[One piece fiction] the new age

ตอนที่ 6 : Chapter 5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,299
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    15 พ.ค. 57

ณ เกาะ อเมซอน ลิลลี่

 

 จักรพรรดินีเดินตามหาตัวลูฟี่ทั่วทั้งอณาจักรแต่ก็ไม่มีวี่แววว่าจะเจอ นั่นยิ่งทำให้เธอทั้งห่วงทั้งหวงเขา หลังจากเดินไปมาทั่วหมู่บ้านจนเหนื่อย เธอก็นึกขึ้นได้ว่าลูฟี่ชอบทะเล  บางทีเขาอาจจะอยู่ที่ที่มีทะเลก็ได้

 มากาเร็ตและลูฟี่กำลังนั่งคุยกันอยู่บริเวณหน้าผา เบื้องล่างเป็นทะเลใหญ่ เสียงคลื่นกระทบชายหาดดังมาเป็นระยะๆ

"ลูฟี่ เชื่อมั้ย ฉันไม่เคยออกไปจากเกาะนี้เลย"

"เชื่อสิ ก็เธอไม่เคยเห็นผู้ชายเลยหนิ แล้วเธอไม่เคยคิดอยากจะออกไปผจญภัยบ้างเหรอ?"

"ก็อยากนะ แต่.. ฉันยังไม่เข้มแข็งพอที่จะเป็นลูกเรือของท่านเฮบิฮิเมะ"

"ฮ่าๆ ก็เป็นกัปตันเองเลยสิ!"

มากาเร็ตหันไปมองหน้าลูฟี่ ก่อนจะหลุดขำออกมา "ฉันแค่อยากผจญภัย แล้วก็รับใช้ท่านเฮบิฮิเมะน่ะ ไม่ได้อยากเป็นกัปตันโจรสลัดหรอก"

"งั้นเราก็ไม่ใช่คู่แข่งกันอ่ะดิ ฮิฮิ"

"อืออ" 'แต่เป็นคู่ชีวิตได้มั้ย?.. -///-' มากาเร็ตคิดในใจแล้วก็หน้าแดงขึ้น

"ไม่สบายเหรอมากาเร็ต หน้าแดงเชียว"

"ปะ ป่าว"

 หลังพุ่มไม้ที่ทั้งสองคนกำลังนั่งคุยกันอยู่ แฮนค็อกแอบนั่งมองทั้งคู่จากตรงนั้นมาสักพักแล้ว ถึงแม้เธอจะไม่ได้ยินเรื่องที่พวกเขาคุยกัน แต่ที่ชัดเจนเลยคือภาพที่มากาเร็ตหน้าแดงไปถึงหูค่อยๆก้มหน้าลง และลูฟี่ก็ยื่นหน้าเข้าไปหาเธอใกล้ๆ ภาพตรงหน้านั้นทำให้ความอดทนของเธอขาดลงทันที ไม่ได้นะ!!! เธอไม่ยอมเด็ดขาด ริมฝีปากของผู้ชายคนนั้นต้องเป็นของเธอคนเดียวเท่านั้น!!!

 แฮนค็อกลุกออกจากที่ซ่อนเดินเข้าไปหาคนทั้งคู่ทันที แต่เมื่อไปถึง สายตาที่ลูฟี่มองมากลับทำให้ความเดือดดาลในใจของหญิงสาวหายไปอย่างสิ้นเชิง

"อ่าว แฮนม็อก มาทำไรที่นี่เนี้ย" ลูฟี่เอ่ยทัก

"อะ.. เอ่อ เราทำอาหารเอาไว้ให้น่ะ มีเนื้อที่เจ้าชอบด้วยนะ"

"จริงเหรออ เนื้อ!!" แล้วลูฟี่ก็วิ่งกลับเข้าไปในหมู่บ้านทันที ทิ้งไว้ให้คนสองคนอยู่ด้วยกันลำพัง

"ท่านเฮบิฮิเมะ.."

"เจ้าชื่อมากาเร็ตสินะ"

"ค่ะ"

"เจ้าชอบลูฟี่รึเปล่า?"

"คะ?.. คือ.."

แฮนค็อกกัดปากตัวเอง ก่อนชิงพูดขึ้นก่อน "ฟังนะ เราไม่สนหรอกว่าเจ้าจะชอบลูฟี่รึเปล่า แต่อย่ามายุ่งกับลูฟี่อีก!"

"พูดอะไรของเธอน่ะ แฮนม็อก" ลูฟี่นึกขึ้นได้ว่าตัวเองลืมชวนมากาเร็ตไปกินเนื้อด้วยกัน เขาจึงวิ่งกลับมา และได้ยินบทสนทนาทั้งหมด

"ฉันกับมากาเร็ตน่ะ เราเป็นเพื่อนกัน เธอไม่มีสิทธิมาห้ามไม่ให้ฉันเจอเพื่อนหรอกนะ"

".. ลูฟี่"

"เอ้า มากาเร็ต ไปกินเนื้อกันเถอะ"

"สิทธิน่ะ ก็เจ้าจูบเราไปหนิ!!"

 ทั้งมากาเร็ตและลูฟี่ต่างก็เงียบแล้วหันไปมองแฮนค็อก ลูฟี่จ้องหน้าเธอสักพักนึงโดยไม่ได้พูดอะไร ก่อนจะหัวเราะออกมา

"เธอพูดอะไรน่ะ ตลกจัง ฮ่าๆ ฉันเนี้ยนะจูบเธอ"

".. นี่ เจ้าจำไม่ได้เหรอ..? ลูฟี่" แฮนค็อกรู้สึกเหมือนมีค้อนใหญ่ๆทุบลงมาที่หัว นี่มันอะไรกัน! จูบของเธอมันห่วยซะจนเขาจำไม่ได้เลยงั้นเหรอ ทั้งๆที่นั่นน่ะ จูบแรกของเธอแท้ๆ! หรือจูบแรกของเธอที่ตั้งใจจะเก็บไว้ให้ชายคนรักมันไม่มีค่าเลย.. ทั้งๆที่มันออกจะสำคัญต่อเธอมากขนาดนั้น..

"หา จำอะไร?" ลูฟี่เอียงคอถาม ถึงแม้ท่าทางของเขาจะน่ารักยังไง แต่ตอนนี้โลกของเธอกำลังแตกสลาย เธอไม่มีอารมณ์มาชมความน่ารักของเขาหรอกนะ

 แฮนค็อกไม่คิดจะตอบอะไรอีก เธอรู้สึกเจ็บเหลือเกิน รู้สึกว่าจะเป็นโรคอะไรนะ.. ที่ยายเนียวเคยบอก อกหักรึเปล่า

 ช่างมันเถอะ เธอไม่ได้อยากรู้จักชื่อโรคนั้นสักหน่อย เธออยากหายไปจากตรงนี้มากกว่า เธอผิดเองที่ไปชอบคนที่ไม่รู้จักคำว่ารักแบบเขา!

 น้ำตาของเธอไหลออกมา เธอรีบก้มหน้าก่อนจะวิ่งสวนคนทั้งสองออกไปทันที

"อ้าว เฮ้ แฮนม็อก ไม่ไปกินเนื้อด้วยกันเหรอ แปลกจังเลยน้า เป็นอะไรของเขา"

"ลูฟี่.. นายจูบกับท่านเฮบิฮิเมะไปแล้วเหรอ?" มากาเร็ตถามเสียงสั่น

"หา ไม่เห็นจะจำได้เลย"

 มากาเร็ตรู้สึกเข่าอ่อน เธอเข้าใจสถานการณ์ตรงหน้าดีเลยหล่ะ คู่แข่งของเธอคือท่านเฮบิฮิเมะที่เธอไม่มีทางสู้ได้ ผู้หญิงคนนั้นเพอร์เฟคกว่าเธอทุกด้าน อีกอย่าง เธอจะไม่ทรยศต่ออณาจักรนี้หรอกนะ ถ้าท่านเฮบิฮิเมะชอบลูฟี่ เธอก็จะถอย

"นี่ สำหรับผู้หญิงน่ะ จูบแรกเป็นเรื่องสำคัญมากเลยนะรู้มั้ย ฉันไม่รู้หรอกว่าเรื่องมันเป็นมายังไง แต่พยายามนึกแล้วไปขอโทษท่านเฮบิฮิเมะเถอะ เมื่อกี้เธอร้องไห้ด้วยนะ"

"หา ร้องไห้ด้วยเหรอ? เพราะฉันน่ะนะ"

"อือ ฉันพึ่งนึกขึ้นได้น่ะว่ามีธุระ นายไปกินเนื้อก่อนเถอะนะ ^^ ถ้าเสร็จธุระจะรีบตามไป"

"เอ๋? โอเคๆ เจอกันนะมากาเร็ต"

"จ้า" มากาเร็ตส่งยิ้มให้ลูฟี่ แล้วรีบเดินออกมาจากจุดนั้น ความเศร้าที่เกาะกินหัวใจส่งผลให้น้ำตาไหลออกมา เมื่อเธอทิ้งระยะห่างเอาไว้มากพอที่เขาจะไม่เห็นเธอแล้ว หญิงสาวก็ทรุดตัวลงพิงต้นไม้ใหญ่ อย่าไปยุ่งกับลูฟี่อีก ... เขาเป็นของท่านเฮบิฮิเมะ

ลูฟี่ไม่รู้ตัวเลยว่า วันนี้ตัวเองทำให้ผู้หญิงต้องเสียน้ำตาถึงสองคน

 

ณ เรือดำน้ำของกลุ่มโจรสลัด heart

 
 

 หญิงสาวผมสีดำสนิทลืมตาขึ้นมาช้าๆ เธอพบว่าเธออยู่ในห้องที่ไม่คุ้นเคย ที่นี่เป็นห้องเล็กๆคล้ายห้องในโรงพยาบาล หลังจากสำรวจรอบๆห้องเสร็จ เธอก็หันมามองร่างกายตัวเองด้วยความงุนงง ก่อนจะพบว่ามีสายอะไรไม่รู้มากมายเจาะเข้ามาในตัวเธอ .. สายน้ำเกลืองั้นเหรอ? หญิงสาวขมวดคิ้ว นี่มันเกะกะและไร้สาระชะมัด เธอดึงมันออก เลือดสีแดงสดค่อยๆไหลออกมาจากแผลแต่มันก็ไม่ได้ทำให้หญิงสาวสนใจแต่อย่างใด เธอลุกขึ้นออกจากเตียง อยากจะออกจากห้องที่มีแต่กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อนี่ไวๆ เธอไม่ค่อยชอบโรงพยาบาลตั้งแต่เด็ก เธอรู้สึกว่ามันเป็นสถานที่ที่มีแต่คนอ่อนแอ

 เมื่อเท้าทั้งสองข้างของหญิงสาวแตะพื้น เธอก็ทรุดลงไปข้างเตียงทันที เธอรู้สึกไม่มีแรง แม้กระทั่งจะยืนเฉยๆเธอยังทำไม่ได้เลย นี่มันเกิดอะไรขึ้นกัน?

 

 ประตูห้องถูกเปิดออกเบาๆโดยคุณหมอเจ้าของเคส เมื่อเห็นสภาพคนไข้ก็หัวเราะออกมาเย้ยๆกับความดื้อของคนตรงหน้า

 หญิงสาวหันไปมองผู้มาใหม่ เธอพยายามยันตัวเองให้ลุกขึ้นโดยเกาะโครงเตียงเอาไว้ แต่คุณหมอได้เดินมาข้างๆเธอก่อนจะอุ้มหญิงสาวขึ้นมาแล้ววางลงบนเตียงอีกครั้งนึง

"ฉันเข้าใจเหตุผลที่เธอต้องการเป็นผู้ชายแล้ว"  ทราฟาลก้า ลอว์บอกหญิงสาว .. ครอคโคไดล์เบิกตากว้าง .. นี่อย่าบอกนะว่าเขารู้ว่าเธอเป็นใคร

"..เหตุผลอะไร?" เธอพยายามคุมเสียงตัวเองให้นิ่งๆ ไม่แสดงอาการแตกตื่นให้ชายหนุ่มเห็น

"อย่าบอกนะว่าเธอไม่รู้?"

"หือ?" เธอเริ่มงงแล้ว มันมีอะไรมากกว่านี้งั้นเหรอ?

"เธอน่ะ เป็นโรค.. โรคอะไรดีหล่ะ เกิดมาฉันก็ไม่เคยเจอมาก่อนเหมือนกัน"

"... โรค?"

"อืม เธอเป็นโรคที่เกิดจากโครโมโซม X ผิดปกติน่ะ ปกติผู้ชายจะมีโครโมโซม XY ใช่มั้ยละ ผู้หญิงจะมี XX ทำให้ผู้ชายมีสิทธิเป็นโรคมากกว่าผู้หญิง อย่างโรคตาบอดสี .. ถ้าผู้ชายได้Xที่เป็นโรคไปแค่โครโมโซมเดียว ก็จะเป็นโรคเลยเพราะมี X แค่ตัวเดียว แต่ผู้หญิงเป็น XX แล้วโรคตาบอดสีเป็นโรคในกลุ่มยีนด้อย ผู้หญิงมี X สองตัว ได้ X ที่เป็นโรคไปแค่ตัวเดียวก็ยังไม่มีอาการ แค่เป็นพาหะ จริงมั้ย?"

"..." ครอคโคไดล์เงียบด้วยความงุนงง นี่เขาต้องการจะบอกอะไรเธอกันแน่

" แต่โรคที่เธอเป็น .. ถึงมันจะเป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติในโครโมโซม X เหมือนกันก็เถอะ แต่มันต่างกันโดยสิ้นเชิง โรคนี้จะแสดงอาการเมื่อมี X ที่เป็นโรค 2 ตัวเท่านั้น นั่นหมายความว่าถ้าเธอเป็นผู้ชาย เธอจะมี X ที่เป็นโรคตัวเดียว ทำให้เธอรอด .. แต่การที่เธอเป็นผู้หญิง แล้วดันมี X ที่เป็นโรคนี้ถึงสองตัว ทำให้มันแสดงอาการออกมา"

"... อาการอะไร?" เธอถาม เริ่มหวาดกลัวว่าการเป็นผู้หญิง.. นอกจากที่เธอกังวลว่ามันจะแค่ทำให้เธออ่อนแอ .. มันอาจจะทำให้เธอถึงตาย!

"ไม่รู้.. ไม่เคยเจอโรคแบบนี้มาก่อน แต่เมื่อ 3 วันก่อน เธอมีภาวะเกล็ดเลือดต่ำ ทำให้เลือดไหลออกทางปากและจมูก แต่ว่าเราให้เกล็ดเลือดเธอแล้ว ถ้ามีอาการอะไรเกิดขึ้นอีกก็คงได้แต่รักษาตามอาการเท่านั้น"

"บ้าน่า 3 วัน? นี่ฉันนอนอยู่ในห้องนี้ตั้ง 3 วัน!? .. แล้วทำไม แต่ก่อนฉันถึงไม่เป็นหล่ะ ทำไมถึงพึ่งมาเป็นโรคบ้าๆตอนนี้?"

"ตอนแรกอาจจะยังไม่มีอาการ อาจจะแค่อ่อนแอกว่าคนทั่วไป ส่วนอาการอื่นๆมักจะเริ่มเกิดขึ้นหลังอายุ 40 เธออายุเท่าไหร่แล้วหล่ะ? หน้าตาเธอยังเหมือนไม่ถึง 30 ด้วยซ้ำ"

ครอคโคไดล์กลืนน้ำลายลงคอ .. แน่หล่ะ 44 แล้ว!

"ส่วน.. เอ่อ เลือดที่ออกระหว่างขา.. คือ .. ประจำเดือนเธอมาน่ะ" ครอคโคไดล์ขมวดคิ้วเข้มหลังจากที่ฟังจบ .. นี่มัน ..!!! น่าอายที่สุดในชีวิต!!!!

"น่าแปลกนะ ผู้หญิงอายุ 40 กว่าๆ แล้วยังมีประจำเดือนเนี้ย เหมือนกับว่า มันโดนหยุดเอาไว้ยังไงยังงั้น"

... ถูกหยุดเอาไว้ตอนที่เธอเป็นผู้ชายงั้นเหรอ.. อย่างงี้เธอก็ต้องมานั่งมีประจำเดือนจนแก่ตายเลยรึไง!

"..." ครอคโคไดล์ไม่ตอบอะไร ความหวังที่จะมีชีวิตอยู่เริ่มริบหรี่ลงทุกที เธอรู้สึกท้อกับการใช้ชีวิตเหลือเกิน แต่ก่อนเธออยากจะครอบครองอาวุธโบราณพลูตัน และยึดอณาจักรอลาบาสต้า แต่ตอนนี้เธอแค่อยากมีชีวิตต่อ อยากจะอยู่ต่ออย่างแข็งแกร่ง ถ้าต้องอยู่อย่างคนอ่อนแอใกล้ตายแบบนี้ก็ฆ่าเธอซะเถอะ เธอไม่อยากอยู่ต่อไปอีกแล้ว

 ชายหนุ่มหมวกขาวมองหญิงสาวตรงหน้า เธอดูเหมือนคนที่อายุยังไม่เกิน 30 จริงๆนั่นแหล่ะ หน้าตาของเธอยังดูงดงามอยู่เลย เขามองเธออย่างเข้าใจความรู้สึก.. ความรู้สึกของคนที่กำลังจะตาย ตอนนี้กำลังใจเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด

"นี่.. ถ้าเธอเป็นผู้ชายได้ เธอก็จะหายนะ"

".. ทำยังไงให้เป็นผู้ชายหล่ะ?" เธอถาม เงยหน้าไปมองเขา ดวงตามีเริ่มมีน้ำใสๆคลอ แต่หญิงสาวกลั้นมันไว้ไม่ยอมให้มันไหลลงมา

"ฉันบอกตรงๆว่าไม่รู้ .. แต่ฉันจะหาทางช่วยเธอเอง" เสียงนุ่มทุ้มบอกอย่างจริงใจ และนั่นทำให้น้ำตาของหญิงสาวไหลออกมาอย่างห้ามไม่ได้ เธอเจ็บใจเหลือเหลือเกิน ทำไมพระเจ้าไม่ให้เธอเกิดมาเป็นคนแข็งแกร่งบ้าง เธอโผเข้ากอดเขาอย่างคนต้องการที่พึ่ง เพราะตอนนี้ชีวิตเธอไม่เหลืออะไรอีกต่อไปแล้ว

 ทราฟาลก้า ลอว์หน้าแดงขึ้นเล็กน้อย .. คนอย่างเขาไม่เคยใกล้ชิดกับผู้หญิงเท่านี้มาก่อน เขาไม่รู้ว่าต้องทำยังไงจริงๆ

 มือที่สลักคำว่า death เอาไว้ห้านิ้วค่อยๆเอื้อมไปแตะหลังเธอแล้วลูบเบาๆอย่างเงอะงะ เขาไม่เคยทำอะไรแบบนี้จริงๆ ไม่รู้ว่ามันจะทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นบ้างรึเปล่า

  เวลาผ่านไปสักพัก หญิงสาวเริ่มหยุดร้องไห้ เธอเงยหน้ามองเขาก่อนจะรีบเช็ดน้ำตาตัวเองออก

"อืม ขอบใจนะ" เธอบอกก่อนหันหน้าหนี นี่มันน่าอายเป็นบ้า ร้องไห้ซบอกผู้ชายเนี้ยะนะ!!

"อืม" ชายหนุ่มตอบก่อนจะเดินออกไปจากห้อง เขาจะไปเอาข้าวต้มมาให้หญิงสาวกิน หลับไปตั้งสามวัน.. คงจะหิวแย่

"ดะ.. เดี๋ยวก่อน!" เสียงใสๆที่ดังขึ้นทำให้เจ้าตัวหยุดเดิน แต่ยังไม่ทันที่จะหันไป เจ้าของเสียงก็พูดต่อ

"ถ้าแกบอกใครเรื่องที่ฉัน .. เอ่อ ร้องไห้หล่ะก็ .. แกไม่ได้ตายดีแน่!" คำขู่นั้นทำให้มุมปากของทราฟาลก้า ลอว์กระตุกยิ้มขึ้น ผู้หญิงที่อ่อนแอใกล้ตายแบบเธอแต่ยังปากดีได้แบบนี้.. มันน่าจูบสั่งสอนจริงๆ

 

ณ เกาะ คุไรกาน่า

 

 ชายหนุ่มเจ้าของฉายาตาเหยี่ยวพึ่งกลับมาถึงปราสาท หลังจากเข้าร่วมประชุมกับพวกรัฐบาลเสร็จ ระหว่างทางเดินกลับเข้าปราสาท สายตาของเขาได้สะดุดเข้ากับสีชมพู .. มันคงไม่เด่นเท่าไหร่ถ้าสีชมพูนั้นอยู่ที่เกาะอื่น ไม่ใช่เกาะที่มีแต่โทนสีเทาแบบคุไรกาน่า

 ชายตาเหยี่ยวไม่ได้สงสัยว่าสีชมพูนั้นคืออะไร มันแน่อยู่แล้วว่าสีชมพูเดียวที่มีในเกาะนี้คือสีผมของเพโรน่า แต่ที่เขาสงสัยคือเธอมานั่งทำอะไรตรงนี้? หวังว่าคงจะไม่ทำอะไรแผลงๆหรอกนะ เขาเดินไปยืนใกล้ๆและแอบมองว่าเธอทำไรอยู่

 มิฮอร์คเบิกตากว้าง เมื่อพบว่าหญิงสาวกำลังนั่งกอดเข่าน้ำตาไหลอาบแก้มอยู่คนเดียว .. นี่เกิดอะไรขึ้นกันแน่!! หรือว่าลูกศิษของเขาสองคนแกล้งอะไรเธอ?

 โกสต์ล่องหนหลายตัวที่กำลังนั่งมองดูเด็กสาวร้องไห้ได้เงยหน้าขึ้นมาพบมิฮอร์ค มันรีบบอกเพโรน่าทันที ใบหน้าเปื้อนน้ำตาค่อยๆหันไปมองคนพึ่งมา เธอเช็ดมันออกช้าๆ แล้วพยายามยิ้มให้เขา

"กลับมาแล้วเหรอ หวะ..หวัดดี" น้ำเสียงของเธอยังคงสั่นเล็กน้อย

"อะ.. อืม" เขาพยักหน้ารับ "มาทำอะไรที่นี่คนเดียว?"

เพโรน่าเงียบ .. จะให้ตอบว่ามาร้องไห้ก็คงดูแปลกๆ

"เป็นอะไร ร้องไห้ทำไม?" เขาถามเธอแล้วค่อยๆย่อตัวลงข้างๆ ความจริงเขาปลอบคนอื่นไม่ค่อยเก่งหรอกนะ แต่จะให้ทิ้งผู้หญิงที่กำลังร้องไห้คนเดียวเอาไว้ในป่าก็ดูเลวร้ายเกินไป

"ฉัน.. บางทีก็อยากตาย.. ฮือออ" น้ำตาของหญิงสาวไหลลงมาอีกครั้ง เธอเริ่มพูดต่อพลางสะอื้นไปด้วย "ท่านโมเลียตายไปแล้ว .. ฮึก ฉันไม่สนหรอกนะ คนอย่างหมอนั่น ตะ.. แต่.. ถ้าไม่มีโมเลีย.. ก็ไม่มีคุมาชี่อีกแล้ว ไม่มีวันได้เจออีกแล้ว นอกจากคุมาชี่.. ก็ไม่มีใครต้องการฉันอีกเลย ฉะ.. ฉันก็เลย ไม่รู้จะอยู่ไปทำไม" เสียงของหญิงสาวแผ่วลงตรงท้ายประโยค

"..." มิฮอร์คเข้าใจความรู้สึกของเธอ นั่นสินะ เขาเองก็ไม่เหลือใครแล้วเหมือนกัน ตั้งแต่วันนั้น .. วันที่เธอคนนั้นจากเขาไป แล้วเขาจะยังมีชีวิตอยู่ต่อไปทำไมหล่ะ? รีบๆให้โซโลก้าวข้ามเขาไปไม่ดีกว่าเหรอ?

"มาตายด้วยกันมั้ยหล่ะ?" มิฮอร์คถาม ดวงตานิ่งเรียบดังน้ำทะเลลึก หญิงสาวหันไปมองหน้าเขา เริ่มกลัวคนตรงหน้า ลึกๆเธอก็ยังอยากมีชีวิตอยู่ต่อนะ!! แค่ไม่อยากเหงาต่างหากหล่ะ!

"นายอย่าเอาฉันไปด้วยเลยนะ ฮือๆ เดี๋ยวฉันจะฝังไวน์ไว้ข้างๆนายเอง จะไม่ยอมให้มีคนมาขโมยไปดื่มเด็ดขาด อย่าเอาฉันไปด้วยเลย" เธอพนมมือบอกเขาด้วยความกลัว

 มิฮอร์คหลุดขำขึ้นมา ให้ตายเถอะ! เด็กคนนี้ "วันหลังถ้ายังไม่อยากตายก็อย่าพูดอะไรแบบนั้นอีกสิ ความตายไม่ใช่เรื่องล้อเล่นนะ" เขาบอกเหมือนกำลังสั่งสอนเด็ก จากนั้นก็ยืนขึ้นยืนพลางยื่นมือไปตรงหน้าหญิงสาว

"อื้อ" เพโรน่าพยักหน้ารับ แล้วจับมือเขาเพื่อให้ตัวเองลุกขึ้นตาม "ขอบใจ" เธอบอกแล้วปล่อยมือออก 'ผู้ชายคนนี้ ความจริงเป็นคนที่อบอุ่นดีจัง ..' เธอคิดในใจ

"กลับกัน" เขาพูดแล้วเดินนำเธอไป ในใจยังคงอดสงสารเธอไม่ได้ เพโรน่าไม่ได้อยากอยู่บนเกาะนี้แต่ออกไปจากเกาะก็ไม่มีเพื่อน แถมตัวเองยังมีค่าหัวติดตัวอยู่อีกต่างหาก จะไปได้ไกลสักแค่ไหนกัน?

 ทันใดนั้นเขาก็คิดอะไรได้ 'พายัยนี่ไปเที่ยวนอกเกาะดีมั้ย' แต่ความคิดนั้นทำให้เขาชะงัก ไปกันสองคนคงไม่เหมาะ หรือว่า .. พาไอ้พวกลูกศิษสองคนนั้นไปด้วยดี? เอาตามนี้ละกัน เขาไม่อยากเห็นเธอแอบมาร้องไห้คนเดียวอีก

 .. เดี๋ยวก่อนนะ!! แล้วทำไมนักดาบที่เก่งที่สุดในโลกอย่างเขาต้องมานั่งดูแลเด็กสามคนด้วยวะเนี้ย!! อุดมคติที่แกจะไม่ยอมสนิทกับคนอื่นง่ายๆมันหายไปไหนหมดวะมิฮอร์ค!!

 เมื่อเดินมาถึงปราสาท เขาพบว่าทาชิงิกับโซโลกำลังนั่งอยู่ที่โซฟาในห้องรับแขก เมื่อเขาเปิดประตูเข้าไปทาชิงิก็ทำหน้าเครียดแล้วพูดขึ้นทันที

"คุณมิฮอร์คคะ แย่แล้วค่ะ! เพโรน่าหาย.." ทาชิงิกำลังจะบอกเจ้าของปราสาทว่าเพโรน่าหายไปไหนไม่รู้ เธอรู้ว่าเพโรน่าคงจะเหงามากแต่ด้วยการซ้อมดาบทั้งวันทำให้เธอไม่มีเวลาจะคุยกับหญิงสาวผมสีชมพูเท่าไหร่ ตอนที่เพโรน่าหายไปเธอเป็นห่วงมาก รีบสั่งให้โซโลช่วยกันตามหาทั่วบริเวณปราสาท แต่ก็ไม่มีวี่แวว

 ปากของทาชิงิปิดสนิทลงทันทีเมื่อเห็นคนที่เดินตามหลังมิฮอร์คเข้ามา

"ก็บอกแล้วไงว่าเดี๋ยวยัยนั่นก็กลับมาเอง" โซโลพูดด้วยสีหน้าเบื่อๆ

ทาชิงิไม่สนใจคนข้างๆ เธอรีบวิ่งผ่านมิฮอร์คเข้าไปจับมือเพโรน่าทันที "ไปไหนมาคะคุณเพโรน่า ตามหาทั่วปราสาทก็ไม่เจอ ฉันเป็นห่วงคุณแทบแย่แหน่ะ" เพโรน่ามองคนตรงหน้าด้วยสายตางงๆ ในใจรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก .. มีคนเป็นห่วงเธอด้วย

เพโรน่ายิ้มกว้างออกมาแล้วตอบ  "ไป เดินเล่นมานิดหน่อยน่ะ ขอโทษนะ"

"ค่ะ ไปกินข้าวเย็นกันเถอะ ฉันเตรียมอาหารไว้ให้ทุกคนแล้ว ทาชิงิจูงมือเพโรน่าเดินไปที่ห้องอาหาร แต่มิฮอร์คเรียกทุกคนเอาไว้ก่อน

"เดี๋ยว ศุกร์นี้ฉันมีธุระที่เกาะอื่นนิดหน่อย มีใครจะไปมั้ย?" เขาพูดขึ้นลอยๆ พยายามถามให้เนียนที่สุด

"เกาะอื่นเหรอ?" เพโรน่าตาเป็นประกาย เธออยากจะไปเดินเล่นข้างนอกบ้าง

"ก็ดีนะคะ ของสดหมดพอดี" ทาชิงิพูดต่อ

"ไม่ไปอ่ะ น่าเบื่อ ฉันขอนอนอยู่นี่ละกัน" โซโลพูดแล้วอ้าปากหาว

"ใครว่านายจะได้นอนอยู่เฉยๆล่ะ" ทาชิงิยิ้มเย็นๆแล้วพูดต่อ "ฝากทำความสะอาดปราสาทด้วย ไหนๆนายก็ว่างแล้วหนิ"

"เรื่องอะไรเล่ายัยบ้า!"

"มาอยู่บ้านคนอื่นก็ทำตัวให้เป็นประโยชน์บ้างสิคะ!"

"ไม่ทำหรอก"

"นี่!!"

"ฉันว่าจะแวะร้านดาบสักหน่อย ไม่มาด้วยกันเหรอโซโล?" มิฮอร์คถามเพื่อตัดปัญหา เขาไม่อยากจะกลายเป็นเหมือนพวกเสี่ยอ้วนพุงพลุ้ยที่มีผู้หญิงสองคนขนาบข้างกายหรอกนะ

"หือ? ก็ได้" โซโลตอบรับง่ายๆ

 ทาชิงิมองโซโลด้วยสายตาเซ็งๆก่อนจะเดินไปที่ห้องกินข้าว แอบรู้สึกเสียดายที่เกือบจะมีคนทำความสะอาดปราสาทแทนเธอแล้วแท้ๆ อย่างงี้งานทั้งหมดเธอก็ต้องทำคนเดียวสินะ ก็มาอาศัยอยู่บ้านเขานี่นา

 โซโลมองใบหน้าบูดบึ้งของทาชิงิ สุดท้ายแล้วเขาจึงพูดลอยๆขึ้นมาโดยไม่ได้หันไปมองเธอ "กลับมาจะช่วยถูพื้นให้ละกัน"

 

ณ กองทัพปฏิวัติ

 

 วันนี้นิโค โรบินตื่นสายกว่าทุกวัน เพราะเมื่อคืนกว่าเธอจะจัดการทุกอย่างให้อาโอคิยิเสร็จ เวลาก็ได้ล่วงเลยไปจนเกือบเที่ยงคืนแล้ว

 เธอบิดตัวเล็กน้อยก่อนจะลุกขึ้นไปทำกิจวัตรประจำวัน ในใจก็แอบเป็นห่วงคนที่ต้องนอนในป่า ไม่รู้ว่าจะมีตัวอะไรโผล่ออกมาตอนกลางคืนบ้างรึเปล่า ป่านนี้อาจจะถูกเสือจับกินไปแล้วก็ได้

 โรบินตัดสินใจว่าจะไปเยี่ยมคนในป่าสักหน่อย อย่างน้อย เธอก็ควรจะดูแลเขาจนกว่าเขาจะอาการดีขึ้น

 ขณะที่โรบินเดินออกมาจากห้องพัก โคอาล่าก็เดินผ่านมาพอดี

"สวัสดีค่ะ คุณโรบิน"

"สวัสดีจ้ะ เธอคือ?"

"โคอาล่าค่ะ คุณโรบินจะไปไหนคะเนี้ย?" โคอาล่าถามแล้วยิ้มให้คนตรงหน้า

"ไปเดินเล่นน่ะ อยู่เบื่อๆไม่มีอะไรทำมาตั้งหลายวันแล้ว"

"งั้นฉันไปด้วยได้มั้ยคะ?"

"ได้สิจ้ะ" โรบินบอกแล้วพาโคอาล่าเดินไปทางอื่น เธอจะให้โคอาล่าเห็นอาโอคิยิไม่ได้ เดี๋ยวจะกลายเป็นเรื่องใหญ่

"เอ้อ โคอาล่าจัง ที่ที่เราอยู่กันตอนนี้ไม่มีใครรู้เลยเหรอ ว่าเป็นที่ซ่อนของคณะปฏิวัติน่ะ"

"ก็มีบ้างนะคะ แต่คนพวกนั้นเป็นพันธมิตรของเราน่ะค่ะ"

"ออ จ้ะ แล้วที่นี่เป็นเกาะของพวกเราโดยเฉพาะเลยเหรอ?"

"ป่าวค่ะ เราเป็นฐานทัพเล็กๆตั้งอยู่ในป่า ใช้ชาวพื้นเมืองในตัวเมืองช่วยบังหน้า พวกชาวเมืองเคยถูกเผ่ามังกรฟ้าอลาวาดใส่น่ะค่ะ แต่คุณดราก้อนไปช่วยเอาไว้ พวกเขารู้สึกขอบคุณเลยช่วยเก็บที่ซ่อนของเราเป็นความลับ เวลาคนของรัฐบาลมาตรวจสอบเลยไม่เจอพวกเราค่ะ"

"ออ เข้าใจแล้วจ่ะ"

 โคอาล่าอธิบายอะไรอีกหลายๆอย่าง แต่โรบินไม่ได้ใส่ใจมันเท่าไหร่ ตอนนี้เธอต้องหาทางพาอาโอคิยิไปส่งในตัวเมืองให้เร็วที่สุด ถ้าไปถึงที่นั่นได้ เมื่อเขาตื่นมา.. เขาก็จะรู้แค่ว่าที่นี่เป็นเกาะที่ไม่มีอะไรอยู่เลยนอกจากชาวพื้นเมืองเท่านั้น

"คุณโรบินคะ"

"หือ? ว่าไงจ้ะ?"

"ถ้าฉันพูดอะไรงี่เง่าๆ จะได้มั้ยคะ?"

"เอ๋?"

"คือ ความจริงที่ฉันออกมาเดินเล่นเพราะฉันมีเรื่องไม่สบายใจนิดหน่อยค่ะ .. แต่ความจริงมันก็เป็นแค่เรื่องงี่เง่า ไม่สำคัญเท่าไหร่หรอก"

 โรบินยิ้มให้รุ่นน้องตรงหน้า "ถ้ามันทำให้เราไม่สบายใจขนาดนั้น แล้วมันจะไม่ใช่เรื่องสำคัญได้ยังไงหล่ะจ้ะ?"

 โคอาล่ามองไอดอลของเธอ รู้สึกดีใจที่โรบินเข้าใจ นั้นสินะ ถ้ามันทำให้เธอเซ็งและไม่เป็นตัวของตัวเองขนาดนี้.. มันก็ต้องเป็นปัญหาใหญ่แน่ๆ

"งั้น ฉันระบายให้คุณฟังได้มั้ยคะ"

"แน่นอนจ้ะ"

 โคอาล่าเริ่มระบายเรื่องที่เธอโดนซาโบ้แกล้งให้คนตรงหน้าฟัง บางครั้งมันก็ทำให้เธอรู้สึกดี แต่บางทีมันก็ทำให้เธอรู้สึกน้อยใจ แต่ไม่ว่าจะแบบไหน เธอก็ทำได้แค่งอนเขานิดหน่อยก่อนจะกลับมายิ้มและหัวเราะเหมือนเดิม

"ผู้ชายแกล้งแปลว่าเขาสนใจ รู้มั้ย"

"คะ? สนใจ?"

โรบินหัวเราะน้อยๆ "บางทีเขาอาจจะแสดงออกไม่เก่ง .. ก็เลยต้องคอยหาเรื่องแกล้งเพื่อจะได้อยู่ใกล้ๆไงจ้ะ"

"หา.. ซาโบ้เนี้ยนะคะ?"

"ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันแฮะ แล้วโคอาล่าหล่ะ? เก็บเรื่องของซาโบ้มาคิดเยอะแยะขนาดนี้ ชอบเขารึเปล่า?"

"ฉันอ่ะเหรอ? -////- บ้าไปแล้วคุณโรบิน"

"ชอบเขาก็บอกมาเถอะ ฉันสัญญาว่าจะเก็บเป็นความลับ" โรบินยิ้มมุมปากแล้วยกนิ้วก้อยขึ้นมา

"ก็ .. ชอบ .. แค่นิดหน่อยเท่านั้นแหล่ะค่ะ" แล้วโคอาล่าก็ยกนิ้วก้อยของตัวเองขึ้นมาเกี่ยวตอบคนตรงหน้า

"เหลือแค่ซาโบ้สินะ.. ที่ยังไม่รู้ใจตัวเอง"

"คุณโรบินแน่ใจเหรอคะ? เอ่อ ที่ว่าเขาน่ะ .. สนใจฉัน"

"ถ้าสิ่งที่ฉันคิดมันถูกต้องละก็.. ใช่จ้ะ เขาชอบโคอาล่า"

 โคอาล่าหน้าแดงขึ้น แต่ถึงยังไงเธอก็ยังมีปัญหาในใจ .. นั้นคือ ถึงเขาจะชอบเธอ แต่เขาก็ยังไม่รู้ตัวเลยนี่นา หรือถ้ารู้เขาก็ไม่ยอมแสดงออกอยู่ดี เธอจะทำยังไงดีหล่ะ

 โรบินอ่านสีหน้าของคนตรงหน้าออก เธอจึงพูดขึ้นลอยๆ "ผู้ชายน่ะ .. ไม่ชอบเวลาที่ตัวเองถูกมองข้ามหรอกนะ ยิ่งถ้าถูกมองข้ามโดยคนที่ตัวเองชอบแล้วล่ะก็ คิกคิก ..ฉันต้องไปแล้วหล่ะ นึกขึ้นได้ว่าลืมของเอาไว้ในห้องน่ะจ้ะ ขอตัวนะ"

โคอาล่าบอกลาโรบินแล้วนึกถึงคำพูดที่หญิงสาวรุ่นพี่ทิ้งท้ายเอาไว้

"ไม่ชอบเวลาถูกมองข้ามงั้นเหรอ? ที่ผ่านมาฉันมักจะเป็นฝ่ายเข้าไปคุยด้วยตลอด แล้วถ้าฉันลองห่างๆออกมาหล่ะ? เขาจะเป็นยังไงนะ ..? ถ้าเขาชอบฉัน เขาก็ต้องไม่พอใจจริงมั้ย ถ้าเขาชอบฉันน่ะนะ" โคอาล่าพึมพำอยู่คนเดียวก่อนให้กำลังใจตัวเอง

"เอาหล่ะ เริ่มปฏิบัติการลับ ต้องรู้ให้ได้เลยว่าไอ้บ้าซาโบ้คิดยังไงกับเรา!!"
 

 ทางด้านโรบิน เมื่อเธอปลีกตัวออกมาได้ เธอก็รีบเดินไปหาคุซันทันที นี่ก็เกือบเที่ยงแล้ว ถ้าเขาตื่นขึ้นมา แผนของเธอคงพังหมดแน่ๆ

 หญิงสาวเดินมาถึงเต็นท์ของเขา ไฟที่เธอสุมเอาไว้เมื่อคืนมอดดับไปแล้ว เธอสบายใจขึ้นเล็กน้อยที่เต็นท์ยังถูกรูดซิปปิดอยู่เหมือนเดิม เขาคงยังไม่ตื่นหรอก

 หญิงสาวเดินเข้าไปใกล้ๆเต็นท์ แล้วค่อยๆรูดซิปลงช้าๆ เสียงซิปพร้อมแสงสว่างที่ส่องเข้ามาในเต็นท์ทำให้คุซันลืมตาไปมอง การไม่มีผ้าปิดตาทำให้เขานอนไม่หลับ

 สายตาของคนทั้งสองสบกัน ก่อนที่โรบินจะผงะถอยหลังไปก้าวนึงแล้วสะดุดล้มก้นกระแทกพื้น ไม่รู้ทำไมเธอถึงเสียการควบคุมทุกทีที่เจอชายคนนี้ โรบินพยายามคิดหาทางออกในใจ เขาตื่นแล้ว เธอควรจะทำยังไงต่อไปดี

"อาโอคิยิ.. นายมาที่นี่ได้ยังไง" เธอแกล้งถามเหมือนพึ่งเจอเขา เธอไม่อยากให้เขารู้ว่าคนที่ทำทุกอย่างให้เขาคือเธอ

 คุซันมองคนตรงหน้าแล้วเลิกคิ้วอย่างสงสัย เขาค่อยๆยันตัวเองเพื่อจะลุกขึ้นนั่ง แต่ก็ต้องทรุดลงไปเพราะปวดแผล

 โรบินเดินเข้าไปในเต็นท์ช้าๆ เธอช่วยพยุงเขาให้ลุกขึ้นนั่ง สายตาของเธอหันไปเจออาหารกระป๋องที่ตัวเองตั้งไว้ มันยังไม่ถูกเปิดออกเลย

"ไม่.." หญิงสาวกำลังจะถามเขาว่า 'ไม่หิวเหรอ' แต่แล้วก็ต้องหุบปากลงเมื่อนึกขึ้นได้ว่าถ้าพูดออกไปเขาก็รู้หมดพอดี

 คุซันมองหญิงสาวที่ทำท่าเหมือนกำลังจะพูดอะไรสักอย่างแล้วก็หยุดลง โรบินรีบเดินออกไปจากเต้นท์ทันที อาการของคุซันคงยังลุกไปไหนไม่ได้ เธอขอไปเตรียมตัวคิดแผนใหม่ก่อน

"เดี๋ยว" เสียงแหบๆเอ่ยขึ้นพร้อมเสียงไอกระแอ้ม เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากก่อนจะพูดต่อ "ขอน้ำหน่อย.. "

โรบินรีบเดินตามแม่น้ำไปทางฝั่งที่เป็นน้ำจืด ก่อนจะตักน้ำมาให้เขา

อาโอคิยิรับมันมาดื่มโดยมีโรบินยืนมอง "ไปโดนอะไรมาน่ะ?" เธอถาม

"นั่นสินะ .. " อาโอคิยิเลี่ยงที่จะตอบ "จะให้ฉันอดตายรึไง เอาที่เปิดฝากระป๋องที่ใช้ไม่ได้มาให้เนี้ย"

'เขารู้เหรอ? ว่าฉันเป็นคนเตรียมให้เขา' โรบินคิด แต่ไม่น่าหรอก เพราะเขาสลบอยู่นี่นาเมื่อวาน

"หืออ ฉันน่ะนะเอามาให้นาย? ผิดคนแล้วหล่ะ" เธอตอบนิ่งๆแล้วเดินไปหยิบที่เปิดกระป๋องขึ้นมาดู .. จริงด้วย มันงอจนใช้การไม่ได้แล้ว โรบินถามคนตรงหน้า "หิวรึเปล่า?"

 คุซันเริ่มเข้าใจโรบิน .. ปากแข็งจริงๆเลย ทั้งๆที่เป็นคนช่วยเขาแท้ๆ เขาพยักหน้าให้เธอช้าๆ ตอนนี้เขาหิวมาก ไม่ได้กินอะไรจะครบอาทิตย์แล้วมั้ง

"ข้างนอกป่ามีหมู่บ้าน เดี๋ยวฉันไปเอาข้าวมาให้ละกัน"

"แล้วเธอ.. มาที่นี่ได้ยังไง?" เขาถาม โรบินจึงยิ้มให้แล้วลอกคำตอบของเขา

"นั้นสินะ ฮึ"เธอยิ้มมุมปาก "รออยู่นิ่งๆหล่ะ คุณพลเอก เดี๋ยวไปเอาข้าวมาให้" เธอบอกแล้วเดินกลับไปที่คณะปฏิวัติ เธอพยายามเดินตามหาโอคาล่า แต่คนที่เธอพบกลับเป็นซาโบ้

"นี่ซาโบ้ เห็นโคอาล่ามั้ย?" เธอถาม

"หะ.. เห็นครับ แต่เธอบอกว่ายุ่งๆอยู่"

"ออ แล้วทางไปหมู่บ้านในเมืองไปยังไงเหรอ?"

"ตรงไปทางโน้นครับ เดินไปสักพักก็ถึง"

"มีแผนที่เกาะนี้มั้ยซาโบ้?"

"มีครับ เดี๋ยวไปเอาให้"

"ขอบใจมากจ้ะ"

ระหว่างนั้นโรบินก็ไปที่ห้องครัว แอบขโมยข้าวปั้นมาสัก 3 ก้อน หวังในใจว่าเขาคงไม่กินจุเหมือนลูฟี่

"รอนานมั้ยครับ คุณโรบิน"

"ไม่นานจ้ะ ขอบใจมากๆเลยนะ"

"แล้ว.. คุณโรบินจะเอาไปทำไมเหรอครับ?"

"อ่อ ฉันว่างๆน่ะ อยากเดินสำรวจรอบเกาะสักหน่อย ไปก่อนนะซาโบ้"

"ครับ"

 ซาโบ้มองใบหน้าสวยคมที่ยิ้มให้เขา แต่ไม่รู้ทำไมเขาถึงไม่รู้สึกดีใจเหมือนวันก่อนๆ วันนี้เค้ารู้สึกแย่ตั้งแต่ที่เจอโคอาล่าแล้วยัยนั่นไม่ยอมทักเขา แถมพอเขาเข้าไปแกล้งนิดๆหน่อยๆ ยัยนั่นกลับสะบัดหน้าหนี พอจะชวนไปกินข้างเที่ยงด้วยกัน ยัยนั่นก็บอกว่ายุ่งอยู่ๆ ยัยนั่นเป็นอะไรกันนะ! หงุดหงิดจริงๆ หรือว่าจะยังโกรธที่เขาไปแกล้งเธอวันนั้น นี่เขาเล่นแรงไปเหรอ .. ซาโบ้คิดหนัก เขาควรจะขอโทษเธอยังไงดี

 โรบินรับแผนที่เอาไว้แล้วรีบเก็บใส่กระเป๋า เธอเดินกลับเข้าไปในป่าอีกครั้งเพื่อเอาข้าวไปให้คนที่รออยู่

 ทางด้านคุซัน เขากำลังทบทวนเรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับผู้หญิงที่ชื่อนิโค โรบิน ไม่ว่าจะตั้งแต่ที่เจอกันครั้งแรกจนมาถึงตอนนี้ เขาก็ยังคงหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ว่าการที่เขาเชื่อเซาโรแล้วปล่อยให้เธอมีชีวิตรอดเป็นเรื่องที่ถูกหรือผิด

 สำหรับเขา โรบินเป็นคนที่เขาต้องรับผิดชอบ .. เพราะถ้าหากเธอก่อปัญหาขึ้นมา มันจะกลายเป็นความผิดของเขาทันที ดังนั้นเขาจึงต้องคอยติดตามข่าวคราวของเธออยู่ตลอด

 เขาคอยจับตามองเธอตั้งเด็กจนโต แต่เขากลับไม่รู้เลยว่า เรื่องของเธอกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเขาไปแล้ว รู้ตัวอีกทีเธอก็โตเป็นสาวแถมยังสวยอีกด้วย และเขาก็ไม่เคยรู้อีกว่าเมื่อไหร่ที่การติดตามไม่ให้เด็กคนนั้นก่อเรื่องกลายเป็นการติดตามเพราะเขาเป็นห่วงเธอ

 บางทีมันก็ถึงเวลาที่เขาต้องยอมรับความจริงแล้ว ที่เขาหวั่นไหวกับทุกการกระทำของเธอ ที่การเจอเธอทำให้เขามีความสุข .. อาการทั้งหมดมันคืออาการของคนที่ชอบใครสักอยู่

 .. และนั่นคงเป็นความผิดพลาดร้ายแรงที่สุดในชีวิตของเขา พลเอกของกองทัพเรือดันไปชอบหญิงสาวที่มีค่าหัว 80 ล้านเบรี

 แต่ตอนนี้เขาไม่ได้เป็นพลเอกแล้วหนิ .. ไม่มีหน้าที่ ไม่มียศสังกัดคอยค้ำคอ เขาเป็นแค่ชายขาขาดคนนึงที่มีพลังจากผลเยือกแข็งเท่านั้นเอง ตอนนี้เขาก็อายุจะ 50 แล้ว ผ่านครึ่งนึงของชีวิตมาแล้ว .. มันจะสายไปมั้ยถ้าเขาอยากจะลองทำตามใจของตัวเองดูบ้าง

 โรบินเดินมาถึงเต็นท์ที่อยู่ชั่วคราวของคุซัน เธอโยนข้าวปั้น3ก้อนไว้บนตักเขา แล้วรีบจัดการพูดธุระ เรื่องทุกๆอย่างจะได้จบสักที

"ฉันจะพานายไปรักษาตัวที่หมู่บ้าน ขอความช่วยเหลือจากพวกชาวบ้านเองละกัน"

 คุซันไม่ได้หันไปมองคนพูด เขาพยายามจะหยิบข้าวปั้นเข้าปาก แต่แผลที่หัวไหล่ทำให้เขาขยับแขนไม่ได้ มันปวดเหลือเกินเวลาพยายามขยับ

"ป้อนหน่อย" เขาบอกเธอ

โรบินถอนหายใจแล้วเดินไปนั่งข้างๆเขา เธอหยิบข้าวปั้นแล้วยื่นไปตรงหน้า

สายตาคมๆของคุซันจ้องมองใบหน้าของเธอตลอดเวลา แม้ว่าปากของเขากำลังกัดข้าวปั้นอยู่ก็ตาม โรบินมือสั่น ไม่รู้ทำไมเธอถึงแพ้สายตาของเขาทุกที ทั้งคู่ต่างมองตากันโดยไม่มีใครยอมหันหน้าหนี

"โตมาแล้วหน้าเหมือนแม่เลยนะ" เขาพูดหลังจากกินเสร็จ

"..."

"..."

"จะไปที่หมู่บ้านเลยมั้ย" โรบินเปลี่ยนเรื่อง
"ข
ยับไม่ไหว" เขาตอบ และนั่นทำให้โรบินถอนหายใจ ระหว่างเดินออกมาจากที่พักของคณะปฏิวัติ เธอได้ลองสำรวจแผนที่ดูคร่าวๆ .. หมูบ้านของคนพื้นเมืองต้องเดินตรงไปอีกประมาณ1ชั่วโมงได้ เขาคงไม่ไหวจริงๆนั่นแหล่ะ

 มือหนาของชายผมหยิกเอื้อมไปจับหัวของคนที่เด็กกว่าให้ซบลงบนไหล่ข้างที่ไม่เป็นแผล เขากัดฟันข่มความเจ็บปวดตอนขยับมือเอาไว้ ตอนนี้เขาไม่อยากฟังร่างกายของเขาว่ามันยังไหวรึเปล่า เขาอยากฟังหัวใจตัวเอง ว่ามันอยากให้เธอพิงไหล่มากแค่ไหน

 โรบินฝืนหัวตัวเองเอาไว้ ไม่ค่อยไว้ใจเขา แต่แรงผลักของคนตัวใหญ่ทำให้เธอแพ้

"ทำอะไร" เธอถาม โดยหัวยังคงซบอยู่บนไหล่กว้าง

"นั่นสินะ .. ฮึ" คุซันยกมุมปากขึ้น 'ทำตามใจละมั้ง'

 โรบินไม่เข้าใจในการกระทำของเขา เขาจะทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร? เธองอกมือออกไปตามลำตัวของคนป่วยก่อนจะเริ่ม .. จักจี้!

 คุซันหัวเราะและนั่นทำให้เขาต้องปล่อยมือจากหัวของเธอ บาดแผลค่อยๆเปิด ความเจ็บปวดเริ่มแผเข้ามาในความรู้สึก เลือดของเขาไหลออกมาจากปากแผล 

 โรบินหยุดการจักจี้ มองชายตรงหน้าด้วยหางตา "อีก 4 วัน ฉันจะมารับนายแล้วพาเข้าไปในหมู่บ้าน ไว้จะขนเสบียงมาให้" จากนั้นหญิงสาวก็ก้าวเท้าออกไปโดยไม่ชายตามองเขาอีกเลย เธอไม่อยากหันไปมอง เธอไม่อยากใกล้ชิดอะไรกับเขาทั้งนั้น

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

130 ความคิดเห็น

  1. #103 Shirata-chan (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 เมษายน 2559 / 22:27
    _อ้ลูฟี่!!! แกทำเจ๊เขาเสียใจนะเว้ยเฮ้ย!! แถมทำมากาเร็ตร้องไห้อีก _อ้เว_รรรรร!!!!
    #103
    0
  2. #68 Here.I.Am (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 กันยายน 2557 / 17:10
    แอบสงสารคนขายดอกไม้555555 ลอว์เหมือนจะใจป๋าซื้อให้ครอค พอเห็นราคาหน้าซีดเลย55555555
    #68
    0
  3. #44 japann (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2557 / 21:33
    อยากรู้ว่า เธอคนนั้น ของมิฮอร์คเป็นใคร -^-
    #44
    0
  4. #43 Aim (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2557 / 18:25
    อ๊ากกกกก ลูฟี่แกทำอย่างงี้กับแฮนค็อกได้ยังง๊ายยย   
    คู่โรบินคุซังน่ารักเว่ออออร์ 5555555
    สู้ๆ เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #43
    0
  5. #42 mami (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2557 / 16:34
    >///< โรบินจังง

    น่ารักมากก จักจี้ๆ
    #42
    0
  6. #41 oงค์xญิงง่วงuou (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2557 / 21:43
    โรบิน นะ..นะ...นะ....นะ.....น่ารักมากๆๆๆๆ อ๊าย อาโอคิจิยิ่งสุด ฟินมะว๊ากกกก

    พยายามเข้าน่ะ สู้ๆค่ะ
    #41
    0