[One piece fiction] the new age

ตอนที่ 9 : Chapter 8

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,370
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    15 ต.ค. 57

ณ ป่าด้านหลังกองทัพปฏิวัติ

 

4 วันต่อมา.. โรบินเดินมาหยุดอยู่ด้านหน้าเต็นท์รูปทรงประหลาดที่ถูกกางขึ้นโดยฝีมือของตัวเองอีกครั้ง

"ไปกันได้รึยัง?" เธอพูดเสียงดังจากด้านหน้าเต็นท์เพื่อให้คนด้านในได้ยิน

"เข้ามาพยุงหน่อยดิ" เสียงกวนๆจากคนด้านในตะโกนกลับมา

"เป็นถึงพลเอก .. ถ้าลุกออกมาเองไม่ได้ก็ตายในนั้นไปเถอะ" โรบินตอบด้วยความหมั่นไส้ ขนาดวันก่อนหมอนั่นยังเอื้อมมือมาจับหัวเธอให้ซบลงไปบนไหล่ของเขาได้เลย .. นี่ก็ 4 วันผ่านมาแล้ว ถ้าคนอย่างเขาลุกออกมาเองไม่ได้ ก็แปลว่าพลเอกของกองทัพเรือไร้น้ำยาสุดๆ

"โหดจริงนะเรา" เสียงพูดเบาๆดังมาจากด้านในเต็นท์อีกรอบ ไม่นานนักเต็นท์ก็ถูกเปิดออกมาจากด้านใน คุซันเดินออกมาพร้อมขาที่เป็นน้ำแข็งข้างนึง และแผลตามตัวที่ถูกแช่แข็งเอาไว้จากพลังของผลเยือกแข็งที่เขาได้กินเข้าไป

เมื่อโรบินเห็นสภาพคนตรงหน้า ความรู้สึกสงสารก็เริ่มเข้ามาแทนที่ความหมั่นไส้เมื่อกี้ ถ้าเธอโดนหนักขนาดนั้น เธออาจจะทนความเจ็บไม่ไหว ตายไปตั้งแต่ตอนลอยอยู่ในทะเลแล้วก็ได้

"เจ็บมั้ย?" โรบินถาม

คุซันมองหญิงสาวที่มีสีหน้าอ่อนลงหลังจากเห็นสภาพงอกง่อยของเขา ชายหนุ่มแอบสมเพชสารรูปตัวเองในใจ

"ไหวรึเปล่า" โรบินเดินไปใกล้ๆแล้วค่อยๆเอื้อมมือไปพยุงเขา

"ได้ใกล้ชิดขนาดนี้ .. ให้ไปตายก็ยอม" คุซันตอบติดตลก แต่หญิงสาวที่ได้ฟังไม่ได้ขำด้วย เธอเอาแขนลงแล้วถอยออกมาเพื่อเว้นระยะห่างจากชายหนุ่ม หญิงสาวย้ำกับตัวเองอีกครั้ง 'อย่าลืมสิโรบิน ผู้ชายคนนี้อันตรายแค่ไหน เขาสามารถฆ่าเธอได้ง่ายๆเลยนะ รีบๆพาเขาเข้าไปในหมู่บ้านดีกว่า' เธอคิดในใจ แต่ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะเถิบออกไปได้ไกล แขนยาวๆของชายหนุ่มก็เอื้อมมากอดไหล่เธอเอาไว้

"จะไปไหน ช่วยพยุงก่อนดิ"

โรบินพยายามสลัดแขนของคนตัวใหญ่ทิ้งไป แต่ยิ่งเธอพยายามสลัดออก อ้อมแขนของเขาก็ยิ่งกระชับมากขึ้น

"ปล่อยฉัน" เธอบอกด้วยเสียงนิ่งๆ

"ไม่ปล่อย"

หญิงสาวไขว้มือทั้งสองตรงหน้าแล้วเตรียมใช้พลังจากผลฮานะ ฮานะเพื่อหักคอชายที่ถือวิสาสะมากอดไหล่เธอ

"โดสเฟลอร์.." แต่ชายหนุ่มเร็วกว่า เขาแช่แข็งตั้งแต่หัวไหล่ของเธอลงไปจนถึงปลายนิ้วเรียวยาวทั้งสิบนิ้วตั้งแต่ที่เธอยังพูดชื่อท่าไม่จบ

"เอาหล่ะ ไปกันได้แล้ว" เขาพูดสบายๆแล้วเริ่มออกเดิน โดยมือข้างซ้ายยังคงโอบไหล่หญิงสาวเอาไว้ ทำให้เธอต้องเดินตามอย่างช่วยไม่ไดั

"อะ .. อาโอคิยิ! อย่าทำแบบนี้สิ ละลายน้ำแข็งเดี๋ยวนี้นะ" หญิงสาวโวยวาย

"ป่าสงบดีเนอะ" เขาหันไปมองรอบๆแล้วทำหัวทวนลม

"นี่!!" โรบินเรียกคนข้างๆพลางเอาหัวไหล่ไปชนเขา หวังให้เขาหันมาสนใจเธอแทน'ป่าแสนสงบ'บ้านั่น

"เฮ้ เดี๋ยวแขนก็หักกันพอดี"

"นายก็อย่าทำแบบนี้สิ"

"เอ..จะว่าไป แขนหักกับขาขาด ก็เข้ากันดีนะ" เขาพูดต่ออย่างเอาแต่ใจ คำตอบของเขาทำให้โรบินถอนหายใจแล้วยอมเดินตามไปอย่างเงียบๆ เธอเหนื่อยที่ต้องทะเลาะกับเขาแล้ว

"เอาหน่า ถ้าเธอแขนหักฉันจะดูแลเธอเอง .. เหมือนตอนที่ฉันขาขาดไง" อยู่ๆคุซันก็พูดขึ้นมาทำลายความเงียบ แต่คำพูดของเขาทำให้หญิงสาวหน้าซีด

"นายรู้?"

"อืม รู้หมดเลยว่าเธอทำอะไรกับร่างกายฉันบ้าง" เขาหันมามองเธอแล้วยิ้มเจ้าเล่ห์

"ฉะ ฉันป่าวนะ" หญิงสาวปฏิเสธเสียงสั่น เธอไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้นแหล่ะ!

"ออ .. ที่เธอขยำมันก็เรียกว่าไม่ได้ทำงั้นเหรอ"

"ไม่ได้ขยำสักหน่อย!"

"บีบเหรอ?"

"ไม่ใช่!!"

"ลูบคลำ?"

"หยุดนะ!!"

"สัมผัส?"

"พอเหอะหน่า!!!" หญิงสาวหันหน้าไปทางอื่นด้วยความอับอาย ถึงเธอจะเคย grab ของแฟรงกี้มาแล้วก็เถอะ แต่นั่นก็แค่มือที่งอกออกมา ไม่ใช่มือจริงๆสองข้างนี้สักหน่อย

ให้ตายเถอะ ถ้าแขนของเธอไม่กลายเป็นน้ำแข็งนะ .. เธอต้องหักคอเขาไปแล้วแน่ๆ ดูแต่ละคำที่เขาใช้สิ!! น่าเกลียดเป็นบ้า เหมือนว่าเธอโรคจิตจ้องจะจับของลับของเขาให้ได้ตลอดเวลางั้นแหล่ะ! ฮึ่ยย!!

คุซันมองหญิงสาวที่หันหน้าหนีไปทางอื่นแล้วกระตุกยิ้มมุมปากขึ้น การแกล้งผู้หญิงที่ชื่อนิโค โรบินสนุกกว่าที่เขาคิดเอาไว้เยอะเลย

ขณะที่โรบินหันหน้าหนีไปทางอื่น หางตาของเธอดันพบกับผู้ชายคนนึงจากกองทัพปฏิวัติ เขากำลังยืนหันหลังอยู่ข้างต้นไม้ใหญ่ แย่แล้ว.. ถ้าเขาหันมาเจอเธอกับคุซันหล่ะก็ เป็นเรื่องแน่ๆ

"ทางไปหมู่บ้านต้องเดินไปทางนั้น" หญิงสาวพูดเสียงเรียบๆ แล้วเดินนำชายหนุ่มไป แต่นั่นยิ่งทำให้คนข้างๆสงสัย เขาหันไปมองทางด้านที่เธอพึ่งหันหน้ากลับมา แล้วก็เจอผู้ชายคนนึงยืนอยู่ตรงนั้น

"นั่นชาวบ้านหนิ"คุซันเอ่ยขึ้น

โรบินชะงักแล้วหันไปมองตาม "อืม ดูไม่ค่อยน่าไว้ใจเลย รีบไปกันเถอะ"

"ก็ดูปกติดีหนิ เธออยากรีบๆส่งฉันให้ชาวบ้านไม่ใช่เหรอ? ทำไมไม่ส่งให้ผู้ชายคนนี้หล่ะ?"

".. ก็ ดูยังไงหมอนั่นก็เหมือนคนไม่ดี" โรบินแย้งขึ้นมั่วๆ

"จริงเหรอ? หรือว่า..." คุซันเว้นจังหวะเอาไว้ทำให้หญิงสาวหายใจได้ไม่ทั่วท้อง เธอกลัวเขาจะจับได้ว่าที่เกาะนี้มีพวกคณะปฏิวัติซ่อนตัวอยู่

"เธออยากอยู่ใกล้ฉันนานๆ เลยไม่อยากรีบส่งฉันให้ใครใช่มั้ยหล่ะ"

โรบินถอนหายใจอย่างโล่งอก "ไม่ใช่"

"ไม่งั้นเธอก็คงเป็นห่วงฉันมากๆเลยอ่ะดิ กลัวฉันไปอยู่กับคนไม่ดี"

"อยากคิดอะไรก็คิดไป"

ทั้งคู่ยังคงเดินเคียงข้างกันเป็นเวลาเกือบชั่วโมงเพราะโรบินพาคุซันเดินอ้อมที่พักของคณะปฏิวัติทำให้ใช้เวลานานกว่าที่ควรจะเป็น

เท้าของหญิงสาวหยุดลงเมื่อมาถึงที่หมาย เธอไม่ได้เดินเข้าไปในหมู่บ้านแต่ยืนนิ่งอยู่ตรงปากทางเข้า

"ขอความช่วยเหลือเองนะ ฉันมีธุระ ต้องไปแล้ว"

"เดี๋ยวก่อน รอฉันตรงนี้" คุซันบอกแล้วเดินหายไปโดยไม่ลืมที่จะแช่แข็งเท้าของหญิงสาวให้ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นรอคอยเขากลับมา

โรบินยืนนิ่งด้วยความเซ็งที่คนตัวใหญ่เอาแต่ใจขนาดนี้ แต่เนื่องจากเธอไม่สามารถทำอะไรได้ หญิงสาวจึงได้แต่จำใจยืนอยู่ตรงนั้น

"รอนานมั้ย ไปกันเถอะ" คุซันบอกเมื่อเดินกลับมาถึง

"ไปไหน ฉันบอกแล้วไงว่ามีธุระ"

"ช่างมันหัวธุระมันเถอะหน่า"

อาโอคิยิคลายน้ำแข็งที่เท้าของหญิงสาวออกแล้วพาเธอเดินไปหยุดอยู่ที่หน้าบ้านหลังหนึ่ง

โรบินมองบ้านหลังนั้นด้วยความงุนงงแล้วหันไปมองคนข้างๆอย่างต้องการคำตอบว่าเขาพาเธอมาที่นี่ทำไม

"ฉันจะพักรักษาตัวที่นี่" ชายหนุ่มเอ่ยขึ้น

"แล้วบอกฉันทำไม?" หญิงสาวถาม

"เข้ามาสิ"

"ไม่เป็นไร" หญิงสาวตอบอย่างระแวงชายตรงหน้า เธอยังไม่ไว้ใจเขาหรอกนะ

"จะกลับไปละลายแขนเองรึไง ฉันทำให้ง่ายกว่าตั้งเยอะ"

"ก็รีบๆทำซะทีสิ"

"เข้ามาในบ้านก่อน"

"งั้นก็ไม่เป็นไร จากกันตรงนี้แหล่ะ ขอให้ไม่เจอกันอีกนะ"

หญิงสาวพูดแล้วรีบเดินหนีชายหนุ่ม แต่เขาเดินไปขวางหน้าเธอเอาไว้

"หลบไป" นิโค โรบินพูด

"ก็เดินไปสิ ใครห้าม" เขาตอบ

โรบินมองชายตรงหน้าแล้วเดินหลีกไปทางซ้ายแต่เขาก็ขยับซ้ายตามเพื่อขวางเธอเอาไว้ อาโอคิยิมองไปทางอื่นแล้วผิวปากอย่างอารมณ์ดี

"อาโอคิยิ!" นิโค โรบินขึ้นเสียงใส่ชายตรงหน้าแต่เขายังคงทำไม่รู้ไม่ชี้ หญิงสาวหมดความอดทน เธอยกเท้าขึ้นมาเพื่อที่จะเตะชายตรงหน้าแต่เขาจับข้อเท้าเล็กนั้นเอาไว้แล้วลากหญิงสาวเข้าไปในบ้าน

นิโค โรบินถึงกับหน้าเหวอ เธอไม่คิดว่าเขาจะใช้วิธีนี้กับเธอ ถ้าเธอล้มหัวฟาดพื้นขึ้นมาจะทำยังไง ! แต่เมื่อคิดได้ว่าไม่ว่าจะบ่นอะไรไป ชายตรงหน้าก็คงไม่สนใจอยู่แล้ว หญิงสาวจึงเลือกที่จะปิดปากเงียบแล้วกระโดดขาเดียวตามชายร่างสูงไปอย่างไม่มีทางเลือก

เมื่อทั้งคู่เดินเข้ามาในบ้าน คุซันจับหญิงสาวให้นั่งลงบนโซฟาที่ทำจากหนังสีดำสนิท

"ดื่มน้ำหน่อยมั้ย?"

"ไม่เป็นไร รีบละลายน้ำแข็งให้ฉันได้แล้ว"

"รอแปปนะ เดี๋ยวไปเอามาให้"

หญิงสาวมองตามแผ่นหลังของชายหนุ่มไปอย่างเหนื่อยหน่าย หลายครั้งที่เธอตั้งคำถามกับตัวเองว่า 'เขาทำแบบนี้ไปทำไม?' แต่หญิงสาวก็หาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ทุกที มันไม่เห็นมีเหตุผลอะไรที่เขาจะต้องยื้อเธอไว้แบบนี้เลย

ชายหนุ่มเดินกลับมาที่ห้องรับแขกพร้อมน้ำเปล่าเย็นๆ 1 แก้ว เขายอมปลดน้ำแข็งที่แขนของเธอเพื่อให้เธอรับแก้วน้ำไปดื่มได้

"นายทำแบบนี้ทำไม?" หญิงสาวถามหลังจากรับแก้วน้ำแล้ววางมันลงบนโต๊ะ

"ทำอะไร?"

"คนอย่างนายไม่ใช่คนที่จะมายุ่งกับผู้หญิงแบบฉันสักหน่อย หรือจะมาจับตัวฉัน?"

"หึ จับเธอมันง่ายกว่าสิ่งที่ฉันกำลังจะทำอีก" อาโอคิยิตอบ เขาสามารถฆ่าเธอได้ง่ายๆ หรือจะแช่แข็งเธอแล้วจับเป็นไปให้รัฐบาลโลกก็ยังง่ายกว่าการจีบเธอซะอีก คนแบบเขาจีบใครเป็นที่ไหน

"ทำ ? นายคิดจะทำอะไร?"

"เปล่าหนิ" เขาบอกพลางยักไหล่แล้วเดินกลับไปในห้องครัวอีกครั้ง

ความจริงที่เขาให้เธอดื่มน้ำเพราะอยากให้เธอลุกไปเข้าห้องน้ำแค่นั้นแหล่ะ การเดินทางที่ใช้เวลานานๆ ถ้าได้ดื่มน้ำเข้าไปอีก เป็นใคร ใครก็ต้องปวดเข้าห้องน้ำกันทั้งนั้น เขาจะใช้จังหวะที่เธอไม่อยู่ค้นกระเป๋าเธอสักหน่อย

เขาสงสัยมาตั้งนานแล้ว ตอนที่เขายังอยู่ในเต็นท์แล้วนิโค โรบินเดินไปเอาอาหารจากหมู่บ้านมาให้เขา ผู้หญิงคนนั้นใช้เวลาแปปเดียวในการเดินไปและเดินกลับ แต่ทำไมตอนที่เธอพาเขามากลับใช้เวลาร่วมชั่วโมงในการเดินทางมาอย่างเดียว มันก็คิดได้อย่างเดียวว่า ผู้หญิงคนนี้ไปหยิบข้าวปั้นมาจากที่อื่นที่ไม่ใช่หมู่บ้าน แถมที่นั้นยังเป็นสถานที่ที่เธอไม่ยอมให้เขารู้อีกซะด้วย แล้วตอนที่เจอผู้ชายคนนึงกลางทาง ตอนนั้นหญิงสาวมีพิรุธสุดๆ ตอนนี้เขาต้องหาคำตอบให้ได้ว่าเธอมาทำอะไรบนเกาะนี้กันแน่

ทุกๆอย่างเป็นไปตามที่อาโอคิยิคิด โรบินลุกออกจากโซฟาแล้วเดินตรงไปยังห้องน้ำ ชายหนุ่มเห็นดังนั้นจึงค่อยๆย่องไปที่ห้องรับแขกแล้วเริ่มลื้อกระเป๋าเป้ของเธอทันที ในนั้นอาจจะมีคำตอบให้กับเขา

ชายหนุ่มมองแผนที่ใบนึงที่ถูกม้วนอยู่ในกระเป๋าของหญิงสาว แล้วทุกๆอย่างก็ชัดเจนเมื่อเขากางมันออกมา ที่ตั้งของคณะปฏิวัติ!

'นิโค โรบินมาอยู่กับกองทัพปฏิวัติงั้นสินะ .. ยัยตัวอันตรายแบบเธอกับกองทัพปฏิวัติมาร่วมมือกัน ถ้ารัฐบาลโลกรู้คงจะเกิดเรื่องใหญ่น่าดู'

เมื่อชายหนุ่มได้คำตอบ เขาจึงรีบม้วนแผนที่เก็บใส่กระเป๋าของเธอแล้วเดินกลับไปที่ห้องครัวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่นานนักประตูห้องน้ำก็เปิดออกมาจากหญิงสาวด้านใน เธอเดินกลับไปที่ห้องรับแขกอีกรอบ

'แล้วนี่ฉันจะรอเขาทำไมเนี้ย แขนก็ใช้ได้แล้ว รีบหนีสิโรบิน' เมื่อหญิงสาวคิดได้ก็หยิบกระเป๋าขึ้นสะพายแล้วเดินไปที่ประตู แต่ชายเจ้าของบ้านเดินกลับมาซะก่อน หญิงสาวอดโทษตัวเองไม่ได้ว่าทำไมไม่คิดหนีให้เร็วกว่านี้

"จะรีบไปไหน? นิโค โรบิน"

"ก็ฉันไม่มีธุระอะไรกับนายแล้วหนิ จะอยู่ทำไม"

"แล้วเธอพักที่ไหน?"

โรบินค่อยๆปั้นยิ้มที่มุมปาก "ทำไมโจรสลัดแบบฉันต้องบอกที่อยู่ให้ทหารเรืออย่างนายรู้ด้วยหล่ะ?"

อาโอคิยิยิ้มมุมปากเมื่อได้ฟังคำตอบของหญิงสาวตรงหน้า แสดงละครเก่งเหลือเกินนะ นิโค โรบิน

"หึ ก็แค่สงสัย หมู่บ้านนี้เล็กจะตาย มีไม่กี่หลังคาเรือนเอง ไม่เห็นมีที่ไหนที่เหมือนว่าจะเป็นที่พักของเธอได้เลย หรืออย่าบอกฉันนะ ว่าเธอกางเต็นท์นอนในป่าน่ะ" ชายหนุ่มหยุดพูดแล้วทำท่าครุ่นคิดก่อนจะพูดต่อ "แต่จากประสบการณ์ของฉัน..ต้องอาศัยในเต็นท์ที่เธอสร้างตั้ง 5 วันก็เกินทน"

โรบินเงียบ.. ภายใต้ใบหน้ายิ้มของเธอซ่อนความกังวลใจเอาไว้ .. หญิงสาวเริ่มจนมุม ทำไมเขาต้องมาสงสัยในเรื่องที่เธอพยายามจะปกปิดกันด้วย?

"ว่าไงหล่ะ?" คุซันถามย้ำ แอบขำกับท่าทางของหญิงสาวในใจ เธอจะรู้ตัวมั้ยว่าตอนนี้เธอแสดงความกังวลออกมาชัดเจนขนาดไหน

"อย่างที่บอกไป ฉันไม่มีความจำเป็นอะไรที่ต้องตอบคำถามของนาย"

"ว้า แย่จัง.. งั้นเรามาแลกกันตอบคำถามคนละหนึ่งข้อมั้ยหล่ะ"

"..." หญิงสาวมองชายหนุ่มด้วยความสงสัย เธอต้องการคำอธิบายมากกว่านี้ เหมือนคุซันจะเข้าใจ เขาค่อยๆเริ่มอธิบายกติกา

"เธอสามารถถามอะไรฉันก็ได้หนึ่งข้อ ฉันจะตอบตามความเป็นจริง เธอเองก็เหมือนกัน ผู้หญิงที่มีความลับเยอะอย่างเธอจะกล้าแลกคำตอบกับฉันมั้ยหล่ะ"

โรบินสบตาชายตรงหน้า .. 'ไม่ได้ เล่นกับผู้ชายคนนี้อันตรายเกินไป' หญิงสาวคิดแล้วเอื้อมมือไปจับลูกบิดเพื่อจะเดินออกจากบ้านหลังนี้ แต่คำพูดจากปากของชายหนุ่มเป็นเหมือนคำสั่งให้เธอหันหลับมาเล่นเกมกับเขาก่อน

"ถ้าเธอไม่ตอบก็ไม่เป็นไร ฉันจะหา .. ที่อยู่ของเธอให้เจอเอง"

โรบินหันหน้ากลับมาเผชิญหน้ากับเขาอีกครั้งอย่างไม่มีทางเลือก แน่นอนว่าถ้าเธอเดินออกไป ชายหนุ่มจะต้องพบที่ซ่อนของคณะปฏิวัติและเอาไปบอกฝ่ายรัฐบาล ซึ่งคงไม่ใช่เรื่องที่ดีสำหรับฝ่ายคณะปฏิวัติแน่ ถ้าเกิดเรื่องไม่ดีกับพวกเขาขึ้นมา เธอคงจะโทษใครไม่ได้นอกจากตัวเธอเอง

"ได้ ถามมาเลย" หญิงสาวพูดขึ้น

"เธอพักที่ไหน?"

นิโค โรบินเม้มปากแน่นอย่างใช้ความคิด ถ้าคำถามของเขาจะทำร้ายเธอขนาดนี้หล่ะก็นะ ..

"เฮ้ แค่ที่พักของเธอมันตอบยากขนาดนั้นเลยเหรอ? เธอปิดบังอะไรเอาไว้อยู่น่ะ นิโค โรบิน"

ชายหนุ่มตัวสูงโน้มตัวลงให้ใบหน้าของเขาอยู่ในระดับเดียวกันกับหญิงสาว สายตาของเขาที่อยู่ห่างจากเธอไม่ถึงคืบเหมือนจะพยายามกดดันให้เธอคายความจริงออกมา ..

หญิงสาวเชิดหน้าขึ้นก่อนจะตอบคำตอบที่เธอคิดว่าดีที่สุด

"ฉันยังไม่มีที่อยู่"

อาโอคิยิมองหญิงสาวอย่างงุนงงในคำตอบของเธอ

"ไม่มีที่อยู่ก็มาอยู่กับฉันสิ" เขาเอ่ยแล้วยักไหล่

แต่โรบินมองข้ามคำชวนนั้นแล้วเริ่มพูดต่อ "ความจริงคือ .. ฉันโดนคุมะส่งตัวมาที่นี่ และกำลังหาทางกลับไปหาพวกพ้อง ฉะนั้นฉันไม่ต้องการที่อยู่บนเกาะนี้ เพราะฉันจะออกเดินทางแล้ว"

อาโอคิยิมองหญิงสาวแล้วหัวเราะออกมา ถ้าเขาไม่รู้ความจริงคงเชื่อคำพูดของเธอไปแล้ว ผู้หญิงคนนี้โกหกเก่งจนน่ากลัวจริงๆ

"อ้อ งั้นระหว่างที่เธอไปแล้ว ฉันคงต้องหาอะไรทำฆ่าเวลาสินะ .. สำรวจเกาะนี้ดีมั้ย? เฮ้ เธอมีแผนที่เกาะนี้รึเปล่า?"

หญิงสาวเม้มปากแน่นอีกครั้ง ผู้ชายคนนี้จะหาที่ซ่อนของคณะปฏิวัติให้เจอให้ได้เลยใช่มั้ย! เธอครุ่นคิดถึงทางออกที่ดีที่สุดอีกครั้ง ในที่สุดเธอก็ตัดสินใจได้

"ฉันขอเปลี่ยนคำตอบ คำตอบของฉันคือ'ที่นี่' ฉันจะพักที่นี่" หญิงสาวตอบแล้วเดินสวนชายหนุ่มเจ้าของบ้านเข้าไปในตัวบ้าน

'ในเมื่อฉันเป็นคนช่วยชีวิตนาย มันก็เป็นความรับผิดชอบของฉันที่จะต้องปกปิดที่ซ่อนของคณะปฏิวัติให้เป็นความลับต่อไป จนกว่านายจะออกไปจากเกาะนี้ ฉันจะคอยตามดูนายไม่ให้ไปวุ่นวายกับพวกนั้นเอง' หญิงสาวคิดในใจ ทันใดนั้นเธอก็นึกอะไรขึ้นมาได้ โรบินหยุดเดินแล้วหันหน้ากลับไปหาชายหนุ่มเจ้าของบ้าน

"นายพยายามทำอะไรกันแน่" หญิงสาวใช้สิทธิของตัวเองบ้าง ถึงเวลาที่เขาจะต้องจนมุมแบบที่เขาทำกับเธอแล้ว ตอบไม่ถูกหล่ะสิ! พยายามคิดข้ออ้างอยู่ใช่มั้ยหล่ะ? หึๆ

นิโค โรบินกอดอกจ้องมองคนตรงหน้าเพื่อรอฟังคำตอบของเขา

"จีบผู้หญิงที่ชื่อนิโค โรบิน.. อ้ออ! ดีใจนะที่เธอพักที่นี่น่ะ หึๆ" เขาตอบแล้วเดินหายเข้าไปในห้องนอนของตัวเอง ทิ้งหญิงสาวหน้าคมให้ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นคนเดียว ตอนนี้เธอรู้สึกเหมือนสมองไม่ทำงาน เธอไม่มั่นใจว่าเธอได้ยินถูกมั้ย หมอนั้นจะจีบเธอเนี้ยนะ? ฮะๆ นี่เธอหัวกระแทกพื้นตอนคุมะส่งมาหรือไง พลเอกของกองทัพเรือที่ชื่ออาโอคิยิจะจีบเธอเนี้ยนะ หลังจากที่ทำลายเกาะโอฮาร่า ฆ่าทุกคน และพยายามฆ่าเธองั้นเหรอ? แล้วเธอก็บอกไปว่าจะพักที่นี่กับเขาน่ะนะ?

บ้าไปแล้วนิโค โรบิน!! นี่มันฆ่าตัวตายชัดๆ..!!

 

ณ กองทัพปฏิวัติ
 

ซาโบ้นั่งเท้าคางอยู่ข้างๆแฮค นักคาราเต้มนุษย์เงือก สายตาของชายหนุ่มเหลือบมองไปยังโต๊ะถัดไปเป็นระยะๆ

'สรุปยัยนั่นเป็นอะไรกันแน่นะ? ทีคุยกับค็อฟฟี่ก็หัวเราะร่าเริงเป็นปกติหนิหน่า.. ยังไม่หายโกรธเราอีกรึไง'

"เฮ้ย ซาโบ้ สรุปว่าไง? ไปมั้ย?" แฮคพูดขึ้นแล้วโบกมือไปมาตรงหน้าซาโบ้ หวังให้ชายหนุ่มสนใจคำพูดของเขามากกว่าหญิงสาวผมสั้นโต๊ะถัดไป

"หือ ไปไหน?" เขายอมละสายตาจากหญิงสาวมามองมนุษย์เงือกข้างๆ

"โธ่ นี่นายไม่ได้ฟังที่ฉันพูดเลยใช่มั้ยเนี้ย?"

ซาโบ้พยักหน้ายอมรับแล้วหันไปมองโคอาล่าต่อ หญิงสาวกับเพื่อนของเธอเริ่มเก็บของเตรียมลุกขึ้นแล้ว

"ฉันจะพูดอีกรอบก็ได้ คืออย่างนี้นะ ... " แฮคกำลังจะอธิบายให้ชายหนุ่มฟังอีกรอบ แต่ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบประโยค ชายหนุ่มก็พูดขัดขึ้นมาก่อน

"เดี๋ยวฉันมานะ" ซาโบ้บอกแล้วรีบเดินไปหาโคอาล่าทันที ทิ้งแฮคให้นั่งหน้ามุ่ยคนเดียว

"ไอ้เจ้าบ้า! นี่นายเห็นผู้หญิงสำคัญกว่าเพื่อนใช่มั้ย!!!" แฮคตะโกนไล่หลังแต่ชายหนุ่มไม่ได้สนใจ ตอนนี้เขาสนใจแค่หญิงสาวตรงหน้าคนเดียวเท่านั้น

"โย่ว โคอาล่า ค็อฟฟี่ .. จะไปไหนกันเนี้ย?" ซาโบ้เดินเข้าไปถามอย่างยิ้มแย้ม

"ไปเดินเล่นจ้ะ มาด้วยกันมั้ยซาโบ้" ค็อฟฟี่ตอบแล้วเอ่ยปากชวนชายหนุ่ม

"ดีเลย อยากไปสูดอากาศข้างนอกพอดี" เขาบอกแล้วล็อคคอโคอาล่าเหมือนที่เคยทำปกติ "ไปด้วยนะ โคอาล่า"

แต่หญิงสาวผละออกจากชายหนุ่มแล้วหันไปบอกเพื่อนสาว "ฉันรู้สึกปวดหัวนิดหน่อยน่ะ พวกเธอไปเดินเล่นกันสองคนเถอะ ฉันอยากกลับห้องพักแล้ว"

"อ่าว แต่เมื่อกี้เธอยัง.." ค็อฟฟี่ประท้วงแต่โคอาล่าขัดขึ้นอีกครั้ง

"ไปก่อนนะ" เธอพูดแล้วรีบเดินหนีออกมา 'ท่องเอาไว้ .. ต้องเมินเขา จะได้รู้ไงหล่ะว่าเขาชอบฉันรึเปล่า' หญิงสาวย้ำกับตัวเองในใจ

"งั้นเดี๋ยวฉันไปส่ง" ซาโบ้บอกแล้วรีบเดินตามโคอาล่าไป ทิ้งให้ค็อฟฟี่ยืนมองตามแผ่นหลังของคนทั้งสองด้วยความงุนงง

"อ่าว.. แล้วฉันหล่ะ? ไหนว่าจะไปเดินเล่นกับฉันไงเจ้าพวกบ้า" หญิงสาวตะโกนขึ้นอย่างอารมณ์เสียที่ถูกเพื่อนทั้งสองทิ้งให้อยู่คนเดียว

"รักวัยรุ่นก็เป็นแบบนี้แหล่ะ ฉันหล่ะเบื่อจริงๆ" แฮคเดินมายืนข้างๆค็อฟฟี่แล้วกอดอกจ้องมองชายหญิงสองคนที่เริ่มเดินห่างออกไป

"ฉันก็เบื่อ" ค็อฟฟี่พูดแล้วพยักหน้าอย่างเห็นด้วย

 

ทางด้านโคอาล่า หญิงสาวพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะไม่หัวเราะออกมา ตอนนี้ซาโบ้ ชายหนุ่มที่เป็นถึงเบอร์ 2 ของคณะปฏิวัติกำลังพยายามง้อเธออยู่

"ทำไมต้องหลบหน้าฉันด้วยเหล่า?" ซาโบ้ถาม

"ฉันบอกว่าปวดหัว ไม่ได้หลบหน้านายสักหน่อย" หญิงสาวตอบ พยายามคุมเสียงไม่ให้สั่นจากการกลั้นหัวเราะ

"ยังโกรธฉันที่แกล้งเธอวันนั้นอีกเหรอ? ก็ขอโทษไปแล้วไง"

หญิงสาวไม่ตอบอะไร เธอสะบัดหน้าหนีไปอีกทาง ซึ่งถ้าชายหนุ่มหันไปมองคงจะเห็นว่าหญิงสาวยิ้มแป้นขนาดไหน แต่น่าเสียดายที่เขาเห็นเพียงเส้นผมสีน้ำตาลอ่อนของเธอเท่านั้น

"ขอโทษ หายโกรธเถอะนะ ฉันจะไม่ทำอีกแล้วก็ได้ สัญญาเลย" ชายหนุ่มวิ่งไปขวางหน้าหญิงสาวแล้วชูนิ้วก้อย พลางส่งสายตาปริบๆอย่างออดอ้อน ซึ่งไม่เข้ากับรูปร่างบึกบึนอย่างแรง แล้วแผลที่ใต้ตานั้นอีก .. ทำไมคนโหดๆอย่างเขาถึงกล้าทำท่าทางแบบนั้นได้

ในที่สุดหญิงสาวก็ทนไม่ไหว หลุดหัวเราะออกมา "คิกๆ นายสัญญาแล้วนะ"

"เฮ้ย!! นี่เธอแกล้งฉันเหรอ? โธ่! ไม่สัญญาหรอก"

เขาบอกแล้วแลบลิ้นให้หญิงสาว เรื่องอะไรจะเลิกแกล้งเธอหล่ะ แค่คิดว่าจะไม่ได้แกล้งหญิงสาวอีก เขาก็รู้สึกว่าชีวิตคงจะน่าเบื่อพิลึก

"ไอ้บ้า นายสัญญาแล้วนี่นา"

"ก็เธอแกล้งฉันนี่" เขาบ่น แอบโล่งอกที่หญิงสาวไม่ได้โกรธอะไรแล้ว

"ไม่ได้แกล้ง ก็แค่ .." หญิงสาวเงียบไปไม่รู้จะพูดอะไรต่อ ตอนนี้เธอมั่นใจมากๆแล้วว่าเธอชอบคนตรงหน้าขนาดไหน มีแต่เธอที่ยังไม่รู้ว่าเขาคิดยังไงกับเธอ

'โอ้ยยย!! ทำไมฉันโง่แบบนี้เนี้ย!!! คุณโรบินอุตส่าห์ช่วยฉันขนาดนี้แล้วแท้ๆ แต่ฉันดันทำทุกอย่างพังซะได้ แล้วจะทำยังไงต่อดีหล่ะเนี้ย?' หญิงสาวขมวดคิ้ว แบบนี้ก็ไม่มีทางรู้ความรู้สึกของเขาเลยแล้วหล่ะสิ

"แค่อะไร?" ชายหนุ่มถามอย่างงงๆเมื่อเห็นใบหน้าสับสนของหญิงสาว

"มะ ไม่รู้" หญิงเกาหัวตัวเองแล้วพูดต่อ "ช่างมันเถอะ" เธอปล่อยมือจากเส้นผมสีน้ำตาลของตัวเองแล้วหันไปสบตาชายตรงหน้า

'ฉันจะอยากรู้ความรู้สึกของเขาไปทำไมกันหล่ะ? แค่มีเขาอยู่ข้างๆ แล้วก็ได้เป็นเพื่อนสนิทกันแบบนี้ตลอดไปก็พอแล้วนี่' หญิงสาวส่งยิ้มกว้างให้เขาเมื่อคิดได้ ไม่ว่าจะฐานะไหน เขาก็จะอยู่ข้างๆเธอเสมอ ไม่ต้องการรู้อย่างอื่นแล้ว..

"เธอเนี้ยน้า .. โง่จริงๆ ฮ่าๆๆๆ" เขาด่าเธอพร้อมกับยกมือมาขยี้หัวหญิงสาวจนมันฟูไปหมด

หญิงสาวยกมือขึ้นมาหวังจะจัดการเขาด้วยวิชาคาราเต้มนุษย์เงือก แต่ชายหนุ่มหลบทันอย่างฉิวเฉียดแล้วรีบวิ่งหนีทันที ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะวิ่งไล่ เสียงตะโกนของแฮคก็ดังขึ้นซะก่อน

"เลิกสวีทกันได้แล้ว!! นิโค โรบินหายตัวไป ต้องการกำลังคนไปตามหา ด่วน!!"

"หา? คุณโรบินออกไปเดินเล่นรึเปล่า" หญิงสาวถามเมื่อนึกถึงโรบิน หญิงสาวคนนั้นชอบออกไปเดินสำรวจนู้นนี้อยู่เสมอ

"ไม่รู้ แต่ไม่กลับที่พักมา 2 วันแล้ว ของใช้สำคัญๆต่างๆก็ยังถูกทิ้งเอาไว้ที่ห้องพัก คาดว่าอาจจะเกิดอันตรายกับเธอ หรืออาจจะถูกลักพาตัวไป"

"แต่ไม่มีใครรู้จักที่นี่หนิ" ซาโบ้ออกความเห็น ในเมื่อไม่มีใครรู้จักที่ซ่อนของพวกเขาแล้วจะมีคนมาลักพาตัวได้ยังไง?

"ก็แค่สันนิษฐานกัน" แฮคตอบ

"อืมมม" ซาโบ้พยักหน้ารับแล้วแสดงความเห็น "วันก่อนคุณโรบินมาหาฉัน เธอขอแผนที่ของเกาะนี้แล้วถามทางไปยังหมู่บ้านในตัวเมือง มีความเป็นไปได้สูงว่าผู้หญิงคนนั้นอาจจะไปสำรวจทางตะวันตกของเกาะนี้ ซึ่งการเดินทางไปกลับอาจจะลำบาก เธอจึงขอพักอยู่กับคนพื้นเมือง"

"แต่ของมีค่ายังถูกทิ้งเอาไว้ในห้องพักนะ เสบียงอาหารและน้ำก็ไม่ได้ถูกเตรียมไป จดหมายลาสักฉบับก็ไม่มี" แฮคตอบแล้วขมวดคิ้วอย่างใช้ความคิด

"ช่างเรื่องนั้นก่อนเถอะ เอาเป็นว่าเริ่มสำรวจรอบๆเกาะก่อน ฉันจะไปดูทางทิศตะวันตกจนถึงหมู่บ้านของคนพื้นเมืองให้ ส่วนอื่นๆของเกาะนายก็แบ่งกำลังคนไปตามหาเองนะแฮค" ซาโบ้บอกพร้อมกับขยับหมวกให้เข้าที่ "ไปกันเถอะ.. โคอาล่า"

"ค่ะ" หญิงสาวทำท่าวันทยาหัตถ์แล้วออกวิ่งไปพร้อมกับซาโบ้ ถึงผู้ชายคนนี้จะดูไม่ค่อยได้ความ แต่พอถึงเวลาฉุกเฉิน เขากลับเป็นคนที่พึ่งพาได้ที่สุดคนนึงเสมอ

 

ณ เกาะ อเมซอน ลิลลี่
 

"ง่ำๆๆ" ลูฟี่หยิบเนื้อเข้าปากหลายชิ้น แต่ไม่รู้ทำไมอาหารวันนี้ดูไม่มีรสชาติเอาซะเลยเลย กินอะไรก็ไม่อร่อยไปซะหมด

'แม่ครัวของเกาะสตรีฝีมือแย่ลงนะเนี้ย' ชายหนุ่มคิดในใจแล้วหยุดกิน

"อิ่มแล้วเหรอเจ้าหมวกฟาง" สตรีคนนึงเอ่ยถาม

"อื้อ" คำตอบของเขาทำให้ทุกคนถึงกับผงะ หญิงสาวหลายคนมองมาทางชายหนุ่มอย่างงุนงง ไม่นานนักเสียงกระซิบก็ดังขึ้น

"นี่เธอ ฉันว่าต้องเป็นลูฟี่ตัวปลอมแน่เลยอ่ะ"

"นั่นสิ อย่างลูฟี่ไม่มีทางกินน้อยขนาดนี้แน่"

"แล้ววันนี้มันเกิดอะไรขึ้นเนี้ย? ทำไมลูฟี่ไม่เอาตะเกียบยัดใส่จมูก?!"

ลูฟี่หันไปมองรอบๆกาย รู้สึกเบื่อทุกๆอย่างยังไงไม่รู้ ชายหนุ่มตัดสินใจวิ่งออกไปหาที่นั่งเงียบๆคนเดียว

 

'นี่ สำหรับผู้หญิงน่ะ จูบแรกเป็นเรื่องสำคัญมากเลยรู้มั้ย ฉันไม่รู้หรอกนะว่าเรื่องมันเป็นมายังไง แต่พยายามนึกแล้วไปขอโทษท่านเฮบิฮิเมะเถอะ เมื่อกี้เธอร้องไห้ด้วยนะ' คำพูดของมากาเร็ตวนเวียนอยู่ในหัวของลูฟี่ .. จูบเหรอ? จูบคืออะไรเขายังไม่มั่นใจเลย แล้วเขาจะจูบแฮนค็อกได้ยังไงหล่ะ?

ลูฟี่เอามือขยี้หัว ไม่รู้หล่ะ! ยังไงวันนี้ก็ต้องไปเคลียร์กับแฮนค็อกให้ได้เลย

ชายหนุ่มใช้พลังจากผลโกมุ โกมุยืดแขนไปคว้าหลังคาบ้านแล้วส่งตัวเองลอยเข้าไปในปราสาท ซึ่งจุดที่ชายหนุ่มทะลุหลังคาเข้าไปตรงกับ ..

.. ห้องอาบน้ำของจักรพรรดินี!!

เฮบิฮิเมะหันไปมองตามเสียงหลังคาที่พังลงมา ชายหนุ่มที่เธอหลงไหลตกลงมาจากด้านบนนั้น หญิงสาวยิ้มให้ตัวเองอย่างสมเพช เธอคงเพ้อถึงเขาอีกแล้ว

'หยุดคิดถึงเขาได้แล้วหน่า นี่เราเพ้อถึงขนาดเห็นภาพหลอนตอนเจอกับเขาครั้งแรกเชียวเหรอ?'

ลูฟี่หันไปมองทางแฮนค็อก แล้วตะโกนขึ้นด้วยความดีใจ

"เฮ้! แฮนม็อก!! ฉันหาเธออยู่พอดีเลย"

แฮนค็อกหน้าแดงก่ำ ขนาดเป็นแค่ภาพหลอนยังทำให้เธอใจเต้นแรงได้ขนาดนี้เชียวหรือเนี้ย? "ตื่นได้แล้วแฮนค็อก .. ผู้ชายคนนั้นจำจูบแรกของเธอไม่ได้ด้วยซ้ำ" หญิงสาวพึมพำกับตัวเองเบาๆ พอนึกถึงเหตุการณ์ที่ชายหนุ่มปฏิเสธเรื่องจูบของเธอ ใจหญิงสาวก็เหมือนจะหยุดเต้นไปซะดื้อๆ

"ห๊าา เธอพูดอะไรนะ ฉันไม่ได้ยินเลย" ลูฟี่ตะโกนแล้ววิ่งฝ่าน้ำในบ่อไปใกล้ๆหญิงสาว

"อย่าลืมสิ เราต้องตัดใจจากเขาให้ได้! พรุ่งนี้เราจะไล่เขาออกจากเกาะนี้.. จะได้ไม่ต้องเห็นหน้าผู้ชายคนนั้นอีก แค่ภาพหลอนของเขา เราก็จะต้านทานไม่ไหวแล้ว" หญิงสาวพูดกับตัวเองแล้วควักน้ำในบ่อขึ้นมาล้างหน้า เผื่อว่าเธอจะเลิกฟุ้งซ่านสักที

"เอ๋ ทำอะไรของเธอน่ะ" ชายหนุ่มเอียงคอถาม

"ทำไมเจ้าถึงทำให้เราเจ็บปวดขนาดนี้ลูฟี่" หญิงสาวถามคนที่เธอคิดว่าเป็นภาพหลอนอย่างตัดพ้อ

"ฉันทำให้เธอเจ็บปวดเหรอ เพราะเรื่องจูบอะไรนั้นใช่ปะ ขอโทษละกัน" ชายหนุ่มขอโทษออกมาอย่างจริงใจ เขาไม่อยากแบกความรู้สึกผิดเอาไว้อีกแล้ว ความรู้สึกผิดทำให้เขากินอาหารได้ไม่อร่อยเลย นี่เป็นปัญหาใหญ่จริงๆ!

"ขอโทษแล้วมันทำให้เจ้าจำจูบแรกของเราได้มั้ยหล่ะ?"

"อ่า.. ความจริงจูบคืออะไรฉันยังไม่รู้เลย" ลูฟี่พูดแล้วหัวเราะออกมาขำๆ แต่หญิงสาวไม่ตลกด้วย เธอกำหมัดแน่นด้วยความโมโห

"จูบก็คือการเอาริมฝีปากมาประกบกันยังไงหล่ะ!! เหมือนที่เจ้าทำกับเราวันนั้น" หญิงสาวเริ่มขึ้นเสียง

"แล้วจูบแรกมันสำคัญขนาดเลยเหรอ?" ชายหนุ่มเอียงคอถามอย่างสงสัยอีกครั้ง

"สำคัญสิ!! ผู้หญิงทุกคนต่างก็วาดฝันว่าจะมีจูบแรกที่แสนวิเศษทั้งนั้นแหล่ะ แต่เจ้าทำมันพังไปแล้ว! เจ้ามันบ้าที่สุด" หญิงสาวตะโกนใส่คนตรงหน้าแล้วหันหลังหนี ไม่อาบน้ำมันแล้ว เธอไม่มีอารมณ์จะทำอะไรทั้งนั้นแหล่ะถ้าภาพของผู้ชายคนนั้นยังตามมาหลอกหลอนเธออยู่แบบนี้

คำพูดของผู้หญิงที่ชื่อโบอา แฮนค็อกทำให้ลูฟี่ชะงัก 'นี่ฉันทำลายความฝันของคนอื่นอย่างนั้นเหรอเนี้ย'

ลูฟี่มองตามสัญลักษณ์ของทาสที่ปรากฎอยู่บนแผ่นหลังขาวด้วยความรู้สึกผิด ถ้ามีคนมาทำลายความฝันของเขาที่จะได้เป็นจ้าวแห่งโจรสลัด เขาคงโกรธมากแน่ๆ ถ้าชีวิตนี้ไม่ได้เดินตามความฝันแล้วหล่ะก็.. เขาก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะเกิดมาทำไมเหมือนกัน

ชายหนุ่มตัดสินใจยืดแขนออกไปจับข้อมือของหญิงสาวแล้วดึงเธอกลับมา เขาใช้มืออีกข้างโอบกอดเธอเอาไว้

"ขอโทษนะ ฉันรู้ว่านี่ไม่ใช่จูบแรก แล้วก็ไม่รู้ว่ามันพอจะเรียกว่าแสนวิเศษได้บ้างมั้ย แต่.. ฉันหวังว่ามันพอจะชดใช้ได้นะ"

เมื่อพูดจบ ลูฟี่ก็เขย่งตัวขึ้นประกบริมฝีปากของตนเองลงบนริมฝีปากของหญิงสาว แฮนค็อกรู้สึกหมดเรี่ยวแรงจากสัมผัสที่ได้รับ เธอรู้สึกเข่าอ่อนจนต้องเอามือโอบรอบคอชายหนุ่มเอาไว้เพื่อไม่ให้ตนเองทรุดลงไป

'เดี๋ยวก่อนนะ เราจับคอภาพหลอนได้ด้วยเหรอ? ..'

'แล้วจูบหล่ะ ? คนเราจูบกับภาพหลอนได้มั้ย..'

'เอ๋!!!!!'

เมื่อหญิงสาวเริ่มประมวลผลทุกอย่างได้ หน้าของหญิงสาวก็ขึ้นสีอย่างห้ามไม่ได้

"ละ .. ลู ลูฟี่" เมื่อเขาถอนริมฝีปากของตัวเองออกจากจักรพรรดินี เธอก็ค่อยๆพึมพำออกมา

"อา .. เป็นไงมั่งอ่ะ แบบนี้เรียกว่าจูบได้รึเปล่า" เขาถาม ได้แต่คาดหวังว่ามันพอจะชดใช้ให้เธอได้

"จะ เจ้า .. เจ้าชอบตอนจูบกับเรามั้ย?" หญิงสาวถามอย่างมีความหวัง เพราะเธอคิดมาเสมอว่าจูบของเธอมันห่วยจนเขาจำไม่ได้ ตอนนี้เขาคงจำได้แล้วใช่มั้ย เขาจะชอบมันรึเปล่า? เธออยากรู้เหลือเกินว่าเขาคิดยังไงกับมัน

"จูบเมื่อกี้อ่ะเหรอ? ก็รู้สึกดีกว่าที่คิดนะ แต่ฉันชอบจูบกับเนื้อมากกว่าอ่ะ" ชายหนุ่มตอบตามความเป็นจริง มันก็รู้สึกดีนะตอนที่ได้สัมผัสกับริมฝีปากนุ่มๆของหญิงสาว

คำตอบของเขาทำให้โบอา แฮนค็อกหน้าแดง เธอค่อยๆย่อตัวลงไปใต้น้ำเพื่อซ่อนอาการเขินอาย

"เอ้อ!! แบบนี้เธอก็ไม่โกรธฉันแล้วใช่มั้ย?" ลูฟี่ถามพลางยิ้มกว้าง แฮนค็อกพยักหน้ารับช้าๆ

"ดีจังเลย!!!" ลูฟี่ตะโกนขึ้นแล้ววิ่งเข้าไปหาหญิงพลางกอดเธอเอาไว้ "ขอบใจนะ แฮนม็อก"

'ละ ลูฟี่.. กอดเราด้วย'

'เดี๋ยวก่อนนะ!!! นี่เราไม่ได้ใส่เสื้อผ้าเลยไม่ใช่เหรอ'

'อ้ายยยยย!!! กอดกับลูฟี่โดยที่เราไม่ได้ใส่เสื้อผ้าอย่างนั้นเหรอ!!!'

'ละ .. ลูฟี๊~'

ลูฟี่ผละออกมาจากหญิงสาว แล้วรอยยิ้มของเขาก็ค่อยๆหุบลง

"เอ๊ะ .. เย้ยย!! นี่เธอเป็นอะไรน่ะ!! ไอ้หย่า!! อย่าตายนะแฮนม็อก!!"

อยู่ๆหญิงสาวในอ้อมแขนก็สลบไปซะดื้อๆ เขาเขย่าตัวเธอแล้วรีบช้อนร่างของเธอพาไปหาคนอื่นในวัง

"ช่วยด้วย!! แฮนม็อกเป็นอะไรไปก็ไม่รู้!!!!!" เสียงตะโกนของเขาสร้างความตกใจให้กับสาวใช้ในวัง

"ท่านเฮบิฮิเมะ!"

ร่างของโบอา แฮนค็อกถูกวางลงบนที่นอนกว้างโดยมีเหล่าสตรีมากมายคอยดูอาการอยู่ข้างๆ ส่วนลูฟี่โดนไล่ออกไปยืนรอนอกห้องนอนของหญิงสาว

หลังจากยายเนียวตรวจอาการของจักรพรรดินีเสร็จ เธอก็ค่อยๆเดินออกมาจากห้องนอนของหญิงสาวช้าๆ

"นี่ยาย! สรุปแฮนม็อกเขาเป็นอะไรไปน่ะ?" ลูฟี่ถามอย่างเป็นห่วง

"อ้อ ไม่มีอะไรหรอก โรคนี้นะ เขาเรียกว่า.."

"เรียกว่าอะไรเหล่า!" ลูฟี่เร่งเมื่อเห็นยายเนียวเอาแต่นิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ไม่ยอมตอบคำถามของเขาสักที

"เขินทะลุขีดจำกัดหน่ะ สงสัยเฮบิฮิเมะคงจะมีความสุขเกินไปหน่อย" หญิงชราบอกยิ้มๆแล้วเดินจากไป ทิ้งให้ชายหนุ่มยืนงงกับโรคใหม่ที่เพิ่งเคยเจอ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

130 ความคิดเห็น

  1. #104 Shirata-chan (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 เมษายน 2559 / 22:33
    ลูฟี่ นายความรู้สึกช้าไปนะเออ>\\\<
    #104
    0
  2. #81 oงค์xญิงง่วงuou (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2557 / 19:59
    น่ารักกกกกกกกกกก.............น่ารักสุดๆ กรี๊ดดดดด
    #81
    0
  3. #78 InwBring (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2557 / 15:47
    น่ารักทั้งสามคู่เล้ยยยย~//ขยำ? บีบ? ลูบคลำ? สัมผัส? ฮาๆๆๆตอนนี้สุดเลย >..<
    #78
    0
  4. #76 `ThUnGPanGG (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2557 / 15:11
    อึกก! น่ารักเกินน ><
    #76
    0