[Boy's Life] คุณนางเอกครับ โปรดอย่าเปลี่ยนผมเป็นนายเอกเลย

ตอนที่ 18 : ข่าววงในของรั้วโรงเรียน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,384
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 148 ครั้ง
    21 ก.ค. 62



เนื้อหาในตอนนี้จะเน้นไปทางอัปเดตข่าวสารในโรงเรียนเป็นพิเศษ ถ้าทำให้เบื่อก็ขออภัยล่วงหน้าด้วยนะคะ m(_ _)m
แต่ตอนหน้าไม่น่าจะเบื่อแน่นอนค่ะ---
____________________

 

18

ข่าววงในของรั้วโรงเรียน

 

“เจ้าจงใจสินะ...” ผมถามเสียงนิ่ง แต่ในขณะเดียวกันก็รู้ตัวเลยว่ากำลังทำหน้าละเหี่ยใจอยู่ โดยเฉพาะเมื่อเจ้านั่นจัดการปรบมือเบาแต่รัวด้วยความปลื้มใจสุดฤทธิ์

“ว้าว รู้ด้วย” อิลฟรีซตอบด้วยน้ำเสียงประทับใจ ไม่คิดแย้งเลยแม้แต่น้อย “แล้วก็ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้เจ้าคุยกับน้องเจ้าบ่อยกว่านี้ด้วยน้า พ่อคนดัง”

“บอกแล้วไงว่าช่วยเลิกเรียกข้าแบบนั้นสักที” ผมพยายามบังคับไม่ให้ตัวเองชักสีหน้าไม่พอใจออกมา เพราะอีกเดี๋ยวถ้าถึงที่คุยกันชั่วคราวเมื่อไหร่พวกเราต้องคุยงานกันแล้ว การทะเลาะกันจะทำให้อารมณ์ส่งผลต่อเรื่องงานได้ “ข้าชื่อเวดิอุสต่างหาก”

ไม่สิ ผมมีเรื่องต้องถามด้วยนี่

“เจ้าไปรู้จักน้องสาวข้าตอนไหน”

“ทำความรู้จักกับนางตั้งแต่ตอนปฐมนิเทศแล้ว เจ้าต่างหากล่ะที่ไม่เห็น” อิลฟรีซยักไหล่ไม่ใส่ใจพลางเดินต่อไปโดยมีตึกเรียนเป็นเป้าหมาย เพราะวันนี้ไม่มีเรียนแถมยังเป็นสัปดาห์แรก ร้อยทั้งร้อยย่อมไม่มีใครอยู่ตรงนั้น

เมื่อถึงหลังตึกเรียน พวกเราสองคนก็นั่งลง เจคอบเองก็ยืนอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล ส่วนผู้ติดตามของเธอ...ก็มีนั่นแหละ ผมเคยถามแล้วแต่เธอบอกว่าไม่ชอบโดนตาม เพราะงั้นมีก็เหมือนไม่มี

ใช้คนได้ไม่คุ้มค่าจ้างเอาซะเลย

อิลฟรีซยื่นปึกกระดาษมาให้ผม แน่นอนว่าผมรีบรับแต่โดยดีแล้วไล่ดู

ถึงเธอจะไม่ค่อยตั้งใจเรียนสักเท่าไหร่ งานกลุ่มก็ชอบอู้ แต่ยังไงก็ต้องยอมรับว่าในเรื่องการหาข่าวสาร เธอทำได้ดีมากเลยทีเดียว ยิ่งกับคนที่มักจะโดนเมินเสียส่วนใหญ่เพราะองค์ชายเด่นกว่าอย่างผม ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองได้ประโยชน์ไปเต็มๆ

นี่ยังไม่นับว่าผมหน้าค่อนไปทางโหด พวกที่ไม่รู้จักผมก็มักจะกลัวผมกันอีก...เฮ้อ

ชีวิตในรั้วโรงเรียนคือเรียน ในขณะเดียวกันก็ต้องขยันสร้างเส้นสายไว้ด้วย และต้องเว้นระยะห่างให้ดี ไม่อย่างนั้นจะมีสิทธิถูกหลอกใช้เอาในอนาคต

“นี่เป็นพวกรุ่นน้องปีหนึ่งกับรุ่นพี่ที่ข้าแนะนำให้เจ้าเข้าหาพวกเขาเข้าไว้...ไม่ต้องห่วง บางคนจะเข้าหาเจ้าเองด้วยซ้ำโดยอ้างชื่อข้า” เธอเปรยขึ้น มือจัดการดันแว่นพลางถอนหายใจ “แล้วก็มีรายชื่อกับหน้าของลูกมือของคนที่เกลียดเจ้าด้วย รายละเอียดเพิ่มเติมอยู่ในกระดาษเรียบร้อยแล้วล่ะ”

ผมไล่ดูคร่าวๆ แล้วพบว่าส่วนใหญ่ยศต่ำกว่าเอิร์ลทั้งนั้นเลย แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาอะไรสำหรับผม เพราะถ้าผมว่างก็สามารถเข้าหาใครก็ได้ทุกเวลาขอแค่จำหน้าได้

ถ้าว่างน่ะนะ

อืม...จำไม่ผิด คนวาดรูปเหมือนทั้งหมดในกระดาษแผ่นนี้คือผู้ติดตามของอิลฟรีซ เธอเคยอวดผมอย่างภาคภูมิใจ และผมก็ยอมรับเลยว่ามันสวยและเหมือนจริงมาก

“คนที่เกลียดขี้หน้าข้าส่วนใหญ่ก็พวกหูเบากับพวกที่ผูกใจเจ็บตอนแพ้ข้าตอนเก้าขวบทั้งนั้น” ผมยักไหล่ไม่ใส่ใจ คนแบบนั้นไม่ต้องมาคุยกันเลยก็ยังได้ สติปัญญาขั้นพื้นฐานยังไม่ค่อยจะมีกันเลย “แต่ก็ขอบคุณที่เตือน ข้าจะระวัง”

คงไม่มีใครเอาเรื่องแพ้ตอนเด็กมาก่อเรื่องถึงขั้นวางยาพิษฆ่าแกงกันไปข้างหรอกมั้ง ต่อให้อยากทำจริงก็...คงไม่มีคนทั่วไปคนไหนอยากวัดจุดเดือดของเอลิออตหรอก ขนาดผมยังไม่อยากเลย

“ต่อมาก็เรื่องแฟนคลับเจ้า”

“ข้าม” ผมรีบหยุดเธอทันควัน เอาจริงๆ ผมรู้สึกกระดากทุกทีที่ได้ยินเรื่องตัวตนของผมในจินตนาการของพวกเขา จะว่าไงดี มันเกินจริงจนผมฟังจากอิลฟรีซทีไรก็ปวดหัวทุกที

สัญญาผลประโยชน์ร่วมกันของพวกเราเริ่มเมื่อกลางฤดูร้อนปีที่แล้ว คิดเอาก็แล้วกันว่าผมทนฟังมาเยอะแค่ไหนน่ะ

อิลฟรีซทำท่าจีบปากจีบคอ แถมยังดัดเสียงให้ด้วย “พูดว่าอะไรละน้า อ้อ ข้าเป็นหนึ่งในคนที่เห็นการคว้าชัยชนะของท่านเวดิอุส แม้เขาจะตกอยู่ในสภาพ...

ผมรีบอุดหูตัวเองตั้งแต่ได้ยินคำว่าท่านออกจากปากของเธอพลางมองค้อนอีกฝ่ายไปด้วย แต่นั่นกลับทำให้อิลฟรีซหัวเราะชอบอกชอบใจซะอย่างนั้น

“โอเคๆ ไม่แกล้งแล้วก็ได้ สรุปเลยก็แล้วกัน” เธอว่ากลั้วหัวเราะ “เอาเป็นว่าหลังจากที่เจ้าชนะท่านเพอร์ซิวัล แฟนคลับ ไม่สิ ผู้ชื่นชมเจ้าก็เพิ่มขึ้นพอสมควร”

มันก็ควรจะดีใจ เพราะแบบนั้นหมายความว่าชีวิตผมจะปลอดภัยขึ้นพอสมควร แต่ทำไมผมกลับรู้สึกไม่ดีใจสักนิดเลยล่ะ

เพราะความคาดหวังมันสูงขึ้นตามไปด้วย?

“พวกผู้หญิงชื่นชมเจ้าในรูปลักษณ์กับ นัยน์ตาคู่คมสีแดงฉานที่เพียงปรายตามองก็ทำเอาใจข้าสั่นสะท้านจนเก็บไปฝัน เสียเยอะ อันนี้ข้าเคยบอกแล้วใช่ไหม”

“...ช่วยเลิกอ้างอิงคำพูดแบบนั้นทีเถอะ ข้าขอล่ะ” ผมยกมือนวดหว่างคิ้วตัวเอง อีกมือยกขึ้นเป็นเชิงห้าม รู้สึกพูดไม่ออกบอกไม่ถูกยังไงชอบกล “ที่จริงอันนี้ข้าสงสัยนานพอสมควร ขอถามเลยละกัน” ผมมองอิลฟรีซอีกที “ว่ากันตามตรง องค์ชายกับธาลิเทียสหน้าตาดีกว่าข้าอีกไม่ใช่รึไง”

ใช่ ทั้งสองคนนั้นหล่อกว่าผมเยอะ แถมผมอยู่กับพวกเขาแทบจะตลอดเวลา ผมละอยากรู้จริงๆ ว่าพวกนั้นเอาตาไปไว้ที่ไหน

ในตอนนั้นเองที่ผมเห็นเธอทำหน้าจริงจังเป็นครั้งแรก นิ้วที่ม้วนปอยผมของตัวเองก็จัดการดึงมันแทน

“ถ้าถามข้า พวกเจ้าหน้าตาดีกันคนละแบบ แล้วรสนิยมแต่ละคนไม่เหมือนกันด้วย จริงไหมล่ะ” เธอพยักหน้ายืนยันคำพูดของตัวเองอีกต่อ “อีกอย่าง ต่อให้องค์ชายรูปงามแค่ไหน แต่เขาเล่นจูบปอยผมน้องสาวเจ้าต่อหน้าสาธารณชนไปแบบนั้น สาวๆ ก็อกหักกันไปเป็นแถบแล้ว”

เออ ก็จริง พอพูดถึงเรื่องนั้นทีผมก็อยากเป็นฝ่ายไปกระโดดบีบคอมันบ้างเหมือนกัน

“หมดข้อสงสัยแล้ว เชิญต่อได้” ผมผายมือเป็นเชิงให้เธอพูดต่อ

“ถึงไหนแล้วนะ”

“...พวกผู้หญิงชอบหน้าตาข้า” ผมพูดหน้าตาย ถ้าจะให้ผมทวนประโยคประดิดประดอยที่ไว้ชมตัวเองละก็ ฝันไปเถอะ! อีกอย่างคือจำไม่ได้แล้วโว้ย!

ผมเห็นอิลฟรีซเดาะลิ้นออกมาอย่างไม่เกรงใจ แต่เธอก็ต่อให้อยู่ดี “แต่ตัวเจ้าเองก็คอยแสดงให้คนอื่นเห็นเหมือนกันว่าไม่ได้มีดีแค่หน้าตาตั้งแต่ตอนเข้าเรียนแล้วนี่ เพราะงั้นพอเจ้าชนะรุ่นพี่เพอร์ซิวัลได้ ชื่อเสียงของเจ้าก็เลยกลายเป็นดีขึ้นแบบก้าวกระโดดไปเลยน่ะสิ”

การฟังข่าวจากที่สูงกับคนที่อยู่ที่เดียวกันนี่ มันให้ความรู้สึกต่างกันพอสมควรเลยแฮะ

“พวกที่หมั่นไส้เจ้าบางส่วนก็เริ่มเอนไปทางนับถือด้วย” เธอพยักหน้าหงึกหงัก “แต่หลังจากนั้นเจ้าก็ไม่โผล่หน้าไปที่ลานฝึกช่วงเช้าอีกเลยนี่”

“มาดูกองงานข้ามั้ยล่ะ” ผมนี่ยิ้มเลย แต่ในใจแอบเหงื่อแตกพลั่กๆ

ขืนบอกความจริงว่าผมไม่อยากไปเพราะเชื่อว่าถ้าไปอีกรอบมีหวังโดนซัดจนเละละก็ มีหวังโดนเจ้านี่ล้อจนวันตายแน่

เท่านั้นแหละ อิลฟรีซถึงขั้นยกมือตบบ่าผมด้วยสีหน้าเห็นใจ “งานหนักนะเจ้า”

ก็ยังดีที่เห็นใจกัน ผมได้แต่พยักหน้าเบาๆ เศร้าๆ เหมือนคนชีวิตเปล่าเปลี่ยวตอบกลับไป แต่ก็พูดต่อ

“ข้าไม่ตายเพราะงานหรอกน่า” ชาติก่อนผมก็ไม่ได้ตายเพราะงานด้วยสบายใจได้

ผมไม่ใช่พวกบ้างาน ถ้าบ้างานจริงถึงขั้นเป็นอาการทางจิตละก็ ผมคงไม่หาเรื่องลากิจลาป่วยครบโควตาไม่ขาดไม่เกินมันทุกปีหรอก

“เอาเป็นว่าข้าเข้าใจ แต่คนอื่นก็...อย่างที่บอกไปตอนเจอหน้ากันแล้วแหละเนอะ”

ทำไมผมต้องมาสนใจเรื่องไร้สาระพรรค์นี้ด้วยเนี่ย ดาราไหมก็ไม่ใช่ น่าอึดอัดชะมัด

“งั้นแปลว่าข้าต้องไปเจอเขาบ้าง ให้เข้าใจว่าข้าไม่ได้ดูถูกเขาสินะ...” จากนวดหว่างคิ้วกลายเป็นนวดขมับ ตารางงานผมจะรวนก็เพราะเรื่องแบบนี้นี่แหละ “แล้วคนอื่นต่อท่านเพอร์ซิวัลล่ะ”

“ก็ปกติ แต่เขาก็ได้กระทื...หมายถึงได้ประดาบกับพวกผู้ชายเยอะขึ้นอยู่ จากที่ไม่มีใครกล้าสู้กับเขาสักคน”

“ผลล่ะ”

“ชนะรวดอยู่แล้ว ท่านเพอร์ซิวัลซะอย่าง” เธอตอบกลั้วหัวเราะ ก่อนจะยกมือตบหลังผมป้าบๆ ทั้งที่ยิ้มยิงฟัน

ไม่น่าแปลกใจเลยสักนิด คิดว่าคนคนนั้นเป็นใครกัน ปีศาจอาวุธกลับชาติมาเกิดเชียวนะ

 

หลังจากนั้นพวกเราก็คุยกันเยอะมากในเรื่องของรายชื่อที่เธอให้มา ส่วนใหญ่ผมเป็นคนถาม ส่วนอิลฟรีซก็เป็นคนตอบทุกอย่างเหมือนตัวเองเป็นสารานุกรมแหล่งข่าวซุบซิบ

คุยไปคุยมาผมเริ่มจะสงสัยแล้วจริงจัง ไม่สิ ต้องบอกว่าสงสัยมานานพอสมควรแล้วถึงจะถูก

ระหว่างอิลฟรีซกับองค์หญิงไอริเซีย เส้นสายแหล่งข่าวใครจะกว้างกว่ากันกันแน่

เชื่อเถอะว่าถ้าจับสองคนนี้มาประชันกันคงสนุกน่าดู แถมได้ความรู้ความลับเรื่องวงสังคมและสถานการณ์หลายอย่างกลับไปอีกเป็บกอบเป็นกำแน่ๆ

“แล้วเรื่องของคนนี้ในตระกูลฟิลลีอัส ในนี้เขียนไว้ว่า...” ผมกำลังจะถามต่อ แต่กลับต้องหยุดลงเมื่อมีคนสะกิดผมด้านหลังจนต้องหันไปมอง

เจคอบโค้งหัวเชิงขอโทษที่เสียมารยาท ก่อนจะพูดขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง “นี่จะบ่ายโมงแล้วนะขอรับ

หา? บ้าน่า! นี่พวกเราคุยกันสามชั่วโมงรวดเลยงั้นเหรอ!

โครก...

ผมตาเหลือกหันไปมองต้นเสียง แล้วก็พบว่าอิลฟรีซกำลังแลบลิ้นยิ้มแหยให้พวกเรา แต่ใบหน้ากลับแดงแจ๋ด้วยความอับอาย

“เอ่อ เมื่อกี้...”

“ห้ามทักนะ!” เธอแหวใส่ผมทันควัน ตาก็มองค้อนผมขวับ

ปกติก็อยากจะทำแบบนั้นอยู่หรอก แต่ปีที่แล้วผมเจอเจ้านี่แหย่ผมเล่นแบบไม่กลัวตายมาเยอะพอสมควร ได้โอกาสเอาคืนทั้งทีก็ขอหน่อยเถอะ

“เสียงท้องร้องเจ้าดังมาก” ผมหลุดขำออกมาจนได้ สายตามองค้อนของเธออานุภาพน้อยมากถ้าเทียบกับตัวผม คิดเหรอว่าจะหยุดกันได้

ไม่มีทางหรอกบอกเลย

“บอกว่าอย่าพูดไง!” ว่าไม่เปล่า อิลฟรีซยังเด็ดหญ้ามาหนึ่งกำมือปาใส่ผมอีกต่างหาก แต่ท่าทางแบบนั้นทำเอาผมหัวเราะลั่นหนักกว่าเดิมอย่างไม่เกรงใจจนเธอต้องเปรยขึ้นมา “หัวเราะต่อก็มาสอนเวทข้าด้วยเลยสิเอ้า สนไหม”

ผมรีบกัดกระพุ้งแก้มตัวเองทันทีแล้วส่ายหัว

พอเข้าใจแล้วว่าทำไมเอลิออตถึงกัดมันบ่อย มันเป็นวิธีกลั้นหัวเราะที่ทรงประสิทธิภาพที่สุดแล้วจริงๆ นะ ไม่เชื่อก็ลองดูได้

ส่วนที่ผมปฏิเสธการสอนเวทเธอ เพราะความจริงแล้วอิลฟรีซอ่อนเวทมนตร์มาก และตัวเธอเองก็ใช้ธาตุน้ำเหมือนผม เพราะงั้นถ้าจะให้สอนกันก็ทำได้แหละ แต่แค่นี้หัวผมก็ฟูกับงานจะตายอยู่แล้ว ขืนหาเรื่องเพิ่มมีหวังได้ตายเพราะงานของจริง

อิลฟรีซมุ่ยหน้านิดหน่อยพลางดันแว่นขึ้น ดูจะเสียดายนิดหน่อยที่ผมไม่ยอมตกลง ผมได้แต่เอื้อมมือไปตบบ่าเธอแปะๆ “น่า ไว้ถ้าคุยเรื่องงานเสร็จก่อนเวลาและเจ้าเอาหนังสือมา จะให้ข้าสอนก็ได้”

เจ้านั่นรีบหันขวับมาทางผม แววตาเป็นประกายระยิบระยับ

“จริงนะ? เจ้าพูดแล้วนะ”

“ถือว่านอกเวลางานนี่” ผมว่ายิ้มๆ ดีเสียอีก ผมจะได้ทบทวนไปด้วยในตัว 

ผมจัดการลุกขึ้นยืนแล้วยื่นมือให้เพื่อฉุดให้อีกฝ่ายลุกขึ้นตาม “ขอบคุณเจ้ามาก”

ถือว่าไม่เสียเที่ยว แต่กว่าพวกเราจะได้เจอกันอีกก็เดือนหน้า เพราะหลังจากนี้ผมต้องไปทำความรู้จักคนอื่นในรายชื่อที่เธอให้มา

“บ๊ายบาย” เธอฉีกยิ้มให้แล้วกึ่งวิ่งกึ่งกระโดด ไม่วายมีหันมาโบกมือให้ด้วย “แล้วเจอกันเดือนหน้านะพ่อคนดัง”

บอกแล้วไงว่าหยุดเรียกแบบนั้นสักที! ผมถลึงตาใส่เธอกลับไป ก่อนจะถอนหายใจยาว

“พวกเราก็ไปกันเถอะ”

บ่ายโมง...ป่านนี้ธาลิเทียสกับเอลิออตคงกินข้าวกันเสร็จแล้วมั้ง

_________________________________

สุดท้ายนี้ ทิ้งท้ายเหมือนเดิม
สามารถติดต่อหารือพูดคุยกันทุกเวลาได้ที่ 
- twitter: @InnocentVampir4

- fb page: Blacklight Sonata

ลืมบอกไปเลยค่ะว่ามีอีกเรื่อง เรื่องเปิดพรี...
ต้องถามก่อนเนอะว่าสนใจมั้ย.... "orz
สามารถเข้าไปทำกันได้ที่ลิงก์นี้นะคะ! //พนมมือ// ขอความร่วมมือหน่อยน้าาาา (ถ้าทำแล้วไม่ต้องทำซ้ำนะคะ!)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 148 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

217 ความคิดเห็น

  1. #149 *!POPEYE!* (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 23:49

    ถ้าเป็นนางเอกก็เป็นไปได้

    รู้สึกอยากให้สองคนนี้อยู่ด้วยกันจัง ชอบบรรยากาศแบบนี้ จะสถานะเพื่อนหรือแฟนก็เอาเถอะ

    //รู้สึกเหยียบเรือหลายเเคม

    #149
    1
  2. #117 No-future (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2562 / 19:09
    จิ้นคู่นี้เฉยเลย 555
    #117
    1
    • #117-1 เจ้าหมาในกะละมัง(จากตอนที่ 18)
      24 กรกฎาคม 2562 / 22:28
      อิลฟรีซกับเวดิอุสมองกันและกันแล้วพร้อมใจกันเผ่นหนักมากค่ะ 55555
      #117-1
  3. #116 RA-IN-ra-in (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 / 18:29
    ชอบความเรื่อยๆของเรื่องนี้จังเลยค่ะ อ่านเพลินเลย
    #116
    1
  4. วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 / 08:56
    แหม่คุยเพลินเลยนะ พ่อคนดัง
    #115
    1
    • #115-1 เจ้าหมาในกะละมัง(จากตอนที่ 18)
      21 กรกฎาคม 2562 / 09:52
      //คุณได้ยินกรีดร้องของเสียงเวดิอุสแว่วมาจากที่ไกลๆ
      #115-1
  5. #114 nuang1 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 / 08:24
    พ่อคนดัง เราลุ้นให้นางเป็นนางเอก
    #114
    1