[Boy's Life] คุณนางเอกครับ โปรดอย่าเปลี่ยนผมเป็นนายเอกเลย

ตอนที่ 15 : สังคมนอกเนื้อหาเกม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,643
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 173 ครั้ง
    13 ก.ค. 62


15

สังคมนอกเนื้อหาเกม

 

ระหว่างสายตาสอดส่องหาคนอยู่ จู่ๆ ก็คิดขึ้นมาได้ซะงั้น

แทนที่ผมจะหาคน สู้ผมลองเชิงนั่งคนเดียวไม่ดีกว่าเหรอ ใครอยากเข้าหาก็เข้ามาเลย ผมเองก็ขี้เกียจคิดเหมือนกันว่าตัวเองไปเข้าหาใครดี

หนึ่งในข้อดีของการมีตำแหน่งสูงคืออันนี้แหละ นั่งอยู่อย่างขี้เกียจเดี๋ยวก็มีคนเข้าหาเอง

...นี่มันนิสัยแย่สุดๆ ไปเลยไม่ใช่รึไง

ไม่สิ ผมเชื่อว่าถ้าเจ้านั่นเห็นผมอยู่คนเดียวหรืออยู่กับคนอื่นที่ไม่ใช่องค์ชาย เดี๋ยวก็คงเดินมาหาผมเองนั่นแหละ ที่ยังไม่เห็นหน้ากันจนป่านนี้เพราะนอกจากเวลาเรียน ผมก็แทบเรียกได้ว่าตามติดเอลิออตแทบทุกฝีก้าวเลยนี่นา แถมปีนี้ยังอยู่คนละห้องกันอีก เรียกได้ว่าไม่มีโอกาสคุยกันเลยด้วยซ้ำ

เมื่อตัดสินใจได้แล้ว ผมเลยจัดการเดินไปนั่งตรงโต๊ะที่ว่าง เริ่มกินข้าวเช้าของตัวเองตามระเบียบ ขณะเดียวกันก็เหลือบมองซ้ายขวาไปด้วย พบว่ามีหลายคนกำลังมองมาทางผมพอสมควร

ทำอะไรก็มีคนสนใจ ชีวิตแบบนี้มันน่าอึดอัดพอสมควรเลยแฮะ พวกดาราในชาติก่อนทนกันไปได้ยังไงเนี่ย

เอาเถอะ อย่างน้อยตอนนี้ผมก็กำลังกินข้าวอยู่ คงไม่มีใครบ้ามานั่งคุยทั้งที่ผมกำลังเคี้ยวข้าวอยู่หรอกมั้ง...

ซะที่ไหน

ผ่านไปไม่นานก็มีคนใจกล้ามาวางถาดอาหารตัวเองลงตรงข้ามผม ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงสบายๆ “ขอนั่งหน่อยนะ”

และมันเป็นเสียงที่คุ้นหูมาก ผมมั่นใจเลยว่าตัวเองรู้จักดี ถึงจะไม่ได้เจอกันเลยตั้งแต่ช่วงปิดเทอมปีที่แล้วก็ตาม ก็ตั้งแต่เปิดปฐมนิเทศมา ผมก็อยู่แต่กับเอลิออตและธาลิเทียสตลอด เจ้านี่ไม่ได้มาทักทายผมเลยด้วยซ้ำในงาน แถมปีนี้มาดันไปอยู่คนละห้องอีก จะให้ไปเจอกันตอนไหนได้ล่ะ

“ตามสบาย” ผมพูดเสียงเรียบตอบกลับไป ในเมื่อคุ้นกันขนาดนี้ก็ไม่ต้องมองหน้าแล้วว่าเป็นใคร แต่นั่นกลับเรียกเสียงถอนหายใจออกมาจากอีกฝ่ายซะงั้น

“เงยหน้ามองคนอื่นตอนเขาพูดหน่อยก็ดีน้า พ่อคนดัง”

ปึด...

ผมรู้สึกเหมือนคิ้วกระตุกเล็กน้อย คำว่า พ่อคนดัง เป็นคำเฉพาะที่เจ้านั่นใช้เรียกผมตลอดเวลา และผมไม่ชอบคำนั้นเอาซะเลย มันฟังดูเป็นคำเย้ยหยันกึ่งประชดมากกว่าคำชมจนผมรู้สึกไม่ชอบใจ...เอาจริงๆ ตอนนี้ก็ยังอยากถีบมันอยู่ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ตวัดตามองค้อนทั้งที่ไม่ยิ้ม และนั่นทำให้อีกฝ่ายยิ้มแห้งออกมา

ขอขอบคุณกระจกจริงจังที่ทำให้ผมรู้ว่าตัวผมตอนไม่ยิ้มนั้นน่ากลัวแค่ไหน หลังจากที่ฝึกกล้ามเนื้อหน้ามาหนึ่งอาทิตย์ก็ได้ใช้กับเขาบ้างเสียที

อ้อ ใช่ เจ้านั่นที่ผมพูดถึงตลอดมานี่คือผู้หญิง ถึงจะไม่ค่อยอยากยอมรับสักเท่าไหร่ว่าเพศสภาพของเธอคือหญิง แต่เธอก็ยังเป็นสุภาพสตรีที่ผมไม่ควรลงไม้ลงมือ ถึงเจ้านี่จะใส่ชุดนักเรียนผู้ชายก็ตามที

ปีที่แล้วเธอเคยมีปัญหากับสภานักเรียนฝ่ายระเบียบ (ไม่ใช่รุ่นพี่เพอร์ซิวัลนะอย่าเข้าใจผิด) เพราะใส่ชุดนักเรียนชายทั้งที่ตัวเองเป็นหญิงนี่แหละ เอาเป็นว่าโดนทัณฑ์บนจนเจ้าตัวต้องไปนั่งไล่อ่านกฏไม่รู้กี่ข้อ แล้วสุดท้ายก็เอามาโต้ตอบว่า ในกฎไม่มีเขียนสักหน่อยนี่คะว่าผู้หญิงใส่ชุดนักเรียนชายไม่ได้!’

ถ้าผมเป็นสภานักเรียนก็อยากจะตะโกนกลับไปอยู่หรอกว่า กฎหมายกับกฎสังคมมันไม่เหมือนกันสักหน่อย!’ แต่ก็นั่นแหละ ไม่ใช่เรื่องผม

โดยรวมถือเป็นเด็กปีหนึ่งสุดแสบที่สภานักเรียนรุ่นที่แล้วหมายหัวไว้ แน่นอนว่าพอถูกส่งต่อมารุ่นนี้ก็ยังโดนแต่น้อยกว่าเดิมเยอะ เพราะนอกจากเรื่องชุดนักเรียนแล้วเธอก็ไม่ก่อเรื่องอะไรอีกเลยนี่นา

อิลฟรีซ เอลกราล ปีสองจากตระกูลเอิร์ล ว่าที่เคาน์เตสเอลกราลในอนาคตถ้าไม่แต่งงานกับใคร เธอมีผมสีน้ำเงินเข้มที่ทำอยู่ทรงเดียวตลอดกาลคือหางม้ารวบสูง นอกจากโปะแป้งบางๆ ก็ไม่แต่งหน้าเพิ่ม ซ้ำยังใส่แว่นกรอบเหลี่ยมสีดำอยู่ตลอดเวลา โดยรวมถือว่าหน้าตาไม่ได้แย่แต่ก็ไม่ได้ดีเด่อะไรนัก

ทั้งที่เป็นอย่างนั้น ผมกลับได้ยินมาพอสมควรว่าเธอดังในหมู่ผู้หญิงหลายส่วน คงเพราะเป็นสาวเท่มั้ง...

“ข้าบอกหลายรอบแล้วนะว่าให้เลิกเรียกแบบนั้นสักที” ผมหน้าตึงแบบไม่คิดปิดบัง ซึ่งตาสีเขียวของเธอก็มองตอบกลับมาผ่านเลนส์แว่น มันฉายแววเกร็งไปบ้าง แต่โดยรวมก็ยังถือว่ายังดีอยู่ อิลฟรีซส่งยิ้มแห้งมาให้ผมแล้วก้มหน้าก้มตากินข้าวต่อ

ถ้าเกิดว่าอาจารย์ปีหนึ่งไม่ได้ให้งานคู่แล้วจัดการจับคู่ให้เสร็จสรรพ ผมว่าตัวเองคงไม่ได้คุยกับเธอเลยเพราะไม่อยากมีปัญหา อีกอย่างคือนิสัยพวกเราดูจะเข้ากันไม่ค่อยได้เท่าไหร่

เธอเป็นพวกชอบทำอะไรลวกๆ แบบขอไปที ทำอะไรไม่เสร็จสักอย่างถ้าตัวเองไม่ได้สนใจ เป็นพวกทำตามใจตัวเองของแท้ ประสบการณ์ทำงานคู่ด้วยกันครั้งนั้นสำหรับผมก็มากพอแล้ว โดยรวมคือรู้จักได้ แต่ถ้าให้ร่วมงานกันอีกนี่ขอเถอะ

ขอผมโยนหน้าที่นั้นให้คนอื่นเถอะ

เพราะเธอป๊อบในหมู่ผู้หญิงด้วยกัน ส่วนผมเองก็นานๆ ได้อยู่คนเดียวทีจึงไม่ค่อยมีคนกล้าเข้ามาทักทาย ดังนั้นการที่เธอเข้าหาผมคนแรกก็เหมือนเป็นสัญญาณบอกทางอ้อมว่าตอนนี้ผมว่างคุยกับคนอื่นแล้วนะ

อีกอย่างคือมีสาเหตุที่ทำให้พวกเราคุยกันบ่อยด้วย อารมณ์เหมือนข้อแลกเปลี่ยนนั่นแหละ

ผมตักแพนนาค็อตต้าเข้าปากเป็นคำสุดท้ายแล้วดื่มน้ำตามระเบียบ ในตอนนั้นเองที่เธอได้พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงสบายๆ ตามปกติ

“คนเขาลือกันแล้วนะว่าเจ้าดูหมิ่นท่านเพอร์ซิวัล”

พรวด!

ผมตกใจจนเกือบพ่นน้ำในปากใส่หน้าเธอแล้วถ้ายั้งตัวเองไม่ทัน รีบตวัดตาขวับใส่อิลฟรีซพลางพยายามกลืนน้ำลงคอไปอย่างยากเย็น

จะพูดอะไรก็ดูคนฟังหน่อยมั้ยว่าเขากำลังทำอะไรอยู่!

“แค่ก...เจ้าพูดอะไรเนี่ย” ผมพยายามเค้นเสียงพูดออกมา แต่มันดูแหบแห้งกว่าปกติมากจนต้องสูดลมหายใจเข้าแล้วทวนคำพูดอีกครั้งให้เธอฟัง ซึ่งอิลฟรีซก็ใช้นิ้วม้วนปอยผมของตัวเองแล้วยิ้มแห้ง

“ที่มาของข่าวลือคือเจ้าไม่ไปซ้อมกับเขาอีกเลยหลังจากนั้น คนก็เลยเริ่มคิดกันไปต่างๆ นานาน่ะ” เธอแจกแจงให้เสร็จสรรพ “อันนี้ข้าหมายถึงเสียงส่วนใหญ่นะ แฟนคลับลับๆ ของเจ้าก็คอยแก้ต่างให้อยู่”

ใช่แล้ว ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเราคือพึ่งพาอาศัยกัน

เธอขอให้ผมยกเลิกทัณฑ์บนโดยการไม่ส่งจดหมายตำหนิพฤติกรรมให้ทางบ้านรู้ซึ่งมันไม่เกินความสามารถผม แลกกับที่เธอต้องเป็นหูเป็นตาให้ผม และดูเหมือนเจ้าตัวจะชอบหน้าที่นี้มากพอสมควรด้วย

แต่ไอ้ทั้งสองหัวข้อที่พูดมานี่มัน...ทำเอาพูดไม่ออกบอกไม่ถูกเลยแฮะ

“...ข้าควรตกใจอันไหนก่อนดีล่ะ” ผมยกมือขึ้นมานวดหว่างคิ้วตัวเอง แต่ตอนนี้ก็พอเข้าใจสถานการณ์ขึ้นมาบ้างแล้วเหมือนกันว่าทำไมรุ่นพี่เพอร์ซิวัลถึงส่งสายตาทิ่มแทงให้ผมตลอดอย่างไม่รู้จักเหนื่อย

อิลฟรีซยังไม่ทันจะพูดอะไรต่อ ผู้ชายคนหนึ่งก็มายืนอยู่หน้าโต๊ะผมพร้อมโค้งให้อิลฟรีซและผมเป็นเชิงขอโทษที่เสียมารยาท ก่อนจะเริ่มแนะนำตัวพร้อมเทความสนใจของตัวเองมาที่ผมอย่างชัดเจน

นี่ไง เริ่มแล้วสินะ

อย่างที่ผมบอก นี่คือโอกาสทองสำหรับคนหลายคนที่อยากสร้างเส้นสายให้ตัวเองในภายภาคหน้า ส่วนน้องสาวผมจะไม่ค่อยมาหาตอนผมอยู่คนเดียวเท่าไหร่เพราะกลัวจะรบกวนเวลางาน ช่างเป็นน้องที่ดีจริงๆ เลยน้า...

ผมเก็บความรู้สึกตกใจและอยากถามไว้ก่อน ยิ้มอ่อนโยนทักทายเขาพร้อมลุกขึ้นยืน กลายเป็นเข้าโหมดทำงานออกสังคมไปเรียบร้อย ส่วนอิลฟรีซนั้นลุกขึ้นเดินไปคุยกับพวกผู้หญิงชั่วคราวแล้วเพราะรู้ว่าตัวเองคงอีกยาว

เดี๋ยวยังไงหลังจากนี้ก็คงไปเจอกันที่เดิมอยู่ดี

หลังจากที่ผมรับมือกับคนที่ค่อยๆ เข้ามาชวนผมคุยทีละคนสองคนน่ะนะ

 

เป็นเวลาสามชั่วโมงรวดที่ผมต้องยืนคุยกับใครก็ไม่รู้เยอะแยะทั้งชายทั้งหญิงจนแทบจำหน้าคนไม่ได้ แต่โชคดีหน่อยที่เจคอบเขารู้หน้าที่ ตั้งแต่ที่เขาเห็นคนอื่นที่ไม่ใช่ยัยอิลฟรีซเข้าหาผม ผู้ติดตามก็จัดการเอาจานข้าวไปเก็บให้ เติมน้ำให้เสร็จสรรพเผื่อผมคอแห้ง แล้วไหนจะยังจดชื่อและหัวข้อที่คุยคร่าวๆ ให้ผมอีก นี่เป็นแบบที่เขาทำให้ผมประจำตั้งแต่ที่ผมอยู่ปีหนึ่ง

เรียกได้ว่าทำงานคุ้มเงินเดือนมาก มากกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว

เนี่ย ไม่ให้โบนัสได้ยังไงไหว ถ้าคุณบลังก์คือพ่อบ้านตัวอย่างในหมู่พ่อบ้านทั่วราชอาณาจักร เจคอบก็คือพ่อบ้านตัวอย่างในบ้านผมเห็นๆ!

เอาเถอะ ที่จริงนี่ผมขอออกมาก่อนด้วยซ้ำ ไม่อย่างนั้นเกรงว่าคงต้องนานกว่านี้ แต่ขอเถอะ ถึงชาติก่อนผมจะอายุสามสิบ แต่ชาตินี้ผมอายุแค่สิบหกปี เป็นเด็กอายุสิบหกปีเองนะ เห็นใจกันบ้าง

ผมถอนหายใจยาวเพราะรู้สึกล้า ตอนนั้นเองที่เจคอบยื่นขวดน้ำสีน้ำตาลมาให้ผม...บางทีผมก็คิดนะว่าเขาเป็นแมวสีฟ้าไม่มีหูรึเปล่า ทำไมพกของได้เยอะแยะขนาดนี้ทั้งที่ตัวเองใส่สูตเนี้ยบมาก

ว่าแต่นี่อะไรน่ะ เหล้าเรอะ

“ข้ายังกินเหล้าไม่ได้ไม่ใช่เหรอ” ผมขมวดคิ้วมองพ่อบ้านตัวเอง ที่นี่มีกฎหมายเขียนชัดเจนว่าถ้าอายุยังไม่สิบเจ็ดห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอลเด็ดขาด ซึ่งกว่าผมจะกินได้ก็ต้องรอปีหน้านู่น ยังดีที่งานสังคมมีน้ำผลไม้ให้ ไม่อย่างนั้นผมคงไม่ต้องดื่มอะไรแล้ว

“...ชาเลมอนน่ะขอรับ” เขายิ้มบางให้ ส่วนผมที่รู้ว่ามันไม่ใช่เหล้าก็รับมาแต่โดยดี “ท่านจะได้สดชื่นขึ้นมาบ้าง เหนื่อยหน่อยนะขอรับ”

ผมจัดการใช้เวทลดอุณหภูมิน้ำให้มันเย็นลงนิดหน่อยแล้วเปิดฝาดื่มอย่างไม่เกรงใจ ทันใดนั้นเองที่รสชาติเปรี้ยวอมหวานระเบิดออกมาจนเหมือนโดนเขย่าให้ตื่น ความล้าเมื่อกี้หายเป็นปลิดทิ้ง แทนที่ด้วยความสดชื่นกระปรี้กระเปร่าจนแทบกระโดดได้

นี่มันของดีนี่นา! อร่อยกว่าชามะนาวโลกก่อนเยอะเลย!

“สูตรใหม่เหรอ” ผมหันไปถามด้วยสายตาวาววับ ซึ่งอีกฝ่ายก็พยักหน้าให้

“หากท่านเวดิอุสชอบก็ดีใจขอรับ” เขาโค้งให้ผมเล็กน้อย ตอนนี้ผมรู้สึกโชคดีสุดๆ ที่มีพ่อบ้านสารพัดประโยชน์มาช่วยแบ่งเบาภาระงาน มันช่วยได้มากจริงๆ นะ!

“ขอบใจ ถ้าไม่มีเจ้าช่วยนี่ข้าตายแน่” ผมพูดกลั้วหัวเราะ แต่ความจริงก็แอบจริงจังพอสมควร ลองนึกภาพตัวเองไปงีบต่อหน้าอิลฟรีซแล้วรู้สึกนั่นไม่ใช่เรื่องดีเท่าไหร่

ถ้าเป็นยัยนั่นละก็ คงฉวยโอกาสเอาหมึกมาเขียนหน้าผมแน่

เอาเถอะ ผมไปที่นัดประจำลับของผมกับอิลฟรีซก่อนดีกว่า อีกไม่นานเดี๋ยวเจ้านั่นก็คงตามผมมาแล้ว

ทุ่งหญ้าที่ใกล้กับสระน้ำในโรงเรียน

แต่เมื่อผมไปถึง ผมกลับเจอกับคนคนหนึ่งที่ไม่ควรจะอยู่ที่นี่เสียได้

ผมสีดำน้ำหมึกหยักศกยาวถึงกลางหลัง เธออยู่ในชุดกระโปรงที่เน้นความเคลื่อนไหวง่าย ข้างตัวเธอมีหนังสือกองโต ในมือถือปากกาขนนกและกำลังจดอะไรบางอย่างด้วยความขะมักเขม้น

นางเอกของเกมนี้ เฟรย่า อลาดิส

_________________________

ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงค่ะที่ตอนนี้เรื่องนี้มาถึงผู้ติดตาม 400 คนแล้ว!! (412 ในวันที่ 7/11) //มือทาบอกแรงมาก

ไม่คิดเลยว่าจะถึงได้ ตกใจเลย m(_ _)m //กราบทุกคน ขอบคุณที่อยู่ด้วยกันเสมอมานะคะ ขอบคุณที่ช่วยปลอบใจค่ะ มีเสียงคอยสนับสนุนนี่ทำให้เรารู้สึกตื้นตันมากจริงๆ นะเออ เสียงทุกเสียงมีค่ามากนะ!

ขอบคุณสำหรับการโดเนตเช่นกันค่ะ อันนี้ทำเราซึ้งใจจนแทบน้ำตาไหลสุดจริงอะไรจริง อย่างน้อยก็พอยืนยันได้อะเนอะว่าถ้าสมมติขายนิยายจริงอาจจะมีคนซื้อ (ขอมโนสักนิด วันแห่งโชคชะตาใกล้เข้ามาแล้วแหละ...แต่ยังขายอะไรไม่ได้เลย //เศร้า)

ตอนนี้อาจจะไม่ได้อัปเร็วเท่าไหร่นะคะเพราะต้องหนีไปแต่งอีกเรื่องด้วยเพราะเหลือแค่ตอนพิเศษสามตอนแล้ว... (ชี้ >>สายลมที่รอวันหวนกลับ (จิ้มโลด)<< //เนียนโฆษณานิยายตัวเอง เรื่องวายุนี่ความจริงเรารักมากๆ เลยนะคะ!)

ส่วนตัวคิดว่าเรื่องนั้นกับเรื่องนี้แทบจะเรียกว่าเป็นขั้วตรงข้ามเลยมั้ง ถึงจะเป็นแนว isekai เหมือนกันก็เถอะ แต่ก็ถือว่าเป็น change of pace ที่ดีค่ะ ไม่ได้แย่อะไรมากมาย เพราะงั้นเลยอยากลองขอให้ทุกคนไปลองอ่านด้วยถ้าเป็นไปได้ ><)"


แล้วก็ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว

...มาสปอยล์ตอนพิเศษด้วยเลยละกัน!

ถ้าแต่งจบแล้วจะได้แปะตอนไหนกันนะ //กำลังคิดเงื่อนไขอยู่ (...)

ให้ทายค่ะว่าเป็นเหตุการณ์ไหน (มีบอกไปแล้วในเรื่องค่ะ ลองหาๆ ดูได้ =w=+)

//ความจริงเดาง่ายมาก ง่ายสุดๆ แต่ก็อยากแง้มให้เห็น ฮาา


++++++++++++

“คิดว่าเป็นเจ้าชาย ฮึก...แล้วจะทำอะไรก็ได้หรือคะ” เด็กหญิงว่าด้วยน้ำเสียงโกรธขึ้ง ทว่าแอบสั่นเครือเล็กน้อยเนื่องจากกำลังร้องไห้ไปด้วย “แย่งท่านพี่เวไปจากข้าไม่พอ ยังจะขัดขวางการแต่งงานระหว่างข้ากับท่านพี่อีก! เจ้าคนหน้าไม่อาย!

คำพูดแรกที่เอ่ยกับองค์ชายโดยตรงทำเอาผู้ฟังถึงกับรู้สึกเหมือนมีสายฟ้าฟาดกลางสมองจนหัวขาวโพลนไปหมด รีบหันขวับไปทางผู้ติดตามของเขาทันที แต่คราวนี้ไม่คิดปิดบังความรู้สึกอีกต่อไป

++++++++++++


สุดท้ายนี้ ทิ้งท้ายเหมือนเดิม
สามารถติดต่อหารือพูดคุยกันทุกเวลาได้ที่ 
- twitter: @InnocentVampir4
- fb page: Blacklight Sonata

ปล. เรื่องนี้มีเปิดระบบโดเนตใน readawrite ด้วยนะคะ ถ้าอยากอ่านเยอะๆ ก็รบกวนโดเนตเราหน่อยน้าา T_T
          ถ้าให้สารภาพจริงๆ คือเรามีเวลาแค่สองเดือนในการยืนยันว่าเราสามารถเขียนนิยายแล้วหาเงินได้ ไม่เช่นนั้นเราต้องกลับไปทำงานหามรุ่งหามค่ำเหมือนเดิม (ออกจากบ้านเช้า กลับบ้านตีสองเกือบทุกวัน) และคงไม่ได้กลับมาแต่งนิยายเรื่องไหนอีกเลย...
          หากอยากซัพพอร์ตก็จิ้มลิงก์นี้โลดดด >>ตรงนี้<< 

ปปล. เป็นไปได้อยากให้ไปลองอ่านนิยายเรื่องยาวของเราอีกสักเรื่องจังเลยค่ะ แค่กๆๆ! >>กดตรงนี้ๆ<<


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 173 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

217 ความคิดเห็น

  1. #127 ononno (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2562 / 08:43

    พ่อบ้านที่รัก
    #127
    0
  2. #84 Blue magic (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2562 / 11:33

    พ่อบ้านเกือบทุกเรื่องเป็นสิ่งมีชีวิตลึกลับค่ะ เหมือนจะอ่านใจนายได้ดุจมีเทเลพาที เตรียมนั่นนู่นนี่ฉับไวหยิบออกมาได้ราวกับเสก(เเละค่ะ... ทั้งที่สูทเรียบๆนั่นล่ะ ไม่รู้พวกพี่เเกแอบเอาไอเท็มต่างๆไปซุกซ่อนอยู่หลืบไหนของร่างกาย เเต่เห็นเรียกใช้ก็มีนั่นนู่นนี่ให้ทุกที) บางทีพ่อบ้านทุกคนอาจมีกระเป๋ามิติเป็นของตัวเองกันหมดก็ได้นะคะ

    https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-13.png https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-13.png https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-13.png

    #84
    1
    • #84-1 แมวน้อยในถังปี๊บ(จากตอนที่ 15)
      13 กรกฎาคม 2562 / 12:57
      “ใช่ ฟีลนั้นเลย!” //เสียงเวดิอุสลอยมาจากที่ไกลๆ
      #84-1
  3. #83 Writerkikkok (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2562 / 08:57
    อีกคนคือครายยยยยยย
    #83
    2
    • #83-1 แมวน้อยในถังปี๊บ(จากตอนที่ 15)
      13 กรกฎาคม 2562 / 10:08
      เห็นคอมเมนต์นี้แล้วชะงัก+เอามือลูบหน้าตัวเองตอนตื่นเลยค่ะ

      เราเขียนผิด...อ๊ากกกก เฟรย่าอยู่คนเดียวค่ะ อยู่คนเดียว!
      #83-1
  4. วันที่ 13 กรกฎาคม 2562 / 08:29

    รออ่านอยู่ค่ะ สู้ๆนะคะ
    #82
    1