปลงแล้วคนแชร์กันเยอะมาก” ก้อยโชว์หน้าจอโทรศัพท์ให้ดูซึ่งบนนั้นเป็นรูปที่พี่ดิฟยื่นดอกกุหลาบให้ฉัน บางทีอะไรแบบนี้ก็ขอให้มันอยู่แค่ในโซเชียลเถอะ อย่ามาแซวฉันในชีวิตจริงเลย

“รูปกับพี่ดิฟน่ะเหรอ” ฉันถอนหายใจเล็กน้อยเมื่อได้ยินเรื่องนี้ “มันไม่มีอะไรหรอก ช่างเถอะ”

“ช่างได้ไง พี่ดิฟตามจีบขนาดนี้..แกไม่คิดจะสนใจเขาบ้างเหรอ”

เป็นคำถามที่ดีมาก เพราะเข้าทางกับคำตอบฉันเลย

“ก็คงไม่ได้แล้ว” ฉันยกยิ้มประกอบกับทำท่าทีเขินอายไปด้วยเพื่อความสมจริง “ก็เมื่อวานฉันเพิ่งตัดสินใจจะกลับไปคบกับพี่ธีร์อะ”

“อะไรนะ! กลับไปคบได้ไง!?” ก้อยทำหน้าตกใจอย่างมากพร้อมกับเอ่ยถามเสียงดังจนคนที่อยู่ในระแวกใกล้เคียงแอบชำเลืองมอง “คือ..ทำไมแกต้องกลับไปคบเขาด้วย”

“อ้าว ก็เราดีกันแล้ว” พอได้เห็นปฏิกิริยาเช่นนั้นก็ยิ่งรู้สึกสนุก

ก้อยออกอาการไม่พอใจเพียงแค่ชั่วแว้บเดียวเท่านั้น แต่ก็สามารถดึงสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติได้ซึ่งมันก็ไม่ทันแล้ว เพราะฉันรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังใจร้อนรุ่มกับเรื่องนี้

“ไหนแกบอกว่าจะไม่ยอมกลับไปคบไง”

“อะไรก็เปลี่ยนแปลงกันได้อะแก อีกอย่างเขาบอกว่าเขาจะเลิกยุ่งกับผู้หญิงคนนั้นแล้ว” ประโยคหลังที่ฉันคิดคำให้เองเพราะเจ้าบ้านั่นไม่ได้บอกกับฉันแบบนี้

“ไม่มีทาง พี่ธีร์ไม่เลิกยุ่งกับผู้หญิงคนนั้นหรอก”

อย่าตกหลังม้าตัวเองสิก้อย

“รู้ได้ไง?” ทันทีที่ถามเธอก็ชะงักไปเหมือนเพิ่งรู้ตัวว่าพูดอะไรออกมา

“ไปเรียนเถอะ จะถึงเวลาแล้ว”

ทำตัวเป็นดาราให้สัมภาษณ์นักข่าวไปได้ ถามอะไรไปก็เปลี่ยนประเด็น แต่แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ในเมื่อไม่ยอมเผยตัวออกมาง่ายๆ ฉันก็จะแสร้งไม่รู้เรื่องเหมือนกัน

...

เหมือนวันนี้จะโดนถามคำถามนี้มาหลายครั้งแล้วนะ ไอ้คำถามที่ว่า

“อย่าบอกนะว่ากลับไปคบกัน?” เจ้าของคำพูดนั้นก็คือพี่ดิฟที่อุตส่าห์ออกมาดักรอฉันถึงหน้าตึกเรียนในเวลาพักเที่ยง

เพราะฉันอยากจะไปหาอะไรนั่งกินอย่างสงบ ไม่มีใครมากวนใจจึงบอกพี่ดิฟไปว่าเลิกมาหาฉันได้แล้ว ฉันกำลังคบกับธีร์อยู่ ยุ่งกับคนมีเจ้าของมันไม่ดีหรอกนะ แล้วหลังจากบอกไปก็ได้รับคำถามนั้นกลับมา

“ใช่ แล้วพี่ก็เลิกยุ่งกับฉันด้วย ฉันมีแฟนแล้ว” ฉันย้ำอีกหนึ่งครั้ง

“พี่ไม่ยอมหรอก”

ไม่ยอมแล้วจะทำอะไรได้

“ไม่ยอมนั่นก็เรื่องของพี่แล้วหละ” ฉันคิดว่าแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ได้ตัดปัญหาหลายอย่างให้จบครบในคราวเดียวทั้งเรื่องธีร์ ก้อย แล้วก็พี่ดิฟ หลังจากนี้ชีวิตฉันจะได้เลิกวุ่นวายกับผู้คนสักที

“พี่อุตส่าห์ตามจีบแอร์นะเว้ย แล้วอยู่ๆ กลับไปคบคนเก่าได้ไงอะ พี่เสียไปเยอะด้วย เสียทั้งใจ เสียทั้งตัว”

ช่างกล้า.. คนที่เสียนั่นมันคือฉันต่างหาก

“ก็ช่วยไม่ได้” ฉันตั้งใจว่าจะพูดแล้วก็เดินหนีเขาไป แต่ว่ายังไม่ทันจะได้ก้าวขาไปไหนเกินหนึ่งก้าวพี่ดิฟก็เข้ามาฉวยข้อมือของฉันเอาไว้ “ปล่อยนะ คนเยอะ”

นี่มันหน้าตึกเรียนเชียวนะ แถมคนที่เดินผ่านไปมาก็เริ่มสนใจกันบางส่วนแล้ว

“แล้ว? เขารู้เรื่องเราสองคนกันหมดทั้งมอแล้วมั้ง ไม่เห็นรูปเมื่อวาน?”

มันเป็นเพราะใครกันล่ะ!

“ช่างสิ ใครสนกันล่ะ” ถ้าฉันแคร์คนทั้งโลกขนาดนั้น ป่านนี้ฉันไม่ประสาทเสียตายไปแล้วเหรอ “แล้วก็ปล่อยมือฉัน เลิกยุ่งกับคนมีเจ้าของได้แล้ว”

“มีเจ้าของ?” คนตรงหน้าออกแรงกระชากแขนฉันให้เซเข้าไปหาเจ้าตัวจากนั้นจึงโน้มใบหน้าลงมาพูดเสียงเบาๆ ให้แค่ฉันได้ยิน

“เดี๋ยวรู้กัน ว่าใครกันแน่ที่เป็นเจ้าของ”

“คิดจะทำอะไรของพี่น่ะ”

“พี่เช็คตารางเรียนแล้วว่าตอนบ่ายแอร์ไม่มีเรียน งั้นไปกับพี่” เขาไม่ได้พูดผิดเลย โดยเฉพาะตรงที่บอกว่าตอนบ่ายฉันไม่มีเรียน

“รู้ได้ไงอะ แอบตามสตอล์กชีวิตฉันเหรอ”

“บ้าหรือไง เราเรียนสาขาเดียวกันนะอย่าลืม แค่พี่ถามรุ่นน้องก็รู้ตารางเรียนแล้ว”

เออ ก็จริงนะ แต่ว่า..

“แล้วทำไมฉันจะต้องไปกับพี่ด้วย?” ฉันถอนหายใจแล้วสบตากับผู้ชายตรงหน้า อยู่ดีๆ ก็จะมาลากฉันไปโน่นมานี่ตามอำเภอใจได้เหรอ

“มาเถอะน่า” พี่ดิฟไม่ได้ตอบคำถามอะไรฉันแต่กลับพยายามฉุดดึงให้เดินตามไปจนถึงบริเวณลานจอดรถใกล้กันกับคณะ ในทางกลับกันฉันกลับพยายามที่จะรั้งตัวเองเอาไว้ไม่ให้เดินไปกับอีกฝ่ายแต่มันก็ไม่สำเร็จเพราะแรงที่มีมากกว่ากระชากฉันตัวปลิวได้เลย

ร่างของฉันถูกยัดเข้าไปในรถของเจ้าตัวพร้อมกับรัดเข็มขัดนิรภัยให้เสร็จสรรพ หลังจากนั้นเจ้าคนเอาแต่ใจก็เดินอ้อมมานั่งฝั่งคนขับพร้อมสตาร์ทรถทันที

“อะไรของพี่เนี่ย จะมาบังคับแบบนี้ไม่ได้นะ” ฉันกล้าโวยวายเนื่องจากตอนนี้เราอยู่ในที่ที่ไม่มีคนสังเกตเห็นได้แล้ว ด้วยความที่รถของเขาติดฟิล์มดำแบบไพรเวต คนนอกจึงไม่สามารถมองเห็นคนในรถได้

“ทำไม มีนัดกับไอ้ธีร์นั่นเหรอถึงไม่อยากไปกับพี่” ทำไมต้องอารมณ์เสียขนาดนั้นด้วย เจ้าตัวจะพาไปไหนก็ยังไม่รู้เลย

“แล้วแปลกตรงไหน ในเมื่อฉันกับเขาเป็นแฟนกัน”

“ก็ได้แค่แฟนนั่นแหละ เพราะพี่..เป็นผัว”

“พี่ดิฟ!” ฉันชักสีหน้าใส่เขาเพื่อให้อีกคนรู้ตัวว่าฉันกำลังไม่พอใจอยู่ แต่เหมือนก็จะไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรเนื่องจากหน้าด้านเกินเหตุ

“อะไรครับน้องแอร์”

“เราไม่ใช่ผัวเมียกัน แค่คืนเดียวเขาเรียก One night stand” ถ้าการนอนด้วยกันคืนเดียวจะเรียกว่าเป็นผัวเมียกันเลย ฉันก็คงเป็นเมียคนที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้ของเขาน่ะ

“ถ้าอย่างนั้นแล้ว ต้องกี่คืนถึงจะเป็นผัวเมียได้?”

ฉันชะงักไปกับคำถามที่ได้ยินเมื่อครู่ ไม่รู้ว่าควรจะตอบหรือพูดอะไรออกไปดี นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ต้องมารับมือกับเรื่องแบบนี้ สิ่งที่ทำได้ก็คือการโวยวายออกไป

“จะมากี่คืนอะไรล่ะ”

“เอ้า” เขาหัวเราะเล็กน้อยและพูดต่อ “ก็เห็นบอกว่าแค่คืนเดียวเรียกวันไนท์ เผื่อพี่จะต้องทำอีกหลายๆ คืนจะได้ไม่เป็นแค่วันไนท์ไง”

“ทะลึ่ง!” ไม่รู้จะสรรหาคำอะไรมาด่าเหมือนกัน คิดไม่ทัน “พี่ไม่ต้องทำแล้ว เพราะตอนนี้ฉันมีแฟนฉันจะเก็บไว้ทำกับแฟนฉัน”

“อ้อเหรอออ” เขาลากเสียงยาวก่อนจะโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนอยู่ในระยะประชั้นชิด “รู้ไหม..แฟนชาวบ้านก็ตื่นเต้นดีเหมือนกัน”

“คำว่าศีลธรรมอะพี่”

“สะกดไม่เป็น” เขาพูดจบก็ประกบริมฝีปากลงมาจูบฉันในเวลาเพียงพริบตาเดียว เป็นเหตุให้ฉันตั้งตัวไม่ทันแล้วเกิดอาการช็อกไปสักพัก

“อื้อ” ฉันร้องครางอื้ออึงในลำคอพยายามจะดันตัวของพี่ดิฟออกไป ทั้งใช้มือทุบตีก็แล้ว ผลักไหล่ก็แล้วแต่กลับไม่ประสบผลสักอย่าง

มิหนำซ้ำอีกฝ่ายยังบดขยี้จูบลงมาอย่างหนักหน่วงกว่าเดิมตามการขัดขืนของฉันอีกด้วย สุดท้ายแล้วคนที่เหนื่อยก็กลายเป็นฉันเอง ดันทุรังไปก็มีแต่จะหมดกำลังเสียเปล่า และเมื่อฉันอ่อนลงจนเหมือนจะยอมอีกคนก็ดันได้ใจมากขึ้น พี่ดิฟใช้มือข้างหนึ่งสอดเข้ามาจับด้านหลังแล้วรั้งตัวฉันให้เข้าไปหาใกล้ชิดจนแทบจะเนื้อแนบเนื้อ ส่วนมือที่ข้างก็ประคองไว้ที่ต้นคอของฉันเพื่อเป็นฐานรองการบดเบียดของริมฝีปาก

มันเริ่มลามปามมากขึ้นไปอีกเมื่อมือข้างที่เขาจับเอวฉันไว้เริ่มเปลี่ยนเป้าหมายไปลูบไล้ที่ต้นขาพร้อมกับกำลังสอดมันเข้ามาภายใต้กระโปรงนักศึกษาทรงเอที่กำลังสวมใส ฉันรีบเข้าไปห้ามมือปลาหมึกนั่นแล้วออกแรงเบี่ยงใบหน้าตนเองให้หลุดจากการจูบของเขา

“พี่ดิฟอย่า..อ๊ะ”

เขาไม่ฟังฉันเลยสักนิด แถมยังเข้ามากดจูบไปตามใบหน้าแล้วก็ลำคอของฉันต่อไป ฉันคิดว่าตัวเองควรจะห้ามเขาโดยเร็วเพราะว่าอีกคนกำลังจะเข้ามาปลดกระดุมเสื้อของฉันแล้ว

ฉันรวบรวมแรงทั้งหมดที่มีก่อนจะใช้มันผลักตัวของผู้ชายตรงหน้าออกไปจนทำให้ฉันหลุดออกจากพันธนาการทั้งหมด และสิ่งแรกที่ทำหลังจากที่ร่างกายเป็นอิสระคือการตบหน้าเขา ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ออกแรงมากจนหน้าหันเหมือนอย่างที่เห็นในละครแต่มันก็มีเสียงดังเพี๊ยะ มันคือการตบเรียกสติ

“เกินไปแล้วนะ ฉันแค่เปิดโอกาสให้จีบไม่ได้หมายความพี่จะทำอะไรกับฉันก็ได้” ฉันคงมองโลกในแง่ดีไปเองเพราะคิดว่าเขาจะหยุด

ฉันไม่เข้าใจเลยว่าพี่ดิฟจะต้องการอะไรในตัวฉันนักหนาถึงได้พยายามเข้าหาฉัน ตามจีบฉันเป็นเรื่องเป็นราวทั้งที่ตัวเขาเองก็ดูไม่ใช่คนที่จะจริงจังกับใคร เรื่องคืนนั้นฉันผิดพลาดเอง ฉันไม่โทษใคร แต่มันก็ใช่ว่าจะมาทำอะไรกับฉันก็ได้สักหน่อย

“แอร์”

“ถ้าพี่ชอบฉันจริง ก็ใช้วิธีอื่นเถอะ”

ฉันพูดกับเขาจบก็เตรียมเปิดประตูจะลงจากรถ แต่ว่าพี่ดิฟดันเข้ามารวบมือฉันเอาไว้ก่อน

“เดี๋ยวๆ พี่ขอโทษ” น้ำเสียงของอีกฝ่ายอ่อนลงจากเมื่อครู่อย่างเห็นได้ชัด

“รู้สึกผิดจริงก็อย่าทำอีก”

“อย่าโกรธเลยนะ”

ฉันมองใบหน้าหงอยเหมือนลูกหมานั่นอย่างอ่อนใจ ด้วยความที่ไม่ใช่คนที่ไปโกรธใครง่ายๆ ขนาดนั้นบวกทั้งอีกฝ่ายขอโทษแล้วจึงไม่อยากจะต่อว่าอะไรอีก

“ไม่ได้โกรธ”

“งั้นไปหาอะไรกิน พี่เลี้ยงเองถือเป็นการไถ่โทษไง” เขายังคงพยายามที่จะรั้งฉันเอาไว้ “ตอนนี้เที่ยงกว่าแล้วนะ ไม่หิวหรือไง”

“ไม่เป็นไรหรอก ฉันไปเองได้”

“ยังไม่หายโกรธพี่ใช่ไหม” พี่ดิฟว่าพลางขยับกายนั่งตัวตรงแล้วยกมือขึ้นทั้งสองข้าง “โอเค พี่จะไม่ทำอะไรแอร์อีกถ้าไม่อนุญาต”

ก็หมายความว่าถ้าฉันอนุญาตเขาก็ทำสินะ แต่ก็ดีแล้ว

“ฉันแค่ไม่พอใจ ไม่ได้โกรธ แต่ถ้าพี่อยากไถ่โทษก็ขับรถไปส่งก็ได้”  จากอ่อนใจก็กลายเป็นใจอ่อนแทนเพราะว่าทนเห็นใบหน้าหงอยนั่นไม่ได้

“ได้ จะไปไหนบอกทางเลย จะบริการส่งให้ถึงที่ไม่คิดค่าโดยสาร”

กระตือรือร้นขึ้นมาเชียวนะ

 

20 นาทีต่อมา

หลังจากที่เปิด GPS นำทางให้แล้ว พี่ดิฟก็ขับรถมาส่งฉันที่คาเฟ่แห่งหนึ่งที่อยู่ห่างจากมหาวิทยาลัยประมาณเจ็ดกิโล ปกติแล้วด้วยระยะทางประมาณนี้ประกอบกับการจราจรบนท้องถนนประเทศไทยแล้วไม่น่าจะมาถึงได้เร็วขนาดนี้ แต่เป็นเพราะว่าพี่มันเป็นคนขับรถเร็วเลยใช้เวลาไม่นาน

แต่ตอนนี้ยังถือว่าซอฟต์ถ้าเทียบกับคืนที่เจ้าตัวขับรถมาส่งและนอนค้างที่คอนโดฉัน ตอนนั้นเป็นตอนกลางคืนไม่ค่อยมีรถวิ่งก็เลยสบายเขาเลยหละ

“พี่ขับรถช้าหน่อยก็ได้นะ ไม่ต้องรีบหรอก” ฉันกลัวน่ะ แล้วก็แอบสงสัยด้วยว่าเขาเคยประสบอุบัติเหตุอะไรบ้างไหม ทำไมรอดมาได้จนป่านนี้

“ไม่รู้สิ มันชินอะ”

“เป็นนักแข่งรถรึไง” จะมาชินอะไรนักหนาเล่า

“อ่อ ก็มีบ้างแต่ช่วงนี้ไม่ว่างแข่งน่ะ”

สาบานได้ว่าอีสิ่งที่ฉันพูดออกไปเมื่อครู่น่ะมันแค่การประชด ไม่คิดว่าพี่ดิฟจะเคยขับรถแข่งมาก่อนจริงๆ พอรู้แบบนั้นแล้วก็เริ่มไม่แปลกใจ

“แต่นี่ไม่ใช่สนามแข่งรถนะ เกิดชนคนอื่นเข้าทำไงล่ะ” เอาเป็นว่าจะยังไงก็ตาม ขับรถอยู่ในความไม่ประมาทคือดีที่สุด

“เป็นห่วงพี่ก็บอก” เขาเอ่ยยิ้มๆ

“สำคัญตัวเองเก่งซะจริง” ฉันถอนหายใจให้กับเขาจากนั้นจึงเอื้อมมือไปเปิดประตูลงจากรถ โดยไม่ลืมที่จะหันไปขอบคุณพี่ดิฟ “ฉันไปแล้วนะ ขอบคุณที่มาส่ง”

“เห้ย ไปด้วยกันดิ” พี่ดิฟรีบปลดสายเข็มขัดแล้วดึงกุญแจรถออกมาทำท่าเหมือนจะเข้าไปด้านในคาเฟ่กับฉันด้วย

“จะตามมาทำไมเล่า”

“ก็อุตส่าห์มาส่งถึงนี่แล้ว พี่ก็อยากเข้าไปดูว่าข้างในมีอะไรไง” ข้ออ้างทั้งเพนั่นแหละ เขานี่มันตามวอแวฉันไม่เลิกซะจริง นี่ขนาดบอกว่ามีแฟนแล้วนะ

“ตามใจ” เพราะฉันก็เหนื่อยที่จะห้ามแล้ว เขาอยากตามมาด้วยก็เรื่องของเขา

กริ๊ง~

เสียงกระดิ่งที่แขวนไว้เหนือประตูจะดังทุกครั้งเมื่อมีคนเปิดประตูกระจกเข้ามาด้านใน เมื่อเดินเข้ามาด้านในก็ได้กลิ่นนมและขนมปังหอมๆ โชยเข้าจมูกฉันราวกับกำลังจะเชิญชวนให้ไปลิ้มลองรสชาติของมัน แต่ว่ายังไม่ทันจะได้ก้าวไปไหนก็มีบางอย่างที่น่าสนใจกว่าของกิน

เจ้าหมาตัวหนึ่งที่อยู่ตรงทางเข้าร้านตัวนี้นี่ไง เป็นพันธุ์บางแก้วขนสีส้ม ตัวสูงประมาณหัวเข่าของฉันกำลังเล่นซนอยู่กับลูกหมาตัวหนึ่งที่น่าจะมาใหม่

ใช่แล้ว นี่คือคาเฟ่น้องหมา และนอกจากที่ฉันกล่าวถึงในนี้ก็ยังมีสุนัขอีกมากมายหลายตัวอยู่ด้วย

“เจ้าชิงชิงงง” ฉันเรียกชื่อเจ้าบางแก้วแสนเชื่องพร้อมกับลงไปนั่งลูบหัวมันไปมาอย่างเอ็นดู ซึ่งชิงชิงเองก็นอนลงเล่นกับฉันด้วยเช่นกัน

โธ่เอ๊ย เป็นบางแก้วที่ซื่อบื้อดีจริงๆ เสียชื่อพันธุ์หมาดุหมดเลย

“อ้าวน้องแอร์ วันนี้เมนูเดิมหรือเปล่า ไม่เจอนานเลย” พี่โย่งซึ่งพี่ผู้ชายเจ้าของร้านที่เป็นคนดูแลหมาพวกนี้เดินเข้ามาทักทายก่อนจะสังเกตเห็นใครสักคนที่เดินตามหลังฉันมา “แล้วหนุ่มคนนี้..?”

“ชื่อดิฟนะครับ” พี่ดิฟแนะนำตัวเอง

“แฟนใหม่?”

“เปล่าค่ะ เป็นรุ่นพี่” ฉันเลือกที่จะบอกไปว่าเขาคือรุ่นพี่ เพราะนี่น่าจะเป็นสถานะที่ชัดเจนที่สุดสำหรับเราสองคนในตอนนี้

“อ้อ เข้ามานั่งสิ ชิงชิงกระดิกหางใหญ่เลยคงจำแอร์ได้แล้วล่ะสิ” พี่โย่งมองไปยังบางแก้วแสนเชื่องแล้วก็หัวเราะออกมา จากนั้นก็ชี้ไปที่เจ้าลูกหมาตัวเล็กขนสีดำ “นั่นชื่อว่าโต้รุ่ง สมาชิกใหม่ของคาเฟ่เรา”

“อย่าบอกนะว่าเจอที่ตลาดโต้รุ่งเลยชื่อนี้”

“อะถูกต้องนะคร้าบ เดี๋ยวสั่งอาหารกับน้องพนักงานได้เลยนะ พี่ไปละ ตามสบาย” เจ้าของร้านเอ่ยส่งท้ายและหายเข้าไปด้านหลัง

ฉันทิ้งตัวนั่งที่โต๊ะตัวเตี้ยมุมหนึ่งของร้านซึ่งมีที่นั่งเป็นเบาะรองทั่วไปก่อนจะหยิบเมนูของร้านออกมาจากช่องเสียบ ความจริงฉันไม่ต้องดูก็ได้เพราะสั่งเมนูเดิมตลอดนั่นก็คือนมสดคาราเมลกับข้าวผัดแฮม เป็นเมนูโปรดและเมนูประจำในร้านนี้ของฉันเลย

“อะพี่ สั่งดิ” ฉันยื่นเมนูไปให้พี่ดิฟที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม

เขารับไปดูแล้วก็สั่งอาหารกับพนักงานเรียบร้อยรวมถึงของฉันด้วย รอก็แต่พนักงานจะนำของมาเสิร์ฟเท่านั้น ระหว่างรอก็เล่นกับเจ้าตัวเล็กพวกนี้ไปด้วย (บางตัวก็ไม่เล็กหรอก)

“มาบ่อยสิท่า ดูคุ้นเคยกับเจ้าพวกนี้ดี” พี่ดิฟพูดขึ้น

“แน่นอนสิ คาเฟ่ที่นี่น่ะส่วนใหญ่จะรับน้องหมาที่โดนทิ้งมาเลี้ยงมากกว่าซื้อมา ฉันชอบความใจบุญของพี่เจ้าของร้านน่ะ อีกอย่างน้องก็น่ารักมากด้วย” ฉันเอื้อมมือไปลูบขนปุกปุยสีขาวของลูกหมาตัวหนึ่งที่นอนอยู่ใกล้ๆ ขาของตนเอง

“น้อง?”

“หมายถึงหมาไง” คนเราทุกวันนี้เรียกสัตว์ทุกชนิดว่าน้อง

“อ๋อ..ชอบหมาเหรอ?”

“อืม” ฉันพยักหน้าเบาๆ ก่อนจะเอ่ยต่อว่า “อยากเลี้ยงมากเลยอะ แต่ฉันอยู่คอนโดเลี้ยงไม่ได้ อีกอย่างถ้าเลี้ยงไว้บ้านก็กลัวไม่มีคนดูแล เลยต้องอาศัยมาเล่นหมาชาวบ้านเนี่ย”

“ทีหลังไม่ต้องมาไกลขนาดนี้ ในปากพี่มีเยอะ”

“เชื่อ” ฉันเชื่อแบบไม่ต้องสงสัยให้มากความเลย

“โห ร้ายนะเนี่ย” พี่ดิฟหัวเราะตอนได้ยินฉันตอบอย่างนั้น

“พี่ลองอุ้มตัวนี้สิ น้องชื่อว่านมสด” ฉันเปลี่ยนเรื่องโดยการอุ้มลูกสุนัขพันธุ์บีชันฟรีสขึ้นมา ตัวนี้พี่โย่งซื้อมาจากฟาร์มราคาเท่าไหร่ไม่แน่ใจ แต่น้องน่ารักมาก

“ทำไม?” ถึงปากจะถามแต่เจ้าตัวก็ยอมรับไปอุ้มไว้กับอกอยู่ดี

“ยกหน้าขึ้นมาเทียบกันหน่อยดิ”

“จะบอกว่าหน้าเหมือนกันเหรอ” พี่ดิฟยิ้มกว้างแล้วยกนมสดขึ้นมาเทียบกับตัวเองตามที่ฉันบอก แต่แล้วเขาก็ต้องเอนหัวออกห่างเมื่อโดนเจ้าขนปุยเลียหน้า

“เหมือนจริงด้วยอะ พี่หน้าเหมือนหมาเลย”

“เดี๋ยว..”

“เฮ้ย หมายถึงน่ารักไง” ฉันไม่ได้หลอกด่าเขาสักหน่อย ก็ก่อนหน้านั้นตอนเห็นเขาทำหน้าหงอยแววตาเศร้าสร้อยนั่นน่ะ มันทำให้คิดถึงลูกหมาตอนหิวข้าวเลย

“น่ารักก็รักพี่สิ”






Castle-G's Talk
เนียนเก่ง อยากจะแหมให้ยาวไปถึงดาวอังคาร น้องยอมให้หน่อยก็ได้ใจนะ
แนบรูปพี่ดิฟกับน้องหมาค่ะ เผื่อใครคิดภาพไม่ออก >__<

Image result for minhyuk and puppy


ป.ล.ใครเม้นท์บ่อยๆ จีจะสุ่มแจกหนังสือและ E-BOOK 
จะได้หนังสือ 1 ได้อีบุคเป็น 10

หากอ่านแล้วระวังตัวและหัวใจไว้ให้ดี #อย่ารักดิฟ
สุดท้ายนี้ฝากส่งฟีดแบคให้ดิฟแอร์ด้วยจ้า
Facebook : Castle-G  Twitter : @castleglint





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 391 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,078 ความคิดเห็น

  1. #1047 Jakkaran55 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2562 / 13:43
    พี่ดิฟกำลังเล่นละครหรือเอาจริง
    #1,047
    0
  2. #443 kanomcream (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 07:05
    น้องหมาจะน่ารักมากกว่านี้ถ้าไม่ได้ชื่อชิงชิง5555
    #443
    0
  3. #362 Netnapa Pluemjit (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 กันยายน 2562 / 23:25

    น่ารักกกกกกก

    #362
    0
  4. #360 ssnew11 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 กันยายน 2562 / 22:16
    น้องว่าพี่น่ารักเหมือนหมาอะ555 อิพี่ก็ขายอ้อยเก่งนะคะ
    #360
    0
  5. #338 อิอิกรรม (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 กันยายน 2562 / 20:20
    ที่มาของคำว่าหน้ารักเหมียวหมา
    #338
    0
  6. #337 Naenn (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 กันยายน 2562 / 17:19
    น้องเลียหน้าเยอะๆเลยลูกกกกกก
    #337
    0
  7. #335 khem22 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 กันยายน 2562 / 09:05
    หยอดเก่งขนาดนี้ ต้องให้เขาละนะคะ555555
    #335
    0
  8. #334 Chintanakarn2525 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 กันยายน 2562 / 09:00
    ตบเข้าได้ทุกเรื่องจิงๆ5555
    #334
    0
  9. #333 9ningnong9 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 กันยายน 2562 / 08:20
    วุ้ยยยยย

    หยอดไปอีกก
    #333
    0
  10. #332 VARANG97 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 กันยายน 2562 / 08:18
    5555555
    #332
    0
  11. #331 Nam_whan44 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 กันยายน 2562 / 06:25
    แอร์เอาอิพี่เป็นแฟนเถอะ ถ้าจะน่ารักขนาดนี้
    #331
    0
  12. #330 Noycoung (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 กันยายน 2562 / 01:37

    "น่ารักก็รักพี่สิ" โอ่ยยยจิกหมอนจวนจะขาดแล้วอ่ะ เขีนแทนแอร์

    #330
    0
  13. #329 _darinn_ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 กันยายน 2562 / 00:00
    คนกะล่อนแบบพี่เชื่อได้ที่ไหนกันล่ะ
    #329
    0
  14. #328 _darinn_ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 กันยายน 2562 / 23:59
    ใช่อ่อคะ หืมมมมมมมมมมม
    #328
    0
  15. #327 0981430057 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 กันยายน 2562 / 23:13
    น่ารักก้อรักพี่สิ

    หืมมมอิพี่ดิฟฟ
    #327
    0
  16. #326 ID_STORY (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 กันยายน 2562 / 22:51
    หยอดไปอีก
    #326
    0
  17. #325 ✨•P•u•y•z•Z•i•i•✨ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 กันยายน 2562 / 22:51
    แหมมมมมมมมสงสารหมาจิ๊งงงง
    #325
    0
  18. #324 SVbulletz (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 กันยายน 2562 / 22:50

    อย่ามาเนียนนะอิพี่ดิฟ ฉันรู้ว่านั่นคือมารยาของเธอทั้งนั้น! หน้าหงอยไม่เหมะกับพี่หรอกนะเอาจริง หน้าพี่เหมาะกับคำว่ากะล่อนมากกว่า 5555

    #324
    0
  19. #323 firstzy93 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 กันยายน 2562 / 22:48
    5555 น่าเหมือนหมา
    #323
    0
  20. #321 Abyun (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 กันยายน 2562 / 11:59
    ให้ได้ยากๆแบบนี้แหละครับผมชื่นชอบบบบ
    #321
    0
  21. #320 Abyun (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 กันยายน 2562 / 11:59
    ให้ได้ยากๆแบบนี้แหละครับผมชื่นชอบบบบล
    #320
    0
  22. #319 ID_STORY (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 กันยายน 2562 / 10:48
    เป็นไงล่ะอิพี่ เอาล้าววว
    #319
    0
  23. #318 9ningnong9 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 กันยายน 2562 / 10:05
    หึงแล้วชิมิ

    เลยคิดจะจัดหนักอิพี่ดิฟ

    น้องบ่ใช่หมูเด้ออ
    #318
    0
  24. #317 chaichana01 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 กันยายน 2562 / 09:46
    วัยรุ่นใจร้อนน้องโกรธแล้วนะ
    #317
    0
  25. #316 ssnew11 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 กันยายน 2562 / 08:41
    สมน้ำหน้าอิพี่ แอร์อย่าไปยอมลูก #ทีมแอร์
    #316
    0