I can 'ลองรักดูสักครั้ง'

ตอนที่ 2 : ลองครั้งที่2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    24 มี.ค. 62







    "ให้ตายสิ!"      อเล็กซ์สบถเบาๆ   ปกติไม่ใช่คนใจร้อนอยู่แล้ว แต่พอมาเจออากาศแบบนี้  แถมไอ้คนที่ตามหาก็ดันอยู่แค่เอื้อม  เพียงแต่เห็นแว้บเดียวร่างสูงๆนั่นก็ผลุบๆโผล่ๆที่ไหนสักแห่ง  เข้าออกเป็นว่าเล่น   ร่างสูงนั่นค่อนข้างสะดุดนาและมองเห็นง่าย   แน่นอนเป็นเรื่องดีสำหรับเขา   แต่ไม่ใช่สำหรับคนที่เป็นลูกมาเฟีย  รอบด้านมีแต่กลุ่มคนที่จ้องจะงาบหัวมันแบบนั้น!

"โชกุน!"        เจ้าของชื่อหันรีหันขวางมองหาคนเรียก ก่อนจะสะดุดที่ผมสีบลอนคุ้นตาของอีกคนถึงได้เดินกลับมาหา 

"ครับ?   ผมไม่ได้ลืมของไว้นี่ครับ"      ชายหนุ่มอายุน้อยกว่าถามเบาๆแล้วเดินไปซื้อน้ำร้านค้าที่อยู่แถวนั้นมาให้ 

"ขอบใจ   เฮ้อ~ เหนื่อย   เดินไวมาก...ไปกินข้าวก่อนเหอะ  เดี๋ยวเลี้ยง"

     สรรพนามเริ่มแปลกขึ้นมาเล็กน้อย   น่าแปลกที่อเล็กซ์รู้สึกคุ้นเคยมากกว่าเดิมเมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร   อาจจะเพราะเขานับถือลุงเรียวเลยค่อนข้างไว้ใจลูกชายอีกฝ่ายไปด้วยละมั้ง

      ร่างสูงของโชกุนเดินตามมาช้าๆไร้ท่าทีหวาดระแวงไม่สมกับเป็นลูกของมาเฟียใหญ่จนน่าหงุดหงิด   อเล็กซ์คว้าข้อมืออีกฝ่ายแล้วกระตุกให้เดินไวขึ้น    ผู้คนที่พบเห็นต่างพากันมองแล้วอมยิ้ม  ด้วยรูปร่างและหน้าตาที่ดีจัดของทั้งคู่กับท่าทางที่เหมือนพี่ชายกำลังหงุดหงิดน้องชายนั้นน่ารักไปอีกแบบ    โชกุนเดินตามอย่างว่าง่าย    ก็นะ  ตังไม่มีก็ไม่ควรเล่นตัว   อีกอย่าคนที่เป็นถึงประธานบริษัทแค่เลี้ยงข้าวเขา  ขนหน้าแข้งไม่ร่วงหรอกมั้ง...

" อเล็กซ์   จะไปไหนครับ "  

"อย่ามาทำเป็นพูด  ไปจัดการเอกสารให้เสร็จ  ฉันจะไปทานข้าว  อ้อ...คราวหลังอยากเปลี่ยนงานก็บอกนะ  เดี๋ยวสงเคราะห์ให้" 

     เฟรดได้แต่ทำตาปริบๆ มองเพื่อนรักพ่วงตำแหน่งเจ้านายเดินไปเปิดประตูรถ แล้วเข้าไปนั่งฝั่งคนขับโดยมีอีกคนนั่งไปด้วย....

   "มันไปกินรังแตนที่ไหนวะ....คงรังใหญ่น่าดู"  
   ถึงทำให้เทพบุตรอย่างอเล็กซ์หงุดหงิดได้

       ในรถว่าอึดอัดแล้ว ในร้านยิ่งมากกว่า นั่นทำให้อเล็กซ์เลือกจะลากอีกฝ่ายไปยังโต้ะวีไอพีด้านในสุดของร้านอาหารญี่ปุ่นเพื่อคุยในสิ่งที่ทำให้เขาหงุดหงิดมาตลอดสองสามชม.ที่ผ่านมา

    โชกุนเหมือนจะไม่ใส่ใจอะไร  เดินตามและนั่ง  จับหันซ้ายขวาหน้าหลังอีกฝ่ายคงไม่ขัด   ทั้งที่ไม่เคยเจอกันแล้วยังยินยอมให้คนอื่นแตะต้องง่ายขนาดนี้มันน่านัก   

"ไหนบอกความจริงมาซิว่า คุณโชกุนหนีออกจากบ้านมาได้ไง?"

   เขาเริ่มเปิดประเด็นระหว่างรอให้อาหารที่สั่งมาเสริฟ   คนถูกถามตีสีหน้านิ่งก่อนจะแค่นยิ้มมุมปาก

"เบื่อครับ "    เบื่อในอะไรหลายๆอย่าง....

  "บอดี้การ์ดตระกูลไอสึคาวะฝีมือตกกันขนาดนั้นรึงะ--โว้วๆใจเย็นๆ"

       อเล็กซ์ยกมือขึ้นสองข้างเป็นเชิงยอมแพ้เมื่อปลายตะเกียบเหล็กจากชามถูกจิ้มมาที่คออย่างรวดเร็ว   นัยตาสีฟ้าเบิกขึ้นเล็กน้อยในขณะที่ริมฝีปากเปื้อนยิ้ม ....ก็มีทักษะดีนี่นา...น่าจะเอาตัวรอดได้

"คุณเป็นใคร"     น้ำเสียงลอดไรฟันทำให้อเล็กซ์รู้ว่าอีกฝ่ายคงมีน้ำโหไม่น้อยที่ถูกรู้ตัวตนที่แท้จริง   แต่ก็นะ  เด่นขนาดนี้ถ้ามีใครอย่ารู้จักขึ้นมาก็แค่แป้บเดียวแหละ

" เข้าบริษัท'พี่'ขนาดนั้นยังไม่รู้อีกเหรอ?" 

"ผมเป็น'ลูกคนเดียว'!"     โชกุนขึ้นเสียง   อเล็กซ์แปลกใจเล็กน้อย ไม่คิดว่าบทจะของขึ้นก็ขึ้นกันซะง่ายดาย  ทีตอนถูกลากไปนู้นมานี่ไม่เห็นมีปฏิกิริยา

"เอ่อ....อาหารมาแล้วครับ"    เสียงพนักงานขัดขึ้นทันทีที่หลังจากจบประโยคของโชกุน  ท่าทางที่กระฟัดกระเฟียดกับปลายตะเกียบที่อยู่ในเหตุการณ์เหมือนจะฆาตกรรมนั้นทำให้พนักงานหวาดผวาไป   อเล็กซ์ใช้มือขวาดันตะเกียบลงช้าๆ   พยักหน้าให้อีกคนเอาอาหารมาเสริฟก่อนที่เขาจะสติแตกวิ่งออกไปแจ้งตำรวจ

  "เอาไว้คุยที่บ้าน...จะไปไหน"   

"ผมไม่รู้จักคุณ"       โอว....ให้ตายเถอะแด๊ด...เด็กมันมึนจังครับ

"นั่งลงครับโชกุน"  อเล็กซ์สั่งเบาๆพร้อมกระตุกชายเสื้อ ตอนนี้พนักงานวิ่งแจ้นออกไปแล้ว เหลือแต่พวกเขาที่ยังคงกังขากันอยู่

"โชกุน  นั่งลงก่อนที่พี่จะโทรบอกลุงเรียวว่านายอยู่กับพี่" 

      สิ้นคำโชกุนสะบัดแขนปัดมือขาวของชาวยุโรปทิ้งแล้วนั่งลงทันที   สายตาที่มองมาบาดลึกถึงหัวใจ   เหมือนมีดนับสิบมาปักลงกลางอกนี่ถ้าเป็นมีดจริงๆเขาคงตายไปแล้ว  อเล็กซ์เสมองไปทสงอื่นก่อนจะค่อยๆคีบชูชิเข้าปากช้าๆ

"กินก่อนสิ  กลับบ้านค่อยคุยกัน"     เป็นอีกครั้งที่แทบสำลักข้าวออกมาเมื่อเจอสายตาพิฆาตจากอีกฝ่าย  โชกุนถลึงตาใส่ด้วยอารมณ์ครุกครุ่นแต่กระนั้นก็อาปากรับเทมปุระที่อีกฝ่ายยื่นมาให้   นัยตาแข็งกระด้าง แต่ยินยอมที่จะทำตามอีกคน

"บ้านพี่  ไม่ใช่บ้านโชกุน"        อเล็กซ์ถอนหายใจ  เห็นว่าแววตาอีกฝ่ายลดกำแพงลงเมื่อรู้ว่าเขาไม่ได้พากลับบ้าน    สงสัยที่หนีมาคงเบื่อมากอย่างที่เจ้าตัวพูดจริงๆ


22:12น.


"ครับอยู่นี่แหละ  บอกลุงว่าผมดูเอง  ให้กลับแบบบังคับคงไม่ได้  ต้องให้เจ้าตัวอยากกลับเอง   ....ครับๆ...ดูได้อยู่แล้วน้องคนเดียวเอง  "

    มือหนาเก็บโทรศัพท์เอาไว้แล้วมองไปยังโซฟาที่อยู่มุมห้องทำงาน เดินไปหาเสื้อที่พอจะคลุมตัวอีกฝ่ายไว้ก่อนจะหันกลับมาสาละวนกับงานที่ค้างคา     วันนี้ก็เป็นอีกวันที่เขาทำงานเลยเวลาที่กำหนดไว้....

  ใบหน้าคมได้รูปตามฉบับของชาวยุโรปที่กำลังฮิตผินหน้ามองออกไปยังอีกฟากของเมือง   ภูเขาที่รายล้อมมองเห็นเป็นเงาดำอยู่ไกลๆมีแสงสีประปรายงดงามราวสุดลูกหูลูกตา     มือหนายื่นไปแตะมันผ่านกระจกใสอย่างแผ่วเบา   หน้าผากพิงกระจกเอาไว้ก่อนจะถอดถอนใจเมื่อความรู้สึกเดิมๆเริ่มกลับมาเยือนในอก  

  เมื่อไหร่จะลืมสักที....

    รอยยิ้ม 

     เสียงหัวเราะ

    เสียงเรียกทุกอย่างยังจดจำ

    4ปีที่ผ่านมาไม่มีค่าเลยหรือ... ความพยายามทั้งหมดมันสูญเปล่างั้นหรอ.....

    ทำไมหัวใจถึงยังโหยหาขนาดนี้....

.
.
.
.

00:21น.

"โชกุน  โชกุนครับตื่นเร็ว   กลับบ้านกัน"  

   ไร้เสียงตอบรับ   มีเพียงลมหายใจที่สม่ำเสมอบ่งบอกได้ว่าอีกฝ่ายหลับลึกแค่ไหน    อเล็กซ์ส่ายหน้าไปมา  หลับขนาดนี้ไม่กลัวถูกลอบทำร้ายหรือไงกัน...   นัยตาสีฟ้าลอบมองเสี้ยวหน้าหล่อเหลาของน้องในปกครอง น่าแปลกที่ลูกครึ่งไทย-ญี่อย่างโชกุนได้รับเชื้อไทยมาเต็มๆทั้งสีผิวและโครงหน้า  ยังดีที่โครงหน้าไม่ได้คมเข้มดังชายไทยแท้ไม่งั้นอีกฝ่ายคงได้ดูหน้าโหดรับกับส่วนสูงชะลูดนี้ไปทำงานเป็นบอดี้การ์ดแทนการเป็นคุณหนูตระกูลไอสึคาวะแทนเป็นแน่      แต่ที่แปลกกว่านั้นคือใต้ตาคล้ำที่เหมือนไม่ค่อยได้พักผ่อนของอีกฝ่าย   จะบอกเรียนเยอะคงไม่ใช่เพราะดูท่า ตอนนี้จะยังไม่เปิดเรียน    เขารู้มาว่าเด็กคนนี้ไม่เคยเรียนชั้นมัธยม  แต่ถูกจัดรารางสอนพิเศษเตรียมเข้าอุดมศึกษาแทน   เพราะงั้นเลยทำให้เขาช้าไปหนึ่งปีอีกเพราะเกิดเรื่องบางอย่างขึ้นในแก๊งจนทำให้ท่าน ณริน  นายหญิงของแก๊งเสียชีวิตลง

   มันก็คงลำบากหน่อยล่ะนะถ้านอนโดยไม่กังวล  และไม่น่าแปลกเลยว่าทำไมอีกฝ่ายถึงหนีออกจากบ้านมา.... บางทีเด็กคนนี้อาจเกลียดบ้านตัวเองไปแล้วด้วยซ้ำ

"โช  ไม่ตื่นพี่ก็ไม่อุ้มนะ ตัวเราไม่ใช่น้อยๆ รุ่นนี้มีแต่ถีบนั่นแหละ"  

    จะบอกว่ารังแกคนหลับก็ไม่ผิด   เขาใช้มือผลักหัวของโชกุนไปมาจนอีกฝ่ายกระพริบตาปริบๆแล้วชักสีหน้าใส่นั่นแหละ

"ก็ถีบสิครับ  อย่ามายุ่งกับหัวผมนะ"        อเล็กซ์ยิ้มรับ  ยื่นมือไปให้อีกฝ่ายดึง  ซึ่งโชกุนก็ไม่ได้อิดออด   ลุกขึ้นมายืนตีหน้านิ่งใส่แล้วเดินออกจากห้องโดยไม่รอให้เขาเก็บของเสร็จ

  เฮ้อ..... เหมือนเอาเด็กมาไว้ในบ้านเลย....เด็กตัวโข่งอีกตางหาก



  "ห้องโชอยู่ข้างๆนะ  นี่ห้องพี่  ห้องน้ำในตัวมี  ไงก็ฝันดีละกัน"

    อเล็กซ์ว่าเสร็จสรรพเดินลิ่วเข้าห้อง  ตอนนี้ง่วงจนตาจะปิดแต่ก็ต้องทำนู่นนี่นั่นจนแน่ใจว่าอีกฝ่ายไม่ขาดเหลืออะไร  นั่นแหละไม่ต้องอาบหรอกน้ำ   แค่ทิ้งตัวลงเตียงก็สู่สวรรค์ชั้นฟ้าเรียบร้อย...

.
.
.

04:10น.

    เขานอนไม่หลับ..... ไม่สิ   จะบอกว่าหลับมันก็ใช่แต่ว่าต้องสะดุ้งตื่นเมื่อได้ยินเสียงโครมครามจากห้องข้างๆ
   จากตีหนึ่ง   งีบสักพักก็ต้องลุกมาแล้วเดินไปดูอาการอีกคน   มันแค่ละเมอ...
   ตีสอง   เสียงดังนั่นก็ทำให้อเล็กซ์สะดุ้งอีกครั้งและผล็อยหลับไป   แต่ในเวลาไม่นานเขาก็แทบถลาออกไปหาเทปกาวไปพันแข้งขาเด็กข้างห้องให้มันนอนสงบหน่อยสักชั่วโมง    แต่พอไปถึงมันก็ไม่ได้มีท่าทีอะไรให้สงสัย...สรุปคือเอาผีมาด้วย?    หรือจริงๆตั้งใจกวนให้เขาไม่ได้นอนกันแน่?

    อเล็กซ์ตัดปัญหาด้วยดารล้มตัวลงนอนข้างๆกันกับโชกุน  ผู้ชายตัวใหญ่อัดกันบนเตียงที่ไม่กว้างนักแต่ก็มากพอจะให้คนนอนดิ้นถีบอีกคนได้.... เพราะงั้นจนถึงตอนนี้  เขาก็ยังไม่ได้นอน....

  แต่ยังไงซะการนอนพักผ่อนคืออาหารเสริมที่จำเป็นมากสำหรับร่างกาย  อเล็กซ์ตัดสินใจหอบหมอนและผ้าห่มออกไปห้องรับแขก  เขาล้มตัวลงนอนบนโซฟานุ่ม   ก่อนจะผล็อยหลับไปจริงๆจังๆอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน...

   เขาอยากตระโกนดังๆออกไปว่า โครตเหนื่อย

07:12น.

     กลิ่นหอมกรุ่นของผัดอะไรสักอย่างลอยเตะจมูกจนต้องลืมตาขึ้นมาดม
กลิ่นหาที่มา     ร่างสูงเดินสะลึมสะลือไปในครัว   เห็นแขกอายุน้อยกว่าผัดข้าวในกระทะอย่างคล่องแคล่วก็นึกอยากชมเลยเดินเข้าไปไกล้  แต่เพราะสัญชาตญาณหรืออะไรไม่รู้  ทำให้เขารีบตะหลิวกับมีดที่บินมาอย่างรวดเร็ว

"จะฆ่ากันรึไง!"     อเล็กซ์ลูบอก  โชกุนเองก็รีบวิ่งมาตรวจดูสภาพของเขาก่อนจะถอนหายใจด้วยสีหน้ารู้สึกผิด

"ขอโทษครับ...มันเป็นไปเองโดยอัตโนมัติ"     เห็นหน้าแล้วโกรธไม่ลง  ก็เข้าใจแหละว่าเป็นลูกมาเฟียต้องถูกฝึกให้ตื่นตัวตลอดเวลาเพื่อจะได้ดูแลตัวเองตอนหน้าสิ่วหน้าขวานได้    

'แต่นี่มันบ้านของเขา'    ให้ตายเถอะแบบนี้จะรอดไปอีกกี่เดือนครับ?

"ช่างเถอะ พี่เข้ามาแบยเงียบๆเองแหละ  ทำอะไรกินครับ"      ลำแขนวาดไปกอดคออีกฝ่ายอย่างถือวิสาสะ  ชะโงกมองข้าวผัดที่สีสันน่าทานกับอาหารอีสองสามอย่างที่อยู่ในชามเรียบร้อย 

'แบบนี้อยู่คนเดียวก็เอาตัวรอดได้จริงๆนั่นแหละ   ไม่เห็นจะต้องห่วง'

"เก่งนี่  โอ้ะ  ไปซื้อมาหรอ?เกือบถึงบริษัทเลยอ่ะนะ?"

  โชกุนพยักหน้า   ถือชามมาวางบนโต้ะกินข้าวแล้วแกะน้ำเต้าหู้เจ้าเดิมลงถ้วยทันที   ผมเห็นถูงนึงใส่ทุกอย่างน่าจะเป็นของผม ส่วนอีกถุงเป็นลูกเดือยล้วน  มีแมงลักแซมๆมาด้วยแต่ไม่เยอะ....อ่าสงสัยเมื่อวานที่เขี่ยก็คงกะจะกินแค่นี้สินะ

"จริงๆแค่แวะไปซื้อของสด   แต่ไปๆมาๆมันก็เลยไปที่นั่นน่ะครับ...จำทางได้แค่ที่เดียว แล้วก็....ผมแอบหยิบตังออกไปโดยไม่ได้ขอด้วย   ขอโทษครับ"

    ผมไม่ว่าอะไร  ก็พอจะรู้แหละว่าคงไม่กล้าปลุกเลยหยิบไปเลย  แต่ถ้าแลกด้วยกับข้าวแบบนี้ก็โอเคนะ    ผมรีบไปล้างหน้าแปรงฟันพอออกมาก็เห็นว่าโชกุนเตรียมทุกอย่างเสร็จหมดแล้วเลยรีบไปนั่ง     รสชาติดีมากจนทุกอย่างเกลี้ยงภายในเวลาไม่นาน   ก็ไม่น่าแปลกใจหรอกสำหรับอาหารที่เจแผู้ชายตัวโตสองคนเขมือบลงไปเพื่อสร้างสารอาแหารแก่ร่างกาย    ผมเก็บจานชามมาช้อนๆกันแล้วไปที่ซิ้งค์แต่รายนั้นบอกจะทำเอง   ผมเลยขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวเตรียมไปเข้างานอีก.....

  "อยากทำอะไรแก้เซ็งมั้ยครับ?"    ผมถามระหว่างขับรถไปบริษัทที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากบ้านนัก ราวๆ10กิโลเมตรได้  ถ้ารถไม่ติดขับแป้ปเดียวก็ถึง

"ทำอะไรล่ะครับ? "

"ทำงานมั้ย?   ชอบอะไรล่ะ ติดคณะอะไร "    ผมถามโดยลืมคำนึงไปเลยว่ายังไม่ได้สนิทสนมกันขนาดที่จะมาเล่าเรื่องส่วนตัวให้ฟัง    โชกุนนิ่งไปพักหนึ่ง   ผมกำลังจะอ้าปากบอกว่าไม่เป็นไรแต่น้องมันก็ตอบมาจนได้

"พ่ออยากให้เรียนบริหาร   แต่ผมเรียนถาปัตย์การออกแบบ"      ผมพยักหน้าเข้าใจ  ก็นะ  เด็กกับผู้ใหญ่มีความคิดต่างกัน  บางทีดีไม่ดีสิ่งที่โชกุนเรียนจบมาอาจไม่ได้ใช้เพราะดูจากฐานะทางวงการแล้ว เด็กคนนี้มีอนาคตว่าจะได้เป็นว่าที่ผู้สืบทอดหัวหน้ามาเฟียรุ่นร่อไปซะมากกว่า....

"ผมเกลียดแก๊ง  เกลียดที่มันทำให้แม่ผมตาย"   

     ผมหันไปจ้องหน้าที่พูดเรื่องนี้ออกมาด้วยสีหน้าเรียบนิ่งหากแต่แววตาแข็งกระด้างจนเผลอรู้สึกว่าขนอ่อนตามแขนลุกขึ้นมา  อีกฝ่ายไม่มีท่าทีว่าจะลดความแข็งกร้าวนั่นลง  เหมือนจะประกาศตนว่ารังเกียจแค่ไหนกับสิ่งที่เป็นงานของบิดา    ผมมองอย่างเผลอไผล   ไม่รู้จะทำอย่างไร   ควรปลอบ?  หรือปล่อยไปเรียบๆให้เขาจัดการกับความรู้สึกของตัวเอง

   ปริ๊นน

เสียแตรรถทำให้ให้ผมตื่นจากภวังค์และเหยียบคันเร่งออกตัวรถเมื่อเห็นว่าไฟเขียวขึ้นนานแล้ว        เมื่อถึงบริษัททุกอย่างก็ปกติจนแทบนึกไม่ออกว่าบรรยากาศตอนอยู่บนรถเป็นยังไง        ผมลากไอ้เพื่อนตัวดีกินเงินเดือนให้พาโชกุนไปดูตามแผนกต่างๆเผื่อเจองานที่ถูกใจก่อนเข้าเรียน

   แล้วผลที่ออกมาคือเขาไปสมัครงานที่ร้านคาเฟ่ข้างบริษัท.....

  อ่า...ครับ

ตามสบาย ...  น้องคนเดียวผมดูแลได้......














.
.
.
.

  อ่า...ครับ...เมื่อไหร่จะได้กันครับ5555







0 ความคิดเห็น