[END] MARKBAM RAPPER #มาร์คแบมแร็พเปอร์

ตอนที่ 51 : ตอนพิเศษ : [MarkBam's Diary] - 7 Years later -

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,207
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    26 ส.ค. 60

 

 

 

 

7 Years Later

 

 

 

 

 

แสงแดดอ่อนๆลอดผ่านหน้าต่างเข้ามาพร้อมกับเสียงนกที่เกาะริมระเบียง บรรยากาศเย็นสบายหลังลมหนาวเคลื่อนผ่านไปควรจะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะกับการทิ้งตัวอยู่บนเตียงนุ่ม

 

 

หากเป็นเวลาปกติมันก็คงจะเป็นแบบนั้นแต่ในวันที่สำคัญเช่นวันนี้ เช้าที่ควรจะเงียบสงบจึงแปรเปลี่ยนเป็นยุ่งวุ่น แบมแบมและมาร์ควุ่นวายกันตั้งแต่เช้ามืด หรือถ้าจะพูดให้ถูกคือแบมแบมต่างหากที่ยุ่งวุ่นส่วนมาร์คที่ถูกปลุกและจับยัดใส่รถมาด้วยกำลังเหยียดกายงีบหลับรออยู่ที่โซฟาตัวยาว

 

 

 

 

“มาร์ค.. ตื่นได้แล้วนะ ไปเปลี่ยนชุดได้แล้ว”

แบมแบมพูดพลางขยับปลายปกสูทสีน้ำเงินเข้มของตัวเองให้เข้าที่ หมุนซ้ายขวาดูให้แน่ใจว่าทุกอย่างเรียบร้อย พอเห็นว่าคนบนโซฟายังคงนอนนิ่งไม่ขยับ แบมแบมจึงผละออกจากช่างแต่งหน้าแต่งตัวที่มาช่วยดูแลวันนี้ให้เป็นพิเศษขยับไปนั่งลงบนที่ว่างตรงข้างเอวมาร์ค

 

“พี่มาร์ค”

“อืม เสียงอะไรน่ะ ฟังไม่ชัดเลย” มาร์คพึมพำทั้งที่ยังหลับตานิ่ง

“ลุกได้แล้ว”

“ทำไงดีน๊า ลืมตาไม่ขึ้นเลยสงสัยต้องได้จุมพิตปลุกแบบสโนไวท์ถึงจะตื่นไหวมั้ง” คนนอนหลับตาพูดเอง เออเอง หากำไรเข้าตัวเสร็จสรรพโดยที่ไม่ได้สนเลยว่าในห้องไม่ได้อยู่กันแค่สองคน แบมแบมได้แต่ทำหน้าเลิ่กลั่กหันไปมองสองคนที่ยืนรออยู่ตรงกระจกแล้วก็หน้าร้อนผ่าวเมื่อได้รับสีหน้าล้อเลียนกลับมา

 

“เดี๋ยวพวกพี่ออกไปรอข้างนอกดีกว่า ไว้คุณมาร์คเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้วน้องแบมค่อยไปตามพวกพี่เนอะ” พูดจบก็พากันรีบออกไป

 

 

“มาร์ค! พูดอะไรเนี่ยไม่ได้อยู่กันสองคนสักหน่อย! ลุกขึ้นเดี๋ยวนี้เลย ชักช้าแบมจะหยิกให้เนื้อเขียว!” ไม่ทำแค่ขู่แต่แบมแบมหยิกเข้าไปที่เอวจนมาร์คสะดุ้ง ร้องโอดโอยเรียกร้องความเห็นใจซึ่งก็ไม่ได้ผล

 

แต่มีเหรอจิ้งจอกเก้าหางอย่างมาร์คจะยอมแพ้ง่ายๆ ถึงจะต้องลุกขึ้นมาโดยไม่ได้จุมพิตปลุกสักรอบแต่คนเจ้าเล่ห์ก็มีช่องทางหาเศษหาเลยได้เสมอนั่นแหละ อาศัยตอนแบมแบมเผลอกดจมูกขโมยหอมแก้มไปฟอดใหญ่แล้วรีบคว้าชุดวิ่งไปเปลี่ยน ปล่อยให้คนเสียเปรียบยืนกุมแก้มตัวเองพร้อมความเขินอายอยู่หน้ากระจก

 

เรียวปากนุ่มยกยิ้มกับตัวเอง แบมแบมชอบที่เราเป็นแบบนี้ แม้จะเจอหน้ากันทุกวัน นอนข้างกันทุกคืนแต่มันก็ไม่ได้น่าเบื่อหรือรู้สึกว่าระหว่างเราจืดจางเลย มาร์คยังคงเป็นมาร์คที่เสมอต้นเสมอปลาย ยังมีมุมที่ทะเล้นเป็นเด็กๆและสรรหาวิธีมาทำให้หัวใจของแบมแบมเต้นแรงได้ตลอดนั่นแหละ

 

 

 

 

7 Years Later

 

 

 

 

เมื่อใกล้ช่วงเวลาที่สำคัญผู้คนก็เริ่มทยอยมากันเยอะขึ้น แบมแบมค่อนข้างจะหัวหมุนเพราะต้องต้อนรับคนนู้นทีคนนี้ที แบ่งเวลาไปทักทายแฟนๆบางส่วนที่มารอในโซนที่จัดไว้ให้ตั้งแต่เช้าตรู่ มาร์คเองก็ช่วยดูแลแขกบางส่วนที่รู้จัก

 

 

 

 

“ไง หน้าบานเป็นกระด้ง”

เสียงทักทายคุ้นหูเรียกให้แบมแบมผละจากการกำชับงานแล้วหันไปหา ไม่ต้องคาดเดาให้เหนื่อย ปากแบบนี้มีอยู่คนเดียว

“นึกว่าจะต้องเผาพริกเผาเกลือแช่งให้เดินตกรันเวย์เดี้ยงซะแล้ว” ตอบกลับคำทักทายแล้วรับดอกไม้ช่อใหญ่มาถือ

 

 

แบมแบมได้ยินเสียงกรี๊ดดังมาตั้งแต่หน้างานแล้ว มีอยู่สองคนเท่านั้นที่จะเรียกความสนใจจากสาวๆได้มากขนาดนี้ ถ้าไม่ใช่แจ๊คสันที่เพิ่งกวาดตำแหน่งพิธีกรแห่งชาติมาได้เมื่อปลายปีก็ต้องเป็นคิมยูคยอม มนุษย์ขายาวผู้ฮอตเว่อร์ที่อิมพอร์ตส่งตรงมาจากฝรั่งเศส

 

“ถ้ากูเดี้ยงก็ไม่มีคนส่งส่วยให้มึงจากปารีสนะเพื่อนรัก”

“นั่นน่ะเป็นเหตุผลข้อเดียวที่กูยังคบมึงอยู่ไง”

“เพื่อนเลว” ยูคยอมพูดพลางทำหน้าเอือมระอา

“ไม่มากไปกว่ามึงหรอก” แบมแบมยิ้มให้แล้วตบบ่า

 

วางท่าให้ตากล้องถ่ายรูปพอเป็นพิธีแล้วก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเก็บภาพเอาไว้เองด้วย แบมแบมมาส่งยูคยอมที่โต๊ะซึ่งมีคนอื่นๆนั่งรออยู่ก่อนแล้ว และเมื่อแขกคนสุดท้ายของโต๊ะอย่างแจ็คสันมาถึงก็เหมือนงานคืนสู่เหย้าได้เริ่มต้นขึ้น

 

 

 

 

 

 

 

“ขอบคุณทุกคนที่มาร่วมงานในวันนี้นะครับ อันที่จริงนี่ก็เป็นความฝันอีกอย่างหนึ่งของผมนอกเหนือจากการเป็นนักร้อง คิดมาตั้งแต่เด็กๆแล้วว่าถ้ามีโอกาสก็อยากจะเปิดร้านอาหารไทยที่นี่ซึ่งมันอาจจะใช้เวลาค่อนข้างนานพอสมควรกว่าจะเป็นรูปเป็นร่างแต่ในที่สุดวันนี้มันก็เกิดขึ้นแล้ว ผมก็อยากจะให้ที่นี่เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งสำหรับใครที่ชื่นชอบและต้องการสัมผัสรสชาติแบบไทยแท้จริงๆ”

 

พอได้ขึ้นไปยืนบนเวทียกพื้นแล้วกวาดตามองไปรอบๆแบมแบมก็รู้สึกเต็มตื้นกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า มันอาจเป็นความฝันที่ไม่ได้ยิ่งใหญ่และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะไปได้ไกลแค่ไหนในอนาคตแต่ ณ วันนี้ แบมแบมได้ทำอีกสิ่งที่ต้องการ มีผู้คนมาแสดงความยินดี แฟนคลับที่มีอาจลดน้อยลงไปตามกาลเวลาแต่ก็ยังคงมีอยู่และมาเป็นกำลังใจให้กับเขาในวันนี้ รวมไปถึงครอบครัวที่เขารักทั้งหมดก็อยู่ที่นี่ด้วย

 

 

 

“นอกจากวันนี้จะเป็นวันเปิดร้านของผมแล้วมันยังเป็นวันพิเศษที่รวบรวมคนสำคัญของผมให้มาอยู่รวมกันที่นี่ด้วย ..ครับ นี่เป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปีที่ครอบครัวของผมได้กลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตาแบบนี้ ขอบคุณทุกคนที่พยายามเคลียร์คิวตามคำรบเร้าแล้วมาเจอกันจนได้นะ” ยิ้มให้กับกลุ่มคนที่มองตอบกลับมาด้วยรอยยิ้มแล้วแบมแบมก็รู้สึกเหมือนจะตาพร่าขึ้นมาเสียเฉยๆ

 

“ก็หวังว่าจะได้เห็นที่นี่เป็นจุดนัดพบให้ทุกคนกลับมารวมตัวได้เนอะ เป็นไงล่ะ แอบเนียนขายของด้วย ฮ่ะๆ เอาเป็นว่าตอนนี้ก็ขอให้มีความสุขกับอาหารแล้วกันนะครับ ผมไม่กวนแล้ว ขอบคุณทุกคนอีกครั้งจริงๆครับ”

แบมแบมพูดขำๆพลางปาดหยดน้ำที่หางตาออกพร้อมรอยยิ้ม ที่จริงเขาไม่ใช่คนร้องไห้ง่ายเลยแต่น้ำตาในวันนี้มันคือน้ำตาของความยินดีที่ได้ก้าวผ่านเรื่องราวต่างๆไปอีกขั้น และระหว่างทางเหล่านั้นเขาก็ไม่ได้สูญเสียใครไป เราเพียงแต่แยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตัวเอง แยกกันไปใช้ชีวิตในทางที่เราเลือก เพื่อที่วันหนึ่งอย่างเช่นวันนี้เมื่อได้กลับมาพบกันอีกครั้งก็มีเรื่องราวมากมายให้ได้หยิบมาเล่าสู่กันฟัง แย่งกันพูดจนแทบไม่มีช่องว่างให้กับความเงียบ ขำกับมุกตลกที่ถึงแม้จะไม่ได้ตลกมากมายแต่มันก็เรียกเสียงหัวเราะได้มากเป็นเท่าตัวเพียงเพราะว่าเราหัวเราะไปด้วยกัน

 

 

 

 

 

แบมแบมกลับมานั่งที่โต๊ะฟังพี่ยองแจที่ถึงแม้วันนี้จะติดอันดับเป็นโปรดิวเซอร์ระดับท็อปแต่ก็ยังคงติดเกมและตั้งหน้าตั้งตาเถียงกลับอย่างไม่ยอมแพ้เมื่อไหร่ก็ตามที่พี่แจ๊คสันเริ่มต้นบ่นว่าโตป่านนี้ก็ควรจะเลิกย่องไปท้าแข่งเกมกับเด็กตามร้านอินเตอร์เน็ตได้แล้ว ถึงจะบ่นแบบนี้แต่เวลามีเกมออกใหม่ทีไรก็แบมแบมก็เห็นพี่แจ๊คสันเป็นพ่อบุญทุ่มส่งตรงไปให้พี่ยองแจเล่นก่อนใครทุกที

 

 

พี่จินยองของแบมแบมก็เรียนจบกลับมาด้วยมาดนักเรียนนอก เพียบพร้อมหล่อเนี้ยบแถมยังมีแว่นกรอบดำเพิ่มมาบนหน้าขลับให้ดูภูมิฐาน หล่อจนต้องร้องขอชีวิตไปอีก จำได้ว่าวันไปที่ไปรับที่สนามบินน่ะ มาร์คแทบจะขย้ำหัวพี่จินยองด้วยซ้ำตอนที่แบมแบมพุ่งเข้าไปกอด ดีที่พี่แจบอม(ตบกะโหลก)เรียกสติเอาไว้มาร์คเลยไม่อาละวาดที่สนามบิน แต่พอกลับมาแบมแบมก็โดนงอนไปยกใหญ่ตามระเบียบ

ตอนนี้พี่จินยองกลับมาเป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมายให้กับบริษัทเดิมของเรา และเพราะว่าอยู่ในเครือเดียวกันพี่แจบอมที่ได้เลื่อนขั้นไต่ระดับไปอยู่ในทีมบริหารก็เลยมีเรื่องให้ต้องปรึกษาและทำงานร่วมกันบ่อยๆ กลายเป็นว่าอดีตผู้จัดการเก่าของมาร์คและแบมแบมสนิทและเจอกันบ่อยมากกว่าเราซะอีก

 

 

ส่วนยูคยอมที่ฮอตแบบหัวกระไดไม่แห้งตั้งแต่เซ็นสัญญาเป็นนายแบบของแบรนด์เสื้อผ้าชื่อดังจากต่างประเทศ แถมยังได้บทพระเอกไปเล่นแบบเต็มตัวถึงสามเรื่องก็มีข่าวซุบซิบกับสาวๆมากหน้าหลายตาแต่เจ้าตัวก็ไม่ได้ลงเอยกับใครจริงจังหรอก ส่วนมากมักจะมาบ่นกับแบมแบมว่าอยากได้เวลานอนมากกว่าเวลาเดทซะอีก

ถ้าจะมีคนที่เข้าตาหน่อยก็เห็นจะเป็นพี่เจนนี่เพราะชอบทะเลาะกันดีนักแบมแบมเลยทั้งยุทั้งเป่าหูว่าตีกันแบบนี้โบราณว่าไม่น่ารอดแต่ก็ดูจะไม่ได้ผลสักเท่าไหร่แถมยังโดนไอ้คิมยูด่ากลับมาทุกทีอีก ปากมันก็ชอบหาเรื่องทะเลาะบ้างล่ะ โทรมาบ่นว่ารำคาญบ้างล่ะ แต่เมื่อสามเดือนก่อนที่อีกฝ่ายอัพสเตตัสว่าเฮิร์ตหนักก็ไม่รู้ไอ้คนอยู่ปารีสมันไปโผล่ที่แอลเอได้ยังไง

 

 

 

 

ระหว่างที่เรานั่งอยู่ด้วยกันนี้เวลาก็ดูเหมือนจะถูกหมุนให้ย้อนกลับ นอกจากเรื่องราวที่ได้พบเจอจะถูกนำมาเล่าแล้ว เรื่องในอดีตก็ถูกหยิบยกมาพูดถึงด้วยเช่นกัน บางอย่างที่เคยหนักหนาในวันก่อนกลับกลายเป็นเรื่องที่เราสามารถยิ้มและหัวเราะไปกับมันได้โดยไม่รู้สึกเจ็บปวดอีกต่อไป

 

 

“เดี๋ยวก็เลอะหรอกมาร์ค”

แบมแบมเอ่ยเตือนตอนที่มาร์คพยายามจะเอื้อมไปคว้าคอพี่แจ๊คสันที่เอารูปหลุดๆสมัยเด็กของมาร์คมาประจาน ขยับเนกไทที่เบี้ยวเพราะการขยับตัวแบบไม่ระวังของมาร์คให้เข้ารูปอีกครั้ง

 

ตอนที่มาร์คเลื่อนมือขึ้นมาแตะทับมือซ้ายของแบมแบมที่จับเนกไทอยู่น่ะ ข้างในอกมันก็รู้สึกเหมือนลูกโป่งที่ถูกสูบฉีดทีละนิดอยู่ตลอดเวลา แหวนเกลี้ยงไร้ลวดลายที่ข้อนิ้วนางของเราเป็นสิ่งยืนยันที่เป็นรูปเป็นร่างมากกว่าการเกี่ยวก้อยสัญญา

แบมแบมไม่เคยเรียกร้องเพราะแค่การกระทำของมาร์คตลอดเวลาที่ผ่านมาก็เพียงพอแล้วที่จะย้ำให้เชื่อ แต่มาร์คก็ยืนกรานที่จะทำให้ได้ มันไม่ใช่การเปิดตัวยิ่งใหญ่หรือประกาศบอกให้โลกรู้หรอก ไม่มีงานฉลอง ไม่มีการโยนดอกไม้ อันที่จริงในช่วงเวลานั้นก็มีเพียงแค่เราสองคนเท่านั้น

 

 

“สักวันเถอะกูจะเอาแหวนไปถ่วงน้ำ หมั่นไส้” เสียงจากพี่แจ๊คสันเรียกให้แบมแบมดึงสติกลับมาและปล่อยมือออก

“แก่แล้วก็เลิกนิสัยขี้อิจฉาได้แล้วมึงอ่ะ” มาร์คสวนกลับ

“พวกมึงก็เลิกทำเหมือนทั้งโลกมีกันอยู่สองคนสักทีได้ไหมล่ะ”

 

 

ปล่อยให้มาร์คและแจ๊คสันเถียงกันต่อไปโดยมีคนอื่นๆในโต๊ะร่วมหัวเราะหรือบางครั้งก็ผสมโรงบ้าง

 

แบมแบมเอนหลังพิงพนักเก้าอี้มองดูทุกอย่างด้วยรอยยิ้มที่วาดขึ้นมาบนแก้มได้โดยไม่ต้องพยายาม รู้สึกขอบคุณอยู่เสมอกับโชคชะตาหรืออะไรก็ตามที่พาให้เขาได้มาพบกับคนเหล่านี้ จากคนแปลกหน้ากลายเป็นคนรู้จัก แปรเปลี่ยนเป็นความสนิทและไว้เนื้อเชื่อใจจนเป็นเสมือนครอบครัว

 

ที่ผ่านมาอาจต้องล้มลุกคลุกคลานผ่านอะไรมามากมายแต่เมื่อลองมองย้อนกลับไปก็พบว่าสิ่งเหล่านั้นมันได้ขัดเกลาบ่มเพราะและทำให้เขาเป็นแบมแบมคนที่แข็งแกร่งขึ้นในทุกๆก้าวที่เดิน

 

ยังจำคำของพี่จินยองได้ดีว่าสุดท้ายแล้วไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นชีวิตจะหาหนทางของมันได้เองนั่นแหละ แล้วเมื่อเวลาผ่านไปแบมแบมจะรู้สึกขอบคุณตัวเอง ซึ่งตอนนี้มันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ

 

 

 

ไม่มีใครหรอกที่ไม่ใจหายกับการจากลา หลังจากนี้เราต่างก็ต้องกลับไปเดินตามเส้นทางของตัวเองเหมือนเดิม อาจแวะเวียนมาเจอกันบ้างหรืออาจจะยุ่งวุ่นจนหาโอกาสเจอกันไม่ได้แต่นั่นไม่สำคัญหรอกเพราะแบมแบมรู้ว่าไม่ว่าเราจะห่างกันไปไกลสักเท่าไหร่หรือแยกจากกันไปนานแค่ไหน อาจเป็นห้าปี สิบปี หรือมากกว่านั้น

 

ไม่ว่าหน้าที่การงานหรือภาระในโลกกว้างจะยิ่งใหญ่หนักหนาแค่ไหนแต่เมื่อไหร่ก็ตามที่กลับมารวมตัวกันอีกครั้งก็เหมือนได้ถอดเอาสิ่งที่แบกอยู่บนบ่าวางไว้แล้วเรียกเอาความรู้สึกผูกพันสนิทใจกลับมา กลับไปเป็นเด็กที่ยังคงเถียง ยังคงทะเลาะหรือพยายามหาเรื่องนู้นเรื่องนี้มาเกทับกันไปมาราวกับว่าเวลาของเราไม่ได้เปลี่ยนไปเลย

 

 

 

 

 

7 Years Later

end

 

 

 

 

 

 

 

 

 

มาร์คแบมแร็พเปอร์จบบริบูรณ์จริงๆแล้วนะคะคราวนี้ มันอาจจะเป็นตอนพิเศษที่ไม่ได้หวือหวาหรือยาวมากนักแต่ก็ตั้งใจอยากจะเขียนให้เห็นถึงชีวิตของพวกเขาทั้งหมดที่เดินต่อไปเรื่อยๆไม่รู้จบแม้ว่าฟิคเรื่องนี้จะจบลงแล้วก็ตาม

อยากขอบคุณอีกหลายๆครั้งเลยค่ะที่อยู่ด้วยกันมาตลอด ขอบคุณที่คอยเอาใจช่วยทีมาร์คและเซเว่นบีเสมอมา แล้วก็ทักทายแฟนฟิคใหม่ๆด้วยนะคะ ^^ ขอบคุณที่มาอ่านคุณแร็พเปอร์น๊า~

 

 

 

ปล. รีปริ้นมาร์คแบมแร็พแปอร์ เปิดให้จองถึงวันที่ 3 กันยายน 2560 นี้เท่านั้นน๊า!!!! พลาดรอบนี้อาจจะไม่มีเปิดอีกแล้วนะคะ (คือถ้าจะมีก็อีกนานมากๆๆๆ อาจจะปีหน้าไปเลย) ใครสนใจ จองได้ที่ link นี้เลยค่ะ >> goo.gl/bpZoB4

 

ฝากติดตามเรื่องใหม่ด้วยนะคะ #บีมายโรบอท (จะเริ่มเขียนแล้วค่ะ ^^)

 

(กดที่รูปได้เลย!)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

4,782 ความคิดเห็น

  1. #4656 Coeur12345 (@Coeur12345) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2561 / 04:27
    รักเรื่องนี้มากก เม้นครั้งแรกเลย ชอบในความสัมพันธ์ของตัวละครและรู้สึกผูกพันด้วยฮืออ เป็นกำลังใจให้ไรท์เสมอ จบแล้วก้ใจหายย...
    #4656
    0
  2. #4562 chersica (@chersica) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2561 / 19:46
    ดีมากจริง เรื่องนี้ให้ความรู้สึกความจริงในหลายๆด้านเลย แงงง ชอบ
    #4562
    0
  3. #4540 agasep2 (@Agasep) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:01
    ดีงามมากทุกๆอย่างเลย รักและขอบคุณไรต์มากนะคะ
    #4540
    0
  4. #4440 markbammuay (@markbammuay) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 6 กันยายน 2560 / 15:50
    ดีมากเลยอ่ะคือรู้สึกดีกับเรื่องนี้มากนะ คือมันไม่ต้องหวือหวาอ่ะทุกอย่างเป็นไปตามเวลาและการกระทำของเรา รู้สึกดีที่ทุกคนอยู่ด้วยกันง่ะซึ้งจริงๆนะ
    #4440
    0
  5. #4439 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 2 กันยายน 2560 / 19:39
    ชอบมิตรภาพที่ไม่มีวันจางหายแบบนี้จริง ๆ เลย
    #4439
    0
  6. #4437 TuanBam (@TuanBam) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2560 / 23:11
    ชอบการบรรยายมากกก ขอบคุณนะคะ
    #4437
    0
  7. #4436 mymindmiew (@Neutrino_Miewz) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2560 / 09:56
    อ่านแล้วยิ้มตามไปด้วยเลยค่ะ สัมผัสได้ถึงความรักความอบอุ่นอะ ดีเด้อ ประทับใจจ
    #4436
    0
  8. #4435 spaceofwhite (@zhomao) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2560 / 01:10
    จบดีมากๆเลยค่ะ ตอนบรรยายฉากร้านอาหาร นึกว่าแต่งงานซะอีก ขอบคุณที่แต่ง ตอนพิเศษให้เลยค่ะ ดีใจที่ในที่สุดก็สมหวังและทุกคนก็อยู่ในโคจรเดียวกัน รักเรื่องนี้มากๆเลย
    #4435
    0
  9. #4434 grapeberryz (@grapeberryz) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2560 / 16:35
    เหมือนมีเรื่องราวมากมาย แต่ก็สวยงามและทำให้มีความสุขมาก เป็นอีกเรื่องที่ชอบจริงๆ
    #4434
    0
  10. #4433 Only We Know Untill (@369963nq) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2560 / 15:37
    ขอบคุณไรท์มากๆเลยนะคะที่เขียนเรื่องนี้ขึ้นมา ใจอุ่นวาบเลย ชอบจริงๆ <3
    #4433
    0
  11. #4432 นมเย็นสีฟ้า (@alissy) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2560 / 14:08
    ฮือออออ จบแบบอบอุ่นหัวใจ ไม่วาบหวามแต่สัมผัสได้ถึงคำว่าตลอดไป
    #4432
    0
  12. #4431 บาร์ (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2560 / 13:23
    รักเรื่องนี้เป็นหนึ่งในเรื่องราวดีๆๆ ที่เข้ามาในชีวิตให้จดจำ ถึงแม้จะเป็นแค่เรื่องที่แต่งขึ้นก็ตาม ขอบคุณมากค่ะ
    #4431
    0
  13. #4430 fa_tida (@fa_tida) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2560 / 12:40
    จบแล้ววว คัมซาไรท์มากๆเลยที่แต่งจนจบ แล้วอบอุ่นอีก
    #4430
    0
  14. #4428 nichamon_ncm (@nichamon_ncm) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2560 / 09:48
    ภาษาดีมากเลยค่ะไรท์ อ่านแล้วลื่นไหลดี 

    #4428
    0
  15. #4427 JoysumitTuan (@JoysumitTuan) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2560 / 09:23
    ชอบแบบนี้ค่ะไรท์ อบอุ่นใจเหลือเกิน~~?
    #4427
    0
  16. #4426 dada0627 (@dada0627) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2560 / 09:10
    ฮือออ น่ารักมากๆ อบอุ่นที่สุด ชอบในความสัมพันธ์มาร์คแบม ไม่ได้หวือหวาแต่อบอุ่นหัวใจ
    #4426
    0
  17. #4425 Tuan-En (@Tuan-En) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2560 / 08:42
    ชอบความเป็นครอบครัวมาก อบอุ่นจริงๆ ฮื่ออออ
    #4425
    0
  18. #4424 flintstonetoeyyy (@flintstonetoeyyy) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2560 / 08:13
    ขอบคุณที่แต่งเรื่องนี้นะคะ เป็นเรื่องที่ดีมากๆ รอเรื่องต่อไปนะคะไรท์ สู้ๆ
    #4424
    0
  19. #4423 St.tripleJ (@pimploy651) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2560 / 06:31
    ขอบคุณไรท์ที่แต่งเรื่องนี้นะคะ
    #4423
    0
  20. #4422 Highnez (@kmelisee) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2560 / 06:23
    คิดถึงเรื่องนี้จังเลย
    #4422
    0
  21. #4421 pkbb_bambam (@pkbb_bambam) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2560 / 03:05
    ปรบมือรัวๆค่ะ สวยงาม
    #4421
    0