นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

[กิจกรรมสามคำในไลน์] The Dragon's Tale

เหตุใดกันหนอ มังกรขาวอันศักดิ์สิทธิ์ เผ่าพันธุ์ที่ถูกขนานนามว่าวีรบุรุษ จึงต้องร่อนเร่ ไร้ซึ่งที่มาที่ไปเช่นนี้

ยอดวิวรวม

168

ยอดวิวเดือนนี้

2

ยอดวิวรวม


168

ความคิดเห็น


1

คนติดตาม


2
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  1 ธ.ค. 61 / 00:42 น.
นิยาย [ԨŹ] The Dragon's Tale

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

[โจทย์ที่ได้]
ลูกชายคนรอง / มังกรเผือก / เมฆสีเทา
______________________________________
สวัสดีค่ะ โฟร์เองค่า!
คิดถึงกันมั้ยเอ่ย-- //โดนถีบกระเด็น ฮา

เป็นยังไงกันบ้าง คงไม่มีใครคิดถึง แต่เราคิดถึงมากเลยน้าาา >3<
ในที่สุดก็เข็นมันจบจนได้กับโจทย์นี้
เอาจริงๆ นี่คิดว่าโชคดีมากที่ได้อันนี้ค่ะ เพราะว่ามันคือระดับ SSR เลยก็ว่าได้ กล่าวคือมันเป็นหนึ่งในโจทย์ที่ "เป็นผู้เป็นคน" มากที่สุดนั่นเอง (...)
กล้าพูดแบบนี้เลย เพราะมีคนร่วมกิจฯ หลายคนเล่นอันนี้ไป แล้วดันได้แบบรั่วสุดขีดหรืออะไรทำนองนั้นก็มี
(ยกตัวอย่าง: พระจันทร์ แมวยิ้ม หมี่เย็น.... //เรานี่รู้สึกโล่งอกโล่งใจเหลือเกิน คือคำมันก็ปกตินะ แต่พอรวมกันแล้วมันสยดสยองสุดใจมาก)
ถามว่าดองขนาดนี้ทำไมถึงมาเล่น

หึ เพราะมีคีย์บอร์ดบลูทูธแบบพกพามาล่อยังไงล่ะคะ! T_T
//ล้อเล่น นั่นแค่ส่วนหนึ่ง เรากำลังจะมาต่อนิยายเราด้วยต่างหากล่าาา เย้!
พร้อมกันรึยังคะ

สุดท้ายนี้...
ขอให้ท่านสนุกไปกับบทบรรเลงเพลงแห่งรัตติกาล
BlackLight Sonata


เนื้อเรื่อง อัปเดต 1 ธ.ค. 61 / 00:42




The Dragon’s Tale

 

มังกรดำเป็นเผ่าพันธุ์อันแสนชั่วร้ายและโหดเหี้ยมเกินจะมีใครบังอาจกล่าวถึง แม้พวกเขาจะไม่โผล่มายังโลกมนุษย์ประมาณสามร้อยปีแล้วก็ตาม ทว่าตำนานความชั่วร้ายนั้นยังคงอยู่

ผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ ‘แผ่นดินทมิฬ’ ได้จารึกถึงความอำมหิตของมังกรดำ ต้นตอของมหันตภัยทั้งปวงเอาไว้บนศิลากลางเมือง เขียนไว้ในหนังสือประวัติศาสตร์ รวมไปถึงคำสอนของศาสนา แม้ทุกแหล่งอ้างอิงจะใช้คำไม่เหมือนกัน ทว่าใจความสำคัญนั้นยังคงอยู่

มังกรสีดำสนิทคำรามก้องฟ้าแหวกสวรรค์ อัญเชิญเมฆสีดำแสนอันตราย กลืนกินทุกชีวิตทั่วอาณาบริเวณ ทิ้งไว้เพียงซากบ้านเรือนอันเสียงกรีดร้อง แลฝันร้ายอันยากจะลืมเลือน

ในขณะเดียวกัน ผู้สามารถปราบมังกรดำได้นั้นย่อมมิใช่มนุษย์หรือสิ่งมีชีวิตอื่นใด

แต่เป็นเผ่าพันธุ์เดียวกันเอง

มังกรขาว

 

เสียงหอบแฮกดังขึ้นท่ามกลางทุ่งหญ้าสีเขียวขจี ร่างกายสีขาวซีดของชายหนุ่มเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อราวกับโดนฝน สายลมเย็นสบายพัดให้เรือนผมสีเงินหม่นปลิวไสวราวกับหวังช่วยคลายร้อน

แต่ขอเถอะ แดดส่องจ้าเสียขนาดนี้ ลมขี้ปะติ๋วนี่ไม่ช่วยอะไรเขาเลยด้วยซ้ำ

“น้ำ...” เขาเอ่ยด้วยลำคอแห้งผาก รู้สึกได้ว่าตนเองเสียน้ำเกินกว่าที่ร่างกายจะรับไหว ดวงตาสีแดงฉานเริ่มพร่ามัว ร่างกายเองก็โงนเงนเป็นสัญญาณว่าเขาทนต่อไปไม่ค่อยได้แล้ว

ท่านเทพเอ๋ย สาบานสิว่านี่คือทุ่งหญ้า ไม่ใช่ทะเลทราย! เขาได้แต่สบถก่นด่าในใจ ก่อนจะโยนสัมภาระตัวเองลงบนพื้นหญ้า รู้สึกอยากจะลงไปนอนข้างในสัมภาระตัวเองสักพักจริงๆ

หนุ่มผมเงินถอนหายใจอีกรอบ หันมองซ้ายแลขวาให้ดีเพื่อดูสภาพรอบด้านในปัจจุบัน

ท้องฟ้าสีฟ้าใสไร้เมฆบัง แสงอาทิตย์ส่องสาดคล้ายจะเผาทุกอย่างให้มอดไหม้ แต่กลับมีสายลมอ่อนๆ ที่ไม่ช่วยดับร้อนเลยสักนิด นอกจากนั้นก็มีเพียงหญ้า หญ้า และหญ้า...อ้อ มีดอกไม้ขึ้นประปรายด้วย ทว่านั่นไม่ใช่ประเด็นที่เขาใส่ใจนัก

ที่น่ากังวลคือมีสิ่งมีชีวิตอื่นนอกจากพืชพรรณอยู่หรือเปล่าต่างหาก

ชายหนุ่มหลับตาปี๋แล้วขมวดคิ้วมุ่น ปรับจุดโฟกัสสายตาของตัวเองให้ดีพลางมองไปรอบด้าน เมื่อพบว่าไม่มีใครก็ถอนหายใจโล่งอก รีบเขียนวงเวทให้เร็ว และสัมภาระอันน้อยนิดนั้นก็หายไปต่อหน้าต่อตา

แล้วตัวของเขาก็ค่อยๆ หดลง รูปลักษณ์เองก็เริ่มเปลี่ยนไป

เขาสีเทาทั้งสองงอก เกล็ดสีขาวหม่นเริ่มห่อหุ้มและกลืนกินเสื้อผ้าอาภรณ์ มือและเท้ากลายเป็นกรงเล็บ ปากและจมูกยื่นออกไปข้างหน้า พร้อมฟันหลายซี่คล้ายฉลามงอกออกมา เรียกได้ว่าร่างทั้งหมดของเขาเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง

กลายเป็นสัตว์สี่ขาตัวเล็ก ปีกคล้ายค้างคาวกระพือพั่บๆ ดวงตาสีแดงคู่นั้นยังดูน่ารักแต่ก็ยังคงความน่าเกรงขามเอาไว้

มังกรขาวขนาดจิ๋วตัวหนึ่ง

แน่นอนว่าขนาดที่แท้จริงของเขาย่อมไม่ใช่แค่นี้ แต่ที่ย่อส่วนจนเหลือขนาดนี้เพื่อไม่อยากอยู่ในสายตาใครสักเท่าใดนัก เอาจริงๆ ตั้งแต่เดินทางมานี่ ไม่มีสัตว์ป่าสัญชาตญาณสูงตัวไหนพุ่งมาโจมตีเขาเลยสักครั้ง จะเรียกว่าสบายก็ได้ แต่พอต้องหาอาหารกลับเป็นเรื่องลำบากพอสมควร

มังกรสีขาวหม่นบินเข้าไปในสัมภาระล่องหน มันมีอัญมณีน้ำแข็งพันปีขนาดเล็กอยู่ข้างใน พี่ใหญ่ได้มอบให้เขามาก่อนออกเดินทาง

เป็นการเดินทางแบบไม่มีวันได้หวนกลับ

ดวงตาสีแดงโกเมนหลุบลง ปล่อยให้สามัญสำนึกโลดแล่นในภวังค์สีดำสนิท ก่อนสะบัดหัวดุ๊กดิ๊กเพื่อไล่ความคิดทั้งหมดออกไป ตัดสินใจรอจนกว่าจะเย็นแล้วค่อยเดินทางต่อ เพราะไม่อยากไปเผชิญแดดข้างนอกตอนนี้

เขายังไม่อยากเป็นมังกรแดดเดียวหรอกนะ

มังกรหนุ่มเชื่อว่าความสงบสุขในกระเป๋าสัมภาระล่องหนนี้จะยังคงอยู่ต่อไป...หากไม่ติดว่าอยู่ๆ เขากลับรู้สึกถึงแรงกระแทกบางอย่างจากภายนอก พร้อมกับเสียงหล่นตุบใกล้ๆ

“ฮือ...”

เคราะห์ดีที่แรงกระแทกนั้นมีไม่มาก มังกรในสภาพล่องหนจึงไม่ได้กลิ้งไปไหนไกลนัก แต่เสียง ตุบ ซึ่งตามมาด้วยเสียงสะอื้นไห้นี่สิที่ทำให้เขาสงสัย

มังกรสีหม่นโผล่หัวออกจากกระเป๋า ก็พบร่างของเด็กนอนคว่ำหน้าราบไปกับพื้นหนึ่งคน ซ้ำยังนอนนิ่งสนิท

ว่ากันว่ามนุษย์เด็กเป็นสิ่งมีชีวิตที่บอบบางมากถึงมากที่สุดในหมู่สิ่งมีชีวิตเดินสองขาและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เห็นอีกฝ่ายนิ่งไม่ไหวติงเหมือนศพแบบนั้น มังกรก็เริ่มรู้สึกใจคอไม่ดี

ข้าฆ่าเขาเข้าแล้วรึเปล่า... มังกรขนาดเล็กรู้สึกเหมือนเท้าทั้งสี่เย็นเยียบ รีบสะบัดปีกบินออกจากกระเป๋าเพื่อดูชะตาของมนุษย์ตัวจ้อย ถ้ามันสิ้นแล้วเขาจะได้หนีทัน

ดวงตาสีแดงของเขาจับจ้องไปทางร่างของมนุษย์เด็ก ยิ่งเห็นหูกลมมนแบบมนุษย์เขาก็ยิ่งเสียวสันหลังเข้าไปอีก

แต่ละเผ่าพันธุ์มีหู หรือหากเรียกอย่างเป็นทางการคือ อวัยวะการรับฟัง ต่างกัน เช่นหากมังกรนั้นแปลงกายเป็นมนุษย์ เกล็ดมังกรขนาดส่วนหนึ่งจะประกอบตัวบริเวณเดียวกับมนุษย์เป็นรูปคล้ายห้าเหลี่ยม

“...นี่” มังกรกลืนน้ำลายเฮือก กระพือปีกเล็กเข้าหาพร้อมใช้อุ้งเท้าหน้าสะกิด ศพ ของมนุษย์เด็กเบาๆ

แล้วศพที่ว่าก็ลุกขึ้นนั่ง หลังจากนั้นต่างฝ่ายต่างชะงักไป ทว่ามังกรกลับทำลายความเงียบด้วยการถอนหายใจ “ที่แท้ก็ยังมิสิ้นลม โล่งใจ...”

“มังกร!” มนุษย์เด็กเบิกตากว้างพลางชี้หน้ามังกรสีหม่นอย่างไร้มารยาท “มังกรขาวจริงเหรอ!

ฝ่ายโดนแทรกเมินคำอุทานแทรกความโล่งอกของตัวเอง แต่ก็ไม่ตอบ นัยน์ตาคู่โตดูน่ารักน่าชังในสายตาเด็กน้อยฉายแววเรียบเฉย แล้วกลายเป็นเบิกกว้างเมื่ออยู่ๆ ก็ถูกโผกอดโดยไร้ซึ่งสัญญาณ

“ว้าว น่ารักชะมัด! ไม่เหมือนที่ท่านแม่เล่าเลย”

“เดี๋ยวเถิด!” มังกรร่างน้อยที่ว่ารีบกลับร่างแปลงมนุษย์เรือนผมสีขาวเงินติดจะหม่นหน่อยๆ ซ้ำยังกอดอกมองอีกฝ่ายเป็นเชิงห้ามปราม...มังกรหนุ่มต้องยอมรับว่าร่างแปลงมนุษย์สะดวกในการทำอะไรหลายๆ อย่างที่สุดแล้ว

“โห แปลงร่างได้ด้วย”

คนฟังอยากจะกุมขมับ อาจเป็นเพราะเขาไม่ได้เข้าสังคมกับใครมานาน ดังนั้นจึงรู้สึกระอาใจไม่เบา แต่กระนั้นก็ยอมเอ่ยตอบ “มีเพียงมนุษย์และเอลฟ์เท่านั้นที่แปลงกายมิได้ เอ้า ไม่ได้เป็นอันใดก็กลับบ้านไปเสีย”

ตอบอย่างเดียวคงไม่สาแก่ใจมังกร ไล่กลับบ้านหน้าตาเฉย

ทว่าเด็กน้อยที่ได้เจอตำนานตัวเป็นๆ แบบนี้ พอโดนไล่แล้วมีหรือจะยอม...เด็กชายกระโดดกอดเอวมังกรที่บัดนี้มีกลายเป็นชายหนุ่มไว้แน่น ไม่สนใจสายตาที่มองมาเลยสักนิด

มังกรขาวเชียวนะ! มังกรศักดิ์สิทธิ์ผู้เป็นวีรบุรุษกู้โลกเชียวนะ! ไม่มีทางทำอะไรเขาถึงตายหรอกน่า!

“ไม่เอาล่ะ ว่าแต่...” ปฏิเสธเสร็จก็เงยหน้ามอง นัยน์ตาสีเขียวกลมโตของเด็กประสานกับดวงตาสีแดงคู่คม “ทำไมท่านเดินทางมาที่นี่ มีภารกิจอะไรเหรอ น่าตื่นเต้นไหม แล้วก็...”

“ไม่มี” ชายหนุ่มรีบตอบเพื่อตัดใจ “โลกนี้มิได้อยู่ในอันตราย ดังนั้นมิมีอันใดน่าตื่นเต้นสำหรับเจ้าหรอก”

เด็กชายได้ยินเช่นนั้นก็ทำหน้าเสียดาย ก่อนที่มังกรหนุ่มจะชะงักไป

มีเด็กอยู่ตรงนี้ ย่อมแสดงว่าแถวนี้มีหมู่บ้าน เมื่อมีหมู่บ้านย่อมมีที่พักค้างคืน ซึ่งนั่นเท่ากับว่าเขาไม่จำเป็นต้องซุกตัวอยู่ในกระเป๋าตอนกลางคืนแล้วไม่ใช่หรือ เมื่อคิดได้ดังนั้นจึงรีบยิงคำถามเปลี่ยนเรื่อง

“หมู่บ้านเจ้าอยู่ไหน”

“เห จะหาที่พักเหรอขอรับ” เด็กชายกลับมาทำตาวาววับอีกรอบ “ถ้าอย่างนั้นนอนบ้านข้า!

...อะไรของมนุษย์เด็กนี่วะเนี่ย ชายหนุ่มถึงกับทำสีหน้าปั้นยากออกมา นึกเสียดายความสงบสุขของตัวเองขึ้นมารำไร ถ้าเขารู้ว่ามนุษย์เด็กจะน่ารำคาญขนาดนี้ เขาคงขอให้อีกฝ่ายตายตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว!

มังกรสีหม่นนี้ก็เดินทางมานาน ย่อมรู้ดีว่าประชากรส่วนใหญ่ (หรือก็คือมนุษย์) ใช้ชีวิตกันเยี่ยงไร และตัวเขาเองก็ต้องทำแบบนั้น

เขาเร่ร่อนหาเงินมาพอสมควรเหมือนกัน เรื่องอะไรต้องไปอาศัยผู้อื่นกินด้วยเล่า

“ข้ามิมีเหตุผลต้องนอนบ้านเจ้า”

“ไม่เอาน่าท่านมังกรขาวศักดิ์สิทธิ์” คำว่า ขาวศักดิ์สิทธิ์ ทำเอามังกรที่ว่าคิ้วกระตุกเล็กน้อย “ถือว่าทำเพื่อคนที่จะพาท่านไปยังหมู่บ้านเถอะนะ น้า...” ไม่พอ เด็กชายยังส่งสายตาออดอ้อนสุดฤทธิ์ให้อีก และมีแววว่าคงไม่เลิกราง่ายๆ แน่

มังกรดูเริ่มขี้คร้านจะรับมือ เพราะอย่างนั้นจึงพยักหน้าเออออว่าง่าย คิดเสียว่าอยู่ฟรีสักคืนคงไม่เป็นไรนักหรอก อย่างไรเสียก็คงไม่มีใครใส่ใจ

“ก็ได้”

เท่านั้นแหละ เด็กชายก็ร้องเฮออกมา ผละออกจากมังกรหนุ่มมากระโดดดีใจยกใหญ่ “ในที่สุดข้าก็ได้อวดเพื่อนบ้านแล้วว่ามีตำนานเข้าบ้านข้า!

อ้อ...ที่ชวนเพราะเหตุนั้นหรอกเรอะ ตำนานที่ว่าอดกุมขมับไม่ได้

“อ๊ะ จะว่าไป ท่านมังกรมีชื่อไหมขอรับ” เด็กชายรีบถามต่อเหมือนถือโอกาสตีสนิท “ข้าชื่อโทพาซ อายุสิบสาม ที่บ้านมีท่านแม่ พี่ใหญ่ แล้วก็น้องสาวข้าอีกคนด้วย”

ครอบครัว? ครอบครัวอย่างนั้นหรือ

 

ต่อไปนี้ เจ้ามิใช่หนึ่งในเผ่าพันธุ์นี้อีกต่อไป

ไปเสีย แล้วอย่ามาให้พวกเราเห็นหน้าเจ้าอีก

 

เสียงซึ่งฝังแน่นในความทรงจำดังก้อง ทำให้มังกรหนุ่มลอบแค่นยิ้มเยาะเย้ยตน แต่ก็ตอบกลับสั้นๆ

“อัลวาไรน์”

 

สุดท้ายก็โดนลากมาจนได้

พอมาถึงหมู่บ้าน โทพาซ มนุษย์เด็กแปลกหน้าในสายตามังกรก็ตะโกนประกาศยกใหญ่ราวกับตัวเองถูกพนันรางวัลใหญ่โตมโหฬารให้ใครต่อใครอิจฉา ส่วนคนที่ต้องมารับมือกับเรื่องบ้าบอพวกนี้ย่อมไม่ใช่ใคร แต่ก็คือมังกรขาวอัลวาไรน์เอง หากไม่ติดว่าสถานะของตัวเองแตกกระจายตั้งแต่ที่เหยียบเท้าเข้าหมู่บ้าน และดันไปสัญญากับเจ้าเด็กปากมากนี่เข้าให้ เขาคงเผ่นหนีไปไกลแล้ว

แต่เพราะแบบนี้ เขาถึงได้ข้าวเย็นฟรี ที่พักฟรี พอเขาจะจ่ายเงิน แม่ของโทพาซกลับบอกว่าแค่มาค้างที่นี่ พวกเขาก็รู้สึกเหมือนได้รับคำอำนวยพรจากเทพเจ้าแล้ว มังกรหนุ่มจึงไม่รู้จะพูดอย่างไรต่อ ได้แต่ยอมกินฟรีอยู่ฟรี...

แลกกับการโดนเด็กเกาะแกะเพิ่มมาอีกสอง กลายเป็นสามคน

หลังจากตบตี (ให้ถูกคืออีกฝ่ายพูดเองเออเองฝ่ายเดียว) กับโอนิกซ์และรูบี้ ซึ่งเป็นพี่ชายและน้องสาวของโทพาซอยู่นาน ทำให้รู้ว่าครอบครัวนี้มีพ่อด้วย แต่พ่อของพวกเขาไม่ค่อยอยู่ เนื่องจากไปทำงานที่เหมือง ซึ่งอยู่ไกลจากที่นี่ไปอีก

จะใช่เหมืองที่เขาผ่านทางมาเมื่อสองเดือนที่แล้วหรือเปล่านะ แต่ถึงอย่างไรนั่นก็ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของเขาอยู่ดี

ก็เขาไม่มีครอบครัวแล้วนี่ จะสนใจไปทำไม

แม้จะคิดแบบนั้น แต่อัลวาไรน์ก็ยังอดคิดไม่ได้ว่าเพราะพ่อทำงานที่เหมืองรึเปล่า มนุษย์เด็กสองสามคนนี่ถึงได้มีชื่อเป็นอัญมณีไปเสียหมด

พวกเขาคุย...ไม่สิ มังกรหนุ่มนั่งฟังลิงทะโมนตัวน้อยสามตัวพูดจ้อไม่หยุด คุณแม่ของพวกเขาก็ไล่ไปนอนเสียเสร็จสรรพ ซึ่งเขาจะรู้สึกขอบคุณมาก ถ้าไม่ติดว่าโทพาซเจ้าเก่าเจ้าเดิมยังเกาะแกะเขาไม่ปล่อย

เชื่อฟังกันบ้างสิเฮ้ย!

“ท่านอัลวาไรน์ เล่านิทานให้ข้าฟังก่อนนอนหน่อยสิขอร้าบ” ว่าไม่เปล่า มือยังดันๆ เขาเข้าห้องนอนอีก ทำเอานักเล่านิทานจำเป็นแทบอยากกลับร่างเดิมแล้วเผ่นหนีไปให้ไกลเสียเหลือเกิน “พวกข้าพูดอย่างเดียวเลยนี่ ท่านยังไม่เล่าอะไรให้ฟังเลยน้า”

ที่อีกฝ่ายพูดก็ถูก เขาแทบไม่ได้พูดอะไรเลย เรียกว่านั่งนิ่งเป็นบ้าใบ้ให้ลิงจ้อยังฟังดูดีกว่าด้วยซ้ำ

คิดเช่นนี้ก็ถอนหายใจยาวเหยียด ก่อนจะดันหลังมนุษย์เด็กนี่เข้านอนตามระเบียบ “เล่าก็เล่า ไปเตรียมตัวนอนก่อนไป๊”

โทพาซได้ยินเช่นนั้นก็แทบกระโดดโลดเต้น วิ่งฉิวเข้าห้องนอนตัวเองก่อนใครเพื่อน ทว่าเขากลับไม่ปิดประตูเพื่อที่อัลวาไรน์ไม่ต้องเปิดประตูด้วยตัวเอง

“ขออภัยด้วยนะเจ้าคะ...” คาเรีย แม่ของเด็กแสบสามคนได้แต่ยิ้มแห้งพลางประสานมือเป็นเชิงขอโทษ ซึ่งมังกรหนุ่มก็โบกมือปัดๆ เป็นเชิงไม่ถือสา

“เจ้าเองก็พักเถิด” เขาบอกสั้นๆ ก่อนจะเดินเข้าห้องนอนเจ้าเด็กตัวแสบแล้วปิดประตูให้เสร็จสรรพ แล้วก็พบว่าเด็กที่ว่าล้มตัวลงนอนบนเตียงเรียบร้อยแล้ว ราวกับต้องการฟังเขาเล่านิทานมากอย่างไรอย่างนั้น

ดูแววตาตื่นเต้นนั่นสิ...

อัลวาไรน์ถอนหายใจอีกครั้ง มือเอื้อมไปลากเก้าอี้มาวางไว้ข้างเตียงในตำแหน่งที่แสงจันทร์ส่องลงบนตัวเขาพอดิบพอดี ส่งผลให้เรือนผมสีขาวหม่นส่องประกายล้อแสงสีเงิน ดูราวกับเส้นผมทุกเส้นคืออัญมณีล้ำค่า

ซึ่งมันก็ล้ำค่าจริงๆ เส้นผมของมังกรคือเกล็ดที่ตัวมังกรกลั่นเป็นเส้นด้วยตัวเอง มิได้ผ่านการตัดหรือเจียระไนแต่อย่างใด เช่นนั้นจึงมีฤทธิ์มาก

“อยากฟังนิทานมากใช่ไหม” ดวงตาสีแดงมองมนุษย์เด็กบนเตียงที่พยักหน้าหงึกหงักรัวๆ “...งั้นเอาเรื่องนี้ก็แล้วกัน ระหว่างนี้จงเงียบเสีย มันเสียมารยาทต่อข้า” เขาดักไว้ก่อนเนื่องจากไม่อยากถูกขัดจังหวะ เมื่อโทพาซพยักหน้าตอบรับ มังกรหนุ่มจึงพยักหน้าด้วยความพอใจ

นิทาน ตำนาน

ที่เขาเล่าก็คงมีเรื่องเดียว

“นานมาแล้ว สองเผ่าพันธุ์มังกรอย่างมังกรดำและขาวอยู่ด้วยกันฉันมิตรในสถานที่อันแสนห่างไกล พวกเขาคือผู้พิทักษ์แห่งโลกใบนี้ ซึ่งมิมีผู้ใดรู้จัก มิมีผู้ใดรู้ถึงตัวตน” ชายหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ้มทุ้มเป็นจังหวะน่าฟัง “ทว่าวันหนึ่ง มนุษย์อย่างพวกเจ้าได้กระทำบาปจนทำให้เทพเจ้าองค์หนึ่งพิโรธ ส่งเมฆควันสีเทาดำให้กลืนกินโลกทั้งใบ”

มันคือตำนานสำหรับมนุษย์

“ทั้งสองเผ่าผู้พิทักษ์โลกใบนี้จึงต้องร่วมมือกัน ตัดสินใจเปิดเผยตัวตนสู่ประชากรของโลกทั้งใบ เข้าร่วมการต่อสู้นี้อย่างทุลักทุเล...และใช่ แม้สภาพจะบอบช้ำ แต่พวกเขาก็ฝ่าฟันทำให้โลกใบนี้ผ่านพ้นวิกฤติมาได้”

แต่ที่เขาเล่าคือเรื่องจริงที่เกิดขึ้น

“มังกรขาวและมังกรดำควรจะได้รับการปฏิบัติตนที่เท่าเทียมกัน แต่ถึงอย่างนั้น...” สีหน้าของมังกรหนุ่มยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง แม้น้ำเสียงของเขาจะติดขัดเล็กน้อย “...มนุษย์กลับยกความดีความชอบให้สีขาว และโยนความเลวทรามต่ำช้าทุกอย่างให้สีดำ”

แล้วเทพเจ้าที่คิดทำร้ายโลกใบนี้เล่า ไม่คิดจะถือโทษโกรธเคืองกันบ้างเลยหรือ

“และนั่นทำให้มิตรภาพทุกอย่างจบลง” อัลวาไรน์เอ่ยเสียงเรียบ “มังกรดำตัดสินใจหันหลังให้แก่โลกใบนี้ ย้ายหมู่บ้านไปยังถิ่นที่ไกลแสนไกล...ไกลจากสิ่งมีชีวิตใดในโลกนี้ รวมทั้งมังกรขาวด้วย

“แน่นอน เรื่องไม่มีทางจบแค่นั้น” มังกรหนุ่มเอ่ยถึงตรงนี้ก็แค่นยิ้มอีกครั้ง มือขวาที่อยู่บนตักกำหมัดไว้แน่น “เพราะเหตุนี้ มังกรดำจึงเกลียดสีขาวมาก พวกเขาทำทุกอย่างเพื่อหลีกเลี่ยงสีขาวในหมู่บ้าน หากนั่นเป็นการขับไล่ พวกเขาก็จะทำ...

“เอ้า เรื่องจบแล้ว นอนซะ”

เมื่อฟังจบ เด็กชายก็หาวหวอดออกมา

ไม่ใช่เขามิใส่ใจต่อนิทานที่เผ่าพันธุ์ศักดิ์สิทธิ์เล่าให้ฟัง หากแต่เวลานี้แสงจันทร์สีเงินกำลังสาดแสง ท้องฟ้ากำลังถูกครอบครองโดยเทพราตรี และเป็นเวลาซึ่งเด็กน้อยต้องพักผ่อนต่างหาก

“ทำไมถึงเล่าตำนานแบบนั้น...” แม้จะง่วงงุนเพียงใด โทพาซก็ยังอดไม่ได้ที่จะถาม

มังกรในคราบมนุษย์ได้ยินคำถามเช่นนั้นก็หัวเราะออกมาบางเบา ดวงตาสีแดงฉายอารมณ์ขบขันคู่นั้นสะท้อนกับแสงจันทรา ดูแล้วมีเสน่ห์อย่างน่าประหลาด แล้วเอ่ยออกมาสั้นๆ

“ก็ข้าเป็นมังกรดำนี่ มนุษย์”

________________________________

จบแล้ววว โอโดโร่ยตะก๋า--- //โดนตบ

มังกรเผือกก็คือมังกร (ผิว) เผือกไงล่ะ แอ่แฮ่

คิดยังไงกันบ้างคะ คอมเมนต์กันได้นะจุบุๆ <3

รักนักอ่านทุกคนค่าา แอร๊ยยย


ผลงานอื่นๆ ของ Blacklight Sonata

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

ยังไม่มีรีวิวของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

1 ความคิดเห็น

  1. #1 filefire
    วันที่ 1 ธันวาคม 2561 / 23:57

    การบรรยายดีครับ ดูสบายๆ อ่านแล้วชิวๆดี เหมือนคนเขียนจะอ่านหรือดูเรื่องออเจ้ามาเลย อิอิ

    #1
    1
    • 6 ธันวาคม 2561 / 16:28
      เรื่องออเจ้า มีผ่านหูผ่านตาทางโซเชียลมีเดีย แต่ไม่ได้ติดตามเลยค่ะ 55555+
      #1-1