[END] MARKBAM RAPPER #มาร์คแบมแร็พเปอร์

ตอนที่ 17 : MARKBAM RAPPER # 11

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,286
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 170 ครั้ง
    22 ธ.ค. 59

Chapter 11

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ยิ่งเวลาของการเดบิวท์ขยับเข้ามาใกล้เท่าไหร่ บรรยากาศก็ยิ่งตื่นเต้นมากขึ้นเท่านั้น ผู้คนต่างก็ให้ความสนใจกับภาพนับถอยหลังที่ปล่อยออกไป มีกระทู้ตั้งขึ้นในเว็ปไซต์ชื่อดังวันละหลายกระทู้ กระแสตอบรับส่วนใหญ่เริ่มเป็นไปในทางที่ดีมากกว่าต่อต้าน

 

มีคนหยิบยกประเด็นเรื่องสมัยเป็นเด็กฝึกขึ้นมาพูดถึง และผู้คนก็เข้ามาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่องนั้นไม่น้อย แต่สิ่งที่เรียกความสนใจของแบมแบมได้ คือเรื่องคำขอบคุณในอัลบั้มเดบิวท์ของมาร์ค มีคนจับสังเกตได้ว่า BB ที่มาร์คพูดถึงคือแบมแบม ขุดรูปถ่ายที่ไม่รู้ว่าไปหามาได้ยังไงมาโพส ซึ่งมันก็เป็นรูปมาร์คกับแบมแบมเมื่อหลายปีก่อนจริงๆ มีคำบอกเล่ามากมายจากคนที่เคยติดตามมาร์คและแบมแบมในตอนนั้น บางอย่างก็เป็นเรื่องจริง บางอย่างก็ถูกเสริมเติมแต่งขึ้นมา

 

แบมแบมได้อ่านประโยคที่มาร์คเขียนอีกหลายครั้งตามกระทู้ แม้ตอนนี้จะไม่ได้ร้องไห้อีกแล้ว แต่มันก็อดแปลกใจไม่ได้ว่าที่ผ่านมาทำไมไม่เคยมีใครสงสัยชื่อ BB ที่อยู่หน้าสุดท้ายนั่น แต่วันนี้คนกลับขุดมันขึ้นมาพูด หรือจริงๆอาจจะมีคนเคยพูดถึงเมื่อนานมาแล้วแต่เป็นแบมแบมเองที่ไม่เคยให้ความสนใจกับอะไรที่เกี่ยวกับมาร์คเลย ปิดการรับรู้ด้วยทิฐิของตัวเองมาโดยตลอด พอคิดมาถึงตรงนี้ก็ต้องสะบัดหัวไล่ความคิดไม่เข้าท่าของตัวเองออกไป

 

 

 

 

- MARKBAM RAPPER –

 

 

 

 

แบมแบมรู้สึกว่าเวลาผ่านไปเร็วเหมือนหลับลงในวันถ่ายเอ็มวีแล้วลืมตามาอีกทีก็เกือบจะเป็นวันเดบิวท์ ทั้งที่ความจริงแล้วระยะเวลามันก็เป็นเดือน เดินสายถ่ายละครรับเชิญของตัวเอง ถ่ายวาไรตี้เจ้าประจำที่ยังทำอยู่ และไปอัดรายการวาไรตี้อื่นๆกับมาร์ค ถ่ายแบบและให้สัมภาษณ์นิตยสาร ทั้งที่เป็นการทำงานที่ค่อนข้างหนักแต่แบมแบมกลับไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยเท่าไหร่

 

อันที่จริงก็ไม่ใช่งานใหม่เลยซะทีเดียว มันเป็นงานที่ศิลปินแทบทุกคนต้องทำอยู่แล้วทุกครั้งที่คัมแบ๊ค แต่อาจเพราะเป็นการเดบิวท์ใหม่ในฐานะนักร้องดูโอ้ ก็เลยให้ความรู้สึกที่ต่างออกไป จากการต้องยืนอยู่ในแสงสว่าง รับมือกับแสงแฟลชและเลนส์กล้องที่จับมาเพียงคนเดียว ก็กลายเป็นว่ามีอีกคนอยู่ด้วย ถึงมาร์คจะดูเหมือนไม่น่าช่วยอะไรได้เพราะดูผิวเผินแล้วเป็นคนพูดน้อย แต่จริงๆแล้วก็ช่วยได้เยอะตอนให้สัมภาษณ์ มันเหมือนกับว่าเราต่างก็มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง แบมแบมพูดเยอะ มาร์คก็เป็นฝ่ายเงียบ พอตอนที่แบมแบมพักหายใจหรือคิดไม่ออกว่าจะต้องตอบหรือพูดอะไร อีกคนก็จะพูดขึ้นมาแทนไม่เว้นจังหวะให้ขาดหายไป ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดี

 

 

แต่ก็มีหลายครั้งเหมือนกันที่บางคำถามก็ทำเอาใจเขวไป โดยเฉพาะคำถามยอดฮิตเรื่องสเปค รักแรก หรือความทรงจำแสนสวยงามในอดีตที่พวกนิตยสารชอบถามเพราะมันขายออก เกือบจะเผลอสะบัดหน้าแรงๆไล่อะไรก็ตามที่อยู่ในใจอยู่บ่อยๆดีที่ยั้งตัวเองทัน เลยต้องระวังเรื่องการแสดงออกทางสีหน้าของตัวเองอยู่ตลอด

 

 

 

แบมแบมยังรับมือกับมันไม่ค่อยได้ โดยเฉพาะกับคำถามอะไรแบบนี้ ..

 

 

 

 

 

Q : กว่าจะมีวันนี้ได้ ทั้งสองคนคงผ่านอะไรมามากมาย พอลองมองย้อนกลับไปแล้วมีเรื่องที่อยากจะกลับไปแก้ไขบ้างไหม ?

 

 

 

 

 

“มีหลายอย่างเกิดขึ้นกับชีวิตผมครับ ทั้งดีสุดๆแล้วก็แย่สุดๆ แต่ผมมองว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เราเคยผ่านมันมา ต่อให้มันจะเลวร้ายยังไง มันก็คือสิ่งที่ทำให้เราเป็นเราตอนนี้ เพราะฉะนั้นถึงจะมีเรื่องที่ทำให้เสียใจไปบ้าง แต่ผมก็ไม่ได้คิดอยากจะกลับไปแก้ไขมันหรอกครับ”

 

 

นั่นคือสิ่งที่แบมแบมตอบ และเขาคิดแบบนั้นจริงๆ ความเสียใจและผิดหวังครั้งใหญ่ในชีวิตก็ไม่พ้นเรื่องของมาร์คนั่นแหละ ตอนนั้นแบมแบมทั้งโกรธและเสียใจ จมอยู่กับความคิดว่าตัวเองถูกหักหลังจนสร้างกำแพงความเกลียดชังขึ้นมาปกป้องตัวเอง แต่ในขณะเดียวกันสิ่งนั้นมันก็เป็นแรงผลักดันให้แบมแบมสู้จนมีวันนี้ แล้วพอได้มารู้ความจริงอีกด้านที่มาร์คไม่เคยแม้แต่จะปริปากพูด แบมแบมก็คิดว่ามันไม่มีประโยชน์ที่จะดื้อดึงสร้างอคติอีกต่อไปแล้ว

 

เขาไม่อยากฝังตัวเองให้จมอยู่กับความทุกข์ ไม่อยากคิดถึงมันแล้วร้องไห้เหมือนที่ผ่านมา แม้จะไม่เคยได้ฟังคำอธิบายโดยตรงจากมาร์ค ถึงจะยังโกรธอยู่บ้างเพราะทิฐิที่มีมันยังไม่อยากยกโทษให้ แต่อย่างน้อยโซ่ตรวนที่ล็อคให้แบมแบมจมดิ่งอยู่ใต้เหวลึกก็ปลดปล่อยแบมแบมให้เป็นอิสระแล้ว

 

 

 

 

มาร์คพูดถูก .. ความเจ็บปวดมันจะค่อยๆลดลงในแต่ละวันที่ผ่านไป ถึงจะยังรู้สึกแต่อย่างน้อยมันก็จะไม่เท่าเดิม เหมือนอย่างตอนนี้ที่แบมแบมไม่ได้ทรมานกับการถูกทิ้งมากเท่าเก่าอีกแล้ว เวลาและความจริงอีกด้านที่ได้รู้กำลังค่อยเยียวยาบาดแผลที่เคยบอบช้ำ แม้รอยแผลเป็นอาจยังคงอยู่แต่ความเจ็บปวดมันจะหายไปในสักวัน

 

 

 

 

“ที่ผ่านมาอาจมีหลายอย่างที่เคยทำพลาดไป และต่อให้ผมจะเสียใจกับการกระทำของตัวเองมากแค่ไหน แต่สุดท้ายแล้วพอมองผลลัพธ์ที่ออกมาในวันนี้ ผมก็ยังยืนยันว่าจะทำทุกอย่างเหมือนเดิมครับ”

 

 

มาร์คนิ่งเงียบไปหลังจากตอบคำถาม แบมแบมเองก็ทิ้งสายตามองไปยังอะไรก็ไม่รู้ ประโยคหนักแน่นของอีกคนมันแกว่งตะกอนในใจของแบมแบมให้ขุ่นมัวไปหมด

 

 

 

 

Q : ดูเหมือนจะไม่อยากเปลี่ยนแปลงอดีตกันทั้งคู่ ถ้าอย่างนั้นเปลี่ยนคำถามเป็น ถ้าย้อนเวลาได้ 1 วินาที อยากบอกอะไรกับอดีตที่เพิ่งพูดถึงไปไหม ?

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ขอบคุณ / ขอโทษ”

 

 

 

 

 

30%

 

 

 

 

- MARKBAM RAPPER –

 

 

 

 

บรรยากาศภายในรถเงียบกริบราวกับไม่มีใคร ทั้งที่จริงๆแล้วมีคนโดยสารมาถึงสี่คน จินยองกับแจบอมได้แต่มองหน้ากัน ถึงจะสงสัยในความเงียบที่ปกติแล้วจะหาไม่ค่อยได้เพราะทั้งมาร์คและแบมแบมมักจะมีเรื่องให้เถียงกันตลอด แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรออกมาเพราะคิดว่าทั้งคู่คงจะเหนื่อยกับการทำงานและอยากพักผ่อน เพราะดูเงียบไปตั้งแต่จบการให้สัมภาษณ์นิตยาสารและบอกลาทีมงานแล้ว

 

และเพราะศิลปินในความดูแลนิ่งไปผู้จัดการส่วนตัวทั้งสองจึงลงมติว่ามื้อเย็นที่กำลังจะถึงนี้จะซื้ออาหารเข้าไปทานที่คอนโดของมาร์คแทนการเข้าร้านอาหารเพื่อเลี่ยงการพบปะผู้คน

 

 

เมื่อกลับไปถึงคอนโดทั้งสี่คนก็ใช้เวลาจัดการกับอาหารตรงหน้าในเวลาไม่นาน เตือนความจำเรื่องตารางงานของวันรุ่งขึ้นเรียบร้อยแล้ว ก็แยกย้ายกันกลับไม่อยากจะอยู่รบกวนนานๆเพราะอยากให้คนทำงานหนักได้พักผ่อน

 

 

 

 

- MARKBAM RAPPER –

 

 

 

 

แบมแบมยังคงเป็นแบมแบมที่มักจะรับมือกับปัญหาที่เข้ามารบกวนจิตใจได้ไม่ดีนัก ในหัวมันคิดถึงคำขอโทษของมาร์ควนไปวนมา เหมือนกับร่างกายตั้งระบบให้คิดตอกย้ำซ้ำๆแค่เรื่องของมาร์ค เขาไม่ได้ชอบที่ตัวเองเป็นเลยสักนิด แบมแบมไม่ใช่คนอ่อนแอ แทบไม่เคยร้องไห้เลยด้วยซ้ำ แต่เรื่องของอีกคนดูจะเป็นข้อยกเว้นที่ทำให้แบมแบมอ่อนแอและเหมือนเป็นจุดอ่อนไปแล้ว

 

 

ถึงแม้จะรู้ทุกอย่างหมดแล้ว เริ่มเข้าใจในสิ่งที่มาร์คทำถึงได้เกิดเป็นความรู้สึกที่อยากจะขอบคุณขึ้นมา แต่มันก็เหมือนยังมีบางอย่างติดอยู่ในใจ ซึ่งแบมแบมรู้ดีว่ามันคืออะไร มีเรื่องเดียวเท่านั้นที่ยังคงผูกมัดแบมแบมให้ไม่ยอมปลดปล่อยทิฐิไป นั่นคือ .. จนถึงตอนนี้แบมแบมก็ยังอยากได้ยินคำอธิบายทุกอย่างจากปากของคนที่ดูเหมือนว่าจะไม่มีความคิดอยากอธิบายกับแบมแบมเลย

 

มันน่าโกรธไม่น้อยที่มาร์คเอาแต่ปล่อยให้แบมแบมอยู่กับความไม่เข้าใจมาโดยตลอด แต่พอลองตั้งสติแล้วดึงตัวเองออกมา มองปัญหาระหว่างเราด้วยมุมมองของมาร์ค แบมแบมก็คิดว่าตัวเองเข้าใจมาร์คนะ ก็ในตอนนี้มาร์คไม่รู้ว่าแบมแบมรู้เรื่องทั้งหมดแล้ว และที่สำคัญก็เป็นแบมแบมเองนั่นแหละที่แสร้งทำเป็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นในอดีต มีชีวิตที่มีความสุขดี

 

ถ้าหากว่ามาร์คยังห่วงแบมแบมเหมือนเมื่อก่อนจริง แบมแบมก็เชื่อว่ามาร์คจะไม่มีทางเล่าเรื่องทั้งหมดแล้วลากแบมแบมกลับไปจมอยู่กับอดีตอีกแน่นอน เพราะมันคือสิ่งที่อีกคนพยายามบอกและอยากให้แบมแบมทำมาตลอดไม่ว่าจะตอนไหน นั่นคือขอให้เขาเดินหน้าใช้ชีวิตต่อไป

 

แต่แบมแบมรู้ดีว่ามันจะไม่มีวันเดินไปไหนได้ไกลหรอก ตราบใดที่เชือกที่มองไม่เห็นยังคงรัดเราเอาไว้แบบนี้ มาร์คอาจจะยอมรับได้กับการแบกรับความผิดทุกอย่างไว้เพียงคนเดียว แต่แบมแบมทนไม่ไหวและจะไม่ยอมให้มาร์คทนอีกแล้ว ถึงอีกคนจะไม่อยากลากแบมแบมกลับไปจมปลักกับอดีต แต่ไม่เป็นไร .. ครั้งนี้แบมแบมจะพาเราทั้งคู่กลับไปเอง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ฉันอยากลองฟังเพลงของนายอ่ะ”

 

มาร์คที่กำลังก้มหน้าก้มตาเล่นโทรศัพท์เงยหน้ามองแบมแบมด้วยสีหน้างงๆ แบมแบมเลยต้องพูดซ้ำอีกครั้งจนอีกคนตั้งสติและทำความเข้าใจได้

 

 

“เพลงอัลบั้มเก่าๆของนายอ่ะ ฉันแค่เคยได้ยินผ่านๆไม่เคยฟังแบบจริงๆจังๆสักที อยากจะขอลองฟังดูหน่อย ไหนๆเราก็ต้องทำงานด้วยกันแล้ว เผื่อมีใครถามเรื่องผลงานนายฉันจะได้ตอบถูก” แบมแบมขยายความเพิ่ม

 

 

 

“อ๋อ ได้ดิ แต่มันอยู่ในห้อง รอก่อน”

 

มาร์คลุกขึ้นเพื่อจะไปหยิบอัลบั้มเพลงของตัวเองมาให้ตามที่แบมแบมขอ ถึงจะงงนิดหน่อยว่าทำไมอยู่ๆแบมแบมก็เกิดสนใจขึ้นมาแต่ก็ถือเป็นเรื่องที่ดีเพราะนั่นหมายถึงแบมแบมกำลังเปิดใจทีละนิดๆแล้ว ทำไมมาร์คจะไม่รู้ว่าที่ผ่านมาแบมแบมเกลียดเขามากจนแม้แต่เพลงของเขาก็คงอดทนฟังจนจบไม่ได้

 

แต่แทนที่คนถูกบอกให้รอจะนั่งนิ่งๆที่โซฟา แบมแบมกลับเดินตามมาร์คมาติดๆเผลอเดินเร็วไปจนชนเข้ากับแผ่นหลังของคนตรงหน้าเมื่อมาร์คหยุดเพื่อเปิดประตู

 

“เฮ้ย ตามมาทำไม”

“ไม่ต้องลำบากขนออกมาหรอก ขอเข้าไปดูแปบเดียวก็พอ”

 

 

ทำท่าจะเดินแทรกเข้าไป  เจ้าของห้องเลยรีบมาขวางทาง

 

 

“เฮ้ยๆๆ ไม่ให้เข้า เข้าไปทำไม รอข้างนอกแหละ ฉันไม่ได้ลำบาก”

“ทำไม? มีอะไรซ่อนไว้เหรอไง”

 

 

กอดอกหรี่ตาถามออกไปแบบนั้นแล้วมาร์คก็ปฏิเสธเป็นพัลวัน แบมแบมดื้อดึงที่จะเข้าไปให้ได้ สุดท้ายมาร์คเลยยอมให้แต่ก็ยังกำชับว่าห้ามแบมแบมมือซนไปรื้อของอะไรทั้งนั้น

 

แบมแบมรู้ว่ามันเป็นการกระทำที่ค่อนข้างเสียมารยาทแต่ทำไงได้ก็เขาไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นยังไง และนี่เป็นข้ออ้างเดียวที่นึกออกในตอนนี้

 

 

“นั่นอ่ะ ตรงนั้น” ชี้มือไปยังตู้วางของที่มีผลงานอัลบั้มของตัวเองและศิลปินที่ชื่อชอบและฟังบ่อยอยู่บนนั้น ข้างๆกันมีเครื่องเล่นเพลงวางอยู่ แม้ว่าเดี๋ยวนี้คนจะนิยมโหลดเพลงฟังมากกว่าก็เถอะ

 

 

“มีเพลงเยอะดีนะ” ถึงจะบอกว่าห้ามมือซนแต่แบมแบมก็ยังปล่อยให้ตัวเองหยิบจับอัลบั้มเพลงออกมาดูจนได้ มาร์คไม่ได้ว่าอะไรจนกระทั่งแบมแบมเปิดประตูเล็กๆของตู้ด้านในสุดออกมา

 

“เฮ้ย! อันนั้นห้ามเปิ .. !

 

 

 

 

แบมแบมหยิบอัลบั้มที่คุ้นตาดีออกมา ยอมรับว่าข้างในอกมันพองเหมือนลูกโป่งตอนที่เห็นว่ากล่องเหลี่ยมๆสี่ห้าอันในตู้ที่ปิดเอาไว้มันคืออะไร

 

 

“มีของฉันด้วย?”

 

“ก .. ก็เอาไว้ทำงานไง ต้องมาทำงานกับนายฉันก็ต้องศึกษาแนวเพลงของนายไว้” แบมแบมไม่ต้องซ่อนรอยยิ้มที่เผลอหลุดออกมามากนักเพราะมาร์คยืนเยื้องๆอยู่ทางด้านหลังยังไงก็คงไม่เห็น

 

 

 

 

“ขอบคุณนะ”

“?”

 

 

“ขอบคุณที่ฟังเพลงของฉัน ปกติคนอื่นเขาก็ฟังแค่เพลงโปรโมตเท่านั้นแหละ” พูดออกไปขำๆถึงแม้ว่ามันจะดูเป็นตลกร้ายแต่มันก็คือความจริง เมื่อก่อนเขาก็เคยเสียใจและท้อแท้กับเรื่องนี้ แต่ตอนนี้พอโตขึ้น ลองเปลี่ยนมุมมองการใช้ชีวิตดูก็ทำให้รู้ว่าเรื่องแค่นี้มันเล็กนิดเดียว จะฟังแค่เพลงโปรโมตหรือฟังทั้งอัลบั้ม ขอแค่เปิดใจฟังแบมแบมก็ดีใจแล้ว

 

 

 

“เพลงของนายหลายๆเพลงก็เพราะดี มันไม่ได้แย่หรอกแค่ไม่มีโอกาสได้โปรโมตมากกว่า”

“อื้อ แต่ของนายได้ข่าวว่าดังทุกเพลง”

“แค่เพราะฉันบังเอิญจับจุดคนฟังได้ต่างหาก”

 

 

แบมแบมทิ้งตัวลงนั่งที่ปลายเตียง หยิบอัลบั้มของมาร์คมาทำเป็นพลิกดู ไล่มือไปตามอัลบั้มล่าสุด อัลบั้มที่มีเพลงฮิตๆ กวาดสายตามองสังเกตรายละเอียดต่างๆ ทั้งที่จริงๆในหัวไม่ได้กำลังคิดถึงมันอยู่เลย

 

มือเล็กหยิบอัลบั้มเดบิวท์ของมาร์คขึ้นมา ไล้นิ้วไปยังสันปกแล้วค่อยๆเปิดมันออกทีละหน้า แบมแบมรับรู้ได้ว่าตอนนี้มาร์คเองก็กำลังจ้องมาที่เขาอยู่

 

 

 

“ฉันมีบางอย่างอยากจะถาม”

“ว่า?”

 

 

 

 

 

 

“ที่จริง .. ฉันไม่เคยเห็นอัลบั้มเดบิวท์ของนายมาก่อนเลยรู้ไหม”

 

มาร์คไม่ได้เอ่ยอะไรแทรกขึ้นมา ปล่อยให้แบมแบมเงียบไปได้ครู่เดียวเหมือนกำลังรวบรวมความกล้า ก่อนจะเอ่ยออกมาโดยที่ไม่มองหน้ามาร์ค

 

“จนกระทั่งเมื่อเร็วๆนี้ ..” แบมแบมเปิดมันไปเรื่อยๆไม่เร่งรีบ

 

 

“พอเห็นแล้วก็ดันมีเรื่องให้สงสัยขึ้นมา ถ้าจะให้คิดเอาเองก็คงไม่เหมาะ ถามนายไปตรงๆเลยดีกว่า” เปิดอัลบั้มเพลงมาจนถึงหน้าสุดท้าย แค่นยิ้มกับตัวเองสร้างกำลังใจ แล้วหันกลับไปมองมาร์คที่ตอนนี้ขยับเข้ามายืนอยู่ไม่ไกล

 

 

 

 

 

 

 

 

“คนที่นายพูดถึงในนี้ใช่ฉันรึเปล่า”

 

 

 

 

 

60%

 

 

แบมแบมรู้ดีอยู่แล้วว่าคำขอบคุณในย่อหน้าสุดท้ายของอัลบั้มคือตัวเอง แต่ต่อให้มาร์คจะขอบคุณหรือขอโทษผ่านตัวอักษรสักกี่ร้อยอัลบั้ม หรือต่อให้แจ๊คสันจะอธิบายทุกอย่างที่เกิดขึ้นจนหมด แต่มันก็ไม่เหมือนกันหรอก ถ้อยคำเหล่านั้นมันไม่มีความหมายอะไรเลยตราบใดที่มาร์คไม่เคยพูดมันออกมาด้วยตัวเอง

 

 

มาร์คนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ แบมแบมไม่ได้เร่งเร้าอยากจะได้คำตอบเพราะคำตอบนั้นมันก็คงยากสำหรับมาร์คเหมือนกัน เขารู้ว่าอีกคนคงจะตระหนกอยู่ไม่น้อย เพราะแววตาชั่วขณะของมาร์คเมื่อกี้มันฉายชัดออกมาหมดแล้วว่าตกใจแค่ไหน คงไม่คิดว่าแบมแบมจะถามออกมาตรงๆแบบนี้ .. เขาไม่อยากจะอ้อมไปอ้อมมา เหนื่อยที่จะเล่นซ่อนหากับมาร์คแล้ว

 

 

ช่วงเวลาของการรอให้อีกคนปริปากพูดหรือทำอะไรก็ได้ให้เข้าใจ ตัวแบมแบมเองก็ใช้เวลานั้นสร้างความเข้มแข็งขึ้นมา กล่อมตัวเองว่าต้องไม่หวั่นไหว เขาไม่อยากร้องไห้ อยากจะพูดคุยและปรับความเข้าใจกันแบบที่ผู้ใหญ่ควรจะทำ เพราะเขาไม่ใช่เด็กเล็กๆเหมือนเมื่อวันก่อนอีกแล้ว

 

 

 

 

 

 

BB ในชีวิตของฉัน หมายถึงนายคนเดียวแบมแบม”

 

 

 

 

 

หลังจากผ่านการรอคอยมายาวนาน ผ่านวันเวลามาหลายปี ในที่สุดมาร์คก็ยอมเอ่ยปากพูด สายตาที่มองตอบกลับมาแม้จะสั่นไหวอยู่บ้างแต่แบมแบมก็เห็นความหนักแน่นอยู่ในนั้น ไร้ซึ่งความขี้เล่นหรือความยียวนใดๆ ราวกับว่ามาร์คได้กลับไปเป็นมาร์คคนเดิมเหมือนเมื่อก่อน

 

 

 

“จะไปเขียนมันเอาไว้ทำไมกัน ฉันมีความหมายกับนายขนาดนั้นด้วยเหรอ เพิ่งรู้แฮะ” แล้วปากเจ้ากรรมก็พาให้ประชดประชันออกไป แบมแบมไม่ได้ตั้งใจแต่ความน้อยใจและอะไรหลายๆอย่างมันทำให้เขาเผลอตัวออกไปแบบนั้น

 

“นายมีความหมายกับฉันเสมอ มีมากกว่าที่นายคิด” มาร์คสวนกลับมาด้วยเสียงเข้มๆแต่เจือไปด้วยความสั่นไหว แต่แบมแบมไม่ได้มองหรอก ทั้งที่เป็นฝ่ายเริ่มก่อนเพราะคิดว่าตัวเองจะรับมือได้ พอเอาเข้าจริงกลับไม่กล้าที่จะสบตาอีกคน หันเหสายตาไปทิ้งไว้กับผืนพรมที่ไม่ได้น่าสนใจอะไรเลย

 

 

“ถ้าอย่างนั้น .. ทำไมถึงไม่บอกฉัน”

“...”

 

 

 

 

“นายป่าวประกาศบอกคนทั้งโลกได้ แต่บอกฉันไม่ได้ ทำไมอ่ะมาร์ค! ทำไมถึงปล่อยให้ฉันเป็นคนเดียวที่ไม่รู้อะไรเลย ในเมื่อเรื่องนี้มันเกี่ยวกับเราสองคน แต่คนอื่นได้รู้ความเป็นไปของนาย รู้เหตุผลทุกอย่าง แต่ฉัน .. ฮึก ทำไมฉันถึงรู้ไม่ได้ เนี่ยเหรอคือสิ่งที่นายทำกับคนที่นายบอกว่ามีความหมาย

 

ทันทีที่ประโยคนี้หลุดจากปากไปน้ำตาที่ตั้งใจเอาไว้ว่าจะไม่ยอมให้มันไหลก็หมดแรงที่จะห้ามเอาไว้ได้ แบมแบมปาดน้ำตาทิ้งลวกๆแล้วหันหน้าหนี ไม่ชอบแบบนี้เลย .. ทำไมต้องอ่อนแอให้กับเรื่องนี้ทุกที ทั้งที่เตรียมใจเอาไว้แล้วว่าจะไม่ร้องไห้

 

 

มาร์คเงียบไปก่อนจะขยับเข้ามาทิ้งตัวลงนั่งข้างๆกัน แรงยวบของผืนเตียงและไออุ่นจากใครอีกคนมันทำให้แบมแบมยิ่งไม่กล้าหันไปมอง

 

 

“ฉันในตอนนั้น .. มีสิทธิ์ที่จะทำแบบนั้นได้ด้วยเหรอ” มันเป็นคำถามแผ่วเบาที่ฟังแทบไม่ได้ยิน เหมือนกับตัดเพ้อถามตัวเอง “ถ้าบอกนายไป นายจะยอมรับมันได้โดยที่ไม่ถอดใจกลับบ้านจริงๆเหรอ”

 

 

 

 

“ฉันมันขี้ขลาดถึงได้ไม่กล้าบากหน้าไปหานาย คนผิดสัญญาน่ะไม่ควรได้รับการยกโทษอะไรทั้งนั้น ไม่มีสิทธิ์จะพูดคำว่าขอโทษเลยด้วยซ้ำ นายควรจะเกลียดฉันซึ่งก็ทำถูกแล้ว” มาร์คเองก็พูดโดยที่ไม่ได้หันมามองคนข้างๆเหมือนกัน สองมือบีบเข้าประสานกันแต่กลับไม่รู้สึกเจ็บ

 

 

อยากจะจับมือเล็กๆที่เอาแต่ปาดน้ำตาบนหน้าตัวเองออกแรงๆเอาไว้ อยากจะเป็นคนที่เกลี่ยน้ำตาให้เบาๆเพราะกลัวมันจะช้ำ .. แต่ไม่ได้หรอก มาร์คไม่มีสิทธิ์ขนาดนั้น

 

 

เขาน่ะ .. แค่อยากจะเป็นคนที่ไม่ทำให้แบมแบมต้องเสียใจยังทำไม่ได้เลย

 

 

 

 

“ก็เลยทิ้งฉันไปเฉยๆแบบนั้นน่ะเหรอ”

 

เสียงร้องไห้หลุดออกมาเพราะเก็บไว้ไม่ได้อีกแล้ว แบมแบมพยายามแล้วแต่มันไม่ไหว ลุกพรวดขึ้นยืนหวังจะออกไปสงบสติอารมณ์ที่ห้องตัวเอง แต่ยังไม่ทันได้ก้าวเท้าไปไหนไกล แรงยึดที่ข้อมือก็รั้งแบมแบมไว้ ก่อนที่วงแขนของใครอีกคนจะวาดมาโอบไว้

 

 

ไหล่เล็กสั่นไหวเพราะแรงสะอื้น สัมผัสจากคนที่กอดอยู่ด้านหลังรัดแน่นขึ้นอีกเมื่อเห็นว่าแบมแบมสั่นจนตัวโยน แรงกดจากคางที่แตะลงบนไหล่ทำให้แบมแบมหลับตาแน่น เขี้ยวคมกัดปากกลั้นเสียงร้องจนน่ากลัวว่ามันจะช้ำ เสียงกระซิบสั่นเครือจากใครอีกคนแผ่วเบาจนแบมแบมแน่ใจว่ามีแต่เราเท่านั้นที่ได้ยิน เอ่ยออกมาเป็นคำที่มาร์คไม่เคยแม้แต่จะยอมพูดออกมา และถึงจะทำให้ต้องร้องไห้หนักกว่าเดิม แต่แบมแบมกลับรู้สึกว่าประตูที่ปิดตายในใจของเขากำลังจะถูกใครอีกคนปลดปล่อยมันแล้ว

 

 

 

“ตอนนี้ยังทันไหม? ถ้าฉันจะขออธิบายทุกๆอย่าง มันยังทันอยู่ไหมแบมแบม”

 

 

 

แบมแบมไม่ตอบ ยืนหลับตานิ่งอยู่แบบนั้น แล้วเพียงไม่นานอีกคนก็เริ่มต้นเอ่ยปากเล่าอดีตอันขมขื่นของเรา ถึงแจ๊คสันจะเล่าให้ฟังแล้วแต่มันก็ต่างออกไปจริงๆตอนที่ได้ยินจากปากของมาร์ค ทุกคำบอกเล่ามันเจือไปด้วยเสียงสั่นๆ แบมแบมรู้ว่ามันไม่ง่ายเลยสำหรับเราทั้งคู่ ความโกรธ ความน้อยใจหรืออะไรก็ตามแต่ที่ยังหลงเหลืออยู่ดูเหมือนกำลังจะระเหยหายไปในอากาศ

 

 

ตอนที่มาร์คเล่าทุกอย่างจนจบแล้วเอาแต่พูดซ้ำๆว่าขอโทษ แบมแบมไม่ได้สะอื้นอีกต่อไปแล้ว แปลกดีที่แม้น้ำตาจะยังคงไหล มันกลับไม่ได้ทรมานเท่าเก่าอีกแล้ว หรืออาจเพราะในตอนนี้ไม่ได้มีแค่แบมแบมที่ร้องไห้ อีกคนที่กำลังกอดแบมแบมไว้ตลอดเวลาที่อธิบายทุกอย่างกำลังร้องไห้อยู่เหมือนกัน

 

 

 

นิ่งเงียบกันไปสักพัก แล้วไม่นานมือบางที่ทิ้งไว้ข้างตัวยกขึ้นมาจับแขนที่กอดรัดตัวเองอยู่เบาๆ แบมแบมไม่ได้พยายามจะแกะมันออก แต่สอดประสานนิ้วมือลงไปวางไว้บนฝ่ามือของมาร์ค

 

 

 

“ตอนนายไม่อยู่ มันยากสำหรับฉันมากเลยรู้ไหม”

“ขอโทษ .. มาร์คขอโทษ”

 

 

 

คนมีความผิดใจหายเหมือนถูกผลักลงไปในเหวตอนที่แบมแบมแกะมือของเขาออก มาร์คอยากจะกระชับวงแขนแน่นๆ เขาเคยโง่ที่ปล่อยมือจากคนๆนี้ไป แล้วตอนนี้ก็ไม่อยากให้แบมแบมหายไปอีกแล้ว แต่เพราะความผิดของตัวเองนั่นแหละที่ทำให้มาร์คไม่กล้าแม้แต่จะเหนื่ยวรั้ง ไม่มีสิทธิ์เรียกร้องอะไรทั้งนั้น อย่างน้อยๆในตอนนี้มาร์คก็ได้ขอโทษแบมแบมอย่างที่อยากทำมาตลอดแล้ว และสำหรับเขา ได้เท่านี้มันก็มากเกินหวังแล้ว

 

 

“แต่จริงๆแล้วสำหรับนายเองมันก็คงไม่ง่ายเหมือนกันใช่ไหม”

“อืม มันไม่ง่ายเลย แต่เทียบไม่ได้กับนายหรอกแบมแบม .. ฉันขอโทษที่ทำให้ทุกอย่างมันกลายมาเป็นแบบนี้ ขอโทษที่ทำอะไรโง่ๆโดยไม่คิดถึงใจนาย ขอโทษที่ตัดสินใจแทน .. ขอโทษที่ฉันมันโคตรขี้ขลาด”

 

 

“นายขอโทษเกือบจะร้อยครั้งแล้วนะ” แบมแบมยิ้มออกมาบางๆตอนที่มาร์คยกมือทั้งสองข้างมาประคองหน้าแบมแบมไว้แล้วค่อยๆเช็ดน้ำตาออกอย่างเบามือ มันคงเป็นรอยยิ้มแรกหลังจากผ่านทุกสิ่งทุกอย่างมาที่เรียกได้ว่าเป็นรอยยิ้มที่เกิดจากความโล่งใจจริงๆ

 

 

“จะโกรธ จะเกลียด จะด่ากันก็ได้ แต่อย่าร้องไห้เพราะฉันเลยได้ไหม นายไม่เหมาะกับน้ำตาหรอก อย่าเอาความรู้สึกของนายมาทิ้งไว้กับฉันเลย”

 

“บอกตัวเองให้ได้ก่อนเถอะ เรื่องร้องไห้น่ะ” พูดติดตลกแล้วก็ยื่นมือไปปาดน้ำตาของคนตรงหน้าด้วยแรงที่ไม่เบานัก .. ก็ยอมรับว่าหมั่นเขี้ยวและอยากเอาคืน

 

 

 

ถ้าหากจะถามว่ามันง่ายไปไหม หรือมันเร็วไปรึเปล่าที่ยอมให้อภัยแล้วก็ยกโทษให้มาร์คแบบนี้ แบมแบมก็จะตอบให้ฟังชัดๆว่า ไม่เลย มันไม่ได้เร็วเกินไป แล้วมันก็ไม่ได้ง่ายเกินไปเลยด้วย ตรงกันข้าม มันยาวนานและยากมากมาโดยตลอด พอถึงตอนนี้ แบมแบมก็ไม่อยากเสียเวลาไปกับอะไรอีกแล้ว เขาเบื่อที่จะเล่นซ่อนหา เพราะเกมบ้าๆนี่มันไม่เคยสนุกเลยสักนิด

 

 

มาร์คน่ะคิดเองเออเอง กลัวไปเองและตัดสินใจโดยไม่ถามถึงความต้องการของแบมแบม แล้วสุดท้ายก็มานั่งเสียใจกับสิ่งที่ตัวเองทำลงไป ส่วนแบมแบมก็สร้างกำแพงขึ้นมา ปิดกั้นการรับรู้และฝังตัวเองอยู่กับความเกลียดชังที่มันไม่เคยมีตัวตนอยู่จริง ถ้าในตอนนั้นมาร์คเลือกที่จะหยิบปัญหามาคุยกับแบมแบม หรือแบมแบมเลือกที่จะวางอคติแล้วเปิดใจ เขาก็อาจจะได้เห็นสิ่งที่มาร์คเขียนเอาไว้เร็วกว่านี้ แล้วเราก็คงไม่ต้องจมอยู่กับความเสียใจนานเท่านี้

 

บทเรียนของความเจ็บปวดที่ผ่านมาทำให้แบมแบมรู้แล้วว่ามันไม่มีประโยชน์อะไรเลยที่จะดื้อดึงถือทิฐิกันต่อไป ยิ่งเราวางมันลงได้เร็วมากเท่าไหร่ ความเจ็บปวดก็จะหายไปเร็วเท่านั้น

 

 

 

“แบม” เอ่ยเรียกทั้งๆที่เจ้าของชื่อก็ยังยืนอยู่ตรงหน้า เลื่อนมือไปจับมือบางทั้งสองข้างไว้ เกลี่ยนิ้ววนเบาๆบนหลังมือ ก่อนจะสบตาที่ตอนนี้ไม่ได้ร้องไห้แต่ยังมีร่องรอยของความบวมช้ำอยู่ของแบมแบม

“อื้อ?”

 

 

 

“ขอโทษนะ”

“รู้แล้ว”

 

 

 

 

“ขอโทษจริงๆนะ”

“ถ้าพูดอีกจะโกรธจริงๆแล้วเหมือนกันนะ”

 

 

มาร์คยิ้มออกมาเล็กน้อยแม้มันจะเห็นได้ชัดว่าเจือความรู้สึกผิดอยู่เต็มๆก็ตาม กระชับมือที่จับมือของอีกคนให้แน่นขึ้น

 

“ต่อจากนี้นายจะโกรธฉันก็ได้ จะลงโทษก็ได้ ทำได้ทุกอย่างเลย ยังไงฉันก็ตามง้อนายไหว” อุตส่าห์ทำหน้าเครียดแต่แบมแบมก็เผลอหลุดยิ้มออกมาจนได้ มาร์คน่ะ ไม่ว่าตอนไหนก็ไม่เคยพูดอะไรน้ำเน่าแบบนี้ออกมาสักครั้ง

 

“มั่นใจจังนะ”

“ที่จริงก็ไม่มั่นใจหรอก ช่วยอย่าใจร้ายมากเกินไปได้ไหมอ่ะ”

 

 

“ไม่ได้ ไหนบอกว่าทำได้ทุกอย่างไง”

“ครับๆ ยอมทุกอย่างเลยครับ”

 

 

 

พอเห็นว่าอีกคนเริ่มพูดยียวนกลับมาได้ แบมแบมก็คิดว่ามันดีแล้วล่ะ ที่ตัดสินใจถามมาร์คไปตรงๆแบบนั้น ถึงจะช้าไปนานมาก แต่สุดท้ายเราก็ได้เข้าใจเรื่องทั้งหมดจนครบ ไม่มีอะไรติดค้างอยู่ในใจอีกแล้ว

 

 

 

 

“เดี๋ยวนะ! แล้วตาบวมกันแบบนี้ พรุ่งนี้ไม่โดนด่ากันเละเลยเหรอ” อยู่ๆแบมแบมก็นึกถึงความจริงข้อนี้ขึ้นมาได้ พวกเขากำลังจะคัมแบ็คในอีกไม่กี่วัน ต้องเดินสายทำงานและเข้าบริษัท แจบอมกับจินยองเพิ่งจะบอกเมื่อเย็นว่าพรุ่งนี้มีคิวเข้าไปซ้อมที่บริษัท

 

 

“โอ้ย ถ้าพี่จินยองถามจะตอบว่าอะไรอ่ะ ยิ่งช่างสังเกตอยู่ .. มีแตงกวา หรืออะไรที่ช่วยประคบตาได้ไหมอ่ะ” แบมแบมยกมือตีหน้าผากตัวเองจนมาร์คต้องดึงมือออกแล้วลูบเบาๆให้เพราะรู้ว่าคงเจ็บแน่ๆ

 

“ในตู้เย็นน่าจะมีมั้ง จำได้ว่าเหมือนเคยเก็บไว้อ่ะ ไปดูดิ”

 

พูดจบก็เป็นฝ่ายดึงมือที่ไม่ยอมปล่อย พาแบมแบมออกมา รื้อตู้เย็นเอาแตงกวาที่โชคดียังเหลืออยู่นิดหน่อยจากตอนที่แบมแบมซื้อของมาติดตู้ไว้ หั่นบางๆแล้วเอาไปยัดไว้ในน้ำแข็งสักพัก ก่อนจะลากกันมานั่งที่โซฟาตัวยาว

 

 

แบมแบมเอนหลังพิงพนักโซฟาแหงนหน้าเอาแตงกวาโปะตา ไม่นานนักก็ต้องหยิบมันออกเมื่อรู้สึกว่ามีอะไรหนักๆมาทับ ก้มหน้าลงดูก็เห็นมาร์คถือวิสาสะนอนลงมาบนตักเอาแตงกวาทาบตาสบายใจเฉิบ

 

“มากไปละ” ตีแรงๆลงบนไหล่จนอีกคนร้องโอดโอย แต่ก็ไม่ยอมลุก ผลักก็แล้ว หยิกก็แล้วคนดื้อดึงก็ยังทิ้งน้ำหนักลงมาบนขาของเขาอยู่ดี แบมแบมเลยต้องจำยอมเพราะพูดไปก็ไม่น่าจะฟัง .. ฮึ จะยอมให้แค่วันนี้เท่านั้นแหละน่า

 

 

 

 

- MARKBAM RAPPER –

 

 

 

 

เปิดเพลงฟังพลางโปะแตงกวาได้ครึ่งชั่วโมง ก็แยกย้ายกันไปนอน มาร์คยืนยันที่จะเดินมาส่งแบมแบมหน้าห้องทั้งที่อีกคนปฏิเสธ .. มาร์คต้วนมันบ้าเหรอไง ประตูห้องก็ห่างกันไม่ถึงสองเมตร จะมาส่งหน้าห้องอะไรประสาทจริง!

 

 

“แบม .. ขอบคุณอีกครั้งจริงๆนะ ที่ยอมยกโทษให้ฉัน” มาร์ครั้งแบมแบมไว้หลังจากที่ลีลาหาเรื่องไม่ให้แบมแบมเข้าห้องมาตั้งนานสองนาน

“อ่าหะ”

 

 

 

 

“ที่จริงฉันเองก็ต้องขอบคุณนายเหมือนกัน .. ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง ทั้งเมื่อก่อนแล้วก็ตอนนี้” กำลังอยากจะพูดอะไรที่มันดูซาบซึ้งและมีสาระ แต่เสียงเข้มก็โพล่งแทรกขึ้นมาจนได้

 

“เปลี่ยนคำขอบคุณเป็นอย่างอื่นได้มะ”

“ไม่ได้!

 

“โธ่ ยังไม่ทันรู้เลยว่าเปลี่ยนเป็นอะไร รีบปฏิเสธจัง”

“จะอะไรก็ไม่เอาทั้งนั้นอ่ะ เชื่อได้เหรอไง หาเรื่องเอาเปรียบคนอื่นเขาอีกแล้วอ่ะดิ ไม่เอาอ่ะ นายไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะต่อรองได้เข้าใจไหมมาร์คต้วน”

 

“โอเค๊~

 

 

 

“ไปล่ะ ตาจะปิดแล้ว กู้ดไนท์” เป็นครั้งแรกเลยมั้งที่แบมแบมพูดอะไรแบบนี้

 

โว้ย ร้อนหน้าเป็นบ้า!

 

 

 

 

“ครับ”

 

แล้วประโยคตอบกลับมาก็เกือบทำแบมแบมน็อคเอาท์ ไอ้คำตอบรับสั้นๆกับการยิ้มแล้วขยิบตาข้างนึงส่งมาให้ ทำเอาภาพและเสียงที่นึกว่าตัวเองลืมไปแล้วย้อนกลับมาฉายซ้ำใหม่ในหัว

 

 

นอกจากอายุและทรงผมที่เปลี่ยนไปทุกอย่างก็ยังคงเหมือนเดิม พออคติที่บังตาหายไปแบมแบมก็เห็นมาร์คชัดขึ้นกว่าเดิม แล้วยิ่งไอ้การขยิบตาแล้วยิ้มให้นั่นน่ะ ชัดเลย!

 

 

มันซ้อนทับกับภาพวันวานที่ทำให้เขารู้จักกับอาการที่เรียกว่าใจสั่นเป็นครั้งแรก .. ตอนที่อีกคนขยิบตาส่งยิ้มให้แล้วพูดว่า secret ยังไงล่ะ

 

 

 

 

 

 

 

#มาร์คแบมแร็พเปอร์

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 170 ครั้ง

4,782 ความคิดเห็น

  1. #4782 EakKaJit (@EakKaJit) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2562 / 15:10
    ฮื้อ รอโมเม้นนี้มานาน
    #4782
    0
  2. #4756 Spices_smile (@igot7ibambam) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 07:03
    ในที่สุดดด เเอเเงงงงง
    #4756
    0
  3. #4737 Icedly (@Icedly) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 17:09
    งิ้ออออออออออ ขอให้อย่ามีไรมาทำให้ทั้งคู่เสียใจอีกเลยนะ
    #4737
    0
  4. #4729 7togi (@7togi) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 08:34
    เราร้องไห้ตามทั้งคู่อ่ะ เหมือนทุกอย่างที่มันอึดอัดมาต้องมันโดนปลดล็อกอ่ะ น้ำตาไหลตอนน้องแบบถามมาร์คว่าทำไมน้องเป็นเดียวที่ไม่รู้ มันหน่วงอ่ะ ดีนะเป็นการหน่วงระยะสุดท้าย

    ^^
    #4729
    0
  5. #4705 Lookshin (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 14:15

    กรี้ดดด เค้าเข้าใจกันแล้วจ๊ะแม่จ๋า แอร้ยยยยย

    #4705
    0
  6. #4691 YanisaCH (@YanisaCH) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 09:16
    ในที่สุดก็เข้าใจกันนนน
    #4691
    0
  7. #4658 Nattcha Kua (@auiiiieie) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2561 / 18:34

    แอ้้้้ยยยยยยยยยยยยยยยแขนนนนนน เอ้ยเขินนนนนนนนนนนนนนนน ตะหมูกบานนนน ถถถถ


    #4658
    0
  8. #4629 tide2537 (@tide2537) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2561 / 12:09
    หึ๋ยยยยย...น่ารักอะ
    #4629
    0
  9. #4616 ปาปัว?นิ?วกินี? (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2561 / 21:09

    อูย​ หวานกันมาก​ แบบมาร์คคนเดิมหายไปไหน

    ตาอาจไม่หายบวมนะเพราะน้ำตาลขึ้น

    #4616
    0
  10. #4584 hiddenhills (@hiddenhills) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2561 / 01:23
    ดีจังงงงงงT_T
    #4584
    0
  11. #4582 hiddenhills (@hiddenhills) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 03:35
    ถ้าแบมไม่เริ่มมาร์คก็คงไม่ได้ขอโทษและอธิบายซักทีเนอะ ฮือออออออดีใจอะเค้าเข้าใจกันแล้วววววว
    #4582
    0
  12. #4543 namtarn_zapp (@namtarn_zapp) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 มีนาคม 2561 / 08:23
    ประทับใจช้อยมากค่าาาา
    #4543
    0
  13. #4522 agasep2 (@Agasep) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:51
    ฮือออ ในที่สุดก็เข้าใจกันซะที ดีใจมากที่น้องเข้าใจ ต่อไปก็หวานกันมากๆเลยนะ
    #4522
    0
  14. #4500 MBMyLove (@MBMyLove) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2560 / 07:22
    อ่านไปร้องไห้ไป คนอ่านก็อินร้องไห้หนักกว่าแบมอีกค่ะ ???????????????????? ไรท์เขียนดีมากเลยค่ะ ขอแตงกวาโปะตาด้วยค่ะ
    #4500
    0
  15. #4478 ChayapornSs (@ChayapornSs) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2560 / 17:17
    กรี๊ดดดดด ฮื่อ ขอบคุณจริงๆขอบคุณแบมที่ไม่หนีแล้วยอมถามมาร์คTT
    #4478
    0
  16. #4410 grapeberryz (@grapeberryz) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2560 / 01:46
    คนอ่านก็ร้องไห้จนตาบวม ขอแตงกวาด้วยยย
    #4410
    0
  17. #4305 Aely (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2560 / 15:21
    ร้องไห้ตาบวมกันน่าดู แต่ดีแล้วที่กลับมาเข้าใจกันเหมือนเดิม
    #4305
    0
  18. #4263 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2560 / 12:23
    กว่าจะปรับความเข้าใจกันได้ ดูสิปล่อยให้เวลาผ่านมาต้องทนปวดใจกันตั้งนานขนาดไหนเนี่ย
    #4263
    0
  19. #4226 อีฟ กันต์พิมาร์ค (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2560 / 19:23
    เหลืออีกหลายตอนเลย จะมีม่าไหมอ่ะ ฮื้อออ. เบื่อความคิดบวกของตัวเองและเหนสปอนมาบ้าง เลยอ่านไม่อินทั้งที่จริงเนื้อหาชวนเสียน้ำตามาก ฮรืออ ไรท์แต่งได้ดีจริมๆ ถ้าไม่ติดว่าอ่านเนื้อเรื่งช่วงตอนเศร้าที่ทำงานก้จ้องมีเสียร้ำตาย้างแหละ แต่เกบอาการเพราะแอบอ่าาใต้โต้ทำงาน55+ 😭😂😁😘😍
    #4226
    0
  20. #4184 Jerry Fern (@jerryfern) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2560 / 00:38
    รุกน้องขนาดนี้ไม่ตามเข้าไปนอนในห้องด้วยเลยล่ะ
    #4184
    0
  21. #4157 @fujinoii (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2560 / 17:05
    กว่าจะปรับความเข้าใจกันได้ทั้งคู่เลย ต้องเสียน้ำตากันไปหลายปี๊บ แต่ก็ดีใจที่เค้าเข้าใจกันแล้ว
    #4157
    0
  22. #3915 ojay2 (@Ojay) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2560 / 22:10
    งุ้ยยยยยย เข้าใจกันแล้วนะ รอความหวานมาเลยยยยยยย หลังจากน้ำตาไหลพรากไปหลายตอนนนนน
    #3915
    0
  23. #3790 toto (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2560 / 10:26
    เค้าจะหวานกันละน้าาาาาา
    #3790
    0
  24. #3641 ~AnNiE~ (@whitetiar) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 23:57
    โง้ยยยยยยยย
    หลังจากดราม่าน้ำตาคลอมาหลายตอน
    ก้อได้มีของหวานๆ มาฝากเราแร้ววววว
    #3641
    0
  25. #3612 yamroll choco (@yamrollchoco) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 27 เมษายน 2560 / 13:34
    โอ๊ยยยยยยย มาร์ค ต้วนน่าหมั่นไส้ ได้ทีแล้วเอาใหญ่เลยนะ หึ! แล้วหลังจากนี้มีอะไรก็คุยกันตรงๆนะ
    #3612
    0