[Boy's Life] คุณนางเอกครับ โปรดอย่าเปลี่ยนผมเป็นนายเอกเลย

ตอนที่ 27 : คำถามของเหล่าบ่าว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 302
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 43 ครั้ง
    24 เม.ย. 64


 

26

คำถามของเหล่าบ่าว

 

“ท่านเวดิอุสขอรับ”

ผมหันไปมองตามเสียง แล้วก็เจอพ่อบ้านผมสีเขียวอ่อนกำลังยิ้มทักทายมาให้ ผมถึงกับนิ่งไปแล้วหันกลับไปมองตึกที่ตัวเองเพิ่งออกมา

เอ... ผมว่าผมก็ยังอยู่ในเขตจำกัดพ่อบ้านและเมดประจำตัวอยู่นี่นา แล้วทำไมบลังก์ พ่อบ้านของเจ้าเอลิออตมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะเนี่ย

แต่ยังไม่ทันจะถาม เขาก็เป็นฝ่ายโพล่งออกมาก่อน “พอดีองค์หญิงไอริเซียใช้คันฉ่องวารีบอกให้กระผมมาตามท่านน่ะขอรับ ฝากกล่าวว่า ตอนนี้หัวน่าจะเย็นแล้ว กลับมาได้แล้วไหม ด้วย”

เวลาตรงเป๊ะมากครับ กำลังจะกลับไปพอดีเลยครับ แพนนาค็อตต้าคือสุดยอดของหวานที่ทำให้หัวเย็นลงมากที่สุดในสามโลกด้วยครับ

แต่พอคิดว่าอนาคตต้องเจออะไรบ้างก็ปวดหัวขึ้นมาเลยเหมือนกัน คนแก่อายุสามสิบกว่าอยากไปนอนพักสักสามปีจะได้ไหม ได้รึเปล่า

... ไอ้ประโยคข้างบนนี่อยากจะพูดออกไปสุดๆ แต่เกรงว่าถ้าพูดไปผมคงไม่ได้ตายดีแน่เพราะยังไงองค์หญิงก็คงรู้เข้าสักวันอยู่ดี ผมเลยได้แต่พยักหน้า “เข้าใจแล้ว ลำบากหน่อยนะ ต้องเดินมาถึงนี่เลย ฮะๆๆ”

จากห้องพักของคนรับใช้มาถึงโรงอาหารที่ผมอยู่นี่ ถ้าเดินมาก็ใช้เวลาประมาณห้านาทีได้ แถมเดินมาส่งข่าวเสร็จก็ต้องกลับไปอีก เอาจริงแค่นึกภาพผมยังรู้สึกเหนื่อยใจเลย

“ไม่หรอกขอรับท่านเวดิอุส” บลังก์ยิ้มออกมา “องค์หญิงไอริเซียเองก็ทรงเรียกกระผมด้วยเหมือนกัน”

หะ?

ดูเหมือนเพราะผมเผลอทำสีหน้า เจ้าพูดบ้าอะไรของเจ้า (ฉบับไม่ได้ตั้งใจให้เป็นอย่างนั้น) ออกไป เขาจึงอธิบายต่อทันที “กระผมเป็นผู้ติดตามขององค์ชายเอลิออตน่ะขอรับ ดังนั้นพอเป็นเรื่องส่วนตัวใหญ่ๆ ที่เกี่ยวกับตัวองค์ชาย ทางองค์ราชาก็มักจะหยิบยื่นให้กระผมกับองค์หญิงไอริเซียจัดการตามใจชอบตลอด...”

“... เหนื่อยไม่หน่อยเลยจริงๆ” แค่คิดก็เหนื่อยแล้ว ถ้าไม่ติดว่าต้องกลับไปทำงาน ผมคงเดินกลับหอไปแล้วเนี่ย

ถ้าเป็นก่อนหน้านี้ผมคงไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเป็นแบบนี้ แต่พอเกิดเรื่องทะเลาะตอนนู่นแล้วผมดันเข้าใจขึ้นมาทันทีทันใด

ถ้าให้ไอ้คนสมองกลวงไม่รักตัวเองนั่นจัดการชีวิตตัวเองด้วยตัวเองละก็ ไม่แคล้วพวกผมนี่แหละที่ต้องตามล้างตามเช็ดไม่จบไม่สิ้น แถมจะไปตายตอนไหนก็ไม่รู้อีกน่ะสิ!

เฮ้อ...

แต่แบบนี้ก็แสดงว่าบลังก์ได้รับความเชื่อใจจากองค์ราชาไม่น้อยเลยนะนี่ สมแล้วที่เป็นสุดยอดพ่อบ้านในหมู่พ่อบ้าน

พื้นฐานพวกเราถูกสอนว่าเกิดมาก็มีงานกองแล้ว ดังนั้นความสัมพันธ์แบบนายบ่าวไม่ใช่สิ่งที่ได้มาฟรีๆ แต่มันคือการพึ่งพาอาศัยกัน เพราะพวกเราแยกร่างไปทำงานแบบบ่าวไปพร้อมกับงานหลักไม่ได้ต่างหาก... แน่นอนว่าพ่อแม่ผมพยายามสอนในสิ่งที่เขาไม่ค่อยเชื่อสักเท่าไหร่ อย่างที่เคยบอกไปว่าประเทศเราเพิ่งเลิกทาสมาก่อนผมเกิดไม่นาน คนยังไม่ค่อยจะชินกัน

แต่ก็นะ การที่ท่านพ่อท่านแม่ยอมรับว่าตัวเองทำงานปัดกวาดเช็ดถู เป็นพ่อครัวแม่บ้านไปพร้อมกับปั่นงานเอกสาร ตรวจสอบบัญชี ดูแลเขตการปกครองไปด้วยไม่ได้ก็ถือว่าเป็นก้าวแรกที่ยิ่งใหญ่แล้ว บางครอบครัวยังทำใจมองแบบนั้นไม่ได้เลย

แถมหนึ่งในนั้นเป็นตระกูลที่ผมรู้จักดีซะด้วย

“จะว่าไป...” คุณบลังก์พูดขึ้นมาเหมือนต้องการเปลี่ยนเรื่อง ผมจึงหันไปมองเขาตามปกติ “หมัดท่านเวดิอุสเนี่ยหนักใช้ได้เลยนะขอรับ กระผมขอเอ่ยชม”

แค่ก!

ความทรงจำตอนผมฟิวส์ขาดชกหน้าไอ้เอลิออตมันเต็มแรงลอยขึ้นหัว ยิ่งพอนึกกลับไปทีไรก็ยิ่งอยากกรีดร้องให้สุดเสียงทุกที

ถ้าย้อนกลับไปน่ะผมทำเหมือนเดิมแน่อยู่แล้ว แต่นั่นไม่ได้แปลว่าผมจะรู้สึกสะใจสักหน่อยนี่! เจ้านั่นไม่เคยใช้กำลังรุนแรงหรือแม้แต่อำนาจตอนพวกเราทะเลาะกันเลยสักครั้ง คราวนี้ผมดันไปต่อยมันจนฟันร่วงก่อน แล้วมันกับคนรอบตัวมันยังไม่เอาผิดผมอีก

ไม่สิ ไม่เอาผิดไม่พอ ดันเห็นดีเห็นงามด้วยซะงั้น... ลงเอยแบบนี้ถ้ายังมีมโนธรรมอยู่ในใจ ใครมันจะไม่รู้สึกผิดหรืออะไรทำนองนี้บ้างเล่าปัดโธ่!

ผมได้แต่ยิ้มเจื่อนแล้วโค้งหัวให้เขานิดหน่อย “ต้องขอโทษด้วยที่ต้องปล่อยให้เก็บกวาด” ถ้าจำไม่ผิด ผมล้มโต๊ะจนเอกสารกระจายไปหมดด้วยนี่นะ

“ปกติขอรับ” คุณบลังก์ดันตอบกลับมาเหมือนชินแล้วอย่างไรอย่างนั้น “เพราะก่อนที่ท่านเวดิอุสจะเข้าวังมา กระผมก็เก็บกวาดให้องค์ชายจนเป็นเรื่องปกติเหมือนกัน...”

เห... แสดงว่าเจ้านั่นตอนเด็กๆ คงซนน่าดูเลยแฮะ แอบอยากรู้เหมือนกันนะเนี่ยว่าเป็นยังไง ไว้ค่อยถามดีกว่า

ที่แน่ๆ พอนึกไปถึงเหตุการณ์ตรงนั้นอีกทีก็แอบคาใจนิดหน่อยยังไงไม่รู้สิ

“ว่าแต่ทำไมตอนนั้นถึงไม่ห้ามข้าเลยล่ะ” นั่นคดีทำร้ายร่างกายราชวงศ์เลยนะ อย่างน้อยในฐานะบ่าวก็ควรจะห้ามไม่ให้ใครมาทำร้ายเจ้านายไม่ใช่เหรอ

“ที่คุยกันทั้งหมดนั่น กระผมได้ยินนะขอรับ” เขายิ้มเผล่ “ก็เลยคิดว่าองค์ชายหน้าบุบนิดๆ หน่อยๆ ก็คงไม่เป็นไรหรอก”

“...” โอเค ผมเข้าใจแจ่มแจ้งแล้วว่าทำไมองค์หญิงไม่เอาเรื่องผม แล้วก็รู้แล้วว่าไปเอาเรื่องพวกนี้มาจากไหน

นี่ไงตัวการ! เป็นๆ ต่อหน้าผมเลยเนี่ย!

“ก็มันน่าจริงๆ มั้ยเล่า” เมื่อเจอคนที่พอจะบ่นเรื่องนี้ได้ ผมก็จัดการใส่เต็มที่ “เจ้าหมอนั่นคิดว่าชีวิตของตัวเองเป็นอะไรกันแน่ ถ้าเขาตายขึ้นมา คนรอบตัวเขานั่นแหละที่จะเดือดร้อนน่ะ!

คนแรกที่เดือดร้อนก็นั่นแหละ องค์ราชาเลย... ซิลวาเรสมีแค่หนึ่งโอรสหนึ่งธิดา ถึงที่นี่จะไม่มีกฎว่าผู้หญิงห้ามเป็นกษัตรีย์ก็เถอะ แต่ยังไงก็มีข้อให้กังขาแน่ๆ เพราะค่อนข้างเอนไปทางไม่ยอมรับในหมู่ต่างประเทศ

นี่ยังไม่นับผม งานที่จะกองเป็นหางว่าว (แล้วผมต้องมาสะสางคนเดียวถ้ามันตาย) ธาลิเทียส คนรับใช้ แล้วทุกอย่างจะกลายเป็นปัญหาโดมิโนล้มครืนพังไม่เป็นท่า

ง่ายๆ คือสำหรับผม ชีวิตของเอลิออตเป็นเหมือนเสาหลักการทำงานภายในในตอนนี้ จะล้มไม่ได้เด็ดขาดนั่นแหละ

“กระผมเห็นด้วยสุดซึ้งเลยขอรับ” บลังก์พยักหน้าเห็นดีเห็นงามชนิดไม่ได้ทำแบบขอไปที นั่นทำให้ผมนึกขึ้นมาได้

“จะว่าไป ขอถามหน่อยสิขอ...” ผมกลืนคำสุภาพลงคอไปเพราะตรงนี้มีคนเดินผ่านได้ตลอดเวลา ผมอุตส่าห์กลั้นไว้แทบตายเชียวนะ! “สำหรับเจ้า ชีวิตขององค์ชายเอลิออตคืออะไรเหรอ”

ของผมเป็นเสาหลักในการทำงานและเพื่อน ธาลิเทียสคงมาแนวๆ เพื่อนคนสำคัญ ส่วนองค์หญิง องค์ราชา องค์ราชินีคงไม่ต้องพูดถึง เพราะงั้นผมเลยอยากรู้ไงล่ะว่าสำหรับคนที่อยู่ใกล้ตัวเอลิออตมาก แถมดูแลกันมาตั้งแต่แบเบาะอย่างคุณบลังก์ ชีวิตของเจ้านั่นคืออะไร

ฝีเท้าของเขาหยุดชะงักจนผมเผลอหยุดตาม กำลังจะหันไปถามกลับเห็นเขาก้มมองมือตัวเองด้วยสีหน้านิ่งสนิท... จนผมแอบขนลุกไปแวบหนึ่ง

ก่อนที่คุณบลังก์จะถอนหายใจด้วยสีหน้าละเหี่ยใจแบบไม่คิดปิดบังทำเอาผมสะดุ้ง แต่ก็ได้สติกลับคืนมาอย่างรวดเร็ว

“ชีวิตขององค์ชาย... คือชีวิตของกระผมขอรับ”

... เกินคาดไปหน่อยแฮะ ถึงจะไม่แปลกใจเท่าไหร่ก็เถอะ

ลองคิดดูสิ ถ้าดูแลกันมาตั้งแต่เด็ก จะเกิดความผูกพันแบบเดียวกับพ่อทูนหัวก็ไม่แปลก แถมถ้าเอลิออตเป็นอะไรไป คนที่โดนสนามอารมณ์คนแรกก็ไม่พ้นคนรับใช้อย่างพวกเราแน่นอน

ผมได้แต่เอื้อมมือไปตบบ่าเขาในฐานะเพื่อนร่วมชะตา

“พวกเราก็ได้แต่ทนละนะ” ต่อให้ไอ้เวรเอลิออตนั่นจะนิสัยแบบไหน แต่ถ้าเขายังทำหน้าที่ของตัวเองได้ดี พวกเราก็ต้องทนรับมือเขาต่อไปจริงๆ นั่นแหละ

คุณบลังก์ได้แต่พยักหน้าด้วยรอยยิ้มละมุน

“ได้แต่ทนจริงๆ ขอรับ”

พอพูดถึงตรงนี้ พวกเราก็มาอยู่หน้าอาคารเรียนแล้วเรียบร้อย แน่นอนว่าเขายังเดินมาพร้อมกับผมอยู่เพราะเขามีธุระกับไอริเซียโดยตรง

“ว่าเอลิออตตอนเด็กเป็นยังไงเหรอขอรับ” ผมถามไป แต่เขาดันเผยสีหน้าครุ่นคิดกึ่งลำบากใจออกมาซะงั้น จนผมต้องยิ้มแห้ง “ถ้าเล่าไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ข้าเข้าใจ...”

“แค่กำลังคิดคำน่ะขอรับท่านเวดิอุส” คุณบลังก์พยักหน้าเหมือนตัดสินใจแล้ว “ตอนพระองค์ยังเยาว์วัยเป็นเด็กที่... รับมือยาก แล้วก็พลังทำลายล้างสูงมากขอรับ” พูดจบก็ยกมือขึ้นกุมขมับราวกับกำลังปวดหัวจี๊ดๆ

“อ่า ฟังดู... ผ่านอะไรมาเยอะดีนะ”

ใจหนึ่งผมก็สงสารเขา แต่อีกใจก็รู้สึกโล่งสุดขีดที่ตัวเองไม่ได้ไปอยู่ตรงนั้นยังไงก็ไม่รู้

เสียงนุ่มนวลของคุณบลังก์หัวเราะในลำคอ ก่อนจะเอ่ยประโยคคำสาปออกมา “แต่อีกเดี๋ยวท่านก็ได้เจอแล้วนี่ขอรับ”

... ผมไม่น่าฉลาดพอจะรู้ว่าเขาหมายถึงอะไรเลย อุตส่าห์ลืมไปแล้วเชียว

หมายถึงอะไรอีกล่ะ ก็คอมโบลิงทโมนมหาประลัยเบ็งเคย์เอลิออตในอนาคตไง อ๊ากกก!! ผมเกลียดตัวเอง!

ผมสูดลมหายใจเข้าลึกๆ... หยุด! พอเลยเวดิอุส นายหยุดคิดเรื่องอนาคตเดี๋ยวนี้ คิดถึงแพนนาค็อตต้าที่เพิ่งกินไปไม่นานนี้สิ!

ถ้าไม่ติดว่าผมเคารพคุณบลังก์มากในฐานะสุดยอดพ่อบ้านจนต้องรักษามาดตัวเอง ผมคงเอาหัวโขกกำแพงให้รู้แล้วรู้รอดไปแล้ว

“เพิ่งจะทำหัวเย็นลงได้แท้ๆ เชียว...” เสียงที่ออกมาจากปากตอนนี้มันโคตรดูหมดเรี่ยวแรง คอของผมก็ตกเหมือนคนอาลัยตายอยาก

“ไม่เป็นไรหรอกขอรับ ไม่ได้มีท่านคนเดียวสักหน่อย” เขาหัวเราะอีกครั้ง “มีทั้งธาลิเทียสทั้งกระผมอยู่ด้วยนะขอรับ”

ผมได้แต่พยักหน้าเนือยๆ

เขาพูดถูก ยังมีคนช่วยอยู่ แถมถ้าเข้าตาจนก็ยังไปขอความช่วยเหลือจากองค์หญิงได้ ดังนั้นผมไม่ได้ซวยคนเดียวแน่ ตอนแรก

พอคิดว่าอย่างน้อยก็ยังมีเพื่อนร่วมชะตากรรม ความรู้สึกหนักใจก่อนหน้านี้ก็ดีขึ้นเป็นกอง

...แต่ดูเหมือนเขาจะจงใจพูดยังไงชอบกล เพราะพอใจชื้นขึ้นปุ๊บ ผมเงยหน้ามาก็พบว่าพวกเราอยู่หน้าห้องสภานักเรียนแล้ว

ผมกำลังจะเอื้อมมือไปเปิดประตู แต่คุณบลังก์กลับไวกว่า เขาจัดการเปิดประตูให้ผมเรียบร้อยเสร็จสรรพ “อย่าแย่งงานกระผมสิขอรับ ท่านเวดิอุส”

ฮะๆ แต่เจคอบก็แทบไม่ได้เปิดประตูให้ผมเลยนะครับ... ผมอยากจะพูดออกไปใจจะขาด ถึงความจริงจะเป็นผมที่บอกเจคอบไปว่าไม่ต้องเพราะไม่ได้เป็นง่อยก็เถอะ

เมื่อผมเดินเข้าไปในห้อง องค์หญิงไอริเซียก็ลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกไปนอกห้องแทนผม โดยมีคุณบลังก์ปิดประตูให้ราวกับไม่อยากคุยกันในนี้ แต่ผมเข้าใจนะ จะคุยเรื่องของเอลิออตต่อหน้าเจ้าเอลิออตมัน เป็นใครก็ต้องกระอักกระอ่วนกันบ้างแหละ

“เที่ยวนานเลยนะเจ้า” เอลิออตยักคิ้วให้

“คนไล่กระหม่อมไปปรับอารมณ์ก็พระองค์ไม่ใช่รึไง...” มุมปากผมกระตุกกึกๆ ก่อนจะเดินไปดูงานเอกสารต่อตามระเบียบ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 43 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

217 ความคิดเห็น

  1. #217 K02 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 27 เมษายน 2564 / 06:04

    เย้ได้อ่านแล้ว

    #217
    0
  2. #216 L A - R I S (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 26 เมษายน 2564 / 05:04
    ย้อนอ่านเสร็จแล้ว รักนะะ ชอบความนินทานี้555
    #216
    0
  3. #215 Femiella (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 25 เมษายน 2564 / 19:46
    ลืมเนื้อเรื่องหมดแร้ว กี้ด;-; ขอย้อนอ่านก่อนนะคะ ขอบคุณที่กลับมาค่าา
    #215
    0
  4. #214 licena (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 25 เมษายน 2564 / 18:12
    คิดถึงงงงงงงงในที่สุดก็มา นี่เป็นครั้งแรกที่รอมาเนิ่นนาน รักนะะะะ
    #214
    0
  5. #211 G.U.M.M.Y (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 25 เมษายน 2564 / 09:24
    ขอวนกลับไปอ่านใหม่อีกรอบก่อนน้าา
    ยินดีต้อนรับกลับมาค้าา (◕દ◕)
    #211
    0
  6. #210 Rejhdihajhsjhhg (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 25 เมษายน 2564 / 00:26
    อ๊าาาาา ก่่ก่กลืมเนื้อเรื่องไปล้าวววว
    #210
    0
  7. #209 หนูสวยมาก (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 24 เมษายน 2564 / 23:56
    อ๊าาา คิดถึงมากเลยค่ะ ยินดีต้อนรับกลับนะคะ😣💖 ทุกคนดูจะรักเอลิออตมากๆเลย ถึงแม้จะดูหมั่นไส้เอลิออตไปบ้าง อย่างนี้นายต้องรักตัวเองให้มากๆแล้วนะ 😠
    #209
    0