markbam | #มนบsf

ตอนที่ 3 : ♡ - [OS] forest

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 668
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 47 ครั้ง
    23 ต.ค. 61


[OS] forest

mark x bambam

20.11.2017

#Novelber2017

 

 



 


เงียบสงบ ลึกลับ ยิ่งใหญ่ และไม่มีใครได้เป็นเจ้าของ

นั่นแหละคือนิยาม คำว่า 'ป่า' สำหรับผม

 

 

ตั้งแต่เด็กแม่มักจะย้ำเสมอว่าทุกตารางนิ้วข้างนอกบ้านในเวลากลางคืนน่ะแสนอันตราย โดยเฉพาะป่าใหญ่ที่อยู่ถัดไปท้ายหมู่บ้าน แน่นอนว่าสารพัดคำขู่ของแม่มันสร้างความหวาดหวั่นให้ผมมาโดยตลอด ผมกลัวและไม่กล้าย่างกรายเข้าไปใกล้ มีคนมากมายที่หายเข้าไปและไม่เคยได้กลับออกมา

 

 

กระทั่งวันหนึ่งยามโพล้เพล้...

เป็นครั้งแรกที่ผมประสบเข้ากับการหลงป่า ความมืดมิดชวนให้ขวัญผวา ร่างกายและจิตใจเหนื่อยล้าจากการเดินวนเวียนไปมาในป่าที่ดูเหมือนจะไม่มีทางออก

 

เหนื่อย

 

"นั่นใครน่ะ!" เงาตะคุ่มพาดผ่านไปมาที่ด้านหลัง มันรวดเร็วเสียจนมองไม่ทัน สติสัมปชัญญะคล้ายจะทำหล่นหายตรงไหนสักที่ในป่ากว้าง ความกลัวแล่นเข้ามาจับขั้วหัวใจ

อาจเป็นสัตว์ร้าย

 

อยู่ๆสัมผัสเย็บวาบก็ทาบแตะลงมาที่หัวไหล่จนร่างกายเผลอสะดุ้งสุดแรงอย่างห้ามตัวเองไม่ได้ และทันทีที่หันกลับไปก็พบเข้ากับใครคนหนึ่งส่งยิ้มบางๆมาให้

 

"ไม่เป็นไรนะ"

เขาพูดเพียงเท่านั้น

 

 

แปลก น้ำเสียงราบเรียบกับรอยยิ้มชืดๆกลับปัดเป่าความกลัวไปได้อย่างน่าประหลาด

 

"คุณ.. คุณเป็นใคร"

"นั่นไม่สำคัญนักหรอก" เขาไม่ตอบคำถาม

 

"ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ในเวลาแบบนี้"

"แล้วเธอล่ะ" อีกแล้วที่เขาบ่ายเบี่ยง

 

"ผมหลงทาง"

"ฉันก็ติดอยู่ในนี้"

 

“บ้านคุณก็อยู่แถบชายป่าเหมือนกันเหรอ ทำไมผมถึงไม่เคยเห็นเลย หรือว่าเข้ามาจากฝั่งนู้น ผมก็เคยไปอยู่สองสามครั้ง แต่แถบแม่น้ำฝั่งนู้นมันไกลเกินไปหน่อย ไปไหนมาไหนลำบาก รถเข้าไม่ถึงเราก็เลยเลือกจะอยู่ทางฝั่งนี้กันมากกว่าเพราะมีเรื่องให้ต้องเข้าเมืองบ่อยๆ”

 

เขาไม่ยอมตอบคำถาม ไม่ว่าจะกี่ครั้งที่ถามออกไปมันก็มักจะถูกเลี่ยงด้วยการตั้งคำถามกลับมาซึ่งผมก็ตอบไปแบบไม่คิดอะไร ยังไงผมก็ยังคงเป็นผมที่สามารถพูดคุยกับคนแปลกหน้าได้อย่างง่ายดายแบบที่แม่มักจะเตือนว่านั่นน่ะอันตราย ไม่ใช่ทุกคนที่จะพึงใจในความพูดไม่หยุดราวกับนกแก้วนกขุนทองของผม แต่ในความไม่ปลอดภัยของการติดอยู่ท่ามกลางป่ามืดมิดที่ตอนนี้หมอกลงหนาจนแทบมองไม่เห็นไกลเกินกว่าระยะห้าเมตรแล้ว ผมไม่สามารถอยู่ในความเงียบได้เลย ความรู้สึกแปลกๆที่ก้ำกึ่งระหว่างความความจริงกับความฝันนี้มันทำให้ผมไม่วางใจ

 

 

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ เขาบอกผมว่าเปล่าประโยชน์ที่จะพยายามออกไปทั้งที่มองอะไรไม่เห็น เรานั่งกันตรงโคนต้นไม้ รากของมันสูงใหญ่ขึ้นมาเป็นโพรงเหนือพื้นดินมากพอให้สอดตัวเข้าไปหลบน้ำค้าง ได้ยินเสียงสัตว์อยู่ห่างออกไปไม่ไกล พวกมันคงออกมาหาอาหารตามปกติ แต่นี่ไม่ปกติสำหรับผม ในเวลาแบบนี้ผมคุ้นชินกับการนอนอยู่ใต้ผ้าห่มนุ่มๆอบอวลด้วยกลิ่นอายแดดอ่อนๆที่แม่บรรจงซักตากให้อย่างสะอาดมากกว่า

 

ผมขยับเข้าไปใกล้เขาเล็กน้อย เขาดูไม่สะทกสะท้านกับเสียงรอบตัวเลย

 

“ไม่เป็นไร พวกมันไม่เข้ามาหรอก” เขาหันมาบอกพร้อมกับรอยยิ้มที่เหมือนจะมีคำว่า เด็กน้อย ลอยออกมาจากร้อยยิ้มนั้น

 

“อยู่กับฉันเธอจะปลอดภัย”

แปลกที่ผมเองก็รู้สึกว่าคืนนี้มันเป็นแบบนั้นจริงๆ

 

 

“คุณหนาวเหรอ”

“ไม่”

“แต่คุณตัวเย็น” เขาตัวเย็นพอๆกับอากาศที่ลอยมากระทบเราในตอนนี้ ยิ่งมองผิวสีซีดของเขาผมก็เริ่มสับสนแล้วว่าตัวเองอาจจะเริ่มง่วงจนเผลอคิดไปเองว่ามันดูสว่างแปลกๆยามที่ต้องแสงจันทร์

 

เขาหันหน้ากลับไปมองความมืดมิดตรงหน้า ยิ้มบางๆให้กับความช่างถามไม่หยุด

 

“ผมหนาว” ถึงจะรู้สึกอายเล็กน้อยแต่ก็พูดออกไปตามตรงเพราะตอนนี้มันเงียบเกินไปอีกแล้ว

“ฉันจุดไฟให้ไม่ได้”

 

ผมประหลาดใจเล็กน้อยในสิ่งที่เขาทำไม่ได้ เพราะมันเป็นสิ่งที่ทุกคนแถบนี้ทำได้ทั้งนั้น ไฟคือสิ่งจำเป็นแรกๆในการเอาตัวรอดเลยด้วยซ้ำ

“แต่ผมจุดเป็น”

“แต่ถ้าเธอจุดตอนนี้ พวกสัตว์จะแตกตื่น”

นั่นสินะ

 

 

“อดทนอีกนิด ไม่นานก็เช้าแล้ว”

เขาถอดเสื้อคลุมที่ใส่อยู่แล้วยื่นมาให้ ผมปฏิเสธอย่างเกรงใจแต่สุดท้ายก็ยอมรับมาใส่ไว้เพราะทนแรงกดดันหน่อยๆที่คนตรงหน้าส่งมาให้ไม่ไหว

 

กลิ่นอายเย็นๆจากเสื้อของเขาตรงกันข้ามกับกลิ่นแดดจากผ้าห่มที่ผมชอบโดยสิ้นเชิง แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าผมจะไม่ชอบหรอกนะ มันให้ความรู้สึกเย็นๆข้างใน คุณเข้าใจไหม? ไม่ใช่เย็นข้างในเสื้อหรือข้างในตัวแบบนั้นนะ ผมบอกไม่ถูก มันเป็นความรู้สึกเย็นๆที่ทำให้สงบ

 

 

ไม่นานท้องฟ้าก็เริ่มสว่างตามที่เขาบอก ผืนฟ้าสีน้ำเงินเข้มกำลังค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีอ่อนลง แต่ความเหนื่อยล้าทำให้อยู่ๆก็รู้สึกง่วงขึ้นมาทั้งที่กำลังจะเช้า

"นอนเถอะ พอตื่นขึ้นมาเธอจะได้กลับบ้าน"

ผมยังไม่อยากหลับแต่ร่างกายไม่ยอมเชื่อฟัง

 

"คุณจะอยู่ตรงนี้ตอนผมตื่นไหม"

แน่นอนว่าเขาไม่เคยตอบคำถาม ทำเพียงแค่ยิ้มบางๆแล้วหันหน้าออกไปมองต้นไม้มากมายตรงหน้าที่ปลายยอดของมันกำลังต้องแสงอาทิตย์

 

ผิวซีดๆของเขาในเวลานี้เปล่งประกายและระยิบระยับ ไม่รู้ว่ามันเป็นอย่างนั้นจริงๆหรือผมเพียงแค่ตาพร่าเบลอจากการไม่ได้นอนทั้งคืน

 

"คุณไม่ยอมตอบคำถามผมเลย"

"นั่นเพราะคำถามของเธอมันไม่ใช่สิ่งที่เธอปรารถนาจะรู้จริงๆน่ะสิ"

 

คำถามที่อยากจะรู้จริงๆ

ง่วง.. ง่วงมากเหลือเกิน ตาเกือบจะลืมไม่ขึ้นอยู่แล้วตอนที่เขาเอื้อมมือเย็นเฉียบมาแตะที่หน้าผาก

 

 

 

 

 

"ถ้าอย่างนั้น คุณบอกผมได้ไหมว่าคุณชื่ออะไร ได้โปรด แค่คำถามเดียว"

เขายังคงเงียบเหมือนเคย ตอนนี้ผมไม่อาจทนฝืนร่างกายได้อีกแล้ว

 

 

 

มาร์ค

 

เสียงแผ่วเบาราวกับจะลอยหายไปตามสายลม

แต่ผมทันได้เห็นรอยยิ้มอบอุ่นจากผู้ชายผิวเย็นเฉียบ

 

 

อบอุ่นเหมือนที่ผมรู้สึกมาตลอดคืน

 

 

 

"แบมแบม! ตื่นสิ แบมแบม!" เสียงเรียกและแรงเขย่าปลุกให้ผมลืมตาตื่นและพบว่าตัวเองหนุนอยู่บนตักของแม่ แม่ปล่อยโฮออกมาทันทีที่ผมลุกขึ้นนั่ง กระโจนเข้ามากอดพร้อมกับขอโทษขอโพยยกใหญ่ที่เมื่อคืนใช้ให้ผมออกไปหาของในป่า มีคนรายล้อมอยู่รอบตัวไปหมด ทุกคนดูจะโล่งใจที่ผมไม่เป็นอะไร

 

แต่เดี๋ยวก่อน แล้วมาร์คล่ะ

ใช่.. เขาชื่อมาร์ค ผู้ชายผิวสีซีดที่มีรอยยิ้มจืดชืดแต่อบอุ่นใจคนนั้นน่ะ

 

"แม่.. แล้วเขาอยู่ไหน"

"เขาที่ไหนกัน"

"คนที่พาผมออกมาจากป่า"

 

 

"ไม่มีใครทั้งนั้นแบมแบม เราเจอลูกนอนไม่ได้สติอยู่หน้าทางเข้าป่าแค่คนเดียว"

 

 

ผมก้มมองที่ร่างกายตัวเอง ชุดที่ใส่ยังคงเป็นชุดเดียวกับเมื่อวานก่อนจะเข้าไปในป่า ไม่มีเสื้อคลุมที่ใครอีกคนกดดันให้ใส่ป้องกันความหนาว ไม่มีสักคนที่เห็นเขา ไม่มีหลักฐานใดๆว่าเขามีตัวตน ทุกคนเอาแต่บอกว่าผมคงจะหวาดกลัวป่าจนหลอนไปเอง บ้างก็บอกว่าผมเผลอหลับไปที่หน้าทางเข้าป่าแล้วฝันไปเองนั่นแหละ

 

แต่ผมมั่นใจ

นั่นไม่ใช่ความฝัน

 

 

กลิ่นอายเย็นๆที่ยังหลงเหลือบนผิวกายบอกผมว่ามาร์คเพิ่งไปเมื่อกี้

 

 

 

ผมรู้.. แม้ว่าจะไม่แน่ใจว่าทำไมถึงรู้ก็เถอะ

 

 

 

 

 

 

เขามีตัวตน

อย่างน้อยก็ในความรู้สึกของผม

 

END.

 

สรุปแล้ว มาร์ค เป็นใคร หรือ เป็นอะไรนะ ?

 

หยิบงานเก่าเซต #Novelber2017 (ที่เขียนไม่ครบสามสิบวัน) มา rewrite ใหม่ให้เป็นเรื่องเป็นราว เซตนี้มันก็จะอินดี้ๆ อารมณ์สีหม่นๆหน่อย หวังว่าจะชอบกันนะคะ มีอยู่ทั้งหมด 5 เรื่อง จะทยอยเอามาเขียนใหม่และลงเรื่อยๆนะคะ

 

พูดคุย แนะนำ ติชมได้เสมอ รออ่านอยู่นะคะ

สำหรับใครที่เล่นทวิตเตอร์ มาจอยกันได้ที่แท็ก #มนบsf ค่ะ

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 47 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

74 ความคิดเห็น

  1. #58 Ranunculus (@f_stamp_ut) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 18:58
    งู้ยยยย ชอบมากๆเลยค่ะ เรื่องนี้เคยอ่านตอนไรท์เขียนรอบเเรกด้วยเเหละ ในเซต novelber2017 เราก็ชอบของไรท์หลายเรื่องเลย
    #58
    0
  2. #57 onibodyslim (@onibodyslim) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 / 23:42
    ชอบจังเลยค่ะ เนื้อเรื่องน่าติดตาม ค่ะ
    #57
    0
  3. #56 kcwdia (@kcwdia) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2561 / 11:46
    จะมีต่อมั้ยคะ อยากอ่านต่อน้า ชอบบ
    #56
    0
  4. #55 Moko87 (@mokomoko87) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2561 / 16:00
    เดาว่ามาร์คคือแวมไพร์
    #55
    0
  5. #54 Pattaravirin (@yokk2014) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 21:09

    จังหวะนี้มันต้องเขียนต่อค่ะ ฮื่อออออออออออออออออออ

    #54
    0
  6. #53 SugarBrowniie (@namtarn_zapp) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 11:24
    เดาว่ามาร์คเป็นเจ้าป่าเจ้าเขา55555555555
    #53
    0
  7. #52 ThiwapornAtsaen (@ThiwapornAtsaen) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 23:16
    มาร์คคือหลงป่าเหมือนน้องปะ แต่ไม่รอด
    #52
    0
  8. #51 ปาปัว?นิ?วกินี? (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 20:32

    มาร์คน่าจะเสียอยู่ในป่า

    แต่ทำไมถึงรู้จักแบม

    #51
    0
  9. #49 noang76 (@noang76) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 20:26
    แงงงง มาร์คไม่ใช่คนหรอ
    #49
    0
  10. #47 mmmmmmmmp (@jitlada1930) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 20:01
    รอนะคะะะ
    #47
    0
  11. #46 Someonepp (@someonepp) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 19:49
    จบแบบนี้จิงๆหรอ555
    #46
    0
  12. #45 XCIIIXCVII (@onlybboy) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 19:45
    จบแบบนี้ก็หน่วงสิไรท์ สงสารมาร์ค ฮืออออ
    #45
    0
  13. #44 redstar_d (@blackdevil_d) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 19:40
    ฮือออออ น้องแบมเจอกันครั้งแรกก็พูดไม่หยุดแล้ว เอ็นดู ไรท์ขาขอภาคต่อด้วยค่าาา ถถถถถ
    #44
    0