[One piece fiction] the new age

ตอนที่ 5 : Chapter 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,114
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    20 พ.ค. 57

ณ อณาจักร อลาบาสต้า


 วีวี่ องค์หญิงแห่งอณาจักรอลาบาสต้าได้รับชุดคลุมสีหม่นจากอดีตหัวหน้าคณะปฏิวัติโคซ่า เธอสวมชุดคลุมนั้นก่อนจะปีนออกทางหน้าต่างไปพร้อมกับเขา จุดมุ่งหมายในการหลบหนีออกมาจากวังครั้งนี้คือการไปเยี่ยมกลุ่มเม็ดทราย แก๊งที่วีวี่เคยไปเล่นด้วยบ่อยๆตอนที่เธอยังเด็ก โดยมีโคซ่าเป็นหัวหน้ากลุ่ม

 โคซ่าโอบหญิงสาวข้างกายเอาไว้ก่อนจะพาเธอเดินไปในเส้นทางที่เป็นตลาด เพราะเส้นทางนั้นมีคนเดินกันอย่างพลุกพล่าน ถ้าทหารจะตามมาก็คงหาตัวองค์หญิงไม่เจอ

 วีวี่เตือนตัวเองในใจ ว่าที่เขาโอบเธอก็เพื่อตบตาประชาชนเฉยๆ ไม่ได้มีอะไรมากกว่านั้น แต่ยิ่งคิดหญิงสาวก็ยิ่งอมยิ้มมากขึ้น ไม่ว่าจะเหตุผลอะไร เธอก็กำลังอยู่ในอ้อมแขนอบอุ่นของเขาละนะ

 พวกเขาเดินกันไปเรื่อยๆ โดยไม่ได้พูดอะไรกัน ทันใดนั้น วีวี่ก็ได้กลิ่นอะไรบางอย่าง เหมือนกลิ่นของเนื้อติดมันที่ถูกรนด้วยไฟอ่อนๆ หอมน่ากินเหลือเกิน เธอหันไปมองหาที่มาของกลิ่น แล้วจึงพบแม่ค้าคนนึงกำลังย่างสิ่งๆนั้นอยู่

 โคช่าที่แอบมองหญิงสาวเห็นดังนั้นจึงถามขึ้น "เนื้อแดดเดียวน่ะ อยากกินเหรอ?"

 วีวี่กลืนน้ำลายลงคอก่อนจะตอบตรงข้ามกับความคิด "ปะ ป่าวว"

 โคช่าอดยิ้มให้กับท่าทางเด็กๆนั่นไม่ได้ เขาเดินไปยังร้านของแม่ค้าคนนั้นแล้วควักเงินออกมาซื้อเนื้อให้เธอ วีวี่ยิ้มอย่างดีใจ แต่ก็ยังคงบ่นให้อีกฝ่ายได้ยินเบาๆ  "ก็บอกแล้วไงว่าไม่ได้อยากกิน"  ถึงจะพูดอย่างนั้นแต่ตัวเองกลับรีบคว้าเนื้อแดดเดียวมาไว้ในมือก่อนจะลงมือชิมทันที

โคซ่าหัวเราะก่อนจะยีหัวเธอเบาๆ  "นี่น่ะเหรอไม่อยากกิน?"

"โหหห อร่อยจัง"  วีวี่บอกพลางเคี้ยวแก้มตุ่ยไม่สนใจคำพูดของชายตรงหน้า

"นี่เทอไม่เคยกินมาก่อนเหรอ?"

"อื้อ ไม่เคยอ่ะ"

"นั่นสินะ องค์หญิงอย่างเธอจะมากินของข้างทางได้ยังไงกัน"

"หยุดพูดแบบนั้นนะ ฉันก็กินได้หมดนั่นแหล่ะ"

วีวี่ทำหน้ามุ่ยเพราะคิดว่าเขาประชดเธอ เธอดีใจที่ได้เกิดมาเป็นเจ้าหญิงของอลาบาสต้า แต่เธอไม่ชอบเลยเวลาที่โดนดูถูกแบบนี้ ผิดกับโคซ่าที่ไม่ได้ตั้งใจจะดูถูกเธอซักนิด เขาคิดอย่างที่พูดจริงๆ คนอย่างเธออยู่สูงเกินไป อาหารมื้อนึงของเธอคงมีแต่อาหารดีๆมีระดับ ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองไม่คู่ควรกับเธอเอาซะเลย

 ทั้งคู่ไม่เถียงอะไรกันอีก ต่างคนต่างเดินไปเรื่อยๆเงียบๆ จนกระทั่งถึงที่ตั้งของกลุ่มเม็ดทราย โคซ่าจึงเอ่ยขึ้นมา"ตอนนี้เรามีกลุ่มเม็ดทรายรุ่นที่ 2 แล้วนะ หลังจากพวกเราแยกย้ายกันไป ก็มีเด็กๆจัดตั้งกลุ่มขึ้นมาใหม่"

"โหหห ดีจังเลย" วีวี่ยิ้ม

"เย้ แม่วีวี่มาแล้ว"

"เอ๋?"

"แม่วีวี่ แม่วีวี่"  เจ้าหญิงขมวดคิ้วงุนงง ทำไมเด็กพวกนี้ถึงเรียกเธอว่าแม่หล่ะ

"เฮ้ย โคช่ากลับมาแล้วเหรอ? เฮ้~ วีวี่ จำกันได้มั้ย"

 ผู้ชายอีกคนโผล่ออกมา เขาคือหนึ่งในกลุ่มเม็ดทรายรุ่นที่1นั่นเอง ชื่อของเขาคือเอลรอส

 ทั้งสามนั่งคุยกันเพลิน และก็ได้รู้ว่าคนอื่นๆแยกย้ายไปตามเมืองต่างๆกันเกือบหมดแล้ว พวกที่เหลือก็ไม่ได้สนิทกันเหมือนดังเก่า ระหว่างนั้นวีวี่ก็ได้ถามถึงเรื่องที่ตนสงสัย

"เออใช่ ทำไมเด็กๆพวกนั้นถึงเรียกฉันว่าแม่หล่ะ"

ก็.. โอ้ยยยยยอยู่ๆเอลรอสก็ร้องโอดครวญขึ้นมา

เป็นอะไรรึเปล่าวีวี่ถามอย่างเป็นห่วง

"ปะ..ป่าว ก็เพราะเธอคือรองหัวหน้ากลุ่มเม็ดทรายรุ่นที่หนึ่งไง เป็นผู้หญิงก็เลยเป็นแม่" เพื่อนชายคนนั้นตอบ

"โหห งี้ถ้ามีรุ่นที่3 ฉันไม่กลายเป็นยายงั้นเหรอ?"

"ใช่ แบบนั้นแหล่ะ แก่ขึ้นเรื่อยๆ ฮ่าๆๆๆ"  เอลรอสหัวเราะเสียงดัง

"แย่แล้ว! พ่อโคซ่าครับ ไอ้จังกี้มันเป็นลมไปแล้ว" เด็กผมจุกคนนึงวิ่งเขาขัดบทสนทนาของคนทั้งสามพร้อมเรียกหาโคซ่า เจ้าของชื่อจึงรีบลุกไปดูอาการของเด็กน้อยจังกี้ด้วยความเป็นห่วงทันที

 แต่สิ่งที่ทำให้วีวี่ชะงักคือสิ่งที่เด็กน้อยคนเมื่อกี้พูด ..พ่อโคซ่างั้นเหรอ? พ่อโคช่ากับแม่วีวี่? นั้นเพราะเธอและเขาเป็นหัวหน้าและรองหัวหน้าสินะ.. แต่เรียกแบบนี้มัน.. -///-

 วีวี่ค่อยๆลุกขึ้นแล้วตามไปดูอาการของเด็กคนนั้น เธอแอบมองดูอยู่หลังกำแพงใหญ่ เห็นโคซ่าอุ้มเด็กไปนอน ก่อนจะเล่นกับเด็กคนอื่นๆอย่างสนุกสนาน รอยยิ้มบางๆปรากฏขึ้นตรงมุมปากของเธอ

"แม่วีวี่มาทำอะไรตรงนี้คะ ไปนั่งข้างในกันก่อนเถอะ"

"เอ่อ ไม่เป็นจ้ะ"  วีวี่ปฏิเสธ แต่เด็กน้อยไม่สนใจ เธอจูงวีวี่เข้าไปในบ้านที่โคซ่ากำลังนั่งเล่นกับเด็กๆคนอื่นๆทันที

 วันนั้นทั้งวันเธอมีความสุขมาก รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังมีครอบครัว.. ร่วมกับโคซ่า ความคิดนั้นทำให้วีวี่หน้าแดงขึ้นอีกครั้ง เธอรีบสลัดหัวแล้วไล่ความคิดบ้าๆนี่ออกทันที

 ตกเย็นโคช่าไปส่งวีวี่ถึงทางเข้าปราสาท วีวี่ถอดผ้าคลุมออกคืนชายหนุ่ม

"ขอบใจนะ วันนี้สนุกมากๆเลยหล่ะ"

"อื้ม สนุกเหมือนกัน ว่างๆเธอก็มาอีกนะ" โคซ่าบอก ทั้งๆที่ในใจของเขารู้ดีว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายที่เธอจะมาเล่นด้วยกันเหมือนตอนเด็กๆ เธอโตแล้ว เธอเป็นเจ้าหญิง เธอต้องคอยปกป้องดูแลบ้านเมือง จะมาทำตัวไร้สาระกับเขาได้ยังไง

โคซ่ามองวีวี่ที่ยิ้มให้เขา เธอพยักหน้ารับแล้วหมุนตัวเตรียมเดินกลับเข้าปราสาท แต่ชายหนุ่มกอดเธอเอาไว้ก่อน

"ฝันดีนะ วีวี่" เสียงของโคช่าที่กระซิบข้างๆหูทำให้เธอหน้าแดง หญิงสาวหันกลับหาชายหนุ่มแต่เขาเดินจากไปแล้ว เธอจ้องมองแผ่นหลังของเขาที่ห่างออกไปเรื่อยๆ

"ฝันดีนะ โคซ่า" เธอพูดกับตัวเองเบาๆ

 เมื่อหญิงสาวเดินกลับเข้ามาในปราสาท แทนที่เธอจะพบว่าทุกคนหลับใหลกันหมดแล้ว เธอกลับพบว่าทุกคนยังนั่งเฝ้าเธออยู่ที่ห้องโถงขนาดใหญ่ หน้าตาของทุกคนบ่งบอกถึงความเครียดในบางสิ่ง

 วีวี่ค่อยๆก้าวเท้าเข้าไปข้างใน เสียงเบาๆที่กระทบกับพื้น ทำให้คนในห้องหันมามองที่เธอในทันที

"ไปไหนมาน่ะ วีวี่?" พระราชาคอบบร้าถาม ใบหน้ายังไม่คลายความเครียด ถึงแม้จะประดับไปด้วยรอยยิ้มฝืนๆก็ตาม

"ไปเยี่ยมเพื่อนสมัยก่อนค่ะ" เธอตอบ

"แล้วทำไมไม่บอกกันก่อนหล่ะ นี่ทุกคนเป็นห่วงลูกแทบแย่ ออกตามหากันทั่วเมืองเลย"

"ขอโทษค่ะ แต่หนูกลัวพ่อจะยุ่งๆอยู่เลยไม่อยากรบกวน"

"แล้วถึงกับต้องปีนหน้าต่างหนีเลยเหรอ?"

"ก็ถ้าหนูขอ พ่อจะให้มั้ยหล่ะคะ?" คำพูดจากลูกสาวทำให้คอบบร้านิ่งไป นั่นสินะ เขาผิดเอง..

"วีวี่ พ่อมีเรื่องจะคุยกับลูกเป็นการส่วนตัว"

"..."

"ตามมาสิ" คอบร้าเดินนำออกไปจากห้องโถงใหญ่ เขาเดินออกไปตามทางเดินแคบๆมืดๆ มีเพียงแสงไฟจากคบเพลิงที่ถูกจุดเอาไว้สองข้างผนังช่วยนำทาง ปลายทางของทางเดินนี้คือ ห้องดูดาว

 เมื่อเดินไปถึง คอบร้าก็ล้มตัวลงนอนกับพื้นหินแข็งๆ แล้วมองไปยังท้องฟ้ายามราตรี ห้องนี้เป็นห้องที่ไม่มีหลังคา ทำให้สามารถมองเห็นท้องฟ้าได้อย่างชัดเจน ตอนเด็กๆคอบร้ากับวีวี่ชอบมาดูดาวด้วยกันบ่อยๆ

 วีวี่มองคอบบร้าแล้วทิ้งตัวลงนอนข้างๆ เธอละสายตาจากผู้เป็นพ่อแล้วเงยหน้ามองท้องฟ้าเช่นเดียวกับเขา

"วีวี่ ตอนนี้อลาบาสต้าเริ่มแห้งแล้งอีกแล้ว.. ฝนไม่ตกมาหลายเดือนเลย"

"..."

"พ่อไม่รู้จะทำยังไงดี .. จะซื้อน้ำมาแจกจ่ายก็ไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ"

"เราสร้างโรงกลั่นน้ำทะเลได้มั้ยคะ?" หญิงสาวถาม

คอบร้ายิ้มที่มุมปาก "การกลั่นน้ำทะเลต้องเสียค่าใช้จ่ายมากกว่าการทำน้ำจืดให้บริสุทธิถึง 4 เท่า"

"งั้นเราก็เปลี่ยนน้ำเสียให้เป็นน้ำบริสุทธิ์สิคะ"

"แค่น้ำเสีย .. อณาจักรเรายังไม่ค่อยจะมีเลยลูก ตอนนี้พ่อพยายามให้พ่อของโคซ่า ลุงโตโต้น่ะ จำได้มั้ย? พ่อให้เขาช่วยขุดหาน้ำใต้ดิน ถึงจะเจอแล้วแต่มันก็แค่แห่งเดียว ไม่พอต่อทั้งอณาจักรหรอก แค่ใช้ที่ยูบาที่เดียวยังแทบจะไม่พอเลย"

"..."

"วีวี่.. ลูกรักประชาชนมั้ย?"

"ถามอะไรอย่างนั้นคะ? ก็ต้องรักสิ"

แล้วลูกชอบใครอยู่รึเปล่า?

... ป่าวค่ะ ทำไมเหรอคะ?

"มันมีทางนึง.. พ่อไม่ได้บังคับนะ"

"..."

"แต่งงานกับเจ้าชายอณาจักรข้างๆ เจ้าชายคนนั้นกับราชวงศ์คนอื่นๆนิสัยดีมากเลยนะลูก เขาต้องช่วยเหลือเราได้แน่ๆ"

หญิงสาวขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ "ถ้าเขานิสัยดี .. ทำไมไม่ช่วยเราตอนนี้เลยหล่ะคะ"

"แบบนั้น..พ่อก็คงไม่ยอมเหมือนกัน จะให้ไปขอเงินเขามาใช้เหรอลูก? การที่ลูกแต่งงานคือการที่เราได้เงินทุนมาสร้างโรงกลั่นน้ำทะเล ส่วนเขาได้อำนาจบริหารไปครึ่งนึง พ่อคงสบายใจถ้าเป็นคนพวกนั้น.. พวกเขาเป็นดี ถ้าอำนาจบริหารตกไปอยู่กับคนดีๆ พ่อคงจะตายตาหลับ"

"..."

"ยังไม่ต้องรีบตัดสินใจหรอก เดี๋ยวพ่อจะเชิญเขามาที่ประเทศของเรา ลูกจะได้มีเวลาศึกษาเขา.. ถ้าลูกไม่ชอบลูกก็มีสิทธิปฏิเสธ พ่อไม่ได้บังคับ พ่อแค่เห็นลูกโตแล้ว ถ้าลูกยังไม่มีใคร.. พ่อว่าเขาน่าจะดูแลลูกได้ดี นอกจากนั้นเขาคงจะช่วยประเทศของเราได้แน่ๆ แต่ถ้าลูกไม่ชอบก็ไม่ต้องแต่งหรอกนะ ความสุขของลูกสำคัญที่สุด.. ใช้ชีวิตตามใจตัวเองเถอะ วีวี่"

งั้น ..หนูขอลอง .. เอ่อ ศึกษากันก่อนละกันค่ะ"

"ขอบใจมากนะวีวี่ พ่อต้องขอโทษจริงๆนะ ที่ทำให้ลูกต้องมาลำบากกับเรื่องนี้ด้วย ทั้งๆที่ลูกควรจะมีความสุขแบบเด็กทั่วไปแท้ๆ"

"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ การปกป้องประเทศนี้ก็เป็นหน้าที่ของหนูเหมือนกัน"

"แล้วก็ .. ขอโทษที่ไม่ยอมให้ลูกเจอกับโคซ่านะ ลูกกับเขา.. ไม่ได้รักกันจริงๆใช่มั้ย?"

"... ปะ .. เปล่า ..ค่ะ ไม่ได้รักกัน" เธอปฏิเสธ

"ที่พ่อไม่อยากให้เจอกันเพราะไม่อยากให้ลูกกับเขาถลำลึกมากกว่าความเป็นเพื่อน ได้ยินอย่างนั้นพ่อก็สบายใจขึ้น ถ้าลูกยังไม่มีใครในใจก็ลองเปิดใจให้กับเจ้าชายคนนั้นหน่อยนะลูก ส่วนเรื่องโคซ่า พ่อขอโทษจริงๆ ลูกโตๆกันแล้ว ทำตามใจเถอะ จะเที่ยว จะทำอะไรกันก็ไปได้ แต่วันหลังอย่ากลับดึกแบบนี้นะ พ่อเป็นห่วง"

"ค่ะ" ทั้งสองละสายตาจากดวงดาวบนท้องฟ้าแล้วสบตากัน วีวี่โผกอดผู้เป็นพ่อทันที

"พ่อรักลูกที่สุดในโลกเลย"

"หนูรักพ่อที่สุดในจักรวาลค่ะ"

 

ณ เกาะคูก้า
 



 ชายหนุ่มรูปร่างแข็งแกร่งกำลังเดินเข้ามาในที่พักที่เป็นบังกะโลเล็กๆชั้นเดียวซึ่งตั้งอยู่บนเกาะคูก้า เกาะซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเกาะแห่งการท่องเที่ยงและการพักร้อนชื่อดังในแกรนไลน์ มีทั้งทหารเรือและเหล่าโจรสลัดมาพักร้อนกันเต็มไปหมด บังกะโลแห่งนี้ประกอบไปด้วยสองห้องนอน สองห้องน้ำ หนึ่งห้องครัวและหนึ่งห้องรับแขก ด้านหลังของเขามีสาวสวยผมสีชมพูตรงยาวเดินตามหลังมาช้าๆ ใบหน้าของเธอถูกปิดด้วยแว่นกันแดดและหมวกฟางสีไข่มุกใบโต

 เธอมองชายตรงหน้าด้วยความเซ็ง ตั้งแต่เดินทางจนกระทั่งมาถึงที่พักแห่งนี้ เขายังไม่พูดอะไรกับเธอสักคำ ในที่สุดหญิงสาวก็เป็นฝ่ายทนไม่ไหว เธอจึงเป็นฝ่ายเริ่มคุยกับเขาก่อน

"นี่ มาเที่ยวกับฉันมันนรกขนาดนั้นเลยรึไงยะ! ยิ้มหน่อยสิ!!"

"อืม นรกมากกกก" เขาตอบเสียงยาน

"สโมคเกอร์!!!"

"อะไรเหล่า!"

"เฮ้อออ ถามจริงๆเหอะ ชอบยัยทาชิงิเข้าแล้วรึไง"

"..." สโมคเกอร์เงียบ เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกัน การที่เขาเป็นห่วงเธอ อยากดูแลเธอ ไม่อยากให้เธอได้รับบาดเจ็บ และชอบเวลาที่เธอยิ้มมันเรียกว่าชอบมั้ย แล้วการที่เธอหายไปมันทำให้เขารู้สึกเหมือนส่วนหนึ่งของชีวิตหายไปด้วยมันเรียกว่าชอบอีกรึเปล่า

"นายชอบทาชิงิจริงๆสินะ.. ฮะๆ" ฮินะหัวเราะเบาๆ มันไม่ใช่เสียงหัวเราะของความสุข ออกแนวสมเพชตัวเองเสียด้วยซ้ำ

"เปล่าหรอก.. เธอเป็นเหมือนน้องสาวน่ะ ฉันสนิทกับยัยนั่นมาก เวลาไม่มียัยนั่นเลยรู้สึกแปลกๆ" สโมคเกอร์ตอบ ถึงเขาจะไม่ค่อยมั่นใจในคำตอบของตนเอง แต่คำตอบมันไม่สำคัญหรอก ถึงเขาจะชอบเธอหรือไม่ชอบ มันก็เป็นเรื่องไม่สมควรที่จะทำ ฉะนั้นตัดความรู้สึกพวกนั้นทิ้งไปตั้งแต่ตอนนี้เลยดีกว่า แล้วก็ไม่ควรทำให้คนอื่นต้องเป็นห่วงหรือเดือดร้อนไปด้วย ฮินะเป็นเพื่อนสนิทของเขามาตั้งนาน เป็นยิ่งกว่าเพื่อนแท้ได้เลย ถึงจะปากจัดและเถื่อนไปหน่อยบางที แต่ยัยนั่นก็แค่เป็นห่วงเขานั่นแหละ เขารู้ดี

"เหรอ .. เอาเหอะหน่า สักวันยัยนั่นก็กลับมาอยู่ดีแหล่ะ ยัยนั่นเก่งจะตาย ไม่ตายง่ายๆหรอก ไม่ต้องเป็นห่วง"

"อืม" สโมคเกอร์ส่งยิ้มให้ฮินะ "อยากไปเที่ยวไหนรึเปล่า?"

"นายจะไปกับฉันรึไง?"

"ไปดิ"

"หาา สโมคเกอร์ตัวจริงปะเนี้ย"

"ไม่ไปก็ได้วะ"

"ไปๆๆๆๆ ไปน้ำตกกันนะ"

"โอเค เดี๋ยวเอาของไปเก็บข้างในก่อน"

ฮินะยิ้มอย่างมีความสุข เธอชอบจังเวลาที่เขาใจดีและยอมอ่อนข้อให้เธอขนาดนี้  เธออยากให้เขาเป็นแบบนี้ทุกวันเลย

 

ณ หมู่บ้านไซรัป


วันนี้หญิงสาวผมบลอนแต่งตัวสวยเป็นพิเศษ เพราะมีเธอนัดกับชายหนุ่มที่ป่วยเป็นโรคความจำเสื่อมว่าจะไประลึกความหลังกัน สำหรับหญิงสาวมันก็เหมือนกับการไปเที่ยวด้วยกัน .. เธอจะเรียกมันว่าเดทได้มั้ยนะ เธอคิดไปยิ้มไป

"มาแล้วเหรอ คายะ"

"ค่ะ คุณอุซปจะไปกันเลยมั้ยคะ"

"ไปเลยสิ วันนี้เธอจะพาฉันไปไหนหล่ะ?"

"พาไปหาพวกหอมใหญ่น่ะค่ะ"

"ฉันไม่ค่อยเก่งเรื่องทำไร่ทำสวนหรอกนะ" คายะปิดปากหัวเราะทันทีที่ฟังอุซปพูดจบ

"ฉันหมายถึงหอมใหญ่ของกลุ่มโจรสลัดอุซปต่างหากหล่ะคะ" เธออธิบายให้เขาฟัง

"หา นี่ฉันเป็นกัปตันโจรสลัดอุซปเหรอ?"

"ค่ะ" คายะยิ้มให้คนตรงหน้าที่กำลังวาดฝันอยู่ในหัว อุซปนึกภาพตนเองเป็นกัปตัน มีเรือลำใหญ่เป็นที่อยู่ และมีพรรคพวกนับพันๆคนตะโกนเรียกชื่อเขา สงสัยคนที่ชื่อหอมใหญ่คงเป็นคนสนิทของเขาหล่ะมั้ง

"ฉันอยากจะไปเจอเจ้าพวกนั้นเร็วๆจัง"

คายะไม่ตอบอะไรแต่พาอุซปเดินไปเรื่อยๆตามทางที่ดูเหมือนจะเป็นเส้นทางออกนอกหมู่บ้าน

'คงเป็นที่ที่เรือยักษ์ของฉันจอดอยู่สินะ ฉันนี่โชคดีจริงๆ เกิดมาได้เป็นกัปตันที่ยิ่งใหญ่แถมยังมีเพื่อนผมบลอนด์น่ารักอีกต่างหาก' อุซปคิดในใจแล้วก็ยิ้มกริ่ม

"กัปตันอุซปปปป/กัปตันกลับมาแล้วว/เย้ๆ" เสียงเล็กๆของเด็กผู้ชายสามคนประสานเข้าด้วยกัน อุซปจึงหันไปมองเมื่อเขาได้ยินเหมือนมีชื่อของตนอยู่ในเสียงเหล่านั้น

"พวกนั้นใครเหรอคายะ" อุซปหันไปถามคนข้างๆ

"กลุ่มโจรสลัดอุซปไงหล่ะค่ะ"

"หาา?" แล้วอุซปก็หันไปมองเด็กตัวน้อยทั้งสามด้วยความสงสัย เมื่อเดินเข้าไปใกล้ๆ เด็กๆก็แนะนำตัวเอง

 "เอ่อ แล้วคนอื่นๆหล่ะ?" อุซปถามพลางหันไปมองรอบๆ

"กลุ่มโจรสลัดอุซปก็มีพวกเรา 4 คนไงครับ กัปตันความจำเสื่อมเลยจำอะไรไม่ได้เลยใช่มั้ยเนี้ย"

อุซปถึงกับเงิบ.. ภาพที่ตนวาดฝันนั้นแตกเป็นหลายพันชิ้น นี่ตัวเขาไม่มีอะไรทำขนาดต้องมาเล่นกับเด็กๆเชียวเหรอ?

คายะเห็นหน้าซีดๆของอุซปก็อดหัวเราะไม่ได้ ถึงจะความจำเสื่อมแต่เขาก็ไม่ได้เปลี่ยนไปเลยจริงๆ เธอหันไปกระซิบข้างหูอุซป

"ตอนที่คุณอุซปยังอยู่ที่หมู่บ้านนี้ คุณมักจะออกมาเล่นเป็นโจรสลัดกับเด็กๆบ่อยๆค่ะ ดูใจดีและรักเด็กมากๆเลยนะคะ ดูเป็นคนที่อบอุ่นจริงๆ" คายะชมอุซปด้วยความจริงใจ และนั่นได้ผล อุซปทิ้งความคิดเซ็งๆนั่นทันที

"ฮ่าๆ ใช่แล้ว ฉันน่ะ เป็นคนรักเด็กมากๆเลย" อุซปพูดอย่างภาคภูมิใจก่อนจะวิ่งไปเล่นกับเด็กๆเพื่อโชว์คายะทันที

คายะหัวเราะน้อยๆ แล้วมองพวกเขาเล่นกันอย่างสนุกสนาน เมื่อถึงเวลาเที่ยงตรง คายะได้เรียกทุกๆคนมากินข้าวด้วยกัน เธอหยิบกล่องใส่แซนวิชที่ทำเอาไว้เมื่อเช้าออกมาจากตะกร้าและแจกให้ทุกๆคน คนละชิ้น

"เอ๋ กินแค่นี้จะพอเหรอ?"

"คะ? กินแบบนี้ไม่อิ่มหรอกหรอ?"

 อยู่ๆ ในหัวอุซปก็มีภาพบางอย่างวิ่งเข้ามา มันเป็นภาพที่ผู้ชายผมสีทองเดินถือจานใส่เนื้อจานโตมาวางด้วยใบหน้าเซ็งๆ คิ้วของเขาม้วนอย่างมีเอกลักษณ์ และภายในปากคาบบุหรี่เอาไว้ม้วนหนึ่ง

 ผู้ชายคนนั้นเปลี่ยนสีหน้าทันทีเมื่อเห็นผู้หญิงสองคนเดินเข้ามา คนแรกเป็นผู้หญิงที่ดูสดใสร่าเริง เธอใส่เสื้อสีขาวพร้อมกับกระโปรงสั้นสีเหลือง ผมของเธอที่เป็นสีส้มถูกปล่อยตรงลงมายาวได้เกือบถึงบ่า ส่วนหญิงสาวอีกคนเป็นผู้หญิงที่ดูเงียบๆ เธอมีผมสีดำเงาเข้ากับใบหน้าที่สวยคมและจมูกที่โด่งเป็นสัน  ริมฝีปากบางๆที่เคยเป็นเส้นตรงยกขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นคนๆอื่นๆ

 เมื่อชายหนุ่มผมทองหันกลับไปมองจานเนื้อ เขาก็ต้องทำหน้าเซ็งเมื่อมันไม่เหลือสักชิ้นให้กับเลดี้แสนสวยสองคนนี้ พวกตัวการกำลังแย่งเนื้อชิ้นสุดท้ายกันอยู่ หนึ่งในนั้นคือกัปตันเรือของเขา ชายผู้มีเรือนผมสีดำซึ่งโผล่พ้นออกมาจากหมวกฟาง ใต้ตาข้างซ้ายของเจ้าตัวมีแผลเป็นหนึ่งแผล เขากำลังยิ้มและหัวเราะอย่างอารมณ์ดี ในขณะที่เจ้าตัวเล็กๆ หน้าตาคล้ายทานูกิใส่หมวกทรงสูงสีแดงกำลังทำหน้าเซ็งๆที่โดนแย่งเนื้อชิ้นสุดท้ายไป ถึงจะทำหน้าเซ็งแต่ก็ยังดูน่ารัก ส่วนตัวการคนสุดท้ายก็คงจะเป็นมนุษย์กระดูก มันพยายามยื้อเนื้อชิ้นสุดท้ายเอาไว้ แต่ไม่สำเร็จ แถมยังลื่นล้มลงไปกับพื้นพร้อมหัวเราะดัง 'โยโฮ่โฮะโฮะ'

 ตรงมุมห้องที่เงียบสงบนั้น มีชายผู้มีเรือนผมสีเขียว ด้านข้างของเขาเหน็บดาบเอาไว้สามเล่ม เขากำลังนอนหลับอย่างไม่สนใจใคร และมุมห้องอีกฝั่งนึงมีชายอีกคนที่มีครึ่งนึงเป็นเสมือนหุ่นยนต์กำลังนั่งดื่มโคล่าแล้วตะโกนว่า 'SUUUPER!' อยู่คนเดียว

"คุณอุซป ! คุณอุซป!!!!"

เสียงของหญิงสาวดังเข้าไปในโสตประสาทของชายหนุ่มเจ้าของชื่อ ทำให้เขารีบหันไปมองหน้าเธอทันที

"เป็นอะไรรึเปล่าคะ?" เธอก้มหน้ามาตรวจอาการใกล้ๆ

"ฉันเหมือน เห็นคนอื่นๆน่ะ เหมือนพวกนั้นเป็นเพื่อนของฉันเลย"

"คุณเริ่มจำได้แล้วเหรอคะ?"

"ไม่รู้สิ ภาพไม่ชัดเลยอ่ะ แต่พอจะรู้ว่าทุกคนกินกันเยอะมากๆ แล้วก็ดูมีความสุขสุดๆ"

"กินกันเยอะมากๆเหรอคะ? งั้นแซนวิชชิ้นนี้เลยน้อยเกินไปสำหรับคุณใช่มั้ย? เอาของฉันไปสิคะ ฉันอิ่มแล้ว" คายะยิ้ม ก่อนจะยื่นแซนวิชของตัวเองให้เขา

"หา เธอน่ะผอมจะตายอยู่แล้ว ต้องกินเยอะๆนะรู้มั้ย"

"ฉันอิ่มแล้วหล่ะค่ะ ถ้าคุณหิวก็รับไปเถอะ"

"ไม่เอาหล่ะ รีบๆกินเข้าไปเลย ถ้าเธอผอมลงกว่านี้จะทำยังไง"

 คายะยิ้มแล้วยัดขนมปังลงไปในมือของอุซป เธออิ่มแล้วจริงๆ เธออยากให้เขากินอิ่มๆมากกว่า อุซปถือมันเอาไว้สักพัก แล้วตัดสินใจพูดขึ้น

 "อ้าปากสิ" เขาบอกพลางยื่นแซนวิชไปตรงหน้าหญิงสาว

เธอมองหน้าเขาด้วยความงุนงง นี่คงไม่ได้คิดจะป้อนเธอใช่มั้ย?

"อ้ามมมมม" เขาพูดพลางทำท่างับเหมือนเด็กๆให้เธอดู เป็นเชิงบอกให้เธอทำตามเขา นี่เขาเห็นเธอเป็นเด็กน้อยงั้นเหรอ

"ฉันไม่ใช่เด็กๆแล้วนะคะ!" เธอเอื้อมมือไปทุบไหล่เขาเบาๆ แต่อุซปเบี่ยงตัวหลบได้ทัน ขณะที่เธอกำลังอ้าปากต่อว่าเขาอีก เขาก็ยัดขนมปังเข้าไปในปากของเธอ

"อุนอุอปปป!! (คุณอุซปปป!!)" เขาหัวเราะพลางงับแซนวิชในมือของตัวเองต่อ หญิงสาวจึงยอมแพ้แล้วนั่งกินแซนวิชของตัวเองต่อเงียบๆจนหมด

 หลังจากที่ทุกคนกินข้าวกันเสร็จ เธอก็แจกน้ำผลไม้ให้คนละกล่อง ระหว่างที่เธอยื่นไปให้อุซป เขาก็มองหน้าเธอแล้วยื่นมือของตัวเองออกมาเช็ดปากเธอเบาๆ

"ปากเธอ .. เอ่อ เลอะน่ะ"

หญิงสาวไม่พูดอะไร แต่หน้าของเธอแดงเป็นลูกมะเขือเทศไปแล้ว

เด็กทั้งสามที่มองทั้งคู่มาสักพักเริ่มสัมผัสได้ถึงโลกสีชมพูที่ทั้งคู่มีให้กัน พวกเขาจึงอดล้อไม่ได้

"กัปตันฮะ ผมก็ปากเลอะนะ เช็ดให้บ้างสิ" พีมังพูด

"มาๆ เดี๋ยวเค้าเช็ดให้นะตัวเอง"นินจินพูดต่อพลางเอื้อมมือทำทีเป็นจะเช็ดปากให้เพื่อน ส่วนหอมใหญ่หัวเราะออกมาเสียงดังกับท่าทางของเพื่อนตัวเอง

"หยุดนะเจ้าพวกบ้า!" อุซปจัดการเจ้าพวกนั้นทันที แต่พวกนั้นหลบได้และรีบวิ่งหนีไปแล้ว เขาจึงออกวิ่งตามไป

คายะเห็นดังนั้นก็หัวเราะเบาๆ เธอคิดในใจ 'ชีวิตที่มีคุณอุซปนี่ดีจริงๆเลย'

 

ณ เรือดำน้ำของกลุ่มโจรสลัด heart


"ขอโทษครับ"

"แกจะขอโทษทำไมห๊า!" ทุกคนรุมว่าเจ้าหมีเบโปะทันทีที่อยู่ๆมันก็เอ่ยคำขอโทษขึ้นมา

"อ๊ะ ขอโทษครับ"

ไม่มีใครว่าอะไรมันอีกเพราะต่างก็เริ่มชินกับเหตุการณ์นี้ไปแล้ว ถึงหมีตัวนี้จะแปลกๆ แต่มันก็เป็นถึงรองกัปตันของกลุ่มโจรสลัด heart หล่ะนะ

"แต่ว่า.. ดีจังเลยเนอะ ได้ออกมาสูดอากาศข้างนอกอีกครั้ง อยู่ใต้น้ำนี่ร้อนเป็นบ้า"

"อือ ก็จริง" ทุกคนเห็นด้วย มีเพียงกัปตันของเรือลำนี้เท่านั้นที่ไม่ได้แสดงความคิดเห็นใดๆ

 เขาคือทราฟาลก้า ลอว์ ชายผู้มีผมสีดำเช่นเดียวกับเคราที่คาง บนหัวของเขาสวมหมวกสีขาวอันเป็นเอกลักษณ์ ใต้ตาของเขาคล้ำเหมือนคนอดนอน  และตามตัวของเขาเต็มไปด้วยรอยสัก เขาเดินออกมาจากด้านในเรือเป็นคนสุดท้าย ลมเย็นๆปะทะใบหน้าของเขา .. ถึงสักที ..มารีนฟอร์ด!

"พร้อมรึยัง?" เสียงทุ้มนุ่มดังขึ้นมาจากริมฝีปากบางของกัปตัน

"ครับ หัวใจโจรสลัด 100 ดวงพร้อมส่งแล้ว!"

"อืม ไปกันเถอะ" แล้วทราฟาลก้า ลอว์ ก็เดินนำลูกเรือคนอื่นๆตรงไปยังศูนย์บัญชาการใหญ่

 อีกด้านนึงของมารีนฟอร์ด หญิงสาวผมสีดำสนิทยืนแอบมองคนที่พึ่งก้าวขึ้นมาบนฝั่งแล้วแสยะยิ้ม เมื่อเห็นว่าทุกๆคนขึ้นจากเรือเรียบร้อยแล้ว เธอจึงเปลี่ยนร่างเป็นทรายแล้วหายเข้าไปในตัวเรือของกลุ่มโจรสลัด heart หญิงสาวเดินสำรวจรอบๆเรืออย่างไม่มีมารยาท เมื่อเดินดูรอบๆเสร็จแล้ว สุดท้ายเธอก็ยืนพิงผนังสูบซิกก้ารอคนที่ตนต้องการพบอย่างเงียบๆ

"สุดยอดเลยครับกัปตัน เป็นไปตามแผนเป๊ะๆ" ซาชิพูด

"แล้วเอาไงกันต่อ?"เพนกวิ้นถาม

"ทำตามแผนต่อไป" ลอว์ตอบ เขาหันไปมองทางมารีนฟอร์ดอีกครั้งนึง มุมปากยิ้มออกมาอย่างมีชัย ก่อนจะเดินตามกลุ่มลูกเรือไปอีกที

"โอ้โหหหห สวยมากกกก!!" ซาชิพูดพลางทำตาเยิ้ม

"เจ้าบ้า! นี่มันผู้บุกรุกบนเรือชัดๆ!! ตะ.. แต่ว่า สวยเป็นบ้าเลย" เพนกวิ้นพูดอย่างเห็นด้วยพลางจ้องมองหญิงแปลกหน้าอย่างหลงใหล ..

"เธอเป็นหมีตัวเมียปะ?" เบโปะถาม

"เจ้าโง่!/หมีก็แย่แล้ว!" เสียงของคู่หูซาชิและเพนกวิ้นพูดขึ้นพร้อมกัน

"ขอโทษครับ" เจ้าหมีเบโปะกล่าวก่อนจะก้มหน้า

 เสียงของกลุ่มคนตรงหน้าทำให้ครอคโคไดล์รำคาญ เธอตวัดตาไปมองอย่างหาเรื่อง.. เมื่อไหร่ไอ้บ้านั่นจะมาสักที!

ทางฝั่งลอว์ เมื่อเขาเห็นลูกเรือของตัวเองไม่ยอมเข้าไปในเรือแต่กับมุงดูบางอย่างอยู่หน้าประตู เขาจึงเดินผ่านคนอื่นๆไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น

 ภาพตรงหน้าของเขาคือหญิงสาวคนนึง ผมของเธอดำเงาตัดกับผิวขาวเนียนสวย ร่างกายของเธอดูบอบบาง มีส่วนโค้งได้รูป น่าถนุถนอมเหลือเกิน แต่มันน่าแปลกตรงที่ .. ผู้หญิงบอบบางที่ไหนตัดมือตัวเองทิ้งแล้วใส่ตะขอเข้าไปแทนที่! แถมในปากยังคาบซิกก้า พลางมองมาทางพวกเขาอย่างรำคาญ.. ยังไม่รวมแผลเป็นที่ยาวเป็นทางพาดจมูกโด่งของเธอไปอีก นี่เธอเป็นใครกันหล่ะเนี้ย?

"กว่าจะมา" เสียงหวานใสเอ่ย เธอเหล่ตามามองเขาก่อนจะเดินเข้ามาหา

"กัปตันรู้จักกับคนสวยๆแบบนี้ด้วยหรอครับ!" เพนกวิ้นถาม อยากให้กัปตันแนะนำให้ตัวเองรู้จักสักคนสองคน

"ไม่รู้จัก เธอเป็นใคร?" ลอว์หันไปถามด้วยสีหน้าเรียบๆ

"หึ" หญิงสาวหัวเราะในลำคออย่างสมเพชตัวเอง มันน่าหัวเราะจะตายถ้าคนอื่นรู้ว่าแท้จริงแล้ว ครอคโคไดล์ mr.0 หรืออดีต 7 เทพโจรสลัดเป็นเพียงผู้หญิงโง่ๆคนนึง

"ฉันถามว่าเธอเป็นใคร?"

"แกไม่จำเป็นต้องรู้.. ฉันมีธุระกับแก ต้องการคุย'ส่วนตัว'" เธอพูดพลางหันไปมองลูกเรือคนอื่นๆของเขา ถ้าเธอมีฮาคิราชันย์ คนทั้งเรือคงได้สลบกันหมดแน่ๆ ก็เธอเล่นแผ่จิตสังหารออกมาตลอดเวลาซะขนาดนั้น

"ตามมา" ลอว์เดินนำไปยังห้องทำงานของตัวเอง ไม่ลืมที่จะกระชับดาบในมือให้แน่น เขาไม่ใช่คนไว้ใจคนอื่นง่ายๆ ครอคโคไดล์โยนซิกก้าทิ้งไป ก่อนจะเดินตามชายตรงหน้า

"มีธุระอะไร?" ลอว์ถาม

"ผ่าตัดฉันให้เป็นผู้ชายที"

ลอว์ถึงกับเลิกคิ้วขึ้นด้วยความงุนงง .. เขาต้องการคำอธิบายมากกว่านี้

"ฉันต้องการเป็นผู้ชาย ขอร้องหล่ะ ให้ทำอะไรก็ยอม" เธอคุกเข่าลงอย่างยอมจำนน .. ให้เธอเสียศักดิ์ศรียังดีกว่าต้องทนอยู่ในร่างกายที่อ่อนแอแบบนี้

"เข้าใจอะไรผิดรึเปล่า? ฉันทำไม่ได้ ฉันไม่ใช่ศัลยแพทย์แปลงเพศ ฉันเป็นศัลยแพทย์แห่งความตาย.. ถ้าอยากตายก็ค่อยมาใหม่ละกัน" เขาบอกพลางสบตาหญิงสาว

"ไม่มีใครช่วยฉันได้แล้ว.. ถ้าแกทำไม่ได้ก็ไม่มีใครทำได้ทั้งนั่นแหล่ะ!" เธอทุบโต๊ะอย่างเสียใจ

"ทำได้งั้นเหรอ? ต้องมีสิ"

"... ว่าไงนะ?"

"ต้องมีสักคนสิที่ทำได้"

"ใคร???!"

"ไม่รู้"

"ไอ้...." แล้วหญิงสาวก็สบถคำด่ามากมายใส่ชายตรงหน้า ให้ตายเหอะ มันจะกวนประสาทรึไงวะ!!

 หลังจากที่หญิงสาวระบายอารมณ์เสร็จเรียบร้อย เธอก็ทรุดลงบนพื้น ใช้หลังพิงโต๊ะทำงานของเขาด้วยความเหนื่อยอ่อน .. เพราะอย่างนี้ไง เพราะเวลาเธอเป็นผู้หญิง ร่างกายของเธออ่อนแอจนน่าโมโห แล้วแบบนี้จะไปมีน้ำยาทำอะไรวะ!

 ทราฟาลก้า ลอว์ไม่ตอบอะไร เขาแค่มองหญิงสาวที่ทรุดลงข้างๆ รู้สึกคุ้นๆในอะไรหลายๆอย่าง แต่เขาก็นึกไม่ออกว่าเคยเจอที่ไหน ทั้งห้องเงียบสงบ ไม่มีใครพูดอะไร ครอคโคไดล์จึงพูดขึ้นมา

"นี่ ถ้าแกเป็นฉัน.. แกจะทำไงวะ? ตอนนี้ฉันทำอะไรไม่ถูกเลยหว่ะ" เธอบอกด้วยเสียงที่อ่อนลง

"อายุเท่าไหร่แล้วเธอน่ะ? ที่ผ่านมาก็เป็นผู้หญิงได้ตั้งนาน ทำไมตอนนี้ต้องจะเป็นจะตายขนาดนั้นด้วย" เขาตอบ

" .. มันไม่ใช่.. แกไม่เข้าใจหรอกว่ะ มันไม่มีทางจริงๆเหรอ?"

"ฉันไม่รู้จะช่วยยังไงจริงๆ มีสองอย่างที่ฉันทำได้ 1. ตัดไอนั่นของคนอื่นมาแปะให้เธอ 2. เอาเธอไปใส่ในร่างคนอื่น ได้แค่นั้นแหล่ะ"

 ครอคโคไดล์นิ่งเงียบ ถ้าทำตามข้อหนึ่ง.. เขาจะเป็นผู้หญิงที่มีไอนั่นห้อยต่องแต่ง ถ้าทำตามข้อสอง เขาจะกลายเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่ตัวเอง ..!! มันไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการเลยสักข้อ หรือว่า ถึงเวลาแล้วที่เขาจะต้องยอมรับว่าตัวเองเป็นได้แค่ผู้หญิงจริงๆ

 ครอคโคไดล์สงบลงขึ้นเยอะ เธอเข้าใจแล้ว.. คงมาได้เท่านี้จริงๆ..

"อืม โทษทีละกันที่รบกวน" หญิงสาวบอกก่อนจะเดินออกไปจากห้อง แต่ยังไม่ทันที่จะเดินไปไหนได้ไกล เธอก็ล้มลงไปนอนกับพื้น พร้อมเลือดที่ไหลออกมาทางจมูก ปาก และระหว่างขา..

ทราฟาลก้า ลอว์เห็นดังนั้นก็ตกใจ รีบช้อนเธอขึ้นมาแล้ววิ่งไปที่ห้องผ่าตัดทันที!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

130 ความคิดเห็น

  1. #67 Here.I.Am (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 กันยายน 2557 / 16:54
    อ๊ากกกก น่ารักกกกก คุซันกับโรบินจะนารักเกินไปแล้ววว
    #67
    0
  2. #36 oงค์xญิงง่วงuou (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2557 / 22:34
    โคซ่าอย่าเศร้าไปเลยความรักน่ะไม่เกี่ยวกับฐานะหรอกน่ะ
    #36
    0
  3. #35 Aim (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2557 / 22:21
    เฮียครอคเป็นเมน!!!! เห้ยไม่ใช่ละ555555
    รออ่านโรบิน แต่ไม่เป็นไร คู่เฮียครอคทดแทนได้5555555
    โคซา เอ็งตัดใจแล้วกลับไปพัฒนายูบาต่อเถอะ เอ้ยไม่ใช่! อย่ายอมๆ 
    อย่ายอมให้วีวี่แต่งกับคนอื่นเซ่!  แง่ๆๆๆๆๆๆๆ คู่นี้ดูอบอุ่นดีนะ วีวี่รักคนอื่นมากกว่าตัวเองอยู่แล้วนี่นา นางคงยอมทำเพื่อประชาชน ลีดเดอร์(โคซา) อย่ายอมน้าาาา   มีดราม่าก็ไม่เห็นเป็นไรเลย เอาจริงๆมันก็ต้องมีปมเนาะ ถึงจะแต่งต่อได้  ถ้าไม่อยากอ่านดราม่าคู่ตลกๆก็มีนี่เนอะ ดีจะตายมีหลายอารมณ์ให้อ่านอ่ะไรเตอร์ 555555 ว่าแต่คู่อุซปคายะนี่แปลกๆ คงเพราะอุซปความจำเสื่อมมั้งเลยแปลกจากเดิม 55555 คายะอุตส่าห์เรียนหมอเพื่อที่จะได้รักษาอุซป คู่นี้ในเรื่องหลักจริงๆก็คงจะคู่กันอ่ะ เพราะอ.โอดะ แต่งให้ซะเหมือนว่ารักกัน 5555
    เอิ่ม แล้วทำไมเม้นยาวจังฟร้าาาา 555555
    สู้ๆนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #35
    0
  4. #33 mami (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2557 / 21:16
    เย้ๆๆ มาแล้วววๆ

    ครอคโคไดล์ เปนอะไรอ่า..

    ส่วนอุซปก็ความจำจะกลับมาแล้ว สู้ๆนะคะรออยู่ค่าา

    ^^

    #33
    0