[Boy's Life] คุณนางเอกครับ โปรดอย่าเปลี่ยนผมเป็นนายเอกเลย

ตอนที่ 7 : ข่าวลือนั้นแพร่ไวยิ่งกว่าโรคระบาด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,765
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 307 ครั้ง
    4 มิ.ย. 62




7

ข่าวลือนั้นแพร่ไวยิ่งกว่าโรคระบาด

 

ผมว่าผมช็อกแล้ว แต่อีกฝ่ายดูจะช็อกยิ่งกว่า แม้ใบหน้าของเขายังคงนิ่งสนิท แต่ดวงตากลับเบิกตากว้าง ซึ่งมันไม่มีความโกรธเจือปนอยู่เลยสักนิด มันเต็มไปด้วยความสับสนมากกว่า

ทันใดนั้นเองที่ความเหนื่อยล้าเข้าแทรกจนต้องหอบแฮก และผมก็เพิ่งรู้ตัวว่าเหงื่อตัวเองไหลเหมือนไปตากฝนมามากกว่าฝึกอีก

ผมย้ายดาบตัวเองมาถือมือขวา ใช้หลังมือซ้ายปาดเหงื่อด้วยความเคยชิน ก่อนจะเอื้อมมือคว้าดาบไม้ของเขาแล้วลุกขึ้นยืนพลางถอย พร้อมฉุดเขาให้ขึ้นมานั่งด้วย

แสงอาทิตย์เริ่มส่องสว่างเต็มทน กลายเป็นว่ามีแสงแดดนวลส่องเข้ามาบ้างแล้ว

ผมเหลือบไปเห็นพ่อบ้านของผมชูนาฬิกาขึ้น ทำสัญญาณมือว่าตอนนี้เจ็ดโมงแล้ว และผมต้องรีบไปอาบน้ำเพราะคลาสเริ่มแปดโมงครึ่ง ข้าวเช้ายังไม่ได้กินเลย

“เอ่อ...” ผมก้มลงมองอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกอึกอัดนิดหน่อย ในใจอยากจะบอกว่าความจริงวิธีที่ผมใช้เป็นกลโกง แต่เขาไม่ยอมรับความจริงข้อนี้แน่ๆ เลยโค้งหัวขอบคุณแทน “ขอบคุณมากขอรับที่ฝึกเป็นเพื่อนข้า”

เขานิ่งเงียบ ก่อนจะยันลุกขึ้นยืนบ้าง

“เจ้าเหมาะกับดาบคู่ที่สั้นกว่านี้” เขาแนะนำผมด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ไปหามาเปลี่ยนซะ”

ผมชะงักกับข้อเสนอของเขา

ความจริงแล้วผมเคยลองจะใช้ดาบมือเดียวด้วยเพราะตามอุดมคติแล้วมันน่าจะพลิกแพลงได้ง่าย แต่แรงมือของผมน้อยเกินไปชนิดที่โดนองค์ชายประดาบด้วยทีเดียวก็หลุดมือไปเฉี่ยวหัวอาจารย์นิดเดียว ซึ่ง...แรงแขนยังฝึกง่ายนะ แต่แรงมือนี่ไม่ใช่เลย และต่อให้มีแรงแขนเยอะก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีแรงมือสูงตามไปด้วย มันเลยเป็นเรื่องยากหากผมจะหาอาวุธที่เหมาะมือตัวเอง

หลังจากนั้นผมก็หยุดลองอะไรใหม่ๆ ต่อเพราะคิดว่ามันเสียเวลา

ถึงชาติก่อนผมจะไม่เคยใช้ดาบคู่ แต่เท่าที่คิดคือผมสามารถเก็บดาบเข้าฝักตอนไหนก็ได้ แถมเป็นอาวุธเน้นความเร็วด้วย คิดว่าคงพลิกแพลงได้มากกว่าเก่าแน่ๆ ถ้าใช้เป็น

ที่สำคัญคือองครักษ์ใช้ได้

องครักษ์ประจำตัวองค์ชายฟังดูยิ่งใหญ่ก็จริง แต่อาชีพนี้ยุ่งยากกว่าที่คิดไปโข ข้อแรกเลยคือห้ามใช้อาวุธระยะไกลอย่างธนูหรือคทาและอาวุธด้ามยาวอย่างหอกโดยเด็ดขาด ไอ้ระยะไกลน่ะผมพอเข้าใจ แต่ห้ามใช้อาวุธด้ามยาวนี่มันหมายความว่ายังไงไม่ทราบ!

“แล้วก็ถนัดซ้ายจนเห็นชัดเกินไป” เขาพูดอีกครั้ง “เจ้ามองว่าคนอื่นไม่ได้ถนัดซ้ายเหมือนเจ้าเลยมีข้อได้เปรียบ แต่มันก็เปิดช่องว่างให้เจ้าเหมือนกัน เพราะงั้นไปฝึกด้านขวามาด้วย”

สุดยอด! เขาดูออกหมดเลยเหรอเนี่ย! ผมรู้สึกหนาวกับการสังเกตของเขาจริงๆ นะ แค่แป๊บเดียวเขาก็อ่านผมขาดหมดแล้ว แถมยังอธิบายออกมาได้ดีกว่าที่คิดอีกต่างหาก!

สำหรับผมคือทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมากจนผมไม่ได้สังเกตอะไรเท่าไหร่

เห็นอีกฝ่ายแนะนำมาแบบนี้ ผมเลยลองทวนภาพการต่อสู้เมื่อกี้ดูในหัวแล้วก็บางอ้อ...มิน่าล่ะ เขาถึงเล็งด้านขวาของผมตลอด ตอนปัดดาบให้ผมล้มยังปัดไปทางนั้นเลย

“ข ขอบคุณสำหรับคำแนะนำขอรับ!” ผมตกใจจนพูดตะกุกตะกัก เป็นครั้งแรกที่เขาพูดร่ายยาวขนาดนี้ ปกติจะในเกมหรือนอกเกมก็พูดน้อยเหมือนกันทั้งคู่แท้ๆ

แต่เขากลับส่ายหัวเล็กน้อยเหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร

“ข้าถนัดการใช้อาวุธทุกอย่างก็จริง...” อยู่ๆ เขาก็พึมพำฟังจนผมต้องหันไปมอง และพบว่าเขากำลังก้มมองมือของตัวเองอยู่ “...แต่ก็คิดมาตลอดเหมือนกันว่าขาดอะไรไป”

พูดเสร็จเพอร์ซิวัลก็แย่งดาบไม้ทั้งสองอันไปจากมือผม เดินตัวปลิวไปเก็บดาบไม้ให้ ก่อนจะเดินเข้าหอพักไปพร้อมพ่อบ้านของเขา ส่วนผมเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวจากเจคอบแล้วหยิบกระติกน้ำจากเขามาดื่มอึกๆ แล้วเดินไปบ้าง

ผมว่าผมพอรู้นะว่าเขาหมายถึงอะไร

เท่าที่ผมจำได้จากในเกม เขาไม่เคยมีประสบการณ์การต่อสู้แบบเล่นสกปรกมาก่อน

ผมยอมรับเลยแหละว่าผมเล่นสกปรกมากในการเอาชนะเขา ปกติแล้วการประลองฝีมือ ถ้ากำหนดอาวุธด้วยมักจะใช้ฝีมือล้วนๆ มากกว่าทำอะไรแบบนี้ บางคนอาจไม่อะไรเท่าไหร่ แต่บางคนก็จะหาว่าผมกำลังเสียมารยาท เพราะอย่างนั้นผมเลยไม่ชอบฝึกกับคนอื่นที่ไม่สนิทด้วย

“ไม่คิดเลยขอรับว่าท่านจะเอาวิธีการต่อสู้จริงมาใช้แบบนี้” พ่อบ้านของผมหัวเราะออกมา

ผมถอนหายใจยาวหลังจากดื่มน้ำเสร็จ ปิดฝาแล้วยื่นกระติกน้ำคืนให้ “ข้าไม่อยากโดนเขาดูถูกนี่” พูดจบก็เดินกลับห้องตัวเอง แน่นอนว่าพ่อบ้านประจำตัวผมย่อมติดตามมาด้วยจนถึงหน้าห้องพัก

ปกติผมไม่ชอบใช้วิธีนี้ตอนฝึกหรอก แต่กรณีรุ่นพี่เพอร์ซิวัลขอไม่นับก็แล้วกัน ถ้าใช้มันแล้วแพ้ อย่างน้อยก็จะได้ไม่แพ้จนน่าเกลียดเกินไป

เหตุผลตรงๆ เลยคือผมไม่อยากโดนเขามองต่ำ ตัวเขาในเกมเป็นพวกพูดอะไรทะลุกลางปล้องแต่เป็นความจริงจนเถียงด้วยไม่ได้มาตั้งนานแล้ว ตอนนี้ก็เป็นเหมือนกัน เขากล้าถึงขั้นเคยพูดกับองค์ชายสามพยางค์ว่าน่ารำคาญเชียวนะ! เห็นว่าถ้าองค์หญิงไอริเซียไม่อยู่ด้วย มีหวังได้เห็นคนสองคนแผลงฤทธิ์ใส่กันแหง

เอาเป็นว่าเพราะเหตุนั้น ถ้าผมไม่แสดงให้เห็นว่าผมเองก็มีของ คำดูถูกของเขาคงเป็นอะไรที่ผมต้องรู้สึกเจ็บใจไปอีกนานแน่ๆ

ให้เดาเลยคือมันต้องเป็น ฝีมือห่วย ไม่ก็ ไปลาออกซะและที่หนักสุดคือ เจ้าไม่คู่ควรกับหน้าที่นี้

...ถ้าเขาบอกว่าผมไม่คู่ควรกับตำแหน่งตอนนี้ สู้เอาอาวุธของจริงมาฆ่าแกงกันเลยดีกว่า! ลูกผู้ชายฆ่าได้หยามไม่ได้นะเว้ย จำไว้!

ตอนผมฝึกกับธาลิเทียสหรือองค์ชาย พวกเขาจะสอนวิธีการใช้ตัวอาวุธเพียวๆ ให้ผม ส่วนอาจารย์จะเน้นวิธีพลิกแพลงและความยืดหยุ่นของร่างกายเป็นพิเศษมากกว่า ก่อนหน้านี้ยังไม่คิดอะไรหรอก แต่ตอนนี้ผมชักคิดว่าอาจารย์เขาฝึกให้ผมไปเป็นนักฆ่าเลยก็ได้มั้ง...ว่าไปนั่น

ที่แน่ๆ เพอร์ซิวัลเป็นคนที่มีพรสวรรค์ด้านการต่อสู้จนน่าอิจฉา เชื่อเถอะ ให้เวลาเขาอีกสองวัน รุ่นพี่เพอร์ซิวัลก็เอาวิธีผมไปประยุกต์จนแซงหน้าทุกคนไปอีกแหง!

รู้สึกว่าตัวเองพลาดขึ้นมาจนได้ แค่นี้เขาก็ชำนาญด้านอาวุธจนเหมือนเป็นปีศาจกลับชาติมาเกิดแล้วนะ...จะว่าไปถ้าเฟรย่าจีบรุ่นพี่เพอร์ซิวัลก็ไม่ได้แย่อะไร แถมรูตเขาก็ไม่เกี่ยวกับผมด้วย

ก็เขาไม่ใช่โลกของผมนี่ สนใจแค่พอประมาณก็พอ

ตอนนี้ผมรู้สึกเป็นห่วงนางเอกเกมที่ตัวเองไปทำอะไรแย่ๆ ใส่เมื่อวานมากกว่า แต่จะไปถามใครก็ไม่ได้เหมือนกัน...เอาไงดีนะ ส่งเจคอบไปถาม? ลองฟังๆ จากเสียงข่าวลือ?

ไว้ค่อยคิดดีกว่า

ตอนนี้ผมอาบน้ำแต่งตัวเสร็จหมดแล้ว เลยคว้าเชือกบนโต๊ะมามัดผมตัวเองไว้ก่อน แอบปลดผ้าพันแผลมาดูแผลตัวเองก่อนด้วย...อื้ม แผลไม่อักเสบ ไม่มีหนอง ถือว่าอาจารย์หมอประจำโรงเรียนนี่ฝีมือดีใช้ได้เลยแฮะ เหลือแค่น่าจะต้องล้างแผลทุกวันสองวันให้แผลหายสนิทก็พอ

แค่ผมเปิดประตูไป พ่อบ้านของผมก็รู้หน้าที่ดี เขาเดินเข้ามาทำแผลให้ผมเสร็จสรรพ ระหว่างนั้นผมก็หยิบกระดาษเคลือบน้ำแข็งเวทของเมื่อวานมาดูไปด้วย ส่วนคริสตัลบรรจุพลังเวทลมนี่...ของเจคอบเหรอ คงวางไว้ให้เมื่อเช้าพร้อมกับกล่องปฐมพยาบาลละมั้ง

ถึงปกติมันจะไม่มีใครเข้าห้องคนอื่นหรอก แต่ผมกันไว้ก่อนดีกว่า

คิดแล้วก็เอียงคอ โชคดีหน่อยที่ต่อให้มีชาติก่อนของผมกลับมา แต่ความทรงจำทุกอย่างที่เคยเกิดขึ้นมาตั้งแต่เด็กของเวดิอุสล้วนอยู่ครบ ผมหยิบทั้งชิ้นส่วนจดหมายและคริสตัลมีเสียงพูด พึมพำร่ายเวทเล็กน้อยจนไอเย็นแผ่ออกมาจากมือ มันลามไปทั้งสองอย่าง ส่งไอเย็นออกมาเล็กน้อยแล้วหายวับไป

ถ้ามีคนแตะเจ้านี่โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผมจะโดนแช่แข็งจนเป็นแผลน้ำแข็งกัด อย่างน้อยผมก็วางกลไกไว้แบบนั้น

“จริงจังน่าดูเลยนะขอรับ” เจคอบอดพูดขึ้นไม่ได้ ในขณะที่ผมขานรับในคอ ไม่อยากพยักหน้าเพราะเขากำลังเอาสำลีชุบแอลกอฮอลล้างแผลผมอยู่ ถึงจะแสบนิดหน่อยแต่มันก็อยู่ในระดับที่ทนได้เลยไม่อะไรมาก

“ช่วยไม่ได้นี่ เจ้าก็น่าจะเห็นแล้วไม่ใช่รึไง” ผมถอนหายใจก่อนจะอยู่นิ่งๆ ให้เขาพันผ้าพันแผลรอบหัวผม “ถึงบอกว่ามีแค่ชื่อข้า แต่ความจริงมันใช่ที่ไหนกัน”

คิดแล้วก็ถอนหายใจออกมา เพราะงั้นเลี่ยงไปเลยดีสุด

ถ้าตามในเกมล่ะก็ เฟรย่ากับวานาเซียจะกลายเป็นเพื่อนสนิทกันเพราะนางเอกเกมทำคุกกี้ห่อผ้าเช็ดหน้าตกแล้ววานาเซียเก็บได้ สุดท้ายก็เลยแบ่งกันกิน...หวังว่าทั้งสองคนจะช่วยกันเรียนไปจนถึงที่สุดด้วยนะ ขอล่ะ

หลังจากที่ล้างแผลเสร็จ เจคอบก็ออกไปรอข้างนอกเหมือนรู้งาน ผมเลยถือโอกาสหาที่ซ่อนของสำคัญไปด้วยแล้วเดินออกไปกินข้าว ส่วนเจคอบจะกินได้ในช่วงที่ผมไปเรียน ได้เจอกันอีกทีก็ตอนเที่ยงไม่ก็ตอนเย็นนู่น

เอาจริงๆ คือช่วงที่นักเรียนเข้าคลาส พวกพ่อบ้านหรือเมดผู้ติดตามจะว่างงานซะส่วนใหญ่ ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกใจ

ผมคว้ากระเป๋าเคสหนังของตัวเองมาถือ เอากระเป๋าหนังสือเรียนมาสะพาย ข้างในเป็นเอกสารกับของเรียนในคาบที่ต้องเอาไปใช้...วันๆ ผมก็งานเยอะงี้แหละครับ

ว่าแล้วก็ลงไปกินดีกว่า ผมรู้สึกเหมือนท้องเริ่มประท้วงหาข้าวเช้าแล้วเนี่ย

 

โรงอาหารในโรงเรียนชนชั้นสูงก็เหมือนโรงอาหารในโรงเรียนทั่วไป ต่างกันแค่จะสั่งอะไรก็ได้ถ้างบถึงและในครัวมีของทำ ซึ่งเอาจริงๆ นะ ต่อให้สั่งเมนูที่ถูกที่สุด อาหารทำออกมายังอร่อยกว่าภัตตาคารชั้นนำในชาติก่อนของผมอีก

ที่สำคัญคือโรงอาหารโคตรของความกว้าง พื้นเป็นพื้นหินอ่อนลายสวยงาม โคมไฟระย้าห้อยเปล่งประกายเต็มไปหมด ส่วนโต๊ะเก้าอี้จำกัดคนนั่งแค่สี่คนต่อโต๊ะ แต่มีวางเรียงรายเรียบร้อยและให้ไปเลือกเอาเองว่าใครจะนั่งตรงไหน

แน่นอนว่าตรงนี้ไม่ใช่งานทางการเหมือนปฐมนิเทศเมื่อวาน เสียงพูดคุยจึงดังโหวกเหวกตามประสาสถานที่ที่มีคนเยอะยิ่งกว่าต้นไม้ในป่าระหว่างกินข้าว ผมที่เข้ามาก็ไปต่อแถวรอตามระเบียบ ส่วนบางคนจะให้คนรับใช้ส่วนตัวซื้อให้แทนก็แล้วแต่เขา

ดูเจคอบจะแปลกใจนิดหน่อย คงเพราะปกติผมคงไปอ่านหนังสือไม่ก็ทำงานเอกสารรอเขามาเสิร์ฟละมั้ง

“ท่านเวดิอุส ไม่ฝากข้าเหรอขอรับ” เขาถามผม หน้าตาดูสงสัยออกมาอย่างเห็นได้ชัด นี่ถ้าไม่ติดว่าเขาต้องวางตัวกับผม ผมก็เกรงว่าอีกฝ่ายคงวัดไข้ผมต่อหน้าคนอื่นไปแล้วแหงๆ

ผมส่ายหัว ก่อนจะยื่นกระเป๋าเคสให้เขาถือ แล้วก็กระเป๋าสะพายด้วย

“ไปวางให้ข้าที” หนัก!

ที่จริงมันก็ไม่ได้หนักขนาดนั้น ปกติผมถือไหวทุกวัน แต่ทุกวันที่ว่านี่ต้องไม่ใช่เป็นวันที่ผมโดนรุ่นพี่เพอร์ซิวัลฟาดดาบไม้ใส่เต็มแรงสิ!

ตอนแรกผมไม่รู้สึกอะไรเท่าไหร่ แต่ตอนนี้ผมเริ่มรู้สึกว่ามือผมปวดจนเริ่มแดง เลยคิดว่าหลีกเลี่ยงการถือของหนักไปสักสองสามชั่วโมงก่อนน่าจะดีกว่า...หวดใส่ไม่เกรงใจกันเลยจริงๆ นี่คนนะไม่ใช่กระสอบทราย!

ว่าแต่รู้สึกไปเองรึเปล่าว่าทำไมคนในโรงอาหารบางคนถึงมองมาทางผมแล้วซุบซิบกัน ผมขมวดคิ้วเล็กน้อยแต่พยายามไม่ใส่ใจ จากหน้าตาในกระจกตอนนั้น ถ้าทำท่าสนใจขึ้นมาคงเป็นอะไรที่ออกมาไม่น่าดูชมเท่าไหร่

แต่ข่าวซุบซิบเป็นสิ่งหอมหวานและแพร่กระจายเร็ว ไม่ช้าก็เร็วผมก็ต้องรู้อยู่ดี

เมื่อได้อาหารที่สั่งและของหวานเป็นแพนนาค็อตต้าของโปรด ผมก็เดินดุ่มๆ ไปที่ที่เจคอบกำลังยืน เมื่อเขาเห็นผมเดินเข้ามาแล้วจึงโค้งให้อีกสองหัวที่กำลังกินข้าวกันอยู่แล้วเดินออกไป ซึ่งสองหัวที่ว่านั่นก็ต้องไม่ใช่ใครอยู่แล้วนอกจากธาลิเทียสและองค์ชาย

ปกติสองคนนี้จะไม่ค่อยคุยกันเท่าไหร่ แต่วันนี้ดันกำลังคุยกันออกรสชาติทีเดียว

“...ข้าว่าเขาใช้ขอรับ”

“เห เจ้าคิดงั้นเหรอ ข้าว่าไม่” องค์ชายปฏิเสธกลั้วหัวเราะ เขาดูสนุกกับบทสนทนานี้มาก อีกส่วนคงเป็นเพราะเจ้าตัวไม่ค่อยได้คุยกับธาลิเทียสสักเท่าไหร่ละมั้ง พอได้โอกาสทีเลยรีบคว้าเอาไว้

ผมสงสัยขึ้นมาอีกรอบ เลยวางถาดอาหารแล้วเลื่อนเก้าอี้ลงนั่ง

“คุยกันสนุกเชียวนะพวกเจ้า” ผมพูดยิ้มๆ ในขณะที่ทั้งสองคนรีบหันขวับมามองผมทันควัน แล้วต่างคนต่างคว้าข้อมือผมคนละข้างทันที

“เจ้าใช้เวทตอนประลองกับรุ่นพี่เพอร์ซิวัลรึเปล่า (ขอรับ)!

ผมนิ่ง นิ่งสนิท กะพริบตาปริบๆ รู้สึกเหมือนอยู่ๆ สมองตัวเองก็หยุดทำงานทันควัน

นี่พวกนายถามว่าอะไรนะ เอาใหม่ซิ

_______________________________

สามารถติดต่อหารือพูดคุยกันทุกเวลาได้ที่ 
- twitter: @InnocentVampir4
- fb page: Blacklight Sonata

ปล. เรื่องนี้มีเปิดระบบโดเนตใน readawrite ด้วยนะคะ ถ้าอยากอ่านเยอะๆ ก็รบกวนโดเนตเราหน่อยน้าา T_T
ถ้าให้สารภาพจริงๆ คือเรามีเวลาแค่สองเดือนในการยืนยันว่าเราสามารถเขียนนิยายแล้วหาเงินได้ ไม่เช่นนั้นเราต้องกลับไปทำงานหามรุ่งหามค่ำเหมือนเดิม และคงไม่ได้กลับมาแต่งนิยายเรื่องไหนอีกเลย...หากอยากซัพพอร์ตก็จิ้มลิงก์นี้โลดดด >>ตรงนี้<< 

ส่วนนี่...อิมเมจคร่าวๆ คุณพี่สาวของเอลี่ ตำแหน่งองค์หญิง (เครดิตอยู่ที่บทห้า)
ไอริเซีย อควาน่า คอร์เวล


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 307 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

217 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 11 มิถุนายน 2562 / 09:02

    ขอบคุณค่ะ
    #20
    1
    • #20-1 แมวน้อยในถังปี๊บ(จากตอนที่ 7)
      11 มิถุนายน 2562 / 14:30
      ขอบคุณที่ให้กำลังใจเช่นกันค่ะ ต้องการมาก แฮ่
      #20-1