markbam | #มนบsf

ตอนที่ 2 : ♥ - [OS] me, you and my sweet delight

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,147
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 99 ครั้ง
    25 มิ.ย. 61

[OS] me, you and my sweet delight

mark x bambam

25.06.2018

 


 

 

 

             



          ของหวานที่ชอบที่สุดน่ะเหรอ?

          จ้างให้ก็ไม่บอกหรอก :P

 

 

 

 

“แบม..” เรียกชื่อคนโตกว่าแบบไม่มีสรรพนามนำหน้าที่จะแสดงความต่างของอายุ ช่วยไม่ได้นี่นะ ก็เรียกแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไร ถึงจะโดนด่าแต่พอตีมึนทำเป็นไม่รับรู้เดี๋ยวก็เลิกด่าไปเองแหละ


“ไร” ..ไร้เยื่อใยชะมัด สนใจแต่งานอยู่ได้

 

“พรุ่งนี้ว่างป้ะ” มาร์คกลิ้งตัวไปจนเกือบจะตกขอบเตียง กอดหมอนใบนุ่มที่เจ้าของเตียงใช้หนุนนอนอยู่ทุกวัน ถ้าแบมแบมหันมาเห็นมีหวังต้องบ่นแล้วไล่ให้เขาขยับขึ้นไปนอนดีๆแน่

“ไม่ว่าง” คนถูกถามตอบกลับโดยไม่ละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่จดจ้องอยู่ ถึงจะผ่านมาพอสมควรแล้วกับการใช้ชีวิตแบบมนุษย์เงินเดือน แต่ก็มีบ้างที่บางครั้งก็ยังบริหารจัดการงานตัวเองไม่ดีพอจนต้องหอบกลับมาทำที่บ้าน

“แต่มาร์คว่าง สอบเสร็จแล้ว”

“แล้วยังไง”

 

“ไปเดทกัน”

เสียงแป้นพิมพ์หยุดชะงักลงกะทันหัน มุมปากคนโพล่งคำชวนยกยิ้มขึ้นมาน้อยๆ อาการแบบนี้.. เขินล้านเปอร์เซ็นต์ แล้วเชื่อเถอะว่าอีกเดี๋ยวแบมแบมจะต้องหันมาในสามวินาที

 

สาม

 

สอง

 

หนึ่ง

 

“ไม่เห็นเหรอว่าหอบงานกลับมาทำขนาดนี้คิดว่าจะว่างไหมล่ะ ถ้าว่างมากก็เอาเวลาไปกับเพื่อนไป หรือไม่ก็ไปชวนพ่อชวนแม่ไปเที่ยวนู่น หัดอยู่กับคนในครอบครัวตัวเองซะบ้างไม่ใช่มาขลุกอยู่บ้านคนอื่นให้เปลืองค่าไฟบ้านเขาอยู่ได้”

หึ โมโหกลบเกลื่อนไปอีก..

 

“ทุกวันนี้ก็อยู่กับคนในครอบครัวอยู่เนี่ย”

“แค่แม่อนุญาตให้เข้าออกบ้านนี้ได้ไม่ได้หมายความว่าจะรับเป็นลูกชายอีกคนสักหน่อย”

คนขี้หวงรีบท้วงขึ้นมาทันที โธ่เอ้ย มาร์คไม่ได้จะแย่งตำแหน่งลูกชายสุดที่รักหรอกน่า

 

“ไม่เคยพูดสักหน่อยว่าอยากเป็นลูกชายคุณป้า”

“เหรอ.. แล้วมาออเซาะแม่คนอื่นเขาตลอดนี่คืออะไร”

 

“คือคนอยากเป็นเป็นลูกเขยไง เข้าใจยากตรงไหน ..โอ้ย”

แบมแบมขยับมาดึงหมอนออกจากอ้อมกอดมาร์คแล้วฟาดลงไปแบบไม่แรงนักบนหน้าหล่อๆที่สาวๆในมหาวิทยาลัยกรี๊ดกันนักหนา แต่เพราะนอนหมิ่นเหม่จะตกเตียงอยู่ตั้งแต่แรกเลยส่งผลให้มาร์คไหลลงไปนอนกับพื้น

“ตลกเหรอ ห้ามไปพูดแบบนี้ให้แม่ได้ยินเลยนะ” ชี้หน้าคาดโทษไว้แล้วกลับไปนั่งทำงาน ปล่อยให้มาร์คปีนกลับขึ้นไปนอนหัวหางสลับทิศบนเตียงของตัวเองเหมือนเดิม

 

“อืม ไม่พูดหรอก ..เพราะคนเขารู้กันทั้งโลกแล้ว”

“...”


เงียบ

..แต่หูแดงแฮะ

 

“ไม่ถามหน่อยเหรอว่าคนทั้งโลกเขารู้อะไร”

 “กลับบ้านไปเลยไป จะทำงาน”

“แหนะ ไล่ ถ้าไปจริงแล้วจะมีผู่ใหญ่งอแงโพสรูปอะไรตอนดึกๆอีกป่าวอ่ะ” หยิบยกประเด็นเรื่องเก่าเมื่อหลายเดือนก่อนมาพูดเสร็จก็รีบดีดตัวลุกไปที่ประตูเพราะพอจะคาดเดาชะตากรรมตัวเองได้

“ไอ้..”

“อ่ะๆ ถ้าด่าจะจูบให้ปากระบมจนขยับปากด่าไม่ไหวทั้งคืนเลยนะ”

“ไอ้เด็กเวร!

 

แล้วก็ได้เป็นฝ่าเท้าน้อยๆยันออกมานอกประตูรับประโยคข่มขู่ของคนที่จ้องแต่จะหาประโยชน์เข้าตัวล้วนๆ เจ็บนิดเจ็บหน่อยแต่ได้เห็นแก้มกลมๆของคนโตกว่าเปลี่ยนเป็นสีแดง มาร์คว่ามันก็คุ้มอยู่นะ

 

“ไม่ให้นอนเป็นเพื่อนจริงอ่ะ ไม่กลัวผีแล้วเหรอ” เคาะประตูพลางตะโกนถามพร้อมกับใบหน้าเปื้อนยิ้ม

“ไม่กลัวโว้ยย!!

มาร์คหัวเราะแต่ยังไม่เลิกเคาะประตู

 

“อะไรอีก!” ไม่นานเจ้าของห้องก็ทนไม่ไหว ยอมเดินออกมาเปิดประตูด้วยใบหน้าไม่สบอารมณ์ที่ดูก็รู้ว่ามีไว้พรางความเขินเหมือนเดิมทุกทีแหละ

“ฝันดีนะ”

“อ.. เออ” ตอบกลับด้วยประโยคที่ไม่อ่อยโยนสักเท่าไหร่แต่แบมแบมก็ไม่ได้ว่าอะไรตอนที่มือของคนอายุน้อยกว่ายื่นมาดึงแก้มเขาเบาๆ

 

“แล้วตกลงว่าพรุ่งนี้ไม่ว่างจริงๆเหรอ” มาร์คถามด้วยท่าทางที่โยนทิ้งความยียวนหรืออยากแกล้งไปหมดแล้ว

“ไม่แน่ใจ” น้ำเสียงของแบมแบมอ่อนลง เขาทำงานเยอะ รู้ว่าตัวเองก็เป็นพวกมุ่งมั่นจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งเกินไปจนบางครั้งก็เผลอละเลยสิ่งรอบข้าง

“เฮ้ย อย่าทำหน้างี้ดิ ไม่ได้อะไรสักหน่อย รู้หรอกว่าแบมเหนื่อยไม่ใจร้ายชวนออกไปข้างนอกให้เปลืองพลังงานหรอกน่า” ดันปลายคางให้คนหลบตาเงยหน้ามามองกัน ยิ้มบางๆให้อีกฝ่ายเชื่อว่าเขาหมายความตามที่พูดจริงๆ แบมแบมมองคนตรงหน้าแล้วก็ถอนหายใจออกมา

“ถ้าไม่ติดอะไร จะพยายามรีบกลับแล้วกัน”

“อื้อ จะรอนะ”

 

 

*

*

 

 

 

แบมแบมกลับถึงบ้านตอนทุ่มกว่าๆซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เร็วที่สุดในรอบสองสามเดือนด้วยซ้ำ เพราะพยายามจะเคลียร์งานทุกอย่างแล้วดีดตัวออกจากออฟฟิศตั้งแต่หกโมง ประหลาดใจนิดหน่อยที่ไฟในบ้านปิดเงียบเหมือนไม่มีคนอยู่  ไม่ใช่ว่าไม่ชินกับการที่บ้านปิดไฟมืด ปกติก็เห็นภาพนั้นจนชินตาแต่นั่นมันเพราะตัวเขาถึงบ้านประมาณสี่ทุ่มห้าทุ่มแล้วต่างหาก ไม่ใช่หัวค่ำแบบตอนนี้ไง

“ฮัลโหล แม่อยู่ไหนทำไมบ้านปิดไฟมืดเลย ..อ้าว ไม่เห็นบอกแบมเลย โอเคๆ ไม่เป็นไรครับไม่ต้องรีบกลับหรอก สนุกกับเพื่อนไปเถอะ กับข้าวอยู่ในตู้เย็นใช่ไหมแบมอุ่นกินเองได้ สบายมาก ..อื้อ ครับๆ”

 

วางโทรศัพท์จากเจ้าของบ้านตัวจริงไป แบมแบมก็เดินเข้าไปไขประตูบ้าน โยนกระเป๋าไปไว้ที่โซฟาแล้วเปิดไฟในบ้านได้ยังไม่ทันครบทุกดวงเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นมา ไม่ต้องส่องตาแมวดูก็รู้ว่าใคร

 

“เซอร์ไพรส์!!

เสียงดังจนเกือบจะเป็นการตะโกนของมาร์คทันทีที่เปิดประตูทำเอาแบมแบมผงะถอยหลังไปเล็กน้อย ไหนจะอะไรบางอย่างที่หน้าตาเหมือนเค้กในมือของเด็กข้างบ้านซึ่งจุดเทียนมาเรียบร้อย

 

วันเกิดใครวะ?

 

 

“คือ?

“เค้กไง”

 

เออรู้เว้ยว่ามันคือเค้ก แต่เนื่องในโอกาสอะไรล่ะโว้ย

“เนื่องในโอกาสอะไร”

“อย่าบอกนะว่าแบมลืม”

 

ใบหน้างอง้ำของมาร์คทำเอาแบมแบมเริ่มเหงื่อตก ก็ไม่ใช่ว่ากลัวอะไรมันหรอก ปกติก็พูดจาไม่เคยอ่อนโยนด้วยอยู่แล้ว แต่การเห็นคนที่ปกติมักจะใจกล้าหน้าด้าน ด่าอะไรไปก็เข้าหูซ้ายทะลุหูขวาเปลี่ยนเป็นสีหน้าหมาหงอยเขาก็ไม่ค่อยจะโอเคสักเท่าไหร่ ยอมรับว่าภูมิคุ้มกันเรื่องนี้ค่อนข้างจะบกพร่อง

พยายามจะนึกให้ออกว่าวันเกิดใคร ตัวเขา มาร์ค แม่ แม่มาร์ค ครอบครัวคนไหนสักคนของเรา ..ก็ไม่ใช่ทั้งนั้น

 

“เอาเถอะ ก็ไม่ได้คาดหวังเท่าไหร่หรอก” มาร์คถอนหายใจ เบียดตัวเข้ามาในบ้าน วางสิ่งที่หน้าตาคล้ายๆเค้กลงที่โต๊ะกินข้าว

“เอ่อ แม่ไม่อยู่อ่ะ แต่มีข้าวอยู่ในตู้เย็นนะ กินไหม ..กินด้วยกันดิเดี๋ยวอุ่นให้” แบมแบมรีบชวนคนที่วันนี้ดูจะอารมณ์เปราะบางเป็นพิเศษให้กินข้าวด้วยกันเผื่อหนังท้องตึงแล้วจะกลับสู่สภาพเดิม

“แม่แบมก็ไปกับแม่มาร์คนั่นแหละ มาร์คเป็นคนบอกให้ไปเอง”

“อ้าว” ทำท่าจะโวยวายแต่มาร์คก็สวนขึ้นมาก่อน

“ก็อยากให้วันนี้ได้อยู่กันสองคน”

 

หะ?

 

“ทำไมต้องอยากอยู่กันแค่สองคน”

“เหอะ แบมลืมจริงๆด้วย”

 

มาร์คคอยช่วยแบมแบมอุ่นอาหารและยกบางจานมาวางที่โต๊ะ ขยับเค้กที่ตอนนี้ดับไฟเทียนไปแล้วออกไป นั่งลงกินข้าวกันด้วยบรรยากาศใกล้เคียงราวกับกำลังนั่งกินข้าวข้างป่าช้า

“นี่.. เดี๋ยวล้างเอง” คว้าจานจากมือมาร์คแล้วรีบอาสา โดยที่อีกฝ่ายไม่ต่อล้อต่อเถียงยอมปล่อยแต่โดยดี

“อืม”

 

 

แปลก.. แปลกที่สุด

 

มาร์คย้ายไปนั่งที่โซฟาในห้องนั่งเล่น เปลี่ยนช่องโทรทัศน์ไปมาแบบไม่มีจุดหมาย

“เอาเค้กมาไม่คิดจะกินหน่อยเหรอ” แบมแบมขยับตามมานั่งข้างๆหลังจากเคลียร์ในครัวเสร็จแล้ว เหมือนตัวเองกำลังง้อไอ้เด็กนี่ยังไงก็ไม่รู้ “แต่พี่อยากกินอ่ะ มาร์คหยิบให้หน่อยสิ”

มาร์คถอนหายใจแต่ก็ยอมลุกขึ้นเดินไปหยิบของที่ตัวเองเอามา แต่ก็ยังไม่วายทิ้งประโยคที่ไม่รู้ว่าเป็นประโยคบอกเล่า ตัดพ้อหรือประชดประชัน แต่ที่รู้คือมันรุนแรงกับใจเขาเหมือนทุกทีเลย

“ไม่ต้องมาแทนตัวเองว่าพี่ ไม่ได้อยากเป็นน้อง”

 

 

 

 

 

แบมแบมตัดสินใจว่าต้องถามให้รู้เรื่องว่าตกลงคืออะไร ไม่ชอบที่อีกคนนิ่งไปแบบนี้

 

มาร์คกลับมาพร้อมเค้ก วางลงบนโต๊ะกาแฟตรงหน้าแล้วไม่แตะต้องหรือพูดอะไรอีก แต่ไม่นานนักก็เหมือนความอดทนจะขาดลง แล้วหันมาถามกะทันหัน แบมแบมสะดุ้งนิดหน่อยแต่ก็ยังทำใจดีสู้เสือ

“เอาล่ะ แบมจำไม่ได้ก็ไม่เป็นไร มาร์คไม่โกรธแล้วก็ได้”

“เมื่อกี้.. ที่เงียบไปนี่คือโกรธอยู่เหรอ”

“ก็ใช่ดิ เนี่ยขนาดมาร์คโกรธแบมยังไม่รู้เลย มันน่าน้อยใจไหมอ่ะ”

 

“เฮ้ยๆ ไม่เอาไม่น้อยใจดิ ขอโทษ”

ไม่พูดเปล่าคราวนี้แบมแบมยอมสอดแขนเข้าไปคล้องแขนคนเด็กกว่าเลยเอ้า! แต่พอมาร์คเบือนหน้าหนี แบมแบมก็เอาแก้มไปแนบต้นแขน เชื่อเหอะว่ามุกนี้ใช้ได้ตลอด

 

“ขี้โกงว่ะ โกรธได้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเลย”

“โธ่ อย่าโกรธเลย หายโกรธน๊า ..มาเถอะ มาชิมเค้กกัน ซื้อมาจากไหนอ่ะ” แบมแบมชวนเปลี่ยนเรื่อง แม้จะเป็นคำถามที่ถามได้ไม่เต็มปากเพราะสภาพเค้กหน้าตาแบบนี้มันไม่น่าจะมีคนทำขาย

 

“ไม่ได้ซื้อ ทำเอง”

“หะ? มาร์คทำอ่ะนะ”

“อืม ทำให้แบม ทำให้เรา”

 

คืออะไรวะ?

 

คงจะมีเครื่องหมายคำถามเต็มหน้าแบมแบมไปหมด มาร์คถึงได้ถอนหายใจ ขยับเค้กหมุนมาให้แบมแบมดูใกล้ๆแล้วเริ่มต้นพูด “เค้กฉลองครบรอบแปดเดือนไง”

แบมแบมเพิ่งสังเกตเห็นว่าไอ้โค้งเบี้ยวๆบนหน้าเค้กมันคือเส้นที่ม้วนตัวเป็นเลขแปด

 

แต่เดี๋ยวนะ.. แปดเดือนอะไรวะ!

 

 

“แปดเดือนอะไร”

“แปดเดือนที่คบกันไง”

“ใครคบกับใครตอนไหน” แบมแบมผละมือที่กอดแขนออก

“แบมกับมาร์คไง ตั้งแต่ตอนเลี้ยงสายรหัสคืนนั้น”

“ไม่ใช่แล้วโว้ย! ไม่เคยตกลงด้วยสักหน่อย แล้วแกก็ไม่เคยขอฉันเป็นแฟนเลยเหอะไอ้เด็กขี้มโน” ยกกำปั้นเขกหัวคนที่นั่งข้างๆจนมาร์คโอดโอย ยกมือปัดป้องเป็นการใหญ่

 

“ไม่เป็นแฟนแล้วทำไมยอมให้จูบอ่ะ”

“ก.. ก็ ..” 

พอสวนมาแบบนี้ก็ใบ้กินสิ เออ นั่นสิวะไอ้แบม ไม่ได้เป็นแฟนแล้วที่ผ่านมาทำไมยอมให้ไอ้เด็กนี่จูบเอาจูบเอาวะ! อยากจะทึ้งหัวตัวเอง หรือเขาจะเผลอไป

 

“ตั้งหลายครั้งเลยด้วย เพราะงั้นห้ามมาอ้างว่าเผลอ” ดักคอไปอีก..

“แต่ที่ไม่ยอมก็ตั้งหลายครั้งเหมือนกันรึเปล่าวะ”

“ไม่เหมือน ที่ไม่ยอมเพราะแบมเขินหรอก ถ้าไม่งั้นมานับกันเลยไหมล่ะว่าอันไหนเยอะกว่ากันระหว่างที่แบมยอมกับไม่ยอม” โต้เสียงแข็งจนแบมแบมชักจะหน้าร้อนขึ้นมา มันใช่หัวข้อที่ควรจะหยิบยกมาเถียงกันไหมวะเนี่ย!

 

“ก็ไม่เคยพูดนี่หว่าใครจะไปรู้อ่ะ” แบมแบมพูดเสียงอ่อน ของแบบนี้มันคิดเอาเองได้ที่ไหน

“ที่พูดด้วยการกระทำตลอดมามันยังไม่ชัดอีกเหรอ”

“...”

 

 

“งั้นช่างมัน ถือซะว่ามาร์คเข้าใจผิดเองแล้วกัน ไม่เป็นไร”

“มาร์ค..”

 

“เฮ้ย ไม่เป็นไรจริงๆ ไม่ต้องรู้สึกผิดเลยนะ ห้ามเด็ดขาด บอกว่าไม่เป็นไรก็คือไม่เป็นไรจริงๆ ..เราไม่ต้องฉลองแปดเดือนแล้วก็ได้ เอาเป็นว่าเปลี่ยนเป็นฉลองแปดปีแทนแล้วกัน”

“แปดปี?

“อื้อ จำเลขนี้ได้ไหมอ่ะ” มาร์คถามพร้อมวิ่งกลับไปในครัว ลื้อค้นลิ้นชักหาไฟแช็กในบ้านที่เขาเข้ามาบ่อยพอๆกับบ้านตัวเอง ไม่ลืมที่จะปิดไฟและโทรทัศน์แล้วกลับมาจุดเทียน

 

“แปดปีคือช่วงเวลาที่นายย้ายมาอยู่ข้างบ้านฉัน ที่เรารู้จักกัน”

“ก็ใช่ แต่ยังไม่ทั้งหมด ..เป่าสิ”

 

แบมแบมหลับตาสักพักก่อนจะเป่าเทียนจนดับเหลือแต่ความมืดมิด

ถ้าได้มีเด็กคนนี้อยู่ในชีวิตแบบนี้ตลอดไปก็คงดี.. ฟู่ว

 

 

 

 

“แปดปีคือเวลาที่มาร์คหลงรักพี่ชายข้างบ้านตั้งแต่วันแรกที่เจอยังไงล่ะ”

 

 

ทั้งที่เปลวไฟจากเทียนอันเล็กก็ดับไปแล้ว แต่ทำไมถึงยังรู้สึกถึงความร้อนที่ไหลเวียนไปทั่วหน้าแบบนี้นะ แบมแบมอยากจะหลบสายตาคนตรงหน้าแต่ก็เหมือนจะทำไม่ได้ ไม่รู้เพราะมาร์คเกิดอยู่ๆก็มีเวทมนต์สะกดแบมแบมให้แน่นิ่งได้หรือเป็นแบมแบมเองที่ไม่ยอมละสายตาจากไป

 

สติเหมือนจะติดๆขัดๆประมวลผลอะไรไม่ค่อยได้เท่าไหร่ กว่าจะรู้ตัวก็ตอนที่มาร์คแกล้งแตะครีมเค้กลงมาบนแก้มของเขาแล้วลากผ่านมายังริมฝีปาก รอยยิ้มที่แต่งแต้มอยู่บนหน้ามาร์คอบอุ่นชวนมองเสียจนแบมแบมไม่อยากให้มีใครคนไหนได้เห็นอีกนอกจากตัวเขา

 

รู้สึกอิจฉาตัวเองยังไงก็ไม่รู้แฮะ

 

“นี่แหนะ”

แบมแบมเอาคืนบ้างด้วยการป้ายเค้กแรงๆลงบนแก้มมาร์ค ลากไล้มาหมุนวนตรงปลายคางจนอีกฝ่ายทำท่าจะงับนิ้วเข้าให้ คนแกล้งอ้าปากงับกับคนชักมือหนีเอาแต่เล่นและหัวเราะกันอยู่อย่างนั้น ทั้งที่เป็นการกระทำที่เหมือนเด็กแต่กลับรู้สึกสุขใจอย่างบอกไม่ถูก

 

“แบม..”

“หืม?

 

“มาร์คไม่เป็นน้องแบมแล้วได้ไหม ไม่อยากเป็นแล้ว ..นะ”

มาร์คตั้งคำถามพร้อมกับยื่นหน้าเข้ามาใกล้ ทำหน้าตาออดอ้อนแบบที่ชอบทำตลอด แบบที่เจ้าตัวรู้ว่าแบมแบมมักจะใจอ่อนให้เสมอนั่นแหละ มิหนำซ้ำยังทำเป็นยื่นปากคล้ายจะร้องขอบางอย่าง

 

 

“ก็ไม่เคยคิดว่าเป็นน้องมาตั้งนานแล้วไหม ที่ทำๆอยู่ทุกวันนี้ยังมีหน้ามาพูดว่าเป็นน้องอีกเหรอหะ”

มาร์คยิ้มให้กับคำบ่นนั้นแล้วแบมแบมก็เป็นฝ่ายปิดรอยยิ้มนั้นด้วยรอยยิ้มแบบเดียวกันของตัวเอง มาร์คชะงักไปเล็กน้อยแต่เพียงไม่นานเกมในกระดานก็พลิกกลับไปอยู่ในความควบคุมของคนที่เด็กกว่า

 

ไฟยังคงปิด มีเพียงแสงไฟจากครัวและแสงจากนอกหน้าต่างเท่านั้นที่ส่องเข้ามาแต่ถึงกระนั้นมันกลับรู้สึกสว่างไสวในความรู้สึกของคนทั้งคู่ ความไม่ชัดเจนที่เบลอจนบางครั้งก็สับสนกับคำตอบ ตอนนี้เหมือนจะทำให้ได้ตระหนักแล้วว่า.. คำตอบนั้นมันชัดเจนในตัวเองมาตั้งนานแล้วเพียงแต่เขาไม่กล้าพอที่จะยอมรับมันเท่านั้น

 

 

 

“ม..มาร์ค พ.. พอก่อน” มือเล็กดันอกคนรุกรานให้ขยับถอยห่างออกไปก่อนที่อากาศจะหมดจากตัว

“อื้อ”

“อื้อแล้วก็หยุดสิ!” แบมแบมฟาดไหล่คนที่ตอบรับแต่กลับไม่ทำตาม ยังคงตามป้อนจูบไปทั่วแก้มเขา แค่นี้ก็อายจนอยากจะมุดโซฟาหนีอยู่แล้ว ครีมเค้กที่มาร์คแกล้งป้ายไว้บนแก้มและปากของเขาก่อนหน้านี้ตอนนี้มันหายไปหมดเพราะฝีมือคนป้ายนั่นแหละ แต่อย่าให้ต้องพูดเลยว่ามันหายไปด้วยวิธีแบบไหน

 

 

“ทีนี้คราวหน้าถ้าฉลองครบรอบอีกจะไม่ลืมแล้วใช่ไหม” มาร์คถามขึ้นมาแม้ว่าจมูกโด่งจะยังคลอเคลียกับแก้มใส

“ไม่ลืมแล้ว อันนี้รู้แล้ว คิดเห็นตรงกันทั้งคู่ไม่ใช่มีบางคนมโนไปฝ่ายเดียว”

“เดี๋ยวเหอะ”

 

“แต่ว่านะ มาร์ค.. ขออะไรอย่างได้ไหม”

“อะไรครับ?

 

“วันครบรอบคราวหน้าซื้อเค้กเอานะ ไม่ต้องทำแล้ว”

“ทำไมล่ะ แบมไม่ต้องกลัวมาร์คลำบากหรอกนะ เพื่อแบมมาร์คทำให้ได้ทุกอย่างอยู่แล้ว จะเค้ก หรือหัวใจก็ให้ได้หมดแหละ หรือถ้าจะเอาเดือนเอาดาว ไว้ป๊าเทคโอเวอร์นาซ่าได้ก็จะขับยานอวกาศไปเอามาให้”

..เกือบจะซึ้งอยู่แล้วล่ะ อีกนิดเดียว แค่นิดเดียวจริงๆ

 

“เพราะรู้ไงว่าทำให้ได้ เลยขอให้ไม่ทำ”

“ทำไมล่ะ”

“เอาตรงๆเลยไหม..”

“อื้อ พูดมาเลย มาร์คฟังอยู่”

 

“คือ.. เค้กอ่ะ.. รสชาติมัน.. โคตรไม่อร่อย อย่าทำอีกเลยนะ คราวหน้าถ้าจะฉลองอะไร สั่งร้านเถอะ ขอร้องล่ะ”

“แบม! ทำไมร้าย! ทีเมื่อกี้ยังไม่เห็นบ่นอะไรสักคำ! ใจร้ายอ่ะ โคตรใจร้ายเลย มาร์คทำตั้งแต่เที่ยงเลยนะ! แอบไปเรียนกับแม่เพื่อนมาด้วย แต่มันกระทันหันเลยได้วิชามาแค่นี้ไง”

“โอ๋ๆ ก็พูดความจริงอ่ะ ไม่อยากโกหก”

 

แบมแบมหัวเราะให้กับคนที่ตอนนี้ทำหน้ามุ่ยไม่สบอารมณ์ไปเรียบร้อยแล้ว เห็นทีว่าเขาคงต้องง้อสักหน่อย

 

“นี่.. งอนเหรอ”

“ใครงอน มาร์คเคยงอนแบมที่ไหน”

“ก็ที่นี่แหละ ตอนนี้เลย”

“หึ”

 

 

ทั้งที่ก็นั่งใกล้กันจนแทบจะเกยตักอยู่แล้วแต่แบมแบมก็ยังขยับเข้าไปใกล้มากกว่าเดิม ประคองหน้าคนกำลังน้อยใจให้หันมาหา ยกยิ้มให้กับความน่าเอ็นดูของมาร์คที่นานๆจะหลุดมุมเด็กออกมาเวลาน้อยใจ

 

 

 

“เค้กไม่อร่อย.. แต่จูบมาร์คอร่อยมากเลยนะ เผื่อไม่รู้”

 

 

 

END

 

คิดว่าสภาพหัวใจของน้องมาร์คจะเป็นยังไงหลังจากนี้คะ?

 

  

ฟิคชั่ววูบอีกแล้ว ..วูบเพราะช็อตป้ายเค้กที่เมืองลับแลเลย >_< ไม่มีแก่นสารใดๆมีแต่ความขี้ชิปล้วนๆ เลขแปดก็เอามาจากชีวิตจริงของเขาที่รู้จักกันมาแปดปีนั่นแหละ ฮ่า! 

เหมือนเคยค่ะ สามารถติดแท็กพูดคุยได้ที่แท็กฟิครวมเรื่องสั้นของเรา #มนบsf

 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 99 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

74 ความคิดเห็น

  1. #62 Icemb (@reikaice) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:50
    ทำไมฟินนน น่ารักอีกแล้ว อ่านแล้วมีความสุขมากค่า
    #62
    0
  2. #60 Spices_smile (@igot7ibambam) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2561 / 07:14
    เเงงงงงงง ตายไปเเล้ววว
    #60
    0
  3. #50 ปาปัว?นิ?วกินี? (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 20:29

    คนที่ร้ายคือพี่แบมนี่แหละ

    #50
    0
  4. #43 noang76 (@noang76) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 กันยายน 2561 / 09:29
    น่ารัก ^^
    #43
    0
  5. #42 Moko87 (@mokomoko87) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 / 01:56
    น้องมาร์คโดนน็อคแน่ๆ อิอิ
    #42
    0
  6. #41 igot7ibambam (@igot7ibambam) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2561 / 20:04
    กรี๊ดดดดดดด
    #41
    0
  7. #40 Joyler (@Joyler) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2561 / 18:57
    โถ่วว น้องงงงง น่ารักก
    #40
    0
  8. #39 kcwdia (@kcwdia) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2561 / 16:32
    กี๊ดดดด น่ารักมากฮือออ ตอนอ่านก็คิดถึงช็อตป้ายเค้กที่คอนปุ่น พอมาเจอทอล์คก็ใช่จริงๆด้วยแงงง เขิง .///. ขอบคุณที้แต่งฟิคน่ารักๆให้อ่านนะคะ หยิบโมเม้นมาแต่งอีกน้าา ชอบมากเลย ><
    #39
    0
  9. #38 BBPKK_ (@someonepp) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2561 / 11:55
    ใจบางไปหมด ฮื่อออ
    #38
    0
  10. #37 xciimb (@conankung4u) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2561 / 23:24
    น่ารักกกกกก น้องมาร์คกับพี่แบม ฮือออออ
    #37
    0
  11. #36 onibodyslim (@onibodyslim) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2561 / 21:08
    หวานละมุนละไมอยู่ในทุกตอน อร้ายยเขินแรง 555
    #36
    0
  12. #35 namtarn_zapp (@namtarn_zapp) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2561 / 12:20
    อ่ากกกกกกกกกก BamBam wins!!!!!
    #35
    0
  13. #34 XCIIIXCVII (@onlybboy) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2561 / 12:12
    น่ารักกกก เขิลม้าดด -///-
    #34
    0
  14. #32 ThiwapornAtsaen (@ThiwapornAtsaen) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2561 / 10:53
    แบบน้องมาร์คนี่มีอีกมั้ยคะ ยั่กดั้ย น่ารักมาก ละมุนแถมยังขี้แกล้ง และขี้เอาใจอีก
    #32
    0
  15. #31 monokoto1122 (@monokoto1122) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2561 / 07:48

    น่ารักกกมากกกกๆๆ https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-06.png

    #31
    0
  16. #30 sm_mini heart (@f_stamp_ut) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2561 / 07:22
    งื้อออ ฟิคนี้ทำเราอารมณ์ดีเเต่เช้าเลย~~~
    #30
    0
  17. #29 BAMBOO97 (@khunnie_red) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2561 / 07:17
    ละมุนละม่อมมาก แงงง เขินนนน
    #29
    0
  18. #28 zandio (@zandio) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2561 / 06:57
    น่ารักกกกกกก
    #28
    0