คัดลอกลิงก์เเล้ว

[fic Chanbaek]

โดย First4eyess

...ชั้นแอบคนคนนึงอยู่ แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มยังไง นายช่วยสอนชั้นหน่อยได้มั๊ย? ...

ยอดวิวรวม

737

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


737

ความคิดเห็น


1

คนติดตาม


10
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  27 ต.ค. 56 / 16:03 น.
[fic Chanbaek] | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
 ChanBaek 

 

“ชั้นแอบชอบอี้ชิงอยู่ ชั้นต้องทำยังไงดี?”

 ปาร์ค ชานยอล

 

[EXO] แบคฮยอน (No makeup) :

 “ชั้นแอบชอบพี่คริสอยู่เหมือนกัน จะเริ่มยังไงดี?”

บยอน แบคฮยอน

 

 

 

เนื้อเรื่อง อัปเดต 27 ต.ค. 56 / 16:03


Title:สอนภาษารัก

Fic : Chan x Baek

Rate: 17+
 

 

 

“เฮ้ แบค รอหน่อย!!!” เสียงชานยอล เพื่อนบ้านของแบคฮยอนร้องเรียก ชานยอลกับแบคฮยอนเป็นเพื่อนบ้านกัน พ่อแม่ของทั้งคู่ก็มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ถึงแม้ครอบครัวชานยอลเพิ่งย้ายบ้านมาได้ไม่นาน แต่เพราะความอัธยาศัยดี ทำให้สนิทกับครอบครัวของแบคฮยอนได้อย่างรวดเร็ว และทุกวันชานยอลกับแบคฮยอนจะเดินกลับบ้านด้วยกัน มีหลายครั้งที่เพื่อนในห้องแซวว่าเป็นแฟนกันหรือเปล่า แต่ทั้งคู่ต่างก็บอกเพื่อนว่า มีคนที่ชอบอยู่แล้ว

“ไหนบอกว่าเลิกช้าไง”

“ก็ทำงานเสร็จพอดี เลยได้กลับ อีกอย่างกลัวว่านายจะเหงาถ้าเดินคนเดียว ^++++^ ” ชานยอลชอบหยอกแบคฮยอนแบบนี้เป็นประจำ

“แหวะ !! ทำเป็นพูดดี ไอ้โย่ง” แบคฮยอนแลบลิ้นใส่อย่างหมั่นไส้อย่างที่ทำเป็นประจำ

“ชั้นก็แค่ซ้อมไว้พูดกับพี่เลย์สุดสวยหรอกน่า ไอ้หมา” ชานยอลพูดพร้อมกับทำหน้าฟินเมื่อพูดถึง เลย์

“ชั้นรู้แล้วน่า ไม่ได้คิดอะไรซักหน่อย ถ้าเป็นพี่คริสพูดก็ว่าไปอย่าง” แบคฮยอนทำหน้าเคลิ้มเมื่อพูดถึงรุ่นพี่ที่ตนแอบชอบ

 

....แต่ในความเป็นจริงแล้ว การแสดงท่าทางเหล่านั้นของทั้งสองคน มันตรงกันข้ามกับหัวใจโดยสิ้นเชิง

 

 วันเสาร์

 

“แบควันนี้แม่ไม่อยู่อ่ะ ไปนอนบ้านนายได้ป่ะ” ชานยอลชะเง้อหน้าผ่านกำแพงบ้านเตี้ยๆ ที่คั่นกลางระหว่างสองบ้าน

“ก็ได้ วันนี้แม่ชั้นก็ไม่อยู่เหมือนกัน ไปหาพ่อที่ต่างประเทศ กลับอาทิตย์หน้านู่น” แบคฮยอนพูดพร้อมยู่ปาก

“ฮ่าๆๆ เป็นหมาหงอยเลยอ่ะดิ แม่ไม่อยู่”

“ทำเป็นปากดี นายก็หงอยเหมือนกันนั่นแหละ ถึงได้มาขอนอนบ้านชั้นอ่ะ”

“เออๆๆ ไม่เถียงแล้วก็ได้ ว่าแต่บ้านนายมีไรกินป่ะ หิว” ชานยอลพูดพร้อมทำหน้าหงอยกับลูบท้องเบาๆ

“แล้วไม่ทำกินเองล่ะ”

“ถ้าทำเป็นชั้นไม่ง้อนายหรอก”

“ปากดี จะทำให้กินดีมั๊ยเนี่ย”

“ครับๆๆๆ ผมไม่พูดแล้วครับ” ชานยอลพูดพร้อมทำมือรูดซิปปากและก้มหน้าสงบเสงี่ยม ทำเอาแบคแอบลอบยิ้มในความทะเล้นของชานยอล

...ทำชั้นยิ้มแต่เช้าเลยนะ ไอ้เอ๋อ ^_^....

 

ชานยอลเข้าออกบ้านแบคเป็นปกติ เพราะทั้งสองครอบครัวสนิทกัน มีบางครั้งที่แม่ชานยอลไม่อยู่ ชานยอลก็จะมานอนบ้านแบค หรือถ้าแม่แบคไม่อยู่ แบคก็จะมานอนบ้านชานยอล ...จนบางทีบางครั้งคนแถวนั้นก็สับสนว่าไหนบ้านยอลไหนบ้านแบค (ไรท์ : นอนบ้านกันก็จริงแต่ไม่ได้นอนห้องเดียวกันนะครับ ต่างฝ่ายต่างมีห้องรับรองแขกครับ)

 

“นี่ ติวคณิตให้หน่อยดิ ชั้นอ่านเท่าไหร่มันก็ไม่เข้าหัวซักที จะสอบแล้วด้วย”

“ก็เพราะเวลาเรียนนายมัวแต่หลับน่ะสิ เลยไม่เข้าใจ”

“ก็ชั้นเบื่อนี่นา สูตรอะไรไม่รู้เต็มไปหมด ใครจะไปจำได้ ” แบคฮยอนยู่ปาก ชานยอลที่มองอยู่ก็ขำเล็กๆ ออกมา

...จะน่ารักไปถึงไหนกัน แบคฮยอน...

 

หลังจากที่ชานยอลกินข้าวเสร็จ ทั้งสองก็นัดกันเอาหนังสือมาติวที่โซฟา โดยมีชานยอลเป็นติวเตอร์คณิต

“โอ๊ย ข้อนี้ยากอ่ะ ข้ามได้ป่ะ”

“นี่แน่ะ ไอ้หมา นายข้ามมาจนจะสิบข้อแล้วเนี่ย ลองทำดูก่อนสิ” ชานยอลเอาดินสอตีที่หน้าผากแบคฮยอนเบาๆ

“ก็มันยากอ่ะ”

“แล้วเวลาสอบนายคิดว่าอาจารย์จะออกง่ายๆ หรือไงล่ะ?”

“ก็ได้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ฮึ่ย!!” แบคฮยอนก้มหน้ามุ่ยแก้โจทย์อีกครั้งโดยมีชานยอลเป็นคนคอยแนะนำห่างๆ ถ้าทำผิดก็จะได้มะเหงกน้อยๆ จากชานยอลข้อหา สอนแล้วไม่จำ

 

 

“นี่แบคฮยอน ชั้นว่านะ สอนไปแบบนี้นายก็ไม่จำหรอก เพราะชั้นบอกคำตอบนายง่ายไป นายก็ลืมหมด...ต่อไปนี้ถ้านายถามชั้น ต้องมีข้อแลกเปลี่ยน” ชานยอลเสนอความคิด

“ข้อแลกเปลี่ยนอะไร?”

“ถ้านายถามคำถามซ้ำ ชั้นจะจูบนาย 1 คำถาม 1 จูบ”

“เฮ้ย จะบ้าหรอ? >////<

“ไม่บ้าหรอก ก็นายถามชั้นแต่สูตรเดิมๆ วนไปวนมาอยู่เนี่ย -_-

“แต่ว่า.....ชั้น.....”

“??????”

“ชั้นไม่เคยจูบใคร ถ้าจะมีครั้งแรก ขอเป็นคนที่ชั้นชอบไม่ได้รึไงเล่า !!!

“งั้นก็ถือซะว่าเป็นการซ้อมจูบ เพื่อเอาไปใช้จริงกับพี่คริสของนายล่ะกัน” พูดเองก็เจ็บเอง ชานยอลเอ๊ย

“นายก็จะได้เอาไปใช้กับพี่เลย์ใช่มั๊ยล่ะ?”

“อืม”

        การติวหนังสือจึงดำเนินต่อไปอย่างเงียบๆ และอึดอัดยิ่งกว่าเดิม ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเงื่อนไขการจูบ หรือเป็นเพราะประโยคที่ประชดกันเมื่อกี๊กันแน่

 

“ชานยอล?”

“ว่า?”

“ชั้น....ลืมสูตรข้อนี้ไปแล้ว” แบคฮยอนบอกพร้อมกับหน้าแดง ทำเอาคนที่ฟังก็หน้าแดงไปด้วย...

“จำเงื่อนไขได้ใช่มั๊ย?”

“อือ”

แบคฮยอนก้มหน้า เพื่อซ่อนความอาย โดยที่ไม่รู้เลยว่าท่าทางนั้นมันน่ารักสำหรับคนมองอย่างชานยอลแค่ไหน ชานยอลค่อยๆ เชยคางให้แบคเงยหน้าและประกบริมฝีปากลงอย่างนุ่มนวล .....สูตรข้อนี้  ชั้นคงจำได้ไม่มีวันลืมเลยล่ะ ...บรรยากาศรอบข้างเต็มไปด้วยความเงียบงัน มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นแรงจนไม่รู้ว่าของใครเป็นของใคร จูบที่เนิบนาบ และเนิ่นนานดำเนินไปอย่างละมุน ชานยอลค่อยๆ สอดลิ้นเข้าไปในปากแบค  แต่ก็ต้องชะงัก เมื่อแบคฮยอนรีบผละออก เมื่อทั้งคู่ผละออกจากกัน ต่างฝ่ายต่างก็เขิน แบคฮยอนรีบก้มหน้าไปที่แบบฝึกหัด ส่วนชานยอลก็เกาท้ายทอยแก้เขิน

 

“นายไม่เคยจูบใครเลยจริงๆสินะ” ชานยอลพูดเป็นเชิงล้อเลียน ทำเอาแบคหน้าแดงไปถึงหู

“ก็ใช่ไง เลิกตอกย้ำซักที แล้วก็อธิบายสูตรนี้มาเร็วๆ เลย” แบคฮยอนโวยวายกลบเกลื่อน

“ชั้นว่า พี่คริสเค้าคงไม่ชอบจูบแบบเด็กๆ แบบนี้หรอก”

“แล้วไงอ่ะ ก็คนมันไม่เคยหนิ”

“ให้สอนให้มั๊ย?”

.

.

.

.

“อืม >///////<

 

        หัวใจของทั้งสองคนต่างก็พองโตอีกครั้ง ถึงแม้ในใจจะคิดว่าอีกฝ่ายคงเห็นตัวเองเป็นแค่ตัวแทนของคนที่แอบชอบ แต่อย่างน้อยก็เป็น “จูบแรก”...ของกันและกัน....แค่นี้ก็ลืมไม่ลงแล้ว

 

ชานยอลโน้มหน้าเข้ามาหาแบคฮยอนอีกครั้งและประกบปากอีกฝ่ายอย่างนุ่มนวล ชานยอลใช้ลิ้นดุลปากแบคเพื่อ บอกให้อ้าปาก แบคฮยอนก็ยอมทำตามแต่โดยดี จูบครั้งนี้เต็มไปด้วยความรู้สึกมากมายที่ทั้งสองฝ่ายมอบให้กันด้วยความรู้สึกจริงๆ จึงดูเป็นจูบที่ดูดดื่มและนุ่มนวลของทั้งคู่ เสียงหัวใจที่เต้นประสานกันของทั้งสองดวง แทบจะทะลักออกมาจากอก เพราะเปี่ยมล้นไปด้วยความสุข

....ชั้นชอบนาย ชานยอล....

....ชั้นรักนายมากนะ หมาน้อย...

 

คำบอกรักที่ดังก้องในใจ ที่เก็บไว้มานานแต่ไม่กล้าพูดออกไปเพราะกลัวเสียเพื่อน มันกำลังร้องลั่นอยู่ในหัวทั้งคู่ สติที่มีเริ่มคล้อยไปตามอารมณ์จูบ ความต้องการที่อัดอั้นมานานกำลังพรั่งพรูออกมา จูบที่นุ่มนวลเริ่มร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ มือหนาเริ่มเลื้อยไปในเสื้อของร่างเล็กโดยที่ยังจูบกันอยู่ ส่วนมือเล็กๆก็ขยุ้มไปที่ไรผมท้ายทอยของอีกคนตามอารมณ์ ชานยอลค่อยๆโน้มตัวลงมาที่แบคฮยอน และไซร้จมูกไปทั่วหน้า และลำคอ แบคฮยอนเองที่ตอนนี้สติเริ่มไม่อยู่กับเนื้อกับตัวก็ปล่อยร่างกายไปตามอารมณ์

ร่างสูงที่เห็นทีท่าแบบนั้นก็ยิ่งได้ใจ เริ่มซุกไซร้ร่างเล็กมากขึ้นตามที่ต้องการ มือที่ลูบไปตามแผ่นหลังและหน้าท้องของแบคยังทำหน้าที่ไม่หยุด ริมฝีปากก็ขยับไปพรมจูบทั่วทั้งใบหน้าและลำคอ กลิ่นหอมของแบคฺฮยอนกำลังทำให้ชานยอลปั่นป่วนไปทั้งตัว

 

“อะ....เอ่อ...ชานยอล” แบคฮยอนเรียกสติคืนกลับมาได้

“เอ่อ....คือ...” ชานอยลผละออกและพยุงให้แบคลุกขึ้นมานั่งเหมือนเดิม

“........”

“........”

 ต่างฝ่ายต่างตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง

 

...ไอ้ชานยอล แกทำอะไรลงไปวะ แล้วต่อไปนี้จะมองหน้าแบคยังไง เค้าจะโกรธเรามั๊ยนะ? ทำไมแกไม่รู้จักควบคุมอารมณ์ให้มากกว่านี้ แบคฮยอนชอบพี่คริสนะ ไม่ใช่แก ชานยอล...

 

...ให้ตายสิแบคฮยอน นายทำอะไรอยู่ แล้วแบบนี้ชานยอลจะรู้ความลับของเรามั๊ยนะ? แล้วชานยอลจะเกลียดเรารึป่าว ชานยอลมีคนที่ชอบอยู่แล้วนะ ทำไมนายทำตัวน่ารังเกียจแบบนี้ แบคฮยอน....

 

“ชั้นไปเข้าห้องน้ำแป๊บนะ” แบคฮยอนเป็นฝ่ายทำลายความเงียบ พร้อมเดินเข้าห้องน้ำไป ปล่อยให้ชานยอลเกิดความคิดที่ว่า “แบคอาจจะเกลียดเราแล้ว”

 

ไม่นานแบคฮยอนก็กลับมานั่งที่เดิม และชวนชานยอลติวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ...นั่นสินะ เราไม่ใช่พี่คริสหนิ

“ถ้านายจูบพี่คริส เหมือนที่จูบชั้นเมื่อกี๊ พี่เค้าคงชอบ” ชานยอลเอ่ยออกมาทำงายความเงียบ

“จริงหรอ...ชั้นว่าพี่เลย์ก็คงชอบจูบของนายเหมือนกัน..”

 

        ทั้งๆที่ต่างคนต่างไม่ชอบที่ต้องพูดถึงคนอื่นเมื่ออยู่ด้วยกัน แต่กลับต้องพูดออกมาเพื่อเตือนตัวเองว่า อีกฝ่ายมีคนที่ชอบอยู่แล้ว หรือเรียกสั้นๆว่า เจียมตัวนั่นแหละ

         

“ชานยอล ถ้านายเป็นพี่คริส นายอยากให้ชั้นทำอะไรเพื่อแสดงออกถึงความรัก”

“ถ้าชั้นเป็นพี่คริสหรอ? ..... เซ็กซ์มั้ง ?” ชานยอลพูดติดตลก

“ไอ้บ้า ไอ้ทะลึ่ง!!!” แบคคว้าหมอนอิงใบเล็กๆ ปาเข้าที่หนเของชานยอลแก้เขิล

“ฮ่าๆๆๆๆ ทะลึ่งตรงไหน ใครๆ เค้าก็ทำกันทั้งนั้นแหละ และถ้านายเป็นแฟนพี่คริส ซักวันนายก็ต้องเจอ นายหนีเรื่องแบบนี้ไม่พ้นหรอก”

“แสดงว่าถ้านายเป็นแฟนพี่เลย์ นายก็จะทำแบบนี้หรอ?”

“ก็ใช่”

“ไอ้บ้า หน้าไม่อายเลยนะนายเนี่ย” แบคปาหมอนใส่ชานยอลอีกครั้ง ส่วนชานยอลก็ได้แต่หัวเราะแกล้งอีกฝ่ายอย่างสนุก ยิ่งเห็นแบคเขินก็ยิ่งชอบใจ ....ก็มันน่ารักอ่ะ

 

“แล้วถ้าชั้นทำแบบที่นายว่าจริงๆ พี่เค้าจะชอบมั๊ย? >///////<

“นาย....ชอบพี่เค้าขนาดนั้นเลยหรอ?”

“ก็ถ้าทำให้คนที่เรารักพอใจ เราก็ควรจะทำไม่ใช่หรอ?”

 

....แค่คิดว่านายจะเป็นของพี่คริส หัวใจของชั้นมันก็แทบหยุดเต้นแล้วแบคฮยอน...

....แค่คิดว่านายจะมีอะไรกับพี่เลย์ ชั้นยอมไม่ได้จริงๆ .....

 

“แล้ว....นาย...ทำเป็นรึไง”

.

.

.

.

“สอนชั้นสิ”

>//////////////<

 

 

 

 

 

 

 

“ได้” -/////////-

ไม่รู้ว่าอีกคนจะคิดยังไง แต่แค่คิดว่าอีกฝ่ายจะตกเป็นของคนอื่น มันยอมไม่ได้เลยจริงๆ

 

“ชั้น....ต้องเริ่มยังไง” แบคพูดด้วยน้ำเสียงสั่นๆ แต่พยายามข่มเอาไว้

“มานี่สิ” ชานยอลเรียกให้แบคฮยอนเขยิบมานั่งตักตัวเอง แบคฮยอนก็ยอมทำตามแต่โดยดี

“ไม่ใช่แบบนี้ ....แบนี้ต่างหาก” ชานยอลจัดท่านั่งให้แบคนั่งคร่อมตัวเอง โดยแทรกลำตัวไว้ระหว่างขาแบคและหันหน้าเข้าหากัน

>///////<” แบคฮยอนหลับตาเพราะความเขิน ....ไม่กล้ามองหน้าชานยอลเลยจริงๆกลัว...กลัวว่าจะเก็บความรู้สึกนี้ต่อไปไม่ไหว กลัวว่าชานยอลรู้ความจริงแล้วจะเกลียด

“ลืมตาสิ...แบคฮยอน” ชานยอลเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า พร้อมกับใช้มือแนบแก้มของอีกคนให้หันสบตา

“ชั้น.....เขิน...”

“ส่วนใหญ่เมะจะรู้สึกดี ถ้าโดนเคะรุกก่อนนะ”

“บ้า!! เมะ เคะอะไรเล่า >///////<

“งั้นมองหน้าชั้น แล้วลองทำตามความรู้สึกตัวเอง ผิดพลาดตรงไหน ชั้นจะบอก”

“ดูนายชำนาญนะ”

“ชั้นดูหนังโป๊บ่อย”

>//////< ทะลึ่งจริงๆ”

“รู้ไว้ก็ไม่เสียหายหนิ ชั้นวะ........อุ๊บ !!” แบคฮยอนเริ่มจู่โจมโดยที่ชานยอลไม่ทันตั้งตัว ใบหน้าขาวเนียนของแบคฮยอนกำลังก้มลงจูบอีกคนอย่างเก้ๆกังๆ แต่ถึงอย่างนั้นก็ทำให้คนโดนรุกปั่นป่วนแทบคลั่ง

 

ริมฝีปากเล็กที่เป็นฝ่ายรุกล้ำเข้ามาก่อนตอนนี้กลับเป็นฝ่ายโดนรุก เมื่อชานยอลกดท้ายทอยแบคเพื่อให้จูบแนบแน่นยิ่งกว่าเดิม จูบเริ่มร้อนแรงขึ้นอีกครั้ง ท่านั่งตักที่ดูล่อแหลม บวกกับจูบที่ดูดดื่ม ทำให้อารมณ์ของทั้งคู่พลุกพล่านอีกครั้ง มือชานยยอลล้วงเข้าไปในเสื้อยืดของอีกคน และลูบไล้ไปตามผิวเนียนอย่างเชื่องช้า ทำเอาแบคขนลุกซู่ไปทั้งตัว ใบหน้าชานยอลซุกลงไปที่ลำคอขาวอีกครั้ง พร้อมกับพรมจูบและตรีตราจองเป็นเจ้าของจนทั่วลำคอ

“อ๊ะ...” แบคร้องครางออกมาเพราะปวดหนึบๆที่ต้นคอ

“ทำแบบนี้กับชั้นบ้างสิ” ...ชั้นอยากเป็นของนายคนเดียว.. เสียงร้องขอของชานยอล แบคไม่สามารถปฏิเสธได้เลย ร่างเล็กก้มหน้าลงไปที่ซอกคอชานยอล และดูดเม้มเหมือนที่ชานยอลทำกับตัวเอง นั่นทำให้ชานยอลแทบระเบิดตัวตายเลยทีเดียว

เหมือนเครื่องปรับอากาศในบ้านไม่ทำงาน ตอนนี้โซฟาในห้องนั่งเล่นกำลังลุกเป็นไฟ ด้วยแรงรักของทั้งคู่ อารมณ์ ความต้องการเริ่มเพิ่มมากขึ้นเกินจะหยุดยั้ง ตอนนี้ในความคิดของทั้งสองคนมีเพียงแค่กันและกันเท่านั้น ทำตามที่ตัวเองต้องการ เท่านั้น

มือชานยอลไล้ลงต่ำลงและบีบเค้นสะโพกของอีกคนที่อยู่บนตักอย่างเมามันส์ สลับกับหยอกล้อที่อกของแบคเบาๆ ทำเอาคนที่ถูกกระทำครางออกมาเบาๆ เสื้อยืดของแบคถูกเปิดขึ้นมาจนเห็นแผงอกขาวเนียน ชานยอลไม่รอช้าที่จะขบเม้มลงไปตามความต้องการ

แต่เหมือนยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ มันก็ยิ่งหยุดยากขึ้นเรื่อยๆ ความรู้สึกผิดก็ผุดขึ้นมากะทันหัน ทำให้ชานยอลต้องรีบผละออก ก่อนที่มันจะมากไปกว่านี้จนหยุดไม่ได้

...ไม่ได้ ไม่ไหวแล้ว มากกว่านี้ไม่ได้แล้ว นายกำลังทำให้ชั้นเป็นบ้า แบคฮยอน...ชั้น...ทำแบบนี้ไม่ได้ เจ้าของหัวใจนายคือพี่คริส ...ไม่ใช่ชั้น

 

“แค่นี้....พอแล้วแหละ พี่คริสคงชอบ” ชานยอลพูดพร้อมก้มหน้า โดยที่ไม่ทันสังเกตเลยว่าอีกฝ่ายแสดงสีหน้ายังไง

“อะ....อืม ถ้างั้น ชั้นไปอาบน้ำก่อนนะ” แบคฮยอนก้มหน้าและเดินขึ้นห้องโดยที่ไม่หันมามองชานยอลเลยซักนิด

 

อาบน้ำไปในใจก็คิดถึงแต่ชานยอล ยิ่งรอยแดงที่อยู่ตามตัวยิ่งทำให้แบคฮยอน รู้สึกว่าตัวเองน่ารังเกียจ

..ชานยอลชอบพี่เลย์ ไม่ใช่เรา ชายอลอยากจูบแค่พี่เลย์ ไม่ใช่เรา คนที่ชานยอลอยากมีอะไรด้วยคือพี่เลย....ไม่ใช่นาย.....แบคฮยอน T^T 

ยิ่งคิด ความน้อยเนื้อต่ำใจก็เล่นเข้ามากลั่นออกมาเป็นน้ำตาอย่างห้ามไม่ได้ ทั้งๆที่ยอมขนาดนี้ ชานยอลกลับไม่สนใจ ยิ่งคิดก็ยิ่งอาย และเกลียดตัวเองจริงๆ

 

เมื่ออาบน้ำเสร็จแล้ว แบคฮยอนมองรอยที่คออีกครั้ง พลันคิดถึงแต่การกระทำของตัวเองที่คิดว่าว่ามันน่ารังเกียจ ....ไม่พร้อม ไม่พร้อมที่จะเจอชานยอล ร่างเล็กจึงทิ้งตัวลงนอนที่เตียงอย่างหมดแรง น้ำตาซึมออกมาอีกครั้ง  ...ไม่เคยรู้ตัวเลยว่าจะรักชานยอลมากขนาดนี้

 

เมื่อชานยอลเห็นว่าแบคหายไปนานก็เป็นห่วง จึงเดินขึ้นมาดู และเคาะห้องเรียก

“แบค เป็นไรป่าว? อาบน้ำนานไปแล้วนะ”

“................”

“แบค นายอยู่ในห้องมั๊ย?”

“................”

 

เมื่อเห็นว่าคนข้างในเงียบ ชานยอลจึงรีบวิ่งลงไปข้างล่างและเอากุญแจสำรองมาเปิด เพราะเป็นห่วงว่าคนข้างในจะเป็นอะไรหรือเปล่า แต่ทันทีที่ชานยอลเปิดเข้ามาในห้อง ก็โล่งใจ เพราะเห็นร่างเล็กที่ตนเป็นห่วงนอนหลับปุ๋ยอยู่บนเตียง ชานยอลเดินมานั่งที่เตียงข้างๆแบคฮยอนเบาๆ พร้อมกับจ้องหน้าแบคฮยอนอย่างสื่อความหมาย

 

“หัวใจของนาย.....เปิดรับชั้นบ้างได้มั๊ย แบคฮยอน” ชานยอลพูดพร้อมกับก้มลงจูบที่หน้าผากแบคฮยอนอย่างแผ่วเบา กลัวว่าอีกคนจะตื่น แต่ทว่าอีกคนนั้นไม่ได้หลับอย่างที่คิด และกำลังหัวใจเต้นแรงจนแทบจะกระเด็นออกมากองตรงหน้าชานยอล

 

....ที่นายพูดเมื่อกี๊ หมายความว่าไงชานยอล ถ้าชั้นคิดว่าประโยคเมื่อกี๊ คือ นายกำลังบอกรักชั้น...ชั้นคิดไปเองหรือเปล่านะ ??...

 

ชานยอลลุกขึ้นไปปิดม่านให้แบคอยอนกลัวว่าแสงจะมารบกวนการนอน และได้โอกาสสำรวจห้องของอีกฝ่ายไปพลางๆ มานอนบ้านหลังนี้ก็หลายครั้ง แต่ไม่เคยเข้ามาในห้องของแบคเลยซักครั้ง เพราะแบคไม่ยอม และชานยอลก็ยิ้มแทบปริเมื่อหันไปเจอรูปที่ตัวเองถ่ายคู่กับแบคฮยอนตอนย้ายมาใหม่ๆ วางอยู่โต๊ะเขียนหนังสือ ชานยอลหยิบรูปขึ้นมาพร้อมระบายยิ้มกับตัวเอง เขาจำได้ดีว่า ภาพนี่คือตอนที่ย้ายบ้านมาใหม่ๆ แล้วครอบครัวของแบคฮยอนชวนมาเลี้ยงฉลองงานปีใหม่ด้วยกัน จึงจับลูกชายทั้งสองถ่ายรูปคู่กันไว้เป็นที่ระลึก เป็นภาพถ่ายเมื่อปีที่แล้ว

เด็กผู้ชายสองคนที่คนนึงแกล้งทำหน้าบึ้ง แต่โชว์สองนิ้ว กลับอีกคนที่ยิ้มจนเห็นฟันทั้ง 32 ซี่ กำลังแอ๊คท่าถ่ายรูปให้กับกล้อง ไม่ว่าใครที่มองภาพนี้ ต่างก็ต้องยิ้มให้กับความน่ารักของทั้งคู่อย่างแน่นอน

ชานยอลวางกรอบรูปลงไว้ที่เดิม และเดินออกไปอย่างเงียบๆ โดยที่ไม่รู้เลยว่า ด้านหลังกรอบรูปที่ตัวเองถือเมื่อครู่มีข้อความด้านหลังกรอบรูปว่า ชั้นชอบนายนะ ไอ้โย่ง

 

ชานยอลไปนอนที่ห้องรับแขกที่บ้านแบคฮยอนอย่างเคย พร้อมกับคิดถึงเรื่องวันนี้ที่เกิดขึ้นระหว่างเขากับแบคฮยอน

“ยิ่งนานเข้า ชั้นยิ่งรู้สึกว่าชั้นรักนายมากขึ้นจริงๆนะหมาน้อย ชั้นควรจะทำยังไงดีให้นายหันมารักชั้นแทนพี่คริส”

 

ถึงแม้เหตุการณ์วันนี้จะทำให้ความสัมพันธ์ของเขากับแบคฮยอนคืบหน้า แต่ชานยอลไม่พอใจเลยซักนิด เพราะคิดว่าที่แบคแสดงออกมาแบบนั้น เป็นเพราะแบคเห็นตัวเองเป็นแค่ตัวแทนของคริส...ก็แค่นั้น

 

“เห็นที ชั้นจะรักนายมากกว่าที่ชั้นคิดไว้ซะอีกนะเนี่ย ชั้นควรจะทำอะไรให้ชัดเจนดีกว่าสินะ ....ชั้น....ยอมให้นายเป็นของพี่คริสไม่ได้จริงๆ แบคฮยอน ต่อให้นายจะเกลียดชั้น....ชั้นก็ยอม” ชานยอลพึมพำเบาๆ พร้อมกับผล็อยหลับไป

 

เช้าวันรุ่งขึ้น

ชานยอลกลับมาที่บ้านตัวเองหลังจากตื่นนอน วันนี้ชานยอลตื่นสายนิดหน่อย (เพราะเมื่อคืนมัวแต่นอนคิดเรื่องไอ้หมาน่ะสิ) ชานยอลรีบจัดการธุระส่วนตัวของตัวเองจนเสร็จสรรพและเดินกลับมาที่บ้านแบคอีกครั้ง

“แบคคคคคคค....ตื่นยางงงงงง ” ชานยอลตะโกนเรียกปลุกแบคฮยอนตั้งแต่หน้าบ้าน และตะโกนมาเรื่อยๆ จนถึงหน้าห้องเจ้าของชื่อ

“แบค....ตื่นได้แล้ว สายแล้ว”

“....................”

“เฮ้ นอนตื่นสาย ตลาดจะวาย ผู้ชายจะหายหมดนะ”

“.....................”

       

        ไม่มีเสียงตอบรับอีกครั้ง ชานยอลจึงต้องเดินลงไปเอากุญแจสำรองมาเปิดห้องแบคฮยอนอีกครั้ง แต่ทว่าเมื่อเดินผ่านหน้าตู้เย็น สายตาชานยอลเหลือบไปเห็นโพสอิสน้อยๆแปะอยู่ มีข้อความที่ทำให้ชานยอลแทบจะล้มทั้งยืนเขียนไว้ว่า

        ‘….ไม่อยู่นะ ไปหาพี่คริส...กับข้าวอยู่ในตู้ชั้นทำไว้ให้แล้ว.....แบค ^_^’

 

        หัวใจชานยอลแทบสลาย ไปหาพี่คริส ไปทำไม ทำไมต้องไปแต่เช้าขนาดนี้ด้วย แล้วทำไมไม่เรียกให้ไปเป็นเพื่อน ทำไมไปคนเดียว...หรือเพราะกลัวว่าชั้นจะไปทำลายความสุขของนายหรอ นาย...เกลียดชั้นแล้วจริงๆ ใช่มั๊ย?....

 

        และที่สำคัญคงหนีไม่พ้นความคิดเกี่ยวกับเรื่องเมื่อวาน

“ชานยอล ถ้านายเป็นพี่คริส นายอยากให้ชั้นทำอะไรเพื่อแสดงออกถึงความรัก”

“ถ้าชั้นเป็นพี่คริสหรอ? ..... เซ็กซ์มั้ง ?”  

 “แล้วถ้าชั้นทำแบบที่นายว่าจริงๆ พี่เค้าจะชอบมั๊ย? >///////<

“นาย....ชอบพี่เค้าขนาดนั้นเลยหรอ?”

“ก็ถ้าทำให้คนที่เรารักพอใจ เราก็ควรจะทำไม่ใช่หรอ?”

 

        ไม่ได้หรอก ยอมไม่ได้เด็ดขาด แบคฮยอนเป็นของใครไม่ได้เด็ดขาด ชานยอลไม่มีวันยอมหรอก ต้องโทษที่ปากตัวเองที่ดันไปพูดเรื่องนั้นกับแบคฮยอน

 

        ...ไอ้เอ๋อเอ๊ย แกไม่น่าพูดเรื่องนั้นออกไปเลย หวังว่าแบคคงไม่ทำจริงๆ ใช่มั๊ย?...แบคฮยอน นายอย่าเชื่อที่ชั้นพูดนะ อย่าทำแบบนั้นเด็ดขาดเลยนะ!!!!

 

        ไม่รอช้า ร่างกายที่ไปไวกว่าความคิดก็รีบวิ่งออกมาจากบ้านแบคฮยอน เป้าหมายคือไปหาแบคให้ทันเวลา ขายาวออกแรงวิ่งเร็วที่สุดในชีวิตเพื่อไปบ้านคริสที่อยู่อีกหมู่บ้านหนึ่งที่อยู่ข้างๆ หมู่บ้านตัวเอง ระยะทางห่างเพียงไม่กี่กิโล ...ในใจก็ภาวนาหาแต่แบคฮยอน หวังว่าคงไม่เป็นอะไร และไม่ทำเรื่องที่ตัวเองพูดเมื่อวาน เพราะถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆ ชานยอลยอมไม่ได้ และคงไม่ให้อภัยตัวเองเป็นแน่

 

        “แฮ่กๆๆๆๆ.....แบค.....แบคฮยอน” เสียงหอบหายใจเอาออกซิเจนเข้าปอดของชานยอล แทบไม่มีเสียงร้องออกมาเมื่อมาถึงหน้าบ้านคริส ชานยอลกดกริ่งและพยายามใช้แรงที่มีตะโกนเรียกแบคฮยอนอย่างสุดเสียง

        “อ้าว พี่ชานยอล ลมอะไรหอบมาถึงนี่” ไค น้องชายของคริสที่รู้จักกับชานยอลเอ่ยทักทายด้วยชุดนอนลายมิกกี้เม้าท์สีเหลือง หน้าตาบ่งบอกว่า กูพึ่งตื่น......ไม่สิ....กูยังไม่ตื่นมากกว่ามันเหมือนเดินละเมออกมายังไงยังงั้น

        “พี่คริสอยู่มั๊ย?” ชานยอลไม่รอช้ายิงคำถามใส่ทันที

        “ไม่อยู่ครับ ออกไปตั้งแต่เมื่อเช้านู่นนนนนน” ไคงัวเงียตอบกลับมา

        “ไปไหน ไปกับใคร กี่โมง”

        “นี่พี่คิดอะไรกับพี่ชายผมป่ะเนี่ย ถามยังกะห่วงเมียเลย”

        “ตอบมา อย่ากวนไอ้ไค พี่รีบอยู่”

        “โอเคๆๆ ก็ไปกับพี่แบคอ่ะ ..อะ..อ้าว พี่ ...เดี๋ยวๆๆๆ”

        ไม่รอคำตอบจนจบ ชานยอลก็รีบวิ่งออกมาจากตรงนั้นทันที ทั้งๆที่ไม่รู้จุดหมายด้วยซ้ำว่าแบคอยู่ที่ไหน แต่ตอนนี้ให้วิ่งรอบโลกก็ยังไหว...รักษาจิ้นไว้นะแบค อย่ายอมนะ...

 

        “อะไรวะ ถามก็ไม่ฟังให้จบ จะบอกว่าเค้าไปวิ่งออกกำลังกายที่สวนสุขภาพ...เอ๊อ แปลก ไปนอนดีกว่า”

       

        ชานยอลหยิบมือถือเพื่อโทรติดต่อแบคอีกครั้ง เผื่อว่าจะโทรติด และขอบคุณสวรรค์ที่เข้าข้าง

        “ฮัลโหล...แฮ่กๆ...ชานยอล...แฮ่กๆ” เสียงรับโทรศัพท์ของแบคยิ่งทำให้ชานยอลหัวเสียยิ่งกว่าเดิม...ก็เพราะมันมีเสียงหอบนี่แหละ...ไม่นะ!!!

        “แบค !!!! อยู่ไหน?” ชานยอลตะคอกกลับอย่างอารมณ์เสีย

        “แฮ่กๆ ตะคอกทำไมเนี่ย...ชั้น...” เสียงแบคตอบตะกุกตะกัก

        “อยู่ไหน !!!!!

        “อยู่...โอ๊ยย พี่คริส....” ตู๊ดดดดๆๆๆๆ...เสียงตอบรับของแบคก็ขาดไป ชานยอลใจหาย หัวใจตอนนี้เหมือนโดนหอกแหลมๆ ทิ่มแทงซ้ำที่เดิมจนมันบอบช้ำไปหมด เสียงแบคเมื่อครู่ บวกกับความคิดชานยอล มันแปลเป็นอย่างอื่นไม่ได้เลยจริงๆ ...แบค...มีอะไรกันกับพี่คริสแล้วจริงๆ ใช่มั๊ย?

 

        สองขาที่แข็งแรงกับอ่อนลงซะอย่างนั้น อยากจะเอาไม้มาทุบหัวตัวเองให้สลบ เพื่อให้เลิกคิดถึงภาพแบคกับคริส แต่ยิ่งไม่อยากคิดกลับทำให้ยิ่งคิดมากเข้าไปใหญ่

 

        สองเท้าเดินมาเรื่อยๆ อย่างคนไร้จิตวิญญาณมาถึงที่สวนสุขภาพที่อยู่กึ่งกลางของทั้งสองหมู่บ้าน ..ยังไม่อยากกลับบ้าน ขอนั่งอยู่ตรงนี้ซักแป๊บเถอะนะ

 

        ชานยอลเลือกม้านั่งที่หันหน้าเข้าหาแม่น้ำ พลันมองออกไปอย่างเลื่อนลอย ในหัวมีแต่คริสกับแบคเต็มไปหมด

 

        “ชานยอล..!!!!!!” เสียงที่คุ้นเคยร้องเรียกชานยอล ชานยอลจำได้แม่นว่าคือเสียงใคร

        “แบค..O.O ” ชานยอลดูตกใจมากที่เห็นแบคที่นี่ ในสภาพที่.....ชุดออกกำลังกาย เสื้อยืด กางเกงวอล์มขาสั้นคลุมเข่า มีผ้าขนหนูสีขาวเล็กๆ พาดคอ ใบหน้ามีเหงื่อเล็กน้อย

        “นายมาทำอะไรที่นี่” แบคฮยอนถามพร้อมทำหน้างง

        “.......” ชานยอลกำลังจ้องมองแบคด้วยความรู้สึกดีใจ อย่างน้อยเรื่องมันก็ไม่ได้เป็นไปอย่างที่คิด หรือ..เสร็จไปแล้ว ...แล้วคริสล่ะ?

        “แล้วเมื่อกี๊โทรหาชั้น มีไรอ่ะ โทษทีที่สายหลุด” แบคพูดบอกอย่างปกติ โดยที่ไม่ได้สังเกตสีหน้าชานยอลเลยว่ากำลังรู้สึกดีใจมากแค่ไหน

        “แล้ว......อ๊ะ!” ยังไม่ทันจะพูดจบ ชานยอลก็พุ่งเข้ากอดแบคฮยอนเต็มแรง

        “อะไรของนายเนี่ย มากอดชั้นทำไม” ถึงแม้ปากจะถามเหมือนคนไม่พอใจ แต่ใบหน้ากลับแดงอย่างห้ามไม่ได้

        “ไปไหนมาไหน ทำไมไม่บอกชั้น” ชานยอลบอกเสียงอ่อยแต่ก็ไม่ยอมปล่อยแบคจากอ้อมกอด

        “ก็ชั้นไปเคาะห้อง เห็นนายเงียบ ชั้นก็เลยออกมาคนเดียวสิ” ตกลงเป็นผมที่ขี้เซาเองใช่มั๊ย?

        “แล้ว....มากับใคร” ทั้งที่ในใจรู้คำตอบดี แต่ก็ยังถามตอกย้ำตัวเอง

        “พี่คริส”

        คำตอบของแบคทำให้ชานยอลคลายอ้อมกอดออก ถึงแม้ว่าแบคจะไม่ได้ทำอะไรกับคริสจริงๆ แต่หัวใจของแบคก็ยังรักคริสอยู่ดี

       

        “หรอ??” ชานยอลพูดพร้อมก้มหน้าลง เพื่อซ่อนแววตาที่เสียใจ

        “อืม ตอนนี้พี่เค้ากลับบ้านแล้วล่ะ?”

        “...........”

        “ชั้นมีเรื่องปรึกษาพี่เค้านิดหน่อยน่ะ เลยนัดพี่เค้าออกมาวิ่ง” แบคฮยอนพูดออกมาอย่างยากลำบาก เหมือนกำลังจะสื่ออะไรกับชานยอล

        “อืม” ชานยอลไม่รู้จะพูดอะไรเลยได้แต่ก้มหน้า

        “ไม่อยากรู้หรอว่าเรื่องอะไร?” แบคเอียงคอถามอย่างน่ารัก

        “ไม่หรอก มันเป็นเรื่องของนายกับพี่คริส ชั้น...มันคนนอก”

        “ถึงนายไม่อยากรู้แต่ชั้นอยากบอกอ่ะ ฟังหน่อยได้มั๊ย” แบคฮยอนพูดพร้อมอมยิ้ม

        “ชั้นรับฟังนายเสมอ” ชานยอลพูดออกมาจากใจจริง

        “วันนี้ชั้นตั้งใจมาบอกพี่คริส....ว่า....ชั้น...รัก....คนคนนึงอยู่” แต่ละคำพูดของแบคทำให้ชานยอลลุ้นจนตัวโก่ง

        “แล้ว??”

        “ชั้นไม่รู้ว่า ถ้าชั้นพูดไปแล้ว เค้าคนนั้นจะเกลียดชั้นมั๊ย?”

        “...........”

        “พี่คริสบอกว่า ถ้าเราบอกเค้าก็ยังพอมีโอกาส 50 / 50 แต่ถ้าไม่บอกแล้วเก็บไว้ โอกาสมันก็จะเป็น 0 ทันที”

        “แล้วนาย...บอกคนคนนั้นรึยัง”

        “กำลังจะบอก” ชานยอลเข้าใจว่าคนคนนั้นที่แบคพูดถึงคือคริส จึงก้มหน้าลงอย่างเดิม ....ถึงจะไม่ยอมให้แบคเป็นของใคร แต่ถ้าแบคมีความสุข ชานยอลก็ต้องยอมอยู่ดี

        “ชั้น...รักนาย ชานยอล” แบคมองหน้าชานยอลพร้อมกับพูดออกมาอย่างเขินอาย ไอ้คนที่ได้ยินก็ตาโต หัวใจที่ห่อเหี่ยวเหมือนได้ปุ๋ยดี มันกลับมาเต้นครึกโครมอีกครั้ง

        “ห๊ะ.?? เมื่อกี๊นายว่าไงนะ” ชานยอลแทบไม่เชื่อหูตัวเอง

        “ชั้นบอกว่าชั้นรักนาย...อย่าให้พูดบ่อยได้มั๊ย มันเขินนะ >//////<” แบคฮยอนเป็นฝ่ายหลบหน้าแทน ส่วนชานยอลตอนนี้แทบจะกระโดดลงน้ำด้วยความดีใจ

        “ไม่ได้ซ้อมไว้ใช้กับพี่คริสใช่มั๊ย?”

        “คำพูดแบบนี้ใครเค้าซ้อมกับคนอื่นกันเล่า ไอ้เอ๋อ”

        “หมาน้อยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!!!! ” ชานยอลพุ่งเข้ากอดแบคเต็มแรงทำเอาแบคอยอนเหรอหราทำอะไรไม่ถูก

        “นายไม่เกลียดชั้นหรอ?”

        “เกลียดทำไมล่ะ...ในเมื่อนายน่ารักขนาดนี้ ชั้นเกลียดนายไม่ลงหรอก”

        “?????”

        “ชั้น....รักนายมากกว่าที่นายรักชั้นซะอีก รู้ไว้ด้วย” ชานยอลสารภาพรักออกมาทำเอาทั้งคนพูดและคนฟังเขินไม่แพ้กัน

        “แล้วพี่เลย์ของนายล่ะ”

        “ชั้นไม่ได้ชอบพี่เค้าเหมือนที่ชอบนาย  พี่เลย์เป็นพี่ที่น่ารักของชั้น ..แค่นั้น....ว่าแต่นายเหอะ พี่คริสล่ะ?”

        “ชั้นไม่เคยชอบพี่คริสมากกว่าชายเลย”

 

        ทั้งสองสบตากันและยิ้มให้กัน บ่งบอกว่ามีความสุขมากที่สุดเท่าที่เคยมี

        “เฮ้อ แสดงว่าที่ผ่านมา เราสองคนขีดเส้นกั้นไว้เองหรอกหรอเนี่ย เสียดายจัง รู้งี้บอกรักนายตั้งแต่แรกก็ดี” ชานยอลเอ่ยขึ้นขณะที่เดินจูงมือแบคเดินกลับบ้าน ด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความสุขแห่งรัก

        “นายชอบชั้นตั้งแต่เมื่อไหร่”

        “ครั้งแรกที่เจอ”

        “จริงดิ?”

        “จริง...ชอบมากด้วย”

        “ชอบตรงไหน?”

        “ก็ยอมรับว่ามองหน้าตาอันดับแรก แต่ยิ่งรู้จักนายมากขึ้น มันทำให้ชั้นรักในตัวตนของนายมากกว่าหน้าตาซะอีก”

        “>/////<  แสดงว่าถ้าวันนึงหน้าตาชั้นเปลี่ยนไป นายยังจะรักชั้นมั๊ย?”

“แค่นายยังเป็นนาย ยังเป็นแบคฮยอนคนเดิมที่รักปาร์คชานยอล ชั้นก็รักนาย”

        “เสี่ยว :P >//////<

        สุดท้ายก็กลับมาเขินอีกอยู่ดี เฮ้อ เหนื่อยจัง ยิ้มจนโหนกแก้มจะระเบิดแล้ว >//////<

       

        “แล้วเสียงหอบเมื่อเช้านี้คืออะไรอ่ะ?”

        “ก็ชั้นมาวิ่ง มันก็ต้องหอบเป็นธรรมดาสิ”

        “แล้วที่ร้อง โอ๊ย พี่คริส นี่คืออะไร”

        “พี่คริสแกล้งโยนขวดน้ำมาให้ชั้น แต่มันพลาดโดนหัวชั้น ชั้นก็ร้องโอ๊ยสิ”

        “แค่นี้?”

        “แล้วนายคิดว่าอะไรล่ะ”

        “ชั้น...ก็คิดว่า.....”

        “อะไร”

        “นายจะทำอย่างที่คุยกับชั้นเมื่อวานอ่ะ”

        “..............”

        “S.E.X

        “ไอ้บ้า ไอ้ทะลึ่ง นายเห็นชั้นเป็นคนยังไงห๊ะ?” แบคหน้าแดงพร้อมกับโวยวายและรัวฝ่ามือไปที่ไหล่ชานยอลไม่ยั้ง

        “ก็นายบอกว่าชอบพี่คริสมาก ชั้นก็นึกว่านายจะทำจริงๆน่ะสิ”

        “แต่ชั้นไม่ได้ชอบพี่คริสแบบนั้นซักหน่อย” แบคฮยอนพูดเสียงอ่อยพร้อมทำหน้ามุ่ย

        “โอเคๆๆ ตอนนี้รู้แล้ว ชั้นเชื่อใจนายนะ ^++++++^

        “ลองไม่เชื่อดูสิ”

        “คร้าบบบบบบบบบบบบบ !!!

        ชานยอลรับคำพร้อมกับทำท่าวันทยหัตถ์แบบตำรวจ ทำให้แบคฮยอนขำออกมาน้อยๆ

 

        “นี่ชานยอล ถ้าสักวันหนึ่งความสัมพันธ์ของเรามันเปลี่ยนไป นายจะเลิกเป็นเพื่อนกับชั้นมั๊ย นายจะเกลียดชั้นรึเปล่า” แบคฮยอนตัดสินใจพูดในสิ่งที่อัดอั้นมานาน

        “ถ้ามันจะเปลี่ยน มันก็ต้องไปในทางที่ดีขึ้น .... นายไม่ต้องห่วงหรอกนะ ชั่นน่ะ ไม่มีทางเลิกกับนายแน่นอน ต่อให้นายหนีไปไหน ชั้นก็จะตามไป ผลักไสไล่ส่งยัง ชั้นก็จะเกาะติดนายแบบนี้ไปตลอดชีวิตเลยล่ะ” ชานยอลพูดพร้อมกับสบตากับแบคฮยอนด้วยสีหน้าจริงจัง

        “แสดงว่าตอนนี้เราเป็นแฟนกันแล้วใช่ป่ะ”

        “มันแน่อยู่แล้ว”

        “ถ้างั้นชั้นก็จะบอกนายเลยนะว่าชั้นขึ้หึง และก็ขี้หวงมากๆ ถ้าจับได้ว่านายนอกใจชั้น ชีวิตนายดิ่งลงเหวแน่!!” แบคฮยอนชูกำปั้นขู่

        “ชั้นยอมนายหมดทั้งตัวและหัวใจแล้ว ไม่มีทางมองคนอื่นได้อีกหรอก”

        “>/////< นายทำชั้นเขินจนเมื่อยหน้าไปหมดแล้วเนี่ย”

        “ฮ่าๆๆๆๆ แบคฮยอน..”

        “ฮึ??....”

        “รักนะครับ”

        .....ย๊ากกกกกก ไอ้เอ๋อบ้า บอกว่าเมื่อยไงเหล่า ฟังกันบ้างมั๊ยเนี่ย นายทำแก้มชั้นจะระเบิดอยู่แล้วนะ !!!!...

 

        เรื่องของชานแบคทั้งสองครอบครัวต่างก็รับรู้และสนับสนุนเต็มที่ จึงไม่มีอะไรต้องปกปิด ทุกสิ่งทุกอย่างก็ยังคงเหมือนเดิม ไปเรียนด้วยกันทุกวันเหมือนเดิม แต่พิเศษตรงที่ทุกวันทั้งสองจะเดินจับมือกันอย่างเปิดเผย และแสดงอาการหึงหวงอีกฝ่ายได้อย่างเต็มที่ เป็นที่น่าอิจฉาของเหล่าเพื่อนๆ กันยกใหญ่

       

        4 ปีต่อมา.....

 

....วันนี้เป็นอีกหนึ่งวันที่แม่ของชานยอลและแบคฮยอนไม่อยู่บ้าน แบคจึงให้ชานยอลมาติวคณิตให้อีกเช่นเคย(ตั้งแต่มอปลาย ยันมหาลัย)

        “โอ๊ย เจ็บนะ!!

        “นายทำผิดที่เดิมมาสามข้อแล้วนะ”

        “ก็มันซับซ้อนอ่ะ ยากชะมัดเลย”

        ถึงแม้จะเป็นแฟนแต่ทว่าเมื่อพูดถึงเรื่องการเรียน ก็ต้องเต็มที่ แบคฮยอนก็ยังได้มะเหงกจากชานยอลเช่นเดิม -_-

 

        “นี่ชานยอล...ชั้น....ถามอะไรหน่อยสิ” แบคฮยอนลังเลว่าจะพูดมันออกมาดีมั๊ย

        “ว่า?”

        “ชั้น...เป็นแฟนที่ดีของนายรึป่าว?” แบคกลั้นใจถามออกมา

        “ทำไมถึงถามแบบนี้ล่ะ”

        “ไม่รู้สิ ชั้นแค่รู้สึกว่า ชั้นทำให้นายต้องเดือดร้อนตลอดเลย ชั้นแค่...กลัวว่านายจะรำคาญชั้นน่ะ” แบคพูดจริงจัง

        “ฮ่าๆๆๆๆๆๆ” ชานยอลหัวเราะออกมากลังจากที่แบคหน้างอลง

        “หัวเราะอะไรล่ะ ชั้นจริงจังนะ” แบคพูดพร้อมตีลงไปที่แขนชานยอลเบาๆ

        “อ่ะๆๆ ก็ได้ ...นายน่ะ ไม่ต้องคิดมากหรอกว่าชั้นจะรู้สึกยังไง เพราะเมื่อไหร่ที่นายมีความสุข มันก็คือความสุขของชั้นเหมือนกัน ชั้นไม่เคยรำคาญ และไม่เคยคิดที่จะรำคาญนายเลยแม้แต่วินาทีเดียว ...จริงๆนะ” ชานยอลใช้อุ้งมือประคองใบหน้ามุ่ยให้หันมาสบตา

        “จริงหรอ..”

        “จริงสิ ^_^

        “ชานยอล นายอย่าตามใจชั้นแบบนี้สิ เพราะชั้นไม่รู้ว่าการเป็นแฟนกันมันต้องทำยังไงบ้าง ชั้นอยากให้นายเรียกร้องอะไรจากชั้นบ้าง ที่ผ่านมามีแต่นายที่เป็นฝ่ายให้ชั้นมาตลอดเลย ชั้นเลย...รู้สึกผิดอ่ะ”

        “คำเรียกร้องของชั้น คือการได้อยู่กับนายทุกวัน คือการได้เจอหน้านายทุกวัน คือการได้เห็นนายยิ้ม หัวเราะ หรือทำหน้ามุ่ยหน้ามึนแบบนี้ทุกวัน นี่แหละความสุขของชั้น แบคฮยอน ^_^

        “ชานยอล ....ฮึก ขอบใจนะที่รักชั้น ขอบใจที่ยอมคบชั้น ฮึก” แบคฮยอนกลั้นน้ำตาแห่งความตื้นตันไว้ไม่ไหว จึงโผเข้ากอดชานยอล และกอดเอาไว้แน่น

        “ฮ่าๆๆ ร้องไห้ทำไม ฮึ ชั้นต่างหากที่ต้องขอบคุณนายที่คบกับชั้น” ชานยอลลูบหัวแบคฮยอนเบาๆ

        “ชั้นรักนาย ปาร์คชานยอล” แบคฮยอนพูด พร้อมกับซุกหน้าเข้ากับแผงอกชานยอล

        “จริงดิ? รักมากมั๊ย”

        “ที่สุดในสามโลก”

        “แต่ชั้นรักนายเท่ากับสามโลกยกกำลังสองเลยล่ะ” ชานยอลพูดพร้อมกับยิ้มให้แฟนอย่างน่ารัก

        >////////<

        “จะว่าไป นายก็ยังขาดตกบกพร่องหน้าที่แฟนอยู่บ้างนะ”

        “ตรงไหนอ่ะ บอกมาสิ ชั้นจะได้แก้ไข” แบคฮยอนผละออกจากอกชานยอลและหันมองหน้า

        “ก็...............” ชานยอลกรอกตาไปมาแกล้งแบคฮยอน

        “อะไรล่ะ บอกมาดิ ” นั่นได้ผล มันกระตุ้นความอยากรู้ของแบคฮยอนจนอยู่ไม่เป็นสุข

        “จูบก่อนสิ แล้วจะบอก” ชานยอลพูดพร้อมกับโน้มหน้าเข้ามาใกล้

        “บ้า ทะลึ่งอีกแล้วนะ ...บอกมาเลยเร็วๆ >///////<

        “จูบก่อน”

        “ไม่เอา”

        “งั้นไม่บอก” ชานยอลแกล้งงอนแล้วกลับไปเอนหลังพิงโซฟาเหมือนเดิม และยิ้มอย่างอารมณ์ดี ส่วนแบคฮยอนก็เม้มปาก พร้อมส่งสายตาเจ็บใจไปให้ชานยอล

        “ก็ได้ๆๆๆๆๆๆๆ” เป็นเพราะความอยากรู้ แบคฮยอนจึงจำใจต้องทำตามที่ชานยอลบอก ...ก็ไม่เสียหายซักหน่อย เราเป็นแฟนกันแล้วนี่นา

        มือเรียวเล็กโน้มใบหน้าอีกคนเข้าหาตัวเองช้าๆ และประกบจูบอย่างนุ่มนวล ชานยอลใช้แรงรั้งเอวแบคฮยอนให้มาชิดตัวเอง จนแทบจะนั่งตักกัน ....ยิ่งจูบนาน ความร้อนแรงก็ยิ่งเพิ่มขึ้น ชานยอลจึงเลื่อนจูบมาที่ซอกคอหอมของแบคฮยอน ที่จริงแล้วตั้งแต่วันนั้น เราสองคนก็แทบไม่ได้จูบกันอีกเลย มีแค่จับมือ หอมแก้ม จูบหน้าผาก หรือจุ๊บผ่านๆ แต่ดีพคิสนี่ถือว่าไม่ได้ทำเลย นี่เลยเป็นครั้งที่สองที่เราจูบกันแบบนี้

       

        หลังจากที่จูบจนชานยอลพอใจแล้ว ชานยอลจึงผละออก และมองแบคด้วยสายตาหวานหยาดเยิ้ม ไม่ต่างจากอีกที่หน้ากำลังแดงซ่านด้วยความเขิล

        “บอกได้ยัง?” แบคฮยอนเอ่ยถาม ชานยอลพยักหน้าเบาๆ

        “นายจำวันแรกที่เราจูบกันแบบนี้ได้มั๊ย?”

        “อะ..อืม” แบคพยักตอบรับอย่างเขินอาย

        “วันนั้น ชั้นสอนอะไรให้นายบ้างจำได้มั๊ย?” ชานยอลยิ้มเจ้าเล่ห์

        “ไม่รู้ จำไม่ได้แล้ว >////<” แบคฮยอนก้มหน้าซ่อนความอาย ...ปากบอกว่าจำไม่ได้ แต่กลับเขินจนหน้าแดงแปร๊ดขนาดนี้ ใครจะเชื่อ

        “ชั้นรู้ว่านายจำได้ ...ชั้นแค่อยากบอกว่า ชั้นลืมบอกข้อจำกัดกับนายอ่ะ”

        “อะไร?”

        “ทฤษฎีนั้นจะได้ผลดี............มันต้องปฏิบัติจริง” ชานยอลไม่พูดเปล่า แต่ใช้แรงที่มีอุ้มให้แบคฮยอนมานั่งตักในท่าที่สอนไว้เมื่อคราวก่อน

        “อ๊ะ!! นายนี่นะ หื่นจริงๆเลย”

        “กับนายคนเดียวนะ”

        “กลับไปดูหนังโป๊ที่บ้านเลยไป >////<

        “หนังโป๊ร้อยเรื่องยังไม่เกิดอารมณ์เท่านายจูบชั้นครั้งเดียวเลย เพราะฉะนั้นชั้นจูบนายดีกว่า” ชานยอลยิ้มเจ้าเล่ห์

        “ทะลึ่ง !!” แบคพยายามดิ้นเพื่อซ่อนความอาย ตอนนี้แก้มของเขามันจะระเบิดเป็นโกโก้ครั้นช์อยู่แล้ว

        “แค่กับแฟนนี่แหละ ^_^

        “บ้า!!!” แม้ปากจะด่ายังไง แต่การกระทำกลับตรงกันข้าม แบคฮยอนซุกหน้าไปที่ไหล่ชานยอลแก้เขิน แต่มือก็ไม่วายตีไปที่ต้นแขนของอีกคนเบาๆ ชานยอลจึงจับมือน้อยๆ นั้น ขึ้นมาจูบเบาๆ ทำเอาแบคฮยอนยิ่งอายเข้าไปใหญ่ ....อารมณ์แบบนี้ ไม่ค่อยเห็นนักหรอก

 

        “แบค.....”

        “หืม?”

        “ชั้นทำมากกว่านี้ได้มั๊ย?” ชานยอลส่งสายตาอ้อนวอน

        “ไม่ฟันแล้วทิ้งใช่ป่ะ?” แบคฮยอนพูดออกมาอย่างอายๆ   

        “ถ้าคบนายเพื่อนที่จะฟันแล้วทิ้ง ชั้นไม่รอนานถึง 4-5 ปีหรอก ตั้งแต่มอปลาย จนตอนนี้จะจบมหาลัยแล้วนะ” ชานยอลพูดพรางจูมมือแบคไปเรื่อยๆ

        “ชั้น...........” แบคฮยอนก้มหน้า มันก็จริงของชานยอลนะ ที่คบกันเป็นแฟนจริงๆ จังๆ ก็สี่ปี บวกกับอีก 1 ปีที่แอบชอบ มันก็นานพอที่จะแต่งงานกันได้เลย และที่ผ่านมา ชานยอลก็ไม่เคยออกนอกลู่นอกทางเลยซักครั้ง และทำแต่สิ่งดีๆ ให้แบคตลอด

        “ถ้ามันเป็นแค่ความต้องการของชั้น ...ก็ไม่เป็นไรนะหมาน้อย เพราะความรักของเรา มันไม่ได้อยู่ที่การมีเซ็กซ์” ชานยอลจ้องตาสื่อความหมายว่าจริงจัง เพราะเห็นว่าแบคฮยอนมีท่าทีลำบากใจ

        “ชานยอล..” แบคฮยอนซึ้งในน้ำใจของชานยอล ชานยอลจึงจูบหน้าผากแบคและยิ้มทะเล้นให้อย่างที่เคย

        “ไปเดินเล่นกันมั๊ย?” ชานยอลเอ่ยชวน

        “ฝนกำลังจะตกนะ”

        “งั้น ไปดูหนังเรื่อง ทไวไลท์กัน ชั้นเช่ามาเมื่อวาน ได้ยินนายบ่นว่าดูภาคสุดท้ายไม่ทัน” อีกแล้ว...ชานยอลสนใจแบคฮยอนเสมอ แบคฮยอนจ้องหน้าชานยอลเหมือนกำลังตัดสินใจบางอย่าง  ชานยอลกำลังแต่ลุก แต่ก็ต้องแปลกใจที่แบคไม่ยอมลุกออกจากตักตัวเอง

        “ชั้นไม่อยากดูแล้ว”

        “เอ๋???? ชั้นเช่ามาเพื่อนายเลยนะ”

        “ก็ชั้นไม่อยากดูไงเล่า......อยากเป็นแฟนที่ดีของนายมากกว่า” >//////////////<

        “ห๊ะ?....อุ๊บ!!” แบคฮยอนจู่โจมจูบชานยอลอีกครั้ง ชานยอลงงเป็นไก่ตาแตกและกำลังจะคลั่งกับจูบที่ถูกแฟนจู่โจมโดยที่ไม่ได้ตั้งตัว

        “เดี๋ยวแบค!!” ชานยอลผละออก

        “ทำไม ไม่ต้องการชั้นแล้วหรอ?” แบคฮยอนพูดหน้าหงอย

        “ชั้นแค่อยากมั่นใจว่า นายไม่ได้ทำเพราะกลัวชั้นเสียใจ...แบคฮยอน ชั้นไม่ได้จริงจังกับเรื่องนี้นะ ยังไงซะชั้นก็อยู่กับนายได้ตลอดชีวิต ถึงแม้ว่าเราจะไม่มีอะไรกันก็ตาม” ชานยอลพูดจริงจัง

        “ชั้นอยากทำ เพราะนายคือปาร์คชานยอล แฟนที่น่ารักของชั้น” แบคอยอนสบตานิ่ง ชานยอลยิ้มอย่างพอใจ

        “แน่ใจ?”

        “มาก!!

        “งั้น ชั้นไม่เกรงใจละนะ” ชานยอลไม่ว่าเปล่าแต่ใช้แรงผลักแบคให้นอนราบบนโซฟา และขึ้นคร่อม

        “เดี๋ยว!!!!!!!” แบคร้องห้าม

        “?????” ชานยอลงง ...ไหนบอกว่ายอมแล้วไง? แต่ไม่ทันได้งงเสร็จ ก็โดนแบคผลักให้เอนลงไปกับโซฟาอีกด้านหนึ่ง และขึ้นคร่อมแทน... On top ??

        “นายบอกว่าชอบให้รุกก่อนไม่ใช่หรอ?” แบคอยอนถามหน้าแดง

        “ทำเป็นรึไง” ชานยอลถามลองเชิง

        “ก็สอนสิ >//////<

        “ยินดีครับ ^_____^

 

 

ผมไม่ได้จริงจังกับเรื่องพวกนี้เท่าไหร่หรอกนะ

สำหรับผมแล้ว มีหรือไม่มี(เรื่องอย่างว่า) มันก็ไม่ได้

ทำให้ผมรักหมาน้อยของผมน้อยลงเลยแม้แต่นิดเดียว

ขอบคุณความรู้สึกดีๆ ที่มีให้กันตลอด ห้าปีนะครับ

รักที่สุด รักเสมอ และจะรักจนกว่าโลกจะแตก...

.....ปาร์ค ชานยอล.....

 

ที่ผมยอม เพราะผู้ชายคนนี้คือชานยอล ผมแค่

อยากทำตัวเป็นแฟนที่ดี และมอบสิ่งดีๆ ให้แฟนบ้าง

เค้าไม่เคยเรียกร้องหรือขัดใจผมเลย ผมทำแบบนี้ถูกแล้วใช่มั๊ย

“ถ้าไม่ใช่นาย ชั้นไม่มีวันยอมเด็ดขาดเลยนะ ปาร์คชานยอล”

....รักมาก หวงที่สุด รักตลอดไป......

แบคฮยอน


 









ลองเเต่ง Short Fic ก่อนเล่นๆ อยากรู้ว่าถ้าผมจะเเต่งเป็นตอนยาว จะมีคนอ่านมั๊ย ??

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ First4eyess จากทั้งหมด 1 บทความ

  • เรื่อง

    หมวด

    ตอน

    คนเข้าชม

    โพสท์

    คะแนน

    อัปเดต

  • แฟนฟิคอื่นๆ

    เรื่องสั้น

    0/737

    1

    0%

    27 ต.ค. 56

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

1 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 27 ตุลาคม 2556 / 20:42
    ฟินมากกกกกกกกก อยากให้แต่งเรื่อยๆเลย น่ารักจริงๆนะ^^
    #1
    0