[END] Honey & Carnation (P2) สวยอำมหิตป่วยจิตหล่อสะดิ้ง

ตอนที่ 9 : H&C | Episode6 : ฉันคือก้อนเมฆ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 610
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    17 ธ.ค. 59




 



SEVENTEEN - Mansae

 



6

I’m cloud

ฉันคือก้อนเมฆ


 

Lumtan’s Talk

“อยู่ต่อหน่อยไม่ได้เหรอ” เสียงเล็กๆ ของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งพูดขึ้นอย่างอ้อนวอน พร้อมทั้งมือที่เจ้าตัวเกาะเกี่ยวแขนผมไว้อย่างแน่น


“อะไรของแก เดี๋ยวอาทิตย์พี่ก็กลับมา” ผมส่ายหน้าอย่างเอือมระอา ก่อนจะใช้มือดันหัวน้องมันออกไปไกลๆ


“โห คิดถึงอะ” เด็กตัวเล็กข้างหน้ายู่ปากอย่างงอนๆ


 “ไปๆ ไปกินขนมกับแม่นู่นไป พี่ต้องไปแล้วเดี๋ยวโดนด่า” ผมไล่ นทีน้องสาววัยสิบสองซึ่งเป็นน้องคนเดียวของผม จากนั้นก็กระชับกระเป๋าเป้ที่สะพายบนบ่าแน่นเตรียมตัวออกเดินทาง


เหมือนว่าทุกคนยังแปลกใจอยู่ใช่ไหมที่เห็นผม ผมขอแนะนำตัวก่อนก็แล้วกัน อันนามผมนี้คือลำธาร อายุอานามย่างสิบเก้า หน้าตาหล่อเหลาไม่ธรรมดา แถมมีราคาฐานะดี


ถุ้ย มาเป็นกลอนเลยสัส


ต่อนะ..อันนี้เอาแบบปกติเหมือนชาวบ้าน คืองี้..ผมเป็นเทรนนี่ค่าย KKU ค่ายศิลปินที่ถือว่าดังอะนะ ทุกๆ อาทิตย์ผมจะกลับจากบริษัทเพื่อมาอยู่กับพ่อแม่พี่น้อง เพราะว่าบ้านกับค่ายอยู่ไกลกันไปมาบ่อยๆ ไม่ได้ เป็นเทรนนี่ก็เหนื่อยนะ นี่ไม่อยากคิดตอนเดบิวต์เลยชีวิตจะแย่แค่ไหน ....ไม่หรอก มันต้องไม่แย่สิ -_-

 





 

3 ชั่วโมงต่อมา

@JiO Café

ผมเดินจากบ้านจนมาถึงที่หอพักของตัวเองแล้ว และบริเวณหน้าหอมันจะมีร้านขนมเค้กกับกาแฟอยู่ มันเป็นสถานที่ที่ผมชอบมานั่งเล่นเวลาว่างๆ เชียวหละ ก็แบบเล่นโทรศัพท์บ้าง เอาแลปท็อปมากางเล่นบ้างแล้วแต่อัชฌาศัย


เน็ตมันเร็วดีไงไม่ใช่อะไรหรอก


“อ้าว ลำธาร” เสียงเรียกชื่อของผมดังขึ้นมาจากข้างหลังโต๊ะที่ผมนั่ง เรียกความสนใจได้เป็นอย่างดี ผมเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอโทรศัพท์ขึ้นไปมองเจ้าของเสียงเมื่อกี้นี้


พอเห็นว่าเป็นใคร ผมก็ยิ้มให้ก่อนจะกล่าวทักทายอย่างเป็นกันเอง


“ไอ้เซลเองเหรอ เห็นเมื่อกี้เช็คอินที่สนามบิน ไปทำอะไรอะ” ผมถามด้วยความสนใจเพราะเมื่อกี้มันขึ้นหน้าจอไทม์ไลน์ของผม


เอ็กเซลคือเพื่อนรุ่นเดียวกันกับผม ความจริงก็ไม่ได้รู้จักกันอะไรตั้งแต่แรก แต่เป็นเพราะอีกฝ่ายเป็นเพื่อนของฉัตร เทรนนี่ที่ร่วมฝ่าฟันอุปสรรคด้วยกันมาหลายเรื่อง ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องเหี้ยๆ #ถุ้ย ก็เลยแบบรู้จักกันไปด้วยรวมถึงซาร่าอีกคนนึง


“อ๋อ ไปส่งไอ้ฉัตรกับซาร่ามัน”


ผมขมวดคิ้วกับคำตอบนั้นเล็กน้อย ก่อนจะอ๋อ... ผมจำได้ว่าเมื่อหลายวันก่อนฉัตรมาพาผมไปช่วยเลือกซื้อของสำหรับเก็บของไปอิ้งค์แลนด์ แล้วก็ขอคำปรึกษาที่ผมตอบไม่ได้ด้วย


“พวกมันไปวันนี้?” ผมก็เพิ่งรู้เหมือนกันเนี่ยแหละ ก็รู้นะว่าจะไปกันสัปดาห์นี้แต่ไม่คิดว่าจะไปกันวันนี้



“เออดิ ดูตื่นเต้นกันจริงๆ โดยเฉพาะอีซาร่า กระดี๊กระด๊าเหลือเกิน” เอ็กเซลทำสีหน้าเอือมระอาตลอดทุกครั้งที่พูดถึงเหล่าเพื่อนๆ ของมัน


“เออเอาหน่า เขาได้ไปกับไอดอลในดวงใจทั้งทีนะ แกจะให้มันหงอยเหงาเป็นปลาทูบูดเหรอ ฮ่ะๆๆ” ผมหัวเราะออกมา นึกภาพตอนซาร่าเจอกี้ โรมิโอ ศิลปินแสนรักของมันแล้วก็ขำอยู่ไม่ใช่น้อย คงจะแบบหวีดแตกน่าดูเลย


“เออ ก็จริงฮ่าๆๆ แล้วนี่ทำไมอยู่คนเดียววะ ไอ้เว่นไม่มาด้วยเหรอ?”


เว่นที่เอ็กเซลพูดถึงมันคือเทรนนี่รุ่นเดียวกันกับผมเช่นกัน ชื่อจริงๆ คือ เซเว่นแต่เพื่อนฝูงก็เรียกมันว่าไอ้เว่นนั่นแหละ มันออดิชั่นเข้า KKU พร้อมผมเมื่อหลายปีที่แล้ว ถ้ามองภาพรวมเลยก็คือผมกับหมอนั่นสนิทกันสุดๆ ในรุ่งแล้วหละ ก็ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด เข้าขากันดีเลยสนิทง่าย


“เห็นมันบอกกลับบ้านไปดูอาการป่วยของย่ามันที่อุดรฯ อะ” ผมตอบ


“ก็เลยอยู่คนเดียว? น่าสงสารจังเพื่อน โดดเดี่ยวเลยสิ ฮ่าๆๆๆ” เอ็กเซลหัวเราะใส่หน้าผมด้วยความสะใจ กิริยาท่าทางของมันแม่งไม่สมกับเป็นผู้หญิงเลยนะเอาจริงๆ เสียหน้าหน้าตากับดีกรี -_-+++


ปั้ง~!


เสียงดังปังของมือหยาบที่กระทบกับพื้นโต๊ะที่ผมนั่งอยู่อย่างแรง สร้างความตกใจให้กับทั้งผมและเอ็กเซลเป็นอย่างมาก และมันน่าตกใจยิ่งขึ้นไปอีกเมื่อเห็นหน้าตาของคนทำกิริยาแบบนี้


“ไงไอ้ตัวดี” ผู้ชายร่างโต หน้าตากวนตีนแสนคุ้นนั้นเอ่ยปากขึ้นอย่างหาเรื่อง



นี่แม่งร้านกาแฟนะเว้ย ไอ้สัส


“กะ...แกรู้จักเหรอวะไอ้ลำธาร” เอ็กเซลที่นั่งอยู่ตรงข้ามมองหน้าผมกับบุคคลที่มาใหม่สลับกันไปมาก่อนจะถามด้วยความหวาดระแวง


“ไม่รู้จักอะ ฉันไม่ค่อยคบค้ากับสัสหมาพวกนี้” ผมตอบไปเสียงเรียบๆ พลางยังจ้องหน้าไอ้ที่มาใหม่อย่างไม่วางตาราวกับกำลังท้าทายอีกฝ่าย


“ปากดี ตามกูออกมา”


ซันคือชื่อของผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าของผมในตอนนี้ อย่าถามเลยนะว่าความสัมพันธ์ระหว่างผมกับมันเป็นยังไง เพราะมันมากกว่าคำว่าคู่อริไปแล้ว ไอ้เหี้ยนี่มันไม่ชอบหน้าผมแล้วก็มีเรื่องกันประจำมาหลายครั้งแล้ว คาดว่าครั้งนี้ก็เช่นกัน พวกเหี้ยนี่ต้องเอาคนมาทำร้ายผมอีกแน่ๆ คิดว่าจะยอมเหรอไงวะ


“มีสิทธิ์อะไรมาสั่งกู?” ผมเลิกคิ้วถามไอ้ซันแล้วก็ตามด้วยท่าทางกวนประสาท


“เฮ้ยพวกมึง มาลากมันสิ”


สั้นเสียงคำสั่งของไอ้ซัน ก็มีคนพวกหนึ่งอีกสองสามคนเดินเข้ามาภายในร้าน ผมตกใจที่พวกนี้กล้ามาลากผมออกไปท่ามกลางสายตาตกใจของผู้คนในร้าน


“เฮ้ยแม่ง ปล่อยกูนะ” ผมร้องโวยวายเมื่ออยู่ๆ ก็โดนหิ้วปีกออกมา


เป็นเพราะแรงของผมคนเดียวไม่สามารถสู้ไอ้พวกนี้ที่มีกันถึงสามสี่คนได้ ร่างของผมจึงถูกพาในมุมอับที่ลับสายตาผู้คนจนได้ ตอนนี้ผมยืนอยู่ท่ามกลางแก๊งไอ้ซันที่มีกันอยู่ตั้งสี่คน ปกติแล้วถ้าผมเจอเหตุการณ์แบบนี้ผมจะมีไอ้เซเว่นกับไอ้ฉัตรมีช่วยนะ แต่วันนี้มันซวยไง พวกมันทั้งสองแม่งไม่อยู่กันหมด ฉิบหายแน่ๆ กู -_-;;;;;;


หมาหมู่ชัดๆ ไม่อยากด่ามันว่าเหี้ยเลย สงสารเหี้ยมัน


“ไงมึง ไอ้เว่นกับอีฉัตรไม่อยู่ ยังเก่งอีกมั้ย?” ซันถือว่าเป็นหัวหน้าแก๊งในตอนนี้ มันยิ้มเยาะผมก่อนจะเดินเข้าดึงคอเสื้อผมขึ้น “วันนี้กูจะเล่นมึง แล้วส่งผลงานให้พวกเพื่อนมึงดูเป็นขวัญตา”


เอาจริงๆ มั้ย -_-;; ตอนนี้ก็เริ่มหวั่นแล้วอะ ปกติผมมีเรื่องกับพวกนี้ไอ้ฉัตรมันจะอยู่ด้วยตลอด แล้วคือแบบ..ฉัตรมันถึกเกินผู้หญิงไงผมยอมรับ แต่ครั้งนี้ผมต้องฉายเดี่ยวเหรอวะ? โอ้โห ไม่เคยลองดูอะ


“ไง...หรือมึงจะยอมคุกเข่าก้มกราบตีนพี่ซันกูก็ได้นะ ทำแบบนั้นมึงไม่เจ็บตัวหรอก” ไอ้ ดิวหนึ่งในสมาชิกแก๊งของซันพูดขึ้นลอยหน้าลอยตา


ให้กูกราบตีนลุงเก็บขยะหน้าปากซอยแม่งยังมีค่ามากกว่ากราบตีนไอ้พวกเหี้ยนี่อะ =_=


“กูจะกราบตีนพี่ซันมึงก็ต่อเมื่อมึงมากราบตีนกู” ผมแค่นหัวเราะพูดยอกย้อนไปอย่างกวนประสาทกับไอ้ดิว จากนั้นก็เบนสายตามายังไอ้ซันที่ยืนหน้านิ่งในเวลานี้


“เฮ้ย...เล่นแม่งเลย”


สิ้นเสียงคำสั่งของไอ้คนเป็นลูกพี่ เหล่าลูกสมุนทั้งสามคนก็เริ่มเข้ามารุมผมด้วยท่าทางเอาจริงเอาจัง มันเป็นแบบนี้เหมือนทุกครั้ง ผมไม่ยอมแพ้ให้พวกเวรนี่แน่ๆ อะ ถึงแม้ว่าตอนนี้จะต่างไปก็คือมีผมอยู่แค่ตัวคนเดียวกับอริอีกสี่คนก็ตามเถอะ คิดว่าคนแบบผมนี่เล่นๆ เหรอไงครับ บ้านผมเป็นโรงเรียนศิลปะการต่อสู้ครับ อยู่กับเรื่องพวกนี้มาตั้งแต่เด็กๆ อยู่แล้ว


ในช่วงแรกก็เหมือนว่าผมจะเป็นต่อ แต่เข้าใจมั้ยว่าอีกฝ่ายแม่งมีหลายคนไง เลยทำให้ช่วงหลังๆ ผมเริ่มเป็นฝ่ายเสียเปรียบพลาดท่าโดนเตะหลายครั้ง



พลั่ก~


ตุ้บ~


ผมเสียหลักโดนไอ้คนหนึ่งถีบเข้ากลางหลังเต็มๆ ทำให้ร่างล้มลงไปกลิ้งกับพื้น ความเจ็บระบมมีมากขึ้นกว่าเดิม ตอนนี้เอาจริงๆ คือถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปยังไงผมก็แพ้แน่นอน ไอ้พวกเหี้ยเอ๊ย


“รุมมันเลย เดี๋ยวกูถ่ายคลิปเก็บไว้” ไอ้ซันที่ยืนดูเหตุการณ์อย่างเงียบๆ พูดขึ้นมาก่อนจะหยิบเอาโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงขึ้นมา เพื่อจะถ่ายคลิปตอนผมโดนทำร้ายไว้


“เฮ้ย!!!! ทำอะไรกันน่ะ!!” เสียงหนึ่งดังขึ้นซึ่งมันห่างจากที่นี่ในระยะประมาณสี่ห้าเมตร ผมมองร่างของผู้ที่มาใหม่ด้วยความตกใจเล็กน้อย


“มีคนมาว่ะ หนีเร็ว” ไอ้ซันพูดกับลูกน้องมัน ไม่วายก่อนไปมันก็ทิ้งท้ายไว้กับผม “ดวงมึงดีนะครั้งนี้ ครั้งหน้ามึงไม่รอดแน่” พูดจบมันก็รีบวิ่งหนีไปด้วยความเร็วเพราะกลัวโดนจับได้


“เฮ้ย!” บุคคลที่มาใหม่ตะโกนขึ้นอย่างหัวเสีย


ผมค่อยๆ พยุงตัวเองลุกขึ้นจากพื้นซีเมนต์แข็งนี่ ทันทีที่ขยับตัวก็รับรู้ได้ถึงความเจ็บเลยหละ ไม่เจ็บได้ไงวะ โดนต่อยตั้นหลายที่ T_T กูจะครายยยย เกือบไม่รอดแล้วมั้ยล่ะ ดีนะมีคนมาช่วยไว้ทัน(?) เอ่อ...ผมต้องพูดใหม่ เพราะเขาคงแค่ผ่านมาอะนะ ไม่ได้ช่วยอะไรหรอก


แต่ก็นับว่าดีแล้ว -____-


“เรื่องอะไรอีก?” เสียงเรียบเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นผมยืนขึ้นได้แล้ว


ผมหันไปมองหน้าบุคคลที่มาใหม่เมื่อกี๊นี้ก่อนจะแอบถอนหายใจออกมา การเห็นหน้าบุคคลคนนี้อยู่ที่นี่แล้วก็เหตุการณ์เมื่อกี้มันไม่ใช่เรื่องที่ดีเลยด้วยซ้ำ ให้ตายสิ...


ทำไมต้องเป็นคนนี้วะ แม่ง...เหี้ยกว่าโดนกระทืบเมื่อกี้อีกอะสัส!!


“ออกจากบริษัทคนเดียวไม่บอกผู้ดูแล มีเรื่องทะเลาะวิวาทจนทำให้เกิดปัญหา...สร้างความวุ่นวายให้ผู้ดูแล เมื่อไหร่นายจะเลิกก่อปัญหาสักที? ลำธาร”


เสียงเรียบๆ นั่นทำให้ผมก้มหน้ามองพื้นนิ่งไม่กล้ามองหน้าอีกคน


นี่มันแม่งเหี้ยจริงๆ นะ....


“ลิสวีรกรรมเยอะขนาดนี้ รู้ตัวมั้ยถ้ามันถึงมือประธานจะเกิดอะไรขึ้น?”


รู้สิครับ รู้ๆ ผมก็จะโดนคัดออกจากการเป็นเทรนนี่ไง มันน่าเศร้านะ...คือแบบคำถามนี้โดนถามบ่อยมากจนจำคำบ่นได้ขึ้นใจแล้วอะ ไม่เชื่อเหรอ?? เดี๋ยวผมพิสูจน์ให้ดูนะ


“...” ผมเงียบเพื่อรอฟังคำบ่น


“ทำตัวเป็นปัญหาตลอดแบบนี้มันจะทำให้..”


ไม่รอให้ทางนั้นพูดจบ ผมก็พูดแทรกขึ้นตัดหน้าก่อน


“ทำให้ฝ่ายดูลำบากและเดือดร้อนเป็นผลให้วุ่นวาย อาจกระทบถึงคนอื่นได้” ผมพูดออกไปพร้อมกับแอบกลอกตาไปมาด้วยความเบื่อหน่าย “พูดมาหลายครั้งเฮียไม่เบื่อเหรอไงล่ะ?”


“นี่ นายคิดว่าฉันไม่เบื่อเหรอไงวะ ทำไมต้องให้พูดแต่เรื่องเดิมๆ ด้วยล่ะ ทำตัวไม่สร้างปัญหาอะเป็นมั้ย? ฉันก็ขี้เกียจพูดเหมือนกัน” เขาว่าด้วยความหงุดหงิด


“ทีหลังก็อัดเทปบันทึกเสียงไว้นะ เวลาจะบ่นอีกจะได้ไม่ต้องพูดความเดิมซ้ำๆ” ผมจงใจพูดประชดกวนประสาทไปเหมือนทุกที


“ฉันคงไม่พูดอีกแล้วหละ เพราะฉันจะส่งเรื่องคัดนายออกจากเทรนนี่ให้ประธาน”


“บ้าเหรอเฮีย!!!” ผมร้องด้วยความตกใจเพราะไม่คิดว่าเขาจะมาไม้นี้ ปกติแล้วมันไม่น่าจะถึงขั้นนี้นะ ผมก็ไม่ได้ก่อปัญหาอะไรเยอะแยะขนาดนั้นสักหน่อย (มั้ง) ทำไมต้องถึงขั้นคัดออกจากเทรนนี่ด้วยล่ะวะ มันไม่เกินไปหน่อยเหรอไง


เออ...กูรู้ กูผิด แต่ผมไม่ออกนะ นี่มันทั้งชีวิตผมเลยนะ ผมอุตส่าห์ฝึกมาตั้งหลายปีจะให้มาคัดออกจากเทรนนี่ได้ง่ายๆ ยังไงกัน เฮียมันแม่งต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ก็รู้ว่า เฮียเจ็ตเป็นผู้ดูแลเทรนนี่แต่ทำแบบนี้ไม่ได้ปะวะ ถามความคิดเห็นกูก่อนก็ดีนะ ไอ้เฮียนี่!


“ไม่ออกเว้ย ยังไงก็ไม่” ผมเถียงยื่นคำขาดไป ยังไงผมก็ไม่ยอมโดนคัดออกจากการเป็นเทรนนี่เด็ดขาด


“คิดดูอีกที ฉันส่งชื่อนายไปพร้อมฉัตรเลยดีกว่า ตัวปัญหาทั้งคู่”


อ้าวเฮ้ย เกี่ยวเหี้ยไรกับเพื่อนกูวะเนี่ย!


“ไอ้เฮียยยยย”




-------------50%-----------

 

อีกทางด้านหนึ่ง

Chut’s Talk


“ผู้โดยสารทุกท่านกรุณาคาดเซฟตี้เบลท์ที่อยู่ข้างเบาะและปิดเครื่องสื่อสารของท่านก่อนออกเดินทางด้วยค่ะ บลาๆๆๆ”


หลังจากที่เช็คอินเสร็จ ทีมงานของเหล่าผู้โชคดีรวมทั้งศิลปินเองขึ้นเครื่องกันจนครบแล้ว เสียงของแอร์ฯ กล่าวพูดกับขึ้นต่างๆ นานา โดยฉันจับใจความเอาแค่ไม่กี่ประโยคเท่านั้นแหละเพราะตอนนี้ฉันสนใจอย่างอื่นเสียมากกว่า


“โอ๊ยแกกกกก หล่อ..หล่อมากกก” เพราะว่าอีผีตุ๊ดข้างๆ มันยัดเยียดหนังสือนิตยสารหลายเล่มมาให้ฉันอยู่นี่ไง คือมันจะให้ฉันนั่งอยู่เฉยๆ แบบสบายๆ ไม่ได้เลยเหรอไงกันวะ


“อะไรของมึง” ฉันขมวดคิ้วมองหน้าเพื่อนตัวดีสลับกับหน้านิตยสารเล่มหนึ่งที่มันเอามาให้ดู


นิตยสารตรงหน้าฉันคือ COLLECT เป็นนิตยสารพวกการบันเทิงเขียนเกี่ยวกับดาราทุกชนิด ซึ่งฉบับนี้เป็นฉบับที่เหล่าผู้ชายวงโรมิโอถ่ายแบบขึ้นปกให้ และหน้าที่โชว์อยู่ตอนนี้คือเซ็ตรูปภาพถ่ายแบบของโรมิโอที่ไม่ว่าจะเอียงมุมไหน องศาไหนๆ พวกเขาก็ดูดีไปหมด


“มึงๆ กูถามอะไรหน่อยสิ อยากถามมานานแล้ว” ซาร่าทำหน้าตาจริงจังจนฉันขนลุกวูบไปหมด


“เออถามไร”


“ในวงโรมิโอมึงว่าใครหล่อสุด”


โถ...นี่เหรอเรื่องที่มันจริงจัง?


“คำถามอะไรไม่ประเทืองปัญญา กูไม่ได้ปัญญาอ่อนขนาดมานั่งดูนะว่าใครหล่อสุด” ฉันเบะปากใส่เพื่อนมันก่อนจะเบลนสายตาลงไปที่รูปวง ซึ่งทั้ง 8 หนุ่มก็ดูดีกันหมดอยู่ดี


“เอออออ กูมันปัญญาอ่อน กูผิดตลอดอีสัส” อีซาร่าบ่นขมุบขมิบจากนั้นมันก็ปิดหนังสือ”


“ใช่ มันปัญญาอ่อนมากอะมึงที่จะมาดูว่าใครหล่อสุด...”


“...”


“แอมป์”


“ฮะ? อะไรนะ?” ผู้เป็นเพื่อนทำหน้างง


“กูบอกแอมป์ -_-


ฉันทำสีหน้าขัดใจเมื่อเห็นซาร่างงเหมือนไม่เข้าใจในสิ่งที่ฉันพูดออกไป มันสตั้นท์ไปประมาณ 5 วินาทีได้ก่อนจะตั้งสติกลับมาเหมือนเดิม


“อีดอกกกกกก ไหนบอกปัญญาอ่อนไง” อีนันทชัยเบ้ปากอย่างหมั่นไส้ใส่ฉันก่อนจะเอานิ้วผลักหัวฉันจนเซไปข้าง มันดึงนิตยสารกลับแล้วเอาไปเปิดดูแค่ตัวเอง


“เห็นมึงถาม ไม่ตอบก็กลัวเพื่อนเสียใจไง” ฉันกระพริบตาปริบๆ แสดงความรักที่มีต่อเพื่อน ฉันอยากให้มันรู้ว่าฉันรักมันมากแค่ไหน ถึงขั้นยอมปัญญาอ่อนเพื่อมัน


หลอก!


“นั่งเงียบๆ ไปเหอะมึงอะ” แล้วซาร่าก็ไม่สนใจฉันอีกต่อไป






 

11 ชั่วโมงต่อมา

อาจจะดูเป็นระยะทางที่ยาวไกลในเวลาเกือบครึ่งวัน ฉันหลับแล้วก็ตื่นไปอยู่หลายรอบเชียวหละ...เพิ่งรู้นะว่าเดินทางจากไทยไปอังกฤษมันจะนานอะไรได้ถึงขนาดนี้ แอบนึกอิจฉาอีซาร่ามันที่หลับลึกหลับยาวตลอดการเดินทาง คนอะไรจะมีอยู่ดีมีความสุขได้ขนาดนั้น


หลังจากลงจากเครื่องแล้ว ก็มีรถของทีมบริษัทมารับถึงที่บริการดีสะดวกสบายเสียจริงๆ แต่ไหนๆ ก็มาถึงที่ขนาดนี้แล้วขอรีวิวบรรยากาศรอบตัวก่อนแล้วกันนะ ยอมรับจากใจจริงเลยว่าอากาศที่นี่เย็นกว่าประเทศไทยเยอะอะ ลงมานี่แบบความเย็นสัมผัสผิวกายเลย แต่คนที่นี่เขาก็ดูปกตินะผิดกับหญิงผู้มาจากเมืองร้อนแบบฉันที่รู้สึกหนาวซะงั้น เออดีเนอะ... บ้านเมืองเขาเป็นระเบียบมากนะเออออออ สะอาดสะอ้านไปหมด นึกอิจฉาชีวิตคนที่นี่อยู่เล็กน้อยนะ


หลังจากนั้นเกือบครึ่งชั่วโมงได้ ฉันก็มาถึงที่พักซึ่งโชคดีตรงที่อยู่ใกล้กับร้านอาหารพอดี เป็นไปได้จะทัวร์ชิมอาหารให้รอบเมืองไปเลย อ้วนก็ช่างมั้ย นานๆ ได้มาที


“โอ๊ยยยย เตียงสบายว่ะมึง” ทันทีที่ขึ้นมาถึงห้องพัก ซาร่าก็กระโดดขึ้นเตียงก่อนเป็นอันดับแรก มันเกือกกลิ้งไปมาบนเตียงอย่างสบายใจประหนึ่งว่าเตียงนี้มันนอนอยู่คนเดียว


“มึงนอนดีๆ ดิ๊ กูจะนอนด้วย” ฉันบ่นเมื่อเห็นผู้เป็นเพื่อนพาดหัวพาดขากางจนเต็มเตียงไปหมด


“โอ๊ย มึงก็ไปนอนตรงโซฟาก่อนเลยไป” ซาร่าหน้างอ มันไม่ยอมหุบแขนหุบขาของมัน มิหนำซ้ำยังหน้าด้านไล่ฉันไปนอนตรงโซฟาอีก โอ้โหอิเพื่อนชั่ว


“กระเทยยยยยย ลุกเดี๋ยวนี้อีดอก เช็คหน้าชะนีสวยๆ แบบกูด้วยว่าอย่างกูเหรอคะจะนอนโซฟา” ฉันเบะปากใส่อีซาร่าจากนั้นก็ใช้หมอนใบโตที่อยู่หัวเตียงฟาดใส่มันจนคนที่นอนอยู่ถึงกับสะดุ้งร้องโอดโอย


Dumb Dumb Dumb~~


“ชะนีไปรับโทรศัพท์หน่อยค่ะ” ซาร่าไล่ตะพืดให้ฉันไป


เสียงโทรศัพท์ของฉันดังขึ้นเหมือนรู้งาน คนที่โทรมาต้องตั้งเวลาไว้ดิบดีแน่นอนว่าฉันมาถึงอังกฤษตอนไหนเวลาเท่าไหร่ ฉันถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายแต่ก็ยอมลุกเดินไปหยิบเอาโทรศัพท์ในกระเป๋าเสื้อคลุมขึ้นมากดรับ


“ฮัลโหล”


[ฉัตร! ฉันมีเรื่องจะคุยกับแก]


เสียงแบบนี้ไม่ต้องทายยากว่าใครโทรมา ลำธารไง...มันโทรมาทำไมอะ


“ก็อยู่นี่ละไง คุยดิ”


[ทางนี้แน่แล้วว่ะ คือแกต้องคิดช่วยฉันนะเว้ยไม่งั้นตัวแกเองก็ลำบากไปด้วย] ลำธารดูกระวนกระวายจริงๆ เหมือนมีเรื่องหนักที่มันแก้ปัญหาไม่ได้อยู่


“ทำไมวะ? เกิดอะไรขึ้น”


[เราสองคนอาจจะโดนไล่ออก]


อ้าวเหี้ย อะไรวะเนี่ย!


“ทำไมถึงจะโดนไล่ออกวะ? สัปดาห์นี้กูยังไม่แหกกฎอะไรสักหน่อย” ฉันแทบอารมณ์เสียทันทีเมื่อเจอคำพูดของปลายสาย มันทำให้ฉันเริ่มหัวร้อน


[ก็ไอ้ซันมันเอาพวกมารุมฉัน แล้วคือไอ้เฮียเจ็ตอะมาเห็นพอดี แล้วฉับกับแกก็โดนหมายหัวไว้เลยว่ะ]


อ้าวฉิบหายแล้วไง เฮียเจ็ตเป็นคนที่พูดจริงทำจริงเสียด้วยสิ...เหี้ยแล้วไง ฉันจะโดนคัดออกจากเทรนนี่ไม่ได้นะเว้ย ฉันอุตส่าห์ตั้งใจกับมันมาทั้งชีวิต มาออกเพราะเรื่องแบบนี้คิดว่าคนอย่างฉัตรจะยอมเหรอ


“เฮียเจ็ตเอาจริงแน่ๆ....ทำอะไรไม่ได้แล้ว เอางี้ไอ้ธาร”


[เอายังไง?]


“ทำตามที่ฉันบอกนะ.....”



อ้าวบทพระเอกหาย กี้ไปไหน
5555555 กี้เอ๋ยยย เฮลโหลลลลลล
















 






ฝากนิยายเซ็ต PAN ของเจ้จีด้วยค่ะ (ขายของ)

 


[เปิดพรี] Fame & Lily (P) พี่คนเฉย..มาเป็นลูกเขยแม่หนูมั้ย : ลงแล้ว 45 ตอน 
ยากยิ่งกว่าทำตัวให้แมน ก็ทำให้ยัยฟ้าเก้าเลิกแอนตี้ผมนี่แหละ!!! "นี่..ถอยไปไกลๆเดี๋ยวแม่จะจับทุ่มเลย" ผมเลิกคิ้วมองเจ้าตัว "ถ้าจับทุ่ม ฉันก็จับกดอะ" เป็นการขอคืนดีที่ห่ามมาก อิสั-ส 
Honey & Carnation (P2) สวยอำมหิตป่วยจิตหล่อสะดิ้ง : ลงแล้ว 8ตอน 
"เธอ...เราคิดว่าเธอดีต่อใจของเราอะ" ฉันอึ้งเบาๆ กับคำพูดนั้น "นี่จีบ?" "ฉันแค่เช็ตเรตติ้ง ดูหนังหน้าเธอก่อน อย่าหลงตัวเองสิชะนี" อีกี้!! พูดแบบนี้ดูถูกส้นเท้าร้อยศพของฉันไปละ 
Step & Sakura (P3) ประสบภัย 'แอนตี้' มีรักแบบงงๆ : ลงแล้ว 4 ตอน
เพราะวันก่อนฉันไปตั้งกระทู้ใส่ร้ายศิลปินค่ายดังอย่าง 'ปาร์ค' ว่าเขาฟันฉันแล้วทิ้ง วันนี้เขาก็เลยบุกมาหาฉัน "จะแก้ข่าวหรือว่าจะให้ฉันทำให้กระทู้ที้เธอตั้งเป็นจริง?" เดี๋ยวนะ อะไรคือเข้ามาจูบฉันเลยวะ? 

<

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

198 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 14 ตุลาคม 2559 / 23:08
    เอาไงล่ะฉัตรรีบเล่าาาาาาา //ผิด
    รักซาร่ามากเลยนะคะ สีสันมากๆ 555555555555555
    #61
    0
  2. วันที่ 13 ตุลาคม 2559 / 21:31
    กี้ไม่อยู่ เจ็ตธารหนูร่าเริงลูกกก
    #60
    0
  3. #59 TeddyBear_AB (@TeddyBear_AB) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2559 / 20:32
    ให้นางเอกไปออดิชั่นใหม่ที่ pen 55555
    #59
    0
  4. วันที่ 13 ตุลาคม 2559 / 16:45
    ชูป้ายเจ็ตธารให้โลกรู้ววววววว วรั้ยยยยยยยยย
    #58
    0
  5. วันที่ 12 ตุลาคม 2559 / 22:37
    งานผัวมาแล้ว เจ็ตธารๆ งานนี้อิฝันดีจิ้นตายยยยย
    #57
    0
  6. #56 -----t----- (@looknamviolet) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2559 / 18:28
    เจิมมมมม
    #56
    0