[END] Honey & Carnation (P2) สวยอำมหิตป่วยจิตหล่อสะดิ้ง

ตอนที่ 5 : H&C | Episode2 : ฉันคือจูเลียต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 834
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    24 เม.ย. 59



 



อยากโดนเป็นเจ้าของ - ไอซ์ ศรันยู


2

I’m Juliet

ฉันคือจูเลียต

 

ฉันตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน พลางพยายามเพ่งมองผู้ชายตรงหน้าว่าใช่คนที่ฉันคิดจริงๆ หรือเปล่า

 

“นั่นไงแท็กซี่” เขาเบนความสนใจจากฉันเดินไปเรียกรถคนสีเขียวเหลืองขึ้นป่ายว่าว่างที่กำลังวิ่งมาทางนี้ให้หยุดตัวลง เขาหันมาทางฉัน “มาสิ..”

 

ฉันไม่รีรอ เดินขึ้นไปนั่งตรงเบาะหลังของรถ จากนั้นก็ตามมาด้วยชายสวมฮูดที่ฉันยังไม่แน่ใจว่าเขาเป็นใคร

 

ระหว่างที่ฉันนั่งไปก็ไม่ได้ถามไถ่อะไรเขาถึงแม้ว่าจะอยากรู้มากแค่ไหนก็ตาม คือคนที่ฉันเจอเมื่อเช้ามันก็มีหลายคนอยู่มั้ยล่ะ แต่ว่า...ทำไมฉันถึงได้คิดว่าเขาจะเป็นกี้ -_-;

 

“เดี๋ยวแชร์ค่ายโดยสารกัน”

 

มันก็ต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้วนี่

 

“อือ” ฉันตอบรับไปแค่นั้น “ทำไมนายต้องใส่ฮูด ใส่แว่นเยอะแยะขนาดนี้ด้วยเหรอ”

 

ถ้าคนที่นั่งข้างๆ ฉันเป็นกี้วงโรมิโอจริงๆ คำถามนั้นจะเป็นคำถามที่งี่เง่ามากที่สุด แต่นี่เพราะฉันไม่รู้ว่าเขาเป็นใครการถามแบบนี้จึงเหมือนการเปิดประเด็นเสียมากกว่า
 

“ไม่ใส่คนก็จำได้ดิ”

 

“นายคือกี้เหรอ?”

 

“อ้าว ฉันนึกว่าเธอรู้ตั้งแต่ก่อนขึ้นรถแล้วซะอีก” น้ำเสียงของอีกฝ่ายดูประหลาดใจ

 

อ่า...ใช่เขาจริงๆ ด้วยสินะ

 

ฉันเงียบสงบไปเมื่อรู้ว่าอีกคนคือกี้โรมิโอ ชายที่ฉันเจอเมื่อเช้า...แต่ว่านะ ถ้ากี้อยู่ที่นี่ แล้วอีซาร่ากับอีเอ็กเซลมันไปหาใครที่ไหนเหรอ?

 

แม่เจ้า วันนี้ฉันเจอเขาถึงสองครั้งแน่ะ -_-;

 

แต่จะว่าไปแล้วนะ กี้เขาจะไปทำอะไรแถว RN ล่ะ...คือแถว RN ที่ฉันว่านั่นคือแถวที่ตึก KKU ตั้งอยู่นะ แบบ..ฉันไม่คิดว่ากี้จะไปตึกค่ายนี้แน่ๆ เพราะเขาเป็นศิลปินค่ายแพน ...เขาจะไปทำอะไรแถวนั้น หรือเขาจะไปซื้อชาเขียวคิคุระ? (ชาเขียวคิคุระเนี่ยนะ ว่าแต่มันคืออะไร?)

 


 

ณ ตึกใหญ่ของ KKU Ent.
 

เอาหละ ฉันมาถึงที่นี่เป็นที่เรียบร้อย การแชร์ค่าแท็กซี่กับกี้นั้นเป็นความทรงจำที่น่าบันทึกลงเมมเมอรี่สมองแล้วเอาไปเล่าต่อให้ลูกๆ ของฉันฟังมา 

(Castle-G : คือฉัตรเขาจะเล่าให้ลูกฟังว่าเคยแชร์ค่าแท็กซี่กับพ่อ วรั้ย //ฉัตร : อีนี่โผล่มาบ่อยไปนะ)

 

ฉันเข้ามาภายในตึก เดินมุ่งหน้าไปยังห้องซ้อมห้องที่สาม ซึ่งเป็นสถานที่ที่พี่เจ็ตนัดฉันมาคุยด้วย..อ่า หวังว่าเขาจะไม่ได้มาคุยเรื่องที่ฉันไปกระทืบกับพวกร่างควายนั่นหรอกนะ นี่ถ้าเขารู้เรื่องนี้ฉันต้องโดนฆ่าทิ้งแน่ๆ T_T พี่แกเป็นคนที่โหดแบบโหดมาก ประธานค่ายบอกเขาเหมาะสำหรับมาควบคุมฉัน เพราะฉันเป็นเด็กมีปัญหา -__-; คือฉันมีปัญหาตรงไหนไม่ทราบ ก็แค่กระทืบทุกคนที่เข้ามาจีบและมาหาเรื่องแค่นั้นเองนะ

 

พอเปิดประตูห้องซ้อมก็เจอกับพี่เจ็ตและ เทรนนี่ด้วยกันอีกสองคนคือ เซนต์และพี่พอม พวกเธอเป็นเทรนนี่ที่ออดิชั่นเข้ามาปีเดียวกับฉัน

 

ว่าแต่นี่มันเรื่องอะไรกันนี่?

 

“อ้าวฉัตรมาแล้ว” ยัยเซนต์ว่าก่อนจะกวักมือเรียกให้ฉันไปนั่งข้างๆ เธอ

 

คือเข้าใจใช่มั้ยว่านี่เป็นห้องซ้อมไม่ใช่โรงหนัง ไม่ได้มีเก้าอี้ให้นั่งหรอก ฉันก็ต้องนั่งพื้นไง..คือในนี้มีเก้าอยู่นะแต่นั่นพี่เจ็ตนั่งไง -_-;

 

“เดี๋ยวรอลานี่กับชาร์มมาก่อนก็แล้วกัน” เสียงเรียบๆ จากพี่เจ็ตเอ่ยขึ้น

 

“มีอะไรวะแก” ฉันถามเซนต์ที่นั่งสงบเสงี่ยมอยู่ข้างๆ

 

“อ๋อ เห็นว่ามีโปรเจ็คใหม่อะไรสักอย่างนี่แหละ” เซนต์ตอบ

แต่ฉันก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี จนกระทั่ง...

 

ประตูห้องซ้อมถูกเปิดออก พร้อมกับผู้หญิงสองคนที่เดินเข้ามาด้วยกัน พวกเธอคือลานี่และชาร์ม เทรนนี่รุ่นน้องที่รู้จักกันพอสมควร เธอทั้งสองเดินเข้ามาภายในห้องและทรุดตัวนั่งลงข้างฉัน

 

“อ้าว นี่พวกพี่ก็อยู่ที่นี่ด้วยเหรอ” ลานี่เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแปลกใจ
 

ย่ะ ฉันก็แปลกใจพวกเธอเหมือนกัน

 

“มีตามั้ยล่ะ น่าจะเห็นนี่ว่าฉันอยู่มั้ย” เซนต์ตอบแบบกวนๆ

 

“แหงะ เค้าขอโทษ Q_Q” ลานี่ว่า

 

“อะๆ มากันครบแล้วงั้นพี่ไม่เสียเวลาละนะ” พอพี่เจ็ตพูดขึ้นทุกคนก็อยู่ในความเงียบแบบไม่มีใครกล้าอ้าปากแม้แต่คำเดียว

 

พี่เจ็ตคือเทรนเนอร์ในค่ายที่ใครๆ ก็กลัว =___=;;

 

“ในเดือนหน้าเราจะมีกิจกรรมจากทางเจนิน ค่ายรายการใหญ่ที่ต้องการเทรนนี่จากค่ายเราไปออกรายการแสดงความสามารถ ร่วมกับเทรนนี่อีกค่าย ซึ่งประธานก็ได้มอบหมายเรื่องโปรเจ็คนี้ให้พี่ให้จัดหาเทรนนี่หญิงมาห้าคน เพื่อเป็นตัวแทนไปร่วมรายการ ซึ่งพี่ก็เลือกพวกเธอมา”

 

โอเค...ฉันจะได้ไปออกรายการ ฉันจะได้เปิดเผยตัวตนแล้วว่าฉันคือเทรนนี่ของเคเคยู Q_Q

 

“เอ่อ เทรนนี่อีกค่ายนี่ค่ายไหนคะพี่” พี่พอมเอ่ยถาม

 

“ค่ายคู่แข่งเราเอง PAN…
 

โอ้โห...งานหินเลย =[]=; ตอนแรกฉันชิลมากเลยนะ แต่พอรู้ว่าอีกค่ายเป็นใครก็ไม่อยากไปละ คือไม่ได้ดูถูกความสามารถตัวเองหรอก เอาแบบไม่ถ่อมตัวฉันก็ร้องเก่งเต้นเก่งอยู่ระดับหนึ่ง แต่ฉันไม่อยากไปอยู่กับเด็กค่ายนั้นแค่นั้นเอง
 

“โดยโปรเจ็คเทรนนี่ของเรามีชื่อว่า KKU REZ รายการที่จะโชว์ความสามารถของพวกเธอจะเริ่มเดือนหน้า แต่ระหว่างนี้ก็เก็บเรื่องเงียบไปก่อนก็แล้วกัน ให้พวกเธอฝึกซ้อมและเตรียมตัวกันให้ดี ทางค่ายจะทยอยปล่อยภาพของพวกเธอออกมาทีละคน”

 

อยู่ดีๆ ก็ตื่นเต้นเคยเป็นมั้ย

 

“นี่เป็นตารางเวลาฝึกซ้อมอันใหม่ของเธอทั้งห้าคน เอาไปทำความเข้าใจด้วย” พี่เจ็ตว่าจบก็แจกกระดาษขนาดเอสี่สีขาวในมือที่มีตารางเวลาให้พวกเราทีละคน

 

“แล้วคอนเซ็ปต์ของพวกเราจะออกมาแนวไหนคะ” เซนต์ยกมือถามเมื่ออ่านตารางซ้อมในกระดาษจบ

 

“เป็นคำถามที่ดีนะ แต่พวกเธอต้องตอบคำถามนั้นเอง” พี่เจ็ตว่า

 

ฮะ? ก็ถ้าพวกฉันตอบเองได้จะถามพี่เขาไปทำไมกันล่ะ -O-;

 

“เอ่อ หมายความว่าไงคะ” เซนต์คิดเหมือนฉันเลยแหงะ

 

“ก็หมายความว่าระหว่างนี้ให้เธอไปคิดเอาเองว่าคอนเซ็ปต์ของพวกเธอควรออกมาเป็นแบบไหน ค้นหาเอกลักษณ์ในตัวเองให้เจอ สิ่งที่คนอื่นไม่ได้เป็นเหมือนเธอ และพวกเธอจะต้องไม่เหมือนใคร”

 

นั่นมันคำพูดของประธานตอนงานวีคเคเคยูรึเปล่า -O- เขาพูดแบบนี้เป๊ะเลย อย่าบอกนะว่าพี่เจ็ตโดนประธานค่ายล้างสมองไปแล้วน่ะ

 

ท่านประธานบอกว่าคนที่จะมีชื่อเสียงได้คือคนที่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง ไม่ใช่ไปทำตัวเองให้เหมือนคนอื่น ซึ่งฉันก็คิดว่าประธานพูดถูกอยู่นะ

 

“อ่า เราต้องคิดกันเองเหรอคะ” ยัยชาร์มทำสีหน้าลำบากใจเล็กน้อย

 

“ถูกต้อง” พี่เจ็ตคนจริง...

 

“...” ส่วนฉันน่ะเหรอ ใบ้แดก

 

“พี่มีเรื่องจะคุยกับพวกเราแค่นี้แหละ ถ้ามีอะไรจะนัดมาใหม่แล้วกัน” หลังจากนั้นพี่แกก็เดินออกไปจากห้องซ้อมโดยไม่รีรออะไรให้เสียเวลา

 

เฮ้อ...ฉันได้หายใจอย่างสะดวกปอดสักที อยู่กับพี่มันทีไรฉันไม่เป็นอันหายใจสะดวก คือกลัวไง T_T

 

พอพี่เจ็ตออกจากห้องไป รังสีความนิ่งและเย็นชาก็หายไปด้วยอย่างปาฏิหาริย์ (ถรุ้ย)

 


 

ฉันเดินออกมาจากตึก KKU พลางคิดถึงโปรเจ็คที่พี่เจ็ตว่า....จะว่าตื่นเต้นก็ได้นะ เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ฉันจะได้ออกสู่สื่อมวลชนในฐานะเทรนนี่เคเคยู นั่นแหละฮะท่านผู้ชม -_- คิดไม่ตกเลยนี่ แถมพี่เจ็ตยังให้ไปคิดคอนเซ็ปต์เป็นของตัวเองอีก เฮ้อ...

 

 จริงสิ อากาศร้อนๆ แบบนี้ไปหาอะไรมากินดีกว่า

 

ฉันคิดแล้วก็เลี้ยวเข้าเซเว่นอีเลฟเว่นที่อยู่ใกล้ๆ หวังจะซื้อน้ำโออิชิรสน้ำผึ้งมะนาว นั่นเป็นรสโปรดของฉันเชียวนะ แต่แม่ชอบบอกอยู่บ่อยๆ ว่ากินชามากๆ สมองจะฝ่อ...คือฉันไม่เห็นว่ามันจะฝ่อเลย ฉันก็ไม่ได้กินเยอะขนาดนั้นด้วย -3-; และเมื่อเดินไปตู้แช่น้ำ ก็ต้องผิดหวังเล็กน้อย เนื่องจากว่ามันเหลือแต่รสลิ้นจี่กับออริจินัล =_= ไม่ชอบง่ะ

 

สุดท้ายฉันก็เปลี่ยนไปซื้อน้ำเป๊บซี่ที่แช่อยู่อีกตู้แทน

 






 

Kie’s Talk

ผมเพิ่งออกมาจากเดอะนิลสแควร์ เพื่อจะมาซื้อของใช้ของกินกลับไปฝากพี่ๆ ที่หอ ....อันที่จริงผมไม่ได้เต็มใจจะซื้อไปฝากหรอก แต่เป็นเพราะว่าโดนบังคับมาไง -_- ย้อนไปเมื่อชั่วโมงที่แล้วพี่จินโทรมาบอกผมให้ผมซื้อขนมเค้ก ของหวาน อาหารเครื่องดื่มเข้าไปด้วย นี่ไง...พวกชอบใช้น้อง

 

 แต่ก็นะถึงจะไปถึงนิลสแควร์แล้วก็เถอะ ผมก็ลืมซื้อของที่ตัวเองชอบกินจนได้ คือเพิ่งสำนึกหลังจากออกมาแล้วไง อยากกินน้ำโออิชิรสน้ำผึ้งมะนาว แต่ในนั้นแม่งไม่ขายแยกนั่นแหละ อันขายแยกที่ใส่ตู้ไว้ก็ลืมไปหาซื้อ สุดท้ายก็ออกมาซื้อที่เซเว่น เหลือขวดสุดท้ายพอดีซะด้วยสิ รสนี้มันขายดีมากจริงๆ

 

~~

 

เสียงริงโทนโทรศัพท์ของตัวเองดังขึ้น ผมเอื้อมมือไปหยิบมันออกมาดูชื่อก่อนจะกดรับ

 

“ว่าไงพี่ไหล”

 

พี่ไหลที่ว่านี่คือ จินสายเต้นแห่งโรมิโอครับ

 

[ทำไมนายไม่เรียกฉันว่าพี่หล่อเหมือนแอมป์มันวะ -_-;]

 

“ไม่เอาพี่ มันจะซ้ำกัน”

 

[นี่ได้ของครบยัง] ปลายสายถาม

 

“ขนมเค้กราดน้ำผึ้ง ลูกกวาดสองห่อ น้ำอัดลม ไม้แขวนผ้า พรมเช็ดเท้า ขนมหม้อข้าวหม้อแกง ใช่มั้ยครับ กี้ซื้อมาครบทุกอันแล้ว” ผมร่ายรายการเมนูที่พี่จินฝากให้ผมซื้อ คือนี่พี่มันจะให้ซื้อเยอะไปไหนวะ ไม่เกรงใจคนถือแบบผมบ้างเลยเนอะ

 

[ดีมากน้องรัก จะกลับหอเลยใช่มั้ย]
 

“คงงั้นพี่”

 

[โอเค บรั้ยยย]

 

พออีกคนวางสายไป ผมก็เดินหิ้วถุงของออกไปตามซอย...คือเซเว่นห่าอะไรวะสร้างในซอยเล็กขนาดนี้ -_-; ไม่ติดว่าอยากได้โออิชิไม่เข้ามาหรอกครับ เวลานี้ก็เริ่มแล้วมืดเริ่มค่ำแล้วด้วยสิ ไฟตามสองข้างทางก็เปิดส่องสว่างรับเวลาหกโมงเย็น

 

“เดี๋ยวไอ้หน้าอ่อน” เสียงหนึ่งดังขึ้นจากข้างทาง ซึ่งเป็นโซนที่ค่อนข้างโสมมพอสมควร อี๋...อยู่เข้าไปได้ยังไง

 

นักเลงหน้าตาไม่ได้น่ากลัวห่าอะไรเท่าไหร่ลุกจากถัง (ขยะ) พลาสติกที่มันนั่ง ก่อนจะเดินมาทางผมพร้อมกับลูกกระจ๊อกอีกสองคนตัวเล็กๆ เตี้ยๆ แต่ไอ้หัวหน้านี่สูงกว่าผมอยู่นิดหน่อย

 

“มีอะไรครับ” ผมกำถุงหิ้วในมือแน่นหันไปสบตากับคนที่พูดอยู่นั่น

 

“เรานี่หน้าตาดีนะ”

 

บอกเพื่อ?

 

“ครับ..?” ผมตอบไปอย่างไม่เข้าใจ

 

“แล้วนี่ซื้อของมาเยอะแยะท่าทางจะรวยนะเราน่ะ” ไอ้พี่นักเลงว่าพลางก้มลงมองถุงพลาสติกใส่ของที่ของเยอะแยะเต็มมือผมไปหมด

 

“แล้วไงครับ”

 

“พอมีเงินเหลือเอามาเผื่อพี่มั้ยน้อง สงสารพี่เหอะพี่ตกงานมา” ผู้ชายคนดังกล่าวว่าพร้อมกับทำตัวข่มผม

 

อ๋อ...ก็นึกว่าอะไร ที่แท้ก็พวกไถตังค์ชาวข้านเขานี่เอง แขนขาก็มีครบสามสิบสองประการ ทำไมไม่ไปหางานทำการหาเงินใช้วะ มันน่าจะเจริญหูเจริญตากว่ามาทำอะไรเลวๆ แบบนี้นะ ผมว่า

 

“ถ้าผมไม่ให้ล่ะพี่” ผมตอบไปอย่างกวนๆ

 

เงินใครใครก็หวงมั้ย กว่าเขาจะหามาได้ก็ต้องใช้แรงกายแรงใจป่ะ? ไม่ได้เก็บเอาจากข้างทางป่ะ? เหนื่อยนะโว้ย เงินแต่ละบาทกว่าจะหามาได้น่ะ แล้วมาไถไปง่ายๆ แบบนี้สวะสังคมว่ะ ผมรับไม่ได้บอกเลย

 

“น้องก็เลือกเอานะ ว่าจะให้พี่ดีๆ เหลือเสียเลือดด้วย” ไอ้สวะสังคมทำหน้าขู่ผมเต็มที่

 

“เสียเลือดที่ว่านี่ เลือดพี่ใช่มั้ยครับ ^-^” ผมฉีกยิ้มใสซื่อกวนอารมณ์อีกฝ่าย

 

“เฮ้ยไอ้หน้าอ่อน อย่ามาปากดี มึงไม่รู้เหรอว่ากูคือคนคุมบริเวณนี้” คนตรงหน้าเริ่มเดือดเอาคำพูดสมัยโบราณมากใช้ ตั้งแต่ยุคประดิษฐ์ตัวอักษรไทย อื้อหือ...หยาบคาย กี้รับไม่ได้ ;_;

 

“ผมไม่รู้พี่ ถึงรู้ผมก็ไม่กลัว”

 

ผมวางถุงทั้งหมดในมือลงพื้นอย่างเบามือ อาศัยจังหวะช่วงที่ไอ้นักเลงไถเงินไม่ได้เตรียมตัวและเผลอ ใช้ทักษะเทควันโดที่เรียนมาเป็นสิบปีจับชายร่างสูงตรงหน้าทุ่มกับพื้นอย่างแรงจนเขาร้องออกมา
 

“อะ..โอ๊ยยย!” พอเป็นแบบนั้นพวกลูกกระจ๊อกอีกสองคนก็จะเข้ามาจัดการกับผมบ้าง

 

คนแรกเข้ามาล็อคตัวผมจากด้านหลัง คนที่สองเตรียมจะต่อย...แต่ฝันไปเหอะครับ อ่อนขนาดนี้ไม่ได้แอ้มคนแบบกี้โรมิโอแน่ๆ ผมล็อคแขนไอ้คนที่อยู่ข้างหลังจากนั้นก็ใช้แรงทั้งหมดเหวี่ยงร่างของมันทุ่มใส่ไอ้คนที่สองจนล้มกองไปตามกันกับลูกพี่มัน

 

“เวรเอ๊ย เร็วฉิบหาย” เสียงโอดครวญนั่นช่างรำคาญใจผมจริงๆ

 

ผมหยิบถุงทั้งหมดที่วางไว้ขึ้นมาถือไว้กับมือ และตั้งใจจะเดินออกไปแต่ทว่ากลับมีเสียงเล็กๆ ดังขึ้นจนผมต้องสะดุ้งอย่างตกใจ

 

“เห้ยนาย! ระวัง!

 

ผมหันไปมองข้างหลังเป็นผู้หญิงหน้าตาคุ้นเคยวิ่งเข้าไปก่อนจะใช้เท้าถีบไอ้หัวหน้านักเลงที่ในมือของมันมีไม้หน้าสามเตรียมจะฟาดผม -O-;;; นี่มันไปเอาไม้มาจากไหนวะเร็วจังเลย

 

พลั่ก! ตุ้บ!

 

ไม้หน้าสามหล่นลงเมื่อสาวร่างเล็กเข้ามาถีบไอ้บ้านี่อย่างแรง ก่อนที่มันจะทรุดตัวลงตามไม้ไป

 

“นายเป็นไรมั้ยเนี่ย ออกไปตรงถนนใหญ่ก่อนเถอะ” ผู้หญิงตรงหน้าว่าก่อนจะดึงมือผมให้วิ่งตามเจ้าตัวไป เราสองคนวิ่งออกมาจากซอยมืดจนถึงถนนใหญ่ที่มีผู้คนมากมาย

 

“เอ่อ...เธอ” ผมเริ่มจำได้แล้วว่าเธอเป็นใคร

 

ผู้หญิงคนนี้คือคนเดียวกับที่ผมเจอเมื่อเช้าที่โรงพยาบาล และช่วงบ่ายที่แชร์ค่าแท็กซี่กับผม...นี่บังเอิญหรือพรหมลิขิตเหรอ? แต่วิ่งมาแบบนี้ก็เหนื่อยเหมือนกันแฮะ -_-;;;;; เหงื่อท่วมตัวไปหมด อากาศแถมร้อนอีกต่างหาก นี่บางทีผมก็คิดอยากย้ายประเทศเหมือนกันนะ บางวัน 44 องศานี่มันเกินไปจริงๆ

 

“เดี๋ยวนะ กี้เหรอ?”

 

อ้าว...ไอ้ที่มาช่วยผมนี่ไม่ได้มองหน้าหรือไงวะครับ -_-?

 

“อืม วันนี้เราเจอกันครั้งที่สามแล้วนะ” ผมว่าด้วยน้ำเสียงเรียบๆ

 

“เอ่อ ไอ้คนพวกนั้นน่ะ มันเป็นหัวโจกคุมซอยชอบไถตังค์ชาวบ้าน พ่อแม่ตัดหางปล่อยวัด เพราะมันทำตัวไม่เอาถ่าน อย่าไปยุ่งกับพวกมันเลย” ผู้หญิงตรงหน้าว่าแบบรู้ดีทุกอย่าง

 

“คือฉันไม่ค่อยผ่านแถวนี้หรอก”

 

“แต่นายเห็นเจ้าสำอางแบบนี้ก็เก่งนะ ฉันแอบยืนดูนายได้สักพักแล้วหละ นายเรียนเทควันโดมาใช่มั้ยล่ะ” คนที่ตัวเล็กกว่าผมถามด้วยความสงสัย แววตาของเธอเป็นประกาย

 

“ฉันเรียนมาแต่แปดขวบ ตอนนี้สายดำแล้ว” ผมตอบไปตามความจริงแบบไม่โม้ แต่เมื่อกี๊เธอว่าเจ้าสำอางเหรอวะ -__-; แหม..ผมก็แค่ผู้ชายที่ดูแลตัวเองมั้ยล่ะ

 

“อ้อ...นายนี่เก่งหลายอย่างเลยเนอะ”

 

ผมเลิกคิ้วกับคำพูดนั้น เก่งหลายอย่างงั้นเหรอ อะไรบ้างล่ะ? แต่ก็ช่างเหอะนะ คนแบบผมมันก็ต้องเก่งไว้หลายๆ อย่างอยู่แล้วไง จะได้อัพเกรดราคาตัวเอง แบบ..เลอค่า *-*

 

“แต่ก็ขอบคุณเธอนะที่มาช่วย”  ไม่งั้นผมอาจจะโดนไม้หน้าสามนั่นฟาดหลังหักไปแล้ว =_=

 

“เปลี่ยนคำขอบคุณเป็นอย่างอื่นได้มั้ย” เธอว่า

 

“เป็นอะไร?” นี่ไม่ใช่เธอเป็นแฟนคลับผมหรอกนะ จะขออะไรนี่เอาดีๆ นะเว้ย...กี้กลัว ;_;

 

“ฉันอยากได้โออิชิรสน้ำผึ้งมะนาวในถุงนั้นน่ะ นายยังไม่กินใช่มั้ยล่ะ ฉันซื้อต่อก็ได้เอ้า”

 

ผมหัวเราะพรืดกับคำพูดของเจ้าตัว ไม่คิดว่าโออิชิรสขวดนี้จะเป็นสิ่งที่เธออยากได้ ตลกดีจังเลย...แต่ขวดนี้เป็นขวดสุดท้ายในเซเว่นด้วยนี่นา อืม
 

“ไม่ต้องหรอก ฉันให้เธอฟรีๆ เลยก็ได้” ผมหยิบขวดโออิชิรสน้ำผึ้งมะนาวในถุงออกมายื่นให้ผู้หญิงตรงหน้า

 

อันที่จริงผมกลับไปซื้อแถวหน้าหอโรมิโอก็ได้ -_-; แถวนั้นมีร้านสะดวกซื้อของป้าใจแกมาเปิดไว้ แต่ก็ยังตลกไม่หาย อยากได้โออิชิเนี่ยนะ...ว้าว ทึ่ง

 

“จริงดิ?” เธอถามอย่างไม่แน่ใจ

 

“อืม” ผมพยักหน้ารับ “งั้นฉันไปละนะ”

 

ผมว่าแล้วก็เดินออกมาจากบริเวณนั้นเพื่อหาแท็กซี่นั่งกลับหอพัก ป่านนี้พี่จินคงรอจนตูดเหี่ยวแล้วหละ จะว่าไปการต้องไปเสียเวลากับพวกนั้นก็ยุ่งยากผมเหมือนกัน นี่ก็กังวลอยู่ว่าจะมีคนมาเห็นผมแล้วเอาภาพไปเขียนข่าวมั่วซั่วเข้าว่าผมมีเรื่องกับนักเลงคุมซอย

 

ไม่ได้นะ!  ผู้จัดการ แทนไทบอกผมอยู่เสมอว่าภาพลักษณ์ของกี้โรมิโอต้องดูดี ดูน่ารัก ดูใสซื่อ ดูน่าเอ็นดู ผมต้องน่ารัก อิมเมจจิ้นของผมต้องไร้มลพิษ ทุกคนมักจะบอกผมแบบนี้เสมอ เฮ้อ...

 

อ้อ ส่วนเรื่องโออิชิที่ผมให้เธอคนนั้นไปน่ะ ความจริงผมไม่ใช่คนที่ให้ของใครง่ายๆ หรอก แต่ว่าข้างขวดโออิชินั้นมีโพสต์อิทแปะไอดีไลน์ของผมไว้อยู่ :)


 



100%
ฮือออ กี้เอ๊ย....ไหนความน่ารักของแก๊!!
ไหนวะความใสซื่อ ไหนวะความน่าเอ็นดู
ไหนนนน มันอยู่ไหน 555555555

มีการเขียนไอดีไลน์ทิ้งไว้...หูยยย อ่อยเหรอ
ประเด็นคือพระเอกนางเอกเรื่องนี้แลดน่ากลัว
คนนึงสายกระทืบคน อีกคนเทควันโดสายดำ
-[]-;;; ติดแท็ก #คืนความแมนให้กี้


 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

198 ความคิดเห็น

  1. #43 Whiteter (@narinnasa05) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2559 / 14:22
    มีแปะไลน์ไว้ด้วย! ฉัตรต๋าฉัตรเค้าขอขวดได้มั้ยฉัตรเอาน้ำชาไปเลาว์จะเอาขวด #รินน้ำใส่แก้วยื่นให้ฉัตรกอดขวดแน่น(ไม่ใช่ล่ะ)
    #43
    0
  2. วันที่ 25 เมษายน 2559 / 17:03
    กี้ที่เคะคนนั้นอยู่ไหน;_;/~~
    ทำไมเธอแมนจังกี้
    ฉันเรียกแกว่ากี้อีกได้มั้ย
    กันต์มันไม่ถนัดปากอ่ะ5555555
    กี้แกไปหัดอ่อยมาจากไหน55555
    ขอโพสท์อิทใบนั้นเถอะ อิจฉายัยฉัตร...
    #37
    1
  3. #36 fiew_nuangniaw (@fiew_nuangniaw) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 เมษายน 2559 / 01:16
    แปะตอนไหนง้ะกี้ #งานอ่อยก็มาน้ะเออ5555
    #36
    1
  4. วันที่ 25 เมษายน 2559 / 00:19
    อยากได้โออิชิขวดนั้นค่ะ พี่กี้!!
    ไม่ให้โออิชิ ขอแค่โพสต์อิทก็ได้ค่ะ!!
    #35
    1
  5. วันที่ 24 เมษายน 2559 / 23:38

    ขอ #คืนความแมนให้กี้ รัวๆเลยข่าาา
    พี่คะ ถ้าเป็นน้อง น้องจะรับขวดมาดึงไอดีไลน์แล้วคืนน้ำค่ะ 55555555555
    ไม่รู้ทำไมอยากจะเต๊าะตาพี่กี้จัมเลย ถ้าเรียนหมอมันยาก ก็เรียนต่อไปค่ะ อย่าดร็อป #ถุ้ย


    แล้วก็ฉัตร นี่เริ่มอิจฉาฉัตรขึ้นมาจริงๆแล้วนะ ได้ไอดีแล้วอย่าค่ะ อย่าช้ารีบแอดไปแล้วเผื่อแผ่ด้วย!
    แล้วก็แกจะกลัวอะไรอีค่ายแพน ศิลปินค่ายนั้นไม่มีสติสักคนมั้ย 55555555555

     
    #34
    1
  6. วันที่ 24 เมษายน 2559 / 23:10
    ฉัตรจะบอกลูกๆ ว่าเคยแชร์ค่าแท็กซี่กับพ่อ อุ้ย
    ทำไมฉัตรแมนกว่าผู้ชาย
    ฉัตรสมควรเป็นพ่อแทนกี้นะ
    โออิชิรสน้ำผึ้งมะนาวด้วยอ่า
    ฉันก็ชอบรสนี้นะ
    ชอบเหมือนกันเลย สงสัยเป็นเนื้อคู่ อุ้ย
    เราอยากซื้อขวดนั้นได้ไหมฉัตร
    ขอแบบที่ยังมีไอดีไลน์อยู่
    กรี๊ดดดดด
    #33
    1