[END] Honey & Carnation (P2) สวยอำมหิตป่วยจิตหล่อสะดิ้ง

ตอนที่ 3 : H&C | Prologue : ไอ้ฉัตรและหนูกี้ [Rewrite]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,607
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    11 พ.ค. 60



 



 GOT7 - HOMERUN


Prologue

 

“น้องสาววว ไปกินเหล้าบ้านพี่มั้ยยย”


อีผู้ชายร่างโจรแต่คำพูดดัดจริตนั่นมันอะไรกัน? ฉันเบื่อมากแล้วนะ...วันนี้เจอรายที่สามแล้ว


“ชวนพ่อแกไปกินเหอะ” ฉันตะโกนใส่หน้ามันก่อนจะเดินเลี่ยงออกมาอย่างเซ็งๆ แต่ทว่า..


ไอ้หน้ายักษ์คนนั้นมันไม่ลดละความพยายาม แทนที่จะกลับเข้ากรุไปแต่นี่กลับเดินมาขวางทางของฉันอย่างเห็นได้ชัด... นี่อยากมีเรื่องมากเหรอไอ้นี่...


“เฮ้ย น้อง...พูดดีๆ กับพี่ก็ได้ ทำไมต้องเล่นพ่อแว้”


โอ๊ย...กลิ่นเหล้า


“แล้วไง พ่อพี่ไม่ใช่พ่อน้องนี่ อย่ามาหาเรื่องหลีกไปให้พ้นทาง น่าสมเพช” ฉันว่าด้วยใบหน้าเหยียดหยาม


“มึงพูดแบบนี้อยากเป็นเมียกูใช่มั้ย”


ขึ้นมึงขึ้นกู...ไอ้สถุนเอ๊ย เล่นแบบนี้ใช่มั้ย กูก็จะสถุนเหมือนกันแหละวะ


“เออ มึงอะมาทักกูก่อน ทำตัวแบบนี้โคตรเท่ เท่มากกก หาเรื่องผู้หญิงน่ะ” ฉันยกกระเป๋าเป้ออกจากหลังก่อนจะเขวี้ยงมันลงพื้น มือทั้งสองข้างพลางเลิกแขนเสื้อขึ้นไปกองเหนือต้นแขน


“อ้าว อินี่ เป็นเมียกูไม่ชอบเหรอแว้ สงสัยอยากโดนตื้บสักที เฮ้ย! พวกเรา กระทืบอีนี่ให้หายปากดีทีซิ” ไอ้หน้ายักษ์ว่าพร้อมส่งสัญญาณเรียกพวกลูกน้องสถุนที่แอบอยู่ตอนแรกออกมา


จากนั้นพวกมันก็เริ่มตีวงล้อมฉัน ประมาณ 5 รุม 1


โคตรแมน...


“เออ เข้ามาพร้อมกับแบบนี้ก็ดี จะได้จัดการทีเดียว”


“ปากดีนัก เฮ้ยจัดการ”


สิ้นเสียงของหัวโจก ไอ้พวกรองข้าบาทก็เริ่มเข้ามารุมฉัน ดูเหมือนจะเข้ามาทีละคนเสียด้วย...ยังดีนะที่ไม่รุม ไอ้หัวเขียวคนแรกเดินเข้ามาทำท่าจะล็อคตัวฉัน แต่นั่นมันมุขตื้นๆ ไปหน่อยนะ


พลั่ก~! ตุ้บ!


ฉันใช้เท้ายันร่างของไอ้หัวเขียว จนมันกระเด็นล้มลงไปกับพื้นปูน  เดี๋ยวนะ  มีคนจะลอบเข้าข้างหลังด้วย โชคดีที่หลบได้ทัน นี่คิดเหรอว่าจะทำอะไรฉันจากข้างหลังได้น่ะ


ผู้ชายหัวแดงร่างผอมจะเข้ามาทำร้ายฉัน แต่สกิลการหลบฉันดีอะนะ มันเลยเซไปทับกับไอ้หัวเขียวที่ล้มลงไปในตอนแรก ได้แค่นี้เหรอวะ โคตรกาก

 






Sarah’s Talk

โอ๊ยยยย อีแม่เครียดด ยัยฉัตรไปไหนของมันวะ โอ๊ยตายแล้ว อีชะนีตัวนี้ทำให้ฉันต้องเป็นห่วงอยู่เรื่อยเลย มันไปไหนของมันวะคะ กระเทยเครียดดดด


ทุกๆ คนอย่าเพิ่งตกใจว่าทำไมถึงตัดที่น้องซาร่าคนสวยนะคะ คือจะบอกว่าเรื่องนี้ซาร่านี่แหละค่ะเป็นนางเอก พอดีไปขอมาแต่เขาไม่ให้เลยพยายามจะเสือกเข้ามาอะคะ ฮี่ๆๆ ไอ้ที่ว่ายัยฉัตรเป็นนางเอกนี่ไม่ใช่นะเว้ยแกรร ซาร่าเองค่ะ ซาร่าสวยสุดในเรื่องแล้ว ซาร่าเป็นนางเอก ถึงแม้จะยังไม่เฉาะก็เถอะ รอเก็บเงินอีกหน่อยละกัน


ว่าแต่ ยัยชะนีชื่อฉัตรหายไปไหนของมันแว้ ปล่อยให้คนสวยๆ แบบนี้เดินตามหาได้ยังไง ห๊า!!


อุ๊ย! นั่นมันกองควายที่ไหนมานอนอาบแดด?


ฉันเพ่งเล็งสายตาไม่ถนัด เลยก้าวเดินเข้าไปใกล้ๆ ฝูงควายนอนอาบแดดอยู่ตรงนั้น...


เฮ้ย! ต๊าย! อีพ่ออีแม่ นี่มันไม่ใช่ฝูงควาย มีแต่คนทั้งนั้นเลยแกร๊ ทำไมคนมานอนตายแถวนี้วะฮืออ T_T ซาร่าต้องโทรแจ้งตำรวจค่ะ ตายๆ


ปึ้ก~


กรี๊ดดด อกอีแม่จะร่วง ;_; ใครมาแตะไหล่น้อยๆ ของฉันวะ


!!!! ยัยฉัตร” ฉันแทบหัวใจจะวายนึกว่าจะมีชายโฉดแถวนี้เดินเข้ามาฉุดซะแล้ว โล่งอกไปสักหน่อยที่เป็นเพื่อนฉัตรคนงาม


“มึงมาทำอะไรทีนี่วะซาร่า” ฉัตรทำสีหน้าแปลกใจ ตามเนื้อตามตัวมันเต็มไปด้วยร่องรอยการต่อสู้ เอาอีกแล้วใช่มั้ยเนี่ยเอ็ง


“นี่อย่าบอกนะว่า...ฝูงควายอาบแดดที่นอนตายตรงนี้ฝีมือมึง”


“ช่วยไม่ได้ พวกมันมาหาเรื่องกูก่อน” ยัยฉัตรไหวไหล่อย่างไม่แคร์


โอ๊ย..นอนจมกองเลือดไปเลยแต่ละคน


“มึ๊งง กูเกือบโทรแจ้ง 119 รู้มั้ย” ดีนะแค่กดเลขไว้เฉยๆ ยังไม่กดโทร


“โทรไปทำไมวะ 119 ” ฉัตรถามพร้อมกับทำหน้างง


“โทรแจ้งตำรวจไง อีนี่โง่จัง”

“มันเบอร์สถานีดับเพลิงหรอกมั้ย มึงอะแหละโง่”

อ้าวเหรอ? นึกว่าเบอร์แจ้งตำรวจซะอีกนะเนี่ย สถานีดับเพลิงเหรอ ว๊าย...กูโง่จริงๆ สินะ ว่าแล้วก็เก็บโทรศัพท์ตัวเองลงก่อนดีกว่า อาย


“ปะแก กลับกันเหอะ ฉันหิวววว”


“โอ๊ยอีตุ๊ดขี้แดก”


หยาบคายที่สุด อีชะนีเลว


“จะกลับไม่กลับ ไม่งั้นกูโทรฟ้องพี่ เจ็ตแน่นอน ฉันจะบอกให้พี่แกมาลากคอแก จะฟ้องว่าแกมาก่อเรื่องอีกแล้ว”


“โอ๊ย กลับจ้ากลับ”

 






Chut’s Talk

ฉันโดนยัยซาร่ากระเทยร่างเล็กลากไปด้วยแรงมหาศาลเพื่อไปหาอะไรกิน...นี่แค่ออกมาซ้อมมือนิดเดียวเองนะ ทำไมยัยนี่หาฉันเจอเร็วจังวะ


ถ้าไม่ติดว่ามันเอาพี่ เจ็ตมาขู่ ฉันไม่ยอมไปกับมันง่ายๆ หรอกเว้ย


“เฮ้ยฉัตร โทรหาไอ้เซลมันดิ๊” ยัยซาร่าสะกิดฉัน


“โทรหามันทำไม?”


“เรียกมันมากินข้าวด้วยกัน ฉันมีเรื่องจะคุยกับมัน”


“ทำไมมึงไม่โทรเอง?” ฉันขมวดคิ้วมองยัยเพื่อกระเทยอย่างไม่เข้าใจ


“โอ๊ยอีฉัตร กูไม่มีเงินค่ะ ส่งรหัสใต้ฝาชิงโชคไปหมดแล้ว!


โถ...อีดอกกก


อีซาร่ามันคลั่งกินน้ำส้มคั้นยี่ห้อ BLAN มากเพราะมันมีชิงโชคให้ลุ้นเที่ยวกับนักร้องที่มันชอบ ชอบจนจะเอามาเป็นของตัวเองจูบ(โปสเตอร์)เช้าเย็นอยู่ทุกวัน เฮ้อ...ทุกวันนี้เงินมีก็ไม่ซื้อข้าวแดก แดกแต่น้ำส้ม กูนี่เพลียกับมันจริงๆ อิซาร่าเอ๊ยยยย


“เออๆ เดี๋ยวกูโทร”


ฉันว่าแล้วก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเบอร์โทรหาเพื่อนสาวคนสนิทอย่าง เอ็กเซล


[ว่าไงเพี่ยนน โทรหาคนสวยมีอะไรคะ]


“สวยตายห่าละอีเซล”


[อ้าวมึง พูดงี้ตบกันเลยเหอะ พ่อแม่มึงไม่สั่งไม่สอนเหรอวะ] ยัยเพื่อนตัวดีเสียงแปร๋นออกมา


“กูรู้ว่ามึงไม่อยากตบกับกูหรอก จริงมั้ย”


[เออ กูไม่ตบกับมึงหรอก เดี๋ยวหน้ากูเสียโฉมหมด แล้วมีอะไร]


“ซาร่ามันชวนมึงมากินข้าว” ฉันตอบ


[มันจะเลี้ยงกูมั้ยล่ะ]


ฉันยกสายชั่วครู่และหันไปถามยัยเพื่อนหน้าสวยที่ยืนฟังอยู่ข้างๆ


“มันถามว่ามึงจะเลี้ยงมันมั้ย”


เมื่อซาร่าได้ยินคำถามแบบนั้นออกจากปากของฉัน มันถึงกับเบ้หน้าทันที “โตเท่าควายแล้วยังจะให้กูเลี้ยงเหี้ยอะไรอีกวะคะ ไปบอกแม่มันดิ”


ฉันหัวเราะเล็กน้อย ก่อนจะพูดกับปลายสายต่อ


“อีร่าบอกก็ให้แม่มึงเลี้ยงดิ”


[อ้าวอีกระเทยนี่ กูไม่ไป] ยัยเอ็กเซลยืนยันอย่างหนักแน่น


“มันบอกไม่ไป” ประโยคนี้ฉันหันไปพูดกับซาร่า ซึ่งมันก็กำลังยืนเบ้หน้าอยู่อย่างหนักมาก เหมือนเคียดแค้นใครมาเป็นสิบๆ ชาติ เมื่อได้ยินแบบนั้น


ซาร่าก็เข้ามาแย่งเอามือถือจากฉันไปคุยกับเอ็กเซลแทน


“ถ้ามึงมา กูจะเอาแก้วน้ำลายเฟรมโลสต์บอยพร้อมลายเซ็นให้” ซาร่าพูดหลอกล่อคนปลายสาย


นั่นแหละจุดอ่อนเอ็กเซลมัน เฟรม วง Lost Boys ยัยนี่มันติ่งมากถึงขั้นซื้อของประมูลเป็นหมื่นของเฟรมมานอนกอดที่บ้านเลยนะ เฮ้อ...ยอมใจ


ทำไมเพื่อนกูมีแต่คนติ่งๆ แบบนี้วะ ฉัตรไม่เข้าใจ ฉัตรงง


“เออ ให้เร็ว แค่นี้นะ เจอกัน”


พอเป็นแบบนั้น ฉันก็คาดว่ายัยเพื่อนเซลสุดติ่งก็รีบตอบตกลงทันที

 




ณ อีกมุมหนึ่งของช่วงเวลาเดียวกัน

@PAN ENTERTAINMENT

“ฮืออออออ” เสียงร้องอย่างโหยหวนดังขึ้นทั่วหอของ โรมิโอแต่โชคดีที่เวลานี้สมาชิกของหอไม่ค่อยมีใครอยู่เท่าไหร่ เลยไม่ได้รับรู้ถึงความโหยหวนนั้น


“เห้ย เป็นไรกี้” น้ำเสียงทุ้มดังขึ้นอย่างสงสัย พร้อมกับร่างสูงที่เดินโผล่เข้ามา


“ช่วยกี้ด้วย” น้ำเสียงโอดครวญยังไม่หายไปไหนจากหนุ่มหน้าหวานที่นั่งกอดเข่าอยู่บนเก้าอี้ตัวสูง


“นายเป็นอะไร” ชายร่างสูงเอ่ยถามอีกคนที่นั่งกอดเข่า


“มันอยู่ข้างล่างนั่น”


“อะไรอยู่ข้างล่าง” เขาก้มลงมองหาเท้าตัวเอง(?)


“นี่พี่เสาครับ แมลงสาบอะแมลงสาบบบ นั่นน่ะ!!! ตัวเท่านิ้วโป้ง” กี้วาพร้อมกับชี้นิ้วไปยังใต้โต๊ะกระจก ซึ่งใต้โต๊ะนั้นมีสิ่งมีชีวิตตัวเล็กหน้าตาน่ารัก(?)


“นี่นายกลัวแมลงสาบ?” ควอทซ์หัวหน้าของวง Romeo ถึงกับถอนหายใจ เมื่อเห็นว่ากี้กลัวอะไร


“พี่เสา! แมลงสาบไม่ใช่เรื่องตลกกกก ” ตอนนี้กี้กลัวมากถึงมากที่สุด กลัวจนไม่อยากจะก้าวขาลงจากเก้าอี้ กลัวจนไข่สั่น กลัวจนไข่หายสั่น


“มาเน้ เดี๋ยวเฮียจับเองงงง” อันนี้ไม่ใช่เสียงควอทซ์แต่อย่างไร แต่กลับเป็นเสียงของรุ่นพี่ในวงอีกคนหนึ่ง เขาผู้นี้มีนามว่า ม็อก อ็อก อ็อก อ็อก //กรุณาอ่านเป็นเสียงเอคโค่ 555555


ม็อกหนุ่มแรปเปอร์ของวงโรมิโอ เขาเดินมาตะครุบจับแมลงสาบตัวน้อยที่อยู่ใต้โต๊ะ ....แต่ว่า แทนที่ม็อกจะเอาไปทิ้ง เขากลับถือแมลงสาบวิ่งเข้ามาหากี้


!!!!!!!!!!!!” หนุ่มเสียงหลักของวงอย่างกี้ถึงกับยกพระขึ้นมาสวด


“เดี๋ยวๆ มึง...นี่แมลงสาบมั้ย? ไม่ใช่ผี มึงจะสวดพระทำไม” ม็อกถือปีกแมลงสาบค้างมองกี้อย่างไม่เข้าใจ


“อิติปิโสภะคะวา อะระหังสัมมา สัมพุทโธภะคะวา อินิมาสักกาเรมิ อะปัตติเถเถนา” กี้ยังคงพนมมือไหว้สวดมนต์อย่างต่อเนื่อง เมื่อเห็นแมลงสาบในมือของม็อกกำลังเข้าใกล้เขาทุกที


“เดี๋ยวนะ บทสวดห่าอะไรเกิดมาเพิ่งเคยได้ยิน”


“โอ๊ยอีพี่หมัดครับ! คิดสดครับ!” พี่หมัด คือคำที่กี้ใช้เรียกม็อก...เนื่องจากในสายตาของกี้ ม็อกก็เหมือนปรสิตตัวหนึ่งนี่เอง...


“น้องจุ๊ดจู๋น่ารักมั้ย” ม็อกว่าพร้อมกับยื่นแมลงสาบเข้ามาหากี้ใกล้มากขึ้น...


กี้ที่ยืนอยู่บนเก้าอี้ตอนแรก กระโดดลงไปอย่างไม่ลังเล...หนุ่มหน้าหวานวิ่งหนีจากตัวม็อกไปให้ไกลที่สุด เขาเดินไปหา ลาเต้น้องที่มีอายุน้อยที่สุดในวงโรมิโอ แต่เกิดปีเดียวกันกับกี้ พวกเขาสองคนจึงเหมือนเป็นเพื่อนกันมากกว่า


“เต้...เต้ช่วยเค้าด้วย” หนุ่มหน้าหวานเข้าไปกอดแขนของลาเต้อย่างแนบแน่น


“ทำไมเราต้องช่วยนายล่ะ” ลาเต้ถาม...


“เค้าหนีแมลงสาบมา” กี้ก็ตอบ...


“แล้วทำไมนายต้องหนีแมลงสาบมาด้วยล่ะ” ลาเต้ก็ถามอีก...


“แมลงสาบมันน่ากลัว” กี้ก็ตอบอีกครั้ง...


“ทำไมแมลงสาบมันน่ากลัวล่ะ” ลาเต้ยังถาม...


“มันไม่น่ารักเหมือนเค้าอ่า” กี้ตอบได้อย่างมั่นหน้า


“ทำไมกี้ถึงคิดว่าตัวเองน่ารัก”  เดี๋ยวนะ...ลาเต้ทำไมถึงถามไม่เลิก (55555+)


“ก็เค้าไม่ได้น่าเกลียด”


“ทำไมนายถึงไม่ได้น่าเกลียด”


“ก็เค้าน่ารัก”


“ทำไมนายถึงน่ารัก”


“ก็เค้าไม่ได้น่าเกลียด”


“โอ๊ย! พอๆๆ ถามไปถามมาแบบนี้ ถามถึงชาติหน้าก็ไม่จบสักทีหรอก” คนที่เข้ามาห้ามศึกในครั้งนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นควอทซ์ ลีดเดอร์ของวงนั่นเอง เขามองความวุ่นวายนี้มาได้สักพักหนึ่งแล้ว


“พี่เสาช่วยกี้ด้วยนะ” กี้เปลี่ยนจากกอดแขนลาเต้ไปกอดแขนควอทซ์แทน


“เฮ้ย ไอ้หมา เลิกเล่นเลย เอาไปทิ้งเดี๋ยวนี้” ควอทซ์ใช้ความเป็นพี่ใหญ่ยื่นคำขาดกับตัวป่วนตัวสกปรก (?) อย่างม็อก


“ทำไมล่ะเฮีย มันน่ารักดีออก” ม็อกยังคงลูบหัวแมลงสาบตัวน้อยในมืออย่างเอ็นดู (???)


“เอาไปทิ้ง”


“มันน่ารักนะ”


“ไป-ทิ้ง”


“ก็ได้” สุดท้ายแล้วม็อกก็ต้องยอม


“นี่มันเกิดอะไรขึ้นเหรอ?” โอ้ นั่นไงมีบุคคลผู้เข้ามาใหม่เพิ่มอีกหนึ่งคนแล้ว... แต่เหมือนเขาผู้นี้จะยังไม่ได้รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับแมลงสาบเท่าไหร่นัก “ทำไมกี้หน้าซีดจัง”


“นี่เรียกหน้าขาวนะพี่เวอร์ สงสัยตบแป้งเยอะไปหน่อย” กี้ตอบคำของ วีหนุ่มที่เป็นเสียงหลักอีกคนของวง แต่กี้กลับเรียกวีว่าพี่เวอร์...เพราะวีเขาก็เวอร์จริงๆ


“พี่ว่าไอ้น้องควรเลิกตบแป้งได้แล้วนะ ทาทีไรเหมือนรองพื้นผิดเบอร์” วีว่าพลางมองหน้าของกี้ ที่เต็มไปด้วยเครื่องสำอาง...


“พี่จะบอกว่าอิจฉากี้ที่กี้หน้าขาวกว่าใช่มั้ยล่ะ”


“มั่นหน้าไปมั้ย พี่หล่อขนาดนี้จะไปอิจฉาเอ็งทำไม” วีส่ายหน้าอย่างเอือมระอา พร้อมกับภูมิใจในความหล่อของตัวเอง(?)


“เออช่างเหอะ นี่กี้ว่าจะทำกับข้าว มีใครจะอยากกินด้วยมั้ย” เจ้าของใบหน้าน่ารักเอ่ยถามอย่างตื่นเต้นเพื่อรรอคำตอบประมาณว่า โอโห อยากกินสิ อยากกินมากๆ เลย อะไรประมาณนี้


แต่ว่า...


“โอ้ ไม่ๆ พอดีเฮียเพิ่งจับแมลงสาบไม่อยากแตะอาหาร” >>>ม็อก


“เอ่อ พี่ยังไม่หิว” >>>ควอทซ์


“เราจะไปอาบน้ำ” >>>ลาเต้


“พอดีนึกขึ้นได้มีธุระต้องไปทำกับไอ้พี่จินง่ะ” >>>วี


“เอ่อ ตามใจ กี้เอาไปให้พี่แอมป์กับพี่ไผ่กินก็ได้” ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังไม่ล้มเลิกความตั้งใจที่จะทำอาหารอยู่ดี นี่ขนาดคนปฏิเสธออกมาชัดเจนขนาดนี้แล้วนะว่าไม่อยากทานอาหารฝีมือของกี้ผู้นี้...




 

20 นาทีต่อมา

พรวดดดดด~~


“โอโห กี้ครับ...นี่ต้มโครงหมูหรือว่าต้มหมูแช่เกลือ” แอมป์ที่ซดน้ำต้มโครงหมูของกี้เข้าไปถึงกับคายทิ้งแทบไม่ทัน


“ทำไมพี่หล่อลิ้นไม่ถึง งั้นพี่แพรวชิมที” กี้ยื่นถ้วยต้นโครงหมูไปให้ไผ่


เมมเบอร์ทั้งสองคนของวงโรมิโออย่างแอมป์และไผ่ถึงกับมองหน้ากัน...ก็ต้มโครงหมูของกี้นั้นมันเค็มมากถึงมากที่สุด ใครกินก็ต้องพูดเป็นเสียงเดียวกันทั้งนั้นแหละว่า รถเกลือคว่ำ


“ขอร้องหละกี้ พี่ชื่อไผ่ครับ อย่าเรียกแพรวมันเหมือนตุ๊ด” ไผ่พูดแล้วก็ถอนหายใจ “คือพี่ไม่หิวอะกี้ กี้เอาไปกินคนเดียวเหอะ”


“เออ ตามใจครับ”


“เห้ยๆ นั่นไงเต้มาละเอาให้มันกินดิ” แอมป์ชี้นิ้วไปยังลาเต้ที่เดินมาทางนี้ได้เวลาประจวบเหมาะ กี้เห็นลาเต้ก็รีบปรี่เอาต้มโครงหมูไปหาเพื่อนที่เกิดปีเดียวกัน


“ทำไมเหรอ?” ลาเต้หันมาถามกี้งงๆ


“กินดูดิ กี้อุตส่าห์ทำมาให้” แอมป์เดินเข้ามายกถ้วยต้มจากมือของกี้ไป และยื่นไปให้ลาเต้แทน


“ทำไมต้องกินอะพี่” น้องเล็กแห่งวงโรมิโอถามด้วยความสงสัยที่มีอยู่ตลอดเวลา


“ก็แค่กิน” แอมป์จะยัดเยียดให้ลาเต้กินให้ได้


“ทำไมต้องบังคับอะ”


“ก็แค่กิน”


“ทำไมต้องกินอะ”


“กินๆ เข้าไปเถอะน่า”


ความวายป่วงของสองพี่น้องคู่จิ้นแอมป์ลาเต้ยังไม่จบแค่นี้...เมื่อแอมป์เห็นว่าลาเต้ยังคงถามแบบนี้เรื่อยๆ มีหวังไม่ได้กินหรอก แรปเปอร์อย่างแอมป์จึงหยิบช้อนซุปตักน้ำต้มโครงหมูในถ้วยแล้วยัดใส่ปากของลาเต้โดนที่อีกคนไม่ทันได้ตั้งตัว


นั่นแหละ...หายนะหละ


พรวด~


หลังจากได้รับรสต้มโครงหมูของฝีมือเสียงหลักวงอย่างกี้ ลาเต้ก็สำลักมันออกมา...ไม่แค่นั้น เขายังวิ่งเข้าไปในครัวเพื่อเอาน้ำจากตู้เย็นมาดื่มดับความเค็มที่ได้รับรสในลิ้น


“แค่กๆๆ” ตอนนี้ฟีลลิ่งของลาเต้คลับคล้ายกำลังเล่นน้ำในทะเลแล้วสำลักอะ


กี้เห็นแบบนั้นก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ...นี่ไม่ได้เรื่องอีกแล้วสินะ


~~~~Rrrrrrrrr


แต่อยู่ๆ ใขณะที่กำลังอยู่ในช่วงชิมอาหารนั้น ก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นมา กี้หยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมากดรับ และกรอกเสียงลงไป


“สวัสดีครับ เกศกันต์ครับ”


[อ่า นี่คุณกี้วงโรมิโอใช่มั้ยคะ] เสียงของผู้หญิงจากปลายสายนั่นทำไมเขาไม่คุ้นเลยนะ


“ใช่ครับ”


[ตอนนี้ทีมงานของผลิตภัณฑ์น้ำส้ม BLAN ได้ตัวผู้โชคดีที่ได้ไปเที่ยวกับคุณกี้แล้วนะคะ]


“อ่า...เหรอครับ ส่งชื่อมาให้ผมได้มั้ยครับ”


[ค่ะ สักครู่นะคะ]


จากนั้นไม่นาน ทางบริษัท BLAN ก็วางสายไป สักพักก็มีอีเมลล์ส่งเข้ามา ระบุชื่อของผู้โชคดีที่ได้รับบัตรไปทำกิจกรรมที่ต่างประเทศกับเขา


ไม่นานมานี้กี้ได้เข้าร่วมกิจกรรมของทางบริษัทน้ำส้มชื่อดังอย่าง BLAN เพื่อโปรโมทผลิตภัณฑ์ ให้เหล่า จูเลียต (ชื่อแฟนคลับวงโรมิโอ) ได้ซื้อน้ำส้มแล้วเอารหัสใต้ฝามาส่งผ่าน SMS ลุ้นเที่ยวกับเขา


และตอนนี้ก็เหมือนจะได้ผู้โชคดีแล้วหละ J











แก...ฉันเคยคิดนะว่าอีวงนี้มันจะมีสติอะ
ที่ไหนได้ แม่งอย่าว่าแต่สติเลย
สมองพวกนางยังมีกันอยู่มั้ย 555555555+
โอ๊ย...กี้เอ๊ย...นางเอกนี่ก็โหดไปไหน
ทำไมมันวายป่วงขนาดนี้ =__=;;

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

198 ความคิดเห็น

  1. #30 Whiteter (@narinnasa05) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 เมษายน 2559 / 23:23
    แลดูทุกคนรักกี้มากเลย แต่ก่อนอื่นขอจิ้นคู่ #แอมป์เต้ #ควอทซ์กี้ และ#ไนบ์ซิส คะ ปรบมือออ!
    #30
    0
  2. วันที่ 18 เมษายน 2559 / 21:13
    ทำไมเม้นไม่ขึ้น ตบมะ.. เมื่อวานอุตส่าห์เม้นอวยฉัตรไปสองคำ ถุย55555555555555555555555
    ช่างมัน เม้นใหม่ก็ได้ ทำไมฉัตรแมนขนาดนี้คะ ลูกกกกกกกกก แมนมักต่อยนักเลงสิบคน เธอไม่ใช่คนนังฉัตร..
    เธอถึกเกินไป ย้อนกลับมาด้านกีกี้.. เคะค่ะลูก เคะมากกกกก สมควรเป็นนางเอกแล้วให้ฉัตรเป็นนางเอก555555555555555
    ขำตอนนางทำกับข้าว ตอนเถียงกับเต้อีก เห็นเต้พูดออกมาแต่ละคำนี่อยากเตะมาก กวนอะไรเบอร์นั้น
    เป็นอะไรทำไมพูดแต่คำว่าทำไม ห๊าาา !!!!!

    #20
    0
  3. #14 ❝ Littlepatel ❞ (@grace46) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 เมษายน 2559 / 00:21
    แปะไว่ก่อน เดี๋ยวน้องมาเม้นนนน
    #14
    1
  4. วันที่ 16 เมษายน 2559 / 20:23
    อิม็อกไปแกล้งกี้ทำไม!!!!
    แกไม่กลัวควอทซ์ตบเรอะ?
    วงโรมิโอเอาสติไปซ่อนที่ไหนยะ
    ฉัตรคะ ถ้าแกไม่ไป ฉันไปแทนได้นะ
    เราจะไปขโมยที่คาดผมลาเต้
    ทุบมีดเฮียควอทซ์
    แย่งเครื่องสำอางอิกี้ ไปบี้แมลงสาบของอิม็อกมันค่ะ
    =_______=;;;;;;;;
    55555555555
    #12
    1
    • #12-1 แคสเติ้ลจี ★ (@g-garden) (จากตอนที่ 3)
      16 เมษายน 2559 / 20:45
      นี่แกจะไปทำลายล้างของรักของพวกนางเหรอ โดยเฉพาะบี้แมลงสาบทำร้ายจิตใจม็อกมากนะ 55555
      #12-1
  5. วันที่ 16 เมษายน 2559 / 20:23
    บทสวดอะไรของมันอ่ะเจ้55555 สติหายไปไหนหมดดดด
    อย่าเรียกพี่ว่าแพรวครับ มันเหมือนตุ๊ด ยอมใจนาง ชอบตอนนี้มาก555555
    #11
    1
  6. วันที่ 14 เมษายน 2559 / 22:05
    เจิมค่ะเจิม รอออ
    #10
    0
  7. วันที่ 14 เมษายน 2559 / 18:30
    เจิมมม
    #9
    0