[One piece fiction] the new age

ตอนที่ 3 : Chapter 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,222
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 51 ครั้ง
    4 พ.ค. 57

 

ณ กองกำลังปฏิวัติ

 ในห้องประชุมของคณะปฏิวัติ ประกอบไปด้วยโต๊ะไม้ยาวตั้งอยู่กลางห้อง รอบๆโต๊ะตัวนั้นมีเก้าอี้นั่งสีดำร่ายล้อมอยู่หลายตัว แต่มีเพียงสองตัวเท่านั้นที่ถูกใช้งาน

"โรบิน เธอพอจะรู้เกี่ยวกับเรื่อง 100 ปีแห่งความว่างเปล่าบ้างมั้ย?"


"ฉันพยายามจะค้นคว้ามัน แต่ก็ยังไม่พบอะไร ทำไมเหรอคะ?"


"ฉันพอจะรู้เรื่องมาบ้าง และถ้าเธออยากฟังหล่ะก็.."


"ไม่ค่ะ ฉันไม่อยาก"


"หืมม? ทำไมหล่ะ?"


"ฉันตัดสินใจแล้วหล่ะค่ะ ไม่ว่า 100ปีแห่งความว่างเปล่าจะเป็นยังไง ฉันอยากจะค้นพบมันด้วยตัวของฉันเอง"


"ฮะๆ สมแล้วที่เป็นลูกของนิโค โอลิเวีย แต่ฉันคิดว่าสิ่งที่ฉันจะบอกเธอมันคือข้อมูล ไม่ใช่คำตอบ การที่เธอได้ฟังจากฉันไม่ใช่ว่าเธอจะต้องเชื่อ ฉันแค่คิดว่ามันจะเป็นข้อมูลที่เธอได้ค้นพบชิ้นหนึ่งเท่านั้นเอง"


"ขอบคุณค่ะ คุณดราก้อน แต่ฉันพึ่งคิดได้น่ะ ว่าจากหลักฐานที่ต่างกัน ทำให้คนสรุปประวัติศาสตร์ไม่เหมือนกัน การที่คุณสรุปเช่นนั้นแล้วเล่าให้ฉันฟัง อาจจะทำให้ฉันคล้อยตามไปก็ได้ ฉันคิดว่าฉันอยากวิเคราะห์ประวัติศาสตร์ด้วยตัวของฉันเองมากกว่า"

ดราก้อนยิ้มมุมปาก ก่อนจะพยักหน้าช้าๆแล้วตอบ "เข้าใจแล้ว"


"คุณรู้มั้ยคะ ว่าใครทำให้คนที่อยากรู้ประวัติศาสตร์ 100 ปีมากๆอย่างฉันกลายเป็นคนปิดกั้นข้อมูลของคนอื่นแบบนี้"


"ใครหล่ะ อยากจะซัดหน้าเจ้าหมอนั้นจังเลย ทำให้ฉันพูดธุระลำบากขึ้นตั้งเยอะ ฮ่าๆ"


"คุณจะซัดหน้าลูกชายของคุณงั้นเหรอคะ? คุณดราก้อน" โรบินหัวเราะเบาๆแล้วพูดต่อ


"เพราะลูฟี่ไม่สนข้อมูลของคนอื่น ไม่ว่า วันพีชจะมีจริงหรือไม่ วันพีชเป็นยังไง เขาก็ไม่ต้องการจะรับรู้ ขอแค่ได้ค้นหาด้วยตัวเองไปเรื่อยๆพร้อมกับพวกพ้องก็พอแล้ว"


"ฮ่าๆๆ เจ้าหมอนั้น" ดราก้อนหัวเราะเมื่อนึกถึงลูกชายของตัวเอง

"ขอบใจนะที่คอยดูแลลูฟี่มัน เป็นลูกเรือมันคงเหนื่อยมากสิท่า"


"ไม่หรอกค่ะ"


"เอาหล่ะ งั้นเรามาเข้าเรื่องกันเลยนะ โรบิน ฉันมีเรื่องอยากให้เธอช่วยหน่อย ฉันรู้ข้อมูลบางอย่างจาก 100 ปีที่ว่างเปล่า แต่ฉันก็ไม่อยากจะเคลื่อนกองทัพปฏิวัติ หากข้อมูลที่ฉันรู้มันยังไม่แน่นอน 100% แต่เมื่อไม่นานมานี้ฉันเจอกุญแจชิ้นสุดท้ายของข้อมูลแล้วหล่ะ เพียงแต่ฉันอ่านมันไม่ออก"


โรบินเบิกตากว้าง "โพเนกรีฟ!?"


"ใช่แล้วหล่ะ มันคงจะดีต่อเราทั้ง2ฝ่าย จริงมั้ย? พวกเราต่างต้องการข้อมูลจากมันทั้งคู่"


"ได้เลย มันอยู่ที่ไหนหล่ะ?"


"ไว้ฉันจะพาเธอไป ไม่ต้องรีบหรอก เธอไปพักก่อนเถอะ ไว้ฉันจะคุยกับเธออีกที"


"ค่ะ"

 โรบินเดินออกมาจากห้องประชุมด้วยหัวใจที่พองโต ในที่สุด สิ่งที่ทุกคนต้องการ ทั้งแม่ และนักวิชาการต่างๆที่เกาะโอฮาร่าตามหา ตอนนี้เธอใกล้จะเอื้อมมือถึงมันแล้ว

 
 โรบินเผลอยิ้มออกมา โดยไม่รู้เลยว่ารอยยิ้มของเธอบาดใจคนที่แอบมองขนาดไหน


"ซาโบ้ มายืนทำอะไรอยู่ตรงนี้" โคอาล่าที่เดินผ่านมาเห็นซาโบ้ทำตัวลับๆล่อๆอยู่ข้างๆกำแพงถามขึ้น

"ยุ่งหน่า"

 
 เมื่อเขาไม่ยอมบอก โคอาล่าจึงยื่นหน้าออกไปแอบดูด้วย เมื่อเธอเห็นว่าเป็นโรบินก็แอบสงสัยว่า ซาโบ้จะแอบยืนมองโรบินทำไมกัน แต่ยังไม่ทันจะได้คิดหาคำตอบ คนข้างๆเธอก็หันหน้ากลับมาจนแก้มของคนทั้ง
2 ชนกัน


 ซาโบ้ตกใจมาก เมื่อพึ่งรู้ตัวว่าคนข้างๆมายืนอยู่ใกล้ขนาดนี้แล้ว ในขณะที่โคอาล่าเองก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจจากสัมผัสใหม่ที่ได้รับ เธอไม่เคยรู้เลยว่า การที่แก้มชนกันให้ความรู้สึกที่ดีขนาดนี้


"อะไรของเธอเนี้ย" ซาโบ้รีบผละออก ในใจเต้นรัวกับเหตุการณ์ที่พึ่งเกิดขึ้น ยิ่งตาโตๆของโคอาล่ากำลังจ้องมองมา ยิ่งทำให้เขาทำตัวไม่ถูกจนต้องแกล้งหงุดหงิดกลบเกลื่อน


"ป่าวนี่ นายนั้นแหละ เป็นอะไร" หญิงสาวตอบกลับ


"ฉันไม่ได้เป็นอะไร ยัยเบ๊อะ"


แล้วซาโบ้ก็เดินหนีออกมา แต่โคอาล่ากลับเดินตาม


"ไม่ได้เป็นอะไรแล้วจะหนีฉันทำไมหล่ะ"


"ฉะ.. ฉันปวดฉี่ จะตามมาดูมั้ยหล่ะ สาวน้อย -.,-" ซาโบ้ตอบพร้อมทำหน้าเจ้าเล่ห์


"ไอ้บ้า >////<"


แล้วโคอาล่าก็กลายเป็นฝ่ายวิ่งหนีแทน


ซาโบ้มองตามแผ่นหลังของเธอไป ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน แต่การได้แกล้งเพื่อนคนนี้ทำให้เขาอารมณ์ดีสุดๆ แล้วซาโบ้ก็หัวเราะและอมยิ้มคนเดียวทั้งวัน

 
ณ อณาจักร อลาบาสต้า
 


"ลูฟี่จะเป็นยังไงบ้างนะ กาลู"


"ก้าบ ก้าบ"


ระหว่างที่วีวี่กำลังนั่งเหม่ออยู่ที่หน้าต่างนั้น อยู่ๆก็มีตัวอะไรพุ่งเข้ามาจากหน้าต่าง!


"โอ้ยย" วีวี่โดนสิ่งๆนั้นทับเข้ามาจนตัวเองหงายหลังลงนอนกับพื้น


"โคช่า!"


"โอ้ยย เจ็บจัง"


"ฉันสิเจ็บ นี่นายกระโดดเข้ามาได้ยังไงเนี้ย ห้องฉันไม่ได้อยู่ชั้นล่างๆนะ"


"ก็ทหารพวกนั้นไม่ยอมให้ฉันเข้ามานี่หน่า"


"นี่ นายบาดเจ็บงั้นหรอ!"


วีวี่ตกใจเมื่อเห็นเลือดไหลเต็มแขนของโคช่า


"ก็บอกไปแล้วนี่นาว่าเจ็บ"


"ตายแล้ว ไปโดนอะไรมาน่ะ?"


"เมื่อกี้น่ะสิ ตอนพุ่งขึ้นมามันหยุดไม่ได้ ฉันเลยต้องคว้าหน้าต่างห้องเธอ แขนมันคงครูดกำแพงพอดีอ่ะ"


"รอแปปนึง เดี๋ยวฉันไปเอายามาทาให้นะ"


เมื่อวีวี่กำลังจะลุกขึ้น โคช่าก็กอดวีวี่เอาไว้ วีวี่ถึงไปเซล้มลงไปซบแผงอกกำยำของเขา


"ทำอะไรน่ะ" หญิงสาวท้วง


"ฉันไม่ต้องการยา"


"พูดอะไรบ้าๆ แผลที่แขนนายน่ะ มันถูกครูดเป็นทางยาวเลยนะ ถ้าไม่รักษา เดี๋ยวแผลก็.."


"ฉันต้องการเธอ"

 

ณ หมู่บ้านไซรัป


 อุซปที่ถูกบาโซโลมิว คุมะส่งตัวกลับบ้านเกิดพึ่งตื่นหลังจากตกลงมาแล้วหัวกระแทกกับพื้นอย่างแรง

และสิ่งที่แย่ที่สุดคือ..


..เขาจำอะไรไม่ได้!


'ที่นี่ที่ไหนกัน น่ากลัวเป็นบ้า แล้วฉันมาทำอะไรที่นี่ ไม่สิ ฉันเป็นใคร!!!!!'


 อุซปเดินไปเรื่อยๆด้วยความหวาดกลัว การที่เขาสลบไปหลายวันทำให้ไม่มีอะไรตกถึงท้อง ร่างกายเริ่มไม่มีแรง สายตาเริ่มพร่ามัว สุดท้ายเขาก็ล้มลงไปที่หน้าหมู่บ้านที่ตัวเองเกิด..

"คุณอุซป!"

และโลกของเขาก็มืดลงทันที

 อุซปค่อยๆลืมตาขึ้นอีกครั้ง รู้สึกว่าโลกทั้งใบหมุนไปมาจนปวดหัวไปหมด ความทรงจำสุดท้ายคือการที่เขาตื่นมาในที่ที่ไม่รู้จัก..

 แล้วเขาก็เริ่มสังเกตว่า ครั้งนี้ก็เช่นกัน เขาตื่นมาในที่ๆตนเองไม่รู้จักอีกแล้ว นั่นสินะ เขาจำอะไรไม่ได้เลย แม้กระทั่ง ชื่อของตัวเอง


"ตื่นแล้วเหรอคะ? ^^"


 อุซปหันไปมองต้นเสียง พบหญิงสาวผิวขาวผู้มีผมสีบลอนยาวสลวยยืนอยู่ข้างๆเตียง อยู่ๆใจของเขาก็เริ่มเต้นผิดจังหวะ ถึงเขาจะไม่คุ้นเคยกับหน้าตาของเธอ แต่เธอช่างสวยเหลือเกิน


"อืม.. ทะ ที่นี่ที่ไหนอ่ะ?" อุซปพูดกระตุกกระตักด้วยความเขิน


"บ้านของฉันไง"


"แล้ว.. เธอคือใคร?"


".. คุณจำฉันไม่ได้เหรอคะ?"

อุซปพยักหน้า


"คุณอุซปนี่ยังชอบเล่นมุขตลกเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยนเลยนะคะเนี้ย" คายะหัวเราะออกมา


"ฉันจำอะไรไม่ได้เลย ชื่อของฉัน ฉันยังไม่รู้มันด้วยซ้ำ" เขาตอบสีหน้าจริงจัง


"คุณอุซป" หญิงสาวเอามือปิดปากอย่างไม่อยากจะเชื่อ เธออุตส่ารอคอยเขากลับมา รอให้เขามาเล่าเรื่องการผจญภัยให้เธอฟังอีก ที่ผ่านมาเธอเองก็เดินตามความฝันที่อยากจะเป็นหมอ ถ้าอุซปไม่สบาย เธอจะได้รักษาได้ แต่อาการนี้มัน .. ร้ายแรงซะจนเธอไม่รู้ว่าจะรักษามันได้มั้ย..


"ฉันชื่ออุซปเหรอ?"


"ค่ะ"


 
เมื่ออุซปเห็นหญิงสาวเงียบไป เขาก็สงสัยว่า เธอเป็นอะไรกับเขา ทำไมการที่เขาจำอะไรไม่ได้ เธอถึงต้องทำหน้าจะเป็นจะตายขนาดนั้น


"เอ่อ เธอชื่ออะไรอ่ะ?"


"ฉะ .. ฉันคายะค่ะ"


"แล้ว.. เธอกับฉัน เราเป็นอะไรกันเหรอ?"


'ฉันเป็นคนที่แอบชอบคุณ!' เธอตอบเสียงดังในใจ แน่นอนว่าคนที่อยู่ตรงหน้าไม่อาจได้ยินเสียงนั้น

 
"มันตอบยากขนาดนั้นเลยเหรอ คายะ?"


"เราเป็น.. เป็นเพื่อนกันค่ะ"


 ไม่รู้ทำไมในใจของอุซปถึงแอบเสียใจกับคำตอบนั้น ลึกๆ เหมือนเขาอยากให้เธอตอบว่าเป็นอย่างอื่นมากกว่า


"อ่อ เข้าใจแล้ว .. นี่คายะ ฉันอยากจะจำทุกๆอย่างได้น่ะ เธอช่วยฉันรื้อฟื้นความทรงจำได้มั้ย"


"ฉันเองก็อยากจะช่วยให้คุณจำได้.. แต่ฉันไม่รู้เหมือนกันว่าจะทำได้มั้ย"


"ต้องได้สิ ฉันเชื่อในฝีมือเธอ"


แล้วอุซปก็ยิ้มกว้างพร้อมกับยกนิ้วโป้งให้คายะ คายะเห็นดังนั้นก็ยิ้มขึ้นมาได้


'ใช่แล้ว ความฝันของเราคือการรักษาคุณอุซปให้ได้ ไม่ว่าเขาจะเป็นโรคอะไรก็ตาม ดังนั้น เราจะต้องทำมันสำเร็จแน่ๆ ต้องรักษาเขาให้หายให้ได้เลย!'

 

ณ เกาะ อเมซอน ลิลลี่

 
"ท่านเฮบิฮิเมะ เดี๋ยวพวกเราทำอาหารให้ก็ได้ค่ะ"


"ไม่ได้ เราจะโชว์ฝืมือของเราให้ลูฟี่ทาน"


"แต่ว่า.."


"นี่!! ถ้าพวกเจ้าไม่อยู่เงียบๆละก็..."


เฮบิฮิเมะเอนตัวไปข้างหลังพร้อมชี้นิ้วใส่พวกสาวใช้


"ข้าจะสาปให้เป็นหินให้หมด!!"

 

ทางด้านลูฟี่

"มากาเร็ตตตตต~ ฉันไม่ไหวแล้ว ช่วยด้วย"


 ลูฟี่กำลังโดนผู้หญิงนับร้อยคนรุมเพื่อดึงส่วนต่างๆของร่างกายที่ยืดได้ ก็มันเป็นสิ่งแปลกใหม่ที่เกาะสตรีไม่เคยเจอนี่นา


"ฮะๆ" มากาเร็ตหัวเราะน้อยๆก่อนจะจับข้อมือลูฟี่แล้วพาวิ่งหนี


 "หยุดนะมากาเร็ต คิดจะทำอะไรน่ะ อย่าเก็บลูฟี่ไว้คนเดียวสิ ยัยบ้า" เหล่าสตรีคนอื่นๆต่างตะโกนโวยวายเมื่อเห็นมากาเร็ตพยายามขโมยลูฟี่ไป


"แฮ่ก ๆ ไม่ไหวแล้ว ผู้หญิงนี่น่ากลัวเป็นบ้า" ลูฟี่บ่น โดยมากาเร็ตยังคงหัวเราะเหมือนเดิม


 ก็เธอมีความสุขมากๆเลยนี่นา เกิดมาไม่เคยเจอผู้ชายมาก่อน และคนแรกที่เธอเจอ ก็ทำให้เธอไม่ต้องการพบผู้ชายคนอื่นอีก ขอแค่เขาคนนี้ก็พอ อยากให้เขาอยู่ที่นี่ไปนานๆ

 เมื่อจักรพรรดินีทำอาหารกองโตเสร็จ เธอก็รีบเข็นเข้าเมืองไปหาลูฟี่ทันที ก็เธอน่ะอยากจะเจอเขาแทบตาย ถ้าเขาเข้ามาอยู่ในวังกับเธอได้คงจะดีมากๆเลย แต่ยายเนียวนั้นแหล่ะที่ไม่ยอม บอกว่าเป็นจักรพรรดินีต้องบลาๆๆ อยู่ได้

"ท่านเฮบิฮิเมะ" เสียงตะโดนของสาวๆเริ่มดังขึ้น เมื่อเห็นจักพรรดินีของพวกตนออกมาจากปราสาท


"ลูฟี่หล่ะ พวกเจ้าเห็นลูฟี่มั้ย?"


"ยัยมากาเร็ตพาหนีไปแล้วค่ะ"


"หา.."

 
 อยู่ๆ..ภาพตอนที่แฮนค็อกให้น้องสาวของเธอสู้กับลูฟี่เมื่อครั้งแรกที่เจอกันก็ลอยมาในหัว

ตอนนั้นไม่ว่ายังไง ลูฟี่ก็ต้องการชนะ.. ชนะเพื่อปกป้องมากาเร็ตที่ถูกสาปให้เป็นหิน

แฮนค็อกรู้สึกถึงแรงบีบที่หัวใจ ความหึงหวงเริ่มเกิดขึ้น


'.. ยัยมากาเร็ต!!'

 

ณ กองทัพเรือ


 สโมคเกอร์กำลังนั่งคิดทบทวนอะไรอยู่คนเดียว 'ทำไมทุกๆอย่างถึงลงเอยแบบนี้..' ประโยคนี้วนเวียนอยู่ในหัวของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า


เมื่อได้เห็นจดหมายลาของทาชิงิ เขาก็ถึงกับช็อคทันที


และก็ช็อคยิ่งกว่า เมื่อได้รู้ข่าวว่า แปซิฟิต้า 0 เกิดขัดข้อง แถมยังส่งตัวทาชิงิไปที่ไหนก็ไม่รู้

 
 'นั่นคือเรื่องที่เธอจะบอกฉันในวันนั้นเหรอ.. ทาชิงิ' สโมคเกอร์เหม่อลอย เขาไม่ใช่ว่าจะไม่ฝึกเธอ เขาเองก็อยากให้เธอแข็งแกร่งขึ้น แต่ถ้าการฝึกบางอย่างอาจจะทำให้เธอถึงตายได้ เขาก็ไม่อยากให้เธอทำ เขาไม่รู้ว่ามันจะทำให้เธอคิดมากขนาดนั้น นี่เขาทำอะไรลงไป แล้วตอนนี้เธออยู่ที่ไหน? ลำบากมากมั้ย? กำลังทำอะไรอยู่? เขาจะไม่ได้เจอเธออีก 1 ปีจริงๆเหรอ? คำถามมากมายเต็มหัวไปหมดจนสโมคเกอร์ไม่สามารถทำงานของตัวเองได้ ตอนนี้เขารู้สึกหมดแรงยิ่งกว่าถูกหินไคโรประคบ หรือตกลงไปในทะเล รู้สึกเหมือนหัวใจได้หยุดทำงานไปแล้ว


"ยัยโง่ ทำไมชอบทำอะไรโง่ๆอยู่เรื่อยเลยนะ เธอน่ะ ไม่เคยเป็นตัวถ่วงของฉัน แต่เธอชอบทำให้ฉันเป็นห่วงอยู่ตลอดเวลา รู้ตัวบ้างมั้ย ทาชิงิ"

คำพูดนั้นทำให้คนที่อยู่นอกประตูชะงัก คุณหนูฮินะนั่นเอง..


เมื่อฮินะตั้งสติได้ เธอจึงเปิดประตูเข้าไป แต่เหมือนว่าสโมคเกอร์ที่นั่งอยู่หน้าโต๊ะทำงานจะไม่รับรู้ถึงการมาของเธอ ก็เขาเล่นเหม่อถึงคนๆนั้นซะขนาดนั้น

 
"สโมคเกอร์.."


"..."


"สโมคเกอร์!!!!!"


สโมคเกอร์สะดุ้งตกใจ หันมามองต้นเสียงในทันที


"ว่าไง?"


"เฮ้อออ นี่ผู้หญิงคนนั้นทำให้นายเป็นถึงขนาดนี้เลยเหรอเนี้ย?"


"ผู้หญิงไหน? ฉันคิดเรื่องงานอยู่เหอะ"


"เหรออออออ.. แล้วงานที่บอกไปน่ะ เสร็จรึยัง"


"เอ่อ .. ใกล้แล้วแหล่ะ พรุ่งนี้คงเสร็จ"


"ฮ่ะๆ" ฮินะหัวเราะก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าแฟ้มเอกสารบนโต๊ะของสโมคเกอร์แล้วกางออก

"นี่น่ะนะ ใกล้แล้วแหล่ะของนาย นี่! ฉันว่าถ้านายยังไม่พร้อมก็ลาพักก่อนเถอะ อย่าฝืนตัวเองเลย ที่ผ่านมานายทำงานหนักมาตลอดแล้วนะ"


"แต่.."


"แล้วนายอยู่นี่มีประโยชน์นักรึไง งานการก็ไม่ทำเอาแต่เหม่อ ถ้าต้องสู้กับศัตรูก็คงโดนฆ่าตายไปแล้วหล่ะ! ใจไม่อยู่กับตัวขนาดนี้"


"..." สโมคเกอร์นิ่ง


"เอาหน่าาา ไปพักร้อนกัน ฉันจะไปด้วย เดี๋ยวไปยื่นไปลาให้"


 แล้วฮินะก็เดินออกไป.. สโมคเกอร์ได้แต่มองประตูที่พึ่งถูกปิดลง โดยคิดว่ายังไงก็คงฉุดยัยคุณหนูไม่อยู่แน่ๆ เอาไงก็เอากัน


'ทาชิงิ แล้วฉันจะรอวันที่เธอกลับมานะ จะกี่ปี..ฉันก็จะรอ'

 

ณ เกาะ คุไรกาน่า



 มิฮอร์คถึงกับกุมขมับ เมื่อไม่นานมานี้พึ่งมีไอ้หัวเขียวมาก้มหัวขอให้เขาฝึกให้ แต่ตอนนี้ กลับมีหญิงสาวอีกคนก้มหน้าอยู่ที่เดียวกับเจ้าหัวเขียว แถมยังมีความต้องการแบบเดียวกันอีก


"ฉันไม่น่าช่วยเธอวันนั้นเลย ถ้ารู้ว่าเธอจะมาวุ่นวายกับชีวิตฉันขนาดนี้น่ะ"


หญิงสาวยังคงก้มหัวอยู่อย่างนั้น


"นี่คิดว่าฉันเป็นครูสอนดาบกันรึยังไง อะไรทำให้เธอมาก้มหัวขอร้องฉันอย่างไม่มีศักดิ์ศรีขนาดนี้"

"คุณสโมคเกอร์ค่ะ"


"เขาบอกให้เธอมาเรียนกับฉันงั้นเหรอ?"


"ฉันไม่อยากเป็นตัวถ่วงของเขาอีกแล้ว! ฉันอยากจะเก่งขึ้นบ้าง อยากจะปกป้องคนอื่นได้บ้าง"


 'ความต้องการที่จะปกป้องใครซักคน..' มิฮอร์คคิด และนั่นเป็นเหตุผลเดียวที่เขายอมแพ้ เพราะการที่เขาเดินมาถึงจุดๆนี้ได้ เพราะเหตุผลนั้นเหมือนกัน .. เขาไม่สามารถปกป้องคนที่เขารักได้ ทำให้เขาไม่อยากจะสูญเสียใครไปอีก เขาจึงฝึกฝนตัวเองอย่างหนัก เพื่อที่จะได้ไม่แพ้ใคร แล้วก็พยายามไม่สนิทกับคนอื่นง่ายจนเกินไป เพื่อป้องกันความเจ็บปวดเมื่อต้องสูญเสียคนเหล่านั้น

 เมื่อทาชิงิเห็นคนตรงหน้าไม่ยอมตอบอะไรอีก เธอจึงพูดต่อ


"หรือว่าเพราะฉันเป็นผู้หญิง คุณก็เลยไมยอมสอน.."


"ไม่เกี่ยว จะเริ่มวันไหนหล่ะ?"

 
 วันนี้โซโลและทาชิงิ ต่างก็ฝึกฝนกันอย่างหนัก กว่าพระอาทิตย์จะตกดิน ก็เล่นเอาทั้งคุณครู ทั้งนักเรียนอ่อนล้ากันหมด


 ก่อนจะเดินกลับเข้าห้องพักของตัวเอง เจ้าของฉายาตาเหยี่ยวได้แวะไปที่ห้องเก็บไวน์ก่อน วันเหนื่อยๆก็ต้องคู่กับไวน์ดีๆใช่มั้ยหล่ะ? ไม่ใช่หรอก ทุกวันก็เหมาะสำหรับไวน์ดีๆทั้งนั้นแหล่ะ


"โอ้ยยยย ที่นี่น่าเบื่อเป็นบ้า คุมาชี่ก็ไม่อยู่แล้ว ฮือออออ ทำไมฉันต้องมาซวยอยู่ที่บ้าๆนี่ก็ไม่รู้ เพื่อนก็ไม่มีสักคน ไอ้3ตัวนั้นก็ไม่น่ารักเอาซะเลย วันๆเอาแต่ฝึกดาบกันอยู่ได้ ไม่เบื่อกันบ้างรึไงนะ ทุกคนคงลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าฉันก็อยู่ที่นี่! ฮือๆๆ ท่านโมเลียก็ตายไปแล้ว.. ฉันคงไม่มีทางเจอคุมาชี่อีกแล้วใช่มั้ย แย่ที่สุดเลย เพราะไอ้บ้าบาโซโรมิว คุมะ คนเดียว!!!"


 เสียงบ่นเหยียดยาวของหญิงสาวนามว่า 'เพโรน่า' ดังมาแต่ไกล ซึ่งเขาก็ไม่ได้รำคาญเท่าไหร่ นานมากแล้วที่เขาอยู่ตัวคนเดียวโดยที่ไม่มีใคร การที่ในปราสาทหลังนี้มีคนเพิ่มเข้ามาอยู่อีก 3 คนก็เป็นเรื่องที่ตลกดีสำหรับมิฮอร์ค เป็นตลกที่คาดไม่ถึงเชียวหล่ะ


คนอย่างเขาก็ใช่ว่าจะเหงาไม่เป็น เขาแค่.. กลัว.. แค่นั้นเอง กลัวอดีตจะซ้ำรอย


 มิฮอร์ครีบเดินหนีเข้าห้องเมื่อได้ของที่ต้องการ ถ้าเจอหน้ายัยนั่น สงสัยต้องมาบ่นอะไรให้เขาฟังอีกแน่ๆ ถึงเขาจะไม่ได้รำคาญ แต่เขาก็ขี้เกียจฟังเหมือนกัน ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะไม่เจอหน้าดีกว่า

 หลังจากที่เพโรน่าลอยไปลอยมา และบ่นกับตัวเองจนเหนื่อย เธอก็บินกลับห้อง แต่เมื่อเปิดประตูเข้าไป..


..เพโรน่ากลับพบกับภาพที่เธอไม่คิดว่าชาตินี้จะได้เห็น นั่นคือ ภาพที่นักดาบที่เก่งที่สุดในโลกกำลังแก้ผ้าล่อนจ้อนอยู่!!


"กรี้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด/เฮ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยย"

 หลังจากที่เพโรน่าหันหลัง และชายตาเหยี่ยวใส่เสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว เพโรน่าก็หันไปอีกรอบ


"ขอโทษนะ ฉันลืมไปว่ามันเป็นห้องของนาย ก็ตอนนายไม่อยู่ฉันนอนห้องนี้นี่หน่า"


"อะไรนะ?! เธอนอนห้องฉัน?"


 เพโรน่ากลืนน้ำลายลงคอ ดูสายตาที่เขามองมาสิ! อย่างกับจะกินเธองั้นแหล่ะ ถ้าเธอรู้ว่าเป็นห้องของเขาก็คงไม่นอนเหมือนกัน หยี~ ห้องนอนผู้ชาย


มิฮอร์คละสายตาไปจากคนตรงหน้าก่อนจะถอนหายใจ พลางคิดว่า 'ช่างมันเหอะ อย่าไปถือสาเด็กเลย'


"วันหลังอย่าเข้ามาอีกละกัน" เขาเอ่ยเตือน


"ฉันก็ไม่ได้อยากเข้ามาหรอกย่ะ"


 เขาไม่ได้สนใจหญิงสาวอีกต่อไป แต่เดินไปหยิบหนังสือจากตู้มาเล่มนึงก่อนจะเดินไปนอนบนเตียงแล้วเริ่มอ่านมันเหมือนเธอไม่ได้ยืนอยู่ตรงนั้น


 เพโรน่ายังไม่ได้ออกจากห้องไป เธอยืนจ้องมองเขาอยู่ที่เดิม ก็เธอเหงานี่นา ใครมันจะไปอยากอยู่คนเดียวกัน ถึงอยู่นี่จะไม่ต่างอะไรเลยก็เถอะ ก็เขาไม่คุยอะไรเลยนี่นา แต่ก็ดีกว่าต้องไปนั่งเฉยๆในห้องสี่เหลี่ยมคนเดียวแล้วกัน


 มิฮอร์คที่อ่านหนังสือไปจิบไวน์ไปได้ซักพักใหญ่ๆได้หันไปมองหญิงสาวที่ยืนอยู่เฉยๆตรงนั้น อีกครั้ง เขาก็รู้อยู่หรอกว่าเธอเหงา แต่จะให้เขาไปเล่นกับเด็กมันคงจะตลกตาย เขาวางหนังสือลงข้างๆ


"นี่"


"หา?" เพโรน่าตาเป็นประกาย อย่างน้อยเขาก็คุยกับเธอแล้ว


"ว่างมากรึไง"


"นายคุยกับฉันเหรอ?"


"ไม่คุยกับเธอแล้วจะคุยกับผีที่ไหนหล่ะ"


"นี่นายกำลังกวนประสาทโกสต์ ปริ๊นเซสอยู่นะยะ!"


"นวดให้หน่อย เมื่อย"


"หาาา?"


 ชายตาเหยี่ยวไม่ตอบอะไรต่อ เขาเพียงแค่นอนหันหลังให้แล้วหลับตาลง นั่นเป็นสัญญาณว่าเขาจะไม่พูดอะไรต่ออีก


 เพโรน่าแอบด่าเขาในใจ 'ฉันคือโกสต์ ปริ๊นเซสเพโรน่าเชียวนะยะ นายกล้าสั่งฉันงั้นเหรอ! ไอ้หนวดตั้งเอ้ยยย!!'


 แต่สุดท้ายแล้วเธอก็เดินไปนวดให้เขาอย่างว่าง่าย ก็มันเหงานี่นา ยังไงเธอก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว


มิฮอร์คแอบยิ้มในใจ พลางคิดว่า
'ยัยนี่ว่านอนสอนง่ายดีเหมือนกันนะเนี้ย

.. ก็น่ารักดี'

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 51 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

130 ความคิดเห็น

  1. #65 Here.I.Am (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 กันยายน 2557 / 16:07
    ขำฉากของโรบินมากๆ 5555555555555 สนุกมากค่ะ แบบฉากของโรบินนี่แบบฟินที่ดูแลอาโอคิยิ แต่มันขำจริงๆ โรบินอ้าปากค้าง555555
    #65
    0
  2. #27 oงค์xญิงง่วงuou (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2557 / 23:33
    ชอบมิฮอร์คกะเพโรน่ามากๆ
    #27
    0
  3. #20 Aim (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2557 / 22:05
    สนุกดีน้าาาา  แต่เราว่าไรเตอร์ไม่น่าจะตัดบทแต่ละคู่สั้นขนาดนี้ ยาวๆกว่านี้หน่อย กำลังฟิน 55555555  เราว่าคำพูดการกระทำแต่ละคนนี่ก็ดูเป็นธรรมชาตินะ ไม่ค่อยขัดคาแรกเตอร์ดี เยี่ยมๆน่ารัก
    ปล.เพโรน่าลอยเข้าห้องแสดงว่ามันไม่ใช่ร่างเนื้อนี่ แล้วถ้าร่างแยกออกมา เพโรน่าจะนวดท่านพี่มิฮอร์คได้หรอ ถ้าเรามั่วอย่าว่ากันนะอิอิ
    แล้วทำไมอิชั้นต้องเม้นทุกบทเลยนี่ สงสัยมีแต่คู่อวย 5555
    สู้ๆนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #20
    0
  4. #15 Japann (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2557 / 15:33
    แต่งต่อ ๆ ๆ 55



    โคอาล่ากับซาโบ้ง้องแง้งกันน่ารักจัง >___
    #15
    0
  5. #14 boa (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2557 / 10:07
    สนุกมากค่า~ ><

    ติตตามตลอดเลยค่ะ
    #14
    0