[END] MARKBAM RAPPER #มาร์คแบมแร็พเปอร์

ตอนที่ 34 : MARKBAM RAPPER # 26

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,270
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 92 ครั้ง
    26 มี.ค. 60

Chapter 26

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หลังจากพักงานมาเกือบสองสัปดาห์คนที่ไม่เคยชินกับช่วงเวลาว่างที่มีมากเกินไปก็กลับมารับงานอีกครั้ง ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นงานการกุศลที่ไม่ได้รับค่าตัวหรือไม่อย่างนั้นก็เป็นรายการของช่องเคเบิลช่วงเวลาดึกๆบ้าง กลับไปเป็นเซเว่นบีคนเดิมเหมือนก่อนหน้าที่จะมีชื่อเสียง แต่ต่างกันแค่ตอนนี้แบมแบมไปในฐานะนักร้องดูเอทคู่กับมาร์ค

แบมแบมเป็นฝ่ายเลือกที่จะทำแบบนี้เองแม้ว่าใครต่อใครจะบอกให้เขาใช้โอกาสนี้พักร่างกายตัวเองบ้าง ซึ่งมันก็เป็นความคิดที่ดีนั่นแหละเพียงแต่แบมแบมคิดว่าตัวเองก็ได้พักตั้งหลายวันแล้วแถมการพักงานของมาร์คก็ยังไม่มีกำหนดไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่ขาจะหายดี เพราะฉะนั้นการที่เราสองคนจะได้กลับมายืนบนเวทีพร้อมหน้าอีกครั้งก็เลยดูจะยังระบุแน่นอนไม่ได้

ในวงการมายาที่ทุกอย่างมาไวไปไวแบบนี้ถ้าเราทั้งคู่หายหน้าไปไม่ว่าจะสองสามเดือนหรือลามไปเป็นปีแบมแบมก็แค่กลัวว่าสิ่งที่เราพยายามกันมาทั้งหมดมันจะสูญเปล่า ขนาดเพลงในอัลบั้มล่าสุดที่ตั้งใจทำงานกันหามรุ่งหามค่ำก็ยังมาเจอเรื่องร้ายๆจนต้องถูกระงับการโปรโมต เพราะฉะนั้นอะไรที่ทำได้แบมแบมก็อยากจะทำอย่างน้อยความเหนื่อยมันก็ทำให้ความรู้สึกผิดลึกๆในจิตใจเบาบางลงได้บ้าง

 

 

 

 

 

 

“เฮ้อ อยู่บ้านคนเดียวเหง๊าเหงา~ แต่ก็นะบ่นไปก็เท่านั้นก็เขาไม่สนใจจะไปเรียกร้องอะไรได้ ขาก็ยังเจ็บอยู่แถมไม่มีคนดูแลอีก จะไปไหนหยิบจับอะไรก็ลำบาก จำไว้เลยนะไอ้มาร์คคนแพ้มันก็ต้องดูแลตัวเองแบบนี้แหละ” เสียงตัดพ้อค่อดขอดน้อยใจดังมาจากโซฟาห้องนั่งเล่น แบมแบมที่กำลังเตรียมจะใส่รองเท้าออกไปต้องชะงักแล้วได้แต่ถอนใจ

 

เนี่ย.. จะออกไปข้างนอกทีไรก็งอแงเป็นเด็กแบบนี้ทุกที อายุที่มากกว่าตั้งหลายปีไม่เห็นจะทำให้มาร์คต้วนโตกว่าเขาตรงไหน ยกเรื่องขาเจ็บมาอ้างตลอดตอนอยากจะให้แบมแบมตามใจ แต่บทจะวอแวมือปลาหมึกขึ้นมาพอปฏิเสธเพราะกลัวมาร์คจะเจ็บก็ดันพูดง่ายๆว่าไม่เจ็บแล้วทำได้ เฮ้อ คนที่ต้องถอนหายใจมันเขามากกว่าไหม!

 

มาร์คไม่ได้ต่อต้านอะไรตอนที่แบมแบมบอกว่าจะออกไปรับงานเดี่ยวในฐานะศิลปินดูโอ้โดยพ่วงชื่อมาร์คไปด้วยคนจะได้ไม่ลืม แต่ก็มีบ่นอยู่หลายครั้งพอรู้ว่างานที่แบมแบมรับมันแทบจะกินเวลาเกินครึ่งของทั้งอาทิตย์ แถมบางงานก็เป็นงานยาวเจ้าเดิมที่แบมแบมเคยไปเป็นแขกรับเชิญประจำและครั้งนี้ก็เรียกกลับไปทำอีก

 

 

คนขาเจ็บเดินกะเผลกมาพร้อมกับไม้ค้ำขนาบสองข้างแบมแบมเลยขยับเข้าไปหาด้วยอีกฝ่ายจะได้ไม่ต้องเดินเยอะนัก พอใกล้ถึงตัวคนแอคติ้งระดับฮอลลีวูดก็ปล่อยไม้ค้ำข้างหนึ่งให้มันหล่นไปกองกับพื้นทำตัวเอียงเสียหลักจนแบมแบมต้องรีบเข้าไปประคองไว้

 

“รู้ว่าหลอกไม่ต้องมาเล่นละครเลย” ถึงจะบ่นไปแบบนั้นแต่แบมแบมก็เข้าไปหิ้วปีกข้างหนึ่งของมาร์คไว้อยู่ดี โดนคนเจ้าเล่ห์วาดแขนโอบรอบคอทิ้งน้ำหนักพิงมาจนเกือบจะรวมร่าง

 

“เล่นแบบนี้บ่อยๆถ้าพลาดขึ้นมาจะทำยังไง” ดุออกไปแล้วก็ได้การตอบรับมาเป็นการพองแก้มทำหน้าน้อยใจ ..คิดว่าน่ารักมากเหรอนั่น!

 

 

 

“ก็อยากให้สนใจกันบ้างหนิ”

“โอ๋ๆ น้องมาร์คไม่งอแงน๊า~ พี่แบมไปทำงานแปบเดียวเดี๋ยวก็กลับแล้ว” แบมแบมยืดแก้มของคนที่ทำตัวเป็นเด็กไปมาจนทีมาร์คคนดาร์คกลายร่างเป็นน้องมาร์คเด็กประถม

 

“งื้อ~ พี่แบมจะไปแล้วแต่วันนี้ยังไม่ได้จุ๊บลาเลยอ่ะ”

 

แกล้งเรียกว่าน้องมาร์คเพราะคิดว่าอีกฝ่ายจะไม่ชอบที่ไหนได้เล่นตามน้ำกันมาซะงั้น มันก็อย่างที่มาร์คบอกนั่นแหละปกติแล้วถ้าแบมแบมจะออกไปทำงานก็มันจะต้องมีจูบลา.. แต่บอกไว้ก่อนว่าทั้งหมดน่ะมันคือสิ่งที่มาร์คต้วนคิดเองเออเองตั้งกฏอะไรก็ไม่รู้ขึ้นมาเองทั้งนั้น ถ้าแบมแบมไม่ทำก็ต้องมาเหนื่อยตามง้อตอนกลับมาซึ่งมันกินแรงและสูบพลังเยอะกว่ามากเพราะมันไม่เคยจบลงแค่จุ๊บ

 

แต่เหตุผลที่เช้านี้ไม่มีกู้ดบายคิสนั่นก็เพราะ..

 

 

“ก็รู้นะว่าเป็นเจ้าของบ้านแต่มึงช่วยเกรงใจแขกที่มาบ้านมึงนิดนึงได้ไหม” น้ำเสียงเหน็ดเหนื่อยใจปนเอือมระอาดังมาจากแจ๊คสันที่กำลังกอดอกยืนพิงเคาท์เตอร์ครัว

“แขกไม่ได้รับเชิญทำไมต้องเกรงใจ”

 

หันมาสวนกลับทันควันใส่แจ็คสันที่เสร็จจากงานเมื่อตอนตีสี่เลยให้ผู้จัดการมาทิ้งไว้ที่คอนโดมาร์คเพราะตารางงานวันนี้ว่างเลยอยากจะมาอยู่กับเพื่อนรักสักวัน แม้ว่าเหตุผลหลักๆคือจะมานอนและหาอะไรกินมากกว่าจะดูแลคนป่วย

 

“กูทนมาตั้งแต่เมื่อกี้ละ อยู่บ้านคนเดียวเหง๊าเหงา คนเดียวกับผีมึงสิ ที่ยืนหัวโด่อยู่นี่หมาเหรอไง”

“เอ้า เป็นหมาเหรอ ก็หลงนึกว่าเป็นเพื่อนกับคนมาตั้งนาน ว๊า~

 

แล้วไอ้ความประหลาดใจแบบออกนอกหน้าก็เรียกให้แจ๊คสันเดินตรงดิ่งมาหา ก้มเก็บไม้ค้ำยันที่นอนแอ้งแม้งกับพื้นขึ้นมาเตรียมฟาดกะเอาให้เดี้ยงจริงๆให้สมกับที่มันเล่นใหญ่ทำเป็นเจ็บออดอ้อนแฟน

 

“เห้ยๆ เฮียอย่าโมโห” ห้ามทัพไปพร้อมกับหัวเราะ

“คอยดูเหอะกูจะเป่าหูให้ไอ้แบมทิ้งมึง”

“มึงมันขี้อิจฉาแจ๊คสัน” มาร์คพูดพลางส่ายหน้าเบาๆ

“มึงนั่นแหละที่ขี้อวด!

 

แบมแบมเหลือบมองนาฬิกาพอเห็นว่าอีกเดี๋ยวพี่จินยองที่ขับรถมารออยู่ด้านล่างต้องโทรมาตามแน่ๆเลยปล่อยให้เด็กสองคนเถียงกันไปอย่างนั้น บอกลาและปลีกตัวลงมาก่อนที่จะโดนลากไปเอี่ยวแล้วไปทำงานไม่ทัน ส่วนเรื่องกู้ดบายคิส.. ก็คงต้องยอมเสียเปรียบมาร์คอีกสักวัน

 

 

 

 

 

30%

 

 

 

 

 

เสร็จงานตามตารางงานแล้วแบมแบมก็ไม่ได้ตรงดิ่งกลับคอนโดอย่างที่ตั้งใจเอาไว้เพราะถูกคุณผู้จัดการจินยองบังคับพามาทำธุระในสถานที่ที่ถ้าเป็นไปได้แบมแบมก็ไม่อยากมาบ่อยๆหรอก

 

เท้าเล็กในรองเท้าหนังก้าวไปตามทางเดินสะอาดตาของโรงพยาบาลเพื่อพบกับคุณหมอที่จินยองนัดเอาไว้ให้ นั่งรออยู่ด้านนอกได้ไม่นานก็ถึงคิวเข้าไปพบ รอยยิ้มบนหน้าเกือบจะหายไปหมดตอนที่คุณหมอคนคุ้นตาเงยหน้าขึ้นมาทักทาย

 

“สวัสดีครับคุณแบมแบม”

“สวัสดีครับคุณหมอ”

 

แบมแบมยิ้มให้แล้วนั่งลงที่เก้าอี้ จากนั้นบทสนทนาระหว่างเราก็เริ่มต้นและเป็นไปเหมือนอย่างเคย..

 

 

 

 

ใช้เวลาไม่นานนักในการพูดคุยแต่ก็ได้ของแถมกลับมาเป็นยาจำนวนหนึ่ง แบมแบมบอกลาแล้วออกมาหาจินยองที่รออยู่ด้านนอก รีบกลับไปที่รถก่อนจะมีใครมาเห็นแล้วเอาไปพูดต่อให้มันเป็นเรื่องเป็นราว ทั้งที่อันที่จริงมันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอกเพียงแต่ช่วงนี้มีข่าวบ่อยและคนจับตามองเยอะเลยไม่อยากให้มันวุ่นวายอะไรอีก แบมแบมไม่ได้เจ็บป่วย.. หมายถึงทางร่างกายน่ะ

 

 

“เป็นไงบ้างได้คุยกับคุณหมอแล้วรู้สึกดีขึ้นไหม”

“แบมไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย ไม่เห็นจะต้องปุบปับพามาโรงพยาบาลเลย ป่านนี้มาร์คงอแงโทรหาให้วุ่นแล้วมั้ง” บ่นงุ้งงิงใส่ผู้จัดการไปอย่างนั้นแต่จริงๆแล้วก็เข้าใจดีถึงความเป็นห่วงที่อีกคนมีให้

“ไม่ได้เป็นอะไรแต่น้ำหนักลดไปสามกิโลในสองอาทิตย์เนี่ยนะ แล้วยังไม่ยอมกินข้าวอีกแบบนี้จะเรียกว่าไม่ได้เป็นอะไรได้ยังไง อย่ามาหลอกพี่แบมแบม”

 

จินยองเปิดประตูรถให้แบมแบมเข้าไปนั่งแล้วตัวเองก็อ้อมมานั่งที่ตำแหน่งคนขับ จัดการคาดเข็มขัดนิรภัยเตรียมพร้อมออกรถแต่ปากก็ยังคงบ่นเด็กในความดูแลไม่หยุด

 

แบมแบมมีภาวะเครียดสะสมมาตั้งแต่ไหนแต่ไร จินยองไม่แปลกใจนักหรอกกับเด็กคนนึงที่ต้องถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์ตั้งแง่ต่อต้านมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ไหนจะก่อนหน้าที่เขาจะเจอแบมแบมอีก เด็กคนนี้ก็เหมือนมีเรื่องบางอย่างเก็บไว้ในใจตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว ตลอดระยะเวลาที่อยู่ด้วยกันมาถึงแบมแบมจะร่าเริงตอนอยู่หน้ากล้องแต่สุดท้ายพอกลับมาอยู่ลำพังก็กลายเป็นคนเงียบๆ นิ่งๆ เหมือนมีเรื่องที่คิดอยู่ในหัวตลอดเวลา เขาพยายามจะช่วยอยู่เสมอนั่นแหละแต่ก็เข้าใจดีว่าบางอย่างก็ข้ามเส้นไปไม่ได้ แบมแบมเองก็ต้องมีพื้นที่ส่วนตัวที่มีสิทธิ์จะไม่ใครเข้าไปยุ่ง

 

อาการมันไม่ได้โจ่งแจ้งเห็นชัดหรือแม้แต่บางครั้งเจ้าตัวเองก็ไม่ได้รู้สึกด้วยซ้ำว่าตัวเองเครียด แต่นานๆไปร่างกายมันจะแสดงออกมาเองว่าไม่ไหวถึงแม้ว่าใจมันจะบอกว่าไม่ได้มีปัญหาอะไรเลยก็ตาม ถึงจะไม่ใช่เรื่องใหญ่ที่นักหนาอะไรแต่การเจอเรื่องเล็กหลายๆเรื่องเข้ามันก็ทำให้เครียดได้ไม่รู้ตัว พอมันมากๆเข้านั่นแหละมันถึงเรียกว่าเครียดสะสม ตอนที่โดนแอนตี้แฟนโจมตีช่วงสมัยเดบิวท์แบมแบมเครียดและซึมไปเลย กินอะไรก็ไม่ได้ฝืนยัดเข้าไปได้ไม่กี่คำก็อาเจียนออกมาหมด จินยองเลยต้องรีบพาไปหาหมอ

 

แล้วตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเขาก็ต้องเคยจับตามองตลอด เพราะเจ้าตัวชอบปิดปังเรื่องสุขภาพตัวเองเอาไว้ใต้ใบหน้าที่ยิ้มแย้มดูมีความสุข แบมแบมไม่เคยไม่ยิ้มให้กล้องเลยสักครั้ง ไม่เคยทำหน้าเหวี่ยงหรือโมโหใส่แฟนๆ ไม่ทำให้ใครสงสัยหรือคิดไปได้เลยว่าคนที่ดูอารมณ์ดีอยู่ตลอดเวลาแบบนี้จะมีอะไรมาทำให้เครียด ถูกคนด่าว่าก็เอาแต่บอกว่าไม่เป็นไรไม่ได้สนใจทั้งที่จริงๆแล้วก็เก็บทุกคำมาตอกย้ำตัวเองอยู่ตลอด

 

 

 

ตอนนี้ก็เช่นกันที่แบมแบมดูปกติดีแต่เรื่องก่อนหน้านี้ที่ประดังเข้ามา จินยองเชื่อว่ามันมีผลกับใจของแบมแบมพอสมควรทั้งเรื่องซาแซงแฟนเรื่องข่าวเดทและการที่กลัวจะถูกคนจับได้เรื่องมาร์ค ไม่อย่างนั้นแล้ววันนั้นคงไม่ร้องไห้ออกมาขนาดนั้นหรอก

 

 

 

“พี่จินยองอย่าบอกมาร์คนะ” แบมแบมเอ่ยขอจินยองพลางพิมพ์ข้อความตอบกลับคนที่กำลังพูดถึงว่ากำลังกลับแล้ว จินยองเองก็ได้แต่มองผ่านมาทางกระจกมองหลัง ถอนหายใจเบาๆแล้วเริ่มขับรถออกไป

“ทำไมล่ะ”

“แบมไม่อยากให้มาร์คเครียด แค่เรื่องเจ็บขาจนต้องพักงานก็มากพออยู่แล้ว”

“แบมห่วงคุณมาร์ค แล้วไม่คิดว่าคุณมาร์คเขาจะห่วงแบมบ้างเหรอ”

 

“ก็เพราะแบมรู้ไงว่ามาร์คจะต้องห่วง”

“ก็ได้ พี่จะไม่บอกแต่ถ้าเขาเป็นฝ่ายมาถามเอง พี่จะไม่โกหกนะ”

“ครับ”

 

 

ถ้าเจ้าตัวต้องการแบบนี้จินยองก็คงต้องยอม

 

 

 

 

แล้วแบมแบมก็มาถึงคอนโดก่อนจะข้ามวันใหม่ กดรหัสเข้าห้องไปก็เห็นว่ามาร์คน่าจะอยู่ในห้องสตูดิโอ วางกระเป๋าตัวเองลงแล้วเดินตรงดิ่งไปหา เปิดประตูกระจกเก็บเสียงแล้วเดินย่องไปยังคนที่กำลังนั่งหันหลังหมุนดินสอในมือไปพร้อมกับโยกศีรษะตามจังหวะเพลงเบาๆ

 

มือเล็กโอบรอบคอคนที่นั่งอยู่แล้วโถมน้ำหนักตัวลงไปทับ “กลับมาแล้วครับ แล้วก็.. จุ๊บกู๊ดบายคิสที่ติดไว้เมื่อเช้าด้วย” พูดจบก็กดริมฝีปากเข้ากับแก้มของคนไม่ทันตั้งตัว

 

“โหย ขี้โกงอ่ะ ไม่ได้จะเอาแบบนี้สักหน่อย”

“ใครกันแน่ที่ชอบขี้โกงหาเรื่องเอาเปรียบคนอื่นอยู่เรื่อย ไม่รู้แหละ ถือว่าหายกัน แบมไปอาบน้ำล่ะ” แบมแบมผละตัวออกมาก่อนที่คนเจ็บจะคว้าตัวเขาไว้ได้ทัน มาร์คทำท่าจะโวยวายแบมแบมเลยหัวเราะแล้ววิ่งหนีออกมา

 

 

เป็นแบบนี้แหละดีแล้วแบมแบมไม่ได้อยากให้มาร์คมากังวลเรื่องของเขาอีก ถึงจะดูเหมือนไม่คิดอะไรแต่แบมแบมก็รู้ว่ามาร์คคงกดดันตัวเองอยู่พอสมควร เผลอๆก็อาจจะโทษตัวเองไปแล้วด้วยซ้ำว่าที่เราต้องยุติการโปรโมตก็เพราะอาการเจ็บของมาร์ค ..แต่ไม่ใช่หรอก มาร์คไม่ได้ผิดอะไรเลย ถ้าจะว่ากันตามตรงต้นเหตุที่ทำให้ที่มาร์คเจ็บก็เพราะช่วยจับคนที่มาทำร้ายแบมแบมเอาไว้ต่างหาก

 

 

มันอาจดูเป็นการโยงเรื่องที่บ้าๆบอๆแต่แบมแบมคิดมาสักพักแล้วว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับเราตอนนี้มันเหมือนซ้อนทับกับสิ่งที่เคยเป็นมาในอดีตยังไงอย่างนั้น มาร์คเคยตีลังกาพลาดจนต้องใส่เฝือกมาแล้วครั้งนึง แล้วตอนนั้นทุกอย่างก็กดดันจนทำให้มาร์คเกือบถอดใจกลับบ้าน มันอาจเป็นปมลึกๆในใจของมาร์คไปแล้วก็ได้ใครจะรู้ แบมแบมก็แค่ไม่อยากให้มันซ้ำรอยเดิมอีกเพราะตอนนั้นมันแย่สำหรับเราทั้งคู่มาก

 

 ถ้ามาร์ครู้ว่าแบมแบมไม่สบายก็จะมาห่วงจนเครียดตามไปอีกคน แล้วมันจะมีประโยชน์อะไร ทุกวันนี้ที่เป็นอยู่มันก็ดีมากพออยู่แล้ว การได้อยู่ด้วยกันโดยไม่มีกล้อง ไม่มีใครคอยจับตามอง มันคือสิ่งเดียวในตอนนี้ที่ทำให้แบมแบมรู้สึกว่าตัวเองยังมีพื้นที่ให้ได้หายใจ

 

เรื่องทำให้แบมแบมยิ้มหรือหัวเราะน่ะงานถนัดของมาร์คเลย ถึงไอ้ภาวะเครียดนี่มันจะไม่หายขาดแต่มันจะต้องดีขึ้นแบมแบมเชื่ออย่างนั้น

 

 

 

 

 

 

50%

 

 

 

 

“นอนไม่หลับเหรอ”

แบมแบมเกือบสะดุ้งตอนที่เสียงจากคนข้างๆทักขึ้นมาในความมืด มาร์คเอื้อมมือมาแตะที่ฝ่ามือ สอดนิ้วเข้ามาประสานแล้วดึงเข้าหาตัว

 

“อ.. อื้อ แบมทำมาร์คตื่นเหรอ” หันมาถามเพราะกลัวว่ามันจะเป็นอย่างนั้น แบมแบมรู้ว่าคืนนี้เขาพลิกตัวไปมาบ่อยคงจะทำให้เตียงมันยวบจนรบกวนมาร์ค

“ใช่ รับผิดชอบเลย” ไม่พูดเปล่ายังพลิกตัวตะแคงแล้วขยับเข้ามาใกล้ วาดมือมาโอบรอบตัวแบมแบมเอาไว้

“ขอโทษ..”

“พูดเล่นเฉยๆหรอกน่า”

 

พอได้ยินเสียงรู้สึกผิดมาร์คเลยต้องบอกว่าแค่แหย่เล่นเฉยๆ พักนี้เขาพูดเล่นอะไรก็ดูเหมือนแบมแบมจะคิดว่าเป็นจริงไปหมดทุกอย่าง และมันไม่ใช่ครั้งแรกด้วยที่มาร์คจับได้ว่าแบมแบมแกล้งทำเป็นหลับไปพร้อมกันแต่จริงๆยังตื่นอยู่ตลอดคืน

แรกๆก็คิดว่าคงมีเรื่องงานให้คิดหรือไม่กาแฟที่กินตอนกลางวันอาจจะทำพิษ พอมันหลายครั้งเข้ามาร์คก็เริ่มจับสังเกตได้ว่าแบมแบมต้องมีปัญหาอะไรแน่ๆ แต่ที่ไม่ซักไซ้ถามก็เพราะไม่อยากให้ลำบากใจ ดูก็รู้ว่าแบมแบมพยายามจะปิดบังเขา ไม่อยากนั้นคงไม่แกล้งทำเป็นหลับไปพร้อมกันหรอก

 

“แล้วคิดอะไรอยู่ทำไมไม่นอน แหนะๆ อย่าบอกนะว่าคิดถึงพี่ โธ่ ก็นอนอยู่ข้างกันแค่นี้ บอกแล้วไงว่าไม่ต้องคิดถึงเดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าก็ตื่นมาเจอกันแล้ว” จบประโยคก็ถือวิสาสะกดจมูกลงที่แก้มนุ่มให้อีกฝ่ายโวยวายเบี่ยงหน้าหนี

 

“ใช่ที่ไหนกันเล่า! มั่วแล้ว”

“โห ปฏิเสธเสียงแข็งขนาดนี้ เสียใจนะ”

 

ทำหน้าเป็นน้องมาร์คขี้งอนให้พี่แบมแบมต้องจิ้มนิ้วชี้ลงบนเรียวปากที่กำลังแกล้งทำเป็นเบะเรียกคะแนนความเห็นใจ

“น่ารักตายแหละ” หัวเราะออกมาตอนที่มาร์คพยายามจะงับนิ้วของแบมแบม

 

 

 

“นอนไม่หลับแบบนี้.. งั้นมาหาอะไรทำกันดีไหม”

“หยุดเลยนะ พรุ่งนี้แบมมีงานแต่เช้า” หันขวับมาชี้นิ้วคาดโทษทันที

 

มาร์คปัดมือที่ชี้มาออกแล้วหรี่ตามองอย่างจงใจแกล้ง “ยังไม่ได้บอกเลยว่าทำอะไร คิดไปถึงไหนแล้วหะ” ทั้งน้ำเสียงล้อๆและสายตากรุ้มกริ่มเรียกให้แก้มใสมีเลือดฝาดขึ้นมาได้ ถึงจะมองไม่เห็นในความมืดแต่แบมแบมก็รู้ดีว่าหน้ามันร้อนขึ้นมา “แล้วมาทำเป็นว่าเขา ใครกันแน่ที่ชอบคิดทะลึ่ง หืม?”

“ก็มาร์คนั่นแหละชอบพูดชวนให้คิดอ่ะ! ไม่ต้องมาโทษแบมเลย”

“คนใสๆเขาก็ไม่คิดป้ะ พี่อาจจะหมายถึงฟังเพลงช้าๆหรือไม่ก็หานมอุ่นๆกินให้หลับง่ายก็ได้”

“แล้วหมายถึงแบบนั้นจริงไหมล่ะ”

“ไม่จริงหรอก”

 

หัวเราะเบาๆแล้วก็ใช้โอกาสตอนแบมแบมเผลอขยับขึ้นไปคร่อมร่างจนถูกโวยวายกลับมา แต่ก็แค่พักเดียวเท่านั้นแมวพยศก็ยอมอ่อนให้

“ก็บอกแล้วว่าให้กู๊ดไนท์คิสจะได้นอนหลับฝันดี”

“จะคิสทั้งเช้า กลางวัน เย็น ก่อนนอนเลยเหรอไง”

“ถ้าทุกครั้งหลังอาหารได้ก็ไม่เกี่ยง”

 

ยักคิ้วกวนๆส่งมาให้แล้วการมองเห็นของแบมแบมก็ค่อยๆเลือนไปตอนที่คนบนร่างขยับเข้ามาใกล้ กดริมฝีปากลงมาหากำไรจากตัวเอง

 

เยลลี่นุ่มหยุ่นถูกกลืนกินซ้ำแล้วซ้ำอีก น้ำหวานสีใสปกคลุมริมฝีปากจนฉ่ำวาวเสียจนคนมองห้ามตัวเองให้หยุดไม่ได้ เรียวปากหยักหยอกล้อกลีบปากล่างของแบมแบมอย่างเอาใจ กดย้ำเบาๆอย่างที่รู้ว่าเจ้าตัวชอบ ทิ้งลมหายใจอุ่นปนความรู้สึกหลงใหลให้รินรดกันเรียกไอร้อนบนแก้ม

 

จากที่ตั้งใจว่าจะแค่จุ๊บเล่นๆพอให้ได้เรียกความเขินและดึงความสนใจจากคนนอนไม่หลับ กลับกลายเป็นว่ามันดันไต่ไล่ระดับความร้อนแรงขึ้นไปซะอย่างนั้น เมื่อมือเล็กยกขึ้นไปโอบรอบคอพร้อมดึงให้อีกฝ่ายขยับลงมาชิด บดเบียดแลกเปลี่ยนความคุ้นชินแก่กันและกันจนหลุดเสียงหวานหู แบมแบมเรียนรู้แล้วว่าเมื่อไหร่ควรจะต้องตอบรับเมื่อไหร่ควรเป็นฝ่ายรุกเร้าให้หัวใจได้รู้สึกวาบหวิว

 

“อื้อ..”

เอียงคอเปิดทางให้ตอนที่จมูกโด่งไล้ลงมาหา เผลอส่งเสียงพอใจออกไปก่อนจะต้องรู้สึกขัดใจเล็กน้อยตอนที่มาร์คผละออก

 

“ไม่ต้องมาทำหน้าหงุดหงิด พรุ่งนี้ใครบอกว่ามีงานเช้าล่ะ”

“ยังไม่ได้หงุดหงิดสักหน่อย”

“คืนนี้เอาไปแค่กู๊ดไนท์คิสก็พอ” มาร์คเกลี่ยปอยผมตรงหน้าผากให้

“ฮึ คิสขนาดนี้จะยิ่งทำให้ตื่นมากกว่าหลับสิไม่ว่า”

 

“เดี๋ยวนี้พูดสองแง่สองง่ามเก่งนะเราอ่ะ เด็กทะลึ่งจริงๆด้วย”

“แบมหมายถึงตื่นเพราะใจสั่นต่างหากเล่า!” ฟาดมือลงไปที่อกของคนชอบแซว

 

“โอ้ย”

“เจ็บเหรอ! แบมขอโทษ”

 

แบมแบมรีบถามคนที่ตัวเองเผลอตีมือลงไป มาร์คเบี่ยงตัวขยับมานอนข้างๆเหมือนเดิม มือข้างหนึ่งยกขึ้นมาจับตรงที่ถูกตีเอาไว้

“นิดนึงแต่ไม่เป็นไร”

“ยังไม่หายอีกเหรอ”

 

ที่ถามเพราะไม่กี่วันก่อนมาร์คบ่นๆว่าเจ็บหน้าอก แต่ก็ไม่ได้ร้ายแรงอะไรเพราะคิดว่ามันคงเป็นอาการแน่นๆหลังกินข้าวมากกว่า

 

“มันเจ็บแปลบๆน่ะ แต่เดี๋ยวคงหาย สงสัยใจสั่นมากไปหน่อย เนอะ”

“ยังจะเล่นอีก” แบมแบมดุคนที่ทำเป็นเล่นไปหมดซะทุกเรื่อง

 

“แล้วว่าแต่พรุ่งนี้มาร์คจะเข้าบริษัททำไมเหรอ”

“ยองแจมันชวนให้ลองทำเพลงประกอบละครดูน่ะเลยจะเข้าไปคุยๆดู พี่ว่าเปลี่ยนไปทำอะไรแบบนั้นดูบ้างก็ไม่น่าเสียหาย ยังไงช่วงนี้ก็ว่างๆอยู่แล้ว หาอะไรใหม่ๆทำบ้างก็ดี”

“อื้อ มาร์คทำได้อยู่แล้วแหละ”

“ยังไม่ทันลองเลย ไม่ต้องรีบอวยขนาดนั้นก็ได้ แค่นี้พี่ก็รักก็หลงหนูจะแย่อยู่แล้ว”

 

มือหนาส่งมาบีบจมูกคนตัวเล็กที่เดี๋ยวนี้เริ่มวิชาแก่กล้าหยอดเขากลับมาบ้างแล้ว แบมแบมปัดมือออกแล้วขยับตัวจัดท่าให้นอนได้สบายๆ เราไม่ได้นอนกอดกันทุกคืนอย่างคู่รักในละครแบบนั้นหรอก มันอึดอัดและขยับตัวยากจะตายไป ที่เราทำก็แค่นอนข้างกันเฉยๆ อาจมีบ้างบางคืนที่จะจับมือ แต่บางคืนก็แยกห้องกันนอนไม่ได้มีกฎตายตัวว่าจะต้องตัวติดกันตลอด มาร์คก็ไม่ได้ว่าอะไร ซึ่งแบมแบมคิดว่ามันดีนะ ที่อย่างน้อยๆเราต่างก็ยังให้เกียรติกันและกัน เว้นพื้นที่ส่วนตัวให้อีกฝ่ายได้ใช้จะได้ไม่รู้สึกอึดอัดเกินไป

 

เมื่อไหร่ที่ต้องการอยู่ด้วยกันก็ค่อยขยับเข้ามาในพื้นที่ของเรา เหมือนอย่างที่แบมแบมเดาได้ว่ามาร์คคงพอจะจับสังเกตถึงอาการเครียดของแบมแบมได้แล้ว แต่ที่ไม่พูดไม่ถามคงเพราะว่าไม่อยากก้าวก่าย มาร์คมักจะมีวิธีดึงความสนใจของแบมแบมให้ไปจดจ่ออยู่กับมาร์คได้เสมอแหละ แม้ว่าบางครั้งมันอาจจะเป็นวิธีที่ค่อนข้างเสียเปรียบสักหน่อยก็ตาม แต่มันก็ดีที่อย่างน้อยมันก็ทำให้แบมแบมละความสนใจออกมาจากเรื่องรบกวนจิตใจได้จริงๆนั่นแหละ

 

 

 

 

 

 

 

#มาร์คแบมแร็พเปอร์

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 92 ครั้ง

4,781 ความคิดเห็น

  1. #4770 Spices_smile (@igot7ibambam) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 18:58
    น่าเป็นห่วงทั้งคู่อะ
    #4770
    0
  2. #4722 Lookshin (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 11:10

    สงสารแบม เจออะไรมาเยอะ คนที่ยิ้มแย้มตลอดเวลา ในใจใช่ว่าจะมีความสุขอยู่เสมอนะ

    #4722
    0
  3. #4644 tide2537 (@tide2537) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2561 / 19:11
    อืมมมมเป็นห่วงน้องแบมแบมจัง
    #4644
    0
  4. #4597 hiddenhills (@hiddenhills) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2561 / 01:34
    โอยยยยยอย่าเป็นอะไรกันทั้งคู่เลยได้โปรดดด หายไวๆ;-;
    #4597
    0
  5. #4495 ChayapornSs (@ChayapornSs) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2560 / 19:33
    มาร์คเจ็บหน้าอกเป็นไรอ่ะ ไม่ใช่ว่าปิดแบมหรอ ต่างคนต่างปิด
    #4495
    0
  6. #4338 gummyworm (@gummyworm) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 17:38
    อาการเจ็บหน้าอกของพี่แอบน่าเป็นห่วง ไม่ได้เป็นอะไรร้ายแรงใช่มั้ยเนี่ย;-;
    #4338
    0
  7. #4282 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2560 / 20:18
    พี่มาร์คนี่สังเกตุน้องอยู่ตลอดเวลาเลย ว่าแต่ที่มาร์คเจ็บหน้าอกนี่ไม่ได้เป็นอะไรมากใช่ไหม
    #4282
    0
  8. #4208 Jerry Fern (@jerryfern) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 02:45
    ป่าวมาร์คไม่ได้จะเปลี่ยนแบมให้มาสนใจมาร์คเพราะรู้ว่าแบมเครียด แต่ที่ทำเพราะอยากทำจริงๆเลย5555
    #4208
    0
  9. #3933 ojay2 (@Ojay) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2560 / 23:11
    กลัววววววเลยยย มาร์คไปหาหมอมั้ยยย แบมมหนูจะหายยยย อย่าเครียดนะ
    #3933
    0
  10. #3821 PN ¨ ❤ (@pniiz) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2560 / 01:21
    อ่า.. เฮ้อ คิดว่าเหมือนการได้พักบางสักนิดจะเป็นเรื่องดี

    ทำให้เรื่องทุกอย่างค่อยทุเลาบ้าง และกลับค่อยๆ มาดีขึ้นอีกครั้ง แต่เปล่าเลย

    หน่วงในใจ ป่วยทั้งคู่เลย เราก็เจ็บไปด้วย
    #3821
    0
  11. #3812 toto (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2560 / 14:27
    แบมป่วยมาร์คก็ป่วยอ่ะ
    #3812
    0
  12. #3753 MARKTUAN190 (@MARKTUAN190) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2560 / 08:06
    พี่มาร์คนี้น่าหมั่นไส้นัก เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือเลยน่ะ555
    #3753
    0
  13. #3628 yamroll choco (@yamrollchoco) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 29 เมษายน 2560 / 22:48
    พี่มาร์คไปหาหมอมั้ย เจ็บหน้าอกนานขนาดนี้มันแปลกๆแล้วนะ
    #3628
    0
  14. #3522 `MESJ' (@we-2l-shinee) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 15 เมษายน 2560 / 17:36
    จะกินม่าอีกแล้วหรอ ;^;
    #3522
    0
  15. #3461 Bowiee (@bbbowww) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 11 เมษายน 2560 / 00:41
    ทำไมเจ็บหน้าอกนานจังนะ น้องแบมก็ต้องพึงยาหมอ โห่ หายไวไวนะคนเก่ง
    #3461
    0
  16. #3392 Neung Q (@369963nq) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 9 เมษายน 2560 / 21:34
    กลัวอ่ะ...กลัวมาร์คจะเป็นอะไร...
    #3392
    0
  17. #3270 Tuan-En (@Tuan-En) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 4 เมษายน 2560 / 14:26
    มาร์คเจ็บหน้าอกนี่เป็นอะไรรึเปล่านะ..
    #3270
    0
  18. #3264 xstcphpp (@iptmzliaen) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 3 เมษายน 2560 / 00:31
    ใจหายตรงมาร์คเจ็บหน้าอก
    มันดูมีอะไรๆไม่ดีเลย
    #3264
    0
  19. #3234 spaceofwhite (@zhomao) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 1 เมษายน 2560 / 15:43
    มาร์คคงไม่เป็นไรใช่ไหม น่ารักกันขนาดนี้ อยู่ด้วยกันไปนานๆ อย่าให้อะไรต้องมาพรากกันไปเลย
    #3234
    0
  20. #3233 peemgirl (@peemgirl) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 29 มีนาคม 2560 / 22:35
    หวังว่าจะไม่เป็นอะไรนะ สู้ๆนะดูแลกันและกันเดี๋ยวมันก็ผ่านไป
    #3233
    0
  21. #3231 eye_au (@eye_au) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 28 มีนาคม 2560 / 02:59
    หน่วงๆเนอะ เมื่อไหร่เรื่องร้ายๆจะหมดไปซะทีนะ อย่าคิดมากไปเลยนะทั้งมาร์คทั้งแบมอ่ะ เดี๋ยวมันก็ผ่านไป สู้ๆ
    #3231
    0
  22. #3229 Noey Bah (@kmnoey) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 27 มีนาคม 2560 / 02:01
    มาหน่วงเรื่องสุขภาพของทั้งคู่อีก ฮือออ ขอมีความสุขแบบเต็มร้อยบ้างไม่ได้เหรอคะ มาร์คแบมสู้ๆน้า
    #3229
    0
  23. #3228 Vagabond Picha (@vagabondnue) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 22:19
    แงงงง น่าเป็นห่วงทั่งคู่เลย
    #3228
    0
  24. #3227 N_udaen_G (@nudaeng) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 18:19
    ดูแลกันดีๆ นะ สู้ๆ :)
    #3227
    0
  25. #3226 kukkik_dekdee (@kukkik_wasoon) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 17:34
    โอ้วว น้อวแบมมเป็นอายัยยยยใช้เวลารักษานะ พี่มาร์คด้วยยยย 
    #3226
    0