[END] MARKBAM RAPPER #มาร์คแบมแร็พเปอร์

ตอนที่ 31 : MARKBAM RAPPER # 23

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,757
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 71 ครั้ง
    24 ก.พ. 60

Chapter 23

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

มาร์คพาแบมแบมไปถามหายาแก้ฟกช้ำจากทีมงานแล้วเลือกหามุมสงบที่ไม่มีใครมากวนใจเพื่อนวดรอยแดงที่คอของคนตัวเล็ก ตอนแรกแบมแบมดื้อดึงจะทำเองให้ได้แต่สุดท้ายก็ต้องยอมแพ้

 

“เจ็บไหม พี่ทำแรงไปรึเปล่า”  

มาร์คถามย้ำบ่อยครั้งเพราะกลัวว่าตัวเองจะพลั้งมือทำให้เจ็บ แบมแบมส่ายหัวเบาๆแทนคำตอบถึงจะเริ่มรู้สึกว่าเจ็บขึ้นมาบ้างแล้ว แต่นั่นก็ไม่ใช่เพราะแรงมือจากมาร์ค

“ไม่เจ็บหรอก มือเบาจนไม่รู้สึกอะไรเลยเนี่ย” แบมแบมแกล้งพูด

“ที่ไม่รู้สึกเพราะมันชารึเปล่า ไปหาหมอไหมเผื่อมันโดนจุดสำคัญ” พยายามจะเกลี้ยกล่อมให้แบมแบมยอมไปตรวจที่โรงพยาบาลแบบละเอียดให้ได้ แต่เจ้าตัวก็ยังยืนยันคำเดิมว่าไม่เป็นไร

“แบมแค่พูดเล่นเฉยๆ ไม่ได้ชาเพราะแบบนั้นหรอกน่า” ถึงอย่างนั้นมาร์คก็ยังไม่เลิกทำหน้ากังวลสักที แบมแบมเลยให้สัญญาว่าถ้าหากรู้สึกเจ็บหรือเกิดอะไรแปลกๆกับตัวเองเมื่อไหร่จะรีบไปตรวจทันที คนขี้ห่วงถึงได้คลายความกังวลลงบ้าง

 

 

“คอยดูนะ ต่อไปนี้จะห้ามแฟนบอยทุกคนไม่ให้เข้าใกล้เลย” มาร์คแกล้งพูดแหย่เพราะรู้ว่าแบมแบมคงคิดมาร์คกับเรื่องนี้ สังเกตมาตั้งแต่เมื่อกี้แล้วว่าเจ้าตัวดูตกใจไม่น้อยที่พบว่าคนทำเป็นแฟนคลับของตัวเอง “แล้วไม่ต้องมาปรักปรำว่าพี่หึงมั่วซั่วเลยนะ ที่กีดกันก็เพื่อความปลอดภัยของแบมทั้งนั้นแหละ”

“จริงอ่ะ” แบมแบมยิ้มบางๆแล้วแกล้งถามมาร์คกลับไป ทำหน้าไม่เชื่อเพราะปกติแล้วมาร์คมักจะชอบหยิบยกเรื่องแฟนบอยมาหาเรื่องงอนให้เขาง้อเป็นประจำอยู่แล้ว

 

แบมแบมยอมรับว่าช็อกไม่น้อย สติหลุดไปเหมือนกันตอนที่เห็นเพราะผู้ชายคนนั้นเคยดีกับเขามาก เจอกันแทบจะทุกงาน บางครั้งนอกเวลางานตอนที่แบมแบมไปกินข้าวหรือซื้อของในห้างสรรพสินค้าก็ยังบังเอิญเจอกันบ่อยๆเลย เคยคุยกันอยู่หลายครั้งเพราะเขามีความชอบอะไรหลายๆอย่างคล้ายแบมแบม และเพราะเป็นผู้ชายด้วยมันเลยสะดวกใจมากกว่าแฟนคลับผู้หญิงที่แบมแบมต้องคอยเว้นระยะห่างไม่ให้ดูไม่ดี

ยูคยอมเคยเตือนแบมแบมครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้วว่าเห็นแฟนคลับคนนี้ของแบมแบมคอยตามอยู่ตลอดในวันที่แบมแบมกับยูคยอมนัดกันกินข้าวและต่อด้วยช็อปปิ้ง จำได้ว่าตอนนั้นเขาบอกกับเพื่อนไปว่าคงเพราะบังเอิญมากกว่า คนที่มีรสนิยมในการกินและซื้อของคล้ายๆกันจะมีร้านประจำที่เข้าออกบ่อยเป็นร้านเดียวกันก็ไม่แปลก

พอมองย้อนกลับไปแล้วคิดดูว่าจริงๆแล้วเขาอาจไม่ได้มีรสนิยมอะไรที่เหมือนกับแบมแบมหรอก ยิ่งภาพทุกอย่างค่อยๆปะติดปะต่อชัดมันก็ยิ่งที่ทำให้กลัวมากขึ้นกว่าเก่า ตอนที่พบว่าทุกที่ที่เขาไป ทุกอย่างที่เขาทำ ทุกความชอบที่บังเอิญเหมือนกัน แท้จริงแล้วมันไม่เคยมีความบังเอิญอยู่ในนั้น มันมีแต่ความจงใจของคนที่ทำทุกอย่างเพื่อขยับเข้ามาใกล้แบมแบมต่างหาก

 

 

 

“ไม่เป็นไรแล้วนะ จะไม่มีใครมาทำอะไรแบมได้อีก” แบมแบมสะดุ้งเล็กน้อยตอนที่เสียงของมาร์คดึงเขาออกมาจากห้วงความคิดอันน่าขนลุก

มือหนาปัดปอยผมของแบมแบมให้เข้าที่เข้าทาง ยิ้มให้และพยายามจะทำให้แบมแบมรู้สึกดีขึ้นมาบ้าง ถ้าตอนนี้เราไม่ได้กำลังอยู่ในบริษัท ไม่ได้อยู่ในห้องซ้อมที่มีกล้องวงจรปิดทุกมุมแบบนี้ มาร์คคงดึงแบมแบมมากอดอย่างที่ใจอยากทำไปแล้ว

 

 

“ไปล้างมือไหม กลิ่นยามันติดน่ะ ไปเถอะ ไปล้างมือกัน” อยู่ๆแบมแบมก็โพล่งประโยคนี้ขึ้นมา ตัดอารมณ์ของมาร์คที่อยากจะพูดจาซึ้งๆให้อีกฝ่ายได้สบายใจ

มือเล็กดึงให้มาร์คเดินตามมา ชะลอแรงลากลงเล็กน้อยตอนที่อีกคนเผลอร้องเบาๆเพราะความเจ็บที่ข้อเท้า มาร์คกดสบู่ล้างมืออย่างงงๆโดยมีแบมแบมยืนกอดอกพิงขอบประตูรอด้วยสีหน้าเหมือนกำลังตีกับความคิดในหัวของตัวเองอยู่

 

“ทำไมทำหน้าแบบนั้นอ่ะ” ถามพลางดึงกระดาษมาเช็ดมือจนแห้ง หันไปโยนทิ้งกระดาษใช้แล้วลงถังขยะได้ครู่เดียวก็ต้องผงะถอยหลังไปเล็กน้อยตอนที่อยู่ๆก็ถูกแรงไม่เบานักพุ่งเข้ามากอดเอว

 

 

“อะไรเนี่ย” ถึงจะถามออกไปแบบนั้น แต่เรียวปากคมกลับฉีกยิ้มกว้างเมื่อประมวลทุกอย่างในหัวแล้วพบว่าที่อีกฝ่ายทำหน้ายุ่งเมื่อกี้คือกำลังตัดสินใจว่าจะเข้ามากอดเข้าดีไหมแน่ๆ

 

แบมแบมไม่ตอบคำถามแต่ก็ไม่ได้โวยวายหรือปฏิเสธอะไรตอนที่มาร์คกอดกลับมา คนได้คืบจะเอาศอกที่แม้จะตัวพอๆกันแต่มีแรงมากกว่าเลยใช้โอกาสนั้นยกตัวแบมแบมขึ้นไปนั่งบนขอบอ่างล้างมือ ขยับตัวเข้าไปขวางไม่ให้คนที่ตอนนี้เริ่มโวยวายกระโดดลงมา

 

“หลอกลวนลามคนอื่นเก่งนะเราอ่ะ” พูดล้อให้คนฟังหูแดงและทำหน้ามุ่ยใส่

“ใช่ที่ไหน แค่รู้หรอกว่ามาร์คอยากทำอะไรแบมเห็นหน้าแล้วสงสารเลยช่วยไง หลบไปเลย ยกขึ้นมานั่งบนนี้ทำไม” ดันให้คนเอาตัวเข้ามาขวางให้ขยับออกไปแต่ก็ไร้ผล

 

 “เหรอ ไม่ใช่ว่าตัวเองก็อยากกอดเค้าอยู่แล้วเหรอ” แกล้งล้อให้แบมแบมทำหน้านิ่งใส่ “แล้วถ้างั้นรู้เปล่าว่าตอนนี้อยากให้ทำอะไร”

“จะไปรู้ได้ไง หลบไปสิเดี๋ยวมีคนมาเห็นหรอก”

“ทีตอนลากเข้ามานี่ไม่กลัวเนอะ” มาร์คแซวให้แบมแบมหลบตาและพยายามดันไหล่ให้ถอยไปเพื่อที่ตัวเองจะได้ลงมายืนที่พื้นได้ “เป่าแผลให้หน่อยจะได้หายไวๆ”

“แผลที่ไหน” ดูเหมือนจะเป็นคำประกาศิตที่ทำให้แบมแบมหยุดพยศทันที

 

“ตรงนี้”

จิ้มนิ้วลงบนแก้มตัวเองได้ไม่ถึงสองวิ คนที่เผลอเป็นห่วงก็กลับมาผลักมาร์คออกอีกรอบเพราะรู้ว่าคนเจ้าเล่ห์โกหก “มั่วแล้ว ไม่ได้โดนต่อยสักหน่อย”

“รู้ได้ไง ตอนนั้นมันชุลมุน พี่ก็โดนนู่นโดนนี่จนเจ็บไปหมดนั่นแหละ” ทำน้ำเสียงเศร้าแบบที่ใครได้ยินก็รู้ว่าจงใจ แบมแบมถอนหายใจแรงๆ

“นิสัยไม่ดีว่ะ” สะบัดหางเสียงใส่แต่ก็ยอมเคลื่อนหน้าเข้าไปใกล้ เป่าลมอุ่นบนแก้มของอีกฝ่ายเบาๆ ยอมทั้งที่รู้ว่าโดนหลอกก็เพราะเห็นแก่มาร์คที่วิ่งออกไปจับคนที่ทำร้ายเขาหรอกนะ “พอใจยั..”

 

มือหนากดหัวเล็กให้เข้ามาประทับปากนุ่มเข้ากับแก้มตัวเองอย่างถือวิสาสะตอนที่อีกฝ่ายกำลังจะผละออก แถมยังหัวเราะถูกใจตอนที่แบมแบมฟาดมือลงบนไหล่เพราะเสียรู้ให้มาร์คอีกแล้ว มือเล็กถูกจับให้อยู่นิ่งๆ พอแบมแบมเลิกพยศแต่ยังทำหน้าบูดมาร์คเลยยืดแก้มอีกคนด้วยความหมั่นเขี้ยวซะเลย

“ยิ้มก่อนแล้วจะให้ลง”

คนดื้อดึงหันหน้าหนีแต่ในใจก็รู้สึกดีขึ้นมาเยอะ

 

“ทุกอย่างมันจะดีขึ้น เชื่อสิ เราจับคนทำได้แล้ว รออีกหน่อยเดี๋ยวกระแสอะไรๆมันก็จะเงียบลงตามประสาข่าวในวงการบันเทิงแหละ ตอนนี้ยิ้มก่อนเร็ว” มาร์คยืดแก้มแบมแบมอีกรอบพร้อมกับตัวเองก็ฉีกยิ้มให้ ทำเหมือนกำลังเล่นกับเด็กจนแบมแบมหลุดหัวเราะออกมา ตอนนั้นแหละที่มาร์คยิ่งหนักแน่นในสิ่งที่ตัวเองคิดมาตลอดว่ารอยยิ้มของแบมแบมน่ะคือสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว ไม่ควรจะมีใครมาพรากมันไป

 

แบมแบมกระโดดลงมายืนกับพื้น ดันมาร์คให้เดินนำออกไปจากประตูห้องน้ำ ยกยิ้มให้กับแผ่นหลังที่ตัวเองกำลังแตะมืออยู่ เขารู้สึกแบบนี้มานานแล้ว ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอจนกระทั่งวันนี้ ..ดีจริงๆที่มีมาร์ค

 

 

 

 

30%

 

 

 

จากที่ยิ้มกันได้ชั่วครู่พอเดินออกมานอกห้องน้ำก็ต้องหุบยิ้มแทบไม่ทันเมื่อเจอเข้ากับสายตานิ่งๆของแจบอมที่มองมา จินยองนั่งห่างออกไปนิดหน่อยและกำลังมองมาทางแบมแบมเช่นกันแต่ไม่ได้มีสายตาคาดโทษหรือน่ากลัวอะไร มาร์คและแบมแบมขยับเข้าไปนั่งลงที่โซฟาบ้าง เริ่มรับรู้ว่ามีอะไรแปลกออกไป ไม่นานนักจินยองก็เป็นฝ่ายเริ่มต้นประโยคก่อน

 

“ผู้ชายคนนั้นสารภาพแล้วว่าทำทั้งหมดด้วยตัวเองคนเดียว ทั้งเรื่องจดหมายข่มขู่ เรื่องตั้งกระทู้ แล้วก็แฮ็กแอคเคาท์แบมแบม” จินยองยื่นโทรศัพท์ของตัวเองมาให้แบมแบม ในนั้นเปิดค้างไว้ที่แอคเคาท์หนึ่งที่แบมแบมไม่รู้จักและไม่รู้ว่าเป็นของใคร

 

“ลองดูภาพสิ”

มือเล็กกดเลื่อนรูปภาพไล่ไปทีละอันพร้อมกับความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก มันแปลกใจ สงสัย กลัว และขยะแขยงไปพร้อมๆกันเมื่อภาพแต่ละภาพนั้นอธิบายตัวตนของผู้ชายคนนั้นได้ชัดเจน

รูปที่ถ่ายมันเข้าขั้นโรคจิต ถึงจะไม่ใช่ภาพไม่ดีหรือวาบหวิวคุกคามอะไรแบบนั้น มองผิวเผินก็แค่ภาพธรรมดาทั่วไป แต่ความเป็นมาของรูปภาพพวกนั้นมันทำให้แบมแบมขนลุก

แรกๆมันก็แค่เรื่องธรรมดาเหมือนแฟนคลับทั่วไปที่จะอัพภาพสิ่งของที่ได้จากศิลปินที่ชอบ พวกลายเซ็น ขวดน้ำ กระดาษโน้ตหรือของเล็กๆน้อยๆ แต่หลังๆมามันก็ชักจะหนักขึ้นถึงขั้นตามไปถ่ายรูปเก้าอี้ในร้านทำผมที่แบมแบมใช้ รูปจานในร้านอาหารทีดูก็รู้ว่าคงถ่ายมาหลังจากแบมแบมลุกออกไปจากร้านไม่นาน หรือสถานที่ที่แบมแบมไป ถ่ายเก็บเอาไว้แล้วบรรยายข้อความราวกับว่าไปด้วยกัน

 

มันน่าขนลุกตรงภาพที่เขาโพสมันเกือบจะคล้ายกับที่แบมแบมโพสลงในแอคเคาท์ส่วนตัวไปซะหมด ยิ่งกดดูตรงรายชื่อของคนที่ติดตามมันก็มีแอคเคาท์ส่วนตัวของแบมแบมและคนรอบตัวแบมแบม ไม่ว่าจะเป็นพี่จินยอง พี่แจ๊คสัน ยูคยอม พี่ยองแจ หรือแม้แต่คนอื่นๆในวงการซึ่งไม่รู้ว่าเอาข้อมูลพวกนี้มาจากไหน และแน่นอนว่าแอคเคาท์ล่าสุดที่เขาติดตามคือแอคเคาท์ส่วนตัวของมาร์ค

 

“เหตุผลที่เขาทำทั้งหมดก็เพราะว่าชอบแบมแบมมาก” เป็นแจบอมที่พูดขึ้นมาบ้าง น้ำเสียงแข็งๆที่ไม่ได้นุ่มนวลค่อยเป็นค่อยไปแบบจินยองทำให้แบมแบมใจกระตุกวูบ ไม่บ่อยนักที่จะเห็นอีกคนในมุมนี้ ปกติแล้วถึงภายนอกจะดูมึนตึงหรือน่ากลัวไปบ้างแต่แจบอมจะพูดดีกับแบมแบมเสมอ

“ไม่ได้โกรธเรื่องที่มาทำโปรเจคกับมาร์คแต่โกรธที่ทั้งสองคนแอบคบกันลับๆ หลอกให้แฟนคลับตายใจว่าเป็นแค่เพื่อนร่วมงาน โกรธที่แบมแบมทรยศต่อความรักที่เขาให้” ความรังเกียจเจืออยู่ในประโยคของแจบอม เขาเคยเจอแฟนคลับมาเกือบทุกประเภท มีทั้งว่าง่าย ทั้งเรื่องเยอะ ทั้งเด็กวัยเรียน ผู้ใหญ่หัวแข็ง หรือแม้แต่พวกแอนตี้แฟนก็ตาม แต่ไม่มีอะไรจะน่ากลัวและน่ารังเกียจไปกว่าแฟนคลับที่เรียกว่าซาแซงแฟนอีกแล้ว

คนที่ใช้คำว่ารักมาอ้างสิทธิ์ในการคุกคามชีวิตคนอื่นน่ะเป็นอะไรที่อันตรายที่สุด บางคนถึงกับทำร้ายศิลปินเพื่อให้เขาจดจำตัวเองได้ ทำทุกทางเพื่อที่จะได้เข้าใกล้ พร้อมจะทำร้ายคนที่เข้ามาขวางกั้นตัวเขากับศิลปินได้ทุกเมื่อ และที่คนพวกนั้นไม่สำนึกว่าสิ่งที่ตัวเองทำมันผิดก็เพราะระบบความคิดของเขาไม่ได้มองว่ามันเป็นสิ่งที่ผิด การแสดงออกความรัก การติดตาม การให้ความสนใจ ใช่ การรักใครสักคนมันไม่ผิด แต่หากมันมากจนเกินไปความรักก็สามารถทำร้ายและทำลายคนที่พร่ำบอกว่ารักหนักรักหนาได้เช่นกัน

 

 

แบมแบมบีบมือสองข้างจับกันไว้แน่น ก้มหน้ามองพื้นไม่กล้าสบตาใคร เขารู้ว่าพี่แจบอมกำลังมองมาทางนี้ สายตาคาดคั้นเอาคำตอบบางอย่างที่ทำให้แบมแบมกลัว หรือแม้แต่พี่จินยองที่มองมาด้วยสายตาที่อ่านไม่ออกแบมแบมก็ไม่กล้าเดาความรู้สึกเลยทำได้แค่ก้มหน้าอยู่แบบนี้

อยู่ๆไออุ่นจากมือของคนข้างๆก็จับเข้าที่มือของแบมแบม คนตัวเล็กสะดุ้งเล็กน้อยที่มาร์คทำแบบนี้ต่อหน้าคนอื่น หันไปมองด้วยความเลิกลั่กพยายามจะดึงมือออกแต่มาร์คกลับยิ่งจับแน่นขึ้น

 

“ผมกับแบมแบมเรารักกัน ขอโทษปิดบัง”

ประโยคหนักแน่นของมาร์คทำให้แบมแบมใจสั่น แต่ไม่ใช่เพราะความเขินอาย มันกำลังสั่นเพราะความกลัวสุดขั้วหัวใจ มาร์คไม่ปล่อยมือแบมแบมเลยแม้ว่าอีกฝ่ายจะพยายามดึงมือออกมาสักเท่าไหร่

 

“แน่ใจในสิ่งที่ตัวเองพูดจริงๆใช่ไหม”

“ครับ”

แบมแบมมองหน้ามาร์คที่จ้องเขม็งไปทางแจบอม เหลือบตามองแจบอมได้เพียงแค่หางตาแต่ก็พอเห็นว่าจากความแข็งกร้าวในแววตาเมื่อครู่มันอ่อนลงหลังจากฟังคำยืนยันอีกครั้งของมาร์ค

 

“เอาเถอะ ชีวิตของแก อนาคตของแก แกมีสิทธิ์เลือก พี่จะไม่ไปก้าวก่ายอะไรทั้งนั้น โตแล้วต้องรับผิดชอบการกระทำของตัวเองให้ได้เข้าใจไหม” แล้วประโยคของแจบอมก็เหมือนทำลายก้อนหินที่กดทับหน้าอกของแบมแบมจนหายใจไม่ออกให้หมดไป

“แต่ช่วงนี้ก็คงต้องระวังตัวกันหน่อย คนยังไม่เลิกขุดคุ้ยเรื่องข่าวนั่น อย่าให้ใครจับได้อีกแล้วกัน”

“ถ้าหมดธุระแล้ว ผมจะพาแบมแบมกลับบริษัทก่อนนะครับ ทางนู้นรู้เรื่องแล้วคงต้องเข้าไปประชุมกันหน่อย ยังไงก็เจอกันที่งานเลยแล้วกัน เสร็จแล้วเดี๋ยวผมส่งข้อความมาบอก” จินยองรีบพูดจุดประสงค์ของตัวเองกับแจบอม พออีกฝ่ายพยักหน้ารับก็ลุกขึ้นพาแบมแบมออกไปจากห้อง

 

 

 

 

แบมแบมเดินตามผู้จัดการส่วนตัวที่ตั้งแต่ออกมาจากห้องซ้อมก็ไม่ปริปากพูดอะไรสักคำ ใจของแบมแบมที่กลัวอยู่แล้วตั้งแต่แรกมันยิ่งคิดไปต่างๆนานา ทันทีที่ขึ้นไปนั่งในรถได้แบมแบมก็เรียกจินยองเอาให้

“พี่จินยอง.. แบมขอโทษ ฮึก” รั้งแขนพี่ชายเอาไว้พร้อมกับประโยคที่พูดไปพร้อมน้ำตา เขาไม่ได้อยากจะร้องไห้ แต่ความรู้สึกผิดมันจุกขึ้นมาจนแน่นไปหมด

 

“ขอโทษเรื่องอะไร” จินยองรีบปีนขึ้นมานั่งที่เบาะข้างๆปิดประตูรถกลัวจะมีคนเห็น

“ขอโทษที่ปิดบังเรื่องมาร์คแต่แบมบอกใครไม่ได้ แบมกลัวถูกบังคับให้ต้องเลิกกับเขา ฮือ พี่จินยองแบมไม่ได้ตั้งใจจะทำให้พี่ผิดหวัง อย่าโกรธแบมได้ไหม แบมขอโทษ” คนตัวเล็กร้องไห้สะอึกสะอื้น เพียงแค่คิดว่าตัวเองจะทำให้จินยองผิดหวัง แบมแบมก็อยากจะเกลียดตัวเองแล้ว

 

“พี่จะผิดหวังเรื่องอะไร?” จินยองดึงคนคิดไปเองเข้ามาลูบไหล่ปลอบ “ไม่เอาเด็กดีไม่ร้อง” แต่ก็กลายเป็นว่ายิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ แบมแบมยิ่งปล่อยโฮ

 

“กลัวพี่จะผิดหวังเรื่องที่แบมคบกับคุณมาร์คเหรอ ทำไมต้องผิดหวังด้วยล่ะ”

“แบมเป็นผู้ชาย มาร์คก็เป็นผู้ชาย”

“ก็เลยคิดว่าพี่จะใจแคบ รังเกียจและกีดกันเราเหรอ”

 

แบมแบมไม่ตอบรับหรือปฏิเสธได้แต่ก้มหน้าไม่สบตาพี่ชาย ปาดน้ำตาตัวเองออกเมื่อเห็นว่าท่าทีของจินยองไม่ได้แย่อย่างที่คิดเอาไว้

“พี่ดูเหมือนคนต่อต้านเรื่องแบบนี้ขนาดนั้นเลยเหรอ” จินยองพูดยิ้มๆ ดันหน้าน้องให้เงยขึ้นมามอง ควานหากระดาษทิชชูในรถมาส่งให้

 

“ฟังนะ มันก็เหมือนที่พี่แจบอมบอกคุณมาร์คนั่นแหละ นี่คือชีวิตของแบม พี่ไม่มีสิทธิ์เข้าไปก้าวก่าย เรามีหน้าที่เป็นผู้จัดการ คอยดูแลเรื่องงานไม่ใช่เจ้าของชีวิต แบมโตแล้วอยากทำอะไรมันก็เป็นสิทธิ์ของแบม อยากจะรักใครมันก็เป็นสิทธิ์ของแบม ในฐานะของผู้จัดการพี่คงต้องเตือนให้ระวัง ต้องรักษาระยะห่างและวางตัวให้ดีถ้าอยากจะอยู่ในวงการนี้นานๆ” พูดด้วยความจริงจัง แต่ก็เหมือนเคยที่จินยองมักจะมีวิธีการใช้คำและน้ำเสียงที่ทำให้คนฟังรู้สึกดี

 

“แต่ในฐานะของพี่ชาย พี่ไม่ได้อยากจะชี้ทางหรือชักนำอะไรหรอกนะ แค่อยากจะบอกเอาไว้ว่าชีวิตในวงการมันสั้น แบมต้องชั่งน้ำหนักดูว่าอะไรคือสิ่งที่สำคัญ อะไรที่จะอยู่กับเราไปตลอด ชื่อเสียง ความโด่งดัง หรือคนที่วันนี้เขายืนยันให้เราเข้าใจชัดแล้วว่าเขาจะอยู่ข้างๆเรา”

 

แบมแบมลองคิดตามแล้วก็รู้สึกเต็มตื้นขึ้นมาเมื่อนึกถึงความหนักแน่นในน้ำเสียงของมาร์คที่สารภาพเรื่องของเราออกไปแบบนั้น ที่แบมแบมพยายามจะดึงมือออกตอนที่มาร์คจับไว้ไม่ใช่เพราะอายเรื่องของเราแต่เพราะกลัวว่าหากคนอื่นรู้แล้วเราจะต้องถูกจับให้แยกกันต่างหาก

 

“อีกอย่างนะ ถ้าเผื่อแบมไม่สบายใจ พี่จะบอกให้ก็ได้ว่าพี่รู้เรื่องของแบมแบมกับคุณมาร์คตั้งนานแล้ว” แบมแบมทำหน้าประหลาดใจจนจินยองหลุดหัวเราะออกมา

“ไปโทษแฟนแบมแล้วกัน ถ้าอยากเก็บความลับให้มิดก็อย่าเที่ยวไปหึงทุกคนรอบตัวแบบนั้น เล่นมองตาขวางทุกครั้งที่พี่แตะตัวแบม ใครจับไม่ได้ก็บ้าแล้ว”

 

 

 

70%

 

 

 

หลังจากกลับไปคุยเรื่องที่เกิดขึ้นกับทางบริษัทเรียบร้อยแล้วแบมแบมก็มาทำงานตามตารางงานสุดท้ายของวันนี้ พี่แจบอมพามาร์คมารออยู่ก่อนแล้วแบมแบมเลยตามไปสมทบที่ห้องพัก ระหว่างทางก็ไม่ลืมที่จะทักทายทีมงานรวมไปถึงศิลปินรุ่นพี่รุ่นน้องตลอดทางที่เดินผ่าน ถึงจะมีสายตามองมามากมายและแบมแบมรู้ว่าคนเหล่านั้นกำลังรอที่จะพูดเรื่องของเขาทันทีที่เขาคล้อยหลังไปแน่ๆ

แม้ว่าลึกๆแล้วจะรู้สึกแย่แต่แบมแบมก็พยายามปัดความคิดในแง่ลบพวกนั้นออกไป ยังคงส่งรอยยิ้มเป็นมิตรให้กับทุกคนที่เดินสวนกัน พยายามทำให้พวกเขารู้ว่าจะตอนนี้หรือเมื่อก่อนตอนที่ยังไม่มีข่าวเขาก็ยังคงเป็นเขาที่ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเลย

 

 

 

งานในวันนี้เป็นงานการกุศลที่ต้องขึ้นแสดงสดนั่นจึงเป็นเหตุให้ไม่ถูกยกเลิกคิวกะทันหันเหมือนรายการอื่น และเพราะว่าข่าวด้านลบกับการถูกใส่สีตีไข่เอาไปพูดต่อๆกันจนสนุกปากจนทำให้กระแสมันเป็นไปในทางที่ไม่ดี ทั้งมาร์คและแบมแบมจึงเห็นตรงกันว่าควรใช้โอกาสนี้พิสูจน์ให้ทุกคนรู้ว่าเรื่องที่กำลังซุบซิบนินทากันอยู่นั้นมันไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอะไรกับงานเลย ทั้งสองคนยังสามารถทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีไม่เกี่ยวกับว่าพวกเขาเป็นใครหรืออยู่ในสถานภาพแบบไหน ฉะนั้นการยกเลิกตารางงานหรือการถูกแบนมันไม่ใช่ทางออกของปัญหา

 

แบมแบมมั่นใจว่าไม่เคยทำอะไรที่มันเสื่อมเสีย เราทั้งคู่คอยระวังอยู่เสมอ รู้ว่าตัวเองอยู่ในจุดไหนและทำอะไรได้บ้าง โตพอที่จะลำดับความสำคัญและเข้าใจดีว่าการแสดงออกที่เหมาะสมมันเป็นยังไง แต่เพราะกระทู้แฉอันนั้นที่ทำให้ทุกอย่างเลยเถิดไปไกลขนาดนี้ แม้ว่ามันจะเป็นเรื่องจริงที่มาร์คกับแบมแบมคบกันแต่มันก็เป็นเรื่องจริงที่อยู่ในโลกส่วนตัวของเขา อยู่ในโหมดชีวิตของคนธรรมดาที่แสงไฟจากบนเวทีส่องมาไม่ถึง เราไม่ได้ความคิดที่จะเปิดเผย ไม่ได้อยากประกาศให้โลกรู้ ไม่เคยมีเจตนาที่จะทำร้ายความรู้สึกหรือทำให้ใครผิดหวัง แต่ผู้ชายคนนั้นต่างหากที่รุกล้ำเข้ามาขุดคุ้ยหาทางทำลายแบมแบมและมาร์คเพื่อความสะใจ ในเมื่อเรื่องนี้แบมแบมไม่ได้เป็นคนผิดฉะนั้นเขาก็จะไม่ยอมแพ้

 

 

 

“เอาล่ะพี่จะทวนคิวให้ฟังอีกรอบนะ” แจบอมพูดกับมาร์คและแบมแบมอีกครั้งขณะที่เตรียมขึ้นแสดง “หลังจากแสดงเสร็จจะมีช่วงพูดคุยเล็กๆน้อยๆประมาณห้านาที คำถามก็ตามที่บรีฟกันเมื่อกี้ สำคัญเลยคือ เราจะไม่พูดถึงเรื่องข่าว พี่คุยกับทีมงานไปแล้วว่าจะไม่มีการพูดถึงเรื่องนี้ แต่ทั้งสองคนก็ต้องมีสติอยู่ตลอดเวลาด้วยเพราะนี่เป็นรายการสดอะไรมันก็เกิดขึ้นได้ เข้าใจไหม”

จินยองเช็คความเรียบร้อยของไมค์และหูฟังของทั้งคู่ว่าทำงานได้ดีไม่มีปัญหา แล้วก็ตบบ่าคนในความดูแลของตัวเองเบาๆ ส่งมาร์คกับแบมแบมขึ้นเวทีไป

 

 

 

 

 

ตลอดเวลาของการแสดงเพียงไม่กี่นาทีมันกลับยาวนานในความรู้สึกของทั้งคู่เมื่อได้ยินเสียงโห่ไล่มาจากคนตรงหน้า แต่มันก็ไม่ได้ดังอะไรมากนักเพราะเพียงไม่นานเสียงเชียร์จากแฟนคลับของมาร์คและแบมแบมก็ดังขึ้นกลบเสียงโห่ร้องไปจนหมด แบมแบมมองไม่เห็นหน้าแฟนๆหรอกเพราะสปอร์ตไลท์มันสะท้อนเข้าตาจนเห็นแค่เวที แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็รู้สึกตื้นตันและขอบคุณกับการปกป้องเล็กๆแต่ยิ่งใหญ่นี้จนต้องพยายามควบคุมสติตัวเองไว้

 

ทันทีที่การแสดงจบลงแสงไฟบนเวทีก็ปรับให้เป็นปกติ พิธีกรเข้ามาพูดคุยตามสคริปต์ แบมแบมพยายามฉีกยิ้มแบบที่ทำอยู่เสมอเวลาขึ้นเวที ส่วนมาร์คที่ยืนข้างกันก็วางตัวนิ่งๆเหมือนเคย

 

“เอ๊ะ แฟนๆเขียนอะไรบนกระดาษด้วย” พิธีกรชายทักขึ้นมาพร้อมกับขยับไปมองใกล้ๆ ตอนนั้นเองมาร์คและแบมแบมถึงได้เห็นว่ามีหลายคนที่ถือกระดาษแบบเดียวกัน เขียนประโยคแบบเดียวกัน

 



ไม่เป็นไรนะมาร์คแบม

ยังมีพวกเราอยู่ตรงนี้

 



หัวใจของเขาเหมือนกลับมามีชีวิตอีกครั้งหลังจากจมอยู่กับความรู้สึกแย่ๆมาหลายวัน ข้อความธรรมดาแต่มีความหมาย และมันยิ่งทวีคูณมากขึ้นไปอีกในช่วงเวลาที่ยากลำบากแบบตอนนี้ มันอธิบายออกมาเป็นคำพูดไม่ถูกตอนที่รู้ว่ามีคนอีกไม่น้อยที่ยังคงเชื่อในตัวของเขา

แบมแบมเกือบจะร้องไห้ออกมาอยู่แล้วแต่ก็ต้องยั้งตัวเองไว้ เขาไม่อยากเป็นคนอ่อนแอที่เรียกความสงสารจากผู้คนด้วยการร้องไห้ และที่สำคัญถ้าการร้องไห้มันจะทำให้คนที่เกลียดชังในตัวเขารู้สึกสะใจแบมแบมก็จะยิ่งไม่ทำ

หันไปมองมาร์คก็เห็นว่าอีกคนกำลังยิ้มให้แฟนๆ แม้มันจะดูเล็กน้อยสำหรับคนอื่นแต่เมื่อมันเป็นรอยยิ้มที่หาได้ยากของ T.MARK  นั่นน่ะคือสิ่งที่บอกว่ามันมาจากใจและมาร์ครู้สึกขอบคุณจริงๆ

 

 

“อะไรนะครับ.. จริงเหรอ?! พวกเขาถามว่าคุณเป็นยังไงบ้างยังเจ็บอยู่ไหม” พิธีกรชายดูจะตกใจเมื่อได้รู้บางอย่างจากแฟนคลับที่ตะโกนขึ้นมาตอนที่ขยับเข้าไปอ่านกระดาษโปรเจคใกล้ๆ

แบมแบมเดาว่าพวกเขาคงถามเรื่องที่ถูกปาขวดน้ำใส่ ป่านนี้เรื่องเมื่อตอนเย็นคงจะถูกส่งต่อกันไปไกลแล้วล่ะเผลอๆอาจจะมีคนถ่ายคลิปได้เลยด้วยซ้ำ แต่เพราะแบมแบมไม่ได้เข้าไปเช็คข่าวหรืออะไรในโลกโซเชียลก็เลยไม่รู้รายละเอียดมากนัก

“ไม่เป็นไรแล้วครับ ขอบคุณที่ห่วงกันนะ” ฉีกยิ้มและท่าหัวใจแบบที่แฟนๆชอบส่งไปให้

“คุณแบมแบมปลอดภัยก็ดีแล้วค่ะ เอาเป็นว่าให้คุณทั้งสองคนโชว์ความน่ารักให้แฟนๆดูดีกว่า ดีไหมคะ?” เสียงพิธีกรหญิงที่น่าจะพอรู้เรื่องนี้อยู่บ้างเอ่ยแก้สถานการณ์ตึงเครียดและดึงทุกคนกลับเข้าสู่สคริปต์ แบมแบมเลยทำท่าทางน่ารักใส่กล้องแล้วเสียงชอบใจก็ดังมายกใหญ่

 

“ทีมงานครับจบงานแล้วตัดวิดีโอนี้ให้ผมด้วยนะ” พิธีกรชายเอ่ยทีเล่นทีจริงขึ้นมาให้ทุกคนได้หัวเราะ แบมแบมเองก็ตลกไปด้วย

“ตาคุณมาร์คแล้วนะคะ ไหนใครมีกล้องหรือใครรอแคปอยู่หน้าจอเตรียมให้พร้อมเลยนะคะ โอกาสแบบนี้ไม่ได้มีกันง่ายๆนะ” พิธีกรหญิงก็สมทบขึ้นมาบ้าง ความดาร์คของทีมาร์คน่ะเป็นที่โจษจันจะตายไป

“จะรอดไหมอ่ะครับ พี่เขาไม่ชอบทำอะไรแบบนี้เลยนะ” แบมแบมแตะแขนมาร์คแล้วก็หันไปพูดกับทุกคนขำๆ ซึ่งหลายคนก็ตั้งตารอเพราะแทบจะหาความน่ารักอะไรจากมาร์คไม่ได้เลย แรกๆตอนเดบิวท์ใหม่ๆก็พยายามทำอยู่หรอก แต่หลังๆมาคือเลิกเด็ดขาดไปเลย

 

“แบ๊วไม่ไหวเอาเป็นอย่างอื่นได้ไหม” มาร์คดูท่าว่าจะไม่รอดเลยต่อรองขึ้นมา แฟนๆโอดโอยแต่ก็ไม่ได้จริงจังเท่าไหร่นักเพราะรู้จักนิสัยของมาร์คดี

“มาร์เชียลอาร์ตแทนดีไหม” เสนอขึ้นมาแบบนั้นแฟนๆข้างล่างก็รีบส่งเสียงเชียร์กันยกใหญ่ พิธีกรสองคนข้างๆก็ตื่นเต้นไปด้วยเพราะเพิ่งรู้ว่ามาร์คทำอะไรแบบนี้ได้

แม้แต่แบมแบมเองก็ปรบมือเชียร์ไปกับทุกคนด้วยเพราะนานมากแล้วที่ตัวเขาไม่ได้เห็นมาร์คตีลังกา เคยชื่นชมและชอบใจในความเท่ของอีกคนเสมอ ตอนนั้นจำได้ว่างอแงอยากจะไปเรียนด้วยแต่ก็ถูกเบรกเพราะครูไม่อนุญาต แบมแบมในตอนนั้นตัวเล็กเกินไปและไม่มีแรงมากพอจะทำแบบมาร์ค ตั้งใจจะรอให้โตขึ้นอีกหน่อยแล้วไปเรียนด้วยกันแต่ก็นั่นแหละ ..ก็แยกย้ายกันไปคนละทิศละทางซะก่อน

 

 

 

มาร์คเคยฝึกหนักสมัยเด็กแต่เพราะเบนสายมาเป็นแร็พเปอร์เลยไม่ได้ใช้ความรู้ที่เคยฝึกมาสักเท่าไหร่ ทั้งเรื่องเต้นและเรื่องตีลังกานั่นแหละคนส่วนใหญ่เลยไม่ค่อยรู้ จะมีก็แต่แฟนคลับของเขาเท่านั้นเพราะมาร์คมักจะเอามาโชว์ในคอนเสิร์ตเป็นของขวัญเวทีพิเศษ และครั้งนี้เขาก็อยากจะทำในสิ่งที่แฟนๆชอบเพื่อแทนคำขอบคุณที่ทุกคนยังคงอยู่เคียงข้างเขาและแบมแบม

มาร์ครู้ดีว่าตัวเองเป็นคนแสดงออกอะไรไม่เก่ง แถมหน้าตาก็ไม่เป็นมิตรกับใครเท่าไหร่ โดนเกลียดโดนหมั่นไส้เพราะหน้าเหวี่ยงๆของตัวเองมาก็มาก แถมยังนิสัยเสียไม่ชอบรับงานอื่นนอกจากร้องเพลงอีกต่างหากแฟนๆเลยไม่ค่อยมีโอกาสได้เจอเขาเท่าไหร่จะเจอกันได้ก็แค่ช่วงโปรโมต แต่ถึงอย่างนั้นแฟนๆก็ยังคงเข้าใจในความเป็นตัวเขาและไม่หนีหายไปไหน และนั่นคือสิ่งที่มาร์ครู้สึกขอบคุณอยู่เสมอเลยพยายามจะตอบแทนด้วยการทำเพลงดีๆที่แฟนๆจะไม่อายเวลาที่บอกใครต่อใครว่าเป็นแฟนคลับของเขา

ที่ผ่านมาเขาก็พยายามเรียนรู้วิธีการดูแลเอาใจใส่แฟนๆมาจากแบมแบมเหมือนกัน ลองปรับทำในสิ่งที่ตัวเองพอจะทำได้เพราะจะให้ทำเหมือนแบมแบมทุกอย่างก็คงไม่ไหว ก็เล่นเป็นเจ้าแห่งการเซอร์วิสขนาดนั้น มาร์คขอยอมแพ้  

 

 

คนแสดงออกไม่เก่งยิ้มเขินๆตอนที่เสียงเชียร์ดังลั่น ยิ่งกล้องจับภาพตอนที่หลุดยิ้มแล้วพยายามจะหันหลังหนีกล้องเอาไว้ได้ เสียงจากด้านล่างก็ยิ่งดังมากขึ้นไปอีก ถอดเสื้อคลุมตัวใหญ่ของตัวเองเตรียมพร้อมสำหรับการโชว์ครั้งนี้

 

มาร์คเดินไปจนเกือบสุดเวที กระโดดเรียกความคล่องตัวเล็กน้อย สูดหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ก่อนจะวิ่งตรงมาเพื่อตีลังกา ใช้มือดันกับพื้นเพื่อหมุดตัวท่าเบสิคไปหนึ่งรอบก่อนจะปิดไฮไลท์ด้วยการกระโดดขึ้นไปหมุนตัวในอากาศ

 

แต่ตอนนั้นแหละที่โลกของแบมแบมเหมือนถล่มลงไปตรงหน้า แขนขาสั่นหูอื้ออึงไปหมดเพราะเสียงหวีดที่ดังลั่นจากแฟนๆ ทุกอย่างเหมือนกลายเป็นภาพช้าในหัว ตอนที่เห็นมาร์คดีดตัวกระโดดขึ้นไปแล้วหมุนตัวในอากาศก่อนจะเสียหลักล้มลงมากระแทกกับพื้น

 

มันแรงมากพอที่จะทำให้คนเก็บอาการเก่งอย่างมาร์คแสดงความเจ็บปวดออกมาทางสีหน้า พลิกตัวนอนหงายเอามือกดที่อกตัวเองเพราะความจุก แจบอมวิ่งขึ้นมาเร็วพอๆกับที่แบมแบมขยับไปหามาร์ค คนตัวเล็กทำอะไรไม่ถูกจนจินยองต้องขึ้นมาดึงแบมแบมออกไปตอนที่ทีมงานและแจบอมช่วยกันพยุงมาร์คให้ลุกขึ้นยืนแล้วเปลี่ยนเป็นแบกขึ้นหลังเมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายเดินไม่ไหว

 

ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วจนแทบไม่มีใครที่ไม่สติหลุด ภาพเหตุการณ์ทั้งหมดถูกเผยแพร่ไปในทันทีเพราะมันเป็นรายการสด แม้แต่พิธีกรทั้งสองเองก็ส่งเสียงร้องตกใจออกมาเช่นกันก่อนจะดึงทุกคนกลับมาและพยายามดำเนินรายการให้เป็นปกติที่สุดต่อไปเพราะยังมีศิลปินอีกไม่น้อยที่กำลังรอจะขึ้นแสดง

 

“แบม.. แบมแบม” จินยองเขย่าตัวน้องชายเบาๆเรียกสติ คนถูกเรียกสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหันมาหา “เป็นไงบ้าง โอเคไหม? เรากลับกันเลยนะ จะได้ไม่ต้องเจอนักข่าว”

ตอนนี้แบมแบมกำลังสติหลุด ภาพเหตุการณ์ที่ถูกถ่ายทอดสดออกไปจะต้องกลายเป็นเรื่องใหญ่ให้พูดถึงแน่ๆ ซึ่งไม่มีทางเลยที่สำนักข่าวจะไม่กระโจนลงมาเล่นเรื่องนี้โดยเฉพาะตอนนี้ที่แบมแบมและมาร์คกำลังอยู่ในกระแสพูดถึงด้วยแล้ว อีกไม่นานบรรดานักข่าวจะต้องกรูเข้ามารุมทึ้งแบมแบมแน่นอน เขาต้องรีบพาศิลปินในความดูแลเลี่ยงออกไปให้เร็วที่สุด เอาไว้ให้ถึงพรุ่งนี้ค่อยมาว่ากันอีกทีว่าค่ายจะให้จัดการกับเรื่องนี้ยังไง

 

“ไปหามาร์คได้ไหม” แบมแบมถามออกมาเสียงอ่อน ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ทั้งที่ยังอยู่ในอาการช็อก จินยองส่ายหน้าเบาๆปฏิเสธ

“ไม่ได้หรอก คุณมาร์คไปโรงพยาบาลเราตามไปก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากต้องรออยู่ข้างนอก ไปรอที่คอนโดเถอะนะเดี๋ยวพี่แจบอมจะส่งข่าวมาบอก อย่าลืมว่าตัวเองก็จะไม่ไหวอยู่แล้วนะ ป่านนี้คงมีนักข่าวตามไปรอทำข่าวหน้าโรงพยาบาลแล้ว แบมจะรับมือกับความกดดันแล้วยืนหน้ากล้องตอบคำถามตอนนี้ไหวเหรอ” จินยองเตือนน้อง เขารู้ว่าแบมแบมต้องห่วงมาร์คมากเป็นเรื่องธรรมดาแต่จะให้ตามไปที่โรงพยาบาลก็คงไม่ได้มันจะยุ่งยากซะเปล่าๆ ยังไงซะที่นั่นก็มีพี่แจบอมและทีมงานสองสามคนตามไปด้วยแล้วคงไม่มีอะไรน่าห่วง

จะมีก็แต่แบมแบมนี่แหละ อาทิตย์ที่ผ่านมาก็เครียดหนักเพราะเรื่องข่าวอยู่แล้ว วันนี้ก็ถูกทำร้ายร่างกายและทำร้ายจิตใจจากแฟนคลับของตัวเองแถมยังต้องต้องมาเจอเรื่องน่าตกใจแบบนี้อีก สำหรับจินยองแล้วคนที่น่าห่วงที่สุดในตอนนี้คือตัวแบมแบมเองนั่นแหละ

 

จินยองดูแลแบมแบมมานาน รู้จักนิสัยของคนที่ตัวเองยกให้เป็นเหมือนน้องชายแท้ๆเป็นอย่างดี ภายนอกแบมแบมอาจจะดูเหมือนเป็นคนร่าเริงที่มีความสุขกับทุกอย่างในโลก ยิ้มเก่ง หัวเราะง่ายและมองโลกในแง่ดีเสมอ แต่ใครจะรู้ว่าภายใต้รอยยิ้มที่สดใสพวกนั้นเด็กคนนี้ต้องแบกอะไรเอาไว้บนบ่าบ้าง

คนที่ยิ้มรับคำคำต่อว่าเหมือนมันไม่ได้ทำร้ายจิตใจแต่ลับหลังก็กลับมามุ่งมั่นพัฒนาตัวเองเพราะหวังจะเอาชนะคำดูถูกพวกนั้นให้ได้ ที่รับงานมากมายหลายแขนงจนแทบไม่มีเวลาพักก็เพื่อพิสูจน์ความสามารถของตัวเองและหวังว่าสักวันผู้คนจะยอมรับ

 

 

ที่ผ่านมาเด็กคนนี้ต้องรับมือกับหลายสิ่ง ต้องสู้กับแอนตี้แฟน หรือแม้แต่ตอนนี้ก็เพิ่มซาแซงแฟนเข้ามาด้วย ก่อนหน้าที่จะมาทำโปรเจคก็มีแต่คนเอาไปเปรียบเทียบกับมาร์ค สบประมาทต่างๆนานาว่าแบมแบมเป็นได้แค่เงาที่ไม่มีวันเอาชนะมาร์คได้ หรือแม้แต่ตอนที่มาทำงานด้วยกันแล้วก็ยังถูกไล่ให้เลิกมาเกาะมาร์คดัง แต่แบมแบมไม่เคยบ่นหรืองอแงเลยสักครั้ง

และที่ไม่เข้าไปวุ่นวายเรื่องของแบมแบมกับมาร์คทั้งที่รู้อยู่แล้วตั้งแต่แรก ทั้งที่สังเกตเห็นถึงความเปลี่ยนไปของทั้งคู่มาตั้งแต่ต้น แต่ที่ไม่ห้ามปราม ไม่โต้แย้งหรือบังคับใจให้หยุดก่อนจะถลำลึกก็เพราะเขาเห็นความเปลี่ยนไปของแบมแบมไง ตั้งแต่วันที่ก้าวขึ้นมาเป็นศิลปินจนถึงตอนนี้นอกจากการยืนอยู่ต่อหน้าแฟนๆบนเวทีแล้ว อีกสิ่งที่จินยองเห็นว่าทำให้แบมแบมยิ้มได้ก็เห็นจะเป็นมาร์คต้วนคนที่ครั้งหนึ่งแบมแบมเคยบอกกับเขาว่าไม่อยากร่วมงานด้วยนั่นแหละ

 

 

ก็ได้แต่หวังว่าทุกสิ่งที่เขาพยายามบอก พยายามสอนมาตลอด คนรับฟังจะเก็บมันไปคิดและทำให้ได้จริงๆ เขารู้ว่าแบมแบมต้องอดทนและยอมเสียอะไรไปแค่ไหนเพื่อแลกกับการเดินตามความฝันของตัวเอง ทุกครั้งที่นึกถึงก็ยังรู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรมเอาซะเลยที่คนๆนึงต้องพยายามมากมายเพื่อมาเจอกับเรื่องอะไรแบบนี้ เขาก็แค่อยากเห็นน้องชายของเขาได้มีความสุขแบบที่วัยรุ่นคนนึงควรจะมีก็เท่านั้น

 

  จริงอยู่ที่ความเจ็บปวดทางร่างกายของมาร์คมันรุนแรงและน่าเป็นห่วงแต่เมื่อถึงมือหมอเดี๋ยวทุกอย่างก็จะดีขึ้น แต่สภาพจิตใจของแบมแบมน่ะเขายังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่ามันจะมันจะดีขึ้นได้ในเร็ววันนี้รึเปล่า

ตราบใดที่เจ้าตัวไม่ยอมปล่อยความกดดันเหล่านั้นไป ยังเก็บทุกเสียงของคนรอบข้างมาใส่ใจอยู่เหมือนเดิมมันก็จะไม่มีวันหายดี เพราะแผลในใจของคนเราไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ สุดท้ายแล้วคนเดียวที่จะรักษามันได้ก็คือตัวเราเอง และเขาหวังว่าแบมแบมจะทำแบบนั้นได้ในสักวัน

 

 

 

 

 

 

#มาร์คแบมแร็พเปอร์

 

 

 

 

(ถอดวิญญาณตัวเองแล้วเอาไปใส่ไว้ที่คุณผู้จัดการจินยอง T.T  ฮือออ พี่อยากบอกหนูแบบนี้มาตลอดเลยลูก แต่บอกตัวจริงไม่ได้ก็เอามาบอกในฟิคซะเลย ฮ่าๆ)

 

ตีลังกาดริฟต์โค้งเข้าไคลแมกซ์สุดท้ายของเรื่องแล้วนะคะ อีกไม่กี่ตอนก็จะถึงปลายทางแล้ว (ไม่กี่ตอนที่ว่าก็ประมาณ 7 ตอนยังไม่รวมสเปอ่ะ 555555 #นี่หล่อนกล้าเรียกว่าไม่กี่ตอนเรอะ!) มาเดินไปพร้อมคุณแร็พเปอร์จนสุดทางกันนะคะ ^^

 

 

ปล.ทำไมหลายคนถึงชอบกลัวช่วงไรท์เตอร์ทอล์คคะ ไม่เชื่อใจเลาเหลออออ คิกคิก

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 71 ครั้ง

4,782 ความคิดเห็น

  1. #4767 Spices_smile (@igot7ibambam) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 18:32
    ขอบคุณที่พี่จินยองยังเป็นพี่ชายที่ดีของน้องเสมอ

    มาร์คเเบมต้องเข้มเเข็งนะ ผ่านมันไปให้ได้
    #4767
    0
  2. #4719 Lookshin (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 10:56

    ขอบคุณโปรเจคของแฟนๆที่ให้กำลังใจมาร์คแบม ฮือออ เรายังมีกันและกันเสมอ ไม่เป็นไรนะ

    #4719
    0
  3. #4641 tide2537 (@tide2537) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2561 / 16:59
    5555 ไรท์เตอร์ทอกขำดีค่ะ
    #4641
    0
  4. #4594 hiddenhills (@hiddenhills) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2561 / 00:59
    เดี๋ยวทุกอย่างก็จะผ่านไปและดีขึ้นนะฮือออ
    #4594
    0
  5. #4567 K-muk (@K-muk) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 7 กันยายน 2561 / 21:19
    คิดถึงน้องแบมตัวจริงเลย 😢
    #4567
    0
  6. #4533 agasep2 (@Agasep) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:17
    ฮือออ อยากบอกแบบนั้นเหมือนกันค่ะ ฟิคเรื่องนี้มีหลายๆมุมเหมือนความจริงเลย อินหนักมาก
    #4533
    0
  7. #4492 ChayapornSs (@ChayapornSs) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2560 / 22:16
    น้ำตาคลอตอนโปรเจ็ค นึกถึงเวลาที่มีปัญหา อยากให้เค้ารู้ว่ามีพวกเราอยู่ตรงนี้เสมอ
    มาร์คเจ็บหนักมากไหมTT
    #4492
    0
  8. #4414 grapeberryz (@grapeberryz) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2560 / 20:35
    ตอนแฟนๆชูโปรเจ็คให้นี่ถึงกับสะอื้นน้ำตาไหล เข้าใจความรู้สึกจริงๆ
    #4414
    0
  9. #4335 gummyworm (@gummyworm) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 17:06
    แง้ ไม่คิดว่าจะพลาด;-; ทำไมไม่วอร์มก่อนคะคนดี /กอด/
    #4335
    0
  10. #4279 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2560 / 18:30
    ทำไมทุกอย่างถึงได้รุมเข้ามพร้อมกันแบบนี้ มาร์คอย่าเป็นอะไรมากนะ
    #4279
    0
  11. #4202 Jerry Fern (@jerryfern) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2560 / 22:52
    อยากเข้าไปกอดแบม ไม่ร้องนะลูกยิ้มเยอะๆนะ
    #4202
    0
  12. #4111 Missnight (@missnight17) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2560 / 01:42
    คุณแม่ขึ้นเลยค่ะ ลูกต้องเจออะไรมาขนาดไหนเนี่ย สงสารลูก
    #4111
    0
  13. #3930 ojay2 (@Ojay) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2560 / 22:37
    น้องคงเป็นห่วงงงง อดทนไว้นะ
    #3930
    0
  14. #3808 toto (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2560 / 11:32
    มรสุมชีวิตของแบมสุดๆไปเลย
    #3808
    0
  15. #3624 yamroll choco (@yamrollchoco) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 20:56
    พี่มาร์คคคคคค จะร้องไห้ เป็นห่วงทั้งพี่มาร์คทั้งแบมเลย
    #3624
    0
  16. #3519 `MESJ' (@we-2l-shinee) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 15 เมษายน 2560 / 16:51
    พี่มารฺคอย่าเป็นอะไรนะ
    #3519
    0
  17. #3481 เบค่อนน้อย exo (@exo_xoxo) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 11 เมษายน 2560 / 22:38
    มาม่าอืดแล้วข่ะะ พักหายใจหายคอบ้างงง
    #3481
    0
  18. #3458 Bowiee (@bbbowww) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 11 เมษายน 2560 / 00:06
    โอ้โห้ ใจหล่นหมดแล้ว
    #3458
    0
  19. #3418 BuBaDa (@BuBaDa) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 10 เมษายน 2560 / 09:57
    จินนองเป็นพี่ชายที่ดีมากจริงๆ
    #3418
    0
  20. #3370 Neung Q (@369963nq) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 9 เมษายน 2560 / 15:28
    โอน ใจหาย ใจนี่หล่นหายไปแล้ว
    #3370
    0
  21. #3276 Atithan31 (@Atithan31) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 6 เมษายน 2560 / 00:47
    งืออออ ไรท์อ่าา ไหงเป็นงี้ไปได้ มาร์คอย่าเป็นอะไรนะ แบมอ่าา แบมต้องเข้มแข็งไว้นะ สู้ๆนะ
    อย่าพึ่งท้อกัน
    #3276
    0
  22. #3235 chana-k (@chana-k) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 2 เมษายน 2560 / 00:05
    ฮือออออออ พี่มาร์คต้องไม่เป็นอะไรนะแต่เหมือนที่นยองพูดอะคนที่น่าเป็นห่วงสุดคือแบม เจอเรื่องอย่างนี้ภายในวันเดียวแต่ยังยิ้มออกมาได้ถือว่าเก่งมากแล้วอะ TT
    #3235
    0
  23. #3151 miguchang (@miguchang) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 14 มีนาคม 2560 / 22:13
    ฮรืออออ(อินเนอร์มาเต็ม)
    มาร์ต้องไม่เป็นอะไร
    ห้ามลา ห้ามขาด ห้ามตาย ห้ามเลิกรักแบม
    #3151
    0
  24. #3107 _MYYBB (@mellow-aa) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 11 มีนาคม 2560 / 17:07
    จินยองคืออีกหนึ่งความดีงามของเรื่องนี้จิงๆค่ะ คนอะไรหล่อทั้งกายและใจ อบอุ่นแบบนี้ หัวใจยังว่างมั้ยคะ อยากยืมตัวมาช่วยดูแลใจเรานิดนึงจะได้มั้ย555
    แบมคิดมากมากๆๆๆๆๆ ได้แต่หวังว่าทุกคนจะช่วยเยียวยาให้แบมดีขึ้นเนอะ ส่วนมาร์ค แข็งแรงอยู่แล้วเนอะเดี๋ยวก็หาย ^^
    #3107
    0
  25. #3066 Max Avax (@maxavax) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 6 มีนาคม 2560 / 08:53
    จริงทุกอย่างที่ไรท์พิมอะ อยากให้แบมไม่ต้องสนใจคำพูดคนอื่น
    #3066
    0