[Boy's Life] คุณนางเอกครับ โปรดอย่าเปลี่ยนผมเป็นนายเอกเลย

ตอนที่ 10 : บรรยากาศและการหักธงโดยสันติ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,443
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 288 ครั้ง
    12 มิ.ย. 62


10

บรรยากาศและการหักธงโดยสันติ

 

ผมไม่ได้หูฟาดไปใช่ไหม

และเชื่อเถอะ ตอนนี้ไม่ว่าใครต่างก็คิดเหมือนกันแน่นอนล้านเปอร์เซนต์

แวดวงสังคมของวานาเซียต้องเคยได้ยินเรื่องของอัจฉริยะด้านการใช้อาวุธทุกชนิดอยู่แล้ว และกิตติศัพท์หลักของเขาคือไม่พูดอะไรกับใครเลยถ้าไม่ใช่เรื่องงาน น้องสาวผมเลยไม่คาดหวังจะทำบทสนทนาอะไรกับเขา แต่อยู่ดีๆ คนที่เงียบขึ้นมาตลอดกาลดันพูดขึ้นมาซะงั้น ใครบ้างจะไม่เหวอ!

แต่ทันใดนั้นเองที่องค์ชายลุกขึ้นยืน สาวเท้าเดินไปหาวานาเซีย

เฮ้ เหมือนแก้มเจ้าเอลิออตมันจะแดงอยู่หน่อยๆ ไม่ใช่เหรอ นี่มันช่าง...

น่าหมั่นไส้ชะมัด!

องค์ชายเอื้อมมือไปจับมือของวานาเซีย แล้วหันมามองผมด้วยรอยยิ้มบาง “ฝากงานด้วยล่ะเวดิอุส เดี๋ยวมา” เขาพูดเสร็จก็เดินออกจากห้องไปพร้อมกับคู่หมั้นตัวเองหน้าตาเฉย

ผมตาเหลือก  ในขณะที่น้องสาวผมเองก็ดูจะลนลานนิดหน่อย สายตาของเธอดูจะไม่เข้าใจอะไรหลายๆ อย่าง ถึงขั้นหันมามองผมเป็นเชิงถามด้วยซ้ำ

แต่ทุกอย่างก็จบลงเมื่อวานาเซียหายไปจากสายตา บรรยากาศจากที่กระอักกระอ่วนอยู่แล้วกลายเป็นกระอักกระอ่วนหนักกว่าเดิมสิบเท่า...จนต่างคนต่างก้มหน้าก้มตาทำงานและไม่พูดอะไรออกมาอีกเลย

เดี๋ยวเถอะ นั่นน้องฉันนะไอ้เวร กลับมาเดี๋ยวนี้เลยนะโว้ย!

ใจอยากจะหลุดปากด่าอยู่ แต่ทำไม่ได้เพราะองค์หญิงอยู่ตรงนี้ ผมรู้สึกว่าตัวเองยังไม่สนิทใจที่จะทำตัวเปิดเผยต่อหน้าเธอขนาดนั้น อย่างที่ผมเคยบอกไป พวกเราเจอกันบ่อยก็จริง แต่ไม่ได้สนิทด้วยมากขนาดด่ากันได้ และผมว่าเธอคงไม่ปลื้มเท่าไหร่หากผมด่าน้องชายของเธอต่อหน้า

ก็นะ ถ้ามีคนด่าน้องสาวผมต่อหน้าผม ผมก็คงไม่ปลื้มเหมือนกัน เพราะพื้นฐานวานาเซียไม่ใช่คนที่จะทำเรื่องไร้มารยาทกับใครด้วย

ขนาดในเกม โดนแย่งเอลิออตไปยังแค่เมินนางเอกเลย ไม่ทำอะไรไปมากกว่านั้น

อ๊ะ จะว่าไป ผมยังไม่ได้ถามเรื่องเฟรย่ากับเธอเลยนี่นา พรุ่งนี้ผมแวะไปถามสักหน่อยน่าจะดี...หืม เดี๋ยวนะ

ผมชะงักพลางวางเอกสารหนึ่งลงบนโต๊ะ ก่อนจะหันขวับไปมองนอกหน้าต่าง แล้วไปมองนาฬิกาคุณปู่ในห้องที่ชี้เวลาหกโมงครึ่ง

ระบบของเกมนี้เป็นกึ่งโอเพ่นเวิร์ลด์ คือจะเลือกไปไหนก็ได้ในแต่ละวัน แล้วสามารถไปจีบเป้าหมายได้ตามสถานที่ต่างๆ อีกอย่างคือคะแนนในคลาสจะสำคัญและส่งผลต่ออีเวนต์ความชอบของตัวละครที่จีบได้ด้วย ซึ่งคะแนนที่ได้จะมาจากการกดเข้าคลาสเพื่อข้ามเวลา

แต่บางทีถ้าไม่ข้ามแล้วไปสถานที่ที่กำหนดก็จะเจออีเวนต์ของตัวละครอื่นเหมือนกัน

ผมละยอมใจคนเขียนโค้ดเกมเป็นบ้า ชาติก่อนตอนเด็กๆ ผมเคยอยากลองเขียนโปรแกรมดู แต่หลังจากเจอภาษาคอมพิวเตอร์เข้าไปปุ๊บก็ถอดใจและถอนตัวออกมาทันควัน

เอาเป็นว่าเพราะระบบนั้นนี่แหละ วันนี้จะเป็นวันแรกที่เฟรย่าได้เจอกับองค์ชายและวานาเซียอยู่ด้วยกัน...

“กระหม่อมขอไปสูดอากาศข้างนอกก่อนนะพ่ะย่ะค่ะ” ผมรีบโค้งให้องค์หญิง โบกมือแบบส่งๆ ให้เพอร์ซิวัลพลางหยิบเอกสารส่วนหนึ่งแล้ววิ่งออกนอกห้องไป

 

ผมวิ่งออกจากตึกเรียน ถ้ามันเป็นไปตามเนื้อเรื่องเกม สองคนนั้นน่าจะอยู่ที่สวนกลางโรงเรียนละมั้ง

ผมหอบแฮก เอกสารยังกำแน่นอยู่ในมือ ออกมาก็เห็นแสงจันทร์ส่องแสงนวลตาสวยงาม...เจ้าเอลิออตมันจะเต๊าะน้องสาวผมในบรรยากาศแบบนี้แน่ๆ รู้สึกอยากไปเป็นก้างขวางคอยังไงก็ไม่รู้ แต่ถ้ามันจะทำให้เฟรย่าแทรกเข้าไปได้น่ะผมยอมไม่ทำก็ได้

หลังจากกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปถึงสวนกลางโรงเรียน ผมก็เห็นว่าสองคนนั้นกำลังนั่งอยู่บนม้านั่งจริงๆ ตามที่คิดเอาไว้ไม่มีผิด

สวนน้ำพุที่นี่สวยมากจนผมไม่รู้จะบรรยายออกมายังไง ที่แน่ๆ มันทำจากแร่ลูนาริดา ตัวของมันจะเป็นสีขาวนวล แต่ถ้าเจอแสงจันทร์จะเป็นประกายสวยงาม ขนาดของมันใหญ่มากจนเป็นวงเวียนขนาดเล็กได้ และรอบน้ำพุก็มีม้านั่งวางเอาไว้ประมาณเจ็ดแปดตัว

และใช่ เจ้าเอลิออตมันกำลังจู๋จี๋กับวานาเซียอยู่ รอบด้านก็ไม่มีใคร ซึ่งไม่แปลกใจ ตอนนี้คนอื่นน่าจะอยู่โรงอาหารไม่ก็เข้าหอพักกันไปหมดแล้ว

มุมปากของผมกระตุกกึกๆ ด้วยความรู้สึกบอกไม่ถูก ถ้าไม่ติดว่าเป็นองค์ชายและคู่หมั้นน้องสาวผมนี่ ผมคงเอาเอกสารในมือไปโบกกบาลมันแล้ว!

แต่นั่นไม่ใช่สาเหตุที่ผมมาที่นี่สักหน่อยนี่นา

ผมสะบัดหัวไล่ความโกรธไป ผมมาที่นี่เพื่อมาตามหานางเอกของเกมต่างหาก...

หลังจากมองซ้ายมองขวาสักพักก็เจอเธออยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลนี้เอง ผมเลยเดินเลี่ยงสายตาเพื่อไปหาเธอไม่อย่างนั้นเฟรย่าจะเป็นฝ่ายหนีผมไป แต่ยังไม่ทันจะถึงก็เห็นอะไรแวววับๆ อยู่บนพื้นที่ไม่ใช้หยดน้ำทำให้ผมต้องหยุดดู

ริบบิ้นสีดำประดับคริสตัล?

อ้อ ใช่ ในเกมตอนนั้นรู้สึกว่านางเอกจะทำริบบิ้นผูกผมตัวเองหายก็เลยออกมาหาเอง (แน่นอนว่าเลือกได้ว่าจะไปหาหรือไม่หา) เพราะตอนปีหนึ่งเฟรย่าไม่ได้เอาผู้ติดตามมาด้วย แล้วก็ไปเจอกับฉากนั้นเข้า

ผมหยิบมันขึ้นมา ตามองไปทางเฟรย่าที่กำลังนั่งยองๆ หาของไปเรื่อย ซึ่งมันเป็นมุมอับสายตาของทั้งสองคนนั้นก็เลยมองไม่เห็นกัน ตอนนี้พวกเขายังไม่พบเธอ และดูแล้วเธอก็ยังไม่เห็นพวกเขา

ผมถอนหายใจยาว ยังแอบรู้สึกผิดที่ไปฉีกจดหมายต่อหน้าเธอไม่หาย

แต่ขอย้ำอีกรอบ ผมรู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำลงไป แต่ไม่เสียใจหรอก และต้องทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้เธอทำลายโลกของผมอย่างเด็ดขาดเหมือนเดิม

ผมกำริบบิ้นแน่น ก่อนจะสาวเท้าเข้าไปหาเธอ

“กำลังหาอันนี้อยู่เหรอ” เฟรย่าดูจะสตันไปนิดหน่อยแล้วเงยหน้ามองมาทางผมด้วยใบหน้าซีดเผือด รู้สึกโล่งใจนิดหน่อยที่ตรงนี้มีเสาโคมไฟก็เลยเห็นเธอชัดเจนพอสมควร

“ท ท่าน...” อุหวา เสียงสั่นจริงด้วย! ดูเธอจะกลัวผมมากจริงๆ นะเนี่ย

ผมถอนหายใจยาวก่อนจะลงไปนั่งชันเข่าเป็นเพื่อนเธอด้วยคน ก่อนจะยื่นริบบิ้นสีดำให้ “เอ้า เอาไปสิ”

อีกฝ่ายดูลังเลนิดหน่อยว่าจะยื่นมือไปเก็บริบบิ้นจากมือผมดีมั้ย แต่สุดท้ายเธอก็ทำอยู่ดี และแน่นอน คราวนี้ผมไม่ขัดเธอ ก็มันไม่จำเป็นต้องขัดอะไรสักหน่อยนี่นา แค่ริบบิ้นประดับคริสตัลอันเดียวเอง

“ขอบคุณ...เจ้าค่ะ” เธออึกอักนิดหน่อย ดูท่าทางคงลำบากใจน่าดูเพราะไม่รู้ว่าควรจะตอบสนองยังไง แย่สุดคือเธอคงเดาไม่ออกว่าผมจะมาไม้ไหนอีก นั่นทำให้ผมถอนหายใจยาวรอบสองด้วยความเบื่อหน่ายกับปฏิกิริยาของเธอ ถึงอย่างนั้นผมก็คิดว่าตัวเองควรแก้ในสิ่งที่ทำเอาไว้อยู่ดี

และนั่นต้องไม่ใช่การขอโทษ

การขอโทษที่ถูกต้องคือผมต้องเอาจดหมายส่วนที่เหลือมาคืน และนั่นเป็นสิ่งสุดท้ายที่ผมคิดจะทำ

“เรียนเป็นยังไงบ้างล่ะ” ผมชวนคุย ถึงอารมณ์มันจะเหมือนพ่อถามลูกไปหน่อย แต่ผมก็นึกอะไรไม่ออกแล้วเหมือนกันนี่นา!

เฟรย่าเบิกตากว้าง ดูเธอจะคาดไม่ถึงกับคำถามที่เหมือนผมแคร์เธอ...ซึ่งเอาจริงๆ ก็ถูก ผมไม่สน แต่ก็คิดว่าควรจับตาดูเอาไว้ดีกว่า

ถึงจะเป็นที่เข้าใจได้ก็เถอะ แต่เวดิอุสในเกมจับตามองเธอโดยมีอิทธิพลด้านลบเกินไป ตอนนี้ต่างกับในเกมตรงที่ผมมีความทรงจำชาติก่อนติดมาด้วย อย่างน้อยมันก็ช่วยห้ามไม่ให้ผมทำแบบนั้น

ผมถึงตัดสินใจว่าจะเข้าหาเธอ และต้องแปะป้ายเพื่อนไว้ตัวโตๆ

“ค่อนข้าง...ยากเจ้าค่ะ” หลังจากที่อึ้งไปนานจนผมแทบจะตบยุงรอ เธอก็ตอบกลับมาได้สักที “เวทมนตร์ มารยาท ภาษาต่างชาติ ภูมิศาสตร์ คณิตศาสตร์...ยากทุกวิชาเลยเจ้าค่ะ”

นั่นก็เกือบทุกวิชาแล้วไม่ใช่รึไง!

ผมมองค้อนใส่เธออย่างอดไม่ได้ และนั่นทำให้เธอสะดุ้งเฮือก ก่อนจะคอตกหงอยๆ เชื่อเถอะว่าถ้าเธอมีหูกับหางหมาคงได้เห็นว่ามันลู่ลงแน่ๆ

“เหลือแค่เต้นรำ ศิลปะกับประวัติศาสตร์สินะ”

เธอพยักหน้าหงึกหงักด้วยความอับอาย ถ้าจำไม่ผิดในเกม เธอก็ถนัดแค่สามวิชานี้เหมือนกัน

“แต่ว่าข้าจะพยายามเจ้าค่ะ” เฟรย่าพูดพลางก้มหน้าลงไม่สบตา คิดว่าคงเพราะผมน่ากลัวเกินไปแหง “ข้าจะใช้ฝีมือของข้าพิสูจน์ตัวข้าเองอย่างที่ท่านพูดให้ได้” แม้จะก้มหน้า แต่น้ำเสียงของเธอกลับมุ่งมั่นและแน่วแน่

ผมพูดไว้เมื่อวานตอนที่เธอกำลังช็อกเรื่องจดหมายนี่นะว่าให้ใฝ่เรียนดีกว่าไปไล่จีบคนอื่นเพื่อไต่ยศครอบครัวตัวเอง แต่ที่นึกไม่ถึงคือเธอจำคำผมได้นี่แหละ

เห...น่าสนใจดีนี่นา

“ก็เอาสิ ตามสบาย” ผมผายมือก่อนจะลุกขึ้นยืน แล้วยื่นมือฉุดเธอให้ลุกขึ้นตาม “ข้าแนะนำโซนหลังห้องสมุดหลังเลิกเรียน ตรงนั้นมันจะเงียบเป็นพิเศษ”

ก็นะ ผมไปตรงนั้นเหมือนกันนานๆ ทีตอนว่าง ซึ่งผมว่างน้อยมาก สองครั้งเอง...และทั้งสองครั้งนั้นคืออาจารย์ไม่ได้เข้าสอนห้องผมเสียด้วย

เพราะงั้นถึงจะบอกว่าเงียบ แต่ผมไม่รู้เลยว่ามันจะเงียบจริงไหมแบบไม่มีคนอยู่เลยจริงไหมเพราะไม่เคยไปหลังเลิกเรียน และถ้าจำไม่ผิด ที่นั่นเป็นที่เดียวด้วยมั้งที่ถูกยกเว้นให้ผู้ติดตามเข้าไปด้วยได้

เฟรย่าพยักหน้าพลางปัดเศษหญ้าออกจากตัว ก่อนจะเงยหน้ามายิ้มสดใสให้ผม “ขอบคุณท่านอีกครั้งที่เจอริบบิ้นนี่ ข้าขอตัวนะเจ้าคะ” เธอจีบชายกระโปรงแล้วถอนสายบัวให้เล็กน้อย แล้วเดินจากไป

เมื่อเธอเริ่มจะไปลับสายตา ผมก็ยกกำปั้นใช้ศอกแทงอากาศด้วยความลิงโลดในใจ

หักธงแรกพบระหว่างเอลิออตกับเฟรย่าสำเร็จแล้วโว้ย!

 ใช่แล้ว ถ้าอิงตามเกมคือ เธอจะตามหาริบบิ้นประดับคริสตัลของตัวเองไปเรื่อยๆ จนเห็นวานาเซียกับเอลิออตเข้า แล้วตอนนั้นไม่รู้มีอะไรดลใจ แสงจันทร์จะสาดใส่ตัวเจ้าองค์ชายปากหมากวนบาทานั่น แต่ดูแล้วมีเสน่ห์จนนางเอกใจเต้นตึกตักขึ้นมา

ซึ่งตอนนี้ไม่มีแล้ว แสดงว่าผมหักธงได้สำเร็จตามที่หวังไว้!

เหลือแค่ธาลิเทียสแล้ว...แล้วหลังจากนั้นผมก็จะอยู่ต่อไปโดยไม่ต้องกังวลว่าโลกของผมจะพังทลายแล้ว

นี่มันเยี่ยมไปเลยไม่ใช่เหรอ!

 ______________________________

สามารถติดต่อหารือพูดคุยกันทุกเวลาได้ที่ 
- twitter: @InnocentVampir4
- fb page: Blacklight Sonata

ปล. เรื่องนี้มีเปิดระบบโดเนตใน readawrite ด้วยนะคะ ถ้าอยากอ่านเยอะๆ ก็รบกวนโดเนตเราหน่อยน้าา T_T

ถ้าให้สารภาพจริงๆ คือเรามีเวลาแค่สองเดือนในการยืนยันว่าเราสามารถเขียนนิยายแล้วหาเงินได้ ไม่เช่นนั้นเราต้องกลับไปทำงานหามรุ่งหามค่ำเหมือนเดิม และคงไม่ได้กลับมาแต่งนิยายเรื่องไหนอีกเลย...หากอยากซัพพอร์ตก็จิ้มลิงก์นี้โลดดด >>ตรงนี้<<  

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 288 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

217 ความคิดเห็น

  1. #161 LWLookwai (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2562 / 16:51
    ไม่ใช่ว่าหักไปหักมาตัวเองไปปักเค้านะ//555
    #161
    1
  2. #148 *!POPEYE!* (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 23:17

    หักธงมาปักตัวเอง--อุ๊ย

    #148
    1
  3. #98 nuang1 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2562 / 20:06
    หักธงเพื่อน แต่ปักธงตัวเองไหม?
    #98
    1
    • #98-1 แมวน้อยในถังปี๊บ(จากตอนที่ 10)
      17 กรกฎาคม 2562 / 00:23
      เวดิอุสไม่สามารถรับรู้ความคิดของคนอื่นได้ค่ะ แค่ก! 55555555 //นั่นสิ ปักรึเปล่านะ
      #98-1
  4. #27 อาริน (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 02:23

    ธาลิเทียสกับรุ่นพี่้พอร์ซิวัลใครจะได้เป็นสามีของเวดิอุสคะ!? *w*

    มีมาหวงคนนู้นคนนี้ว่าอยู่ในโลกของฉันอีกกกก กรี๊ดดดดดดด >\\\<

    จะเป็นนายเอกทั้งทีควบสองไปเลยค่----แค่กๆ


    #27
    1
  5. วันที่ 12 มิถุนายน 2562 / 21:30
    ไม่รู้จะเม้นอะไรแต่ชอบนะคะ
    #26
    1
  6. วันที่ 12 มิถุนายน 2562 / 05:58
    หักธงเสร็จก็ไปเป็นกขคต่อเลยยยย
    #25
    1
    • #25-1 แมวน้อยในถังปี๊บ(จากตอนที่ 10)
      12 มิถุนายน 2562 / 23:04
      เวดิอุสบอกนี่มันน่าสนใจมากเลยไม่ใช่เหรอ---
      #25-1
  7. #24 tookiuy (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2562 / 05:30

    ธาลิเทียสมาเห็นตอนนั้นคงหึงแย่>∆<
    #24
    1
  8. #23 iceykan (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2562 / 04:13
    เดะออสตินเห็นตอนดีใจนี่ฮาเลยยย สามีหึงแน่ หุหุ
    #23
    1
    • #23-1 แมวน้อยในถังปี๊บ(จากตอนที่ 10)
      12 มิถุนายน 2562 / 13:00
      ออสตินนี่ใช่ธาลิเทียสรึเปล่าคะ 55555 //โดนตีแรงมากฮือออ
      #23-1