[Boy's Life] คุณนางเอกครับ โปรดอย่าเปลี่ยนผมเป็นนายเอกเลย

ตอนที่ 14 : สิ่งที่ทำไปโดยไม่รู้ตัว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,193
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 230 ครั้ง
    10 ก.ค. 62


 

14

สิ่งที่ทำไปโดยไม่รู้ตัว

 

พอแยกกันเสร็จ ผมก็ธุระทุกอย่างของตัวเองเสร็จสรรพจนปาไปเกือบห้าทุ่มแล้วถึงปิดไฟนอน ในใจรู้สึกโชคดีอย่างบอกไม่ถูกที่ยุคในเกมมันดูโบราณในหลายแง่ แต่อย่างน้อยสิ่งอำนวยความสะดวกยังอยู่ครบครัน

ที่สำคัญคือมีส้วมให้ใช้นี่แหละ!

ชาติก่อนผมเคยรู้มาว่าคนช่วงไทม์ไลน์นี้เขาขับถ่ายกันข้างนอกโล่งโจ้ง เพราะงั้นพอกลับมาคิดว่าตอนนี้ยังมีห้องน้ำให้ใช้มันก็รู้สึกตื้นตันใจอย่างบอกไม่ถูก ยิ่งพอนึกภาพตัวเองต้องไปขับถ่ายข้างนอกแล้วยิ่งรู้สึกว่าส้วมเนี่ย ความจริงมันคือสุดยอดสิ่งประดิษฐ์ที่สร้างมาเพื่อมวลมนุษยชาติชัดๆ!

เอาเถอะ ตอนนี้ผมควรทวนเรื่องเกมในหัวก่อนดีกว่า พอทุกอย่างมืดแล้วรู้สึกหัวแล่นจริงจัง

รูตของเจ้าองค์ชายปากหมานั่นตัดไปได้เลย เพราะในเกมคือถ้าไม่เจอรายนั้นตอนเห็นเขาจีบวานาเซียก็จะไม่มีทางเข้ารูตได้ (ช่างเป็นเกมที่เลวจริงๆ งานนี้ผมโทษเกมลูกเดียว) ส่วนถ้าเฟรย่าจะเข้ารูตเพอร์ซิวัลหรือองค์หญิงก็ช่างเธอ ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของผมอยู่แล้ว

ไม่สิ ถ้าสมมติว่ารายนั้นเข้าไปปักธงไอริเซียจริง ผมควรจะทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีเสียก่อน อย่างน้อยก็ต้องบอกเธอว่ากำลังเล่นอยู่กับอะไร หลังจากนั้นค่อยโยนเรื่องทิ้งไปยาวๆ...ก็นะ องค์หญิงที่กุมอำนาจภายในได้แต่ทำให้ขุนนางหลายฝ่ายคิดว่าตัวเองกำลังกุมอำนาจสูงส่งอยู่น่ะน่ากลัวจะตาย ให้ตายผมก็ไม่ไปยุ่งกับเธอเด็ดขาด

จะกลัวอะไร ถ้าอลาดิสคิดจะทำอะไรเธอจริงละก็ องค์หญิงน่ะปลอดภัยร้อยล้านเปอร์เซนต์อยู่แล้ว ขี่ม้าก็เป็น ความสามารถทางเวทมนตร์ก็เด่นเหมือนกัน ไหนจะมีคาริสมาชวนดึงดูดผู้คนให้เผลอไผลแม้เพียงแรกพบอีก

แถมตอนจบทรูเอนด์ของรูตไอริเซีย เฟรย่าเป็นนางสนองพระโอษฐ์ประจำตัวเธอก็จริง แต่ถ้าจะทำอันตรายอะไรละก็ถือว่ายากอยู่ดี ตัดทิ้งไปได้เลย

พอทวนดูแล้ว ปัญหาของผมมีแต่ธาลิเทียสนี่ละมั้ง

เพราะเขาเป็นพระเอกที่แท้จริงของเกม การเข้ารูตเขามันเลยง่ายเสียยิ่งกว่าปลอกกล้วยเข้าปากเสียอีกถ้าคิดจะทำ แถมนั่นเดธแฟล็กผมด้วย ต้องกีดกันสุดความสามารถเพราะตัวเองยังไม่อยากตาย

ส่วนรุ่นพี่เพอร์ซิวัลก็ปล่อยๆ ไปเถอะ เขาไม่ใช่ส่วนหนึ่งในชีวิตผมอยู่แล้ว...เอ๊ะ?

เดี๋ยวนะเดี๋ยว รูตจีบเพอร์ซิวัลในเกม...

นึกออกแล้ว! ก็ว่าอยู่ว่าลืมอะไร!

รู้สึกว่าตัวเกมนี่ ถ้าจะเข้ารูตเขาต้องไปมุมห้องสมุดที่ไม่มีคนเข้าไปนั่ง แล้วก็จะเห็นเจ้าตัวเล่นกับหมาป่าขนฟูทั้งที่กฎบอกชัดเจนว่าห้ามเอาสัตว์เลี้ยงเข้ามา...ฝ่ายรักษากฎทำผิดกฎซะเอง แน่นอนว่าถ้ารุ่นพี่รู้ว่ามีคนอื่นรู้ต้องบอกให้เงียบปาก เผลอๆ อาจจะถึงขั้นขู่เลยด้วยซ้ำ

แล้วผมเพิ่งบอกให้เธอไปอ่านทบทวนบทเรียนที่มุมห้องสมุดเพราะมันเงียบเมื่อเย็นนี่เอง

...นี่สินะที่เรียกว่าสัญชาตญาณหนีตาย มันฝังลึกลงไปในกระดูกดำจนผมไม่รู้ตัวเลยว่าทำอะไรลงไป อยู่ดีไม่ว่าดี ตัวเองกลายเป็นพ่อสื่อให้สองคนนั้นไปซะแล้ว

ถ้าถามว่าผมรู้สึกยังไง...ก็เฉยๆ แหละ ดีซะอีก จะได้มีอะไรการันตีว่าผมรอดตายแน่นอน

แต่นอกนั้นผมก็นึกอะไรไม่ออกเลย ซึ่งก็ไม่แปลกเหมือนกัน ผมชอบเกมนี้มากก็จริง แต่เล่นจบไปเป็นชาติกว่าแล้ว จะลืมไปบ้างก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร อีกอย่างคือถึงนี่จะเป็นเกมในสายตาคนชาติก่อนอย่างผม แต่สำหรับผมในชาตินี้ ทุกอย่างล้วนเป็นของจริง

ของจริงทั้งหมด

เพราะอย่างนั้นทุกอย่างถึงเปลี่ยนแปลงไปได้ตลอดเวลา ถ้ามันมีอะไรที่มันนอกเหนือจากโพยที่ได้รับมา ผมคิดว่าตัวเองคงไม่ตกใจ

เหลือแค่สิ่งนั้นที่ผมซ่อนไว้ จะทำยังไงกับมันดี

ผมไม่ทิ้งมันแน่นอน ในอนาคตถ้าเกิดอะไรขึ้นมา ของสิ่งนั้นจะกลายเป็นหลักประกันชั้นยอดให้ชีวิตผมเลยด้วยซ้ำ เก็บไว้จะดีที่สุด...ชักง่วงแล้วแฮะ

ผมหาวหวอดออกมาจนได้

วันเดียวแท้ๆ แต่ความรู้สึกมันยาวนานขนาดนี้เลยเหรอ แถมงานพวกนี้ไม่มีวี่แววว่าจะลดลงเลยสักนิด ถึงผมจะไม่รู้สึกอะไรแล้วก็ตามเพราะชีวิตก่อนหน้านี้ผมก็คลุกคลีอยู่กับงาน ส่วนตัวผมในตอนนี้ก็สุขสบายดีเพราะมีเพื่อนที่ดี

ถึงอย่างนั้น ผมก็อดสงสัยไม่ได้

ทำไมกันนะ

ทำไมผู้คนถึงฝักใฝ่ในอำนาจกันด้วย

 

ชีวิตประจำวันของผมล่วงเลยไปแล้วหนึ่งอาทิตย์ ผมไม่ต้องล้างแผลบนหัวตัวเองแล้ว เหลือแค่รอยแผลเป็นนิดหน่อยเท่านั้นเอง ทำเอาอดคิดไม่ได้เลยว่าร่างกายของเด็กหนุ่มวัยสิบหกนี่มันดีกว่าที่คิด ถ้าเป็นร่างกายผมก่อนหน้านี้นะ รอไปเถอะสองสัปดาห์กว่าแผลจะสมานตัว

หลังจากเหตุการณ์ประมือกับรุ่นพี่เพอร์ซิวัลในวันเปิดเทอม ผมก็ไม่ได้ไปฝึกที่นั่นอีกเลยเพราะไม่อยากเป็นกระสอบทราย ถึงจะโดนดวงตาสีทองของเขาทิ่มแทงจนตัวแทบพรุนทุกๆ สิบนาทีที่เจอกันในห้องสภานักเรียนเลยก็ตาม

แต่แล้วไงล่ะ ระดับความรุนแรงมันน้อยกว่าองค์หญิงกับองค์ชายเยอะเลยนะ คิดว่าผมสนเหรอ!

รุ่นพี่เพอร์ซิวัลครับ ผมขอล่ะ ปล่อยผมไปเถอะ!

ผมไม่ได้ไปที่นั่นแล้วก็จริง แต่ไม่ได้หมายความว่าผมเลิกฝึกนะ...ก็ยังฝึกอยู่นั่นแหละ แค่ฝึกในห้องพักของตัวเองเท่านั้นเอง แอบคิดอยู่นานว่าห้องพักทุกห้องมันจะกว้างจนดูไร้ประโยชน์ไปหน่อยรึเปล่า แต่ในที่สุดผมก็ได้ใช้ความกว้างนั่นเป็นประโยชน์กับเขาบ้างสักที

ถึงจะโดนเจคอบดุตอนที่ผมใช้เวทน้ำแข็งสร้างดาบคู่โง่ๆ แล้วลองแกว่งไปแกว่งมาดูก็เถอะ

ทุกอย่างเป็นไปตามปกติ เนื่องจากไม่มีข่าวอะไรเพิ่มเติมที่ธาลิเทียสอยากรู้ เขาจึงมานั่งกับพวกเราด้วยตลอด เจ้าตัวเป็นคนเดียวที่ได้รับอนุญาตให้เข้าห้องสภานักเรียนได้เพราะเป็นเจ้าหน้าที่เปิดไฟ...ซะเมื่อไหร่ล่ะ (ถึงจะใช่แน่นอนในสายตาไอ้เอลิออตมันก็เถอะ)

เขาเป็นหนึ่งในหัวหน้าสภานักเรียนตำแหน่งการจัดกิจกรรมในโรงเรียนต่างหาก เพราะอย่างนั้นเลยต้องไปหาข้อมูลและถามความเห็นเรื่องสิ่งที่พวกนักเรียนอยากทำเสมอ เขาเลยไม่ค่อยอยู่ในห้องเท่าไหร่

วันนี้เป็นวันอาทิตย์ หรือก็คือวันว่าง

วันว่างของคนอื่นน่ะ...

ชักจะอิจฉาพวกมีวันเวลาว่างกับเขาขึ้นมาแล้วจริงจัง ขนาดตอนผมทำงานอยู่โลกก่อนยังมีวันเสาร์อาทิตย์ให้พักหายใจเลยนะ! นี่มันแรงงานทาสรึไง!

แต่นั่นแหละ บ่นได้ที่ไหน ถ้าผมว่างก็เท่ากับว่างานเอลิออตจะทับหัวหนักกว่าเดิมสองสามเท่า ซึ่งจิตใต้สำนึกชั่วดีในการทำงานของผมมันไม่อยากให้เป็นแบบนั้นน่ะสิ จะให้เพื่อนจมกองงานคนเดียวก็คงไม่ดี ถึงจะเหนื่อยยังไงก็ต้องกัดฟันไปทำงานอยู่ดี

สาบานนะว่านี่เด็กอายุสิบหก อายุสิบหกเมื่อชาติที่แล้วผมยังเล่นฟุตบอลอยู่เลย ทำไมชาตินี้กลายเป็นคุยเรื่องงานระดับประเทศได้ล่ะ นี่งานเด็กอายุสิบหกสิบเจ็ดเขาทำกันแน่เรอะ ฟ้องได้รึเปล่าว่ากำลังใช้แรงงานเด็ก

เอาเถอะ เฮ้อ...

ผมจัดการเขียนอะไรบางอย่างบนกระดาษแผ่นหนึ่ง ตามด้วยลายเซ็นและตราประทับ แล้วเก็บงานที่เหลือเข้ากระเป๋าก่อนเดินออกจากห้อง ยื่นทั้งสองอย่างให้เจคอบที่รอผมอยู่หน้าห้องอยู่นานแล้ว

พ่อบ้านผิวแทนรับมันมาแต่โดยดี ถึงดวงตาคมปลาบของเขาจะมีแต่เครื่องหมายคำถามเต็มไปหมดก็ตาม “อันนี้...เอาจริงหรือขอรับ”

“ก็นะ” ผมยักไหล่แต่ก็พยักหน้า “เก็บไว้ให้ดีก็แล้วกัน กระดาษนี่หายขึ้นมาข้าไม่เซ็นใหม่ให้แน่ พอปิดเทอมแล้วก็ไปเบิกได้เลย”

พ่อบ้านประจำตัวผมดูตกใจจนทำกระเป๋าหลุดมือดังตุบ เล่นเอาผมสะดุ้งเฮือก

“อย่าทำหล่นสิ ถ้ากระเป๋าเปิดขึ้นมาจะทำยังไง” ผมเหงื่อตก ที่กล้าพูดเพราะผมเคยทำมันหล่นแล้วครั้งหนึ่ง ผลคือเอกสารกระจายจนต้องมาไล่เก็บ ตอนนั้นเจคอบก็อยู่ เขาเลยไม่เถียง ซ้ำยังโค้งหัวปะหลกๆ แล้วโน้มตัวลงหยิบกระเป๋าขึ้นมาอีกครั้ง พับกระดาษแผ่นนั้นด้วยมือข้างเดียวใส่เข้ากระเป๋าเสื้อสูต

ที่ผมให้เขาก็คือคำขอเบิกเงินโบนัสหนึ่งครั้งนั่นแหละ โลกนี้เพิ่งจะเลิกทาสได้ไม่นาน ระบบการจ้างวานเลยยังไม่ค่อยก้าวหน้าเท่าไหร่ พวกเงินทิปกับโบนัสเรียกได้ว่าแทบไม่มีใครให้กันด้วยซ้ำมั้ง ซึ่งก็โทษพวกเขาไม่ได้เหมือนกันเพราะก่อนหน้านี้ได้เซอร์วิสมาโดยไม่ต้องจ่ายเงินสักบาท พออยู่ดีๆ ดันต้องจ่ายขึ้นมาแถมลูกจ้างยังมีสิทธิคุ้มครองอีกใครจะไปรับได้

พวกรุ่นท่านพ่อท่านแม่ผมอยู่ในยุคก้ำกึ่งเลยต้องทำใจจ่ายด้วยรึเปล่าก็ไม่แน่ใจ

ถ้าปิดเทอมนี้ผมได้กลับบ้าน คงต้องไปคุยเรื่องการเสริมแรงเชิงบวกกับที่บ้านหน่อยแล้วล่ะ มันเป็นสิ่งสำคัญที่เชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างเลยนี่นา

เพราะเมื่อก่อนผมเป็นคอนซัลต์ ก็เลยพอมีความรู้เรื่องจิตวิทยามาด้วยนิดหนึ่ง ไหนๆ ก็ต้องอยู่ที่นี่ยาวแล้ว นอกจากกับเอลิออต ธาลิเทียสและที่บ้าน ผมขออยู่ต่อเหมือนไม่รู้เรื่องหน่อยดีกว่า

เอาเป็นว่าผมเลือกจะให้เจคอบเพราะเขาช่วยชีวิตผมทางอ้อม เพราะงั้นเบิกเงินห้าเปอร์เซนต์จากเงินเดือนของเขาน่ะมันจิ๊บจ๊อยมากเลยนะ!

ผมเดินออกจากตึกหอพักชายแล้วเข้าไปในโรงอาหาร แต่วันนี้ไม่ได้ไปนั่งกับเอลิออตหรอกเพราะขอเขาไว้แล้วตั้งแต่เมื่อวาน

ก็อย่างที่เคยบอก ถึงผมจะไม่สนใจ แต่การขยายสัมพันธ์ฉันมิตรกับคนอื่นที่ไม่ใช่แค่พวกตัวเองก็สำคัญเหมือนกัน ผมเลยต้องออกห่างจากองค์ชายบ้าง คนอื่นจะได้เข้าหาผมสะดวก...ลองนึกภาพง่ายๆ สมมติว่าอัศวินที่คุณอยากคุยด้วยอยู่กับองค์ราชาตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงสามร้อยหกสิบห้าวัน คุณจะกล้าเมินองค์ราชาแล้วหันไปคุยกับอัศวินอย่างเดียวมั้ย

ความเหมาะสมและการให้ความเคารพคนมีอำนาจมากกว่ามันค้ำคออยู่ใช่ไหมล่ะ

นั่นแหละ อารมณ์เดียวกัน

เพราะอย่างนั้นตั้งแต่ปีหนึ่ง ผมเลยขอตั้งข้อตกลงกับเขาว่าสัปดาห์ละครั้งอย่างสุ่ม ผมจะขอลาล่วงหน้าหนึ่งวันไปสร้างคอนเนกชันให้ตัวเอง ทั้งนี้ก็เพื่อตัวเขาเองด้วยเหมือนกัน ซึ่งก็ดีที่เขาเข้าใจและเห็นด้วย

อีกอย่าง ยังไงซะก็ต้องเจอกันตอนบ่ายอยู่ดี เพราะงั้นผมมีเวลาแค่ช่วงเช้าเท่านั้นที่จะกระชับความสัมพันธ์กับคนอื่น

ผมมองซ้ายขวา ในมือถือถาดอาหารเช้า พอเห็นเอลิออตกับธาลิเทียสนั่งด้วยกันก็โค้งหัวทักทายแต่ไม่เข้าไปหาพวกเขา ตอนนี้ผมกำลังหาคนอื่นอยู่

เจ้านั่นหายไปไหนแล้วนะ...

_________________

     หลายคนเริ่มลงเรือกันแล้วในวันแรกของเรื่องนี้ (ช่างเป็นวันที่ยาวนานเหลือเกิน 13 ตอนแน่ะ แต่หลังจากนี้ไม่มีแนะนำชีวิตประจำวันละค่ะ เย่) เราขอประกาศบอกลูกรักประจำเรื่องนี้เราบ้างดีกว่า

     นั่นก็คือ...เอลิออตและวานาเซียแหละค่า! //ปิดหน้าเขิน ไม่เคยคิดเลยว่าต้องบอกโต้งๆ แบบนี้ ความจริงแอบอยากให้คนอ่านเดาว่าเราชอบใครที่สุดมากกว่า แต่เพราะเฉลยไปก่อนหน้านี้แล้วเลยอดไป U_U"
     ส่วนตัวชอบทั้งสองคนที่นิสัยเลยค่ะ ยิ่งพอคิดภูมิหลังของสองคนนี้แล้วยิ่งรู้สึกว่าอ๊ากกกก น่าย้ากกกก ช่างเป็นคู่ที่น่ารักอะไรแบบนี้ //และใช่ นี่คือช่วงอวดลูกรักแรงมาก

ว่าแล้วก็ขออวดรูปลูกสาวหน่อยค่ะ! (วาดโดย Shari07 //เราไปคอมมิชชันเขามา จ่ายเงินไปแล้วด้วย ไม่ขโมยรูปเนอะ)

หนูวานาเซีย! <3 //คนเขียนน้วยลูกสาว
ชอบนางรักนางมากจนต้องไปขอคอมมิชชั่น เข้าเนื้อตัวเองจนต้องกินมาม่าเลยทีเดียว...
(ขอตะโกนอีกรอบ เราเมนวานาเซียกับเอลิออตต่างหาก! ไม่ได้อวยเฟรย่าเฟ้ย!)
(ที่จริงได้คมช.มาตั้งแต่กลางเดือนหกแล้วค่ะ แค่ลืมอวด...)

น่าร้ากกกกกกกกกกกก น่ารักน่าน้วยที่สุดเลยลูก เยียวยาจิตใจเราได้ดีจริงๆ

เข้าใจแล้วว่าทำไมเวดิอุสถึงหวงนัก //โดนตี

รอยยิ้มน้องสาวช่างเยียวยาจิตใจเหลือเกินค่ะ สมแล้วที่เวดิอุสบอกว่ารอยยิ้มของวานาเซียนั้นฮีลลิ่งเหลือหลาย //พนมมือ


เวดิอุส //จัดการหดรูปน้องสาวให้เล็กนิดเดียว

เรา- เฮ้ย เดี๋ยวสิ! มันเห็นไม่ชัดนะ! รอยยิ้มฮีลลิ่งแบบนั้นควรปล่อยให้เห็นชัดๆ ต่างหากไม่ใช่เหรอ!

เวดิอุส- เล็กๆ ดีกว่าเยอะ เจ้าก็เห็นด้วยใช่ไหม //หันไปมองเอลิออต

เอลิออต //ไม่พูดอะไร แต่ยิ้มหวานจนน่ากลัว สายตามองไรต์เหมือนจะไปฆ่าคน

เรา- ... //มองสายตาที่เอลิออตมองมาแล้วตัวหดเหลือสองนิ้ว


และนั่นเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมรูปวานาเซียถึงเล็กนิดเดียวค่ะ 

เอวัง

+++++++++++++++++


สุดท้ายนี้ ทิ้งท้ายเหมือนเดิม
สามารถติดต่อหารือพูดคุยกันทุกเวลาได้ที่ 
- twitter: @InnocentVampir4
- fb page: Blacklight Sonata

ปล. เรื่องนี้มีเปิดระบบโดเนตใน readawrite ด้วยนะคะ ถ้าอยากอ่านเยอะๆ ก็รบกวนโดเนตเราหน่อยน้าา T_T
          ถ้าให้สารภาพจริงๆ คือเรามีเวลาแค่สองเดือนในการยืนยันว่าเราสามารถเขียนนิยายแล้วหาเงินได้ ไม่เช่นนั้นเราต้องกลับไปทำงานหามรุ่งหามค่ำเหมือนเดิม (ออกจากบ้านเช้า กลับบ้านตีสองเกือบทุกวัน) และคงไม่ได้กลับมาแต่งนิยายเรื่องไหนอีกเลย...
          หากอยากซัพพอร์ตก็จิ้มลิงก์นี้โลดดด >>ตรงนี้<< 

ปปล. เป็นไปได้อยากให้ไปลองอ่านนิยายเรื่องยาวของเราอีกสักเรื่องจังเลยค่ะ แค่กๆๆ! >>กดตรงนี้ๆ<<
(กำลังเขียนตอนพิเศษสามตอนอยู่เลยยังไม่ได้อัปเดต ถ้าเสร็จเมื่อไหร่จะเริ่มภาคสองทันทีค่ะ---)
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 230 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

217 ความคิดเห็น

  1. #101 Deffy-Deefey (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 / 01:46
    โฮฮฮฮ คุณน้องสาวววว น่าย๊ากกกกกก(TUT

    ส่วนตัวแล้วอวยเฟรยาค่ะ เอ็นดูนาง ฮาาาา
    #101
    1
    • #101-1 แมวน้อยในถังปี๊บ(จากตอนที่ 14)
      17 กรกฎาคม 2562 / 13:40
      เฟรย่าน่ารักเนอะ เราก็ชอบเหมือนกันค่ะ (ความจริงเรารักทุกคนในเรื่องเลยค่ะ โดยเฉพาะเอลิออตกับวานาเซีย 55555)
      #101-1
  2. #75 Writerkikkok (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2562 / 22:11
    ไม่วายไม่เป็นไร​ อย่่าล่มเรือเราก็พอ​ เจ้าชายกับน้องสาวคือเราแจวหนักมาก​555อันที่จริงแอบลุ้นอยู่ว่าคุณพี่จะหวงน้องจนมองแรงเจ้าชายหนักๆตอนไหนซีสค่อนบันไซ~
    #75
    1
  3. #72 aom051 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2562 / 17:34

    รูปสวยมากกก

    #72
    1
    • #72-1 แมวน้อยในถังปี๊บ(จากตอนที่ 14)
      7 กรกฎาคม 2562 / 18:13
      มีความฮีลลิ่งขั้นสูงสุดค่ะ //พนมมือให้วานาเซีย
      #72-1
  4. วันที่ 7 กรกฎาคม 2562 / 14:44

    บอกไรท์ไว้เลยนะคะว่าตอนแรกที่เราก็เป็นคนหนึ่งที่เข้ามาอ่านก็เพราะคิดว่าจะมาแบบแนววาย แต่หลังจากที่ไรท์บอกว่าไม่วายก็แอบอกหักไปเลยค่ะ ตามจริงคือรู้สึกเสียดายมากแต่พอมาลองตามอ่านเรื่อยๆก็คิดว่าไรท์แต่งได้ดีมากและเราก็ชอบเนื้อเรื่องและการเดินเรื่องของไรท์มากเลยค่ะ ถึงแม้จะเสียใจที่ไม่วายแต่เราก็ติดตามอยู่นะคะ สู้ๆค่ะ
    #71
    2
    • 7 กรกฎาคม 2562 / 14:45

      เป็นกำลังใจให้ค่ะ
      #71-1
    • #71-2 แมวน้อยในถังปี๊บ(จากตอนที่ 14)
      7 กรกฎาคม 2562 / 14:54
      เรื่องพล็อตและการดำเนินเรื่องจะพยายามไม่ทำให้ผิดหวังค่ะ

      แต่เอาจริงๆ เรื่องนี้ก็ไปได้ทั้งสองทางตามที่เราบอกไว้นานแล้วในข้อมูลเบื้องต้นค่ะ แค่มีความสมเหตุสมผลเพิ่มเข้ามาด้วยเท่านั้นเอง UvU เพราะโลกนิยายคือโลกจริงสำหรับตัวละครอะเนอะ

      ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะคะฮือออ //อ้าแขนรับรัก(?)
      #71-2
  5. #70 pang_loveyaoi (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2562 / 12:43

    สู้ๆค่ะไร

    เราเป็นคนหนี่งที่อยากอ่านนิยายของไรนะค่ะ

    ไมว่า่ตัวเอกจะคู่กับใครก็ตาม

    เราก็เคยปิดกั้นแนวนี้นะค่ะเพราะมันครุมเครือ

    แต่เราจะเปิดใจให้นิยายเรื่องนี้ค่ะ

    ที่อ่านมาความสัมพันธ์ของตัวละครที่ไม่จงใจให้คิดเป็น yaoi ตรงๆ

    มันมีความเป็นเพื่อนอยู่มันยังไม่ถึงจุดให้คิดขนาดนั้นอ่ะค่ะ

    มันมีเสน่ห์สุดๆ

    ตัวเอกคู่กับใครก็ได้

    ไรทำเรารักเรื่องนี้แล้วนะค่ะ

    ยังมีนักอ่านตัวน้อยๆรออ่านอยู่น้าค้าาา

    💓
    #70
    1
    • #70-1 แมวน้อยในถังปี๊บ(จากตอนที่ 14)
      7 กรกฎาคม 2562 / 13:42
      //พนมมือแล้วสวมกอดรี้ดค่ะ ฮือออออ แงงงงง QAQ
      #70-1
  6. #68 Princess oF Fire (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2562 / 09:16
    เป็นกำลังใจให้นะคะ ขอให้ไรท์ใจร่มๆน้า แต่งตามเส้นเรื่องที่วางไว้ คนที่ผิดหวังก็คงมี อยากให้ไรท์ทำความเข้าใจแล้วปล่อยวางนะคะ จะได้ไม่หงุดหงิด บางคนเขาอาจจะอ่านแต่ชื่อเรื่องแล้วกดตอนที่ 1 โดยไม่ได้กดข้อมูลเบื้องต้นก็มีค่ะ ถ้าอ่านในแอพ

    สู้ๆนะคะ เรารอตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อ

    ปล.คุณน้องสาวน่าร้ากกกกกก
    #68
    3
    • #68-1 แมวน้อยในถังปี๊บ(จากตอนที่ 14)
      7 กรกฎาคม 2562 / 13:36
      เราเข้าใจว่ามีผิดหวังกันบ้างค่ะ แต่มาระรานกันเราก็ไม่ไหวนะคะ ใจมันต๊อแต๊ T__T
      #68-1
    • #68-2 แมวน้อยในถังปี๊บ(จากตอนที่ 14)
      7 กรกฎาคม 2562 / 13:37
      ตอบปล. เวดิอุสตอบกลับมาว่าแน่นอนอยู่แล้ว (.....)
      #68-2
  7. #67 Duistern (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2562 / 09:03

    รู้สึกได้รับการฮีล
    #67
    1