[One piece fiction] the new age

ตอนที่ 4 : Chapter 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,602
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 41 ครั้ง
    20 พ.ค. 57

ณ ที่อยู่ของ Mr.0
 
 

 
'ติ้ด ติ้ด ติ้ด ติ้ด ติ้ด เพล้งงง'

 นั่นคือเสียงของนาฬิกาปลุก ตามมาติดๆด้วยเสียงของกระจกแตก ซึ่งก็มีที่มาจากคนตั้งนาฬิกานั่นแหล่ะ ดันใช้ตะขอที่มือทุบมันทิ้งอย่างไม่ปราณีแล้วนอนต่อ
 
 ผ่านไปนานเกือบ 2 ชั่วโมง คนคนเดิมถึงจะค่อยๆลุกขึ้นมาบิดขี้เกียจ เขาคนนั้นคือครอคโคไดล์ ผู้ที่เคยเป็น mr.0 แห่งบาร็อกเวิร์คส์
 
 เขารู้สึกว่าเช้านี้มันช่างไม่ปกติเอาซะเลย ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม และนั่นทำให้เขาหงุดหงิดเป็นบ้า

 ครอคโคไดล์ลุกออกจากเตียง เดินไปยังห้องน้ำเพื่อทำกิจวัตรประจำวันดังเช่นทุกเช้า หลังจากล้างหน้าแปรงฟันเสร็จ เขาก็ยังคงรู้สึกว่ามันแปลกๆ ทำไมเช้านี้มันถึงมีแต่อะไรแปลกๆแบบนี้ เขาสบถคำหยาบออกมาด้วยความเซ็ง นี่มันอะไรกัน อะไรที่แปลกไป?

 เมื่อหาคำตอบไม่ได้ เขาก็คิดว่า 'ช่างมันเถอะ' แล้วจึงเดินไปที่โถส้วม ก่อนจะรูดซิปกางเกงลงเพื่อปลดปล่อยของเสียในร่างกาย แต่แล้ว เขาก็ต้องตะโกนออกมา

"เฮ้ยยยย หายไปไหนวะ!!!!!"

 อะไรที่มันควรจะอยู่ตรงนั้นกลับหายไปซะแล้ว เกิดอะไรขึ้นกับเขากันนะ 
 
 ครอคโคไดล์ยืนค้างอยู่ตรงนั้นด้วยความงุนงง พลางใช้ความคิด ทันใดนั้นก็คิดอะไรออก ความคิดที่ทำให้เขาหน้าซีด

 เขารีบวิ่งไปที่กระจกตรงอ่างล้างมืออีกครั้งนึงเพื่อตรวจดูว่าความคิดของเขานั้นถูกหรือไม่ เมื่อเห็นภาพที่สะท้อนมา ยิ่งทำให้เขาหน้าซีดกว่าเดิม เขารีบก้มลงมองร่างกายตัวเองก่อนจะตะโกนออกมา
 
"บ้าชิพพพพพ!! โธ่โว้ยยยยยย!!!!!!"
 
ณ เกาะ คามะบัคคะ
 

"แปแด๊ป แปแด๊ป แปแด๊ป แปแด๊ป แปแด๊ป" หอยทากสื่อสารส่งเสียงร้องเรียกเจ้าของของมัน เจ้าของแมลงสื่อสารจึงรับสายพร้อมกรอกเสียงลงไป
 
"ฮาโหลลล~ เอ็มเพอริโอ อิวานคอฟพูด"

"ยัยราชินีกะเทย นี่ฉันเอง"

"อ้ออออ เธอนั่นเอง"

"เออ! นี่แกรู้มั้ยทำไมฉัน.."

"ซะที่ไหนหล่ะ ยี้ฮ้าา~ โดนหลอกซะแล้ว ยี้ฮ้าา~" ผู้ที่ถูกเรียกว่ากระเทยหัวเราะชอบใจ เธอชอบเล่นมุขแบบนี้เป็นประจำ

"ฉันใช่เพื่อนเล่นแกมั้ยฟระ!" แต่เสียงจากปลายสายดูไม่มีอารมณ์ร่วมด้วยเลยสักนิด ท่าทางจะหงุดหงิดเอาการ

"โอ๋ๆ โมโหซะแล้ว~ น่ากลัวจัง"

"ฟังฉันให้ดีนะ ฉัน ครอคโคไดล์" เจ้าของเสียงบอกชื่อตัวเองออกมาด้วยความรำคาญ เขาอยากจะพูดธุระให้จบๆสักที

"อ้ออออ เธอเองเหรอ ครอคโคบอย เอ๊ะ ไม่สิ ตอนนี้กลับมาเป็นครอคโคจังแล้วใช่ม้าาา?"

"เอออออ ทำไมเป็นงี้วะ"

"ฮอโมนของฉันไม่สามารถอยู่ได้ถาวรหรอกนะ ยี้ฮ้า~"

"งั้นฉันจะไปหาแกเดี๋ยวนี้"

"ฟังนะ ครอคโคจัง! ฉันไม่เห็นว่ามันจะสำคัญเลย หญิงหรือชายก็ช่างมันสิ เธอไม่สามารถเปลี่ยนตัวตนของเธอได้ถาวรหรอกนะ"

"หุบปาก! แค่ฉีดมันให้ฉันซะ!!! ฉันเกลียดร่างกายบอบบางแบบนี้"

"ก็บอกแล้วไงหล่ะยะะะ!! ว่ามันไม่ถาวร ถ้าฉันตายไป ยังไงเธอก็กลับมาเป็นผู้หญิงอยู่ดี"

"โอ้ยยยย ช่างมันเหอะหน่า ฉันจะไปหาแกเดี๋ยวนี้!!"

"โอเค ฉันจะรอ"

"เออ"

"ซะที่ไหนหล่ะ ยี้ฮ้าา~ ฟังนะ! จะเป็นเพศหญิงหรือชายมันไม่สำคัญ!! ขอแค่เธอมีความสุขกับมันก็พอ แล้วก็ ฉันไม่ว่างน่ะช่วงนี้ มาหาก็ไม่เจอหรอก โชคดีนะ คลอคโคจัง"

"ไอ้.."

'แกร๊บ'

 เอ็มเพอริโอ อิวานคอฟวางสายไปซะแล้ว

 เขาเป็นราชินีที่ต้องการให้ทุกคนก้าวข้ามคำว่า 'เพศ' ไป เพราะไม่ว่าจะเป็นเพศไหน มันไม่สำคัญเท่ากับความสุขหรอก
 
 ความลับเมื่อตอนที่เขาขู่ครอคโคไดล์ในคุกอิมเพลดาวน์ก็เรื่องนี้น่ะแหล่ะ สมัยที่ครอคโคไดล์ยังเป็นรุกกี้ อิวานคอฟได้ช่วยฉีดฮอโมนเพศชายให้เธอ แต่เมื่อฉีดไปแล้วแทนที่เธอก้าวข้ามคำว่าเพศแบบที่อิวานคอฟต้องการ ยัยผู้หญิงคนนั้นกลับหึกเหิมยิ่งกว่าเดิมที่ตัวเองได้เป็นผู้ชาย และยึดติดกับคำว่าเพศมากขึ้น โดยเธอฝังใจว่าเธอคือผู้ชาย และจะไม่ยอมกลับมาเป็นผู้หญิงอีก
 
'ที่ฉันทำไปทั้งหมดก็เพื่อตัวของเธอเองนะ ครอคโคจัง' อีวานคอฟคิดในใจ
 

กลับมาทางด้าน ครอคโคไดล์

 บัดนี้หอยทากสื่อสารที่เคยอยู่ในมือ ถูกขว้างออกนอกกระจกไปซะแล้ว

 "ไอ้กระเทยยยย!!!" หญิงสาวตะโกนด่าคำหยาบมากมาย ซึ่งคำพูดแต่ละคำไม่เข้ากับเสียงหวานๆและหน้าสวยๆเลยแม้แต่น้อย แต่ใครสนกันหล่ะ ไอ้หน้าสวยๆพวกนี้ เธอไม่ต้องการ!!
 
 ครอคโคไดล์นั่งกอดเข่าบนเตียงเพื่อสงบสติอารมณ์ มันต้องมีทางแก้สิ ถ้าไอ้กระเทยบ้านั่นไม่ยอมช่วยเขา ก็ต้องมีคนอื่น จริงมั้ย ต้องมีซักคนแน่ๆ!! ซักคนที่จะทำอะไรซักอย่างให้เธอกลับไปเป็นผู้ชายได้อย่างถาวร..

 อะไรซักอย่างเช่น ..การศัลยกรรม ..อย่างนั้นเหรอ?

 ทันใดนั้น เจ้าของหน้าหวานก็แสยะยิ้มอย่างชั่วร้ายในไอเดียที่ตนพึ่งคิดได้ นี่สิคำตอบ
 
.. ทราฟาลก้า ลอว์ ศัลยแพทย์แห่งความตาย!!!
แกต้องช่วยฉันได้แน่ หึๆ
 

ณ กองทัพปฏิวัติ
 
 โคอาล่ากำลังแอบนั่งหลับขณะที่ปฏิบัติหน้าที่เฝ้ายาม ทันใดนั้น ซาโบ้ที่พยายามเดินหาโรบินแต่ก็หาไม่เจอได้บังเอิญผ่านไปเห็นเข้าพอดี เขาจึงนึกไอเดียแกล้งเพื่อนสนิทขึ้นได้
 
 เขารีบวิ่งกลับไปเอาอุปกรณ์ที่ใช้ในการแกล้งเพื่อนสาว..โคอาล่าจังออกมา
 
"คุณดราก้อนมา!!!!!!!!"ซาโบ้ที่หลบอยู่หลังต้นไม้ตะโกน ทำให้หญิงสาวที่นอนน้ำลายไหลยืดสะดุ้งตกใจตื่น ก่อนจะรีบยืนขึ้นแล้วทำความเคารพ

..แต่รอบตัวเธอกลับว่างเปล่า ไม่มีแม้แต่เงาคน

'หาา ฝันไปเหรอเนี้ย'หญิงสาวคิด

 เธออ้าปากหาวทีนึงก่อนจะมองนาฬิกา เมื่อพบว่าหมดเวรตัวเองแล้ว หญิงสาวจึงเดินไปหาเพื่อนสาวของเธอที่นัดกันว่าวันนี้จะเข้าไปเที่ยวในตัวเมือง

 ระหว่างทางเดิน ไม่รู้ว่าหญิงสาวคิดไปเองรึเปล่า แต่เธอรู้สึกเหมือนใครๆก็มองเธอแล้วพากันขำไปซะทุกคน นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันหล่ะ ! -____-*

"คะ คะ โคอาล่าา วะฮ่าๆๆๆ" เพื่อนสาวของโคอาล่าเรียกเธอพร้อมหัวเราะ เธอชื่อค็อฟฟี่ เป็นเด็กกำพร้าที่ถูกทิ้งเอาไว้ที่ปลายทางสีเทาตั้งแต่ยังเป็นทารก โชคดีที่ดราก้อนบังเอิญไปเจอเข้า จึงเก็บมาเลี้ยงพร้อมตั้งชื่อให้

"หัวเราะอะไรนักหนา"

"หิวปลาทูเหรอ ฮ่าๆๆๆๆ"

"พูดอะไรของเธอเนี้ย"

'แควกก' ค็อฟฟี่ดึงอะไรบางอย่างออกมาจากแผ่นหลังของเพื่อนสาว

'หนูหิวประทูค่ะ' เป็นข้อความที่ถูกเขียนอยู่บนกระดาษใบนั้น

"-____-*"

"ยังไม่หมดนะ" ค็อฟฟี่พูดแล้วจูงโคอาล่าไปที่ห้องน้ำ หญิงสาวถึงกันหน้าเหวอเมื่อมองภาพที่สะท้อนในกระจก หญิงสาวหน้าดำๆปรากฎตรงหน้า แถมการระบายหมึกยังเว้นช่องขาวเอาไว้ตรงจมูกกับข้างแก้มเป็นเหมือนหนวดแมว

"กรี้ดดดดดดดด ไอ้บ้าที่ไหน มันทำอะไรกับฉันนนน!!!!!"

"ก็แหงงล่ะ มีคนเดียวที่สนิทกับเธอจนพอที่จะกล้าทำอะไรแบบนี้"

"ซาโบ้!!!! ไปตายซ้าาาาาาาาา!!!!!!!!"

"ฮ่าๆๆๆๆๆๆ ก๊ากกกก" คนที่แอบสะกดรอยตามโคอาล่าจนมาถึงห้องน้ำแล้วแอบฟังถึงกับหัวเราะเสียงหลง ก่อนรีบเผ่นไปในทันทีเมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องที่พึงพอใจ
 
 
อีกฝั่งนึงของคณะปฏิวัติ
 


 
 หลายวันผ่านไป ดราก้อนก็ยังคงไม่มาบอกเธอถึงเรื่องที่อยู่ของโพเนกรีฟจนหญิงสาวเริ่มกังวลใจ แต่ด้วยความเป็นผู้ใหญ่พอ เธอจึงได้แต่ระบายความกังวลด้วยการหาอะไรทำไปเรื่อยๆ

 วันนี้ก็เช่นกัน เธอเลือกที่จะออกมาเดินสำรวจป่าด้านหลังที่พักแทนที่จะนั่งอุดอู้อยู่ในห้อง

 ป่าแห่งนี้ประกอบไปด้วยต้นไม้หลากหลายสายพันธ์ ส่วนมากมักจะมีผลที่กินได้ โรบินเดินไปรอบๆอย่างสบายใจ เด็ดผลไม้มากินบ้าง สำรวจพืชบ้าง เธอเดินมาเรื่อยๆจนกระทั่งถึงแม่น้ำใหญ่

 หลังจากที่เธอสำรวจดูแม่น้ำสายนี้แล้ว เธอก็พบว่ามันเป็นที่ที่น้ำทะเลและน้ำจืดบรรจบกันพอดี แปลว่าแม่น้ำสายนี้ติดทะเลใหญ่ด้วย

 โรบินเลือกที่จะเดินลัดเลาะตามแม่น้ำไปเรื่อยๆ ลมทะเลทำให้เธอสบายใจ และคิดถึงเพื่อนๆตอนที่อยู่บนเรือเธาซันซันนี่

 ในขณะที่โรบินกำลังมีความสุขกับธรรมชาติอยู่นั้น เธอก็หันไปเจอกับร่างของคนคนหนึ่ง คนคนนั้นกำลังนอนเกยอยู่บนฝั่งไม่ไกลออกไป

 โรบินรีบเดินเข้าไปใกล้ๆ ท่าทางร่างของเขาคงจะบาดเจ็บอยู่ไม่น้อย จนกระทั่งปลายเท้าของเธอหยุดลงข้างๆตัวของเขา โรบินใช้พลังจากผลปีศาจงอกมือขึ้นมาเพื่อพลิกตัวใครคนนั้นให้หงายหน้าขึ้น เมื่อเธอได้เห็นใบหน้าของเขา โรบินก็ถึงกับยกมือขึ้นมาปิดปากตัวเองด้วยความตกใจ..
 
..อาโอคิยิ คุซัน!!
 
 โรบินพึ่งจะอ่านข่าวเกี่ยวกับเขาเมื่อวันก่อน เรื่องที่เขาได้ต่อสู้กับพลเอกอาคาอินุ ที่พังค์ ฮาซาด แล้วทำไมเขาถึงอยู่ที่นี่ ตอนนี้ได้หล่ะ?

 โรบินสับสนกับตัวเอง เธอไม่รู้ว่าควรทำยังไงดี.. จะช่วยเขา มันก็อันตรายกับเธอเหมือนกัน แถมที่นี่ยังเป็นที่ซ่อนของกองทัพปฏิวัติอีก อาโอคิยิเคยเป็นคนของรัฐบาลมาก่อน มันคงไม่ดีแน่ ถ้าจะพาเขาเข้ามาอยู่ในที่พักของฝ่ายตรงข้ามแบบนี้

 แต่การปล่อยให้เขานอนอยู่ตรงนี้ เธอก็ทำไม่ลงเช่นเดียวกัน ถึงเขาพยายามที่จะฆ่าเธอตั้งหลายครั้ง แต่เขาเองก็เป็นคนที่ช่วยชีวิตเธอจากบัสเตอร์คอลล์ที่โอฮาร่า

 โรบินถอนหายใจ.. ถึงเธอจะอยากจะช่วยเขาแค่ไหน แต่เธอก็คงพาเขากลับห้องของเธอโดยรอดพ้นจากสายตานักปฏิวัติไม่ได้ และถึงจะทำได้ ก็คงอันตรายเกินไปที่จะให้เขาพักห้องเดียวกับเธอ

 โรบินลากคนตัวใหญ่ขึ้นมาจากแม่น้ำ วางเขาลงกับพื้นดินใต้ต้นไม้ใหญ่ ทันใดนั้นเธอก็เหลือบไปเห็นว่า.. ขาของเขาไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว! ช่วงเข่ากลายเป็นแผลเหวอะหวะ เลือดไหลย้อยออกมาเต็มพื้นดิน

 เธอจัดท่านอนให้เขานอนสบายๆ ก่อนจะเดินกลับหายเข้าไปยังที่พัก แล้วกลับมาที่ริมแม่น้ำอีกครั้งพร้อมกับแบกเป้อุปกรณ์ต่างๆออกมาด้วย ในเป้ใบนั้นประกอบไปด้วยเสื้อผ้าที่เธอขโมยมาจากห้องข้างๆ ของใช้บางอย่าง อาหาร กล่องยาแล้วก็เต็นท์ในโกดังของกองกำลังปฏิวัติ

 เมื่อเธอเดินกลับมาหาอาโอคิยิอีกครั้ง เธอก็รีบตักน้ำใส่ขันแล้วเช็ดแผลให้เขาทันที เธอใช้ยาฆ่าเชื้อทาบริเวณแผล แล้วพันเอาไว้ด้วยผ้า หลังจากนั้น เธอก็เริ่มลงมือกางเต็นท์ ถึงเธอจะไม่เคยกางเต็นท์และไม่เคยคิดจะทำมาก่อน
 
 เวลาผ่านล่วงเลยไปจนพระอาทิตย์เริ่มจะลับขอบฟ้า ในที่สุด โรบินก็กางเต็นท์สำเร็จ ถึงแม้ว่าหน้าตาของเต็นท์จะเบี้ยวๆ ประหลาดๆ และดูไม่ค่อยแข็งแรงก็เถอะ อย่างน้อยคืนนี้เขาก็ไม่ต้องตากอากาศหนาวๆข้างนอกหล่ะนะ

 โรบินเดินไปใกล้ๆอาโอคิยิพร้อมลากเขาเข้าไปในเต็นท์ สิ่งที่เธอพบคือ เขาตัวร้อนมาก มันก็น่าอยู่หรอก พึ่งแพ้พลเอกอาคาอินุ จมอยู่ในน้ำทะเลตั้งนาน แถมข้าวกับน้ำก็คงยังไม่ได้กินเลยมั้งเนี้ย 

 โรบินนำผ้าชุบน้ำมาบิดหมาดๆ แล้วเช็ดลงไปบนใบหน้าของเขา เมื่ออุณหภูมิเริ่มลดลงมาแล้ว เธอก็ซับด้วยผ้าแห้งอีกรอบ

 หลังจากนั้นก็ได้เวลาเปลี่ยนเสื้อผ้า! โรบินชะงักเล็กน้อยเมื่อคิดว่าตัวเองต้องแก้ผ้าให้ผู้ชายเป็นครั้งแรก เธอค่อยๆแกะกระดุมเสื้อของเขาออก แล้วใช้ผ้าชุบน้ำบิดหมาดๆผืนเดิมเช็ดลงไปบนแผงอกแข็งแกร่งนั่น เมื่อเสร็จเรียบร้อยเธอก็นำเสื้อผ้าที่เธอขโมยมาสวมให้เขา

 ต่อไปก็.. กางเกง!! ด้วยความที่โรบินไม่ต้องการเห็นภาพนู้ดของชายตรงหน้า เธอจึงเอาผ้าคลุมอาบน้ำคลุมให้เขาก่อน เวลาถอดกางเกงจะได้ไม่เห็นอะไรแบบนั้น เธอค่อยๆเลื่อนมือเข้าไปใต้ผ้าคลุม พยายามคลำหาซิปกางเกง แต่.. 

.. เธอดันเจออะไรที่ไม่ใช่ซิปกางเกง!!

.. อะไรที่ .. เธอไม่คิดว่าชาตินี้จะต้องไปจับมัน!!

 โรบินเบิกตากว้าง.. แต่มือกลับค้างอยู่ในนั้น เธอพยายามจะดึงมือออกมา แต่รู้สึกหมดเรี่ยวแรงขึ้นมาซะดื้อๆ สิ่งๆนั่นไม่ใช่หินไคโร แต่เป็นอะไรที่น่ากลัวกว่านั้นเยอะในความรู้สึกของโรบิน เหมือนว่าเธอจะช็อคไปแล้วที่ดันไปสัมผัสมันเข้าให้
 
'มือ.. ของ ฉัน ไม่นะ มือฉันนน!!' คำๆนี้ลอยอยู่ในหัวโรบินวนไปวนมา

 เวลาผ่านไปซักพัก เมื่อเธอตั้งสติได้เธอก็ค่อยๆปล่อยมือออก แต่สุดท้ายแล้วเธอก็ต้องคลำบริเวณนั้นต่อไปนั้นแหละ ไม่งั้นเธอจะถอดกางเกงให้เขาได้ยังไงถ้าหาซิปไม่เจอ

 เมื่อเจอซิป โรบินก็รีบรูดลงมาแล้วถอดกางเกงออกทันที เธอคิดในใจ 'ฉันคงไม่ต้องเช็ดตัวตรงนี้หรอกใช่มั้ย?' ก่อนจะรีบยัดบ็อกเซอร์ใส่เข้าไปแทนที่กางเกงตัวเก่า
 
 เมื่อเสร็จเรียบร้อยเธอก็เริ่มลงมือสุมไฟไว้ข้างๆเต็นท์ ตอนกลางคืนเขาจะได้ไม่หนาวมาก จากนั้นก็นำผ้าห่มไปคลุมให้เขา

 มือบางเอื้อมมือไปแตะหน้าผากของเขาอีกรอบ เธอพบว่าอุณหภูมิค่อยๆลดลงแล้ว นอกจากนั้นเธอยังพบอีกว่าหน้าของเขาสากเหลือเกิน 'นี่เขาคงไม่ได้ดูแลตัวเองเลยสินะ'

 เธอยังคงนั่งเงียบอยู่ข้างๆชายหนุ่ม แล้วมองใบหน้าของเขายามหลับ ..ไม่ง่ายเลยที่เธอจะได้เห็นหน้าของหนึ่งในพลเอกใกล้ๆแบบนี้

'อย่าไปยุ่งกับคนอันตรายแบบเขาดีกว่า..โรบิน' เธอเตือนตัวเอง แล้วรีบๆจัดการทุกๆอย่างให้เสร็จ อาหารกระป๋องพร้อมที่เปิดฝาถูกวางลงในเต็นท์ที่มีทรงเบี้ยวๆ

 จากนั้นเธอก็ดินออกไป พร้อมกับคำพูดสุดท้ายของวันนี้

"ฝันดีนะ อาโอคิยิ"

คำพูดนั้นทำให้คนในเต็นท์ที่เธอคิดว่าสลบไปแล้ว ลืมตาขึ้นมาแล้วอมยิ้ม

'ฝันดี โรบิน'
 
 ใช่แล้ว!! เขาตื่นขึ้นมาตั้งแต่ตอนที่เธอลงมือกางเต็นท์ให้เขา ถ้าเขามีแรงมากกว่านี้ซักหน่อย คงลุกขึ้นไปทำเองแล้วหล่ะ แต่แค่แรงที่จะเปิดปากบอกเธอไปว่า 'เธอทำผิดตั้งแต่ต้น' เขายังไม่มีเลย.. 

 อาโอคิยิรู้สึกว่าเลือดสูบฉีดเร็วขึ้นเมื่อนึกถึงตอนที่เธอเปลี่ยนกางเกงให้เขา ตอนนั้น.. เธอบังเอิญไปจับมันไม่พอ อยู่ๆแรงบีบก็ดันเพิ่มมากขึ้น! ทำให้เขาคิดว่าเธอจะลักหลับเขาซะแล้ว เขาจึงแอบลืมตาไปมองคนข้างๆ แล้วก็เกือบหลุดหัวเราะออกมา มันผิดกับที่เขาคิดโดยสิ้นเชิง ก็เธอน่ะช็อคไปแล้ว ใบหน้าแดงไปจนเกือบถึงหู ปากเล็กได้รูปกลับเปิดกว้างซะจนแมลงคงบินเข้าไปวางไข่ได้หลายตัว เขาเห็นดังนั้นจึงคิดได้ว่าเธอคงไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตอนนี้เธอกำลังออกแรง 'ขยำ' มันอยู่น่ะ
 
 เขาได้แต่ข่มอารมณ์ทุกๆอย่างเอาไว้ในใจ ถ้าผลุนผลันทำอะไรขึ้นมา เธอจะยิ่งเตลิดไปกันใหญ่

 หลังจากนั้นเธอก็ทำอย่างอื่นให้เขาตั้งเยอะ ภาพที่เธอจุดไฟด้วยตัวเองจนมือบางถลอกไปหมดทำให้เขาอยากจะลุกไปทำแทนจริงๆ ความพยายามที่เธอทำให้เขาในวันนี้ ทำให้เขารู้สึกสั่นไหวที่หัวใจแปลกๆ แต่เขาก็ไม่คิดจะหาคำตอบให้กับอาการนี้หรอกนะ เขายังไม่อยากจะยอมรับมัน

 แล้วอาโอคิยิก็หลับตาลงอีกครั้ง พร้อมกับรอยยิ้มที่มุมปาก
 

ณ เกาะ คุไรกาน่า
 


 
 วันนี้โซโลตื่นแต่เช้าเหมือนเดิมเพื่อออกมาปะทะดาบกับฝูงลิงที่สามารถเลียนแบบวิธีการต่อสู้ของมนุษย์ได้ แต่วันนี้กลับมีคนตื่นเช้ากว่าเขา.. ทาชิงิกำลังต่อสู้กับลิงพวกนั้นอยู่อย่างดุเดือด

"อรุณสวัสดิ์" โซโลทัก ก่อนจะดึงดาบออกมาจากฝักแล้ววิ่งใส่เจ้าลิงอีกตัวทันที

"อื้อ อรุณสวัสดิ์ค่ะ" เธอตอบกลับแล้วใช้ดาบของตนรับดาบของเจ้าลิงฝ่ายตรงข้าม

"ตื่นเช้าดีนะ" เขาเอ่ยโดยไม่ได้หันมามอง

"นายเองก็เหมือนกัน"
 
 ทั้งคู่ยังต่อสู้กับลิงโดยไม่ได้หันไปมองกัน เวลาผ่านไปจนพระอาทิตย์เริ่มโผล่ออกมาให้เห็นที่ปลายขอบฟ้า เพโรน่า ผู้หญิงคนเดียวที่ใช้ดาบไม่เป็นในเกาะนี้ได้เดินออกมาจากปราสาท มือข้างนึงของเธอถือร่มเอาไว้ มองทั้งคู่สู้กับลิง

"นี่ พวกนายน่ะ จะไม่พักกันจริงๆเหรอ?" หญิงสาวตะโกนขึ้นเมื่อมองทั้งสองมาซักพักแล้วก็ไม่เห็นพวกเขาจะหยุดกันบ้างเลย

 ทาชิงิจัดการตวัดดาบในมือหนึ่งรอบ ทำให้ดาบในมือของเจ้าลิงหลุดกระเด็นไป เป็นสัญญาณว่าเธอชนะแล้ว

"มีอะไรรึเปล่าคะ? คุณเพโรน่า"

"ฉันจะชวนไปกินข้าวด้วยกันน่ะ มามั้ย ทาชิงิ"

"ได้ค่ะ ฉันซ้อมเสร็จพอดี" ทาชิงิตอบพร้อมยิ้มให้เพโรน่าก่อนจะเดินเข้าไปข้างในปราสาท

"เอ่อ .." เพโรน่าหันไปมองคนหัวเขียวอีกครั้ง ก่อนจะถามว่า "นายหล่ะ? ไม่ไปด้วยกันเหรอ?"

"กินก่อนเลย"

"อะ.. โอเค" เพโรน่ามองเขาอีกครั้งนึงก่อนจะหันหลังกลับไป แต่เสียงของโซโลดังขึ้นซะก่อน

"เฮ้! พารูโน่! ที่นี่มีเหล้ามั้ย?"

"โกสต์ ปริ๊นเซสเพโรน่าย่ะ!"

"เออนั่นแหละ มีเหล้ามั้ย?"

"มิฮอร์คน่าจะมีมั้ง"

"ไปเอามาให้หน่อยดิ"

"ฉันเป็นเบ๊นายรึไงยะ!!! นายก็ไปเอาเองเซ้!!"

โซโลฟันลิงทิ้งก่อนจะหันหน้ากลับมา "เธอนี่ขี้เกียจเป็นบ้า"

"หา? ฉันเนี้ยนะ ฉันเป็นถึงหัวหน้ากองทัพซอมบี้เชียวนะ โฮโล่ โฮโล่"

"ปัญญาอ่อน" แล้วโซโลก็แลบลิ้นใส่ก่อนจะเดินตามทาชิงิเข้าไปข้างใน

"กรี้ดดดด! ไอ้หัวเขียว แล้วนายจะต้องสำนึกที่ปล่อยให้ตัวเองเกิดมา!!" ถึงจะบ่นยังไง ..สุดท้ายแล้วตัวเองก็ได้แต่เดินตามไปเงียบๆอย่างเซ็งๆเท่านั้น
 
 ระหว่างทางเดินไปห้องอาหาร เพโรน่าเห็นมิฮอร์คกำลังเดินออกไปนอกปราสาท เธอจึงชวนเขามาทานข้าวด้วยกันอีกคน
 
"นาย.. จะไปไหนเหรอ?"

"ทำงาน"

"มากินข้าวด้วยกันก่อนสิ"

"ไม่หล่ะ"

"เฮ้ๆ ฉันอุตส่าชวนนะยะ"

"ต้องก้มลงกราบขอบคุณเลยรึเปล่า" แล้วมิฮอร์คก็หันมายิ้มมุมปากให้

"ทำแบบนั้นได้ก็ดี โฮโล่ โฮโล่"

"ฝันไปเถอะ!" แล้วมิฮอร์คก็สบัดเสื้อคลุม ก่อนจะเดินออกไป

"อะ เอ่อ .. เดี๋ยวสิ!! นายพอจะมีเหล้ามั้ย"

มิฮอร์คหันหน้ามามองด้วยแววตางงๆ 'เด็กอย่างยัยนี่เนี้ยนะ!! ดื่มเหล้า'

"จะเอาไปให้ไอ้หัวเขียวน่ะ"

แววตาของชายตาเหยี่ยวกลับมาคมดังฉายาของเจ้าของอีกครั้ง ก่อนจะหันหน้าเดินต่อโดยไม่ได้ตอบคำถามของหญิงสาวที่อยู่ข้างหลัง
 
'จะเอาเหล้าของฉันไปให้ผู้ชายคนอื่นเนี้ยนะ - -^ ฝันไปเหอะ!'
 
 เพโรน่าเดินกลับไปที่ห้องอาหารอีกครั้ง เธอไม่เข้าใจว่าทำไมไอ้บ้านั่นถึงไม่ยอมตอบอะไรเธอซักคำ.. ปากน่ะมีไว้กินข้าวอย่างเดียวรึไง! คิดแล้วหญิงสาวก็หงุดหงิด
 
 เมื่อเธอเดินไปถึงห้องอาหาร เธอดันพบกับความเปล่า สองคนนั้นที่เธออุตส่าเดินไปชวนได้หายไปแล้ว .. 'นี่ฉันต้องกินข้าวคนเดียวหลังจากอุตส่าเดินวนรอบปราสาทตั้งนานเพื่อหาพวกนั้นอย่างงั้นเหรอออ!!!'

 เพโรน่าถอนหายใจ เอาเถอะ.. ชีวิตเธอมันแย่มาตั้งแต่โดนปุ่มเนื้อนั่นละ เธอจะไม่หวังอะไรในชีวิตนี้อีกแล้ว เธอบอกตัวเองก่อนจะเดินเข้าไปในครัวเพื่อที่จะเริ่มลงมือทำอาหาร แต่ยังไม่ทันที่เธอจะเดินไปถึง เธอก็ได้ยินเหมือนเสียงอะไรซักอย่างระเบิด ภาพแรกที่เธอเดินเข้าไปเจอหลังจากเสียงนั้นเงียบหายไปแล้วคือ โซโลกับทาชิงิกำลังกอดกันอยู่..
 
 เพโรน่ามองคนทั้งคู่แล้วก็ทำอะไรไม่ถูก ..แอบน้อยใจเหมือนกัน ตั้งแต่เธอมาที่นี่ เธอยังไม่ได้กอดใครเลย ก็คุมาชี่ไม่อยู่แล้วนี่นา อยากจะกอดใครบ้างจัง
 
 ชายหญิงที่อยู่ในครัวหันไปเจอคนที่พึ่งมา ทาชิงิรีบผละออกจากอ้อมแขนของคนผมเขียว แล้วบอกเพโรน่า

"ไม่ใช่อย่างนั้นนะ คุณเพโรน่า หมอนี่มันเบื๊อกทำน้ำแข็งตกลงไปในน้ำมันร้อนๆน่ะสิ"

"ที่เธอด่าฉันเบื๊อกงั้นเหรอ!"

"ไม่ได้ด่ามั้งง!!"

"อ่อหรอ แล้วใครกันที่สะดุดล้มจนทำให้ฉันต้องปล่อยถังน้ำแข็งจนเรื่องมันเป็นแบบนี้หล่ะ!!"

"ไม่มีใครย่ะ นายทำตัวของนายเอง"

"นี่เธอ!" เมื่อทั้งสองคนจะทะเลาะกัน เพโรน่าก็ เดินเข้าไปยังห้องครัวแล้วเริ่มทำความสะอาด.. เธอไม่อยากจะขัดอะไรหรอกนะ สองคนนั้นไม่เห็นหัวเธออยู่แล้วนี่..

 ทาชิงิเห็นเพโรน่าพยายามเก็บกวาดห้องครัวที่เลอะไปด้วยคราบน้ำมันทั้งๆที่ตัวเองไม่ได้ทำ จึงเลิกสนใจคู่กรณี แล้วเดินเข้าไปช่วย

"คุณเพโรน่าไปกินข้าวเถอะค่ะ เดี๋ยวฉันทำเอง"

"อะ .. อือ"
 
'ยังไงก็ต้องกินข้าวคนเดียวสินะ..' หญิงสาวผมชมพูเดินออกจากห้องครัวไป ดวงตาของเธอคลอไปด้วยน้ำตา
 
"ยัยนั่นเป็นอะไรไปน่ะ? หยั่งกับจะร้องไห้"

"คงเหงามั้งคะ น่าสงสารจัง"

"ไม่ไปร้องไห้เป็นเพื่อนหล่ะ?"
 
 ทาชิงิถอนหายใจเมื่อโซโลเอาแต่หาเรื่องเธอไม่เลิก เธอหันไปเพื่อจะต่อว่าเขา แต่ก็ต้องหุบปากลง เมื่อสังเกตเห็นแผลจากน้ำมัน
.. แผลที่เกิดขึ้นเพราะเขาช่วยปกป้องเธอ
 
"เอ่อ.. นายเจ็บมากมั้ย?"

"เจ็บอะไร?"

"แผลพวกนี้น่ะ" แล้วทาชิงิก็เอื้อมมือไปสัมผัสเบาๆ

"มะ ไม่เจ็บ"

"เดี๋ยวฉันทำแผลให้"

"ไม่ต้อง นอนแปปเดียวก็หาย"

"อย่าดื้อสิ!"

"นี่เธอว่าใครดื้อ!" ทาชิงิเหนื่อยใจเกินกว่าจะตอบอะไร เธอจึงเริ่มลงมือเก็บกวาดครัวต่อโดยไม่สนใจคนที่มีผมสีเขียว
 
 ตกดึกในคืนนั้น ทาชิงินอนไม่หลับเลย ความทรงจำตอนที่โซโลปกป้องเธอย้อนเข้ามาในหัวจนเธอไม่เป็นอันนอน
 

 ทาชิงิเทน้ำมันลงไปในกระทะร้อนใบใหญ่ เธอตั้งใจจะทำปลาชุบเกล็ดขนมปังทอดเอาไว้ซัก 4 ตัว เผื่อคนอื่นๆจะกินด้วย
 
"หิว" อยู่ๆคนที่ควรจะซ้อมดาบอยู่ข้างนอกกลับเดินเข้ามาในครัวแล้วบอกเธอด้วยหน้าตาง่วงๆ

"-____-^" นี่เขาคิดว่าเธอเป็นแม่รึยังไง? ต้องคอยทำกับข้าวให้น่ะ
 
"ทำให้ด้วย ที่นึง"

"ทำไมฉันต้อง.."

"ฉันทำไม่เป็น"

"งั้นก็มาช่วยฉันทำสิ เดี๋ยวบอกให้ว่าต้องทำยังไง"

"ก็ได้"

"ไปหยิบน้ำแข็งให้หน่อยสิ น็อคปลาพวกนั้นให้ที" เธอชี้ไปยังปลาที่ยังดิ้นได้ในลังโฟม
 
"น็อคไม่เป็น"
 
ทาชิงิมองหน้าเขาเอือมๆ "ไปเอาน้ำแข็งมาก่อนละกัน"

"โอเค"
 
ระหว่างนั้นทาชิงิก็หั่นสลัดผักรอ เมื่อโซโลเดินกลับมาพร้อมน้ำแข็ง เธอก็เริ่มอธิบายวิธีการ
 
"นายเอาน้ำแข็งโปะใส่ปลาพวกนั้นนะ แค่นั้นแหล่ะ"
 
"ง่ายๆแค่นี้เลยเหรอ?"

"ฉันเลือกงานจากระดับสติปัญญาของนายน่ะ"

"เหอะ งั้นดูให้ดีๆ เดี๋ยวจะโชว์วิธีการน็อคปลาขั้นเทพให้ดู"

โซโลดึงดาบออกมา โดยใช้ปากคาบไว้เล่มนึง แล้วถืออีก 2 เล่มเอาไว้ในมือ ทาชิงิเห็นดังนั้นก็แทบจะหงายหลังเป็นลม ให้ตายเถอะ!! แค่เอาน้ำแข็งโปะลงไปมันยากเกินไปสำหรับหมอนั่นเหรอ! เธอรีบวิ่งไปดึงแขนเขา

"หยุดเดี๋ยวนี้นะ นายจะพังห้องครัวรึไง เก็บดาบเดี๋ยวนี้"

"ฉันเป็นนักดาบนะ ฉันก็ต้องใช้วิธีการของฉันสิ"

"วิธีการบ้าอะไรของนาย!! หยุดซักที!!!!!"

ทาชิงิยื้อมือข้างหนึ่งของเขาเอาไว้ หลังจากยื้อกันไปยื้อกันมาสักพัก ทาชิงิก็สะดุดล้มเพราะแรงดึงของชายตรงหน้า โซโลรีบเข้าไปคว้าเอวของเธอเอาไว้ ทำให้มือที่ถือถาดใส่น้ำแข็งกระเด็นลงไปใน
.. น้ำมันที่กำลังเดือด!!
 
"เฮ้ยยยยย!! อันตราย!!"
โซโลรีบตะโกนบอกก่อนจะวิ่งออกไปนอกห้องครัว แต่เมื่อหันกลับมาเห็นทาชิงิที่กำลังตกใจและคงวิ่งออกไม่ทัน เขาจึงวิ่งกลับเข้ามาแล้วกอดเธอเอาไว้
 
น้ำมันเดือดกระเด็นไปทั่วบริเวณในครัว แผ่นหลังของโซโลรับความร้อนเข้าไปเต็มๆ เขากัดปากข่มความเจ็บปวด
 
เมื่อเหตุการณ์เริ่มกลับมาเป็นปกติ ทาชิงิเงยหน้าขึ้นมองโซโล ทั้งคู่อยู่ห่างกันไม่ถึงคืบ จนลมหายใจของทั้งสองแทบจะเป็นหนึ่งเดียวกัน ทาชิงิหันหน้าหนีไป แล้วก็พบเพโรน่า
 
 เมื่อทาชิงิคิดทบทวนเหตุการณ์ต่างๆอีกรอบ เธอก็ตัดสินใจลุกออกไปจากเตียงแล้วเดินไปที่ห้องนอนของคนที่ช่วยเธอเอาไว้
 
 เธอเดินไปยืนข้างเตียงของเขา เขายังคงนอนนิ่งและหายใจอย่างสม่ำเสมอ เธอค่อยๆพลิกตัวคนตัวใหญ่ ป้ายยาทาขึ้นมาแล้วไล้นิ้วไปตามบาดแผลที่หลัง ความรู้สึกผิดก่อตัวขึ้นมาอีกครั้ง ในที่สุดแล้วเธอก็คงได้เป็นแค่ตัวถ่วงในชีวิตคนอื่นอีกเช่นเคย
 
"ขอบคุณนะ โซโล" เธอกล่าวก่อนจะเดินออกจากห้องไป
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 41 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

130 ความคิดเห็น

  1. #117 ThitichayaNoojor (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 เมษายน 2560 / 00:22
    ทำไมโรบินไม่คู่กับโซโล
    นามิกับลอว์ล่ะ????!!!!
    #117
    0
  2. #28 oงค์xญิงง่วงuou (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2557 / 23:35
    ครอกโคไดล์หญิงหรอ อ๊ากๆๆๆ ชอบๆๆๆๆๆๆๆ พยายามเข้าน่ะ
    #28
    0
  3. #22 zorobin (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2557 / 09:29
    สู้ๆค่า~

    ติตตามอยู่ตลอดเลยย

    โรบินจังง o.o

    #22
    0
  4. #21 Aim (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2557 / 22:20
    อร๊ายยย  โซโลหล่อเว่อร์ 555555   น่ารักทุกคู่จริงๆ ตอนนี้รู้สึกว่าพอดีเลยแต่ละคู่ กำลังมุ้งมิ้ง  อีกอย่างตลกทุกคู่  เจ๊อีวาก็ฮาโคตรรรร
    ตลกจริงๆ แต่งได้น่ารักมาก 
    เลิฟโรบินที่สุด >< แหมทำเป็นอายคราวก่อนยังจับของแฟรงกี้หน้าตาเฉย ทีคราวนี้ทำไม... เอิ้กๆ คู่นี้ก็ น่ารักไปอีกแบบ
    สู้ๆจ้าไรเตอร์ เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #21
    0