[END] MARKBAM RAPPER #มาร์คแบมแร็พเปอร์

ตอนที่ 26 : MARKBAM RAPPER # 19

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,095
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 96 ครั้ง
    5 ก.พ. 60

Chapter 19

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แบมแบมหยุดงานเดี่ยวของตัวเองมาสักพักแล้วเพราะต้องทุ่มเทกับการอัดเสียงและถ่ายมิวสิควิดีโอ เมื่อการทำงานในเวลาที่เร่งรีบจบลงก็ถึงเวลาที่จะได้พักผ่อนจริงๆกันสักที ช่วงวันว่างสองอาทิตย์สุดท้ายก่อนปล่อยเพลงซิงเกิลใหม่ มาร์คลากแบมแบมไปออกทริปริมทะเลด้วยเหตุผลว่าอยากไปเที่ยวธรรมชาติไกลจากเมืองหลวง และอยากจะเล่นกีฬาทางน้ำใจจะขาด

ตอนแรกเขาเองก็กลัวว่ามันจะดูแปลกที่อยู่ๆจะไปเที่ยวทะเลกันสองคนแบบนี้ แบมแบมลังเลอยู่พักใหญ่จนมาร์คมาบอกว่าพี่แจบอมและพี่ยองแจจะไปด้วยแบมแบมถึงได้ยอม แต่ดูท่าทางแล้วก็คงจะไปขอร้องพี่แจบอมและบังคับลากพี่ยองแจให้มาเป็นเพื่อนเพราะรู้ว่าแบมแบมจะไม่ยอมถ้าไปกันแค่สองคน

 

แบมแบมรู้ว่ามาร์คน่ะชอบหน้าร้อนเอามากๆ พูดให้ฟังสมัยเป็นเด็กฝึกบ่อยๆว่าอยากพาแบมแบมไปลองเล่นกีฬาทางน้ำดูบ้างแล้วแบมแบมจะต้องติดใจ ตัวแบมแบมเองเคยอยากไปอยู่ตลอดแต่เพราะตอนนั้นเรายังเด็กเลยไม่มีโอกาสได้ไป

อันที่จริงแถวๆแม่น้ำฮันก็ขึ้นชื่อเรื่องกีฬาทางน้ำพวกเวคบอร์ดหรือสกีน้ำอะไรแบบนั้น แต่เพราะเราเป็นคนในวงการจะให้ไปเล่นแถวนั้นก็คงจะเป็นที่จับตามองมากเกินไป จะกลายเป็นว่าต้องรับมือกับแฟนๆที่อาจจะตามไปจนไม่ได้พักผ่อนเลยก็ได้ แล้วคนที่คลั่งการเล่นเซิร์ฟอย่างมาร์คก็บ่นว่าเล่นในแม่น้ำคลื่นมันไม่สะใจเท่าทะเลเปิดหรอก สุดท้ายถึงได้มาลงเอยกันที่เกาะเชจู

 

 

มาร์คเป็นคนจัดการทุกอย่างเสร็จสรรพตั้งแต่เรื่องตั๋วเครื่องบิน โรงแรม รวมไปถึงการเช่ารถสำหรับใช้งานที่เกาะด้วย ซึ่งแบมแบมก็คิดว่าสมควรแล้ว ควรจะให้พี่แจบอมได้พักผ่อนบ้างเพราะนี่คือเวลาพักที่มีเพียงน้อยนิดก่อนการคัมแบ็คสเตจอีกครั้ง ขนาดพี่จินยองยังได้กลับไปหาครอบครัวเลย มาร์คอยากลากพี่แจบอมมาเองแล้วเขาก็อุตส่าห์ยอมมาเพราะฉะนั้นคนดันทุรังก็ควรต้องรับผิดชอบทุกอย่าง

 

ไหวไหมนั่นมาร์คทักคนที่เดินสะลึมสะลือแบกกระเป๋าเป้ไปนั่งหลับตารอที่โซฟาหน้าล็อบบี้ ขณะที่พี่แจบอมจัดการเช็คอินโรงแรม คนถูกถามไม่ตอบตั้งหน้าตั้งตาจะหลับลูกเดียว แค่นั้นก็รู้แล้วว่ายองแจโดนมาร์คบังคับให้มาอยู่เป็นเพื่อนแบมแบมแน่นอน

 

เราจองห้องไว้สองห้องแบ่งรูมเมทกันแบบไม่ได้ถามถึงความสมัครใจของแบมแบมเลยสักนิด เพราะมาร์คบอกว่าตัวเองจองห้องไปก่อนแล้วตั้งแต่แรก ส่วนอีกห้องจองทีหลังในชื่อของแจบอมเพราะเพิ่งรับคำว่าจะมาด้วย จะให้แบมแบมไปนอนกับแจบอมก็คงกระอักกระอ่วนเกินไป พอบอกให้ยองแจไปนอนกับมาร์ครายนั้นก็ส่ายหัวปฏิเสธทันควันว่าไม่เอา มาร์คเรื่องมากทนอยู่ด้วยไม่ได้หรอก พอแบมแบมจะขออยู่กับยองแจ มาร์คก็ยกเหตุผลล้านแปดมาอ้างจนสุดท้ายก็ลงเอยด้วยการที่แบมแบมต้องนอนกับมาร์คเหมือนเคยนั่นแหละ

 

 

 

 

- MARKBAM RAPPER –

 

 

 

หลังจากพักผ่อนในห้องกันไปได้สักพักและงัดยองแจขึ้นจากที่นอนได้ เราทุกคนก็มุ่งหน้าไปดื่มด่ำกับอาหารทะเลแล้วก็ขับรถเที่ยวไปเรื่อยเปื่อย มันก็ดีเหมือนกันที่ได้ออกมาพักผ่อน ผู้คนที่นี่ไม่พลุกพล่านเท่าไหร่ แต่ก็มีบ้างที่จะมีคนรู้จักพวกเขาเลยเข้ามาทักทาย พอเห็นว่ามาพักผ่อนก็ไม่ได้มาวุ่นวายอะไร

 

จนกระทั่งช่วงเย็นที่แดดเริ่มหมด ก็ถึงคิวที่มาร์คจะได้ทำในสิ่งที่เป็นหัวใจหลักของทริปนี้สักที แม้ว่าคลื่นในทะเลเกาหลีจะไม่แรงและลูกใหญ่เท่าอเมริกา แต่มันก็ยังพอถูไถไปได้บ้าง มาร์คหาทำเลในการจองโรงแรมได้ดีเพราะมันเป็นพื้นที่ติดทะเล นั่นเลยทำให้ค่อนข้างมีความเป็นส่วนตัว

เราสี่คนเลยได้มีโอกาสมานั่งปิกนิกกันไม่ไกลจากชายหาด หลบมุมปูผ้านั่งกันใต้ต้นไม้ ตัดสินใจจะทานมื้อเย็นกันตรงนี้ พี่แจบอมเป็นคนจัดแจงเรื่องอาหารและเครื่องดื่มให้เพราะถนัดกว่าใครเพื่อน อันที่จริงมันก็เป็นบริการของทางโรงแรมนั่นแหละ ส่วนพี่ยองแจไม่ต้องพูดถึงเลย รายนั้นถนัดกินมากกว่าเตรียมอยู่แล้ว มาร์คก็มัวแต่ยุ่งอยู่กับการเช่าแผ่นกระดานโต้คลื่น แถมยังต้องหาเผื่อแบมแบมด้วยเพราะมาร์คเสนอว่าจะสอนให้ถ้าแบมแบมอยากลอง และแน่นอนว่าแบมแบมตอบตกลง

 

 

 

ระวังตัวด้วยนะแบมแบม!” พี่ยองแจตะโกนบอกไล่หลังมาตอนที่แบมแบมแบกกระดานสีฟ้าอ่อนที่ใหญ่กว่าตัวเอง เดินตามมาร์คลงทะเล แบมแบมหันไปกระโดดโหยงเหยงโบกมือให้ยองแจและแจบอม เรียกความเอ็นดูจากคนอายุมากกว่าได้มากโข

 

เอาหล่ะ พร้อมนะมาร์คปักกระดานลงบนพื้นทรายแล้วหันมากอดอกถามแบมแบม ตอบรับด้วยการพยักหน้ากลับไป แล้วมาร์คก็เริ่มอธิบายวิธีเล่นเซิร์ฟพื้นฐาน ลองให้แบมแบมฝึกโดยที่ยังอยู่บนพื้นก่อน

 

จนเมื่อแบมแบมจำท่าทางการใช้มือพายกระดาน การยืนและวิธีทรงตัวได้แล้ว มาร์คก็พาแบมแบมลงไปลองจริงๆ ซึ่งมันต่างจากตอนที่ยังอยู่บนฝั่งลิบลับ โดยเฉพาะคลื่นที่ดูจะแรงมากขึ้นกว่าเมื่อชั่วโมงก่อนตอนที่ตัดสินใจจะเล่นด้วยซ้ำ ถึงจะหวั่นๆนิดหน่อยแต่แบมแบมว่ามันก็น่าตื่นเต้นดี และการมีมาร์คอยู่ด้วยมันก็ทำให้เบาใจไปเปราะหนึ่งว่าอีกคนคงไม่ปล่อยให้เขาเป็นอะไรไปหรอก

 

กลัวไหม

นิดนึงแบมแบมรู้ว่าตอนนี้สีหน้าของตัวเองคงจะบอกทุกอย่างไปหมดแล้ว มาร์คถึงได้แกล้งแหย่กลับมาเพราะหวังอยากให้ผ่อนคลาย

 

ไม่ต้องกลัวหรอก ถ้าจมน้ำขึ้นมาพี่ทำ CPR เป็นพูดจบก็ทำปากจู๋ส่งจูบมาให้ แบมแบมหันไปค้อนใส่วงใหญ่แล้วหันหน้าหนีปีนขึ้นกระดานแบบที่มาร์คสอนไว้ตอนอยู่บนฝั่ง ได้ยินเสียงหัวเราะแล้วแปบเดียวมาร์คก็ขึ้นมาอยู่บนกระดานพายมาขนาบข้างๆกัน

 

เดี๋ยวทำให้ดูก่อนรอบนึง

 

 

มาร์คใช้มือพายกระดานขวางไปกับทิศทางคลื่น พอได้จังหวะก็ขยับตัวลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว ทรงตัวอยู่บนกระดานสีขาวของตัวเองไปได้ไกลพอสมควรก่อนจะกลับมาหาแบมแบม มาร์คทำให้มันดูง่ายดายเหมือนการเดินอยู่บนฝั่ง แต่แบมแบมรู้ว่ามันไม่จริงเลย กว่าจะทำได้ขนาดนี้มาร์คก็คงผ่านการจมน้ำมานับครั้งไม่ถ้วนแล้วแหละ

 

แบมแบมเริ่มวาดมือปัดน้ำตามแบบที่มาร์คสอน แต่เพราะว่าคลื่นที่ซัดมาแรงไปหน่อยหรือเพราะแบมแบมตัวเบาเกินไปก็ไม่รู้ กระดานโต้คลื่นถึงได้หงายตั้งแต่ยังไม่ทันได้ยืน ส่งแบมแบมให้ลงไปลิ้มรสชาติความเค็มของทะเล และแน่นอนว่ามาร์คก็ส่งเสียงหัวเราะมาชุดใหญ่ เข้ามาจับแบมแบม ปัดผมเปียกๆที่ปรกหน้าให้แต่ก็ไม่หยุดขำอยู่ดี

 

คนตัวเล็กปีนกลับขึ้นไปใหม่ ทดลองทำซ้ำไปซ้ำมาอย่างไม่ยอมแพ้ แม้จะโดนคลื่นกวาดให้จมลงไปใต้น้ำสักกี่ครั้งแต่แบมแบมก็ยังปีนกลับขึ้นมาใหม่อยู่ดี จนกระทั่งรางกายจับทิศทางได้และเริ่มคล่องตัว แบมแบมก็สามารถยืนบนแผ่นกระดานโต้คลื่นได้เป็นครั้งแรก

 

แล้วมันก็เป็นครั้งแรกอีกเช่นกันที่แบมแบมรับรู้แล้วว่าทำไมมาร์คถึงได้ชอบเซิร์ฟบอร์ดนัก การยืนบนแผ่นกระดานที่ใหญ่กว่าตัวไม่เท่าไหร่โต้ขวางคลื่นที่คอยจะซัดให้เราจมมันทำให้รู้สึกสนุกและภูมิใจในความไม่ย่อท้อของตัวเองแบบนี้เอง เป็นอิสระจากข้อจำกัดและกฎของธรรมชาติ เหมือนได้เอาชนะทะเลเมื่อยืนอยู่บนผิวน้ำแทนที่จะถูกน้ำดูดกลืนลงไป

 

ถึงแม้ว่าจะยังทรงตัวอยู่ได้ไม่นานเท่าไหร่ แต่แบมแบมก็พบแล้วจริงๆว่ามันสนุก ลองเล่นอีกหลายรอบจนขาเริ่มไม่ไหว ถึงได้ว่ายกลับเข้าฝั่งไปนั่งพักที่ริมหาด มาร์คตามหลังมาแล้วทิ้งตัวลงข้างๆกัน

 

เก่งนี่แบมแบมยิ้มบางๆให้กับคำชมของมาร์ค เมื่อกี้ตอนอยู่ในน้ำมาร์คก็พูดคำนี้เป็นสิบๆรอบ พูดชมไม่หยุดปาก แม้แต่ตอนที่แบมแบมล้มกลิ้งกลับลงไปใต้น้ำมาร์คก็คอยส่งเสียงเชียร์ให้แบมแบมลุกขึ้น ถึงจะหัวเราะบ้างแต่ก็ไม่ใช่การหัวเราะในความหมายที่ไม่ดี สุดท้ายเลยกลายเป็นว่าแบมแบมเองก็หัวเราะไปกับมาร์คด้วย

 

จะเลิกเล่นแล้วเหรอ

อื้อ ไม่ไหวแล้วอ่ะ ขืนดันทุรังมีหวังพรุ่งนี้เดินไม่ไหวแน่บอกไปตามตรงเพราะการทรงตัวบนกระดานมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ต้องใช้แรงขาเยอะพอสมควรแล้วแบมแบมก็ขาเล็กแค่นี้ไม่ได้มีกล้ามเนื้อแน่นๆแบบมาร์คสักหน่อย

 

ไปรอข้างบนกับพวกนั้นไหมล่ะ เดี๋ยวไปส่งมาร์คกลัวแบมแบมจะเบื่อเลยเสนอตัวเลือกให้ เพราะเขาอยากจะอยู่เล่นต่ออีกสักนิด เมื่อกี้ไม่ค่อยได้เล่นเท่าไหร่เพราะต้องคอยระวังให้แบมแบม อีกอย่างเขาก็ไม่อยากเล่นในพื้นที่ใกล้ๆกัน คลื่นมันคุมไม่ได้ กลัวจะพลาดเอากระดานไปเสยแบมแบมจนเจ็บตัว

 

ไม่เป็นไร นั่งรอตรงนี้แหละ ไปเล่นเถอะ

แน่ใจนะ

อื้อ ไปโชว์ไอ้ที่ชอบโม้ให้ดูหน่อยไปแบมแบมทวงประโยคที่เคยอวดว่าเล่นเซิร์ฟเป็นตั้งแต่อายุสิบหก แถมชายหาดที่แคลิฟอเนียร์ก็ยังคลื่นสูงกว่าทะเลแถบนี้แบบไม่ทิ้งฝุ่นเพราะฉะนั้นชั่วโมงบินของมาร์คย่อมสูงแน่นอนอยู่แล้ว

 

ได้เดี๋ยวจะโชว์สกิลขั้นเทพให้ดู แต่ตอนนี้ขอชาร์จพลังหน่อย

 

ยังไม่ทันที่จะประมวลคำพูดได้รู้เรื่อง ริมฝีปากหยักที่แม้จะเริ่มซีดเพราะความเย็นจากการแช่น้ำก็ฉกชิงลงมาแตะก้อนเยลลี่นุ่มหยุ่นของแบมแบม เสียงจุ๊บที่เกิดจากการขโมยจูบดังเรียกไอร้อนขึ้นมาบนแก้มนิ่ม คนเสียเปรียบรีบหันซ้ายหันขวามองรอบๆเพราะกลัวจะมีใครเห็น แล้วจากที่หัวใจเต้นรัวเพราะความกลัวก็แปรเปลี่ยนเป็นความเขินเมื่อพบว่าคงไม่มีใครเห็นเพราะมาร์คเอาแผ่นกระดานของตัวเองบังเอาไว้

 

คนที่แกล้งให้แบมแบมเขินแถมยังได้กำไรเป็นริมฝีปากนิ่มๆรีบวิ่งหนีลงทะเลไปพร้อมกับรอยยิ้มกว้างและเสียงหัวเราะ แบมแบมได้แต่ฟึดฟัดคว้าก้อนกรวดเล็กๆแถวนั้นมาปาไล่หลังทั้งที่รู้ว่ามาร์ควิ่งไปไกลเกินกว่าจะปาโดนแล้ว

 

มาร์คบ้าใจสั่นจนจะตายแล้วเนี่ย!

 

 

 

แบมแบมทิ้งสายตาไว้ที่มาร์คตลอดเวลาที่มาร์คโต้คลื่น บางทีก็นั่งไม่ติดที่จนเกือบจะวิ่งลงไปหาเวลาที่มาร์คโดนคลื่นซัดจมลงไป ก่อนจะค่อยโล่งใจตอนเห็นว่ามาร์คโผล่ขึ้นมาบนผิวน้ำนั่นแหละ

 

ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เป็นคนเล่นเองและทำได้แค่นั่งรออยู่บนฝั่ง แต่แบมแบมก็คิดว่ามันไม่ได้แย่เลย สนุกดีด้วยซ้ำที่ได้ดูมาร์คเล่น ยิ่งทะเลแถบนี้ค่อนข้างเป็นส่วนตัว เลยทำให้มาร์คมีพื้นที่ในการเล่นเยอะขึ้น สีหน้าที่ดูสนุกกับการโต้คลื่นมันทำให้แบมแบมรู้สึกว่าคิดถูกแล้วที่ยอมมา ถึงแบมแบมจะไม่ค่อยชอบความเหนียวเหนอะของน้ำทะเลเท่าไหร่ แต่การเห็นอีกคนสนุกกับสิ่งที่ชอบแบบนี้มันก็คุ้มค่ากับการปล่อยตัวเองให้อยู่ใต้แสงแดดยามบ่ายแบบนี้เหมือนกัน

 

 

 

 

 

 

50%

 

            กว่ามาร์คและแบมแบมจะขึ้นจากทะเลก็ตอนที่พระอาทิตย์เกือบจะตกดินอยู่แล้ว เดินหอบหิ้วกระดานโต้คลื่นไปหายองแจที่นอนฟังเพลงหลับไปอีกรอบ โดยมีแจบอมนั่งเอนหลังอ่านหนังสือที่พกมาด้วยจนเกือบหมดเล่ม

 

“พี่แจบอม แบมขอโทษนะครับที่ขึ้นมาช้า”

เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตัวเองมัวแต่โอ้เอ้ กลับลงไปเล่นน้ำตามแรงชวนของมาร์คอีกหลายรอบ เลยรีบขอโทษขอโพยคนที่เกือบจะเป็นผู้จัดการส่วนตัวอีกคนของแบมแบม ซึ่งแจบอมก็ได้แต่ส่ายหัวไม่ถือสา

“ไม่เป็นไรๆ แบมแบมไม่ต้องขอโทษหรอก ขนาดไอ้ตัวต้นเหตุมันยังไม่รู้สึกอะไรเลย” แจบอมพูดติดตลกพยักเพยิดใบหน้าให้แบมแบมหันไปมองมาร์คแล้วคนถูกพาดพิงก็ทำ

หูหวนลมไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น แบมแบมรับผ้าขนหนูผืนใหญ่จากแจบอมมาคลุมตัวที่จริงๆก็แห้งไปแล้ว รวมถึงส่งอีกผืนไปให้มาร์คด้วย

 

แจบอมปลุกยองแจให้ลุกขึ้นแต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผลมาร์คเลยช่วยอีกแรงด้วยการเข้าไปจี๋เอวของคนที่นอนหลับอยู่จนสะดุ้ง แถมยังฝากรอยเท้าเอาไว้ที่กลางท้องของมาร์ค ถีบอีกคนจนหงายเก๋งลงไปนั่งกับพื้น

“ไอ้ยองแจ มึง..”

“เฮ้ย! ขอโทษ! จุกมากไหมวะพี่” ยองแจรีบกระเด้งตัวลุกไปลากมาร์คให้ยืนขึ้น ช่วยปัดเนื้อปัดตัวให้ ทำสีหน้าเจี๋ยมเจี้ยมอย่างรู้สึกผิด

“กูไม่ได้ทนมือทนตีนมึงเหมือนไอ้แจ๊คนะ” ลูบท้องตัวเองป้อยๆท่าทางจะเจ็บจริง

“แล้วใครใช้ให้พี่มาแกล้งผมวะ ก็รู้อยู่ว่าขี้ตกใจ”

 

แบมแบมได้แต่หัวเราะให้กับสองที่เถียงกันไม่เลิก ก่อนจะแยกย้ายกันขึ้นห้องแล้วค่อยมาเจอกันอีกทีตอนมื้อเย็นในอีกสองชั่วโมง

 

 

“แบม ..” ทันทีที่ประตูห้องปิดลง น้ำเสียงที่ไม่จำเป็นต้องหันไปมองก็รับรู้ได้ว่าคนพูดกำลังเสแสร้งขั้นสุดก็ลอยมากระทบโสตประสาททันที

“อะไร” ตอบกลับไปอย่างนั้นแต่ก็ไม่ได้หันไปสนใจ แบมแบมวางสัมภาระตัวเองที่หอบหิ้วขึ้นมาแล้วเตรียมตัวจะไปล้างเนื้อล้างตัวเปลี่ยนเสื้อผ้า

 

“เจ็บอ่ะ” พอแบมแบมเงียบไม่ตอบมาร์คก็เดินมาดักหน้า “เจ็บจริงๆนะ” ดึงมือแบมแบมไปวางบนหน้าท้องแข็งๆของตัวเอง ทำสายตาออดอ้อนเรียกคะแนนสงสาร

“สมควรแล้วไง อยากไปแกล้งพี่ยองแจก่อนทำไมล่ะ”

“โห ไม่เข้าข้างกันเลยอ่ะ”

“แล้วทำไมต้องเข้าข้างด้วย” พยายามจะดึงมือออกแต่อีกคนก็จับกดไว้กับท้องตัวเองอยู่ได้

“เพราะมาร์คเป็นแฟนแบมไง”

“ไม่เห็นจะเกี่ยว” ทำไมจะไม่รู้ว่าอีกคนจงใจพูดให้เขาเขิน มือเล็กเลยหยิกซ้ำที่ข้างเอวให้มาร์คสะดุ้ง ร้องโอดโอยจนยอมปล่อยมือแล้วแบมแบมก็แยกตัวเข้าห้องไป

 

 

 

 

- MARKBAM RAPPER –

 

 

 

ร้านอาหารที่จองกันไว้เป็นร้านอาหารผสมร้านนั่งดื่ม ทั้งที่คนเลยใช้เวลาอยู่ที่ร้านค่อนข้างนาน ดื่มด่ำกับอาหาร เสียงเพลง และลมทะเล จิบเครื่องดื่มเล็กน้อยเพิ่มความผ่อนคลาย

 

“ร้านนี้บรรยากาศดีหว่ะ ไปหามาจากไหน”

“คนมีคลาสระดับผมก็ต้องมีร้านนั่งฟังเพลงดีๆไว้ในสต็อคเยอะป่าววะ ถ้าไม่ดีจริงผมไม่พาพี่มาหรอก” ยองแจยืดอกตอบ ดูภูมิใจในเซ้นส์การเลือกของตัวเอง

“มึงได้ส่วนเปอร์เซ็นต์ด้วยใช่ไหม ออกนอกหน้าเหลือเกิน”

“ก็นิดนึงอ่ะ พอดีรู้จักเจ้าของร้าน” ยักไหล่กวนๆตอบกลับไป

“โอ้โห แล้วเบิกกับกูเต็ม”

“ก็หยวนๆให้น้องหน่อยไหมล่ะ อย่างกไปหน่อยเลย คนอุตส่าห์ยอมมาด้วย รู้งี้นอนเล่นเกมอยู่บ้านดีกว่า เนอะแบมเนอะ” ยองแจหันไปหาพวกทันทีซึ่งแบมแบมก็ตอบรับมาร์คเลยพ่ายยองแจไปอีกยก

 

เราคุยกันไปเรื่อยเปื่อย เรื่องเพลงบ้าง เรื่องตลกๆที่เคยเจอมาบ้าง แล้วนอกจากนั้นก็จะเป็นแจบอมกับมาร์คที่คุยกันในเรื่องที่ถูกคอ  ถึงจะดูเหมือนแจบอมไม่ได้วุ่นวายกับชีวิตส่วนตัวของมาร์คนักแต่แบมแบมว่าสองคนนี้ก็คงสนิทกันพอสมควรเลยแหละ ส่วนเขากับยองแจก็ตั้งหน้าตั้งตาคุยกันเรื่องเกม เพราะมันดูจะเป็นหัวข้อสนทนาที่ยองแจพูดเก่งรองจากเรื่องเพลง

 

 

นั่งมาได้เกือบสองชั่งโมงก็ได้ฤกษ์กลับกันสักที งานนี้ยองแจที่ไม่ได้ดื่มเป็นคนขับรถกลับมาให้  ตอนแรกแบมแบมเสนอตัวแล้ว แต่ก็แน่ล่ะ ไม่มีใครเห็นด้วยสักคน อันที่จริงมาร์คกับแจบอมไม่ได้ถึงกับเมาหรอก เพียงแต่เพื่อความปลอดภัยบวกกับถนนที่ไม่คุ้นชินเลยลงมติกันว่าให้ยองแจขับแหละดีที่สุดแล้ว

 

 

เพราะความที่แยกย้ายกันตั้งแต่ยังหัวค่ำอยู่ พอกลับขึ้นมาบนห้องมาร์คถึงได้ไปหยิบเบียร์กระป๋องในตู้เย็นออกมาชวนแบมแบมดื่ม ปกติแล้วแบมแบมไม่ค่อยดื่มเบียร์เพราะไม่ชอบใจในรสชาติของมันสักเท่าไหร่ แต่ครั้งนี้จะดื่มสักหน่อยก็ได้ถือซะว่านานๆที

 

“อารมณ์ศิลปินอีกแล้วเหรอไง” แกล้งแซวมาร์คที่ลากเก้าอี้สองตัวมาวางริมกระจก แต่ก็ยอมนั่งข้างๆมาร์คอยู่ดี มันเป็นทิวทัศน์ที่ดีมากสมราคาห้องเลยล่ะ กระจกห้องกว้างที่เมื่อเปิดม่านออกก็จะมองเห็นชายทะเล อยู่สูงเกินกว่าจะมีสายตาของใครมารบกวน

“คงงั้นมั้ง” มาร์คตอบยิ้มๆ เปิดกระป๋องเบียร์แล้วยื่นมาให้แบมแบม ก่อนจะกลับไปทำให้ตัวเองบ้าง “นานๆจะได้ออกมานอกเมืองสักที”

 

“เพราะมาร์คเลือกที่จะอยู่ติดบ้านเองต่างหาก”

“พูดเหมือนไปไหนได้ไกลอ่ะ ออกมาหน้าคอนโดก็โดนกล้องซูมดาวอังคารของพวกนักข่าวส่องจนพรุนแล้วมั้ง” พูดติดตลกไปอย่างนั้น มาร์คไม่เคยโดนจับได้เรื่องเดทหรอก เพราะเขาไม่เคยเดท

“ก็จริง”

 

แบมแบมจิบน้ำในกระป๋อง กลืนมันลงคอพร้อมกับสีหน้าไม่ชอบใจเท่าไหร่ และดูเหมือนว่าคนข้างๆจะเห็นถึงได้หัวเราะเบาๆแล้วยื่นมือมาแตะกระป๋องในมือแบมแบม

“เด็กน้อยเอ้ย กินไม่ได้ก็ไม่ต้องฝืน เอามา”

“ไม่เอา กินได้เหอะ แค่มันไม่อร่อย” เบี่ยงตัวหลบไม่ให้เอาไปแล้วยกขึ้นกระดกไปชุดใหญ่จนมาร์คต้องปรามให้เบาๆหน่อย

 

 

“เปิดเพลงไหม เปิดเพลงเหอะ เงียบแล้วมันแปลกๆ” พูดขอความเห็นแต่ก็ไม่ได้ฟังคำตอบ แบมแบมลุกหยิบโทรศัพท์มาเปิดเพลงออกลำโพง และเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศจิบเบียร์เย็นๆมองทะเล เลยเลือกเพียงเสียงดนตรีไร้เนื้อเพลงที่ยองแจเพิ่งจะแนะนำมาให้ฟัง

 

“เข้าใจสร้างบรรยากาศนี่”

 

 

แบมแบมแกล้งยักไหล่อวดๆให้กับรสนิยมเรื่องเพลงของตัวเอง ไม่บอกหรอกว่ามีคนแนะนำมา แล้วเราก็นั่งจิบเบียร์กันเงียบๆ หยิบยกเรื่องนู้นเรื่องนี้มาคุยบ้างจนเครื่องดื่มในมือพร่องไปแล้วเริ่มกระป๋องใหม่

ไฟในห้องถูกปิดจนเหลือแต่โคมไฟสองดวงข้างเตียง เพราะแบมแบมอยากจะดูดาว เลยให้เหตุผลว่าถ้าเปิดไฟสว่างก็คงมองท้องฟ้าข้างนอกไม่เห็น เจ้าตัวถึงได้ไปปิดมันจนหมด

 

“ชอบดาวมากเลยเหรอ”

“อื้อ มองแล้วมันเพลินดี”

 

“แล้วมองจากตรงนี้มันสวยเท่าที่มองจากเมืองไทยไหม”

“ไม่รู้สิ จำไม่ได้แล้ว ฮ่ะๆ ครั้งสุดท้ายที่เงยหน้ามองฟ้าก็ตั้งแต่ก่อนมาเกาหลีนู่น” ตอบขำๆไปอย่างนั้น เพราะว่ามันก็นานมากจนแบมแบมลืมไปแล้ว

 

“ขอโทษนะ ที่พาไปดูท้องฟ้าตอนกลางคืนของทะเลเมืองไทยแบบที่ชอบไม่ได้”

“...”

“ไปขึ้นเขาที่อเมริกาก็ไม่ได้ ตอนนี้มาไกลสุดก็ได้แค่เชจูนี่แหละ”

 

มาร์คแค่นหัวเราะกับตัวเองที่ไม่รู้ว่ามันตลกจริงๆหรือแค่แกล้งทำให้มันเป็นอย่างนั้น ส่วนร่องรอยเสียงหัวเราะของแบมแบมหายก็หายไปตั้งแต่ได้ยินประโยคของมาร์ค เรียกความทรงจำที่แบมแบมลืมไปแล้วให้กลับมาอีกครั้ง แล้วมันก็ทำให้ความรู้สึกบางอย่างตีตื้นขึ้นมาข้างในอก มาร์คยังจำได้

 

 

70%

 

 

 

 

คนตัวเล็กลอบมองคนข้างกายที่ตอนนี้ยกกระป๋องในมือขึ้นดื่มจนหมด วางมันลงแถวๆขาเก้าอี้ แล้วหยิบอีกกระป๋องมาเปิด มาร์คหันมาหาพร้อมกับเบียร์ในมือ แบมแบมเลยยื่นสิ่งเดียวกันออกไปแตะบ้าง แล้วก็ต่างคนต่างดื่มกันไปเงียบๆ ทิ้งสายตาไว้กับท้องฟ้าและทะเลสีดำตรงหน้า

 

 

“ที่จริง.. จะดูที่ไหนมันก็เหมือนกันนั่นแหละ สิ่งสำคัญคือไปดูกับใครมากกว่า”

 

 

มาร์คทั้งแปลกใจและรู้สึกเต็มตื้นไปพร้อมๆกัน ไม่เคยคิดและอันที่จริงก็ไม่เคยคาดหวังด้วยซ้ำว่าจะได้ยินประโยคแบบนี้จะหลุดออกมาจากปากของแบมแบม

 

“ที่ชวนตอนนั้นก็เพราะว่าอยากให้มาร์คไปเห็นที่ๆแบมโตมา ไปดูว่าโลกที่แบมเคยอยู่มาเกือบทั้งชีวิตมันเป็นยังไงต่างหาก แล้วที่อยากไปอเมริกาก็ไม่ใช่เพราะอยากจะดูดาว แต่แบมอยากไปเห็นโลกของมาร์ค อยากรู้ว่ามาร์คเคยเป็นยังไง อยากเจอเพื่อนๆของมาร์ค อยากเจอป๊า ที่ยิ่งไปกว่านั้นคือ .. มันจะไม่มีความหมายหรอกถ้าเราไม่ได้ไปทุกที่ทั้งหมดนั่นด้วยกัน

 

 

 

มาร์คคิดว่ามันอาจเป็นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ก็ได้ที่ทำให้แบมแบมพูดทุกอย่างจนหมดแบบนี้ ไม่ใช่เรื่องง่ายที่คนปากแข็งจะยอมพูดประโยคแบบนี้ออกมา ซึ่งมาร์คยอมรับว่ามันมีอิทธิพลกับใจของเขาเสมอนั่นแหละ

 

 

“แหนะๆ คิดจะหยอดพี่เหรอ” แกล้งแซวไปแบบนั้นแล้วแบมแบมก็หันขวับมาค้อนใส่เล็กน้อย มาร์คหัวเราะออกมาแล้วกระดกน้ำในมืออึกใหญ่

 

“เนี่ยก็ชอบเป็นแบบเนี้ย! คนอุตส่าห์จะลองทำซึ้งดูบ้าง”

“ฮ่าๆ ก็พี่ไม่ชินหนิ แค่หนูอยู่เฉยๆก็ใจสั่นจะแย่แล้ว มาพูดแบบนี้บ่อยๆเดี๋ยวหัวใจวายขึ้นมาทำไง” มาร์คจับหัวใจตัวเอง แกล้งทำเป็นโอดโอย

“งั้นก็ตายไปเลย ไม่สนหรอก แล้วทีหลังไม่ต้องมาถามเลยนะไม่พูดให้ฟังหรอก”

 

แบมแบมหมายถึงคำบอกรักที่มาร์คมักจะพูดให้ฟังอยู่บ่อยๆ ทีเล่นที่จริงบ้างแต่ก็ทำให้รู้สึกเขินได้ทุกทีนั่นแหละ บางครั้งก็กลายมาเป็นคำถามที่มาร์คย้อนถามแบบแบมบ้าง และแบมแบมแทบไม่เคยตอบกลับไป นอกจากคำสารภาพในวันนั้นที่แบมแบมเป็นฝ่ายพูดก่อน หลังจากนั้นก็ไม่ทำแบบนั้นเท่าไหร่นักเพราะมันเขิน

 

 

“โอ๋ๆ ไม่ต้องพูดบ่อยก็ได้ แค่ทำให้รับรู้ก็พอ”

“...”

 

 

“แล้วที่ทำอยู่ยังไม่รู้อีกเหรอไง” คนตัวเล็กไม่ได้หันมามองหน้าคู่สนทนา ได้แต่พูดประโยคแฝงความในเบาๆแล้วก้มหน้ามองเข่าตัวเอง รอยยิ้มเอ็นดูวาดขึ้นบนหน้าของมาร์ค มือหน้าส่งไปลูบกลุ่มผมของคนที่นั่งห่างกันออกไปเพียงแค่ช่วงแขน

 

“รู้สิ แล้วแบมล่ะรู้ไหม”

“จะไม่รู้ได้ไงพูดกรอกหูกันทุกวัน” คนถูกถามรีบเถียง ก็มาร์คบอกเขาบ่อยจะตายไป

 

“ฮ่ะๆ เหรอ แล้วรำคาญไหม เบื่อที่จะฟังรึยัง”

แบมแบมไม่รู้หรอกว่าทำไมมาร์คถึงถามแบบนี้ออกมา กลัวว่าอีกคนจะคิดมากหรือไม่พอใจที่แบมแบมไม่ค่อยแสดงออกมากเท่าไหร่ บางครั้งที่ทำเมินเฉยกับคำพวกนั้นไม่ใช่เพราะไม่รู้สึกอะไร แต่เพราะได้ยินแล้วมันทำให้รู้สึกเขินมากเกินไปแบมแบมเลยแกล้งทำเป็นไม่สนต่างหาก รีบหันไปมองก็พบว่ามันไม่ได้มีความน้อยใจหรือตัดพ้ออะไรอยู่บนใบหน้าของมาร์ค

 

 

 

“ที่พูดบ่อยๆเพราะว่ามันเหมือนฝันจนแม้แต่ตัวพี่เองก็ไม่อยากเชื่อว่ามันเกิดขึ้นจริง ต้องคอยถามตัวเองทุกครั้งที่ลืมตาตื่นขึ้นมาว่ามันจริงไหมนะ แบมแบมกลับมาหาพี่ทั้งที่มันไม่ควรจะเป็นไปได้ด้วยซ้ำ พี่ทำเรื่องแย่ๆเอาไว้ตั้งมากแต่แบมก็ยอมยกโทษให้ง่ายๆเหมือนมันไม่เคยเกิดขึ้น”

 

มาร์คแค่นยิ้มให้กับตัวเอง แม้จะดูเหมือนเขาเอาแต่เล่นและชอบทำเหมือนแกล้งแหย่แบมแบมอยู่ตลอด แต่ทุกครั้งที่คิดถึงเรื่องนี้เขาก็ยังคงเจ็บปวดกับการกระทำของตัวเองเสมอ มันจะมีสักกี่คู่ที่แตกหักกันไปด้วยความรู้สึกที่ไม่ดี และในความรู้สึกของแบมแบมอาจจะถึงขั้นเลวร้ายเลยด้วยซ้ำ แต่ยังสามารถกลับมาพูดคุยปรับความเข้าใจกันได้

 

“กลัวว่าวันนึงต้องตื่นมาพบว่าตัวเองแค่ฝันไป ถ้าเป็นแบบนั้นก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะรับมือกับมันยังไง”

 

 

 

ขาเล็กพาตัวเองลุกจากที่นั่งสาวเท้าเข้าไปใกล้กับมาร์ค แบมแบมไม่รู้เลยว่าภายใต้ความกวนประสาทและความขี้เล่นของมาร์คมันจะมีความกังวลใจซ่อนอยู่ ภายใต้แรงกอดรัดหรือคำบอกลาก่อนนอนมันมีความโหยหาและเหนี่ยวรั้งอยู่ในนั้น แม้กระทั่งคำว่ารักที่แบมแบมคิดว่ามาร์คแค่แกล้งเล่น แต่เปล่าเลยทุกคำมันอัดแน่นด้วยความรู้สึกของมาร์คอยู่ในนั้น

 

 

“เป็นเรื่องจริงสิ แบมก็อยู่ตรงนี้ข้างหน้ามาร์คนี่ไง” มือเล็กแตะเบาๆที่แก้มสาก ก้มลงสบตากับคนที่นั่งอยู่ต่ำกว่าแล้วส่งผ่านความรู้สึกในใจไปให้

 

 

“ที่ยกโทษให้ง่ายๆก็เพราะมันไม่มีประโยชน์อะไรให้ต้องทะเลาะกันอีก เคยอยากได้คำอธิบาย เคยโกรธ เคยอยากให้มาร์คขอโทษและชดใช้ แต่พอเอาเข้าจริงทุกอย่างพวกนั้นมันก็ไม่ได้มีความหมาย แบมเจ็บแค่ไหน มาร์คก็ไม่ต่าง เราสองคนจมอยู่กับความรู้สึกแย่ๆมานานเกินไปแล้ว ถ้าอยากเริ่มต้นใหม่ก็ต้องเดินหน้า จะมัวจมอยู่กับอดีตไปทำไมจริงไหม”

 

 

 

มาร์ครู้ดีว่าตอนนี้เด็กน้อยของเขาได้โตเป็นผู้ใหญ่เรียบร้อยแล้ว ช่วงเวลาที่ผ่านมาตอนที่เราไม่เจอกันแบมแบมต้องผ่านอะไรมามาก ต้องเติบโตและเข้มแข็งด้วยตัวเอง

 

มือหนาวาดโอบไปรอบเอวดึงอีกคนเข้ามาชิด มองผ่านสายตาสอดประสานความรู้สึกที่มีให้กัน แล้วก็เป็นแบมแบมที่เลือกจะยุติการมองเห็นด้วยการโน้มลงมาใกล้ ทิ้งริมฝีปากไว้ที่ปากหยักของอีกคน ก่อนจะผละออกมาแล้วเอ่ยคำที่มาร์คชอบฟังด้วยเสียงแผ่วเบา ทว่าได้ยินชัดดังก้องไปทั่วทั่งใจ

 

“แบมรักพี่มาร์ค รักพี่มาร์คคนเดียวมาตลอด”

 

 

 

 

เรียวปากนุ่มถูกดึงดูดเข้าหากันอีกครั้ง มาร์คส่งผ่านความรักไปให้อย่างทะนุถนอม ตอบรับคำว่ารักที่เขาจะจำมันเอาไว้ให้ขึ้นใจ มือเล็กที่แตะแก้มเลื่อนผ่านไปสอดเข้ากับกลุ่มผมหนา ความอ่อนโยนแผ่วเบาค่อยๆไต่ไล่ระดับเพิ่มเป็นร้อนแรงทุกครั้งที่ประทับซ้ำย้ำรอยจูบลงไป

 

เนิ่นนานจนขาเล็กไร้เรี่ยวแรงทิ้งตัวลงนั่งบนตักของคนด้านล่างตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เหมือนมีไฟฟ้าวิ่งผ่านไปทั่วตัวตอนที่มาร์คพาแบมแบมก้าวผ่านจุมพิตหวานๆแล้วเปลี่ยนมันเป็นจูบลึกซึ้ง ราวกับวิญญาณถูกกระชากตอนที่ปลายลิ้นร้อนแตะต้องกันเป็นครั้งแรก

 

 

มือหนาที่ปัดป่ายไปทั่วหลังเล็กดึงคนบนตักเข้ามาแนบชิดจนแม้แต่อากาศก็ลอดผ่านไปไม่ได้ แบมแบมรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจมสู่ห้วงแห่งความหลงใหลที่ปีนกลับขึ้นไปไม่ได้ ทุกที่ที่ปลายนิ้วของมาร์คลากผ่าน ทุกรอยจูบที่ประทับจากเรียวปากไปยังคำคอระหงส์ มันกำลังฉุดดึงให้แบมแบมดำดิ่งถลำลึกจนไม่รู้แล้วว่าตัวเองกำลังทำอะไร หูตาอื้ออึงจนไม่รับรู้อะไรนอกจากความหวามไหวในตอนนี้แล้ว

 

 

“อ ..อื้อ มาร์ค”

 

เสียงเล็กหลุดรอดออกมาจากลำคอตอนที่มือร้อนของมาร์คสอดผ่านเสื้อนอนตัวโคร่งลากไปทั่วแผ่นอก หัวใจของแบมแบมที่มาร์คแตะอยู่กำลังเต้นรัวจนปิดไม่มิด

 

มือหนาของคนรับหน้าที่เป็นฐานรองนั่งชะงักไปในทันที ปล่อยมือร้อนออกจากลำตัวบาง ดึงปลายเสื้อที่ตัวเองเป็นคนทำมันเลิกขึ้นให้ลงมาปิดผิวสีน้ำผึ้งล่อใจ พร้อมกับดันตัวคนบนตักให้ลุกออก

 

“ขอโทษ “

แบมแบมไม่เข้าใจ มาร์คขอโทษเรื่องอะไรกัน แถมอยู่ๆก็หยุดทุกอย่างไปเฉยๆแบบนี้มันยิ่งทำให้สับสนเข้าไปใหญ่

 

“ไปนอนกันเถอะ”

 

มาร์คลุกจากเก้าอี้ เดินไปยังเตียงกว้างด้านหลัง จัดหมอนและที่นอนเตรียมพร้อมให้ แบมแบมที่ยังไม่หายจากความมึนงงเลยได้แต่เดินตาม หย่อนตัวนั่งลงบนเตียง แล้วมาร์คก็ทำท่าจะออกไปจากห้อง

 

“ไปไหน”

“วันนี้แยกกันนอนดีกว่า”

 

“ทำไม”

“เอาหน่า เชื่อเถอะ” มาร์คตอบโดยที่ไม่มองหน้าแบมแบมเลยด้วยซ้ำ

 

มาร์คกำลังจะเปิดประตูออกไป และแบมแบมพอจะเข้าใจแล้วว่าที่มาร์คเป็นอยู่มันคืออะไร ร่างเล็กถึงได้รีบประชิดเข้าไปใกล้ ดึงแขนมาร์คกลับมาแล้วเอ่ยบอกความต้องการของตัวเองไป

 

“ไม่เอา ไม่ให้ไป คืนนี้มาร์คอยู่กับแบมนะ”

“...”

 

“รู้ตัวไหมว่ากำลังพูดอะไรอยู่”

“แบมไม่ใช่เด็กแล้วนะ”

 

อยากจะโทษว่ามันเป็นความผิดของแอลกอฮอล์ แต่ไม่หรอก .. แอลกอฮอล์ไม่ได้ทำให้คนเปลี่ยนนิสัย มันแค่ทำให้เราโยนทิ้งเกราะที่กำบังแล้วกล้าที่จะเปิดเผยความรู้สึกจริงๆของตัวเองออกมาต่างหาก

 

ขาเล็กขยับเข้าไปใกล้ สอดมือเข้าไปกอดเอวหนาไว้แล้วดันตัวเองเข้าไปจนชิด เงยหน้ามองคนที่อยู่ห่างกันไม่ถึงคืบ พักคางวางไว้ที่แผ่นอกแบบที่มั่นใจว่าทำแบบนี้ทีไรมาร์คจะใจอ่อนให้ทุกที

 

 

 

“อยู่ด้วยกันนะ”

 

  

 


              ชู่วววว~ อย่าเสียงดังแล้วตามพี่มาที่ bio

                    @frozenlemonn

 (สั้นๆ T.T)

 

 

 

มาร์คกลับมาสอดตัวเข้าไปใต้ผ้าห่มก็ตอนที่อีกคนนอนหันหลังให้และเหมือนจะเคลิ้มหลับไปแล้ว มือหนาวาดโอบไปกอดเอาไว้หลวมๆ แล้วแบมแบมก็รู้สึกตัวหันกลับมา ขยับหัวเล็กซบทับแผ่นอกกำยำ กอดเอวมาร์คเอาไว้แบบที่ปกติไม่เคยทำ เรียกรอยยิ้มกว้างให้ฉายชัดขึ้นมาในความมืด ก่อนจะพาตัวเองจมดิ่งสู่ห้วงนิทราตามไป

 

 

 

 

#มาร์คแบมแร็พเปอร์

           

T.T หายไปนานเลย ขอโทษค่ะ  ฮือออออ เขียนฉากเบนกล้องเข้าโคมไฟเป็นครั้งแรก ยากมากเลย แง๊~ ถ้ามันไม่ดีเค้าขอโทษน๊า

 

ปล.เด็กๆมาทำงานที่ภูเก็ต แบบนี้ก็แปลว่า คุณทีมาร์ค กับ เซเว่นบี ก็ต้องได้เห็นดาวบนฟ้าที่ทะเลเมืองไทยแล้วสิ กรี๊ด #ขี้ชิป! *กัดผ้าเช็ดหน้า ม้วนตัวเขินอยู่คนเดียว*

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 96 ครั้ง

4,781 ความคิดเห็น

  1. #4763 Spices_smile (@igot7ibambam) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 17:33
    เเงงง หาคัทไม่เจอออ เเอเเงงง
    #4763
    0
  2. #4714 Lookshin (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 16:11

    กรี้ดดด มีฉากตัดเข้าโคมไฟด้วยย อิพี่ถนอมน้องมากเลย งือออ

    #4714
    0
  3. #4637 tide2537 (@tide2537) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2561 / 15:37
    อุ้ยยยยยยคิดไปไกลกับสปอยยย 555
    #4637
    0
  4. #4624 ปาปัว?นิ?วกินี? (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2561 / 08:17

    อูยย

    เบียร์และบรรยากาศชักนำความกล้า

    #4624
    0
  5. #4590 hiddenhills (@hiddenhills) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2561 / 00:07
    มาร์คอบอุ่นมากกกก
    #4590
    0
  6. #4556 มยองซูอู้ว~ (@jammy_maj) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2561 / 12:04
    หูยย อบอุ่นมากทนุถนอมน้องสุดอะมาร์ค..
    #4556
    0
  7. #4487 ChayapornSs (@ChayapornSs) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2560 / 15:03
    ฮื่อออออ ทำไมรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นของมาร์คแบบขั้นสุด อ่านไปเขินไป!
    #4487
    0
  8. #4331 gummyworm (@gummyworm) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 13:51
    น่ารักกก
    #4331
    0
  9. #4315 Aely (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 13:12
    ฟิน~ มาร์คเอ็นดูแบมมากเลยนะ ชอบๆ
    #4315
    0
  10. #4273 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2560 / 16:15
    พี่มาร์คถนอมน้องมากเลยนะ
    #4273
    0
  11. #4193 Jerry Fern (@jerryfern) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2560 / 14:03
    พี่มาร์คต้องอดทนไว้
    #4193
    0
  12. #3924 ojay2 (@Ojay) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2560 / 20:29
    โอ้ยยยยย ละมุนนนนนนอะไรขนาดนี้ อ่อนโยนไปอีกกก เขินนนนนนนนน
    #3924
    0
  13. #3802 toto (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2560 / 00:04
    ดีงามมาร์คน่ารักมากกกกก
    #3802
    0
  14. #3688 อุลจีมา (@287456) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2560 / 21:43
    โว้ยยย ละมุนนน อิชั้นนั่งเขินไปหมดและค่ะ T/////////////T
    #3688
    0
  15. #3515 `MESJ' (@we-2l-shinee) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 15 เมษายน 2560 / 00:41
    อยากได้พี่มาร์คคคคคคคค
    #3515
    0
  16. #3395 BuBaDa (@BuBaDa) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 9 เมษายน 2560 / 22:44
    พี่มาร์คอ่อนโยนมาก ละมุน
    #3395
    0
  17. #3357 Ry-Kanyalak (@Ry-Kanyalak) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 9 เมษายน 2560 / 10:40
    หาเอ็นซีไม่เจออ่าาา
    #3357
    1
    • #3357-1 Tangmo_bb1a (@Tangmo_bb1a) (จากตอนที่ 26)
      15 เมษายน 2560 / 15:32
      เราก็หาไม่เจออ
      #3357-1
  18. #3355 Neung Q (@369963nq) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 9 เมษายน 2560 / 10:29
    ละมุนมากค่ะ ละมุนจริงๆนะ มันอ่อนโยนมากเลย ///^/// บิดตัวแรงๆ
    #3355
    0
  19. #3232 nuchpim68 (@pspiuo68) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 28 มีนาคม 2560 / 09:05
    เป้นเอ็นซีที่ละมุนอะ อบอุ่นมากกกกกกกกกก เราสัมผัสได้เลยว่ามาร์ครักน้องมากแค่ไหน
    #3232
    0
  20. #3102 _MYYBB (@mellow-aa) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 11 มีนาคม 2560 / 10:59
    ง่อววววววววว *ฟินจิกหมอน* คือบับ คือ คือ คืออ ฮือออ เอานะ ไปทีละเล็กละน้อยเนอะ ค่อยๆประคองรักกันไป แค่อยู่ด้วยกันแค่นี้พี่ก็ดีใจมากแล้วค่ะ ><
    #3102
    0
  21. #3053 xcoolzip (@xcoolzip) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 5 มีนาคม 2560 / 18:43
    พี่มาร์คคดีมากกดด
    #3053
    0
  22. #2684 DefDefJB (@DefDefJB) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560 / 00:03
    งื้อออออ พี่มาร์คถนอมน้องมากโลย อิจแรงงงงงงมว๊ากกกก
    #2684
    0
  23. #2519 Tuan-En (@Tuan-En) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2560 / 10:30
    ฮื่ออออ พี่มาร์คถนอมน้องมาร์คเลย นี่เขิน แสดกสสกาดาสดาวว
    #2519
    0
  24. #2510 ringgle (@nilnil) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2560 / 09:07
    คณมาร์คถนอมน้องเว้ออออออ ฮือ ระวังนั้งเฉานะ5555555555555 อยากเห็นคุณมาร์คเล่นเซิร์ฟบอร์ดกับตาจัง ฮือ ต้องเท่ม้าดดดดดดด
    #2510
    0
  25. #2441 fahandfinn (@fahandfinn) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560 / 07:06
    มันดีงามมากค่ะไรท์
    #2441
    0