[END] Six Crowns Wayfashion ร้อยรักโชคชะตาท้าทายลิขิต

ตอนที่ 11 : SC Wayfashion | Episode07

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,476
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    11 เม.ย. 60




7

 

หลังจากที่วันนั้น ฉันเจอการ์ฟิลด์ที่ห้องเสื้อ วันต่อมาฉันก็ไม่เจอเขาเลย ในแวบแรกดีใจมากคิดว่าเขาคงไม่มาที่นี่แล้วหล่ะ แต่ทว่าฉันคงมโนไปเอง

เมื่อ 1 อาทิตย์ต่อมา การ์ฟิลด์มาโผล่ที่ห้องเสื้ออีกครั้ง คราวนี้หมอนั่นบอกว่ามาเป็นผู้ช่วยช่างภาพ

ทำฉันชะงักไปพักใหญ่ๆเลยหล่ะ

สวัสดี เราได้ทำงานร่วมกันละนะใช่ ตอนนี้หมอนี่ยืนอยู่ตรงหน้าฉัน

เพ้อเจ้อ

ฉันว่าไม่นะ เพราะฉันเป็นผู้ช่วยของโฟโต้ และโฟโต้ได้ร่วมงานกับเธอ ฉะนั้นเราก็ต้องอยู่ด้วยกันอีกตามเคย เห็นมั้ยล่ะ

เอาจริงๆ หมอนี่ก็ใช้ความสามารถเข้ามาทำงานในนี้ได้นี่นา เป็นความสามารถที่พอตัวเหมือนกัน แล้วจะให้ฉันช่วยตั้งแต่แรกทำไมวะ เอานาฬิกาของแม่ฉันคืนมาด้วยเลยนะ

นายไม่เห็นพึ่งฉัน ก็ยังทำได้ขนาดนี้แล้ว เอาของๆฉันคืนมานะ

ไม่ ฉันจะเก็บเธอไว้เป็นตัวช่วยหนึ่งของฉัน ฉะนั้น ไม่คืน

เกิดมายังเคยจนตรอกขนาดนี้เลยนะ อิบ้านี่เป็นใครวะบังอาจมาก

นายบังคับฉันนี่

หือออ? ใครบังคับเขาว่าพร้อมทำสีหน้าตกใจอย่างน่าหมั่นไส้ ฉันยื่นเงื่อนไขต่างหาก ถ้าเธอไม่ช่วยฉันก็จะเอาไอ้นาฬิกานี่ไปให้ลูกพี่ลูกน้องที่ชอบสะสมแทน แต่ถ้าช่วยก็จะคืนให้เธอ มันบังคับตรงไหน นี่เขาเรียกว่ายื่นเงื่อนไข

ไปตายซะ เงื่อนไขบ้าบออะไร ทำไมฉันถึงได้มีแต่เสียกับเสียอย่างนี้ หรือว่าฉันควรจะไปซื้ออันใหม่มาแทนดี...แต่ว่าแม่คงจับได้แหงเลย ก็นั่นมันสั่งทำนี่หว่า

โอ้ย นายนี่มันกวนโมโหจริงๆ

ใครชื่อโมโหอีกคนตีหน้าสงสัย

พ่อนายมั้ง

ข่าวผิดแล้วเธอ พ่อฉันไม่ชื่อนั้นนะเขาพูดเองหัวเราะเอง

ฉันกลอกตาบิดเป็นหลอดไฟเบอร์ห้า หมอนี่มันช่างน่าปวดหัวสุดๆ เอาเป็นว่าฉันขอไม่พูดกับเขาอีกดีกว่า เพราะเดี๋ยวจะทำให้ฉันเสียสมาธิในการทำงาน แล้วมาตีกับเขาแทน

เมื่อเห็นว่าควรจะออกห่างจากนายนี่ ฉันก็เดินไปทางพี่แป้ง พี่สาวคนสนิทที่เป็นฝ่ายคอสตูม เธอจะคอยจัดการดูแลเรื่องเสื้อผ้าของนางแบบทุกคนอยู่เสมอ ทุกอย่างที่ออกมาจากมือพี่แป้งล้วนแต่ผ่านการเก็บรายละเอียดมาทั้งหมด ด้วยความเนี้ยบของพี่แก จึงทำให้งานดูสมบูรณ์แบบมาก

สวัสดีค่ะพี่แป้งฉันว่าพร้อมยกมือไหว้บุคลากรสำคัญของที่นี่

อ้าว...มาแล้วเหรอมินหญิงสาววัยสามสิบต้นๆ ละสายตาจากการจัดเสื้อผ้ามาคุยกับฉัน

ค่ะ นี่จะเริ่มงานตอนไหนเหรอคะเอาจริงๆ นะ ในใบตารางงานบอกว่าวันนี้มีถ่ายแบบของคอลเล็กชั่นใหม่ ซึ่งเวลาเริ่มงานคือ 8 โมง จนตอนนี้จะ 9 โมงอยู่มะรอมมะร่อยังไม่มีท่าทีจะเริ่มงานเลย

อ้อ...มินคงยังไม่รู้ คือคุณผู้จัดการบอกว่า เลื่อนงานนี้ออกไปก่อน ช่วงนี้มีโปรเจคป่าชายเลน เลยจะไปงานนั้นก่อน

ฮะ? เลื่อนออกไป? เลื่อนแบบกะทันหันอย่างนี้เลยเหรอ

โปรเจคใหม่เหรอคะฉันไม่เข้าใจว่างานที่แทรกเข้ามาแทนที่ว่านั้นเป็นแบบไหน ดูจากชื่อเป็นทะแม่งๆ ยังไงก็ไม่รู้

อืม...ใช่ เห็นว่าเกี่ยวกับการดูแลธรรมชาติ ให้ใกล้ชิดกับสิ่งแวดล้อมอะไรประมาณนี้ ผู้จัดการคนใหม่เขาคิดขึ้นมาอย่างนั้น พี่ว่าดีออก ได้เปลี่ยนบรรยากาศดีนะ

ฉันพยักหน้ารับ ไปวันไหนเหรอคะ

อ้อ...คงมะรืน พี่ขอโทษนะที่ไม่ได้โทรไปบอกแต่เมื่อเช้า เด็กคงทำงานตกหล่นแน่เลย

ไม่เป็นไรค่ะ

สรุปคือฉันมาเสียเวลาในวันนี้สินะ รอตั้งชั่วโมงสรุปคือ เลื่อนออกไป อีผู้จัดการคลอสนั่นค่อนข้างกวนนะ ไม่ติดว่าเป็นผู้จัดการโดนตบนานละ

ฉันกำลังจะถามพี่แป้งต่อ เกี่ยวกับเรื่องเวลาในการเดินทางพรุ่งนี้  คนตัวต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดก็โผล่เข้ามา

พี่แป้งครับ พรุ่งนี้ผมกะว่าจะไปเช้าหน่อย ประมาณสัก 6 โมงกว่าๆ แดดจะได้ไม่แรงมาก ฝากบอกฝ่ายประชาสัมพันธ์หน่อยนครับ

เยี่ยมเลย เวรี่กู้ด เขามาบอกในสิ่งที่ฉันกำลังอยากรู้พอดี -__-; แล้วอะไรคือไป 6 โมง?? เวลานั้นฉันตื่นหรือยังก็ไม่รู้ บ้าเปล่า

คลอสคุยกับพี่แป้งจนจบ ก็หันมามองที่ฉันก่อนจะระบายยิ้มส่งมาที่ฉันเล็กน้อย

ขอโทษนะ เพิ่งสังเกตเห็น

ย่ะ ก็ไม่ได้ต้องการให้เห็นหรอก  แล้วนี่มองหน้ามีปัญหาอะไรเนี่ย

อือ

ฉันพูดกับคลอส ก่อนจะหันมาถอนหายใจให้กับตัวเอง แต่ดูเหมือนว่าร่างสูงของอีกคนจะคิดว่าฉันถอนหายใจใส่เขา ซึ่งมันก็....

เอ่อ...ไม่พอใจอะไรรึเปล่า ขอโทษนะ ที่ฉันเลื่อนกะทันหันแบบนั้นเขาพูดด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด

แล้วจะให้ฉันพูดไปตรงๆเลยเหรอไงว่า ใช่ ฉันไม่พอใจนายอะไรแบบนั้น อย่าลืมสิว่าเขามีตำแหน่งเป็นถึงผู้ดูแดจัดการทำงานของที่นี่นะ มินยูนายังไม่อยากหาเรื่องให้ตัวเองตอนนี้หรอก ห้องเสื้อนี่เป็นห้องเสื้อระดับเอเชียเชียวนะ การได้ทำงานที่นี่เป็นบันไดก้าวแรกในการสานฝันของตัวเอง เป็นไปได้ฉันคงไม่อยากถูกไล่ออกหรอก เสียชื่อฉันพอดี

เปล่า ฉันแค่รู้สึกว่าวันนี้มันเสียเวลา”  ใช่...นี่คือคำพูดแบบจิกกัดซอฟต์ๆของฉัน

“เธอคงรู้ข่าวช้า

ช้าเช้อไรล่ะ ไม่รู้เลยว่าว่าได้ เฮอะ

เด็กประชาสัมพันธ์คงทำงานห่วย”  ...หรืออีกกรณีหนึ่งก็คือ เด็กพวกนั้นคงหมั่นไส้ฉัน

อ่า งั้นเดี๋ยวคงต้องไปเคลียร์สักหน่อย เที่ยงนี้ว่างมั้ย? เดี๋ยวเลี้ยงข้าวเป็นการขอโทษคลอสพูดพร้อมกับยกข้อมือข้างซ้ายขึ้นมาดูนาฬิกา

จากที่มองอยู่ตรงนี้คลอสดูไม่ใช่คนที่อายุเยอะเลยด้วยซ้ำ เขาน่าจะอายุมากกว่าฉันสักสองสามปีประมาณนี้ เด็กกว่าคุณเททัศน์ผู้จัดการคนเก่าอยู่มาก แถมยังเรียกพี่แป้งว่าพี่อีก

แต่นายไม่ได้ผิดอะไร ไม่เป็นไรหรอก

ผิดสิ ฉันคงยังดูแลเรื่องงานไม่ดี ทำให้คนในที่ทำงานเดือดร้อน ผิดมากด้วย

อันที่จริงแล้วเที่ยงนี้ฉันก็ไม่มีงานที่ไหนหรอกนะ...

“...” ตอนนี้กำลังใช้ความคิดอยู่ว่าจะไปกับเขาดีมั้ย

ถือว่าเป็นการทำความรู้จักกันอีกทางหนึ่ง

รู้จักกันอีกทางหนึ่ง? คาดเดาว่าน่าจะเป็นการส่วนตัว เฮ้ย! นี่มันระดับผู้จัดการเลยนะเว้ย คนอย่างมินนี่ก็ปฏิเสธได้ทุกระดับนั่นแหล่ะ แต่ว่ากรณีนี้เอาเป็นว่าฉันไม่อยากเซย์โนเท่าไหร่ เพราะฉันต้องร่วมงานกับคลอสไปอีกนานเลย สรุปไว้เอาเป็นว่า

อืม ถ้างั้นก็บอกมาเลยว่าที่ไหน

ฉันไปจ้า

 

Six Crowns Way-fashion

 

เวลานัดเป๊ะๆ ตอนนี้ฉันมาอยู่ที่ร้านอาหารที่หนึ่งซึ่งอีกฝ่ายเป็นคนเลือกเอง เป็นร้านอาหารไทยๆ ซึ่งเขาบอกว่าอยากกินอาหารไทย เนื่องจากคลอสเพิ่งกลับจากญี่ปุ่น ไปอยู่ที่นั่นนานได้กินแต่เทอริยากิไม่มีต้มไก่ให้กิน เชื่อเค้าเลย

มาแล้วเหรอคลอสทักฉัน เมื่อเห็นว่าเดินเข้ามายังโต๊ะที่จองไว้

ก็เห็นนี่ไม่ได้ตั้งใจกวนนะ แต่ไม่เข้าใจว่าจะถามทำไม

โอเค นั่งสิ

พอได้ยินแบบนั้นฉันเลื่อนเก้าอี้ทางด้านตรงข้ามออกมาพร้อมกับทิ้งตัวนั่งลงตามโดยวางกระเป๋าไว้บนโต๊ะทางฝั่งของตัวเอง

นั่งไปสักพักหลังจากสั่งอาหาร เจ้าของร่างสูงก็เริ่มชวนฉันคุย

เธอชอบงานแนวไหนเหรอเขาถามด้วยน้ำเสียงเรียบๆ

หมายถึง?”

งานดีไซน์ไง เธอบอกเป็นดีไซเนอร์นี่

อ้อ....จะชวนฉันพูดเรื่องนี้เองเหรอ แล้วนี่จะตอบไปว่ายังไงดีนะ อันที่จริงแล้วฉันก็ชอบทุกๆ งานที่เกี่ยวกับการดีไซน์นั่นแหล่ะ ชอบจริงๆก็น่าจะเป็นแฟชั่นสไตล์เรียบๆ ติดหรู ดูมีระดับเทือกนั้น

ฉันชอบงานที่แตกต่างและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่ซ้ำใคร

ยิ่งแตกต่างได้เท่าไหร่ยิ่งดี มันเป็นลักษณะของงานดีไซน์แฟชั่นที่ฉันชอบ เพราะมันจะทำให้เราดูโดดเด่นไม่เหมือนใครมากที่สุด ฉันไม่ค่อยชอบอะไรที่เหมือนใครหรอก คิดดูสิ เวลาคุณเดินออกไปชอบปิ้ง หรือเดินเล่น แล้วเกิดเจอผู้หญิงอีกคนที่สะพายกระเป๋าแบบเดียวกับเราเป๊ะๆ มันจะเฟลมากแค่ไหน เห็นละอยากจะวิ่งไปกลับบ้านไปเปลี่ยนกระเป๋าทันทีเลยหละ

งั้นเหรอ...สำหรับฉันก็ชอบอะไรที่เป็นเอกลักษณ์เหมือนกัน...ไม่เหมือนใครผู้จัดการคลอสว่า ตอนเขาพูดประโยคนั้นคลอสมองมาทางฉันด้วยรอยยิ้ม

นายบอกนายมาจากไหนนะ

ฉันมาจากบริษัทที่นึงจากญี่ปุ่น เรียนจบมาเกี่ยวกับเรื่องการจัดการซะส่วนใหญ่ นานๆทีก็จะมีโอกาสได้ไปดูแฟชั่นโชว์บ้าง แต่ไม่บ่อย

นายอายุเท่าไหร่เนี่ย?”

ยี่สิบเอ็ด

ฉันควรเรียกพี่ดีมั้ย?” อายุเยอะกว่าฉันปีนหนึ่งเลยนะ

ไม่ต้องหรอก เรียกแบบนี้ดีแล้วจะได้ดูเป็นกันเอง อีกอย่างฉันไม่ถือเรื่องอายุด้วย

ธรรมเนียมสากลเหรอไง ไม่ถือเรื่องอายุ เฮ้อ แต่ก็เอาเหอะ อะไรที่ทำแล้วมันสบายใจก็จะทำต่อไปละกัน ความจริงฉันก็ไม่นับเรื่องอายุหรอกนะ อีพวกเพื่อนในเอสซีก็อายุไม่ได้เท่ากันไปหมดทุกคน ยังไม่มีใครถือเลย

งั้นเหรอ...นายเคยไปดูวีคไหนบ้างอะวีคที่ว่านี่คืองานจัดแฟชั่นบนรันเวย์อะไรนั่นแหล่ะ

ฉันเคยไปดูของเอมิลี่ G’nis Fashion แบรนด์ SAND ที่ฝรั่งเศส

เดี๋ยวนะ! ของเอมิลี่เลยเหรอ อ่า...แบรนด์ดังด้วยสิ ตอนนั้นฉันติดงานมากก็เลยอดไป ยังเสียดายไม่หายเลยนะ เห็นอย่างนี้ก็แอบติดตามอยู่ห่างๆเหมือนกันนะ

งานเป็นไงอะฉันอยากรู้จริงๆนะ แม้ว่าในช่วงนั้นที่พลาดไป ฉันไปไล่ถามเรื่องงานจากคนที่ได้ไปหลายๆคนแล้วก็เหอะ แต่มันก็อยากรู้อีกอยู่ดี

เหมือนจะเป็นแนววินเทจผสมเสื้อผ้ายุคใหม่ สไตล์ที่แตกต่างกันแต่สามารถออกแบบให้เข้ากันได้อย่างลงตัว อลังดี

ระหว่างที่เจ้าตัวกำลังเล่ารายละเอียดของวีคนั้น พนักงานเสิร์ฟของร้านก็เข้ามาวางอาหารที่สั่งไปไม่นานมานี้ เร็วดีเหมือนกันนะเนี่ย

คงสวยมากสินะ ถึงแม้ฉันจะเห็นจากหนังสือเปิดตัวแล้วก็เหอะฉันถอนหายใจและบ่นเรื่อยเปื่อยไป

อือ ทานข้าวกันดีกว่าเจ้าของร่างสูง

 

ใช้เวลาไปเกือบหนึ่งชั่วโมง ในการนั่งทานอาหารมื้อนี้ พร้อมกับพูดคุยไปเรื่องนั้นบ้าง แต่ส่วนใหญ่ฉันจะไม่ได้เป็นคนเปิดประเด็นหรอก คลอสจะเป็นคนชวนพูดเสมอแหล่ะ ฉันไม่รำคาญซะด้วยสิ เพราะเรื่องที่เขาพูดมาก็มีแต่สิ่งที่ฉันสนใจทั้งนั้น จนบางครั้งก็แอบคิดว่าเขาไปสืบเรื่องของฉันมาคุยเหรอไง

ให้ไปส่งมั้ยเจ้ามือเลี้ยงข้าวในมือนี้พูดขึ้นเมื่อฉันกับเขา เดินออกมาจากร้านอาหารเรียบร้อย

ไม่เป็นไรหรอก ฉันกลับเองได้

แน่ใจนะ

อือ

ฉันตอบรับไปสั้นๆแค่นั้น ก่อนจะเดินออกมาข้างนอก ตอนนี้ฉันเริ่มไม่อยากนั่งแท็กซี่ละอะ รู้สึกกลัวมาก ตอนนี้ขอโทรหาใครสักคนมารับกลับคอนโดดีกว่า อ้อ...แล้วถ้าถามว่าทำไมฉันไม่ให้คลอสไปส่งน่ะเหรอ ฉันแค่ไม่อยากกวนเขาน่ะ แถมยังไม่ได้คุ้นเคยมากขนาดนั้นด้วย เรียกง่ายๆคือมันเป็นตรรกะห่วยๆของฉันเอง

คนแรกที่ฉันคิดว่าคงไม่ปฏิเสธคำขอร้องของเพื่อนแน่ๆ ก็คือ...

[ว่าไง มินนี่]

ซีนอน มารับฉันหน่อยสิ

[ขอโทษทีนะ พอดีวันนี้พ่อเรียกไปคุยเรื่องงาน]

อ่า...ไม่เป็นไร

ฉันวางสายไปอย่างเสียดาย ติดงานอีกละ ถึงแม้ว่าซีนอนจะเป็นคนที่ค่อนข้างใจดี และเทพบุตรสุดๆในกลุ่มเอสซีละ แต่เขาคนนี้ก็งานเยอะมากเหลือเกิน เยอะกว่าฉันอีกพูดเลย ทั้งเรื่องบริษัท เรื่องบริหารอสังหาฯ เรื่องในกองถ่ายอีก ฯลฯ

งั้นโทรหาคนนี้ก็ได้

[อืม...]

นั่นคือคำสั้นๆ ที่ฉันได้ยินจากเพื่อนชายอีกคนในกลุ่ม six crowns ไอ้คนนี้พูดน้อยอยู่แล้ว ไม่แปลกใจหรอก

นายมารับฉันหน่อยสิ ที่ร้านอาหาร ToFood นะ

[ตอนนี้?]

เออดิ ไม่มาตอนนี้จะมาตอนไหนอะ นี่อย่าบอกว่าไม่ว่างนะ

[ว่างอยู่ แป๊บ]

ปลายสายพูดแค่นั้น ก็ตัดสายไป ไอ้คนที่ฉันคุยด้วยเมื่อกี๊ชื่อโนอาร์ มันบุคคลที่พูดน้อยที่สุดแล้ว วันๆเขาจะชอบขลุกตัวอยู่คนเดียว ไม่อ่านหนังสือ ก็จะนั่งฟังเพลง ไม่ค่อยเสวนากับชาวบ้านเขา

 

รอไปอีกประมาณ 20 นาทีได้ ราชรถของฉันก็มาเกย (?) ต้องบอกว่าโนอาร์มารับฉันแล้วอะนะ ฉันเดินเข้าไปในนั่งในรถ ซึ่งเป็นฝั่งข้างคนขับ

ทำไมวันนี้ต้องให้มารับคนที่มารับฉันเอ่ยขึ้นเมื่อออกรถไปแล้วเรียบร้อย

ฉันไม่อยากกลับคนเดียว เดี๋ยวจะโดนปล้น

ฮะ? ที่นี่มีโจรด้วย?” ใบหน้าที่จัดว่าดีสื่ออารมณ์ถึงความสงสัย แม้ว่าหน้าของอีกคนจะยังดูนิ่งอยู่ก็ตาม แต่ฉันสามารถรับรู้ได้ว่าเขากำลังสงสัยอยู่

แน่นอนสิ ไม่สงสัยก็แปลกละ ที่เกาะเอไซด์จะมีปัญหาอาชญากรรมเกิดขึ้นน้อยมากถึงมากที่สุด การที่มีโจรอยู่ในนี้ถือเป็นเรื่องแปลกประหลาด

มีสิ ทำไมนายถึงตกข่าวกัน

ก็ไม่รู้สิ

ฉันกับโนอาร์จบการสนทนาไว้แค่นั้น และเมื่อกลับมาถึงคอนโด ฉันบึ่งขึ้นห้องในทันทีโดยไม่ลืมที่จะขอบคุณผู้มีอุปการะ ใจดีมารับฉันกลับบ้านในวันนี้ด้วย





คุยกับ Castle-G
ใครบอกว่าคลอสไม่ใช่พระรอง (ก็แกไงอิจี//อ้าวเหรอ)
55555+ ก็ไม่ใช่อะไรหรอก เพราะนิยายเรื่องนี้ตัวละครเยอะ
และเนื้อเรื่องค่อนข้างซับซ้อน ตัวละครพัฒนาไปเรื่อยๆ
ตอนนี้ขอให้ทุกท่านอ่านให้สนุกแล้วเม้นท์ให้เจ้จีด้วยนะคะ
เออ..แก อย่างว่านั่นแหล่ะ นิยายเรื่องนี้มันเคยอัพจบมาแล้ว
แต่รีไรท์ไง 555+ รีไรท์ก็ไม่มีอะไรมากหรอกแกเอ๊ย พล็อตเดิม
คนที่เพิ่งอ่านถ้าอยากรู้ ไปดูสปอยบทต่อๆไปจากคอมเม้นท์เก่าๆได้




T
H
E
M
Y
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,146 ความคิดเห็น