I can 'ลองรักดูสักครั้ง'

ตอนที่ 1 : ลองครังที่1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    23 มี.ค. 62






     09:10น.  2/4/2019

   - อเล็กซ์ เอาน้ำโกโก้  คาปู ชาเขียว  ฮาวาย แดง  แล้วก็เอสมาอย่างละสอง  ให้ไว-

    อ่า....ครับ...

    สั่งขนาดนี้ใครเป็นเจ้านายใครเป็นลูกน้องครับ?   ผมรู้สึกถึงสถานะที่เริ่มจะกลายเป็นคนใช้อยู่กลายๆแล้วครับ....

      มือที่พะวงอยู่กับการยัดเอกสารเข้ากระเป๋าก่อนจะสะพายเป้ใบโตขึ้นแบกบนแผ่นหลังกว้างกำลังจดแกร่กๆบนกระดาษเศษของสมุดบันทึกของเขาแล้วนำไปยื่นบนเคาเตอร์ของร้านกาแฟ  
     กลิ่นหอมละมุนจากแก้วเอสเปรสโซ่ทำให้เผลอมองตามอย่างหลงใหล   แต่ก็ต้องตระหนักได้ว่าเขาดื่มมันไปสองแก้วแล้วในเช้าของวันนี้  อีกไม่นานตอนบ่ายก็คงได้ดื่มอีก
      และหวังว่าคืนนี้เขาจะไม่สั่งกลับไปกินที่บ้านเพื่อเป็นเครื่องดื่มตอนทำงาน   เพราะไม่งั้นคืนนี้คงหนีไม่พ้นการโต้รุ่งกับเอกสารที่รักเป็นแน่

  เสพติดการกินคาเฟอีน

  เสพติดงานที่ทำให้หัวสมองยุ่งจนไม่มีเวลาว่าง....


  "ได้แล้วครับ  คุณอเล็กซ์ให้ทางร้านไปส่งดีกว่านะครับ ดูท่าแล้วคงถือไปไม่หมด "

     เขาพยักหน้ารับ   ยื่นมือออกไปถือส่วนที่พอถือได้ก่อนจะเดินนำออกมาจากร้านคาเฟ่ถึงเบเกอรี่ที่ตั้งห่างจากบริษัทไม่ถึงสิบเมตร    แต่แดดที่ร้อนจัดของเมืองไทยก็สามารถทำให้ร่างกายชุ่มเหงื่อได้เพียงแค่ปลายเท้ายื่นออกมาจากห้องแอร์ของร้าน

       "ขอบคุณมากครับ"     เสียงทุ้มเอ่ยปากกับพนักงานร้านหลังจากที่วางแก้วทั้งหมดลงบนโต้ะ   

"ทางเรายินดีบรการครับ   ทั้งหมด....บาทครับ"

    อเล็กซ์ควานหาแบงค์สีม่วงออกมาหนึ่งใบก่อนจะบอกว่าไม่ต้องทอนเมื่ออีกฝ่ายทำท่าจะควานหาตังค์ในกระเป๋าผ้ากันเปื้อนสีน้ำตาลอ่อนเหมือนกาแฟผสมนมข้น      เขายกมือไหว้ขอบคุณอเล็กซ์แล้วออกไปจากห้อง  

     ร่างสูงในสูทสีน้ำเงินเข้มดูโดดเด่นคว้าแก้วเอาไว้ในมือก่อนจะเรียกให้เลขาหน้าห้องมาเก็บมันกลับออกไปให้เจ้าพวกตัวดีที่กล้าสั่งเจ้านายอย่างเขา   เมื่อกี้ที่ไม่ได้ให้พนักงานร้านเอาไปแจกเพราะเกรงว่าอีกฝ่ายจะเสียเวลา        เหมเดินออกไปด้วยท่าทีสงบพร้อมกับมือที่ถือถาดน้ำ   ปล่อยให้เจ้านายของตนทำงานเงียบๆในห้องอย่างเคย 

       เขามองดูนาฬิกาแล้วต้องขมวดคิ้วเมื่อพบว่ามันเลยเวลาเลิกงานมาได้เกือบสองชั่วโมง   แม้จะเป็นบริษัทเขาเอง แต่ขีดจำกัดที่เขาวางไว้ในแต่ละวันคือไม่เกินสามทุ่ม  หลังจากนั้นคือออกไปหาอะไรกินแล้วหอบงานไปทำที่บ้านหรือคอนโดแทน     แต่ทว่าตอนนี้เกือบจะห้าทุ่มแล้ว  เขาวางมือจากเอกสารตรงหน้าแล้วี่อยๆยกมือขึ้นนวดขมับช้าๆ    ถอนหายใจหนักๆแล้วมองออกไปนอกกระจกใสที่อยู่ด้านหลัง   ชั้นห้าในห้องนี้คือห้องที่เขาจองไว้ตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท   ทะเลและมุมมองจากด้านบนลงไปยังถนนและวิวของเมืองด้านล่างทำให้เผลอยิ้ม   ปล่อยความคิดให้โลดแล่นออกมาช้าๆ..... เขาไม่เคยมองพลาด   ไม่ว่าสิ่งใดหรือทำอะไรเขามักจะคิดถูกเสมอ.... ยกเว้นเพียงเรื่องเดียว....

   ความเงียบที่คลืบคลานมาทำให้ในอกซ้ายปวดหนึบ...

อเล็กซ์ยันตัวขึ้นยืน  แววตาวูบไหวไปพักหนึ่งก่อนจะกลับมาปกติ  สองมือหยิบเอกสารมาใส่ในเป้ตัวโปรดแล้วเเบกขึ้นบ่าอย่าเคยชิน   สองขาพาก้าวออกจากห้องทำงานแล้วลงกลอนอย่างแน่นหนา.... กักขังความเงียบและความรู้สึกเอาไว้ด้านใน....


.
.
.

  06:12น.


      ถนนใหญ่ถูกห้อมล้อมไปด้วยผู้คนและรถอันเป็นเรื่องปกติของคนในเมือง   ภาคเหนือในหน้าร้อนนั้นไม่ต่างอะไรกับกรุงเทพเมื่อผ่านพ้นเวลาของน้ำหมอก    มันร้อนจนตับจะสุก    แต่ยังดีที่เขาชอบออกรถมาเช้าๆเพื่อหาของกินตามตลาดใกล้กับบริษัทเลยได้รับความเย็นและบริสุทธ์ของอากาศที่แสนจะโปร่งจมูกให้ได้สัมผัส    เขาจอดรถของตนเองข้างๆกับร้านน้ำเต้าหู้เจ้าเก่าใกล้ตลาด   สองขาลงไปหาของกินทันที่ที่น้ำย่อยส่งเสียงประท้วง

"เต้าหู้ชุดหนึ่งครับ "      เขายิมแล้วหันกลับไปหาที่นั่งในร้านที่ตอนนี้คนเริ่มแน่นจนไม่มีที่ให้นั่ง   สายตาสอดส่องหาโต้ะที่มีเก้าอีกว่างพอจะขอนั่งด้วย   เห็นชายหนุ่มที่กำลังเขี่ยหาบางอย่างในถ้วยอยู่คนเดียวไร้ผู้ร่วมแชร์ที่ว่างเลยเดิมดุ่มเข้าไปพอดีกับที่ป้าแกทำเสร็จแล้วยื่นถ้วยน้ำเต้าหู้เต็มไปด้วยถั่วและจิปาถะวัถตุดิบอันทรงคุณค่าโภชนาการ 

  "ขอนั่งด้วยคนนะครับ"     อเล็กซ์กล่าวเสียงทุ้ม แต่ก็ไม่ได้ทำให้อีกฝ่ายละสายตาขึ้นมาสนใจ เขาเลยนั่งลงบนเก้าอีกอย่างถือวิสาสะ  อีกครึ่งชม.เขาต้องเข้าบริษัทเพราะวันนี้มีประชุมเช้า...

" อ่า...ครับ?...อ๋อ..."  

    อเล็กซ์ขมวดคิ้วมุ่น กับคำตอบรับที่เหมือนจะเพิ่งรู้ตัวว่ามีคนนั่งด้วย  ตอนแรกมีท่าทีจะถามว่าเขาเป็นใคร  แต่พอมองไปรอบตัวแล้วเห็นว่าคนแน่นร้านเลยพอเข้าใจว่าทำไมคนแปลกหน้าถึงได้มานั่งกับตน 

      ร่างสูงของอเล็กซ์ซดน้ำเต้าหู้อย่างรวดเร็ว ในขณะที่อีกคนกินไปเขี่ยไปเหมือนหาอะไรบางอย่างหรืออาจจะไม่กินอะไรบางอย่าง   มันไม่พร่องลงเลยแม้แต่นิดเดียว  เขาจึงไม่รู้ว่าอีกฝ่ายไม่ต้องการที่จะหาอะไรกันแน่

"เขี่ยแล้วทำหน้าแบบนั้นคนทำเสียใจนะครับ" 

"หือ--ครับ?"

     นัยตาสีน้ำตาลอ่อนสบเข้ากับฝรั่งตรงหน้า   เขาเลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงขอคำอธิบาย  แต่พอมองการกระทำของตัวเองเลยเข้าใจได้ง่ายๆ   ยิ้มบางให้อีกฝ่ายก่อนจะตักลูกเดือยเข้าปากกินเงียบๆ 

"มาครั้งแรกหรอ?    "   อเล็กซ์ถาม

"ครับ...ครั้งแรก เพิ่งเคยกิน "    เสียงนุ่มทุ้มอ้อมแอ้มตอบ 

"ร้านนี้อร่อย ผมกินทุกวันเลย   ถ้าไม่กินอะไรสามารถบอกป้าได้นะครับ   แต่เผอิญผมชอบทุกอย่างเลยสั่งมาทั้งชุด"

"ผมอเล็กซ์  "        ชายที่ดูภูมิฐานอายุมากกว่าอีกคนยื่นมือไปข้างหน้าให้อีกฝ่ายผงะในรอบหลายครั้งตั้งแต่เขามานั่ง   มือที่มีสีออกน้ำผึ้งนิดๆยื่นออกมาสัมผัสกับอีกฝ่ายเพื่อไม่ให้เสียมารยาท

"โชกุนครับ"    แนะนำตัวอย่างงงๆและยิ่งงงเข้าไปอีกเมื่ออีกฝ่ายลุกขึ้นแล้วบอกว่าเลี้ยงน้ำเต้าหู้ถ้วยนี้เป็นการตอบแทนที่ให้นั่งโต๊ะด้วย    โชกุนมองอีกฝ่ายด้วยความไม่เข้าใจ   แผ่นหลังกว้างในชุดทำงานยัดตัวเองลงในรถยนตร์สีดำดูมีราคาไม่น่ามาจอดในร้านข้างทางแบบนี้เเล่นออกไปช้าๆ

   -แปลก-

   ใช่แปลก....

      ทำไมใบหน้าที่นิ่งเฉยของชายหนุ่มคนเมื่อเช้าถึงได้ผลุดขึ้นมาในห้วงความคิดตลอดเวลา?....   คนๆนั้นมีกลิ่นอายแปลกๆที่น่าสนใจ....แต่อะไร?

"ประธานครับผมจะลงไปซื้อน้ำ  เอาอะไรรึเปล่า?"     เฟรดเอ่ยถามเพื่อนที่กำลังหน้านิ่วคิ้วขมวดเหมือนไม่ได้ถ่ายหนักมาเป็นเดือน   ถึงในมือจะเป็นเอกสารและด้ามปากกาแต่ทว่านัยตาสีครามสวยกลับไม่ได้จดจ่ออยู่กับงานที่วางอยู่ด้านหน้าเลย

     เฟรดเป็นหุ้นส่วนในสิบเปอร์เซ็นของบริษัทการส่งออกเครื่องดื่มแห่งนี้
เขาเป็นรองประธานที่ค่อนข้างชิลกับงานไม่เหมือนอีกคนที่ทำตัวเหมือนชิลแต่ทว่าในทุกๆวันอีกฝ่ายจะเคร่งครัดกับงานและตัวเองเสมอ   อเล็กซ์ทำตัวให้งานหนักที่สุดแล้วค่อยปลดปล่อยในตอนเช้าของทุกๆวัน  ดูเหมือนอีกฝ่ายจะชื่นชอบอากาศของภาคเหนือยามเช้าเป็นพิเศษถึงขนาดเคยหลุดปากออกมาว่าชอบการตื่นมานั่งมองหมอกที่สวนสาธารณะใกล้บ้าน
      
    เหมือนเป็นคนที่โครตจะเข้าหาง่ายและอบอุ่น ใจดี อ่อนโยน และอีกสารพัดที่สุภาพบุรุษพึงมี  ...แน่นอนเขามี....แต่มันไม่ได้ใช้กับใครเป็นพิเศษ....

" ไม่ต้องเดี๋ยวลงไปเอง"     เสียงทุ้มตอบกลับมา   เฟรดเลิกคิ้วขึ้นสูง   มองท่าทีของเจ้าของบริษัทอีก90%ด้วยความแปลกใจ.... หน้าหมอนั่นดูมีอะไร
ติดอยู่ให้คิด..แต่ไม่ใช่เรื่องงาน...และไม่ใช่เรื่องนั้น

"แน่ใจ? โอเคจะได้ไปช่วยฉันถือ  สาวๆในแผนกบัญชีสั่งกันตรึมบอกเลย"

     เฟรดเอ่ยถึงแผนกตนแล้วหัวเราะเมื่อนึกถึงสีหน้าที่พร้อมจะดึงคอเขาไปบอกว่าเอาน้ำอันโน้นอันนี้ราวกับเขาไม่ใช่หัวหน้าแผนกหรือรองประธาน
  แต่นั่นก็เป็นเรื่องดี   บริษัทนี้คนค่อนข้าไม่เยอะ  ทุกคนดูเป็นมิตรกันนั่นแหละดีที่สุดแล้ว  แต่บางทีไอ้ประธานมันก็ชิลเกินจนมองไม่ออกแล้วว่าบางทีใครเป็นลูกน้องกันแน่

"เออก่อนเข้ามา  เหมฝากมาบอกว่าให้โทรหาแด๊ดอ่ะ" 

อเล็กซ์พยักหน้าเป็นอันรับรู้  ร่างสูงเดินเคียงกันออกไปจากห้องโดยมีเฟรดคว้ากอดคออีกคนหลวมๆพร้อมกับผิดปากให้สาวๆต่างแผนกที่ทักพวกเขาประปรายตามทาง    ส่วนสูงที่ค่อนข้าใกล้เคียงกันสำหรับชาวยุโรปแต่มากกว่าชายไทยปกตินิดหน่อยทำให้ทั้งสองดูโดดเด่นเป็นเป้าสายตา   เพราะความเป็นกันเองไม่ถือตัวของหัวหน้าทำให้คนในบริษัทรักใคร่และนับถือ  ถึงจะมีบ้างที่หยอกล้อแต่ไม่เคยล้ำเส้นจึงทำให้ที่นี่เป็นบริษัทหนึ่งที่ไม่ค่อนข้างถูกใจลูกจ้างหลายคน

   "เอสสองที่ครับ  อ้อ!ขอเค้กช็อกกับแพนเค้กเหมือนเดิมครับ"

     พนักงานยิ้มรับก่อนจะหันกลับไปที่เคาเตอร์ ยื่นเมนูให้เจ้าของร้านสักพักก่อนจะหันมาชงเครื่องดื่มในขณะที่อีกคนหันไปหยิบขนมแทน   สายตากวาดไปทั่วร้านที่คุ้นเคย    พวกเขาติดใจกาแฟร้านนี้มาตั้งแต่ครั้งแรกที่ก่อตั้งบริษัท   คงเพราะอยู่ใกล้กันและสร้างพร้อมกันล่ะมั้งเลยค่อนข้างสนิทจนถึงขนาดบางครั้งที่ว่างๆจากงานเฟรดถึงกับช่วยเสริฟให้ลูกค้า  ทิ้งให้ประธานใหญ่นั่งทำงานงกๆในห้องจนดึกดื่น......

  "นี่ครับ ใส่วิปครีมเยอะๆตามที่คุณชอบครับ  กินทุกวันแบบนี้ระวังคอเรสเตอรอลสูงครับ" 

       เสียงนุ่มตามฉบับเอ่ยพร้อมกับวางจานขนมลงบนโต้ะด้านหน้าของคนสั่ง   เฟรดยิ้มกว้างหัวเราะเบาๆแล้วเอ่ยขอบคุณ

"ครับๆ  ผมแข็งแรงน่า  ว่างๆรับผิดชอบผมด้วยการพาไปออกกำลังกายก็ดีนะครับ"      เฟรดหยอกล้อ   เจ้าของร้านยกยิ้มก่อนจะขอตัวกลับไปทำงานต่อเพราะลูกค้าเริ่มเยอะขึ้นมา

"อีกเดี๋ยวนายจะได้ไปเป็นเด็กเสริฟ "    อเล็กซ์ไม่ได้พูดแซว  แต่มันคือความจริงเพราะเมื่อไหร่ที่คนแน่นร้านจนลูกจ้างทำงานไม่พอ   พ่อเฟรดคนดีก็จะตีหน้ายิ้มแล้วดึงงานจากมืออีกคนมาทำโดยทิ้งให้เขาหิ้วน้ำขึ้นไปคนเดียว ไม่ก็เรียกเลขาลงมาช่วยถือ.....เขารู้....

   เพราะมันทำประจำ.....เดี๋ยวสักวันจะถีบหัวส่งมาทำงานร้านนี้ถาวร....

   แน่ล่ะเขาไม่เคยดูผิด.....

  เฟรดมันทิ้งเขาไว้กับแก้วน้ำนับสิบจริงๆ.....


    อเล็กซ์ตวัดสายตามองไอ้ตัวดีที่ยิ้มแป้นแล้นเสริฟโต๊ะโน้นทีคนนี้ทีด้วยความกระตือรือร้นผิดกับตอนทำงานเอกสารลิบลับ

....   อยากเปลี่ยนงานก็ไม่บอกดีๆไอ้เพื่อนยาก!

"เอ่อ....ผมช่วยไหมครับ?"         อเล็กซ์ที่กำลังจะโทรเรียกเหมเลขาของเขาให้ลงมาช่วยถือ  แต่จู่ๆเสียงที่คุ้นหูแปลกๆก็ทักขึ้นจนเขาต้องหันมามอง   
    ร่างสูงเกือบจะอยู่ในระดับสายตาของอีกฝ่ายทำให้เขานึกแปลกใจ   ตัวเขานับว่าสูงมากแล้วแต่เมื่อเทียบกับชาวยุโรปมันค่อนข้างเบๆ   แต่คนตรงหน้านี่สิดูยังไงก็เอเชีย    แต่ทว่าส่วนสูงนี่เข้าขั้นเกินมาตราฐานคนไทยไปนิดหน่อย   ราวๆ180 Up เห็นจะได้     แต่น่าจะน้อยกว่าเฟรดอยู่นิดหน่อย

..สงสัยเมื่อเช้านั่งอยู่เลยไม่รู้ว่าสูงขนาดนี้สินะ...

"เจอกันอีกแล้ว  โชกุนสินะครับ?   งั้นผมยืมถาดจากร้านก่อนนะครับ  คุณถือที่เหลือละกัน "

"ครับ"   

       นักธุรกิจหนุ่มเดินไปยืมถาดใส่น้ำอย่างคล่องแคล้ว   ถาดเล็กๆที่จัดวางใส่ได้เพียงเจ็ดแก้วถูกยกขึ้นมาด้วยลำแขนของอีกฝ่าย  โชกุนหยิบแก้วที่เหลือตามออกไปเงียบๆก่อนจะเดินเข้าตัวบริษัทข้างๆกันด้วยความแปลกใจนิดหน่อย

" อยู่ใกล้ๆกับแบบนี้แสดงว่าไปกินบ่อยสินะครับ"

"ร้านประจำเลยล่ะ  ว่าแต่โชกุนมาทำอะไรแถวนี้ครับ?"  

"หนีมาครับ"      อเล็กซ์เลิกคิ้วสูงก่อนจะหัวเราะหึออกมาอย่างขบขัน   เขาตรงไปที่ลิฟกดชั้นสามแล้วรอไม่นานก็ถึงแผนกบัญชีของสาวๆ      เมื่อเห็นว่าพาหนุ่มเอเชียหน้าตาดีเข้าไปก็วิ่งกรูกันเข้ามาช่วยถือทั้งที่ก่อนหน้านี้ใช้สิทธิสตรีกันเต็มที่จนเจ้านายนี่เหนื่อยเป็นแถบ   แต่ก็อย่างว่า  ตราบใดที่ไม่ล่วงล้ำ  มีความเคารพเหมือนพี่น้องจะยำเกรงกัน   สาวๆพวกนี้ก็ถือว่าน่ารัก      ฟังดูเหมือนบริษัทเปิดรับแค่พนักงานสาว   แต่ปล่าวเลย   พนักงานชายส่วนใหญ่อยู่อีกแผนก   และไกลจากเขามากพอควร  แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่สนิทกัน 

  "ขอบคุณมากครับ   แล้วหนีมานี่มีตังกินข้าวรึเปล่า"     อเล็กซ์แซวเบาๆแล้วหัวเราะ    มองจากภายนอกคล้ายนายแบบขนาดนี้บอกหนีออกจากบ้านเป็นเด็กๆเขาคงเชื่อหรอก    แต่คำตอบของอีกฝ่ายนี่ทำเอาเขาแปลกใจไม่น้อย 

"ครับ ..หมดตั้งแต่ค่าแท็กซี่เมื่อเช้า...อ้อ...มีอีกยี่สิบในกางเกงครับ"

      มือที่เป็นผิวสีน้ำผึ้งน่ามองล้วงในถุงกางเกงขาสามส่วนแล้วดึงธนบัตรสีเขียวออกมาให้ดู   อเล็กซ์มีสีหน้าตกใจเล็กน้อยก่อนจะระเบิดหัวเราะลั่นห้อง
  
    โอเคเขายอม....

    หมอนี่แปลก....

"ได้ไงเนี่ย  กลับบ้านไปซะ  อายุเท่าไหร่ อยู่ช่วงวัยต่อต้านรึไงครับหืมม?"

    อีกฝ่ายฟังคำพูดติดตลกของเขาก็ได้แต่ยักไหล่  หันหลังกลับออกไปที่หน้าประตูแล้วเปิดออก   พอดีกับเหมที่กำลังถือโทรศัพท์เข้ามา

"19แล้วครับ  มีวุฒิภาวะแล้ว ไม่ได้อยู่วัยต่อต้านสักหน่อย   ผมกลับแล้วสวัสดีครับ "

    ยังไม่ทันจะได้เรียกเอาไว้  เหมก็ยกโทรศัพท์ยื่นมาให้เขา  อเล็กซ์รับมาอย่างช่วยไม่ได้เมื่อได้ยินว่าเสียงที่เล็ดออกมาจากปลายสายคือใคร

  " ครับแด๊ด"  

- ไม่ติดต่อมาเกือบเดือน สบายดีแล้วรึไง  -

"ก้คงงั้น....มั้ง....แล้วม้อะไรรึเปล่าครับถึงได้โทรมา"

-คือถ้าไม่มีอะไรนี่โทรไปไม่ได้? เดี๋ยวเถอะเจ้าลูกหมานี่-

-เอาล่ะเข้าเรื่อง  -

"รอฟังนานแล้วครับ"

-ไม่ขัดจะตายไหมลูกชาย-

" ...."

-  พอดีเรียวโทรมาหาพ่อน่ะ  บอกว่าลูกชายหัวแก้วหัวแหวนหนีออกจากบ้าน  ตอนนี้มันอยู่ที่โอกินาว่า  งานยุ่งอยู่เลยหาเวลากลับมาไม่ได้  ตอนนี้คนที่บ้านกำลังตามหา  หายไปตั้งแต่เมื่อวานอะไรก็ไม่เอาติดตัวไป  ป่านนี้ไอ้พ่อมันคงกระวนกระวายน่าดู  กลัวลูกถูกจับถ่วงน้ำละมั้ง-

  "แด๊ด  เอาเนื้อๆไม่เอาน้ำ   ที่บอกนี่คือจะให้ช่วยหาใช่มะ? โอเคถ้าว่างจะหาให้ กรุณาบอกชื่อเสียงเรียงนามลูกชายคุณลุงมาเลยครับ"

-บ้ะ! ทันใจ   ถ้าเจอก็ดูแลดีๆละกัน อย่าให้หนีไปได้ล่ะก่อนที่คนของบ้านจะมารับ   อืม...ชื่อ... โชกุน   โชกุน  อิศรา  ไอสึคาวะ   เดี๋ยวรูปรอแป้บ-

    ไม่นานรูปที่ส่งมาก็ทำเอาเขามือสั่น  ไม่รู้สั่นเพราะตกใจหรือตื่นเต้นที่ได้เจอกับลูกชายมาเฟียใหญ่อย่างลุงเรียว    แต่ที่แน่ๆสองขากลับวิ่งพรวดไปยังคอมพิวเตอร์  เปิดดูกล้องวงจรปิดที่เชื่อมกับคอมเขาเอาไว้โดยตรงด้วยท่าทีร้อนรน   ในใจสบถออกมาดังๆว่าไม่น่าต่อล้อต่อเถียงกับบิดาเลย   เพราะอีกฝ่ายเดินออกจากบริษัทเมื่อห้านาทีก่อนแล้ว!

    ใจกล้าไม่เบา   มี20บาทเดินทั่วเลยนะคุณชาย!









.
.
.
อ่า.....ไม่อยากให้ยาว.....อยากให้จบไม่อยากดอง555




0 ความคิดเห็น