Vampire Twilight | Lavender Blue

ตอนที่ 6 : sixth : Quileute

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 749
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 86 ครั้ง
    14 มี.ค. 62


*ไทม์ไลน์ในเรื่องเริ่มที่ ภาคสอง นะคะ*

Quileute




           “ว่าแต่นายคุยอะไรกับแพททริคเหรอ” เธอถามเรื่องที่สงสัยเมื่อเข้ามาในรถแล้ว และที่กล้าถามเพราะแพททริคที่ยืนจ้องเป็นเงาแค้นอยู่หน้าบ้านไม่มีทางได้ยินแน่ๆ

            “ก็... คุยกันแบบผู้ชายน่ะ ไม่มีอะไรมากหรอก” เจคอบหันมายิ้มให้เธอและถอยรถออกจากซอง

            “แล้วเราจะไปไหนกันเหรอ”

            “ตอนนี้ยังไม่มืดเท่าไหร่ ฉันว่าจะพาเธอไปเดินเล่นนิดหน่อยแล้วค่อยไปหาอะไรกินกัน” เจคอบเงียบไปเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ “เอ่อ... แต่ถ้าเธอไม่ชอบเราไปกินกันเลยก็ได้นะ”

            “ไม่เป็นไรหรอก ฉันอยากเห็นรอบๆนี้ด้วย” เจคอบยิ้มรับและขับรถตรงไปทางหาดลาพุช

            บรรยากาศในรถไม่มีเสียงคุยมากนอกจากการถามของเธอเป็นระยะ เสียงเพลงที่เปิดไว้เบาๆ แต่ก็ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกอึดอัด ไม่รู้สิ –

            เขาเหมือนคนที่ไม่ต้องพูดก็รู้ว่าเราชอบอะไร

            เจคอบให้ความรู้สึกเหมือนอยู่กับแพททริคแค่เธอไม่ได้รู้สึกกับเขาเหมือนพี่ชาย เขาอบอุ่น ดูพึ่งพาได้และแน่นอนว่าจากการคุยกันหลายๆครั้งเขาเป็นคนเลือดร้อนเหมือนแพททริคไม่มีผิด

            ส่วนคนที่โดนนินทาอยู่ในใจนั้นกำลังกลั้นยิ้มอย่างหนัก ถ้าถามว่าเขาคุยอะไรกับแพททริค คำตอบคือเขาทวงสัญญา วันที่สี่ที่ไปบ้านของพี่น้องนีลสัน เขากับแพททริคดวลเกมกับและผลคือเขาชนะ คำขอของเขาคือพาโรเซลีนไปออกเดต

            จริงๆเขาจะพาไปตั้งแต่วันถัดไปแต่ติดที่ว่าเบลล่ามีปัญหานิดหน่อยจึงเลื่อนมาเป็นวันนี้แทน

            “จะว่าไป...” โรเซลีนลากเสียงยาว “นี่นับเป็นเดตแรกของพวกเราหรือเปล่า”

            เธอไม่กลัวหน้าแตกหรอกเพราะเธอพอจับได้ว่าลางๆว่าเจคอบก็น่าจะรู้สึกกับเธอบ้าง ถึงจะไม่รู้ว่ารู้สึกแค่ไหนแต่ก็คงมากพอถึงขั้นชวนเธอออกเดต

            “เธอคิดงั้นเหรอ”

            “อ้าว ไม่ใช่หรอกเหรอ” เธอพูดเสียงเบาเหมือนพึมพำกับตัวเองมากกว่า หน้าแตกเลยไหมล่ะ

            “ที่ฉันจะพูดคือวันนี้เรามีเวลานิดเดียวอย่านับว่าเป็นเดตเลย” โรเซลีนหันขวับ “เอาไว้ฉันจะไปขอเธอเดตจริงๆจังๆอีกที”

            “อ้อ โอเค เอ่อ... ได้เลย” โรเซลีนรู้สึกว่าสมองตีรวนไปหมด เขาเล่นพูดตรงๆแบบนี้เธอจะตอบอะไรได้

            “เธอชอบป่าไหม” เจคอบชวนคุยต่อ

            “ตอนฉันอยู่อังกฤษฉันเข้าป่าทุกวันเลยนะ” เธอคุยโอ่ ถึงจะเป็นการเข้าไปฝึกเวทย์ก็เถอะ คิดมาถึงตรงนี้เธอก็ชะงัก ถ้าเกิดว่า... เจคอบรับไม่ได้ล่ะ? ถ้าเกิดว่าเขาคิดว่าเธอเป็นพวกแปลกประหลาด จะทำยังไงดี?

            “เป็นอะไรไป เงียบเชียว”

            “เจคอบ” โรเซลีนเรียกเสียงจริงจัง เธอหันหน้าไปหาเขาที่กำลังตั้งใจขับรถอยู่และพระเจ้า –

            สันกรามของเขาน่าลูบชะมัดเลย

            ไม่ได้สิ จริงจังก่อน โรเซลีนสะบัดหัวไล่ความคิดไร้สาระออกไป เจคอบอมยิ้มกับการกระทำน่ารักนั่น ไม่รู้สิ เขารู้สึกว่าเธอน่าเอ็นดูไปหมดทุกอย่าง

            “นายเชื่อเรื่องลี้ลับไหม พวกเรื่องเหนือธรรมชาติอะไรพวกนี้”

            “เช่นอะไรล่ะ?”

            “อย่างพวกแม่มด” อย่างเธอนับเป็นแม่มดได้รึเปล่านะ แต่ใช้คำว่าผู้ใช้เวทย์ก็ดูจะเจาะจงไปหน่อย เอาเป็นว่าใช้คำกว้างๆไว้ก่อน “แวมไพร์ มนุษย์หมาป่า”

            “เธอถามทำไม” โรเซลีนสังเกตว่าข้อนิ้วของเจคอบเคลื่อนตัวนิดหน่อย เหมือนกับว่าเขาบีบพวงมาลัยแน่นขึ้น แต่เขาจะบีบทำไมล่ะไม่มีเหตุผลสักหน่อย เธอปัดความคิดนี้ตกไป

            “ฉันเรียนวรรณกรรมมาน่ะวันนี้ เลยสงสัยว่าโลกนี้มีคนเชื่อเรื่องพวกนี้กี่มากน้อย” โรเซลีนยังคงแถต่อไปอย่างราบรื่น สกิลการแถของเธอตั้งแต่สมัยอยู่ Middle school ถูกงัดออกมาใช้

            “เธอคิดว่ายังไงล่ะ กับพวกแวมไพร์ มนุษย์หมาป่า”

            “ฉันถามนายก่อนนะ” เจคอบเหล่มองปากอิ่มที่บู้บี้เล็กน้อยคล้ายขัดใจ เขานึกอยากยื่นหน้าไปบดจูบให้หายหมั่นเขี้ยว แต่ถ้าทำแบบนั้นโรเซลีนคงได้เตลิดไปก่อน

            “ฉันอยากรู้ความคิดเธอนี่”

            “ถ้าฉันตอบแล้วนายห้ามบ่ายเบี่ยง” เจคอบพยักหน้า “แวมไพร์สำหรับฉันมันน่ากลัวนะ ฉันเคยฝันร้ายถึงแวมไพร์ด้วยแหละตอนเด็กๆ เขี้ยวแหลมแถมยังกินเลือดคนอีก”

            “แล้วมนุษย์หมาป่าล่ะ” โรเซลีนนิ่งไป มนุษย์หมาป่าเหรอ?

            “ไม่รู้สิ คงเฉยๆล่ะมั้ง”

            “เฉยๆ?”

            “คือฉันไม่ค่อยรู้เรื่องเกี่ยวกับมนุษย์หมาป่าน่ะเลยไม่แน่ใจว่าเราสมควรกลัวไหม ทีนี้ตานายแล้ว”

            “ฉันเชื่อนะ” โรเซลีนทำหน้าเหลือเชื่อ “จริงๆ และฉันก็คิดว่าพวกแวมไพร์คือพวกที่เราควรอยู่ห่างให้มากที่สุด พวกเขาอันตรายและกินเลือดคนแต่กับพวกหมาป่า ฉันว่าพวกเขาคงใจดี”

            “นายรู้ได้ยังไงว่าพวกเขาใจดี?”

            “เอาเป็นว่าเราไปถึงที่เดินเล่นเมื่อไหร่ฉันจะเล่าให้เธอฟังแล้วกัน”

  

            เจคอบขับรถพาโรเซลีนมาทางชายป่าฝั่งบ้านเขาและเลยหาดลาพุชไปหน่อย เมื่อลงจากรถสิ่งแรกที่เธอสัมผัสได้คือกลิ่นป่าที่แสนจะสดชื่นและอากาศบริสุทธิ์

            โรเซลีนยิ้มอย่างพอใจทำให้เจคอบที่แอบสังเกตสีหน้าเธออยู่ถอนหายใจ

            อย่างน้อยซ้อมเดทแรกก็ถือว่าไปได้ดี

            “เดินไปคุยไปดีกว่า ตรงนู้นมีดอกไม้สวยๆเยอะเลย” โรเซลีนพยักหน้าและเดินตามเจคอบไป เมื่อเดินผ่านชายป่าไปเรื่อยๆทั้งสองคนก็มาหยุดตรงหน้าผาเล็กๆ

            “เอาล่ะ นายจะบอกฉันได้รึยัง” เธอหันไปถาม

            “เธออยากรู้จริงๆเหรอ” โรเซลีนหรี่ตาใส่เจคอบ ท่าทางเธอดูพร้อมจะเค้นคอเขาทุกเมื่อ “ไม่ต้องหรี่ตาใส่ฉันก็เล่าให้ฟังแล้วคนสวย”

            โรเซลีนยิ้มรับ ใช่ เธอสวย

            “ที่ตรงนี้ไปจนถึงลาพุช เป็นเขตสงวนของเผ่าฉัน” เจคอบอธิบายและไม่แปลกใจที่คนสวยข้างหน้าเขาทำหน้าประหลาด

            “เผ่า? นายหมายถึงพวกเผ่าอินเดียนแดงน่ะเหรอ?” โรเซลีนถามกลับอย่างไม่แน่ใจนัก เธอเคยได้ยินเรื่องเกี่ยวกับชนเผ่าพื้นเมืองของอเมริกามาบ้างแต่ไม่คิดว่าจะมีคนใกล้ตัวเป็นคนในเผ่า

            “ไม่ใช่หรอก เผ่าฉันชื่อควิลยูต เราเป็นลูกหลานของหมาป่า”

            “ฮะ? นายหมายถึงหมาป่า แบบว่า หมาป่าจริงๆ”

            “ใช่ มันเป็นตำนานของเผ่าเราน่ะ” เจคอบยิ้มให้โรเซลีน มือหนาๆของเขายกขึ้นจับปอยผมของเธอที่โดนลมพัดจนตีหน้าทัดหูให้

            กิริยาที่ดูลื่นไหลเป็นธรรมชาติของเขาเล่นเอาโรเซลีนชะงัก ความอยากรู้อยากเห็นเรื่องเผ่าเขาหายไปเปลี่ยนเป็นอยากรู้เรื่องของเขาแทน เร็วเข้าโรส คิดหาเรื่องคุยเร็ว อย่าให้เขาจับได้ว่าเธอกำลังเขิน

            “เอ่อ... นายก็เลยคิดว่าพวกหมาป่าใจดีงั้นสิ”

            “ใช่ ก็ฉันเป็นลูกหลานเขานี่นา” เจคอบยิ้ม สายตาเขาดูแพรวพราวเหมือนจับได้ว่าเธอกำลังรู้สึกยังไง

            “นายลำเอียงชะมัด” โรเซลีนแกล้งทำเสียงขึ้นจมูกปกปิดอาการเขินของเธอที่กำลังก่อตัว

            พระเจ้า ถ้าเจคอบจับได้ว่าหน้าเธอแดง สาบานได้ คราวหน้าเธอจะโบกรองพื้นมาสามชั้น

            “แล้ว เธอว่าไง” โรเซลีนหันไปมองเขาและเห็นว่าเขากำลังทำหน้าจริงจังจนเธอนึกสงสัย “เรื่องหมาป่า เรื่องเผ่าฉัน เธอคิดว่าไง”

            “ก็ถ้านายยืนยันแบบนี้ก็ไม่มีเหตุผลที่ฉันจะต้องเกลียดหมาป่านี่ อีกอย่าง ฉันว่าพวกเขาคงไม่ทำร้ายเพื่อนของลูกหลานเขาหรอก ใช่ไหม”

            “แน่นอน”


-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Talk with writer

    แต่งไปแต่งมาทำไมไรท์รู้สึกว่าน้องโรสกับอิพี่เจคหื่นหลบในกันจังเล้ย เป็นงง55555555

     พี่เจคก็คือใส่ไฟแวมไพร์เว่อ อย่ายุ่งน้า ไม่ดี น่ากลัว บลาๆ ตัดภาพมาที่หมาป่า ใจดีมากน้า ไม่ทำร้ายคนหรอก รู้เลยนะคะว่ามาจากเผ่าไหน

     ขอให้สนุกกับการอ่านค่า

B
E
R
L
I
N
?
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 86 ครั้ง

47 ความคิดเห็น

  1. #17 Nattawadee1808 (@Nattawadee1808) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 13:08

    รออ่านอยู่นะค่ะ
    #17
    0
  2. #16 weareone57 (@weareone57) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 มีนาคม 2562 / 23:36
    มาต่อเร็วนะค่า
    #16
    0
  3. #14 PP M (@phrawmanormal369) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 มีนาคม 2562 / 12:07

    ชอบความใส่ไฟนี้ค่ะ 555 รอต่อนะคะ สู้ๆ
    #14
    1
    • #14-1 toujoursourk (@fristkatgel) (จากตอนที่ 6)
      14 มีนาคม 2562 / 15:56
      ชอบใครก็ได้ที่ไม่ใช่แวมไพร์ /เจคอบไม่ได้กล่าว
      #14-1
  4. #13 岭飞 (@Potae-kamui) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 มีนาคม 2562 / 11:46
    ไม่มีการผูกจิตกันเหรอคะ หรือว่าเจคอบยังไม่ได้กลายเป็นหมาป่า//ไม่รู้ว่าเจคอบกลายเป็นช่วงภาคไหน555
    #13
    1
    • #13-1 toujoursourk (@fristkatgel) (จากตอนที่ 6)
      14 มีนาคม 2562 / 15:55
      เจคอบเป็นภาคนี้แหละค่า แต่ช่วงกลางๆภาค ตอนนี้แค่ต้นภาค
      #13-1