TRY ME ลองรักจะได้รู้

ตอนที่ 4 : #ลองรักเกส | 03 : Pre Wedding [1]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 595
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 44 ครั้ง
    8 ม.ค. 63

3

 

@NV ENTERTAINMENT

“อะไรนะ คู่หมั้นมึงบอกว่าไม่ได้ชอบผู้หญิง” เจน่าทวนประโยคคำพูดของฉันที่เล่าให้มันจบก็พ่นเสียงหัวเราะพร้อมกับขนมจำนวนหนึ่งที่เคี้ยวอยู่ในปากออกมา

“ไอ้เจ..ทุเรศ” ฉันละอยากจะให้แฟนคลับของมันมาเห็นจริงๆ เลยว่าคุณเจน่าที่เขายกย่องว่าสวย นิสัยดี เท่ เพอร์เฟ็คของพวกเขานั้นตัวตนจริงทุเรศทุรังมากแค่ไหน ดูมันสิขนมเต็มปากก็ยังหัวเราะจนเกือบจะเห็นไส้เห็นพุงข้างในอยู่แล้ว

“ก็ขำอะ เหมาะสมกันดีออกแบบนี้ ต่างคนต่างก็ไม่ได้ชอบเพศตรงข้ามนี่นะ น่าจะอยู่กันได้สบายป้ะ”

“กูไม่รู้อะ เขาก็ไม่ได้เป็นคนเลวร้ายอะไรขนาดนั้นนะ” เอาแบบไม่อคติเหมือนตอนแรกเจอเลยก็คือพี่เกสเป็นคนที่พูดจาดี สุภาพเรียบร้อย แม้จะแอบขวางโลกในบางเรื่องหน่อยแต่ก็ไม่ใช่จุดที่แย่จนรับไม่ได้

“เนี่ยไง คู่ชีวิตของมึงอะ” เจน่าตบเข่าฉาด “ว่าแล้วก็อยากเห็นหน้า ไว้ว่างๆ ต้องพามาแนะนำตัวให้รู้จักบ้างดิ ว่าแต่ว่าตีมงานแต่งสีอะไรอะจะได้เลือกชุดถูก.. แต่เอ๊ะ กูต้องเป็นเพื่อนเจ้าสาวนี่นา แบบนี้มึงต้องมีชุดให้กูแล้วถูกป้ะ”

“อย่าเยอะมึงอะ กูยังไม่ทันคิดเรื่องนั้นเลย อุตส่าห์รวบรวมความกล้าบอกไปว่าไม่พร้อมแต่งเร็วๆ นี้ ดีที่ฝ่ายนั้นเข้าใจและเห็นด้วยอะ ก็คงขอเวลาเตรียมใจ”

“มึงก็แต่งๆ ให้จบไปเหอะ ไว้ค่อยหย่าทีหลังก็ได้ไง หรือถ้ามึงคิดหนักเรื่องสินสมรสหลังหย่ามึงก็ไม่ต้องจดทะเบียนก็ได้ แต่ว่าทั้งมึงทั้งเขาก็บ้านรวยทั้งคู่มันจะไปมีปัญหาอะไรล่ะ” ไอ้เพื่อนคนนี้มันยังไงกันนะถึงได้ยุยงส่งเสริมให้ฉันแต่งงานเหลือเกิน

“พูดง่ายนะ ถ้าแม่มึงจับมึงแต่งงานบ้างมึงจะหน้าระรื่นงี้ป้ะ” ขอด่าหน่อยเหอะ

“ดีดิ ถ้าฝั่งนั้นกูรวยกูจะปลอกลอกให้ล้มละลายเลย”

อีสันขวานเอ๊ย หมดคำจะด่าแล้ว

ก๊อกๆๆ

เสียงเคาะประตูหน้าห้องทำงานนั้นดังขึ้นเป็นเหตุให้เราทั้งคนละความสนใจจากการสนทนาแล้วหันไปมองพร้อมกัน และเมื่อฉันกระแอมบอกให้คนข้างนอกเข้ามาได้นั้น ประตูก็ถูกเปิดออกก่อนจะปรากฏร่างของชายคนหนึ่งที่คุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างดีในบริษัท

“ว่ายังไงอาเธอร์” ฉันทักทายศิลปินหนุ่มในสังกัดอีกคนที่กำลังเดินเข้ามาหาด้วยใบหน้าง่วงซึมเหมือนคนนอนไม่พอ เขามีชื่อในวงการว่าอาเธอร์

“เจ๊..”

“บอส เรียกบอส” ฉันปรามมันเมื่อได้ยินคำขึ้นต้นว่าเจ๊นั่น ขอร้องหละ ศิลปินค่ายนี้มันเป็นอะไรกันทำไมถึงไม่มีใครเรียกฉันว่าบอสกันสักคน

“อีเจ๊”

นอกจากจะไม่เปลี่ยนสรรพนามยังจะเพิ่มคำว่าอีเข้ามาอีกเหรอ ไอ้เด็กคนนี้หนิ!

“เออมีอะไร” สุดท้ายแล้วฉันก็ได้แต่จิ๊ปากอย่างหงุดหงิดแล้วยอมรับการเรียกนั้น

“ผมอยากทำเพลงเอง” อาเธอร์ไม่ได้สนใจเจน่าที่นั่งอยู่ตรงโซฟาแล้วเดินผ่านมานั่งยังเก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานของฉันทันที เขามีกระดาษอะไรสักอย่างอยู่ในมือและกำลังนำมันมาวางไว้บนโต๊ะ “ผมอยากทำเพลงแนวนี้ อยากลองแนวที่โตขึ้นบ้างน่ะ”

ก่อนอื่นเลยนะ ฉันตกใจนิดหน่อยที่ศิลปินหนุ่มคนนี้มาบอกกับฉันว่าอยากจะทำเพลงเอง เพราะที่ผ่านมาก็มีทีมโปรดิวเซอร์ทำให้มาตลอด เพราะอาเธอร์ยังอายุไม่มากมาย เหมือนปีนี้เพิ่งเรียนมหาวิทยาลัยปีที่สองเองมั้ง แนวเพลงของเขาจะค่อนข้างขายความสดใสและฟังง่าย

ฉันหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาดูนิดหน่อยก่อนจะส่งคืนเขาไป

“แต่โปรดิวเซอร์เตรียมเพลงไว้ให้นายแล้ว เพื่อเตรียมออกช่วงปลายปี” ฉันตอบ

“โธ่ ถ้าเจ๊อนุมัติน่ะ โปรดิวเซอร์ก็ยอมเปลี่ยนให้อยู่แล้ว”

“นี่ ฉันเข้าใจว่านายอยากทำอะไรใหม่ๆ บ้าง แต่ว่ามันยังไม่ถึงเวลา เอาไว้นายมีชั่วโมงบินในวงการมากกว่านี้ มีฐานแฟนคลับที่พร้อมสนับสนุนเพลงของนายมากกว่านี้ฉันจะยอมให้นายทำเพลงเองก็แล้วกันนะ” วงการเพลงทุกวันนี้มันมีเรื่องของธุรกิจเข้ามาเกี่ยวข้องแทบจะทั้งหมด ถ้ายังไม่มั่นใจพอว่าเพลงที่ปล่อยจะขายได้ติดตลาด ทางบริษัทก็ไม่ปล่อยออกไปหรอก

“ทำไมวันนี้เจ๊ดุจัง” น้องมันที่นั่งฟังอยู่ก็ได้แต่ทำตาปริบๆ แล้วมุ่ยหน้าเล็กน้อย

“เอาหน่า คนกำลังจะแต่งงานก็งี้ เครียดเป็นธรรมดา” เจน่าพูดแทรกขึ้นหลังจากนั่งเงียบมานาน

“จริงดิ” อาเธอร์เบิกตากว้างอย่างตกใจเมื่อได้ยินคำบอกเล่านั้นเหลือบมองหน้าฉันสลับกับเจน่าไปมา “นี่อีเจ๊ฉายของผมขายออกแล้วจริงดิ กำลังจะมีผัวแล้วเหรอ”

“ไอ้อาร์ต” ฉันเรียกชื่อจริงของมัน โดยไม่ได้เรียกชื่อในวงการอย่างอาเธอร์อีกต่อไปเมื่อเห็นว่ามันเริ่มกวนประสาท

“เอาหน่า น้องมันก็พูดความจริง” เจน่าร่วมสมทบด้วยอีกแรง

“จะหักเงินให้หมดเลยไอ้พวกนี้นี่”

“กูจะฟ้องร้องว่ามึงเป็นเจ้านายหน้าเลือด” แต่เพื่อนก็คือเพื่อน กวนยังไงก็ยังคงกวนไม่เปลี่ยนอย่างไม่เกรงกลัวอะไรทั้งนั้น

“แล้วงี้ว่าที่ผัว..เอ๊ย ว่าที่สามีของเจ๊ฉายคือใครอะ” อาร์ตหันหน้ากลับมาคาดคั้นคำตอบจากฉัน

“ไม่ต้องยุ่งน่ะ เดี๋ยวก็รู้เอง”

ถึงยังไงถ้าฉันแต่งงานจริงมันก็ต้องมีข่าวในวงการไฮโซหลุดออกไปอยู่แล้ว มีคนมากหน้าหลายตาจับจ้องมาที่ฉันเยอะเพราะครอบครัวของฉันอยู่ในแวดวงไฮโซ ที่สำคัญยังเป็นคนที่ทำงานเกี่ยวข้องกับวงการบันเทิงอีกด้วย

“ถ้าหล่อสู้ผมไม่ได้ ผมไม่ให้แต่งนะเว้ย” น้องมันพูดพร้อมเอามือขึ้นมาสางผมไปด้วย “ถึงจะแอบเสียดายนิดหน่อยเพราะผมปลื้มเจ๊เบาๆ ก็เถอะ”

“ไอ้อาร์ต ลามปามละ” ฉันละเหนื่อยใจกับศิลปินพวกนี้ มันมีใครที่เกรงใจฉันบ้างไหมเนี่ย ฉันเป็นบอสนะ “พวกแกก็ไปซ้อมไปทำงานได้ละ บ่ายนี้ฉันมีนัด”

“นัดกับใครอะ” เจน่าเป็นคนถามบ้าง

“คู่หมั้น”

ใช่ คู่หมั้นที่ว่านั่นก็คือพี่เกสอะไรนั่นแหละ เหมือนเขาอยากมาคุยเรื่องรายละเอียดการแต่งงานของเราสองคนอย่างจริงจังโดยที่ไม่มีผู้ใหญ่รู้เห็นด้วยน่ะ ฉันเองก็อยากคุยเหมือนกันเพราะอยากตกลงอะไรบางอย่างด้วย ให้มันหายค้างคาใจไปเสียที

 

13:00 น.

@G RESTAURANT

สถานที่นัดเป็นร้านอาหารแห่งหนึ่งที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากบริษัทของฉันมากนัก จึงสะดวกในการเดินทางมาแล้วก็เดินทางกลับไปทำงานต่อ

“คุณ..มารอนานแล้วเหรอ” ทันทีที่ฉันเดินเข้ามายังโต๊ะที่จองเอาไว้ก็พบกับร่างสูงนั่งรออยู่ก่อนหน้านั้นแล้ว

“ไม่เท่าไหร่ครับ พี่มาก่อนหน้าคุณไม่กี่นาที” พี่เกสตอบจากนั้นจึงหยิบเมนูแผ่นหนึ่งขึ้นมาให้ฉัน “สั่งอาหารก่อนสิ”

“อือ” ฉันรับเมนูนั้นมาพร้อมกับนั่งลงไปยังเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามเขา

เมื่อสั่งอาหารเสร็จ เราสองคนจึงไม่รีรอที่จะเข้าเรื่องจุดประสงค์ในการมาเจอกันครั้งนี้

“ฉันอยากถามคุณว่าคุณโอเคกับการแต่งงานของเราครั้งนี้หรือเปล่า” นั่นคือสิ่งที่ฉันอยากคุยด้วยมาตั้งแต่เมื่อคืนแล้วแต่ยังไม่มีโอกาส เพราะหลังจากที่อีกคนบอกว่าไม่ได้ชอบผู้หญิง ก็มีคนเดินมาตามให้เข้าไปในบ้านเสียก่อน

“พี่ก็ไม่ได้อะไรนะ ในเมื่อพ่อแม่อยากให้แต่งพี่ก็แค่แต่งเท่านั้น” เขาดูชิลมากถึงมากที่สุดเลย ไม่ได้เป็นเดือดเป็นร้อนอะไรแบบที่ฉันเป็นก่อนหน้านั้น

“แต่ฉันไม่ค่อยโอเคน่ะ ไม่ใช่ฉันไม่โอเคกับคุณนะแต่ว่าเราไม่ได้รักกัน คุณเองก็ไม่ได้ชอบผู้หญิง คุณไม่รู้แปลกๆ เหรอถ้าต้องแต่งงานกับฉัน”

“คุณไม่โอเคที่จะแต่งงานกับพี่?” คนตรงหน้าเลิกคิ้วเล็กน้อย

“ก็ใช่ แต่ว่าทางผู้ใหญ่เขาคุยกันขนาดนี้แล้วฉันไม่กล้าเข้าไปคัดค้าน แต่ถึงจะค้านก็คงไม่ได้ผลเพราะแม่ฉันยืนยันหนักมากที่จะให้ฉันแต่งงานกับคุณให้ได้” ถึงขนาดรับของหมั้นมาโดยไม่ถามฉันก่อนด้วยนะ

“พี่ก็เหมือนกัน” พี่เกสพยักหน้าอย่างเข้าใจ

“ฉันอยากจะตกลงกับคุณน่ะ ว่าเราจะแต่งงานกันและค่อยมาหย่ากันทีหลัง ส่วนเหตุผลนั้นก็เอาเป็นว่าเราเข้ากันไม่ได้แล้วกัน ใช้เวลาสักปีสองปีค่อยหย่า คุณว่าโอเคหรือเปล่า” ฉันคิดว่ามันคือวิธีที่เหมาะสมที่สุดแล้ว เราแต่งงานตามที่ผู้ใหญ่ต้องการแล้วและเราก็จะหย่า ทั้งฉันและเขาไม่ได้รักกันชอบกัน เราทั้งคู่จะได้เป็นอิสระไง

“สองปีเหรอ?” อีกคนพูดพึมพำ

“หรือถ้าคุณว่านานไปเหลือแค่ปีเดียวก็ได้นะ” ยิ่งเวลาสั้นลงเท่าไหร่ก็ยิ่งดีเลยหละ

“พี่ไม่มีปัญหาถ้าคุณอยากจะหย่า ถ้าคุณมีข้อตกลงของคุณ พี่ก็มีข้อตกลงในส่วนของพี่เหมือนกัน” เขาหยัดกายนั่งตัวตรงแล้วก็หยิบแก้วน้ำขึ้นมาดื่ม

“ข้อตกลงอะไร”

“ความจริงแล้วสาเหตุที่พ่อแม่ของพี่บังคับพี่แต่งงานเพราะพวกท่านอยากมีหลาน”

“...”

“งั้นก่อนจะหย่า คุณก็มีลูกให้พี่สักคนได้ไหมล่ะ”

 

 

 

Related image
Image result for Irene rvv gif

Castle-G's Talk

กรี๊ดดดดดดดดดด มีสัก 3-4 คนไปเลยก็ได้ค่า

หนูอยากมีลูกกับพี่นะคะ--แค่กๆๆ---

___________________________________________

เข้าไปพูดคุยกันได้ที่ #ลองรักเกส ในทวิตเตอร์ได้ค่า

อยากปล่อยให้จีเล่นอยู่คนเดียว 55555555555

เฟซบุค : Castle-G | ทวิตเตอร์ : @castleglint

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 44 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

116 ความคิดเห็น

  1. #106 _darinn_ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 มกราคม 2563 / 21:43
    งั่นพี่ต้องเริ่มทำลู—ได้แล้วนะ เดี๋ยวเกินปีสองปี

    ว้อยยย5555555555
    #106
    0
  2. #86 ✨•P•u•y•z•Z•i•i•✨ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 มกราคม 2563 / 22:31
    จัดหนักจัดเต็มไปพี่
    #86
    0