[END] Six Crowns Wayfashion ร้อยรักโชคชะตาท้าทายลิขิต

ตอนที่ 10 : SC Wayfashion | Episode06

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,500
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    11 เม.ย. 60




6

 

Garfield’s Talk

เอาหล่ะ ทุกคนเจอกับผมอีกแล้ว  ผมชื่อการ์ฟิลด์นะ และแน่นอนทุกคนรู้อยู่แล้ว แต่แค่อยากบอกไว้ก่อน เดี๋ยวมีคนไม่รู้จะมาอาละวาดผมอีก

เอาจริงดิ?” ลีโอทำสีหน้าเซ็งๆ

วันนี้มันแต่งเนื้อแต่งตัวปานดารา ใส่แว่นตาดำคลุมแจ็คเก็ต....มันไม่ใช่ดาราเลยนะ มันเป็นนักร้องแถมยังมีชื่อเสียงอีกด้วย วงอะไรนะวีๆ สักอย่างจำชื่อวงมันไม่ได้

เออ...เอาจริง ช่วยปิดเรื่องให้ด้วยผมพูดกับมันอย่างจริงจัง เพราะเรื่องที่ผมกำลังจะทำแม่งโคตรเสี่ยงเลย

ถ้าเกิดเรื่องขึ้นมา กูไม่ผิดนะเว้ย

อ้าว...เป็นเพื่อนกันยังไงวะ

ไม่รู้อะ กูห้ามมึงละ ไม่ฟังเอง

อ้อ...ไอ้เรื่องที่ทำให้ลีโอกำลังร้อนใจอยู่ตอนนี้ก็คือ...เรื่องการทำงานของผมนี่แหล่ะ คือ...ผมปลอมเอกสารประวัติตัวเองไว้น่ะ (ถูกจับได้นี่ซวยครับ) ว่าจะมาสมัครงานที่นี่ ที่ตึกใหญ่ของห้องเสื้อ S.E.P. แต่ดันลืมเอาไว้ที่ห้อง ผมเลยโทรให้มันเอามาให้ แล้วพอมันรู้ก็ถึงกับถีบผมกระเด็นเลยหล่ะ

ช่างดิ เอาเป็นว่ามึงจะไม่มีส่วนรู้เห็นกับกูละกัน

เป็นเรื่องที่ดีลีโอว่าพร้อมกับทำหน้าโล่งใจ

แน่สิครับ ปลอมแปลงเอกสารของตัวเองนี่ความผิดมหันเลยหล่ะ สิ่งที่ผมเปลี่ยนก็มีแค่ นามสกุล ที่อยู่ ชื่อบิดา มารดา การศึกษา เท่านั้นเอง ไม่เยอะเลย แค่นี้จริงๆ

ก็ประมาณนี้ ส่วนใบที่เปลี่ยนแปลงก็คงเปลี่ยนนามสกุลจากเดิมเป็น อัศวาเพื่อการไม่โดนด่าทีหลังผมแค่ตัดให้มันสั้นลง ฮาาาาาา ส่วนที่อยู่ชื่อพ่อชื่อแม่ก็เปลี่ยนหมด การศึกษานี่เอาแค่มหาฯ ลัยที่ไทยพอ ผมต้องดูเป็นบุคคลที่ธรรมดามากที่สุด

กลายเป็นว่าตอนนี้ ผมก็คือ นายชัชธเชนทร์ อัศวา พ่อกับแม่ปลูกฝิ่นและกัญชาที่เชียงใหม่ เอ้ย! พ่อกับแม่ทำงานขนส่งผลไม้เมืองหนาวที่เชียงใหม่ต่างหาก ผมขอโทษนะครับพ่อ...ที่ลูกทำร้ายพ่อได้ขนาดนี้ เป็น ผู้บริหารอยู่ดีๆ กลายเป็นคนส่งผลไม้ไปซะละ

งั้นกลับนะ ไม่มีไรแล้ว”  ลีโอว่า น้ำเสียงแล้วก็ท่าทางของมันดูเร่งรีบเหมือนอะไรที่บ้านหาย

ดูรีบเนอะผมประชดมัน

รีบดิวะ มีนัดวันนี้ ไม่ไปไม่ได้

หูยยย สาวนัด???”

หมอนัด

เวรนี่ ผมขอให้หมอเอาเข็มจิ้มมันตาย เดี๋ยวนะ!!...ไอ้ลีโอเป็นคนที่กำกวมมาก เพราะฉะนั้นหมอนัดที่ว่าอาจจะไม่ใช่คุณหมอที่โรงพยาบาล แต่นั่นหมายความว่าสาวที่มันนัดเป็นหมอ

ผมหาได้สนใจอะไรอีก เพราะตอนนี้ต้องเอาเอกสารนี้เข้าไปสมัครงาน แต่นั่นเองเป็นเหตุทำให้ผมเจอกับใครบางคน

สวัสดี ยูนี่ผมว่าพร้อมโบกมือทักทายเจ้าตัว

เธอหันมาขมวดคิ้วมองผม ใครชื่อยูนี่?”

เอาอีกละ ทำอะไรไม่พอใจนิดหน่อยก็โดน ทำไมผู้หญิงสมัยนี้แลดูเข้าถึงยากขนาดนี้วะ

โอเค...ไม่คุยก็ได้ ไปนะจากที่โบกมือทักทาย ตอนนี้กลายเป็นโบกมือลาไปแล้ว แต่ทว่ายังไม่ทันได้เดินออกไป อีกคนก็ถามดักไว้

นายรู้จักลีโอด้วยเหรอ?”

ซวยตายห่าเลย เธอเห็นด้วยเหรอเนี่ย ขนาดไอ้คนที่เป็นเพื่อนใส่ชุดคลุมแว่นตาดำขนาดนั้น ยังจำได้ด้วยเหรอวะ

อือ...รู้จัก...

ทำไงดี นี่กะว่าจะมาแบบคนธรรมดา ดันไปรู้จักไอ้นักร้องของวงดังอย่างลีโอซะได้ มันจะไม่ธรรมดาเพราะตรงนี้แหละน้า และขืนถ้าบอกไปว่าเป็นเพื่อนกันอีกยิ่งซวยเลย

“...” มินนี่เงียบไปเหมือนใช้ความคิด

แฟนเก่าฉันเอง

โทษทีเพื่อน กูรู้สึกผิดกับมึงมากนะ แต่ขอแค่ครั้งนี้ครั้งเดียว แล้วจะไม่ทำให้เสื่อมเสียอีก

เจ้าของใบหน้าสวยนั้นเหวอกินไปชั่วขณะ ในขณะที่ผมยืนยิ้มๆให้เธออยู่

ไม่มีอะไรแล้ว...ไปนะ

ผมเผ่นออกมาจากจุดที่ยืนโดยเร็วที่สุด คิดว่าอย่างมินนี่คงไม่เอาไปบอกใครหรอกว่าลีโอเป็นแฟนเก่าผม (ตามที่เธอเชื่อ) เพราะลีโอก็เป็นหนึ่งในกลุ่มเอสซีนั้นเหมือนกัน เดี๋ยวพากันเสื้อมเสียทั้งแก๊ง

ทางเดินกระเบื้องนำผมไปยังห้องๆหนึ่ง ซึ่งเป็นห้องเปิดรับสมัครงาน คือ...ตอนแรกก็คิดอยู่ว่าจะหาทางเข้ามาให้ห้องเสื้อแห่งนี้ให้ได้ บังเอิญไปเห็นป้ายรับผู้ชาวช่างภาพแล้วเข้าทาง คือ...ดูไว้ครับ หน้าอย่างการ์ฟิลด์นี่แหล่ะเป็นผู้ช่วยช่างภาพ ดูไว้เลย

ผมเดินเข้าไปลากเก้าอี้ก่อนละนั่งลง คราวนี้ผู้หญิงวัยประมาณสามสิบกว่าๆ ใส่แว่นตาเกล้าผมขึ้น แต่งตัวดูเนี้ยบ และท่าทางเป็นคนระเบียบจัด เงยหน้าขึ้นมามองผมอย่างพิจารณา

มาสมัครงานเหรอ?” ผู้หญิงคนดังกล่าวว่าพลางกระตุกแว่นตัวเอง

ครับผมยื่นแฟ้มเอกสาร (ปลอม) ของตัวเองไปให้อีกคนที่นั่งตรงกันข้าม

เธอหยิบเอาไปเปิดดูประวัติของผม ไล่ตรวจตราทุกๆตัวอักษรอย่างละเอียด จนทำเอาผมเสียววาบ

ผมค่อนข้างมั่นใจในการปลอมเอกสารของตัวเองนะ แต่ตอนนี้มาเจอคนแบบนี้เข้าก็ทำเอาลุ้นมากแทบไส้ขาด ม้ามทะลัก ไตไหล (?) เลยหล่ะว่าจะโดนจับได้รึเปล่า

อืม...จบนิเทศศาสตร์นี่ เอกภาพยนตร์

อ่า...นิเทศ สาขาวิชาภาพยนตร์ อันนี้รับประกัน 100% ว่าผมไม่ได้ปลอมนะครับ นั่นเป็นเรื่องจริง ผมเรียกในเอกนี้ เพราะทางบ้านของผมทำงานเกี่ยวกับเรื่องนี้ ผมก็ต้องสานต่อ กะว่าจบจากคณะนี้แล้ว จะไปเรียนต่อโทเพิ่มในคณะบริหารด้วย แต่เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน

ผมไม่ได้พูดอะไร ปล่อยให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบประวัติทำงานต่อไป ส่วนผมก็นั่งยิ้มแสดงความจริงใจไป

 

กลับมาที่คอนโด~

หลังจากที่เล่นเอาลุ้นกับการสมัครงานและประวัติสุดห่วยของตัวเอง ก็กลับมานอนเอาแรงที่คอนโด เพราะเหนื่อยกับการลุ้นเป็นพิเศษ

ผลที่ได้คือ ผมถูกรับไปพิจารณา ถ้ายังไงก็จะติดต่อกลับมา เริ่ดเลย ถือว่าผ่านไปขั้นหนึ่งแล้ว

ไงวะ เป็นไงไอ้คนที่เป็นเจ้าห้องที่ผมอยู่เดินเข้ามาถามผมที่กำลังนอนแผ่ไปกับเตียงตอนนี้

เขาไม่สงสัยอะไรเลย รอดไปว่ะ แอบลุ้นเหมือนกัน

หึ อย่าให้โดนจับได้นะเชี่ย ตายห่าแน่

มาถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้อธิบายเหตุผลที่จะเข้าไปทำงานในห้องเสื้อนั่นเลย คือที่แค่อยากหาประสบการณ์ใส่ตัวด้วย แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลหลักๆหรอก เหตุหลักของเรื่องจริงๆ ผมแค่อยากจะไปทำความรู้จักและตีสนิทกับช่างภาพของห้องเสื้อคนหนึ่งที่ชื่อโฟโต้ ตีสนิทแบบไหนผมบอกไว้ในบทแรกละครับ

แล้วทำไมต้องเลือกใช้วิธีนี้? เอาเป็นว่ามีเหตุผลก็แล้วกัน แต่ยังไม่ถึงเวลาที่จะบอกหรอก เลิกสงสัยแล้วไปนอนนะครับ

ไม่หรอกน่า

แล้วมึงจะไปทำงานในนั้นทำไมวะ

นั่นไง บอกให้คนอื่นเลิกสงสัย ไอ้บ้านี่กลับเผือกแทน

ไปจับผู้ชาย

จริง? นี่มึงเปลี่ยนรสนิยมแล้วเหรอวะ

ลีโอทำสีหน้าตกใจสุดๆ แปลกนะ ปกติมันไม่ใช่คนที่เชื่อคนง่าย คราวนี้ทำไมมันเชื่อผมง่ายจังเลยวะ

เออ...เปลี่ยนนานละ

เมื่อได้ยินคำยืนยันจากปากของเพื่อนสนิทอย่างผม ลีโอก็เด้งตัวออกไปจากผมทันที ผมเห็นมันมีอาการแบบนั้นแล้วก็ต้องงงตามไปด้วยเลย เป็นอะไร?

มึงจะชอบผู้ชายก็ชอบไปนะเว้ย อย่ามายุ่งกับกูลีโอ

ผมอยากจะพ่นเสียงหัวเราะใส่มันมากเลยตอนนี้ แต่ต้องกลั้นไว้ก่อน เพราะคิดเรื่องแกล้งเพื่อนตัวเองได้ คิดแบบนั้น ผมจึงลุกขึ้นจากเตียง และเดินไปหามัน

ทำไมวะ *-* ลองดูมั้ย มึงอาจจะเปลี่ยนใจก็ได้

คราวนี้มันอ้าปากค้างไปเลยหล่ะครับ ไอ้ลีโอยกมือขึ้นชี้หน้าผม

กูไม่เป็นผัวมึงแน่เสียงแข็งเปลี่ยนทันที

เป็นเมียก็ได้

ผมว่าพร้อมกับเอื้อมมือไปทัดผมของมันไว้ที่หู  นั่นทำให้ลีโอยกขาขึ้นยันตัวผมออก เล่นเอาล้มลงไปกองกับพื้นทันที แม่งจุกสัส

ไอ้เหี้ย กูไม่อยู่กับมึงละจบประโยคนั้นมันก็เดินหนีไปใน โดยไม่รับผิดชอบในสิ่งที่ทำกับผมไว้

เล่นถีบแรงขนาดนี้ เจ็บเป็นนะไอ้เพื่อนเหี้ย

แต่ความขำมีมากกว่าความเจ็บ ผมลุกขึ้นก่อนจะทิ้งตัวลงที่นอนอีกครั้ง จากนั้นก็เอาหน้าซุกหมอนเพื่อกลั้นเสียงหัวเราะของตัวเอง

แม่งฮาว่ะ

End Garfield’s Talk


คุยกับ Castle-G

นี่เป็นการจับผู้ชายที่ลงทุมเหลือเกิน

ลงทุนมากจนฉันเริ่มไม่เชื่อละว่านางมาจีบผู้ชาย

55555+ การ์ฟิลด์เอ๊ยยย  แกไม่ชอบผู้ชายได้มั้ย

มาชอบเจ้จีแทนเหอะ เจ้จีแมนๆปกป้องแกได้นะ










T
H
E
M
Y
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,146 ความคิดเห็น

  1. #1067 chenexo (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 เมษายน 2559 / 12:46
    fighting naa
    #1,067
    0
  2. #1058 lightcalmdown (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 เมษายน 2559 / 10:28
    ชอบผชจริงเหรอเทอออออ
    #1,058
    0