คัดลอกลิงก์เเล้ว
ไอ้ใบ้ (เรื่องสั้น จบแล้ว) yaoi | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
อะแฮ้มมมมมมม!!!! 55555^0^ เรื่องนี้เรื่องสั้นตอนเดียวจบคร้าาาาาา

ชายรักชายนะเอออ อาจมีคำว่า มึ* ก* บ้านิดหน่อยค่ะ


ถ้าไม่ใช่แนวก้ลองอ่านได้ไม่ว่ากันนน5555ใช่เหรอ???  
เอาเปนว่าฝากหน่อยนะค่ะะ  ขอโทดล่วงหน้านำเด้ออออ????????????????????????????????????????????

เนื้อเรื่อง อัปเดต 26 พ.ย. 59 / 21:17



      ผมเหงา...


      และเหนื่อย      


      เหนื่อยกับชีวิตของตนเอง....


    ชีวิตที่น่าเศร้า...แต่ผมกลับนึกถึงความสุขที่ได้มาแม้เพียงแค่เศษเสี้ยวของมันก็ตาม....

   ห้องสี่เหลี่ยมขนาดเล็กสีขาวที่มีของตกแต่งเพียงแค่ปฏิทินฉบับเดียว นาฬิกากับเตียงเดี่ยวหนึ่งหลัง......ข้างล่างของปฏิทินเขียนระบุ ปีพ.ศ.2560 อยู่ในแผ่นของเดือนมีนาคม   
    2เดือนที่ผมต้องมาอยู่ในห้องๆนี้.....ไม่สิ อาจจะในบ้านหลังนี้...รึอาจจะไม่ใช่...

        ผมลุกขึ้นเตรียมตัวเข้าห้องน้ำ ขาที่ไร้เรี่ยวแรงพยุงร่างที่ไร้น้ำหนักของผมไปอย่างเชื่องช้า  เนื้อตัวที่ไร้อาภรใดๆสวมอยู่นั้นง่ายต่อการทำความสะอาด  ไม่ต้องเสียเวลาถอดเสื้อผ้าเลยด้วยซ้ำ     
 สายน้ำจากฝักบัวไหลรดตั้งแต่ช่วงหัวลงมาจนถึงปลายเท้า    กลับไม่ทำให้สดชื่นขึ้นเลยสักนิด ตอนนี้ผมแทบจะล้มทั้งยืนอยู่แล้ว.....ผมเหนื่อย....


แกร๊ก   

"ไอ้ใบ้!  ทำไมมึงไม่อยู่เฉยๆวะ!"

สติผมที่รู้สึกเหมือนจะวูบไปครั้งหนึ่งกลับต้องตื่นขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงทรงอำนาจจากผู้ชายร่างสูงแกร่งตรงหน้า....เขาคือผู้มีพระคุณของผม....แม้เขาจะทำร้ายทั้งร่างกายจะจิตใจของผมแค่ไหนผมก็ไม่เคยคิดจะหนีหรือต่อต้าน....และเขาคือเหตุผลเดียวที่ผมยังอยากมีชีวิตอยู่ต่อ... เขาคือผู้มอบความสุข...แม้เป็นเพียงเศษเสี้ยวก็ตาม....


".........."


"ลุกขึ้นมา!!"  


   แขนผมถูกกระชากให้ลุกขึ้นยืน  แรงบีบที่ต้นแขนรู้สึกเจ็บจนต้องกัดริมฝีปากเอาไว้
มือแกร่งดึงผมจนล้มพับมาหลายครั้งแต่ก็ไม่ได้เรียกความสงสารจากคนตรงหน้าได้เลย...
.....เขาไม่มองด้วยซ้ำ   




       ประตูไม้บานที่คุ้นเคยถูกเปิดออกด้วยฝ่ามือใหญ่ กลิ่นหอมของดอกลีลาวดีอบอวลทั่วทั้งห้อง ผมสูดกลิ่นหอมเข้าเต็มปอดแม้จะรับรู้ชะตากรรมที่จะต้องเจออีกไม่กี่นาทีข้างหน้า... ไอ้ใบ้อย่างผมจะขัดขืนได้เหรอ...ไม่สิ
ไม่เคยคิดจะขัดขืนด้วยซ้ำ


 ตุบ!  

   ร่างทั้งร่างถูก 'เหวี่ยง' เต็มแรงลงบนเตียงขนาดใหญ่   กลิ่นที่คุ้นเคยจากผ้าปูที่นอนลอยเตะจมูก  หุ่นที่ไร้น้ำหนักนอนขดตัวเอาไว้เหมือนอยู่ท่ามกลางหิมะสีขาวโพลนที่เหน็บหนาวจนต้องกอดกายเนื้อของตนเพื่อเพิ่มความอบอุ่น...หากแต่ที่นี่ไม่ใช่หิมะเท่านั้นเอง....มันเป็นสถานที่ที่ผมจะได้ใช้เวลาอยู่เขาและทำตัวเป็นประโยชน์ให้เขาเพียงแค่สิ่งๆเดียวที่ทำได้...
..

"มึงจะนอนอีกนานมั้ย?!  ลุกขึ้นมาทำหน้าที่ซะ!"


    ผมลุกขึ้นอย่างช้าๆเพราะกำลังเริ่มอ่อนแรง
หัวเริ่มหนักจนตาลายไปครู่หนึ่ง เวียนหัวจนอยากจะล้มตัวนอนแต่ก็ไม่อาจต้านความต้องการของคนตรงหน้าได้...  
สายตาเฉี่ยวคมกวาดมองไปทั่วร่างของผมอย่างหิวกระหายราวกับสัตว์ป่า
เสื้อเชิ้ตสีขาวบนตัวเขานั้นแทบจะไม่เข้ากันกับสีหน้าในตอนนี้เอาเสียเลย....  
     มือที่สั่นระริกเริ่มสั่นแรงขึ้นเมื่อเลื่อนลงมาจนถึงเป้ากางเกงด้านล่างของคนตรงหน้า....ยิ่งใกล้เท่าไหร่ยิ่งสั่นแรงมากเท่านั้นราวกับไม่เคยทำอะไรเช่นนี้มาก่อน.....ปวดหัว 

   ผมว่าผมคงจะไม่สบายแน่ๆและมันก็ไม่แปลกเลยที่ไอ้ใบ้แห้งเป็นกระดูกเดินได้แบบผมจะมีภูมิต้านทานน้อย....
  ไม่ใช่เพราะเขาทรมานไม่ให้อาหารผม....แต่เป็นผมเองที่ไม่ยอมกินมัน....

 "อือ..อาห์  เออนั่นล่ะ!  อาส์  ช้าๆระวัง อึก! ฟันมึงด้วย ซี๊ดส์ "

  เสียงครางต่ำดังขึ้นเป็นระยะบ่งบอกความพึงพอใจ  แก่นกายกระแทกเข้ามาในโพรงปากจนรู้สึกชาหนึบ  น้ำตาไหลปริ่มเพราะเริ่มหายใจลำบากจากลำคอที่ถูกกระแทกจนปิดเป็นระยะๆ ผมจึงต้องใช้เทคนิคทุกอย่างปรนเปรอให้ถึงที่สุดเพื่อให้เขาได้สุขสมดั่งใจ..


"อึก  อ๊าาาาาาส์  ดี  ดีมากไอ้ใบ้!!"


ฟุบ!!

ผมเบิกตากว้างมองชายร่างสูงตรงหน้า ภายใต้กรอบแว่นมีสายตาหื่นกระหายทิ่มแทงไปทั่วทุกส่วนของร่างกายผมจนเผลอขยับหนี 

"อย่าทำเป็นกระแดะ  โดนกูเอาไม่รู้ตั้งกี่รอบมึงอย่ามา!"


เรียวขาถูกแยกออกอย่างแรงจนเผลอจิกเล็บลงบนลำแขนแกร่ง  หลับตารอรับการลงโทษจากคนผู้นี้แต่ได้กลับมาเพียงความเงียบ  

"มึง"


 ไม่กล้าลืมตาขึ้นมองว่าเขากำลังทำอะไร   ไม่กล้าขยับกลัวว่าจะถูกตำหนิเลยได้แต่นอนแน่นิ่งให้จับขาอ้าอยู่แบบนั้น  พูดไม่ได้  ร้องไม่ได้  ไม่มีประโยชอะไรเลยนอกจากเรื่องพวกนี้ที่เขาสามารถทำได้

    ทาสเซ็กส์....ไม่สิ....ที่ระบายอารมณ์...


ความสุขของเขาคือความสุขของผม....


 "ออกไป"


"!!??"


  เขาไล่ผมใช่มั้ย?


"กูบอกให้มึงออกไป!  กลับไปห้องของมึงซะ"


   ผมทำอะไรผิด?

  หรือเป็นเพราะว่าผมต่อต้านเหรอ?  หรือเพราะผมตอบสนองได้ไม่ดี?  

ความเจ็บแล่นปราดในอยู่ในอก  สองขาก้าวลงจากเตียงช้าๆ สายตาผมเหลือบมองเขาที่นั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานข้างหัวเตียง  น้ำตาเจ้ากรรมดันไหลรินออกมา  ...เจ็บ

ทั้งกายทั้งใจ....

สองเดือนที่ผ่านมานี่เป็นครั้งแรกที่โดนเขาไล่.....ทั้งที่ปกติจะโดนทำเรื่องนั้นก่อน...  



   ผมควรจะดีใจใช่ไหม?...



แต่แบบนี้ผมไม่เอาหรอกนะ... 


    ...ปวดหัว.......ปวดจนต้องนั่งนิ่งตรงขอบเตียง  ผมไม่อยากเป็นภาระ   แค่นี้เขาก็รำคาญมากแล้ว แต่ผมลุกไม่ได้...ร่างกายมันไม่ยอมขยับ มันหนักจนสั่นอย่างเห็นได้ชัด.....ผมมองร่างกายที่ผอมแห้งสั่นสะท้านอย่างหน้าสมเพศของตัวเอง ก่อนจะยิ้มหยัน ...แค่นี้ยังไม่มีประโยชน์มากพอแล้ว....ยังจะมาเป็นตัวถ่วงให้เขาอีกหรือ.......


   ผมนี่มัน........



                ------------------------------------

 "อ๊า!  อึก  หมอภีมค้ะ  อ๊า "

 เสียงครางสนั่นดังเล็ดลอดเข้ามาในห้องสี่เหลี่ยมเล็กนี่ชัดแจ๋ว....ผมลืมตาตื่นขึ้นในห้องสีขาวที่คุ้นเคย...สติเริ่มกลับมาหลังจากที่วูบไปในห้องของเขา....


ผมมันไร้ประโยชน์จริงๆ...


"อ่าส์ รินครับ  อึก อ่า แน่นจัง! อืมม.."

 เสียงของ 'เขา' กระเส่าในโสตประสาทที่อ่อนแรงของผม
มือเรียวยกขึ้นปิดหูอย่างรวดเร็ว   

   ไม่อยากได้ยิน....

    ยิ่งหนีความจริงยิ่งเจ็บปวด   ทุกเสียงทุกคำพูดดังระงมไปทั่ว...

  เพราะผมไม่ทำให้เขา เลยต้องพาผู้หญิงเข้าบ้านหรือ?
   แต่มันไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาพาเข้ามา....และมันก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมต้องทนทรมานอย่างนี้คนเดียว....


  เจ็บ..... เจ็บจนต้องจิกเล็บตรงหน้าอกข้างซ้าย....เจ็บจนหายใจไม่ออก....ทุกๆครั้งที่ได้ยินเสียงความสุขสมของคนสองคนในอีกห้องที่อยู่ตรงข้าม....ถ้า...


ถ้าผมไม่อยู่......ผมคงไม่เป็นภาระ.....  .
 

      ผมคงไม่ต้องทรมาน.....




  'ไอ้ใบ้!!หยุดนะโว้ย!!?'

เสียงตะโกนดังไปตามตรอกแคบขนาดคนสองคนเดินยังเบียดกัน  หนทางอับที่เต็มไปด้วยฝุ่นและดินขยะจากห้องชั้นบนที่กวาดเทลงมาอย่ามักง่าระหว่างตึกสองตึกข้างกัน
 ...ร่างผอมวิ่งปราดอย่างเหนื่อยอ่อน ในมือหอบเอาผลส้มสองสามลูกไว้ในอ้อมกอด เพียงแค่ส้มไม่กี่ผลที่ขโมยมาคงไม่โดนไล่ล่าขนาดนี้....ถ้าเขาไม่ไปเจอ 'เหตุการณ์' เมื่อกี้เขาคงไม่ต้องมาวิ่งหนีเอาเป็นเอาตาย...


ทั้งที่เขาพูดไม่ได้......ทำไมต้องคิดว่าเขาเป็นสายตำรวจ?



 โง่ชะมัด.....



เสียงฝีเท้าดังระงมเข้ามาใกล้เขาขึ้นเรื่อยจนเริ่มหวั่นกลัว 
สองขาเริ่มเหนื่อยล้า ลำคอจุกตันหายใจแทบไม่ทัน
  
  เสึยงที่เปล่งออกมาไม่ได้  ร้องให้คนอื่นมาช่วยก็ไม่ได้  ถึงจะพูดได้พวกเขาจะยอมมาช่วยคนจรจัดอย่างเขาหนีจากพวกขี้ยานี้หรือ?...หาขี้ใส่ตัวเองชัดๆ ถ้าเป็นผมเองก็คงปล่อยไปเหมือนกัน
 ผมวิ่งอีกครั้งเต็มสปีดที่น้อยนิดของผมเพราะเริ่มเห็นทางออกของตรอกซอยแคบนี้แล้ว ฝ่ามือเอื้อมไปข้างหน้าราวกับจะคว้าอะไรสักอย่างเป็นที่พักพิง   พวกขี้ยาสี่ห้าคนวิ่งตามมาติดๆราวกับว่ามันไม่เคยเหนื่อยเลยที่ไล่ตามผมจนถึงตอนนี้ในขณะที่ผมแทบหายใจไม่ทันเพราะเหนื่อยหอบจนก้าวขาไม่ออก....

อีกนิดเดียว......แค่นิดเดียว...



"เหี้ยแล้วไง !มันจะออกไปข้างนอกแล้วโว้ย!!!"

เสียงผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้นจากด้านหล้งราวๆสองเมตร!  ผมไม่กล้าหันกลับไปมองด้วยซ้ำ.....

"จับมันเร็วๆสิวะ!!"  



 ช่วยด้วย! 


 ช่วยผมที!!!


 ส่งเสียงกรีดร้องอยู่ในใจสองขาก้าวพ้นผ่านตรอกออกมาอย่างหวุดหวิด แสงแดดจ้ากระทบกับเลนส์ตาจนต้องหรี่เอาไว้เพื่อปรับสภาพ  สองขาหยุดนิ่งราวกับต้องมนต์สะกด โดยที่ลืมไปว่าในตรอกแคบนั้นยังมีบุคคลที่กำลังไล่ตามเขาอยู่  มือของผู้ชายหนึ่งในกลุ่มเฮงซวยนั่นคว้าหมับเข้าที่ลำคอของเขา ผลส้มร่วงหล่นกระจักระจายตามพื้น  ชายหนุ่มตั้งสติกลับคืนดิ้นพล่านออกจากการเกาะกุมแต่ก็ไม่เป็นผล!  
     ผู้คนที่เดินผ่านมองมาที่กลุ่มวัยรุ่นสี่ห้าคนกำลังล้อมชายหนุ่มรูปร่างผอมแห้งโดยมีคนหนึ่งเกาะคอเอาไว้  แต่ไม่มีคนไหนกล้าเข้าไปยุ่งเลย  ใครบ้างจะไม่รู้จักพวกเด็กเดนนรกพวกนั้น....ใครบ้างจะกล้าเข้าไปยุ่งกับพวกมัน...
 ทุกคนที่เดินผ่านหลีกทางออกห่างจากกลุ่มนั้นที่เกาะกันอยู่หน้าตรอกซอยสีฝุ่น ต่างก็คิดในใจว่า  'คงเป็นคราวเคราะห์ของเด็กคนนั้นแล้วล่ะ'   



       'เด็กคนนั้น ไอ้ใบ้ไม่ใช่เหรอ?  ทำไมโดนพวกนั้นรุมล่ะ?'


  เสียงพูดคุยดังแว่วมาจากทิศทางต่างๆ ทุกคนมองเห็นเขา.....แต่ไม่ช่วยเขา......

  ตาย!    ตายแน่ๆ!!!

"ลากมันเข้าไปข้างใน!"

ไอ้คนที่จับผมพูดขึ้นพร้อมกับออกแรงลากคอผมจนเซถลาล้มลงพื้นดิน มันจิ๊ปากอย่างขัดใจก่อนจะยกเท้าขึ้นกระทืบลงที่หัวผมสุดแรงแค้น  ความปวดจากการถูกเท้ากระแทกโดนพื้นคอนกรีดที่เต็มไปด้วยฝุ่นดินแล่นริ้วอย่างทรมาน ผมขดตัวเอามือกอดหัวไว้เป็นสัญชาตญาณ  อีกหลายคนเห็นว่ามีคนเปิดเกมส์แล้วก็เริ่มยกเท้าขึ้นกระทืบผมสุดแรงโดยที่ลืมไปว่าจะลากเข้าไปด้านใน....ไอ้พวกระยำ
    สารพัดการทรมานพวกมันใช้ทุกอย่างที่มีฟาดลงบนตัวผม ความทรมานจากบาดแผลเริ่มชาชิน  ผมนอนขดตัวให้พวกมันรุมกระทืบผมจนพอใจโดยที่ไม่มีแรงจะหนีด้วยซ้ำ  แค่ป้องกันหัวไม่ให้กระโหลกแบะก็ลำบากแล้ว...นัยตาเริ่มขุ่นมัวราวกับหลุดออกจากโลกความเป็นจริง...ผมเริ่มชินกับบาดแผลทั่วร่างกาย  พวกมันหยุดทำร้ายร่างกายตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ในหัวขาวโพลนไม่มีอะไรอยู่เลย  สายตาผมกวาดมองรอบด้านที่กำลังคล้อยแสงยามเย็น  ผู้คนเดินผ่านอย่างกับผมไร้ตัวตน  ไม่มีใครสนใจ  ไม่มีใครมองเห็นราวกับธาตุอากาศ  ผลส้มสี่ห้าลูกที่ผมได้มาถูกเหยียบเละตามพื้นคอนกรีตตรงที่ผมถูกคว้าลำคอเอาไว้.....มันกระจัดกระจายอย่างไร้ค่า  ถูกเหยียบซ้ำแล้วซ้ำเล่า บางคนก็ถอยหนีอย่างรังเกียจ....เหมือนกับสภาพผมในตอนนี้.....


     พวกมันไปแล้ว....ไปโดยทิ้งร่างกายเน่าเฟะของผมให้เป็นซากอยู่หน้าซอยคับแคบแห่งนี้.....ทำไมไม้กระทืบให้ตายไปเลยวะ?. ..ผมได้แต่กรีดร้องอย่างไม่เข้าใจ


 สายเลือดอุ่นๆไหลลงตามขมับมาจนถึงปลายคาง  เสียงหยดแหมะแหมะของเลือดดังกระทบโสตประสาท  ร่างกายที่ขยับไม่ได้นั้นช่างไร้ค่าน่าเวทนา  ผมเดาว่ากระดูกแขนผมคงร้าวไปข้างหนึ่ง...สภาพผมตอนนี้คงไม่ต่างจากซอมบี้เลยด้วยซ้ำ.....
     
    เลือดไหลเข้าตาจนต้องหลับตาเอาไว้ข้างหนึ่งมือไม่สามารถขยับได้เลยต้องนั่งนิ่งๆปล่อยให้เลือดไหลอาบตัวอยู่อย่างนั้น...ในหัวปวดจี๊ดเป็นระยะๆ ร่างกายเริ่มหมดแรง...สายตาพล่าเลือนมองไปไหนไม่ชัดเปลือกตาแทบยกไม่ขึ้น....เขาคงใกล้จะตายแล้วล่ะ......ก็ดีเหมือนกัน......ไม่อยากทรมานอีกต่อไปแล้ว.....

ผมอยากง่วงแล้ว.......


ถ้าผมหลับไป....ใครก็ได้.....


ช่วยปลุกผมที......





"เฮ้! ไอ้ใบ้!! ตื่นสิวะ สบายเกินไปแล้วนะมึง!!" 


เฮือก!!!?


ผมสะดุ้งตื่นขึ้นมาจากความฝัน  ในหัวปวดแปล๊บขึ้นมาจนต้องนิ่วหน้า  เผลอเอามือไปจับตรงขมับด้านขวาอย่างลืมตัว  รอยแผลที่แห้งตกเสก็ดไปเมื่อเดินก่อนยังคงอยู่.....ความเจ็บก็ยังคงอยู่เช่นกัน...


'ทำไมคุณถึงช่วยผมล่ะ?'   คำถามอยู่ในใจ แต่ก็ไม่อาจได้คำตอบกลับมาเช่นเคย...

  ".........?..."

สายตาเหลือบไปเจอเจ้าของบ้านที่ผมพิงพักอาศัยเหมือนอย่างกาฝาก....ไร้ประโยชน์
    'หมอภีม'  มองผมนิ่ง....สายตาไม่บ่งบอกอารมณ์ใดๆพร้อมกับก้าวขาเดินออกไปจากห้องเงียบๆโดยที่ไม่พูดอะไร..เป็นไปได้สักนิดไหมว่าเขา.....เข้ามาดูผมเพราะเป็นห่วง?......หรือว่าผมทำอะไรไปโดยไม่รู้ตัวหรือเปล่า?.....

ผมก้าวขาลงจากเตียง เรียวขาสั่นสะท้านเหมือนจะล้มเอาให้ได้จนต้องใช้มือยันขอบเตียงไว้เพื่อพยุงร่างกาย รอยแผลบนร่างกายยังคงชัดเจนอยู่แม้จะตกเสก็ดแล้วก็ตาม  แต่เวลาในการรักษาตัวนั้นใช้เวลา2เดือน.....มันมากเหลือเกินจริงๆที่ผมอิงอาศัยเขาโดยที่ไม่ช่วยอะไรเลย....นอกจากเรื่องนั้น......

  ผมอยากตอบแทนเขา.....การที่ผมใช้ชีวิตที่นี่ทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองนั้นไม่มีอะไรเลยอย่างที่ผมคิด.....ไม่สามารถทำอะไรได้เลย.....



ผมควรจะอยู่ที่นี่ต่อไปไหม?......


"เอานี่ไปกินซะ!"

จานข้าวถูกนำมาวางบนที่นอน  ผมถูกผลักให้นั่งลงบนเตียง  เขายืนมองผมที่นั่งจ้องจานข้าวอย่างไม่เข้าใจ....แต่ก็อดดีใจไม่ได้.....

"หมอภีมคะ?....น..น้องเค้าเป็นใครหรอคะ?   ตายแล้ว!! ทำไมผอมแห้งอย่างนั้นล่ะ เสียดายหน้าตาดีๆนี่จริงๆ โทรมหมดเลย..."

เสียงคุ้นๆดังมาจากหน้าประตูพร้อมกับร่างอวบอิ่มของผู้หญิงในชุดพยาบาล ก้าวเข้ามาใกล้ผมเรื่อยๆ สายตาสงสารถูกส่งมาทางผมอย่างไม่ปิดบัง เอวบางของเธอส่ายไปมาตามสะโพกที่สะบัด กระดุมเม็ดบนสุดนั้นยังติดไม่สนิทอยู่เลยบวกกับ ผมเผ้าที่ยุ่งเหยิงหน่อยๆนั้นดูก็รู้ว่าผ่านการทำอะไรมา...
   เธอเดินมาหยุดข้างๆเขาพร้อมเอามือเกาะราวกับแสดงความเป็นเจ้าของ  
      ผมเบือนสายตาหนีอย่างเจ็บปวด.....
อยากจะหายไปจากตรงนี้.....อยากเดินออกไปไกลๆภาพชายหญิงตรงหน้าที่เหมาะสมกันราวกับกับกิ่งทองใบหยก.... ผมนั่งก้มหน้าซ่อนสายตาที่เริ่มคลอด้วยน้ำใส.... หัวใจกระตุกจนปวดหนึบ.....ไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว.....
      

    "เด็กที่เก็บได้ข้างทางเมื่อสองเดือนก่อน....มันไม่ยอมกินข้าวเลยไม่มีแรง....จนไร้ประโยชน์ "

อึก!....

ผมสะอึกกับคำสุดท้ายของเขา.....แค่การกระทำก็กรีดแผลในใจจนจะขาดใจตายอยู่แล้ว......ทำไมต้องยอมปล่อยให้ผมอยู่ด้วยล่ะ......ถ้าไม่มีประโยชน์ขนาดนั้น.....

"ไม่เอาค่ะหมอ  ไม่พูดแบบนั้น...น้องเค้าป่วยอยู่นะ"

มือเรียวเล็กของพยาบาลยื่นออกมาจะจับที่ใบหน้า  ผมเผลอขยับตัวออกหนีอย่างขยะแขยง  ความรู้สึกวูบหนึ่งคือ เกลียด.....นี่ผมเกลียดเธอที่ไม่ผิดอะไรอย่างนั้นหรอ.....

"หึ!"      เขาเหยียดยิ้มออกมาทันทีที่เห็นเหตุการณ์เมื่อกี้....พยาบาลคนนั้นยิ้มแหย่ๆ  สายตาจิกเขาอย่างจะกินเลือดกินเนื้อ แต่เมื่อหันไปหา อีกคนกลับฉีกยิ้มหวาน....ผมคงไม่เสียใจที่วูบหนึ่งนึกเกลียดเธอ....แต่ก็กลัวด้วยเหมือนกัน.....

"ไปกันเถอะค่ะหมอ....คืนนี้เรามีงานเลี้ยงต้อนรับผอ.คนใหม่นะคะ"

  เสียงใสจิ๊จ๊ะเอ่ยขึ้นอย่างสนิทสนมกับเขา พลางดึงแขนให้เดินตามออกไปนอกห้อง  ผมมองตามระคนเจ็บปวด รู้สึกหน้าชาทุกครั้งที่เขามองมาที่ผมราวกับไร้ความรู้สึก....
.... ก่อนที่เขาจะก้าวออกไปเขาได้เอ่ยไว้ประโยคหนึ่ง.....ประโยคที่ทำให้ใจชื้น.....แต่ก็เจ็บไปในตัว....

"กินข้าวซะ...คืนนี้มึงต้องทำงาน.."


สุดท้ายผมก็เป็นได้แค่นี้จริงๆ....


แกร๊ก!

"นี่ยาค่ะน้อง  ทีหลังก็กินยากินข้าวซะบ้างนะคะจะได้ไม่เป็น 'ภาระ' ให้คุณหมอเขา  นี่ถึงขนาดลงมือทำกับข้าวเองเลยนะ รู้รึเปล่าว่าหมอเขางานยุ่งขนาดไหนน่ะค่ะ!"

เธอยืนบ่นแว๊ดๆอยู่ตรงหน้าผมราวกับว่าเธอเองเป็นคนเดือดร้อน ถุงยาในมือถูกปาเข้าที่หน้าผมอย่างแรง  ก่อนไปเธอจิกตาใส่ผมอย่างแค้นเคืองพร้อมสะบัดร่างสวยๆนั่นออกไป....



  ฮึก  ฮึก!

อยู่ๆน้ำตาก็ไหลมาเป็นสาย...อาการจุกตันที่ลำคอถูกปลดปล่อยออกมาอย่างทรมาน ผมจับที่หน้าอกเพื่อบรรเทาความปวดร้าวราวกับเข็มแหลมนับร้อยทิ่มแทงลงหัวใจแล้วขูดมันออกมาเป็นก้อนเลือด.... ภาพของทั้งสองคนเดินเคียงคู่กันออกไปยังคงติดตาไม่อาจสลัดมันออกไปจากสมองได้เลย ....ผมล้มร่างที่ไร้เรี่ยวแรงแต่กลับรู้สึกหนักอึ้งจนไม่อยากลุกไปไหน....สายตาจ้องมองจานข้าวกับถุงยาที่ตกอยู่ข้างกัน  พลันความรู้สึกก็หวนนึกไปถึงหน้าของหนุ่มสาวยืนเคียงข้างกัน หัวเราะกันอย่างสนุกสนานราวกับว่าทุกๆอย่างถูกสร้างมาเพื่อพวกเขาทั้งสองคน.....แล้วผมยังจะอยู่เป็นมารขวางคอเขาอีกหรอ....?


...ผมต้องทำยังไงกันแน่....


     เหนื่อยชะมัด....


   'กินข้าวซะ   คืนนี้มึงต้องทำงาน!"


อยู่ๆประโยคนี้ก็แว๊บเข้ามาในหัว....ผมยิ้มอย่างสมเพศให้กับตัวเองก่อนจะดันร่างให้ลุกขึ้นนั่งช้าๆอย่างยากลำบาก....ป่วยคราวนี้เจ็บกว่าตอนที่โดนรุมกระทืบอีก....
.


  .. โดนรุมเจ็บแค่กาย.....



.....แต่การป่วยคราวนี้....เจ็บทั้งกายทั้งใจ....



     โอ้กกก!!  

อาการผะอืดผะอมจุกตันที่ลำคอหลังจากยัดข้าวเข้าปากได้สองคำ  ร่างบางวิ่งเข้าห้องน้ำจนแทบคลานเพราะขาไม่มีแรง โก่งคอเอาเศษอาหารอันน้อยนิดและน้ำย่อยเปรี้ยวๆขมๆผ่านลำคอออกมาจนรู้สึกแสบ เขาไอจนเลือดขึ้นหน้า  เสียงหอบดังระงมไปทั่วทั้งห้องมือที่ปัดป่ายไปทั่วกดชักโครกลงไปก่อนจะนั่งเหนื่อยหอบ น้ำตาไหลรินเป็นสายทาง เขาหลับตาลงเพื่อพักกายและใจปลดปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามที่ร่างกายต้องการ..
......ปล่อยให้น้ำตาไหลริน....ไหลออกมาให้หมด....เผื่อมันจะเหือดแห้งแล้วไม่ต้องมีมันอีก......น้ำตา...

 .....ไม่อยากร้องไห้ให้ 'เขา' เห็น....แต่มันก็ห้ามไม่ได้...



   'แค่นี้ยังน่าสมเพศไม่พออีกหรือไงกัน.....'



"ไอ้ใบ้!!!"    


เสียงอะไรน่ะ...ตะโกนทำไม....ผมหนวกหูจัง......

   สายตาที่เลือนลางลงเต็มทน เปลือกตาที่หนักอึ้งปรือมองบุคคลที่เข้ามา  ร่างสูงแกร่งถลาเข้ามาหาเขาอย่างรวดเร็วราวกับว่าเขาจะหายไปถ้าไม่รีบจับเอาไว้....
 

อุ่นชะมัด....อุ่นมากเลย  กอดผมไว้อย่างนี้อย่าปล่อยผมนะครับ....ขอร้อง.....

  ผมพร่ำร้องในใจไม่อาจเอ่ยคำพูดออกไปจากลำคอได้ พร้อมกับหลับตาลงเพื่อพักร่างกายให้มีแรง  เหนื่อยพอแล้ว....พรุ่งนี้ผมจะตื่นขึ้นมาใหม่   



...คืนนี้ผมขอโทษครับที่ไม่ทำตามคำสั่ง...





*************




   "คนไข้อาการดีขึ้นมากแล้วครับหมอ...อีกไม่นานคงฟื้น"





   ห้องสีขาวโพลนเต็มไปด้วยแสงสว่างบนเพดาน  กลิ่นยาคละคลุ้งไปทั่วทั้งห้องจนต้องย่นจมูกไว้  ร่างของผมขยับไม่ได้เพราะติดอะไรสักอย่าง ผมเหลือบสายตาไปมอง ร่างสูงแกร่งที่แสนคุ้นเคย ...

  อยากกอด....


  อยากกอดเขา....


  อยากได้กลิ่นของเขา.....ผมไม่ชอบกลิ่นยา....



 ผมชอบกลิ่นดอกลีลาวดีที่ติดตัวเขามากกว่า....



  แต่ผมคงไม่มีสิทธิ.....ผมคงขอมากไป....ใช่ไหม?...



  แค่ก! แค่ก!



"!!!?"



เสียง?   



เสียง!!? ผมเบิกตาโพลงอย่างไม่เข้าใจ  หมอภีมที่อยู่ในชุดเสื้อสีขาวเดินเขามาหาผมอย่างรวดเร็ว  ฝ่ามือใหญ่จับที่ลำคอของผมเบาๆแต่กลับไม่รู้สึกถึงไออุ่นบนฝ่ามือนี้เลย...ผมยกแขนขึ้นจับที่ลำคอของตัวเองภายใต้สายตาคมดุที่จ้องมองมา...ผ้าเนื้อบางถูกพันรอบคอผมเป็นชั้นจนหนา   ผมมองตาเขาอย่างไม่เข้าใจ เขาจึงจับพยุงผมขึ้นนั่งอย่างเงียบๆไร้เสียงเอ่ยวาจาใดๆ....

  เขามองตาผม...


.แบบที่ไม่เคยทำ.....



"ไอ้ใบ้"

"!!!!?"  ผมเผลอสะดุ้งกับเสียงที่เขาเรียกผม..รู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูก...


.เหมือนไม่ได้ยินเสียงเขามา........นานมาก นานจนอยากร้องไห้...


"มึงหลับไปเกือบสามอาทิตย์...พรุ่งนี้ก็ครบสามอาทิตย์พอดี  กูคิดว่าถ้ามึงยังไม่ตื่นภายในวันนี้พรุ่งนี้กูจะเอามึงทั้งหลับนี่แหละ!"

   !!???   

ผมหลับไปนานมากขนาดนั้นเลยเหรอ?....
ผมไม่ได้ทำให้เขา.....อย่างที่ผมเคยพูดเอาไว้...... ผมบอกว่าจะตื่นวันพรุ่งนี้....แต่กลับผ่านมาถึงสามอาทิตย์.....


   เขาคงพาใครต่อใครไปที่บ้าน........


   ก็มันเป็นสิทธิของเขานี่นะ....



"พูด"


ผมมองหน้าเขาอย่างไม่เข้าใจ...ไม่เข้าใจ....ผมเป็นใบ้เขาก็รู้....เขาจะให้ผมพูดอีกทำไม.... 


"กูบอกให้มึงพูด !"


  ผมถดตัวถอยหนีจากคนตรงหน้าที่เริ่มขึ้นเสียง มือหนายื่นมาบีบปลายคางผมเอาไว้แน่น  ผมเผลอกัดปากตัวเองอย่างหวาดกลัวจนตัวสั่น  เขามีสีหน้าอ่อนลงเมื่อเห็นว่าผมกลัวเขาอย่างเห็นได้ชัด...


"ห้ามกัดปาก   ไอ้เด็กเหลือขอ.."


เขาแลบลิ้นเลียริมฝีปากผมเบาๆ  ผมเบิกตากว้างจ้องมองเขาอย่างงุนงง  หัวใจเจ้ากรรมเผลอเต้นระรัวเป็นกลองใหญ่  ทำไมต้องทำแบบนี้ด้วย...



 "ผะ.."


"หึ! พูดออกมา"

ผม...ผมพูดได้?!!!!ผมมีเสียง  !!
อยู่ๆผมก็เอามือไปเปิดผ้าห่มที่ห่มขาออก  ถอนหายใจออกมาเบาๆเมื่อเห็นว่าขาของผมยังอยู่ครบ...ไม่ได้หายไป...

"คิดว่าตัวเองเป็นเงือกน้อยในนิทานรึไง?"

เขายิ้มให้กับผมเป็นครั้งแรกจนเผลอยิ้มตามอย่างช่วยไม่ได้  หัวใจฟูฟ่องขึ้นมาเหมือนถูกดึงเข็มออกและสูบลมเอาไว้  จนลืมตัวยื่นมือออกไปอย่างถือวิสาสะ 

      ใบหน้าหล่ออย่างเขาคงจะมีคนแอบรักมากมาย...ผมเองก็รักเขา... แค่ได้อยู่เป็นที่ระบายอารมณ์ผมก็ยอม.... 


"ถ้ามึงไม่พูดกูจะรู้ได้ไงว่าการผ่าตัดประสบผลสำเร็จ!!"


  เขาจับมือผมออก ก่อนจะบอกให้ผมพูดครั้งที่สี่ของวันแล้ว....ผมจะโดนลงโทษไหมที่ดื้อด้านกับเขาขนาดนี้ทั้งที่ไม่เคยทำมาก่อน...


"ผะ....ผม..ร ...รัก..."  คำที่ผมอยากเอ่ยบอกเขามากที่สุดถูกบรรจงผ่านลำคอออกไปอย่างยากลำบาก...แต่มันก็ออกไปแล้ว...


"พูดออกมาให้หมดครับไอ้ใบ้" 


ใบหน้าหล่อโน้มเข้ามาหาผมเรื่อยๆจนหัวใจแทบพังเพราะเต้นไม่เป็นจังหวะ...

....เขาไม่เหมือนเดิม.......



"ผม...รักคุณ...ผ  ผมรักคุณครับ...หมอ"



  ผมพูดเบาๆ กลัวว่าคำตอบที่ได้มาจะแปลกไป ไม่สิ ผมไม่น่าจะได้รับคำตอบกลับมาด้วยซ้ำ...

     ผมมองหน้าเขาที่คิ้วขมวดเป็นปม  หัวใจหล่นวูบลงใต้เตียงเหมือนโดนกระชากลงเหวลึก  ที่ผมพูดออกไปนั้นมันไม่เหมาะงั้นเหรอ....

"ผม....ขอโทษครับ  แล้วก็ขอบคุณที่ดูแลผม..."

เหมือนคำพวกนี้เป็นคำที่คุ้นเคย....ทำไมผมถึงพ่นคำพูดออกมาง่ายดายราวกับว่าตัวเองเคยพูดมาก่อน...ทั้งที่ไม่เคยฝึก...แต่มันรู้สึกว่าคุ้นเคยกับการใช้เสียงโดยไม่ต้องท่องเหมือนกับคัดตัวหนังสือ....


"หึๆพูดคล่องเชียวนะ คุณทราทรณ์ "
รอยยิ้มถูกแต่งแต้มขึ้นบนใบหน้าของเขา...ราวกับว่ากำลังลุ้นอะไรสักอย่าง
และมันก็มีความจริงจังแฝงในน้ำเสียงนั้นอย่างเห็นได้ชัด...


"!!!???"


"รายชื่อในบ้านเด็กกำพร้ายังไม่สูญหายนะครับมึง....เด็กที่เกิดอุบัติเหตุรถชนจนความจำเสื่อมพร้อมกับเสียกล่องเสียงตอนอายุ10ขวบ  หลังจากนั้นอีกห้าปีก็หนีออกจากบ้านเด็กกำพร้า"

เขารู้เรื่องผม.....
ผมรู้แค่ว่าตัวเองจำอะไร ไม่ได้...
ไม่มีพ่อ...ไม่มีแม่....ไม่มีเสียง..
....และผมเป็นใบ้....

แต่เขารู้ทุกเรื่อง...รู้ทุกอย่าง....แล้วเขาเอาผมมาบดขยี้ทำไม.....ผมไปทำอะไรให้เขาแค้นใช่ไหม?....
แล้วเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อกี้คือ...

 ...ความฝัน?.....


" จะไม่พูดอะไรหน่อยเหรอ?   น้องทรณ์"

 
"!!!??"


"พี่ภีม!!!!!!!"




        *******************************


    หลังจากที่ทำเรื่องออกจาก ร.พ.บ.ที่ผมเป็นหมออยู่แล้วเราก็ตรงกลับมาที่บ้านทันที
เพราะผมเป็นหมอผู้ดูแลคนไข้และเป็นผู้ปกครองชั่วคราวของเขาผมจึงสามารถทำเรื่องออกมาได้ง่ายๆโดยไม่มีใครสงสัย

  ผมมองคนที่หลับอยู่บนเตียงเงียบๆ  ร่างกายผมแห้งนั้นมองทีไรผมยิ่งรู้สึกเจ็บทุกครั้ง....

ริมฝีปากจรดลงบนหน้าผากมนอย่างเอ็นดู ขึ้นไปนอนบนเตียงแล้วช้อนหัวทุยๆของอีกคนเข้ามาในวงแขนพร้อมกระชับอ้อมกอดแน่น....หลังจากนี้ผมจะรักน้องมันให้มากๆ....บทเรียนจบลงแล้ว....


  ทำไมผมต้องทำร้ายน้องมันน่ะหรือ?....


ลงโทษที่ปล่อยให้ผมกังวล....


ลงโทษที่ปล่อยให้ผมตามหาโดยไม่มีเบาะแส


ลงโทษที่ไม่ยอมดูแลตัวเอง


ลงโทษที่หนีออกจากบ้านเด็กกำพร้า


ลงโทษที่ผิดสัญญา...


ลงโทษที่ทำให้ผมรัก.....แล้วหนีไป




"พี่ภีม โตขึ้นอยากเป็นอะไรเหรอ?"


เสียงเจื้อยแจ้วของเด็กชายร่างเล็กในวัย 10ขวบเอ่ยออกมาท่ามกลางสายลมใต้ต้นมะม่วงต้นใหญ่   คนถูกถามมองเด็กตรงหน้าอย่างเอ็นดู  พลันยื่นมือไปลูบหัวทุยๆน่ารักนั่นราวกับว่าหมั่นเขี้ยวมันมานาน   รอยยิ้มอบอุ่นถูกส่งมอบให้เด็กตรงหน้าที่อายุห่างจากเขาถึงเจ็ดปี  

"นั่นสินะ...พี่ก็ 17แล้ว แต่ก็ยังไม่รู้เลย  แล้วทรณ์ล่ะ"

เขาบอกอย่างอ่อนโยน  ล้มตัวลงนอนบนผืนหญ้าสีเขียวขจีอีคนเมื่อเห็นดังนั้นก็หัวเราะเอิ้กอ้ากออกมาพร้อมกับนอนราบลงตามคนที่อายุมากกว่า

" ทรณ์อยาก เป็นแม่บ้านให้พี่ภีม555"   

พูดจบก็ปล่อยฮาออกมาหนักๆจนอีกคนเอามือปิดปากเอาไว้พลางหัวเราะร่าแข่งกัน

"ไอ้เด็กบ้า  เป็นแม่บ้านต้องมาเป็นภรรยาพี่นะสิหืม..."


"งั้นทรณ์ก็จะเป็น พันระยาของพี่ภีมไงฮี่ฮี่ "  



เอี๊ยดดดด!!!โครมมมม!!!

'ตายแล้ว!!!เด็กถูกรถชน!!!'

เสียงผู้คนดังระงมไปทั่วทั้งท้องถนน เหล่ามนุษย์ที่มีชีวิตต่างก็มุงดูเด็กวัยสิบขวบนอนจมกองเลือด บ้างก็โทรเรียกรถพยาบาล  บ้างก็เข้าไปหาคนขับรถที่กำลังจะหนีไปแต่ก็ไม่พ้นจากผู้คนที่คอยต้อนให้จนมุม....คนแถวนั้นเห็นกันเต็มตาว่า คนขับรถคนนี้เมาแล้วขี่รถตัดเลนส์มาชนเด็กน้อยที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ งานนี้ตรางคงเรียกหาเขาเต็มๆ.....แต่ใครจะไปรู้ว่ามันคือการดับอนาคตของเด็กคนนี้ไปด้วย....

"ฮึก!ฮึก!  หมอคะ ฮึก  น้องทรณ์! จะฟื้น ฮึก! เมื่อไหร่ คะ ฮืออออ!!"

  หญิงสาววัย30ร้องไห้ฟูมฟายกอดพี่เลี้ยงเด็กอีกสองคนที่มาเยี่ยมคนป่วยด้วยกัน  กับอีกหนึ่งเด็กชายที่ยืนนิ่งมองร่างเล็กที่คุ้นเคย ถูกห่อหุ้มไปด้วยเฝือกปูนสีขาว สายน้ำเกลือและเลือดถูกระโยงระยางเต็มไปทั่วทั้งตัว  ยิ่งมองยิ่งเจ็บแทน...

     ถ้าตอนนั้นเขาอยู่กับทรณ์.....คงไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้....

"ร่างกายไม่เป็นอะไรมากครับ....ที่ใส่เฝือกเพื่อป้องกันไม่ให้เด็กขยับตัวแรงเมื่อรู้สึกตัว...อีกไม่นานก็คงจะฟื้นครับ...."


 เขากำมือแน่น    เจ็บปวดที่เขาช่วยอะไรไม่ได้....เจ็บที่ได้แค่ยืนมองน้องสุดรักของเขานอนทรมานคนเดียว...

ทุกๆวันหลังเลิกเรียนเขาจะมาเฝ้าคนไข้และพูดคุยอย่างสนุกสนานกับคนไข้ราวกับว่าอีกคนตื่นขึ้นมาคุยกับเขา....
จนเวลาผ่านไปจนถึง สองอาทิตย์...ทางคุณหมอจึงแจ้งว่าคนไข้ฟื้นแล้ว...ทุกคนดีใจมากโดนเฉพาะเขา ...แต่กลับต้องช็อคอีกครั้งเมื่อได้รับอีกข่าวคือ.....เด็กความจะเสื่อม.....และกล่องเสียงเสียหายจนไม่สามารถ
พูดได้........

  เขารู้สึกเหมือนถูกฟ้าฟาดลงมาที่กลางหัวใจ...ความชาหนึบแล่นร้าวมาที่อกซ้ายลามไปทั่วทั้งร่างกาย มือบางจิกเล็บลงไปบนฝ่ามืออย่างแค้นเคืองกับโชคชะตา แต่ทุกอย่างแก้ไขไม่ได้แล้ว.....



" น้องทรณ์ครับ พี่ชื่อภีมนะ เป็นเพื่อนกัน  พี่จะดูแลเราเอง "

"........."
ครั้งแรกที่เขาพูดคุยกับใบหน้าคุ้นเคย...แต่กลับไม่รู้สึกคุนเคยเอาเสียเลย..

"พี่ภีมอยากสอนการบ้านน้องทรณ์นะ ไม่เข้าใจตรงไหนชี้เลยครับผม"

"........."
   ความพยายามของเขาที่จะดึงความทรงจำให้กลับมานั้นไม่เคยประสบความสำเร็จ...เขาล้มเลิกมันและหันมาเอาใจใส่สร้างความทรงจำขึ้นมาใหม่แม้จะพูดคุยคนเดียวก็ตาม
 


"ทรณ์ครับ...พี่รู้แล้วว่าโตขึ้นพี่จะเป็นอะไร...พี่จะเป็นหมอผ่าตัด....พี่จะผ่าตัดน้องทรณ์...พี่จะทำให้น้องทรณ์กลับมาพูดให้ได้...."



จนมาถึงวันที่เขาต้องออกจากบ้านเด็กกำพร้าเพื่อไปเรียนรร.ที่มีชื่อเสียง...เขาเรียนจนได้รับทุนการศึกษาค่อที่รร.ดัง  เพื่อที่จะได้เป็นหมอเขาต้องทุ่มสุดแรงเพื่อให้ตัวเองเก่งที่สุด...และเขาจะต้องย้ายไปพักประจำที่อื่น...ที่ห่างไกลออกไป....

".........."   ร่างเล็กจับมือเขาเอาไว้แน่น สายตาบ่งบอกถึงความอาวรณ์
  ไม่อยากให้ไป  !   ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าพี่ชายคนนี้จะต้องจากไป....เขาเป็นใบ้.....แต่ฟังรู้เรื่องนะ....

"อยู่นี่นะครับเด็กดีของพี่....พี่สัญญาว่าจะกลับมา...สัญญากับพี่นะว่าจะรอ"

 ร่างเล็กสั่นหัวระรัว น้ำหูน้ำตาไหลเป็นสายน้ำจนคนมองอดที่จะกอดเอาไว้ไม่ได้  ยิ่งรักยิ่งต้องทำเพื่อให้ได้มาในสิ่งที่ต้องการ...ความหวังที่จะได้ยินเสียงหัวเราะใสๆนั้นยังคงอยู่...ต่อให้ต้องทรมานที่ต้องจากลาเขาก็ต้องทน.....




หลังจากนั้นเขาก็ไม่เคยติดต่อกันอีกเลย...ด้วยต้องเรียนและงาน...รวมไปถึงเขาไม่อยากที่จะติดต่อกับอีกฝ่ายเพราะกลัวทำใจไม่ได้....จนอีกห้าปีถัดมาก็ได้รับข่าวจากผู้ดูแลสถานเด็กกำพร้าว่า  หนีออกไปแล้ว....ทราทรณ์หนีออกไปจากสถานเด็กกำพร้าหลังจากที่เก็บตัวเงียบมาตลอดห้าปีหลังจากที่เขาจากออกมาโดยไม่ยอมพูดคุยกับใครเลย  
นั่นยิ่งทำให้เขาเป็นห่วงและรู้สึกผิดต่อเด็กคนนั้น....แต่เมื่อเวลาผ่านไปทุกคนเฝ้าตามหา....กลับไม่มีเบาะแสอะไรเกี่ยวกับตัวเด็กคนนี้เลย.....เด็กวัย15
หนีออกจากบ้านหลังโตที่เต็มไปด้วยครอบครัวที่รักและห่วงใย....

ตอนนั้นแทบไม่เรียนไม่ทำงาน เวลาว่างต้องตามหาจนหมดปัญญา...ผ่านมาถึงสามปีจากความรักความคิดถึงและความห่วงใยถูกความโกรธกัดกิน จนตอนนี้ก็ได้เป็นหมอ...ไม่รู้สวรรค์แกล้งหรืออย่างไรถึงได้ทำให้เขาอยากเดินออกไปนอกบ้าน  ออกไปในสลัมเล็กๆที่แสนโสมมนั่น.....จนเขาได้พบ.....

เด็กหนุ่มร่างผอมแห้งที่แทบจำไม่ได้ว่าคือใคร....ถ้าไม่ใช่เขา.....ก็คงไม่มีใครจดจำริมฝีปากนี้ได้... ....เขาแทบอยากพังทลายสลัมนั่นให้ย่อยยับแล้วลากเอาตัวไอ้คนที่รุมทำร้ายคนที่เขารักมากที่สุดปางตาย  แต่ลมหายใจที่รวยรินของคนที่นอนจมกองเลือดอยู่นั้นทำให้เขาต้องล้มเลิกความคิดนั้นเสียแล้วเรียกรถพยาบาลมาแทน.....จากนั้นบทเรียนการลงโทษก็เริ่มต้นขึ้น

.
.
.
.



"กูจะไม่ยอมให้มึงหนีไปไกลอีกแล้วนะ น้องทรณ์.."



"มาเป็นแม่บ้านให้กูนะครับ"



วันพรุ่งนี้และหลังจากนี้จะเป็นวันที่เราจะมีความสุขด้วยกัน.....เข้าใจไหม?


....น้องทรณ์  ...สุดที่รักของพี่ภีม



#จบแล้วจ้าาาาาาาา555  แต่งแบบงงๆคนอ่านไม่ต้องงงเพราะคนเขียนเองก็งง(?)เหะ???5555  หนีมาเปิดเรื่องสั้นที่คิดได้ตอน ที่กำลังเกี่ยวข้าวแล้วเกิดอารมณ? จินตนาการขึ้นมา  เขียนหยุดๆมาได้ร่วมสามอาทิยต์ (นี่ขนาดเรื่องสั้น) เรื่องยาวคง...ดองมั้ง5555????????????????????????????กรรมมม

ไงก็ฝากนิยายบ้าๆเรื่องนี้ด้วยค่ะะะ 


ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ fuoni3579 จากทั้งหมด 9 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

7 ความคิดเห็น

  1. #7 boOjira_ (@boOjira_) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 เมษายน 2562 / 21:47
    เนื้อเรื่องตอนแรกดึงใจมาก ดาวน์มาก พอตอนเฉลย โอ้ยยยยยยอีพี่ภีมมมม
    #7
    0
  2. #6 BEE_tny (@BEE_tny) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 เมษายน 2560 / 23:03
    สนุก><
    #6
    0
  3. วันที่ 27 มกราคม 2560 / 10:48
    มาต่อ part ของหมอภีมได้ไหม><
    #5
    0
  4. #4 GBE_K (@GBE_K) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 มกราคม 2560 / 10:43
    รักแล้วทำแบบนั้นได้ไงทำไมไม่ดูแลดีๆอ้ะ?
    #4
    0
  5. #3 GBE_K (@GBE_K) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2559 / 21:31
    มีอีกได้ไหม~หน่วงๆไงไม่รู้
    #3
    0
  6. วันที่ 4 ธันวาคม 2559 / 07:21
    แต่งยาวๆเลยดี๊ไรท์~~~~~~~~~
    #2
    0
  7. #1 AAO
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2559 / 06:39
    ชอบแบบนี้มากเลยย ภาษาก็อ่านง่ายยย
    #1
    0