[END] Six Crowns Wayfashion ร้อยรักโชคชะตาท้าทายลิขิต

ตอนที่ 15 : SC Wayfashion | Episode11

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,329
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    11 เม.ย. 60

T
H
E
M
Y
B

 

11

 

เวลา 6:44 PM

การจัดการแสดงชุด The Summer Snow จะเริ่มเวลาทุ่มครึ่ง ซึ่งตอนนี้เหลือเวลาอีกหนึ่งชั่วโมง ทางฉันเองก็แต่งตัวแต่งหน้าเสร็จตั้งนานแล้ว เหลือแค่ทำผม ซึ่งประเด็นคือมันยังไม่ได้หวีเลย จะหวีก็ไม่ได้ เล็บเพิ่งติดไอเทม ประดับชุดไป เดี๋ยวหักจะซวยเอา

ส่วนอิช่างผมตอนนี้หายไปไหนไม่รู้ กล้าทิ้งมินนี่ไว้แบบนี้เหรอ

ตอนนี้ผมที่ยังทำไม่เสร็จมาปกหน้าปกตาฉันเต็มไปหมดแล้ว เดี๋ยวให้ใครสักคนมาช่วยหวีออกให้ดีกว่า

โอ๊ะ! นั่นไง ฉันรู้สึกได้ว่ามีคนเดินผ่านฉันไปด้วยแหล่ะ เรียกไว้ก่อนดีกว่า

เดี๋ยว...พี่คะ พี่ช่วยหวีผมให้ฉันทีสิ

แม้จะไม่เห็นหน้าว่าคนที่ว่านั้นเป็นใคร แต่ก็พอรู้ได้ว่าเขาทำตามที่ฉันเอ่ยขอก็โล่งไปหนึ่ง ตอนนี้มีคนหวีผมให้ฉันแล้ว ดีใจจัง

ไม่นาน ฉันก็สัมผัสได้ถึงปลายหวีที่สางลงบนผมของฉันอย่างเบามือ คนที่หวีผมให้ฉันก็หวีให้ไปเรื่อยๆ จนมันเริ่มเป็นทรงขึ้นมาบ้าง จนในที่สุดมันก็เรียบร้อย มันทรมานมากเลยนะ อยากหวีผมแต่กลัวสีทาเล็บจะออกเนี่ย แถมอะไรมากมาย ทั้งขนนกทั้งเพชรติดตามเล็บอีก มันยากต่อการหวีผมมาก

เลยได้โอกาสจะหันไปขอบคุณผู้ใจดี แต่ชะงักทันทีเมื่อเห็นหน้าของเขา

ขอบคุณนะ เอ่อ...นาย!”

หมอนี่มาไงอีกเนี่ย แล้วไอ้คนที่หวีให้ฉันคืออีตานี่เองเหรอ หรือว่า...จะไม่ใช่ เพราะหลังจากที่เขาคนนั้นหวีผมให้ฉันแล้วก็เผ่นไปทางอื่นเพราะรีบมาก การ์ฟิลด์เลยเดินเข้ามา มันต้องเป็นแบบนั้นแน่ๆ

อือ...เรียกทำไมอีกคนตอบรับด้วยน้ำเสียงเรียบๆ

นายมายืนอะไรตรงนี้

ฉันยังคงเชื่อว่าการ์ฟิลด์ไม่ใช่คนที่ฉันขอให้หวีผมช่วยเมื่อกี๊นี้แน่ ฉันเชื่อในสิ่งที่คิด

อ้าว...ก็หวีผมให้เมื่อกี๊นี้ไง ถามอะไรแปลกๆไม่พูดเปล่า เจ้าของร่างสูงยกหวีที่จับอยู่ขึ้นมาให้ดูอีกด้วย

โห หลักฐานคามือเลยอะ เขาจริงๆด้วย

งะ..งั้นเหรอ เป็นนายเองเหรอ

ไม่พอใจ?” เขาเลิกคิ้วขึ้น

เปล่า...ตกใจต่างหากฉันแก้ตัวไป ยอมรับว่าแอบไม่พอใจเบาๆ หมอนี่เข้ามาป้วนเปี้ยนในนี้ทำไมเนี่ย

เหรอ”

นายเป็นผู้ช่วยช่างภาพนี่ รู้สึกจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับข้างหลังนี้เลยนะ มาได้ไง

การ์ฟิลด์เป็นคนที่มักจะทำอะไรให้ฉันได้ประหลาดใจอยู่เสมอเลยสินะ

ฉันเข้ามาได้ก็แล้วกันเจ้าตัวพูด ก่อนจะลากเก้าอี้มานั่งลงข้างๆฉัน วันนี้ฉันไม่เห็นโฟโต้เลยใบหน้าหวานยู่จมูกขึ้น

นั่นไง มาถึงก็ชวนฉันคุยเรื่องผู้ชายเลย ชิ แล้วนี่มาถามฉัน ฉันจะไปรู้กับหมอนั่นป่ะ ไม่ได้ห่อกล่องข้าวเดินตามสักหน่อย

ทำไม ไม่เจอแล้วจะขาดใจตายเหรอไง

ก็ไม่ขนาดนั้นหรอกนะ ฮ่าๆ ข้างนอกไม่มีอะไรทำเลยเข้ามา”  นี่สินะเหตุผล...

มาแล้วมีประโยชน์อะไรเนี่ยประโยคนี้ฉันพึมพำกับตัวเองเบาๆ

ได้ยินนะแต่เผือกได้ยินเฉยเลย

เออ...ได้ยินเองก็รับรู้ไปเองเหอะ

ถ้างั้นฉันไปก็ได้...ขอให้วันนี้สวยนะการ์ฟิลด์ลุกขึ้นยืนไปพร้อม

ชิ ฉันสวยเป็นปกติย่ะ

โอเคครับ...ไม่เถียง”  ไม่รู้ว่านั้นจะเอือมจนตัดบทไป หรือเชื่อแบบนั้นจริงๆ

แต่เอาเป็นว่าตอนนี้การ์ฟิลด์ได้เดินออกไปจากที่นี่แล้ว ส่วนอิช่างทำผมก็เพิ่งโผล่เข้ามา เฮ้อ...จะบอกให้ผู้จัดการไล่ออก คอยดูสิ แต่ตอนนี้ปรองดองก่อนจะดีที่สุด ก็ฉันยังทำผมไม่เสร็จเลยนะ

 

แทน ทะ ดะ แดน แทน แถ่นนน~ (ซาวด์แลดูโหล)

ช่วงเวลาที่ใครหลายคนรอคอยมาถึง เสียงของเพลงดังขึ้นภายในห้องหอขนาดใหญ่ที่จ้างดีเจฝีมือดีมาเล่น ผู้คนมากันเต็มอย่างหนาแน่น หลอดไฟทุกดวงส่องสว่างไปบนแคทวอร์กขนาดยาว

นางแบบสาวงามแต่ละคนก็ขึ้นไปเดินเฉิดฉายตามลำดับที่ซ้อมไว้ ประกอบกับเสียงเพลงที่เป็นจังหวะ เสียงปรบมือดังขึ้นเมื่อคนแรกเดินขึ้นไป ส่วนฉันก็ได้แต่นั่งรอไปก่อน เพราะชุดที่ฉันจะใส่ขึ้นไปเป็นชุดฟินาเล่ของงาน คือต้องเดินเป็นคนสุดท้ายไง งั้นก็ต้องนั่งรออยู่ตรงนี้แหล่ะ

 

ช่วงเวลาผ่านพ้นไป...พี่สตาฟที่คุมงานอยู่ก็เดินเข้ามาหาฉัน

ขึ้นไปเตรียมตัวได้เลยค่ะ

หึ...อย่างฉันคงไม่ต้องเตรียมตัวละ อีกไม่นานชุดก่อนการแสดงชุดฟินาเล่ก็จะจบลง ช่างควบคุมไฟหรี่ไฟในหอให้ดูมืดๆลง ซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่ฉันรู้อยู่แล้ว

เสียงปรบมือดังขึ้นอย่างล้นหลาม ทันทีที่ฉันย่างกรายขึ้นมาบนแคทวอร์ก ฉันเดินมาอยู่ที่จุดตรงกลางก่อนจะหมุนตัวเดินไปตามทางของรันเวย์ ด้วยความสูงที่มีอยู่ถึงร้อยเจ็ดสิบกว่า การใส่ส้นสูงถึงห้านิ้วทำให้ตัวของฉันเองยิ่งดูยืดมากขึ้น

แต่เมื่อเดินมาถึงครึ่งทาง ก็เกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้น

กึก~

เสียงของส้นที่ยาวถึงห้านิ้วหักลง ทำให้ตัวเองเกิดต้องหยุดเดิน  บ้าชะมัด! นี่มันเรื่องอะไรเนี่ย ฉันขึ้นมาเดินตั้งหลายครั้งไม่เห็นจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้

ฮือฮา ~~

ต่อมาก็เกิดเสียงพูดคุยกับเสียงชัตเตอร์ของกล้องหลายตัวดังไปทั่วห้องเสื้อแต่ไม่ถึงกับดังมาก ในเมื่อฉันเดินต่อไม่ได้เพราะไอ้รองเท้านี้ ก็ไม่ต้องใส่มันละ

การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าต้องเป็นเลิศ

ฉันหันไปกวาดยิ้มให้ทุกๆคนที่อยู่ในนี้ จากนั้นก็ก้มลงถอดรองเท้าทั้งสองข้างของตัวเองและโยนมันทิ้งลงข้างๆ แต่เนื่องจากการที่ฉันส้นหักเมื่อกี๊ทำให้เท้าแพลงไป ก็จะไม่แพลงได้ไงสูงตั้งห้านิ้ว ความเจ็บมันไม่ไม่ใช่น้อยเลยนะ แต่ก็ต้องเดินต่อไปเรื่อยๆ ก่อนจะเดินต่อมายังจุดปลายสุดของทางเดิน

รู้สึกเหมือนคนควบคุมไฟยังรู้หน้าที่อยู่ ไฟทุกดวงที่หรี่ลงในตอนแรกถูกปรับให้แจ้งขึ้น สปอตไลท์หลายสีสาดแสงมาที่ตัวชุดที่ใส่ในตอนนี้

การทำงานยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆ สาวทั้งหมดที่ไปยืนอยู่ด้านหลังก็ออกมาโชว์ตัวอีกกัน ส่วนฉันก็ยังต้องเดินอยู่ แม้ว่าเท้าจะเจ็บมากกว่าตาม ไม่อยากให้งานออกมาห่วยเพราะตัวเองหรอก (อันที่จริงก็เป็นความผิดของคนดูแลเสื้อผ้าด้วยแหล่ะ)

ทันที่ปิดงานลง ฉันเดินมายังข้างหลัง

พี่แป้งคะ...ฉันเดินเข้าไปหาพี่แป้ง ฝ่ายคอสตูมของงาน ซึ่งหน้าพี่แกตอนนี้ก็อึ้งๆอยู่ไม่น้อยเลย

พี่รู้แล้วๆ เอาเป็นว่าคงเป็นความผิดพลาดของพี่เองที่ไม่บอกให้เด็กๆเช็คให้ดีซะก่อน

อย่าให้กรณีแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยนักนะคะ เสียชื่อหมด

ไม่อยากจะวีนใส่เท่าไหร่ แต่ถ้าเหลือทนฉันก็ไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้นแหล่ะ แม้แต่พี่สาวที่สนิทสุดเองก็ตาม นี่มันแย่มากเลย แย่ที่สุด เกือบหน้าแหกกลางงาน แล้วต้องมาเจ็บเท้าอีก

โอ้ยยย ว่าแล้วก็เจ็บแปลบๆขึ้นมาเลย ขอนั่งลงก่อนนะตอนนี้

พี่ขอโทษจริงๆนะคะ เดี๋ยวจะลองคุยเรื่องนี้กับผู้จัดการดู

คุยเลยครับ ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่าฝ่ายเสื้อผ้าทำงานไม่ดีเหรอยังไง ถึงเกิดอะไรแบบนี้ขึ้นได้เสียงทุ้มๆของเจ้าของร่างสูงที่เข้ามาใหม่ เป็นจุดเรียกความสนใจได้ดีจากทีมงานทุกคน

พี่ต้องขอโทษอีกครั้งนะคะ คุณคลอส พี่สัญญาว่าจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีกแล้ว

ไม่เป็นไรหรอกครับ เอาเป็นว่าตอนนี้งานก็ผ่านไปได้ด้วยดีแล้ว ทุกๆคนก็ไม่ได้วิพากษ์วิจารณ์อะไรไปในทางที่ไม่ดีคลอสพูดด้วยน้ำเสียงเป็นกันเองกับพี่แป้ง จากนั้นก็เดินเข้ามาทางฉัน

ไม่เป็นอะไรใช่มั้ย

เป็น..เป็นมากด้วย เจ็บเท้านี่ไม่เห็นเหรอ

ไม่อะ ไม่มากหรอกแต่สุดท้ายก็เลือกที่จะตอบไปแบบนั้น ขอโทษนะ พอดีว่าไม่ได้อยากจะนางเอกอะไรหรอก เพราะถ้าบอกว่าเป็นก็จะมีคนเข้ามาทำแผลปฐมพยาบาลอะไรมากมาย ซึ่งฉันว่ามันวุ่นวาย เดี๋ยวฉันจะไปรักษาเองก็ได้

แน่ใจนะ?” คลอสถามเช็คอีกที

อืม...แค่นี้เดี๋ยวก็หายเป็นปกติแล้ว ไม่นานหรอก

ร่างสูงถอนหายใจดังเฮือก โชคดีมากที่เป็นแค่นี้

แค่นี้เหรอ มาลองเจ็บเองมั้ย จะได้รู้ว่าแค่นี้น่ะมันแค่ไหน

งั้นสำหรับวันนี้ ฉันกลับก่อนละกันนะ

ฉันไม่รีรออะไรมากมาย และก็เดินออกจากห้องเสื้อไป แต่ไม่รู้ว่าทำไมพอเดินออกมาถึงหน้าตึกแล้ว จะรู้สึกเจ็บได้ขนาดนี้ ทันเจ็บมากขึ้นเป็นเป็นสิบเท่าเลยอะ คล้ายว่าโดนของแข็งบีบอัดเท้าของฉันไว้อย่างแรงอยู่ แปลกจังเมื่อกี๊ยังไม่เป็นขนาดนี้เลยนี่หว่า

เป็นอะไรมากมั้ยคำถามซ้ำๆเดิมๆที่ฉันได้ยินบ่อยมากในค่ำคืนนี้ แต่คนถามกลับไม่ใช่คนเก่า

มะ...ไม่

ฉันว่าไม่ใช่ละ เดินไปได้ขนาดนี้ ท่าจะอาการหนักการ์ฟิลด์เดินหาฉันที่ตอนนี้เขยิบไม่ได้เลยอย่างที่เขาบอกจริงๆ

ฉันไม่เป็นอะไรหรอกน่าด้วยความทะนงศักดิ์ที่มีอยู่ในตัวจนสูงปรี๊ด ทำให้ฉันจะก้าวขาเดินต่อไป แต่คราวนี้กลับกลายเป็นเจ็บมาก จนล้มไปนั่งกับพื้น โถ ชีวิตของมินยูนา

ปากแข็งจริงๆ เป็นก็บอกเป็นดิเจ้าของใบหน้าหวานเดินมาย่อตัวลงข้างๆฉัน ก่อนจะก้มไปมองที่เท้าต้นต้นเหตุ

แล้วนี่อะไรฮะ?! เท้าแพลงขนาดนี้ยังจะใส่ส้นสูงเดินอีกเหรออยู่ๆเจ้าตัวก็โวยวาย

ก็...

เธอนี่มันจริงๆเลยไม่ว่าเปล่ามือหนาก็เอื้อมไปถอดรองเท้าของฉันออกทั้งสองข้างไปถือไว้กับตัวเอง

นะ...นายจะเอารองเท้าฉันไปไหนฉันมองรองเท้าปราด้าคู่สวยในมือของเขา

คงไม่ได้เอาไปทำกระถางปลูกต้นไม้หรอกนะ ก็จะถือให้เนี่ยไง

การ์ฟิลด์ยื่นมือมาให้ฉัน ซึ่งไม่เข้าใจว่าเขาจะสื่ออะไรเหมือนกัน

อะไร?”

จับมือสิ จะพยุงขึ้น

ฉันเม้มริมฝีปาก ใช้ความคิด ตอนนี้ฉันคงต้องลดความหยิ่งลงมาบ้างละนะ เพราะเจ็บมากจริงๆ มือเรียวของตัวเองก็เอื้อมไปจับมือของการ์ฟิลด์เช่นกัน จากนั้นเจ้าตัวก็ดึงฉันให้ลุกขึ้น

เดินไหวมั้ยเนี่ย?” เขาหันมาถามในขณะที่ยังจับต้นแขนประคองฉันอยู่

เอ่อ...ไหวอยู่ฉันยังคงพยายามแบกสังขารของตัวเองไปเรื่อยๆ

เอางี้...กว่าจะไปถึงรถเดี๋ยวก็คงสว่างกันก่อนพอดี ขึ้นหลังฉันมาการ์ฟิลด์ยื่นข้อเสนอมาให้

ฮะ? ฉันว่า..

ไม่มีทางเลือกละนะ ถ้าให้พยุงต่อไปแบบนี้คงต้องกลับกันพรุ่งนี้เช้าพอดี

ฉันเป็นตัวถ่วงเหรอสำหรับเขาเหรอเนี่ย?... แต่ใครขอล่ะ เขาอยากมาช่วยเองนี่นา

เออ...ก็ได้

คนที่จับแขนฉันตอนแรก เปลี่ยนมานั่งยอตัวลงแทนเพื่อให้ฉันขึ้นหลัง ฉันจึงเอามือไปเกี่ยวคอเขาไว้ ก่อนที่การ์ฟิลด์จะยืนขึ้น

ตัวเบาจัง กินข้าวบ้างมั้ยเนี่ย

เมื่อเขาว่าแบบนั้นฉันก็ใช้มือไปตีอีกคนอย่างแรงจนเกิดเสียงดังเพี๊ยะ พูดมากจริง จะมาวิจารณ์ตัวฉันทำไมยะ

เจ็บนะ เดี๋ยวปล่อยไว้กลางนี้ซะหรอกคนที่โดนตีไปเมื่อกี๊หันมาโวยฉัน

นี่เขากล้าขู่ฉันเหรอ เขาขู่ว่าจะทิ้งฉันไว้นี่ อะ..ไอ้บ้า ฉันไม่ทำร้ายร่างกายการ์ฟิลด์ก็ได้ เดี๋ยวไม่ได้กลับบ้าน ไม่อยากนอนตรงนี้หรอกนะ นี่พูดเลย

พอขึ้นมานั่งบนรถได้ คนที่อุตส่าห์แบกฉันมา ก็ยังไม่ได้ออกรถไปส่งฉันอย่างที่คิด เขาเปิดประตูรถและวางฉันให้นั่งลงกับเบาะ ส่วนตัวเองก็ก้มลงไปจับเท้าของฉัน

เจ็บมากมั้ยมือหนาจับเท้าข้างที่แพลงยกขึ้นมา

นะ...นี่ มันจะเจ็บเพราะนายมาจับเนี่ยแหล่ะ

เสียดายที่ในนี้ไม่มียา เดี๋ยวกลับไปเธอต้องหายาทานะ มีใช่มั้ยการ์ฟิลด์พูดด้วยน้ำเสียงนุ่มๆ ใบหน้าหวานขมวดคิ้ว เหมือนกับที่แม่มักจะทำใส่ฉันบ่อยๆเวลาเป็นห่วง แต่ว่ากรณีนี้อาจจะไม่เหมือนกันก็ได้

อืม

อีกคนมองฉัน และทำหน้างง

เป็นอะไร เหงื่อเต็ม ร้อนเหรอการ์ฟิลด์ถาม

จริงด้วยสินะ ฉันเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองมีเหงื่อออกเยอะขนาดนี้ อากาศตรงนี้ก็ไม่ได้ร้อนนี่หว่า แถมยังมีลมพัดเบาๆอีกด้วย ทำไมเหงื่อไหลโชกเลยนะ

คงงั้นมั้ง ฉันคงร้อนนั่นแหล่ะ

ไม่ใช่อุณหภูมินอกร่างกายหรอกที่ร้อน แต่มันเป็นอุณหภูมิกวามร้อนภายในร่างกายต่างหาก


คุยกับ Castle-G

บางทีอิเจ้จีก็เมานะแก 55555

อยู่ๆไปอัพบทที่ 12 ก่อนบทที่ 11 

โอ๊ย ตายๆ โดนฟิลด์วางยาแน่นอน +__+

บทนี้นางเอกเหมือนจะหวั่นไหว โอ้ ไม่นะ นั่นเกย์ค่ะลูก 55555



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,146 ความคิดเห็น

  1. #1094 YulSica (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 กันยายน 2559 / 23:56
    อิฟิลด์แกแกแกแกแกจีบมินนี่ทางอ้อมป่ะ
    #1,094
    0
  2. #1050 happy20133p3 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 มกราคม 2559 / 10:57
    การ์ฟิลลลล นายบอกชั้ลมานะ ว่านังวันวานมันคือใครรร
    #1,050
    3
  3. #1049 happy20133p3 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 มกราคม 2559 / 10:57
    นังวันวานมันคือครายยยยย
    #1,049
    0